Responsive image

Saturday, 30 Aug 2025

LATEST NEWS

INSURANCE / ประกันภัย - ประกันชีวิต

...

บมจ.กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต จัดแคมเปญ ‘ลุ้นทริปเที่ยวอังกฤษ เปิดประสบการณ์ลิเวอร์พูลแบบจัดเต็ม กับ กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต’ ประจำปี 2568 ให้แก่ลูกค้าที่ซื้อผลิตภัณฑ์ภายใต้เงื่อนไขแคมเปญของ กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต ตั้งแต่วันนี้ – 30 พฤศจิกายน 2568 ทั้งนี้บริษัทฯ จะจับรางวัลผู้โชคดีทั้งหมด จำนวน 5 รางวัล (รางวัลละ 2 ที่นั่ง) มูลค่ารางวัลละ 450,000 บาท โดยผู้โชคดีจะได้รับแพคเกจท่องเที่ยวที่ประเทศอังกฤษ พร้อมรับชมฟุตบอลทีมลิเวอร์พูล ณ แอนฟิลด์ สเตเดียม เมืองลิเวอร์พูล ซึ่งทางบริษัทฯ จะประกาศรายชื่อผู้โชคดีในวันพุธที่ 14 มกราคม 2569 ผ่านเว็บไซต์ของกรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต สำหรับแคมเปญดังกล่าว บริษัทฯ จัดขึ้นเพื่อตอบแทนลูกค้าที่ให้ความไว้วางใจให้ กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต ได้ดูแลอย่างต่อเนื่อง โดยการมอบประสบการณ์สุดพิเศษให้กับลูกค้า ได้ร่วมสัมผัสประสบการณ์เดินทางไปชมการแข่งขันฟุตบอลของทีมลิเวอร์พูล แชมป์ลีกสูงสุดของอังกฤษอย่างใกล้ชิด ณ สนามแอนฟิลด์ ประเทศอังกฤษ ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของบริษัทฯ ที่มีลูกค้ามาเป็นที่หนึ่ง และพร้อมอยู่เคียงข้างทุกความเชื่อมั่น ดูแลกันตลอดไป สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับกิจกรรม สามารถอ่านได้ที่ https://www.krungthai-axa.co.th/th/lfc-customer-trip-2025  ทั้งนี้ท่านสามารถสอบถามข้อมูล การบริการ และผลิตภัณฑ์อื่นๆของบริษัทฯ ติดต่อได้ที่ ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ โทร.1159 หรือ www.krungthai-axa.co.th QR Code รายละเอียดแคมเปญ     *หมายเหตุ : เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

30 Aug 2025


...

นายหลี่ หยวน ชยอง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มบริษัทเอไอเอ กล่าวว่า “เอไอเอมีผลการดำเนินงานและผลประกอบการทางการเงินที่ยอดเยี่ยมในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเรามีการวางกลยุทธ์ที่ถูกต้องและเหมาะสมในการต่อยอดโอกาสมหาศาลในตลาดประกันชีวิตและสุขภาพของเอเชีย เรามีอัตราการเติบโตของมูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) ของกลุ่มบริษัท ที่แข็งแกร่งถึงร้อยละ 14(1) โดยมีการเติบโตเชิงบวกใน 13 ตลาดจากทั้งหมด 18 ตลาด พรีเมียร์ เอเจนซี่ ของเราถือเป็นเสาหลักสำคัญของกลยุทธ์การเติบโตซึ่งช่วยส่งมอบมูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) ได้ถึงร้อยละ 17 จากการผสมผสานระหว่างจำนวนตัวแทนที่ยังคงสร้างผลงานและประสิทธิภาพการทำงานที่เพิ่มขึ้น โดยตัวแทนของเราได้รับประโยชน์มากขึ้นจากพลังการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี การนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ และการลงทุนด้านเทคโนโลยีที่สั่งสมมาอย่างต่อเนื่อง ขนาดและคุณภาพของพรีเมียร์ เอเจนซี่ของเราทำให้เอไอเอโดดเด่น และเรายังเป็นบริษัทข้ามชาติอันดับ 1 ที่มีจำนวนสมาชิกล้านเหรียญโต๊ะกลม (MDRT) มากที่สุดในโลกตลอด 11 ปีที่ผ่านมา โดยเรามีจำนวนผู้ได้รับคุณวุฒิ MDRT มากกว่าคู่แข่งที่ใกล้เคียงที่สุดถึงสองเท่า ช่องทางพันธมิตรธุรกิจของเราช่วยเสริมศักยภาพของตัวแทนของเราได้เป็นอย่างดี โดยเราทำงานใกล้ชิดกับธนาคารชั้นนำและตัวกลางทางการเงินเพื่อนำเสนอแนวทางที่ตอบโจทย์ลูกค้า ช่องทางนี้ยังคงเติบโตอย่างรวดเร็วและได้สร้างการเติบโตของมูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 8 ในช่วงครึ่งปีแรก ซึ่งต่อยอดจากความสำเร็จที่โดดเด่นในปีที่ผ่านมา เราได้กล่าวย้ำมาโดยตลอดว่าการต่อยอดธุรกิจใหม่ที่สร้างผลกำไรอย่างต่อเนื่องจะช่วยเพิ่มการเติบโตของผลกำไรและการสร้างกระแสเงินสดในระยะยาว  ซึ่งสิ่งนี้เห็นได้ชัดเจนยิ่งขึ้นในครึ่งปีแรก โดยกำไรจากการดำเนินงานหลังหักภาษีต่อหุ้น (OPAT) เพิ่มขึ้นร้อยละ 12 และมูลค่าที่เพิ่มขึ้นของเงินกองทุนส่วนเกินต่อหุ้น (UFSG) เพิ่มขึ้นร้อยละ 10ภายใต้นโยบายการจ่ายเงินปันผลที่รอบคอบ ยั่งยืน และก้าวหน้า คณะกรรมการจึงมีมติประกาศเพิ่มเงินปันผลระหว่างกาลร้อยละ 10 เป็น 49.00 เซ็นต์ฮ่องกงต่อหุ้น ธุรกิจประกันชีวิตและประกันสุขภาพในภูมิภาคเอเชียน่าจับตาสูงสุด ปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตพื้นฐานที่แข็งแกร่ง ไม่ว่าจะเป็นความมั่งคั่งที่เพิ่มขึ้น ระดับการถือครองประกันที่ยังต่ำ และความคุ้มครองด้านสวัสดิการสังคมที่ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่สร้างโอกาสการเติบโตทางธุรกิจที่ยอดเยี่ยมในระยะยาวของเอไอเอ ผมมั่นใจว่าการกระจายการลงทุนในหลากหลายภูมิภาคและการมุ่งเน้นการดำเนินงานตามลำดับความสำคัญเชิงกลยุทธ์อย่างมีวินัยของเราจะยังคงสร้างมูลค่าที่ยั่งยืนในระยะยาวให้กับผู้ถือหุ้นทุกคนของเราต่อไป”  

25 Aug 2025

...

  สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (สำนักงาน คปภ.) ได้จัดกิจกรรม Intensive Bootcamp ภายใต้โครงการ “OIC InsurTech Award 2025” ระหว่างวันที่ 16 - 17 สิงหาคม 2568 เพื่อเสริมศักยภาพและยกระดับผลงานของผู้เข้าแข่งขัน ด้วยการถ่ายทอดองค์ความรู้และประสบการณ์จากผู้เชี่ยวชาญในหลากหลายด้าน เช่น การถ่ายทอดเทคนิคการสร้างต้นแบบ (Prototype) และกลยุทธ์การต่อยอดจากต้นแบบสู่ผลิตภัณฑ์และบริการที่พร้อมออกสู่ตลาด พร้อมแนะนำเทคนิคการนำเสนอ (Pitching) อย่างมืออาชีพ เพื่อสร้างความประทับใจแก่คณะกรรมการในรอบชิงชนะเลิศ   ในโอกาสนี้ สำนักงาน คปภ. ได้คัดเลือกผู้เข้าแข่งขันทั้งหมดจากมากกว่า 400 ทีม ผ่านการคัดเลือกกันอย่างเข้มจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ และมีการปรับไอเดียจากคำแนะนำของที่ปรึกษาเฉพาะด้านพร้อมทั้งการนำเสนองานจริงแบบมืออาชีพ จนได้ 10 ทีมสุดท้าย เพื่อเป็นตัวแทนการแข่งขันบนเวทีประดับประเทศ OIC InsurTech Award 2025 (Finalists) แบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่ ประเภท นิสิต/นักศีกษา ภายใต้โจทย์การแข่งขัน “ผสานนวัตกรรมเพื่อส่งเสริมความรู้ และความตระหนักเกี่ยวกับประกันภัย” (Innovation for Insurance Literacy) และประเภท ประชาชนทั่วไป ภายใต้โจทย์การแข่งขัน “สร้างสรรค์นวัตกรรมปฏิวัติการประกันภัยให้เข้าถึงง่าย สะดวก และรวดเร็ว” (Innovation for Accessible Insurance)   ผู้ผ่านการคัดเลือกทั้ง 10 ทีม จะเข้าร่วมชิงตำแหน่ง นักนวัตกรรมด้านประกันภัยแห่งปี ในรอบชิงชนะเลิศ วันที่ 25 สิงหาคม 2568 ณ สำนักงาน คปภ. โดยมีนายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการ คปภ. เป็นประธานคณะกรรมการพิจารณาคัดเลือกผู้ได้รับรางวัล OIC InsurTech Award 2025 พร้อมถ่ายทอดสดผ่าน Facebook Live ของ คปภ. สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย และ CIT – Center of InsurTech Thailand เพื่อให้ผู้สนใจทั่วประเทศได้ติดตามและส่งแรงเชียร์กันและมาร่วมลุ้นไปด้วยกัน  

25 Aug 2025

...

ดร.สมพร สืบถวิลกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทิพย กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วยผู้บริหารทิพยประกันภัย ให้การต้อนรับ นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) พร้อมคณะผู้บริหารผู้ทรงคุณวุฒิอบรมหลักสูตรวิทยาการประกันภัยระดับสูง (วปส.) รุ่นที่ 13 ภายในงานมีการบรรยายพิเศษภายใต้แนวคิด “Next Generation Insurance Leader” ถ่ายทอดแนวคิดการสร้างผู้นำรุ่นใหม่ที่มีวิสัยทัศน์ ทักษะ และความพร้อมในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมประกันภัยให้เติบโตอย่างยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องกับพันธกิจของทิพยประกันภัยในการพัฒนาและยกระดับศักยภาพผู้นำในยุคดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง   ชูฉัตร ประะมูลผล                                                               ดร.สมพร สืบถวิลกุล    ในโอกาสนี้ คณะผู้บริหารผู้ทรงคุณวุฒิ ได้เยี่ยมชมพื้นที่ปฏิบัติงานและระบบงานต่าง ๆ อาทิ ห้อง Inspiration Chamber ซึ่งเป็นพื้นที่ทำงานแบบ Co-Working Space ที่ได้รับการออกแบบและติดตั้งอุปกรณ์ล้ำสมัย ด้วยนวัตกรรมการใช้งานแบบ 360 องศา รวมถึงห้อง Claim Service Center (CSC Room) ซึ่งเป็นห้องปฏิบัติการสำหรับการจัดการสินไหมรถยนต์ ที่มอนิเตอร์การปฏิบัติงานของพนักงานสำรวจภัย อีกทั้ง ยังสามารถปรับเปลี่ยนเป็นห้อง War Room เพื่อควบคุมระบบสินไหมในกรณีเกิดภัยพิบัติได้อย่างทันท่วงที   นอกจากนี้ ภายในงานยังมีบูธจากบริษัท อินชัวร์เวิร์ส จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นประกันภัยออนไลน์ 100% แห่งแรก ภายใต้การดำเนินงานของบริษัท ทิพย กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วยบูธนำเสนอผลิตภัณฑ์ประกันภัยหลากหลายของทิพยประกันภัย ได้แก่ TIP Lady ประกันภัยที่เข้าใจและตอบโจทย์ผู้หญิง, TIP Rainbow ประกันภัยที่รองรับความหลากหลายและความเป็นตัวตนของคุณ, TIP Up to Mile ประกันภัยสำหรับผู้ที่ใช้รถน้อย, TIP Freedom Driver ประกันภัยรถยนต์แบบ “หนึ่งคน หลายคัน” ที่ให้ความคุ้มครองตามใบขับขี่ และ TIP Personal Cyber ประกันภัยไซเบอร์ส่วนบุคคลที่ให้ความคุ้มครองจากการซื้อของหรือทำธุรกรรมทางออนไลน์ นอกจากนี้ ยังมีตู้ InsurVerse Capsule ที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมงานได้ร่วมสนุกกัน งานนี้จัดขึ้น ณ อาคาร สำนักงานใหญ่ ทิพยประกันภัย พระราม 3    

22 Aug 2025

...

บมจ.ไทยสมุทรประกันชีวิต รักคือพลังของชีวิต โดยคุณนุสรา (อัสสกุล) บัญญัติปิยพจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ (CEO) กล่าวว่า ปัจจุบัน LINE Sticker ยังคงเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่ผู้คนใช้ในการสื่อสารและแบ่งปันความรู้สึกในชีวิตประจำวัน บริษัทจึงได้พัฒนา LINE Official Account : @oceanlife ให้เป็นอีกหนึ่งแพลตฟอร์มหลักในการสื่อสารกับลูกค้า ควบคู่กับการเชื่อมต่อบริการ OCEAN CONNECT เพื่อให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงข้อมูลกรมธรรม์และบริการต่าง ๆ ได้สะดวกยิ่งขึ้น    ล่าสุดได้จับมือกับ ศิลปิน Katark Benz เจ้าของผลงานการ์ตูน Katark ชื่อดัง ร่วมออกแบบสติกเกอร์ชุดใหม่ “OCHI x KATARK” ที่มาพร้อมความน่ารัก สดใส และข้อความโดนใจทุก Generation เพื่อเป็นสื่อกลางในการส่งต่อความรัก ความห่วงใย และสร้างรอยยิ้มในทุกการสนทนา สามารถดาวน์โหลด LINE Sticker “OCHI x KATARK” ฟรีได้แล้วตั้งแต่วันนี้ ถึง 7 กันยายน 2568 สนใจ Click Link https://line.me/S/sticker/35381  OCEAN LIFE ไทยสมุทรประกันชีวิต ใช้ความรักเป็นพลังขับเคลื่อนธุรกิจโดยไม่หยุดพัฒนาในทุกมิติ เพื่อทำให้ประกันชีวิตเป็นเรื่องง่าย ทำให้คนไทยเข้าถึงประโยชน์ของการประกันชีวิตได้มากที่สุด พร้อมแล้วที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลโลกและสังคมไทย เพื่อส่งมอบอนาคตที่ยั่งยืนให้กับคนรุ่นต่อไปได้ใช้ชีวิตอย่างมั่นคง มั่นใจ ปลอดภัย และมีความสุข สนใจติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.ocean.co.th หรือ ติดต่อ OCEAN LIFE CONTACT CENTER  1503  

22 Aug 2025

...

เอไอเอ ประเทศไทย นำโดย นางอลิสา สิมะโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายตัวแทนประกันชีวิต พร้อมคณะผู้บริหารและพลังตัวแทน เดินหน้าจัดโครงการ AIA CI SHARE AND CARE ด้วยความร่วมมือกับสภากาชาดไทย โดยนางจันทร์ประภา วิชิตชลชัย รองผู้อำนวยการสำนักงานจัดหารายได้ สภากาชาดไทย ให้เกียรติเข้าร่วมงาน ซึ่งโครงการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อมุ่งส่งมอบความคุ้มครองโรคร้ายแรงให้แก่คนไทยทั่วประเทศ พร้อมกับระดมเงินสมทบโครงการช่วยเหลือผู้ป่วยโรคร้ายแรงยากไร้ผ่านสภากาชาดไทย ซึ่งทุก ๆ การซื้อกรมธรรม์ผลิตภัณฑ์ประกันโรคร้ายแรง ลูกค้าเอไอเอจะได้มีส่วนร่วมในการส่งมอบความห่วงใยให้แก่ผู้ป่วยยากไร้   โดยเอไอเอ ประเทศไทย จะร่วมบริจาคเงินจำนวน 30 บาทต่อ 1 กรมธรรม์ ให้แก่สภากาชาดไทย รวมบริจาคเป็นเงินมูลค่าถึง 3,000,000 บาท เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้ที่เป็นโรคร้ายแรง อาทิ โรคมะเร็ง โรคหลอดเลือดทางสมอง ให้ได้รับโอกาสในการเข้าถึงการรักษาและส่งเสริมคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น ตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของเอไอเอ ในการเป็นผู้นำด้าน ESG ด้วยการดำเนินธุรกิจโดยยึดมั่นถึงการตอบแทนคืนสู่สังคมอย่างแท้จริง ผ่านโครงการเพื่อสังคมต่าง ๆ ทั้งในด้านสังคม สิ่งแวดล้อม และธรรมาภิบาล มาอย่างต่อเนื่องตลอดกว่า 87 ปีของการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย ตามคำมั่นสัญญา “Healthier, Longer, Better Lives – เพื่อสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้น”     สำหรับโครงการ AIA CI SHARE AND CARE ลูกค้าที่ซื้อกรมธรรม์ AIA Critical Illness Premium Payment Rider หรือสัญญาเพิ่มเติมที่ให้ความคุ้มครองโรคร้ายแรง (Critical Illness) ระหว่างวันที่ 1 กรกฎาคม – 31 ธันวาคม 2568 จะได้มีส่วนร่วมในการแบ่งปันความช่วยเหลือไปสู่ผู้ป่วยโรคร้ายแรงยากไร้ เพื่อส่งเสริมให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งการให้อย่างแท้จริง ซึ่งผู้ที่สนใจสามารถศึกษาข้อมูลผลิตภัณฑ์ประกันโรคร้ายแรงได้ที่เว็บไซต์ aia.co.th หรือสอบถามได้ที่ตัวแทนประกันชีวิตเอไอเอ    

21 Aug 2025

...

BKIH ยืนหยัดความแข็งแกร่ง 6 เดือนแรก ปี 2568 ทำกำไร 1,549.5 ล้านบาท จากที่บริษัทลูก BKI ทำรายได้จากการประกันภัยกว่า 15,735.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.9% และมีกำไรกว่า 1,544 ล้านบาท ดร.อภิสิทธิ์ อนันตนาถรัตน กรรมการและประธานคณะผู้บริหาร บริษัท บีเคไอ โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BKIH และ บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ BKI เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานของ BKIH ในไตรมาสที่ 2 ของปี 2568 (เม.ย.-มิ.ย.) มีกำไรสุทธิ 978.2 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 3.5 คิดเป็นกำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐาน 9.19 บาท สำหรับผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนของปี 2568 บีเคไอ โฮลดิ้งส์ มีรายได้จากการประกันภัย 15,735.7 ล้านบาท เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.9 มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 1,549.5 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 15.6 คิดเป็นกำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐาน 14.55 บาท โดยที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ มีมติให้จ่ายเงินปันผลระหว่างกาล สำหรับผลประกอบการของไตรมาสที่ 2 ปี 2568 แก่ผู้ถือหุ้นในอัตราหุ้นละ 3.75 บาท ในวันที่ 5 กันยายน 2568 และเมื่อรวมกับเงินปันผลไตรมาสที่ 1 เท่ากับจ่ายเงินปันผล 6 เดือนแรกของปี 2568 ให้แก่ผู้ถือหุ้น 7.50 บาทต่อหุ้น          ในส่วนของบริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ BKI ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่สร้างรายได้หลักของบีเคไอ โฮลดิ้งส์ (BKIH) ในไตรมาสที่ 2 ของปี 2568 (เม.ย.-มิ.ย.)  มีรายได้จากการประกันภัย 7,593.0 ล้านบาท เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.6 และมีค่าใช้จ่ายในการบริการประกันภัยสุทธิ 6,946.5 ล้านบาท ส่งผลให้มีผลการดำเนินงานการบริการประกันภัย 646.5 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 19.4 เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน สำหรับรายได้จากการลงทุนสุทธิเท่ากับ 453.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 20.4 โดยเมื่อรวมรายได้อื่นและหักค่าใช้จ่ายอื่นๆ ทำให้มีกำไรก่อนหักค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ 1,117.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.1 เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน และเมื่อหักค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้แล้ว มีกำไรสุทธิ 980.2 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 3.6 คิดเป็นกำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐาน 9.21 บาท โดยผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนของปี 2568 มีรายได้จากการประกันภัย 15,735.7 ล้านบาท เมื่อเปรียบเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.9 และมีรายได้จากการลงทุนสุทธิเท่ากับ 893.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 7.8 โดยเมื่อรวมรายได้อื่นและหักค่าใช้จ่ายทั้งสิ้นแล้ว ทำให้กรุงเทพประกันภัยมีกำไรก่อนหักค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ 1,782.5 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 13.8 และเมื่อหักค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้แล้ว มีกำไรสำหรับงวด 1,544.9 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 16.3 คิดเป็นกำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐาน 14.51 บาท

21 Aug 2025

ECONOMY- FINANCE / เศรษฐกิจ - การเงิน

...

นายวีระชัย อมรถกลสุเวช รองผู้อำนวยการธนาคารออมสินอาวุโส รักษาการผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารออมสินพร้อมเดินหน้าเคียงข้างประชาชนและภาคธุรกิจไทย โดยประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลง 0.25% ต่อปี สอดคล้องกับมติคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เพื่อช่วยลดภาระทางการเงิน เพิ่มสภาพคล่อง และสนับสนุนการปรับตัวของผู้ประกอบการและประชาชน การปรับลดครั้งนี้เป็นการสานต่อมาตรการช่วยเหลือที่ธนาคารได้ริเริ่มมาก่อนหน้านี้ ซึ่งได้เคยนำร่องลดดอกเบี้ยเงินกู้มาแล้ว 2 ครั้ง ในปี 2568 เพื่อบรรเทาผลกระทบจากต้นทุนทางการเงินและกระตุ้นการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในวงกว้าง ทั้งยังสะท้อนการยึดมั่นในแนวทาง “ธนาคารเพื่อสังคม” ที่พร้อมปรับลดกำไรให้อยู่ในระดับเหมาะสม เพื่อขยายความสามารถในการช่วยเหลือภารกิจทางสังคมได้มากขึ้น ธนาคารออมสินจึงประกาศลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ทุกประเภท ดังนี้ อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ขั้นต่ำสำหรับลูกค้ารายย่อย (MRR) ลดเหลือ 6.295% ต่อปี อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ขั้นต่ำสำหรับลูกค้าสินเชื่อรายใหญ่ (MLR) ลดเหลือ 6.325% ต่อปี อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ขั้นต่ำสำหรับลูกค้าใช้วงเงินเบิกเกินบัญชี (MOR) ลดเหลือ 6.095% ต่อปี ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ทั้ง 3 ประเภทของธนาคาร (MRR / MLR / MOR) ยังคงต่ำที่สุดในระบบ เมื่อเทียบกับอัตราดอกเบี้ยของธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ ทั้งนี้ ธนาคารจะยังคงตรึงอัตราดอกเบี้ยเงินฝากเดิม เพื่อให้ผู้ฝากยังได้รับผลตอบแทนที่เหมาะสมตามภารกิจส่งเสริมการออม ควบคู่กับการสนับสนุนให้เศรษฐกิจปรับตัวรับมือกับความผันผวนของเศรษฐกิจโลก และแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างภายในประเทศที่กระทบกำลังซื้อและความสามารถในการแข่งขัน โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 15 สิงหาคม 2568 เป็นต้นไป หรือจนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง    

18 Aug 2025


...

นายคาเนทสุกุ มิเกะ (ที่ 6 จากขวา) ประธานกรรมการ MUFG นายโนริอากิ โกโตะ (ที่ 4 จากขวา) ประธานกรรมการ และนายเคนอิจิ ยามาโตะ (ที่ 6 จากซ้าย) กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ให้การต้อนรับนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ (กลาง) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ที่งานสัมมนาสุดยิ่งใหญ่แห่งปี Krungsri-MUFG Business Forum 2025 ภายใต้แนวคิด “Thriving to Sustainable Future” กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)) ก้าวสู่ความสำเร็จในวาระครบรอบปีที่ 80 ด้วยวิสัยทัศน์มุ่งสู่การเป็นธนาคารแห่งภูมิภาคเพื่อความยั่งยืน โดยร่วมมือกับ MUFG หนึ่งในกลุ่มสถาบันการเงินที่ใหญ่ที่สุดในโลก  จัดงานสัมมนาสุดยิ่งใหญ่แห่งปี Krungsri-MUFG Business Forum 2025 ภายใต้แนวคิด “Thriving to Sustainable Future” เวทีที่รวบรวมผู้นำจากหลากหลายอุตสาหกรรมมาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและกลยุทธ์การเติบโตท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก พร้อมตอกย้ำพันธกิจระยะยาวร่วมกันของทั้งสององค์กรในการขับเคลื่อนความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทยอย่างยั่งยืน นายคาเนทสุกุ มิเกะ ประธานกรรมการ MUFG กล่าวว่า “ปี 2568 เป็นโอกาสครบรอบ 80 ปีที่กรุงศรีได้ให้บริการลูกค้าทั้งในประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน ในนามของ MUFG ซึ่งเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ ขอแสดงความยินดีกับกรุงศรีในวาระนี้         อันเป็นหมุดหมายสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงการมีส่วนร่วมของกรุงศรีต่อการเสริมสร้างเศรษฐกิจและสังคมไทยอย่างต่อเนื่อง ภายใต้แผนธุรกิจระยะกลางของ MUFG (ปีงบประมาณ 2567-2569) การเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้ธุรกิจของเราในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกยังคงเป็นเป้าหมายหลักในการขับเคลื่อนการเติบโต โดยประเทศไทยยังคงเป็นตลาดหลักที่มีความสำคัญเชิง          กลยุทธ์ ทั้งนี้ ตลอดระยะเวลาความร่วมมือกับกรุงศรีกว่า 12 ปี เราได้สร้างความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นเสมือนคนในครอบครัว และเราจะยังคงยืนหยัดร่วมกันในการผลักดันการพัฒนาอย่างยั่งยืนและเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจไม่เพียงแต่ในประเทศไทย แต่ยังครอบคลุมทั่วทั้งภูมิภาคอีกด้วย”   นายคาเนทสุกุ มิเกะ ประธานกรรมการ MUFG   นายเคนอิจิ ยามาโตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ในโอกาสครบรอบ 80 ปีของกรุงศรี สะท้อนถึงเส้นทางการเติบโตของเราตั้งแต่จุดเริ่มต้นที่เรียบง่ายสู่การเป็นสถาบันการเงินที่ใหญ่เป็นอันดับห้าของประเทศไทย และให้บริการลูกค้ากว่า 19 ล้านรายทั่วทั้งภูมิภาคอาเซียน บนเส้นทางดังกล่าว กรุงศรีได้ก้าวข้ามวิกฤติเศรษฐกิจ รวมถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อเศรษฐกิจและสังคมทั่วโลก การยืนหยัดอย่างมั่นคงท่ามกลางสถานการณ์ดังกล่าวได้หล่อหลอมให้กรุงศรีมีความแข็งแกร่ง พร้อมรับมือกับความท้าทายที่ซับซ้อนในปัจจุบันทั้งระดับโลกและระดับประเทศ ไม่ว่าจะเป็นความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ รวมถึงการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีและสภาพภูมิอากาศ”     นายเคนอิจิ ยามาโตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)   “เพื่อการเติบโตอย่างมั่นคงในสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว กรุงศรีมุ่งเน้นการเสริมความแข็งแกร่งในธุรกิจหลัก (Core Banking) เร่งขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล สนับสนุนวัฒนธรรมเชิงนวัตกรรม และดำเนินธุรกิจบนความยั่งยืน โดยมีเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Krungsri Net Zero Vision) ภายในปี 2573” กรุงศรี มุ่งมั่นที่จะเป็นธนาคารพันธมิตรที่ลูกค้าธุรกิจไว้วางใจ พร้อมส่งเสริมให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงผ่านการดำเนินงานใน 3 ด้านหลัก ได้แก่ การเชื่อมโยงกลยุทธ์และความร่วมมือ: ขับเคลื่อนโครงการต่าง ๆ ที่สอดคล้องกับนโยบายสำคัญของประเทศไทย พร้อมใช้ประโยชน์จากเครือข่ายระดับโลกของ MUFG เพื่อส่งเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งรวมถึงการพัฒนาโซลูชันทางการเงิน ความเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมต่าง ๆ และการขยายความร่วมมือในระดับภูมิภาค เพื่อเสริมศักยภาพการแข่งขันให้กับลูกค้าทั่วทั้งอาเซียน นวัตกรรมดิจิทัล: ยกระดับขีดความสามารถให้เหนือกว่าการให้บริการทางการเงินแบบดั้งเดิม ด้วยการลงทุนในโซลูชันดิจิทัล และเทคโนโลยีที่ขับเคลื่อนด้วย AI ควบคู่กับการบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างรอบด้าน เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านและการเติบโตของลูกค้าอย่างมีประสิทธิภาพ พันธกิจด้านความยั่งยืน: บูรณาการแนวคิดด้านความยั่งยืนเข้าเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินธุรกิจ พร้อมส่งเสริมสังคมที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจ ความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิตของประชาชน ทั้งนี้ กรุงศรีได้ตั้งเป้าหมายใหม่ที่จะเพิ่มการสนับสนุนทางการเงินให้แก่โครงการธุรกิจเพื่อสังคมและความยั่งยืน (SSF) ให้ถึง 250,000 ล้านบาทภายในปี 2573 ตอกย้ำถึงความเป็นผู้นำในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสีเขียวและการพัฒนาอย่างยั่งยืน งาน Krungsri-MUFG Business Forum 2025: Thriving to a Sustainable Future” ได้รับเกียรติจากผู้นำด้านเศรษฐกิจ การเงิน และธุรกิจระดับประเทศและระดับโลก มาร่วมแสดงวิสัยทัศน์ และแบ่งปันมุมมองเชิงลึกในการสร้างธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน รวมทั้งกิจกรรมต่าง ๆ อาทิ การนำเสนอแผนธุรกิจเพื่อร่วมเปลี่ยนโลกในโครงการ Krungsri ESG Awards และการมอบเกียรติบัตร Krungsri ESG Academy สำหรับผู้ประกอบการธุรกิจเข้าร่วมแนวทางการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน เป็นต้น ภายในงาน กรุงศรียังได้เน้นย้ำถึงบทบาทผู้นำในการนำเสนอโซลูชันทางการเงินที่สร้างสรรค์ พร้อมแนวทางด้านความยั่งยืน ที่ครอบคลุมมากกว่ากรอบ ESG แบบดั้งเดิม โดยมุ่งมั่นส่งมอบเครื่องมือ พันธมิตร และความมั่นใจให้แก่ลูกค้า เพื่อรับมือกับความท้าทายทางเศรษฐกิจในยุคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และเสริมศักยภาพการแข่งขันในระดับภูมิภาคอาเซียน “งานในวันนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของกรุงศรีในการเป็นธนาคารพันธมิตรที่ลูกค้าธุรกิจเชื่อมั่นและไว้วางใจ พร้อมสนับสนุนการเติบโตและปรับตัวของลูกค้าในทุกมิติ เราเชื่อว่าพลังของความร่วมมือ นวัตกรรม รวมถึงแนวทางการดำเนินธุรกิจที่ยึดหลักความยั่งยืน คือกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้ธุรกิจสามารถก้าวข้ามการเปลี่ยนแปลงและความซับซ้อนของโลกยุคใหม่ได้อย่างมั่นใจ ตลอด 80 ปีที่ผ่านมากรุงศรีได้เติบโตเคียงข้างภาคธุรกิจและสังคมไทยอย่างต่อเนื่อง และจะยังคงยึดมั่นในพันธกิจที่จะไม่เพียงแค่ช่วยให้ธุรกิจอยู่รอด แต่จะต้องเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน ด้วยความเชื่อมั่นในศักยภาพของประเทศไทย และพลังในการสร้างอนาคตที่ยั่งยืนและรุ่งเรืองไปด้วยกัน” นายยามาโตะ กล่าวปิดท้าย  

12 Aug 2025

...

นายวีระชัย อมรถกลสุเวช รองผู้อำนวยการธนาคารออมสินอาวุโส รักษาการผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าวในการประชุมผู้บริหารสายงานกิจการสาขา ซึ่งมีผู้บริหารธนาคารทั้งจากส่วนกลาง และสายงานกิจการสาขา กว่า 1,600 คนทั่วประเทศเข้าร่วมงาน เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2568 ณ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเชียงใหม่ จ. เชียงใหม่ เพื่อกำหนดทิศทางการดำเนินงานในช่วงครึ่งหลังของปี 2568 เดินหน้าทำธุรกิจภายใต้ยุทธศาสตร์ธนาคารเพื่อสังคมต่อเนื่อง มั่นใจว่าภายในสิ้นปี 2568 ธนาคารจะสามารถสร้าง Social Impact ได้มากขึ้นตามเป้าหมายเป็นเม็ดเงินไม่ต่ำกว่า 17,000 ล้านบาท   สำหรับนวัตกรรมการเงินเพื่อสังคมในช่วงครึ่งปีหลัง เน้นให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการและลูกค้ารายย่อย สามารถเข้าถึงแหล่งทุนที่ช่วยประคับประคองธุรกิจ และทำให้มีสภาพคล่องเพียงพอรองรับสภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวนไม่แน่นอนจากปัจจัยภายในและภายนอก ผ่านการให้สินเชื่อที่มอบเงื่อนไขพิเศษเพื่อผู้ประกอบการ ได้แก่ สินเชื่อ GSB Smooth Biz, GSB D-VERs, GSB D-Home และมาตรการลดดอกเบี้ยสูงสุด 3% ต่อปี แก่ลูกค้าธนาคารที่เป็นผู้ส่งออก และ Supply Chain ของผู้ส่งออกที่ได้รับผลกระทบทั้งทางตรง/ทางอ้อม จากมาตรการภาษี Trump Tariff ซึ่งเร็ว ๆ นี้ ธนาคารเตรียมออกมาตรการช่วยเหลือเพิ่มเติมเพื่อลดภาระผู้ประกอบการในเรื่องนี้ พร้อมกับช่วยกระตุ้นภาคธุรกิจที่สำคัญเพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจโดยรวมอีกด้วย   นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์สินเชื่อเพื่อช่วยลดภาระรายย่อย ได้แก่ สินเชื่อเคหะรีไฟแนนซ์ อัตราดอกเบี้ย 0% 3 เดือน (เฉลี่ย 3 ปีแรก ดอกเบี้ยต่ำสุดที่ 2.85% ต่อปี) สินเชื่อบ้านเติมตังค์ อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปี ต่ำสุด 4.99% ต่อปี และ สินเชื่อบ้านแลกเงิน คิดอัตราดอกเบี้ยต่ำสุด 3.59% ต่อปี (6 เดือนแรก) ตลอดจนการเร่งปล่อยสินเชื่อเพื่อช่วยเหลือกลุ่มฐานราก อาทิ สินเชื่อโครงการธนาคารประชาชน สินเชื่อสร้างเครดิตสร้างโอกาส สินเชื่อสำหรับผู้ไม่เคยมีประวัติเครดิต สินเชื่อส่งดีมีเติมพลัส สนับสนุนลูกค้าดีให้กู้เพิ่มได้ ซึ่งธนาคารคาดว่าตลอดปี 2568 จะสามารถช่วยเติมเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ และเพิ่มสภาพคล่องแก่ผู้ประกอบการ รวมถึงลูกค้ารายย่อย ผ่านการปล่อยสินเชื่อวงเงินรวมกว่า 2 แสนล้านบาท     ส่วนด้านเงินฝาก เน้นส่งเสริมการออมแบบมีระยะเวลาและเป้าหมาย ไม่ว่าจะเป็นสลากออมสินพิเศษ เงินฝากเผื่อเรียกพิเศษแบบมีระยะเวลา เงินฝากเผื่อเรียกพิเศษเพื่อการเกษียณ 10 ปี เงินฝาก Smart Junior เพื่อส่งเสริมการออมในเยาวชน เป็นต้น ตั้งเป้าหมายเม็ดเงินการออมโดยมีเงินฝากเพิ่มสุทธิไม่ต่ำกว่า 65,000 ล้านบาท ภายในปี 2568 ทั้งนี้ ธนาคารออมสินดำเนินธุรกิจเป็นธนาคารเพื่อสังคม หรือ Social Bank ด้วยบทบาทหลัก 4 ด้าน คือ 1) การเปิดโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินในระบบสถาบันการเงิน 2) การแก้ไขปัญหาหนี้ 3) บทบาทการพัฒนาสังคมและชุมชน และ 4) การสนับสนุนนโยบายรัฐบาลในการกระตุ้นเศรษฐกิจ ด้วยการสร้างสรรค์และขับเคลื่อนงานทั้ง 4 ด้าน โดยอิงแนวคิด Creating Shared Value (CSV) เพื่อให้ธนาคารสามารถทำกำไรทางธุรกิจในระดับที่เหมาะสม ควบคู่กับการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม ที่นำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนของธุรกิจและสังคมอย่างเป็นรูปธรรม    

08 Aug 2025

...

ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank  ขอเชิญชวนลูกค้าสินเชื่อของ SME D Bank เปิดใช้บริการ “บัญชีเงินฝาก e-Saving ประเภทไม่มีสมุดคู่ฝาก”  ช่วยให้การทำธุรกรรมเป็นเรื่องสะดวก และปลอดภัย โดยไม่ต้องใช้สมุดคู่ฝาก ลดภาระในการพกพาเอกสาร  โดยสามารถรองรับการทำธุรกรรมได้ทั้งผ่านสาขาธนาคาร และ Mobile Banking   สำหรับบัญชีเงินฝาก e-Saving ฯ ของ SME D Bank  เบื้องต้นรองรับให้บริการกลุ่มลูกค้าสินเชื่อประเภทบุคคลธรรมดา โดยเปิดรับเงินฝากขั้นต่ำเพียง 100 บาท  มีประโยชน์สามารถรองรับการตัดชำระค่างวดสินเชื่ออัตโนมัติ ช่วยเพิ่มความสะดวกและลดความเสี่ยงในการลืมชำระหรือชำระล่าช้า นอกจากนั้น เงินที่ฝากไว้ ยังได้รับดอกเบี้ยเงินฝากในอัตรา 0.50% ต่อปี  จ่ายดอกเบี้ยทบต้นเข้าสู่บัญชีปีละ 2 ครั้ง ในเดือนมิถุนายน และเดือนธันวาคมของทุกปี  สามารถแจ้งความประสงค์เปิดใช้บริการได้ ณ สาขาของ SME D Bank ทั่วประเทศ ตั้งแต่ 1 สิงหาคม 2568 เป็นต้นไป  สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม Call Center 1357

05 Aug 2025

...

นายวีระชัย อมรถกลสุเวช รองผู้อำนวยการธนาคารออมสินอาวุโส เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ความไม่สงบบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา รวมถึงเหตุอุทกภัยในพื้นที่ภาคเหนือของประเทศที่ยังคงรุนแรงและส่งผลกระทบโดยตรงต่อความเป็นอยู่ของประชาชนจำนวนมาก ธนาคารออมสินจึงเร่งออกมาตรการ “พักหนี้อัตโนมัติ ไม่คิดดอกเบี้ย” เพื่อช่วยบรรเทาภาระของลูกค้าธนาคารที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งมีอยู่จำนวนกว่า 40,000 บัญชี คิดเป็นเงินต้นกว่า 9,000 ล้านบาท มาตรการพักชำระเงินต้นและดอกเบี้ย นาน 3 เดือน – ดอกเบี้ยที่เกิดขึ้น ธนาคารยกให้ ไม่ต้องจ่ายคืน! ครอบคลุมลูกหนี้สินเชื่อทุกกลุ่ม (ยกเว้นบางประเภทตามเงื่อนไข*) โดยมีหลักเกณฑ์สำคัญ คือ พักชำระหนี้อัตโนมัติ ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย เป็นเวลา 3 เดือน โดยดอกเบี้ยในช่วงเวลาพักหนี้ธนาคารยกให้ทั้งหมด ลูกหนี้ไม่ต้องชำระภายหลัง และเมื่อพักหนี้ครบกำหนด ลูกหนี้ชำระหนี้ตามเงื่อนไขสัญญาเดิม เป็นลูกหนี้ที่มีภูมิลำเนา ที่อยู่อาศัย หรือสถานที่ประกอบอาชีพในพื้นที่ภัยพิบัติตามประกาศของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ธนาคารจะส่ง SMS หรือจดหมาย ส่งตรงถึงผู้ที่ได้รับสิทธิ์ กรณีไม่ประสงค์เข้าร่วมมาตรการ ลูกหนี้สามารถติดต่อแจ้งสาขาที่สะดวก หรือแจ้งที่ GSB Contact Center โทร. 1115 กรณีลูกหนี้ได้รับ SMS หรือจดหมายจากธนาคาร แต่ไม่ประสงค์เข้าร่วมมาตรการพักหนี้ สามารถชำระหนี้ได้ตามปกติ ธนาคารจะนำเงินงวดไปตัดลดต้นเงินทั้งจำนวน ธนาคารออมสินขอส่งกำลังใจไปยังพี่น้องประชาชนในทุกพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ พร้อมยืนยันว่าจะอยู่เคียงข้างและให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ เพื่อให้ลูกค้ากลับมาดำเนินชีวิตได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับมาตรการฯ ได้ที่เว็บไซต์ www.gsb.or.th *หมายเหตุ : ไม่รวมสินเชื่อบางประเภท เช่น สินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่, สินเชื่อชีวิตสุขสันต์, สินเชื่อตามนโยบายรัฐ (PSA) และสินเชื่อสำหรับผู้มีรายได้ประจำ

30 Jul 2025

...

ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ช่วยลดภาระค่าครองชีพให้กับลูกค้า กับผลิตภัณฑ์ “สินเชื่อบ้านสุขสันต์ ปี 2568” สำหรับผู้ที่ต้องการรีไฟแนนซ์ (ไถ่ถอนจำนองจากสถาบันการเงินอื่น) รีไฟแนนซ์พร้อมปลูกสร้าง หรือต่อเติม ซ่อมแซม ซื้ออุปกรณ์หรือสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อประโยชน์ในการอยู่อาศัย พร้อมชำระหนี้เพื่อไถ่ถอนจำนอง โดยผู้ที่ทำประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อ (MRTA / MLTA) จะได้รับอัตราดอกเบี้ยคงที่ ปีแรกเพียง 0.99% ต่อปี, ปีที่ 2 เท่ากับ 3.50% ต่อปี, ปีที่ 3 เท่ากับ 4.20% ต่อปี (อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรก เท่ากับ 2.90%), ปีที่ 4 จนถึงตลอดอายุสัญญา กรณีลูกค้าสวัสดิการ เท่ากับ MRR -1.00% ต่อปี, ลูกค้ารายย่อย เท่ากับ MRR-0.50% ต่อปี และซื้ออุปกรณ์ ฯ / ชำระหนี้ ฯ เท่ากับ MRR (อัตราดอกเบี้ย MRR ของ ธอส. ปัจจุบันอยู่ที่ 6.495% ต่อปี) ผ่อนชำระนานสูงสุด 40 ปี กรณีกู้ 1 ล้านบาท เงินงวดผ่อนชำระเริ่มต้นเพียงเดือนละ 2,600 บาท ซึ่งจะช่วยลดภาระการผ่อนชำระให้กับลูกค้าได้เป็นอย่างดี ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจสามารถยื่นคำขอกู้และทำนิติกรรมภายในวันที่ 30 ธันวาคม 2568 สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ธอส.ทุกสาขาทั่วประเทศ G H Bank Call Center โทร.0-2645-9000 หรือ Facebook Fanpage ธนาคารอาคารสงเคราะห์ และติดตามข่าวสารของธนาคารได้ที่ Application : GHB ALL GEN และ www.ghbank.co.th  

21 Jul 2025

...

ธ.ก.ส. เปิดตัวเงินฝากออมทรัพย์พิเศษโครงการ “เงินฝากทองเอก” รับดอกเบี้ยล่วงหน้าเข้าบัญชีเงินฝากทันทีตั้งแต่วันที่เริ่มฝากเงิน ฝากขั้นต่ำ 100,000 บาท สูงสุดไม่เกิน 100 ลบ.ต่อ/ราย ระยะเวลา 9 เดือน รับฝากตั้งแต่วันนี้จนถึง 31 สิงหาคม 2568 ที่ ธ.ก.ส. ทุกสาขาทั่วประเทศ               นายไพศาล หงษ์ทอง รองผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)  เปิดเผยว่า เพื่อสนับสนุนการออมเงินอย่างต่อเนื่องสำหรับผู้ที่กำลังมองหาผลิตภัณฑ์เงินฝากที่ได้ผลตอบแทนที่แน่นอน ธนาคารจึงได้เปิดตัว “เงินฝากทองเอก” รับดอกเบี้ยร้อยละ 1.60 ต่อปี พิเศษ! รับดอกเบี้ยล่วงหน้าเข้าบัญชีเงินฝากออมทรัพย์คู่โอนทันทีในวันที่ฝากเงิน ฝากขั้นต่ำครั้งละ 100,000 บาท รวมฝากสูงสุดไม่เกิน 100 ล้านบาทต่อราย ส่วนลูกค้านิติบุคคลและสถาบันที่ไม่มีวัตถุประสงค์เพื่อหากำไร รับฝากขั้นต่ำ 100,000 บาท สูงสุดไม่เกิน 10 ล้านบาทต่อรายระยะเวลา 9 เดือน (ครบกำหนดแบบวันชนวัน) สำหรับบุคลธรรมดาไม่เสียภาษีดอกเบี้ยเงินฝากอีกด้วย ส่วนนิติบุคคลเสียภาษีตามประกาศสรรพากรกรณีหากผู้ฝากถอนเงินฝากบางส่วนหรือปิดบัญชีก่อนครบกำหนดระยะเวลาฝาก 9 เดือน ธนาคารจะเรียกคืนดอกเบี้ยเงินฝากเท่ากับดอกเบี้ยเงินฝากล่วงหน้าทั้งหมดของเงินที่ถอน      สำหรับ ลูกค้าที่สนใจออมเงินกับ “เงินฝากทองเอก” สามารถติดต่อเปิดบัญชีได้ที่สาขาของ ธ.ก.ส. ทั่วประเทศ ตั้งแต่วันนี้จนถึง 31 สิงหาคม 2568 หรือธนาคารจะปิดรับฝากก่อนกำหนดเมื่อมีผู้ฝากเงินครบวงเงินรวมโครงการ 50,000 ล้านบาท ทั้งนี้ กรณีลูกค้าเดิมของธนาคารที่ออมเงินกับผลิตภัณฑ์เงินฝากดอกเบี้ยทันใจ (11 เดือน) เงินฝากทองพันชั่ง (8 เดือน) และเป็นบัญชีเงินฝากเจ้าของคนเดียวที่มีสถานะบัญชี Active สามารถใช้สมุดเงินฝากเล่มเดิมเพื่อฝากเงินฝากทองเอกได้ทั้งจำนวนที่ครบกำหนด หรือฝากเงินใหม่เพิ่มอีกได้ขั้นต่ำครั้งละ 100,000 บาท สูงสุดไม่เกิน 100 ล้านบาทต่อราย ส่วนลูกค้านิติบุคคลและสถาบันที่ไม่มีวัตถุประสงค์เพื่อหากำไร รับฝากขั้นต่ำ 100,000 บาท สูงสุดไม่เกิน 10 ล้านบาทต่อราย สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Call Center 02 555 0555        

09 Jul 2025

SOCIETY / ภาพข่าว - สังคม - CSR

...

บมจ.ไทยสมุทรประกันชีวิต รักคือพลังของชีวิต โดยคุณสุนันท์ มีสวัสดิ์ ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารทรัพยากรบุคคล พร้อมด้วยพนักงานจิตอาสา ได้ร่วมกันส่งมอบถุงผ้าใส่ยา ให้แก่ โรงพยาบาลสวนเบญจกิติเฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษา โดยได้รับเกียรติจาก คุณศรมิษฐ์ พิสุทธิ์ธนกาญจน์ และคุณนิจศรา พรหมเวียงชัย รองผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ โรงพยาบาลสวนเบญจกิติเฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษา เป็นผู้รับมอบ เพื่อนำไปใช้เพื่อดูแลผู้ป่วยและชุมชน การมอบถุงผ้าใส่ยาในครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ OCEAN LIFE ไทยสมุทร ในการดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับการสร้างคุณค่าให้แก่สังคมอย่างยั่งยืน โดยปลูกฝังให้พนักงานมีส่วนร่วมในการแบ่งปันและสร้างสรรค์สิ่งดี ๆ เพื่อส่วนรวม อีกทั้งยังเป็นการลดใช้พลาสติกและส่งเสริมการใช้สิ่งของที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย OCEAN LIFE ไทยสมุทรประกันชีวิต ใช้ความรักเป็นพลังขับเคลื่อนองค์กร โดยไม่หยุดพัฒนาในทุกมิติ เพื่อทำให้ประกันชีวิตเป็นเรื่องง่าย ทำให้คนไทยเข้าถึงประโยชน์ของการประกันชีวิตได้มากที่สุด พร้อมแล้วที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลโลกและสังคม เพื่อส่งมอบอนาคตที่ยั่งยืนให้กับคนรุ่นต่อไปได้ใช้ชีวิตอย่างมั่นคง มั่นใจ ปลอดภัย มีความสุข สนใจติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.ocean.co.th หรือ ติดต่อ OCEAN LIFE CONTACT CENTER 1503  

25 Aug 2025


...

พลโท อมฤต บุญสุยา แม่ทัพภาคที่ 1 เป็นผู้แทนรับสิ่งของจำเป็น อาทิ ถุงเท้า จำนวน 3,000 คู่ และชุดชั้นในชาย จำนวน 3,000 ชุด จากคุณปนัดดา ชุติโกมล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ และคุณศิริขวัญ ทรงสิทธิโชค ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กรฯ บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) เพื่อส่งต่อให้แก่ทหารที่ปฏิบัติหน้าที่ปกป้องประเทศตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา ณ กองทัพภาคที่ 1 โดยมี พลตรี ณัฐเดช จันทรางศุ รองแม่ทัพภาคที่ 1 และพลตรี สุรวิชญ์ แดงจันทร์ เสนาธิการกองทัพภาคที่ 1 ร่วมเป็นเกียรติและสักขีพยาน สิ่งของที่นำมามอบในครั้งนี้ ถือเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับการปฏิบัติภารกิจในพื้นที่ชายแดน ซึ่งมีสภาพอากาศร้อนจัด ฝนตกชุก และภูมิประเทศที่ทุรกันดาร การจัดเตรียมเครื่องแต่งกายที่สะอาดและเหมาะสม ไม่เพียงช่วยเพิ่มความสะดวกสบาย แต่ยังลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคผิวหนัง และส่งเสริมให้ทหารสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ทิพยประกันภัยให้ความสำคัญและตระหนักถึงความเสียสละของกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ด่านหน้า จึงมุ่งมั่นสนับสนุนและดูแลอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติภารกิจอันสำคัญของชาติต่อไป  

21 Aug 2025

...

บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ได้รับรางวัลด้านการกำกับดูแลกิจการที่ดี ประเภท ASEAN Asset Class PLCs จากโครงการ ASEAN Corporate Governance Scorecard (ACGS) ประจำปี 2568 รางวัลนี้ได้รับการสนับสนุนจาก ASEAN Capital Markets Forum (ACMF) และธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) เพื่อยกย่องและประกาศเกียรติคุณให้แก่บริษัทจดทะเบียนในภูมิภาคอาเซียนที่มีการกำกับดูแลกิจการที่ดี โดย กรุงเทพประกันชีวิต ได้รับรางวัลประเภท ASEAN Asset Class PLCs ซึ่งมอบให้กับบริษัทที่ได้คะแนนตั้งแต่ 97.50 คะแนนขึ้นไป ซึ่งเป็น 1 ใน 74 บริษัทจดทะเบียนไทยที่ได้รับรางวัลดังกล่าว แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในด้านการกำกับดูแลกิจการที่ดี เป็นที่ยอมรับในระดับสากล ในการมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนบนรากฐานที่มั่นคงทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ด้วยการสร้างความเชื่อมั่นต่อผู้มีส่วนได้เสียผ่านการดำเนินงานที่เป็นเลิศ เป็นธรรม โปร่งใส และมีการพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง  โครงการ ASEAN CG Scorecard เป็นโครงการซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก ASEAN Capital Markets Forum (ACMF) และธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) เพื่อยกย่องและประกาศเกียรติคุณให้แก่บริษัทจดทะเบียนในอาเซียนที่ดำเนินธุรกิจตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี มีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนทั้งของบริษัทตลอดจนห่วงโซ่คุณค่า  

21 Aug 2025

...

กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) นำโดยนางสาวดวงใจ เจริญชัย ผู้ช่วยเลขาธิการกลุ่มงานสมาชิกสัมพันธ์และสื่อสารองค์กร พร้อมด้วยพนักงาน กบข. นำสิ่งของ อาทิ เสื้อผ้า กางเกงขาสั้น ถุงเท้า อาหารสำเร็จรูป เป็นต้น รวมถึงสิ่งของที่ได้รับการสนับสนุนจากบริษัทผู้เช่าสำนักงานทั้ง 3 อาคาร ที่ กบข. เป็นผู้บริหารจัดการ คือ อาคารอับดุลราฮิม อาคารบางกอกซิตี้ และอาคารจีพีเอฟ วิทยุ มามอบให้กองทัพภาค 2 ค่ายสุรนารี จังหวัดนครราชสีมา โดยมีพลตรีนรธิป โพยนอก รองแม่ทัพภาคที่ 2 เป็นตัวแทนรับมอบ เพื่อนำไปแจกจ่ายยังฐานปฏิบัติการตามแนวชายแดน   กบข. ให้ความสำคัญและดูแลสมาชิกทุกประเภท โดยเฉพาะในช่วงความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ที่มีความห่วงใยทหารผู้เสียสละปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็ง จึงได้จัดหาสิ่งของที่มีความจำเป็นสำหรับการปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดน ด้วยความรู้สึกขอบคุณจากหน่วยงานและประชาชนที่อยู่เบื้องหลัง ไปยังเจ้าหน้าที่ผู้เสียสละทุกท่าน ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่ท้าทายและภารกิจที่สำคัญยิ่งต่อความมั่นคงของประเทศ    

18 Aug 2025

...

บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) เห็นถึงความสำคัญในการส่งเสริมทักษะความรู้ด้านความปลอดภัยให้แก่เยาวชน จึงได้จัดกิจกรรม BKI ส่งเสริมความปลอดภัย ห่วงใยเยาวชน โดยมีคณะผู้บริหารบริษัทฯ พร้อมด้วยพนักงานจิตอาสาบรรเทาภัย (Emergency Response Team: ERT) และวิทยากรจากบริษัท ชิลด์ ไฟร์ เซฟตี้ เซ็นเตอร์ จำกัด ร่วมอบรมให้ความรู้การปฐมพยาบาลเบื้องต้น โดยตั้งแต่เดือนพฤษภาคมถึงกรกฎาคม 2568 ได้จัดกิจกรรมให้แก่นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย รวม 5 แห่ง ณ โรงเรียนแม่จันวิทยาคม จังหวัดเชียงราย โรงเรียนผักไห่ (สุทธาประมุข) จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โรงเรียนบอสโกพิทักษ์ จังหวัดนครปฐม โรงเรียนสตรีพังงา จังหวัดพังงา และโรงเรียนหนองหานวิทยา จังหวัดอุดรธานี   ภายในกิจกรรม พนักงานจิตอาสาบรรเทาภัยและวิทยากรได้แนะนำและสาธิตวิธีการปฐมพยาบาลเบื้องต้น พร้อมฝึกฝนให้น้องๆ เยาวชนได้ร่วมลงมือปฏิบัติอย่างถูกวิธี เช่น การรักษาบาดแผลทั่วไปและบาดแผลจากสัตว์มีพิษและไม่มีพิษ การห้ามเลือด การใส่เฝือก การช่วยเหลือเด็กและผู้ใหญ่จากการสำลักอาหาร รวมถึงการช่วยชีวิตพื้นฐานโดยการทำ CPR และการใช้เครื่อง AED ปั๊มหัวใจ   นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้มอบอุปกรณ์การปฐมพยาบาล รถเข็นผู้ป่วย ชุดเฝือกสำเร็จรูป และกระเป๋ายาพร้อมเวชภัณฑ์ให้แก่โรงเรียนต่างๆ สามารถใช้ประโยชน์ภายในโรงเรียนและยังสามารถช่วยเหลือผู้อื่นได้อีกด้วย สำหรับกิจกรรมดังกล่าว กรุงเทพประกันภัยจัดขึ้นเพื่อให้เยาวชนมีความรู้และทักษะการปฐมพยาบาลขั้นพื้นฐาน สามารถช่วยเหลือผู้ที่ได้รับบาดเจ็บหรือเจ็บป่วยในเบื้องต้นให้ปลอดภัยอย่างถูกวิธีก่อนนําส่งโรงพยาบาลเพื่อรักษาต่อไป ซึ่งบริษัทฯ ยังคงมีแผนการจัดกิจกรรมให้แก่โรงเรียนทั่วทุกภูมิภาคของประเทศอย่างต่อเนื่อง

15 Aug 2025

...

บมจ.ไทยสมุทรประกันชีวิต รักคือพลังของชีวิต โดยคุณนุสรา (อัสสกุล) บัญญัติปิยพจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ (CEO) มอบเงินบริจาค 2,000,000 บาท แก่มูลนิธิมหาวิทยาลัยมหิดล ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์ นายแพทย์ปิยะมิตร ศรีธรา ประธานคณะกรรมการมูลนิธิมหาวิทยาลัยมหิดล ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เป็นผู้รับมอบ การบริจาคในครั้งนี้ เป็นการสนับสนุนการก่อสร้าง MU Bio Plant “โรงงานยาที่มีชีวิต” แห่งแรกของประเทศไทย ในการเป็นศูนย์กลางสำคัญในการต่อยอดงานวิจัยและนวัตกรรมด้านยาและชีววิทยา เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยอย่างยั่งยืน OCEAN LIFE ไทยสมุทรประกันชีวิต ใช้ความรักเป็นพลังขับเคลื่อนธุรกิจโดยไม่หยุดพัฒนาในทุกมิติ เพื่อทำให้ประกันชีวิตเป็นเรื่องง่าย ทำให้คนไทยเข้าถึงประโยชน์ของการประกันชีวิตได้มากที่สุด พร้อมแล้วที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลโลกและสังคมไทย เพื่อส่งมอบอนาคตที่ยั่งยืนให้กับคนรุ่นต่อไปได้ใช้ชีวิตอย่างมั่นคง มั่นใจ ปลอดภัย และมีความสุข สนใจติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.ocean.co.th หรือ ติดต่อ OCEAN LIFE CONTACT CENTER  1503  

14 Aug 2025

...

เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา นายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) พร้อมด้วย นายไพศาล หงษ์ทอง รองผู้จัดการ ธ.ก.ส. ลงพื้นที่เยี่ยมและให้กำลังใจ 2 ครอบครัววีรชนทหารกล้าที่เสียชีวิตระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ปกป้องแผ่นดินไทยจากสถานการณ์ความไม่สงบชายแดนไทย – กัมพูชา ได้แก่ นางกฤษณา น้อยโคตร มารดาของ ส.อ. กฤษฎา น้อยโคตร สังกัดกองร้อยลาดตระเวนระยะไกลที่ 6 กองพลทหารราบที่ 6 เสียชีวิตเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2568 และ นายจันดา ป้องแก้ว บิดาของ จ.ส.อ. อโณทัย ป้องแก้ว สังกัดกองพันปฏิบัติการพิเศษ กรมรบพิเศษที่ 3 (ฉก.90) หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ เสียชีวิตเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2568 โดย ธ.ก.ส. ได้มอบความช่วยเหลือแก่ครอบครัวทหารตามมติที่ประชุมคณะกรรมการธนาคาร เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2568 ที่เห็นชอบการให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ กรณีบุตร หรือคู่สมรส ของลูกค้า ธ.ก.ส. เป็นทหาร หรือ ตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) ที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ในเหตุการณ์ความไม่สงบระหว่างประเทศไทย – กัมพูชา โดยยกหนี้ในส่วนของต้นเงินกู้ทุกสัญญา และยกหนี้ในส่วนของดอกเบี้ยทั้งจำนวน ภายใต้สัญญาที่ใช้แหล่งเงินทุน ธ.ก.ส. เป็นกรณีพิเศษ เพื่อให้ความช่วยเหลือ และลดภาระให้ทั้ง 2 ครอบครัววีรชนทหารที่เสียสละชีวิตเพื่อภารกิจสำคัญในการปกป้องอธิปไตยและความมั่นคงของชาติให้สามารถดำรงชีพต่อไปได้อย่างมั่นคงต่อไป   ฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) โดย ผู้จัดการ ธ.ก.ส. ได้กล่าวแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งกับทั้ง 2 ครอบครัววีรชนทหารกล้าที่ต้องสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก ซึ่งความกล้าหาญเหล่านี้จะถูกจารึกไว้ในความทรงจำของคนไทยตลอดไป โดย ธ.ก.ส. รู้สึกเป็นเกียรติที่ได้มีโอกาสมาให้กำลังใจให้แก่ครอบครัววีรชนผู้เสียสละเพื่อส่งมอบความช่วยเหลือกรณีพิเศษในครั้งนี้ และพร้อมให้การสนับสนุนดูแลในด้านต่าง ๆ ตามภารกิจของธนาคารต่อไป   ในโอกาสนี้ ธ.ก.ส. ยังได้มอบข้าวพร้อมทาน ตราอุ่นอิ่ม ทั้งข้าวหอมมะลิ ข้าวกล้องหอมมะลิ และข้าวไรซ์เบอร์รี ที่สามารถรับประทานได้ทันที สะดวก สะอาด ปลอดภัย พกพาง่าย โดยไม่ต้องอุ่น และสามารถเก็บรักษาได้ในอุณหภูมิห้องนานถึง 18 เดือน ให้แก่กองทัพภาคที่ 2 สำหรับเป็นเครื่องบริโภคให้กับกำลังพลในพื้นที่ เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของทหารและเจ้าหน้าที่ ในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อรักษาอธิปไตยและความสงบสุขให้กับประชาชนและประเทศชาติของชาติในพื้นที่ชายแดน หรือในภารกิจบรรเทาทุกข์ให้กับประชาชน โดยมี พ.อ. ฐาพล อ้อชัยภูมิ รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน จังหวัดอำนาจเจริญ (ฝ่ายทหาร) เป็นผู้แทนในการรับมอบ นอกจากนี้ ผู้จัดการ ธ.ก.ส. ยังได้พบปะพูดคุยกับเกษตรกรลูกค้าของธนาคารในพื้นที่ตำบลลือ อำเภอปทุมราชวงศา จังหวัดอำนาจเจริญ ที่มาเข้าร่วมเป็นสักขีพยานภายในงาน   ธ.ก.ส. ขอเชิญชวนประชาชนผู้ที่สนใจสามารถสั่งซื้อ “ข้าวพร้อมทาน ตราอุ่นอิ่ม” จาก สกต. ร้อยเอ็ด เพื่อสนับสนุนเกษตรกรผู้ผลิตโดยตรง และเป็นส่วนหนึ่งในการส่งขวัญและกำลังใจให้กับทหารแนวหน้าในการปฏิบัติหน้าที่ โดยสามารถติดต่อได้ที่ สกต.ร้อยเอ็ด จำกัด โทร. 088 338 2572 ทั้งนี้ ธ.ก.ส. ขอแสดงความห่วงใยต่อประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในบริเวณพื้นที่ชายแดนไทย – กัมพูชา ซึ่งในขณะนี้พี่น้องประชาชนในหลายพื้นที่ยังไม่สามารถกลับเข้าที่พักอาศัยหรือใช้ชีวิตได้ตามปกติ โดย ธ.ก.ส. พร้อมอยู่เคียงข้างเพื่อก้าวผ่านวิกฤติครั้งนี้ไปด้วยกัน สอบถามรายละเอียดมาตรการช่วยเหลือของ ธ.ก.ส. ได้ที่ ธ.ก.ส. ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือ Call Center 02 555 0555 ตลอด 24 ชั่วโมง  

12 Aug 2025

BUSINESS - SME / ธุรกิจ - การตลาด - เอสเอ็มอี

...

ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank ขับเคลื่อนนโยบายรัฐ เดินหน้ากระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ ยกขบวนบริการ “พัฒนาคู่เติมทุน” เสิร์ฟผู้ประกอบการเอสเอ็มอีพื้นที่ภาคใต้ ในงาน “พาแบงก์รัฐ มาช่วยราษฎร์”   ในวันที่ 30 สิงหาคม 2568 เวลา 09.00-12.30 น. ณ  โรงแรมดารา จ.ภูเก็ต ภายในงานพบบริการสินเชื่อเพื่อเอสเอ็มอี อัตราดอกเบี้ยพิเศษเพียง 3% ต่อปี  คงที่ตลอด 3 ปีแรก ผ่อนชำระนานสูงสุด 10 ปี ครอบคลุมทุกกลุ่มธุรกิจและทุกความต้องการของเอสเอ็มอี พร้อมทีมให้คำปรึกษา  ยื่นกู้ได้ทันทีภายในงาน  อีกทั้ง รับโปรโมชันเสริมพิเศษ อีก 2 ต่อ ได้แก่ ต่อที่ 1 เมื่อยื่นขอสินเชื่อและได้รับอนุมัติ รับบัตรกำนัล มูลค่า 500 บาท และ ต่อที่ 2 รับสิทธิ์สมัครใช้บริการแพลตฟอร์ม “DX by SME D Bank” เพื่อยกระดับธุรกิจครบวงจร ฟรี! ห้ามพลาด ขอเชิญผู้ประกอบการ จ.ภูเก็ต และใกล้เคียง เข้าร่วมงานโดยไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น  ลงทะเบียนเข้าร่วมโดยสแกน QR Code ในโปสเตอร์ประชาสัมพันธ์  สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม Call Center 1357

21 Aug 2025


...

บริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน) บริษัทในกลุ่ม Tidlor Holdings หรือ TIDLOR โดย คุณฐิติเดช ศรีมารยาท ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายการตลาดและพัฒนาธุรกิจ เป็นตัวแทนขึ้นรับรางวัล Best Financial Inclusion Initiative in Thailand จากเวที The Asian Banker Thailand Awards 2025 จากความสำเร็จของฟีเจอร์ “โอนเงินสินเชื่อเข้าบัญชีผ่านแอปเงินติดล้อ” ซึ่งแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของการใช้เทคโนโลยีในการยกระดับการเข้าถึงแหล่งเงินทุนให้กับประชาชนอย่างทั่วถึง เป็นธรรมและโปร่งใส ฟีเจอร์ “โอนเงินสินเชื่อเข้าบัญชีผ่านแอปเงินติดล้อ” ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อช่วยให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนยามฉุกเฉินได้สะดวกขึ้น ทุกที่ ทุกเวลา ตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่ต้องใช้บัตร และไม่ต้องเดินทางไปสาขา ซึ่งผลตอบรับที่ผ่านมาลูกค้ามีการเบิกวงเงินสินเชื่อผ่านฟีเจอร์ดังกล่าวสูงถึง 70% เมื่อเทียบกับช่องทางอื่นๆ และปัจจุบันมีผู้ใช้งานฟีเจอร์นี้แล้วกว่า 480,000 ราย (ข้อมูล ณ วันที่ 30 มิ.ย. 2568) นอกจากนี้ ยังได้นำแนวคิดการกระตุกพฤติกรรม (Nudge) มาปรับใช้ในขั้นตอนการถอนวงเงิน โดยออกแบบให้มีการแสดงข้อมูลประมาณการดอกเบี้ยรายเดือนที่ลูกค้าอาจต้องจ่ายเพิ่มขึ้น หากมีการถอนเงินจากวงเงินสินเชื่อที่เหลืออยู่ โดยจะแสดงข้อมูลดังกล่าวบนหน้าจอก่อนถึงขั้นตอนยืนยันการทำรายการ เพื่อช่วยให้ลูกค้าพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจ การปรับเปลี่ยนนี้แม้จะเล็กน้อย แต่มีผลต่อพฤติกรรมผู้ใช้ โดยจากข้อมูลพบว่าผู้ที่ตั้งใจจะถอนเงิน ใช้เวลาเพิ่มขึ้นจากเดิมเป็น 7 วินาทีก่อนยืนยันรายการ สะท้อนถึงการคิดทบทวนก่อนก่อภาระหนี้เพิ่มเติม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเป้าหมายในการส่งเสริมวินัยทางการเงินและการกู้ยืมอย่างเหมาะสม การได้รับรางวัลในครั้งนี้ ถือเป็นการตอกย้ำบทบาทในฐานะผู้นำด้านการให้บริการทางการเงินที่เข้าถึงง่าย เป็นธรรมและโปร่งใส (The Leading Financial Inclusion Service Provider) พร้อมเดินหน้าเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตทางการเงินของคนไทยอย่างยั่งยืน รวมถึงลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนให้กับกลุ่มผู้มีรายได้น้อยหรือผู้ประกอบอาชีพอิสระ ซึ่งที่ผ่านมาอาจไม่สามารถเข้าถึงนวัตกรรมและบริการจากธนาคารทั่วไปได้ (Underbanked) รางวัล The Asian Banker Thailand Awards 2025 จัดขึ้นโดย The Asian Banker สื่อในแวดวงการเงินการธนาคารชั้นนำในภูมิภาคเอเชีย เพื่อมอบรางวัลแก่สถาบันการเงินที่ได้มาตรฐาน มีศักยภาพที่โดดเด่น และส่งเสริมการเติบโตอย่างยั่งยืน สำหรับผู้สนใจสามารถเยี่ยมชมข้อมูลและเรื่องราวของเงินติดล้อได้ที่ www.tidlor.com และ Facebook Fanpage เงินติดล้อ หรือติดต่อ Call Center หมายเลขโทรศัพท์ 088-088-0880 ตลอด 24 ชม.

15 Aug 2025

...

  ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank ร่วมใจปลุกพลังเศรษฐกิจ กระตุ้นกำลังซื้อในประเทศ จัดเต็มโครงการ “SME D Market” ในวันที่ 29-30 กรกฎาคม 2568 ตั้งแต่เวลา 08.00-16.00 น. สร้างโอกาส เพิ่มยอดขาย ขยายตลาดให้ลูกค้าธนาคาร   และผู้ประกอบการจากหน่วยงานพันธมิตร เปิดพื้นที่ฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่าย ยกขบวนสินค้าดีเอสเอ็มอีกว่า 50 ราย ออกบูธจำหน่ายสินค้าของดีของเด็ดทั่วไทย ทั้งอาหาร เครื่องดื่ม เครื่องใช้ และเครื่องประดับ พร้อมเสิร์ฟโปรโมชันสุดปัง ราคาดีมีคุณภาพให้ประชาชนในพื้นที่ เกิดการจับจ่ายใช้สอยคึกคัก แล้วพบกัน ณ บริเวณชั้น 1 สำนักงานใหญ่ SME D Bank อาคาร SME Bank Tower สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม Call Center 1357  

27 Jul 2025

...

Tidlor Academy ศูนย์การเรียนรู้ของ บริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน) บริษัทในกลุ่ม Tidlor Holdings (TIDLOR) โดย คุณกาญจน์ณัฐ เฉลิมจุฬามณี ผู้บริหารศูนย์การเรียนรู้เงินติดล้อ (Tidlor Academy) นำทีมงานต้อนรับผู้บริหารและพนักงานจากบริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ จำกัด (มหาชน) จำนวนทั้งหมด 39 ท่าน เข้าร่วมกิจกรรม “TIDLOR Culture Wow” เพื่อแบ่งปันและแลกเปลี่ยนแนวทางการสร้างค่านิยมและวัฒนธรรมองค์กร พร้อมเยี่ยมชมแผนกต่างๆ อาทิ ฝ่ายวิเคราะห์และพัฒนา (Analytics & Development) ฝ่ายส่งเสริมการเรียนรู้ด้านการเงิน (Financial Education หรือ FIN-ED) ฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Technology) และฝ่ายนายหน้าประกันภัย “อารีเกเตอร์” (Areegator) แพลตฟอร์มเสนอขายประกันออนไลน์ผ่านสมาชิก นอกจากนี้ ยังได้พูดคุยถาม-ตอบอย่างใกล้ชิดกับคณะผู้บริหารและทีม Culture Gangster เกี่ยวกับแนวทางและวิธีการสร้างวัฒนธรรมองค์กรเพื่อใช้ในการขับเคลื่อนธุรกิจให้แข็งแกร่งและยั่งยืน กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้น ณ สำนักงานใหญ่ บมจ. เงินติดล้อ อาคารอารีย์ ฮิลล์ เมื่อเร็ว ๆ นี้ ทั้งนี้หลักสูตร TIDLOR Culture Wow และ TIDLOR Culture Camp ภายใต้โครงการ TIDLOR Academy จัดขึ้นสำหรับบุคคลและบริษัทภายนอกที่สนใจการสร้างวัฒนธรรมองค์กร ผ่านแนวคิดและประสบการณ์จริงในการขับเคลื่อนธุรกิจด้วยวัฒนธรรมองค์กรในแบบฉบับเงินติดล้อ เพื่อเป็นแนวทางให้กับหน่วยงานต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ ในการสร้างวัฒนธรรมองค์กรให้แข็งแกร่งและยั่งยืนต่อไป สำหรับผู้สนใจออกแบบค่านิยมและวัฒนธรรมองค์กรผ่านเวิร์กช็อปที่สามารถนำไปใช้ได้จริง สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมและสมัครเข้าร่วมกิจกรรมได้ที่ www.tidlor.com/academy หรือสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02-792-1990

02 Jul 2025

...

บริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน) บริษัทในกลุ่ม Tidlor Holdings หรือ TIDLOR ประกาศความสำเร็จอีกครั้ง ด้วยการได้รับเลือกเป็นหนึ่งใน 500 บริษัทชั้นนำที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประจำปี 2568 จาก Fortune Southeast Asia 500 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของการดำเนินธุรกิจสินเชื่อทะเบียนรถและธุรกิจนายหน้าประกันภัยที่สามารถสร้างการเติบโตได้เป็นอย่างดีในปีที่ผ่านมา ความสำเร็จดังกล่าวสะท้อนถึงเจตนารมณ์ของบริษัทในการสร้างโอกาสทางการเงิน ควบคู่ไปกับการส่งเสริมการเข้าถึงความคุ้มครองด้านประกันภัยให้กับประชาชนไทยทั่วประเทศ พร้อมมุ่งเน้นการสร้างความมั่นคงทางการเงินให้กับลูกค้า และสร้างผลตอบแทนที่มั่นคงแก่ผู้ถือหุ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ การจัดอันดับ Fortune Southeast Asia 500 โดยนิตยสารฟอร์จูนในเครือ Time Inc. ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ยอมรับทั่วโลก พิจารณาจากรายได้รวม (Revenue) ของบริษัทจดทะเบียนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในหลากหลายอุตสาหกรรม ที่มีรายได้สูงสุด 500 อันดับแรก ในปีงบประมาณ 2567 สำหรับผู้ถือหุ้นและนักลงทุนสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารของ TIDLOR ได้ที่เว็บไซต์ www.tidlorinvestor.com

29 Jun 2025

...

SME D Bank เคียงข้างผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทย ทุ่ม 3,500 ล้านบาท ออก 2 ผลิตภัณฑ์สินเชื่อใหม่ ได้แก่ “Smile Biz ธุรกิจยิ้มได้ (2568)” และ “จิ๋วสุดแจ๋ว Plus” มุ่งเติมทุนครอบคลุมทุกกลุ่มเอสเอ็มอี นำไปใช้ลงทุน หมุนเวียน เสริมสภาพคล่องในการดำเนินธุรกิจ   ควบคู่ยกระดับพัฒนาครบวงจร ช่วยเสริมแกร่ง ยืนหยัดและปรับตัวได้ในช่วงสถานการณ์เศรษฐกิจชะลอตัว   นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank เปิดเผยว่า ธนาคารมีความห่วงใยผู้ประกอบการเอสเอ็มอี และคู่ค้าที่เป็น Supply Chain  ที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว จากความไม่แน่นอนของสงครามการค้า  การล้นทะลักของสินค้าจากต่างประเทศ สถานการณ์ภัยพิบัติ แผ่นดินไหว ส่งผลต่อความเชื่อมั่น รวมถึง ในภาคธุรกิจท่องเที่ยว และเกี่ยวเนื่องที่ได้รับผลกระทบจากจำนวนนักท่องเที่ยวลดลง ดังนั้น SME D Bank   จัดวงเงิน  3,500 ล้านบาท ออก 2 สินเชื่อใหม่ สนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ในภาคผลิต บริการ และค้าส่งค้าปลีก  ทั้งรายย่อย รายย่อม และรายกลาง ให้เข้าถึงแหล่งเงินทุน นำไปเสริมสภาพคล่องกิจการ สามารถรับมือและก้าวผ่านสถานการณ์ทางเศรษฐกิจที่ชะลอตัวได้เหมาะสมและทันท่วงที อีกทั้ง ช่วยรักษาการจ้างงานในภาคธุรกิจเอสเอ็มอี โดยมีจุดเด่นเงื่อนไขผ่อนปรนเปิดกว้าง ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน สามารถใช้ บสย.ค้ำประกันได้  ได้แก่ “สินเชื่อ Smile Biz ธุรกิจยิ้มได้ (2568)” วงเงิน 3,000 ล้านบาท และ “สินเชื่อรายย่อย จิ๋วสุดแจ๋ว Plus” วงเงิน 500 ล้านบาท   สำหรับ “สินเชื่อ Smile Biz ธุรกิจยิ้มได้ (2568)” สนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีขนาดย่อม และขนาดกลาง ทั้งบุคคลธรรมดา นิติบุคคล ที่มีรายได้ต่อปีเกินกว่า 1.8 ล้านบาท แต่ขาดหลักประกันให้เข้าถึงแหล่งทุน นำไปเสริมสภาพคล่อง  ลงทุน ขยาย ปรับปรุง หรือปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำธุรกิจ  เงินทุนหมุนเวียน  วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 3 ล้านบาทต่อราย อัตราดอกเบี้ย เริ่มต้น MLR -1%ต่อปี หรือประมาณ 6.25%ต่อปี (ปัจจุบัน MLR เท่ากับ 7.25%) ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน ผ่อนนานสูงสุดไม่เกิน 7 ปี ปลอดชําระคืนเงินต้นสูงสุด 6 เดือน เปิดรับคำขอกู้ตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2569 หรือจนกว่าวงเงินสินเชื่อโครงการจะหมด แล้วแต่อย่างหนึ่งอย่างใดจะถึงก่อน   และ “สินเชื่อรายย่อย จิ๋วสุดแจ๋ว Plus”  สนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีรายย่อย (MICRO) ทั้งบุคคลธรรมดา และนิติบุคคล ที่มีรายได้ต่อปีไม่เกิน 1.8 ล้านบาท แต่ขาดหลักประกันให้เข้าถึงแหล่งทุน นำไปลงทุน ขยาย ปรับปรุง ปรับเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจ หรือหมุนเวียนเสริมสภาพคล่องในธุรกิจ   วงเงินกู้ขั้นต่ำ 1  แสนบาท สูงสุดไม่เกิน 5 แสนบาทต่อราย อัตราดอกเบี้ย เริ่มต้น MRR +5.35% ต่อปี หรือประมาณ 12.925% ต่อปี (ปัจจุบัน MRR เท่ากับ 7.575%) ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน ผ่อนนานสูงสุดไม่เกิน 5 ปี เปิดรับคำขอกู้ตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2569 หรือจนกว่าวงเงินสินเชื่อโครงการจะหมด แล้วแต่อย่างหนึ่งอย่างใดจะถึงก่อน “ทั้ง 2 ผลิตภัณฑ์สินเชื่อ ครอบคลุมการสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีทุกกลุ่ม และทุกประเภทในภาคการผลิต บริการ ค้าปลีกและค้าส่ง ไม่ว่าจะเป็นร้านค้าปลีก ร้านค้าส่ง ร้านค้าออนไลน์  ธุรกิจที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยวและเกี่ยวเนื่อง เช่น ร้านขายของฝาก ร้านอาหารและเครื่องดื่ม ฯลฯ เพื่อให้เข้าถึงแหล่งเงินทุน  นำไปเสริมสภาพคล่อง  หรือมีไว้สำรองเป็นค่าใช้จ่าย ช่วยให้สามารถรับมือกับภาวะเศรษฐกิจได้เหมาะสมและมีประสิทธิภาพ ช่วยให้ธุรกิจยืนหยัดและปรับตัวได้” นายพิชิต กล่าวเสริม นอกจากนี้ SME D Bank ยังให้บริการด้านการพัฒนาธุรกิจครบวงจรควบคู่ด้วย ผ่านแพลตฟอร์ม DX by SME D Bank (dx.smebank.co.th) ใช้บริการได้สะดวกสบาย ตลอด 24 ชม. มีฟีเจอร์สำคัญ ๆ  เช่น ระบบ  “Business Health Check”  ตรวจสุขภาพทางธุรกิจ  ระบบ E-Learning รวบรวมหลักสูตรความรู้สำคัญ ช่วยเพิ่มศักยภาพการประกอบธุรกิจ เรียนรู้ได้ด้วยตัวเองตลอด 24 ชั่วโมง ระบบ SME D Activity จองเข้าร่วมกิจกรรมเติมความรู้ได้ต่อเนื่องตลอดทั้งปี ระบบ SME D Coach มีโค้ชมืออาชีพคอยเป็นที่ปรึกษาและให้คำแนะนำธุรกิจ  ระบบ SME D Market ช่วยขยายตลาดด้วย E-marketplace หนุนจับคู่ธุรกิจ  และระบบ SME D Privilege  ที่มอบสิทธิประโยชน์พิเศษมากมาย เป็นต้น  ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี สามารถแจ้งความประสงค์เข้ารับบริการด้านการเงิน และการพัฒนาจาก SME D Bank ได้ผ่านสาขา SME D Bank ทั่วประเทศ หรือช่องทางออนไลน์ต่าง ๆ เช่น LINE Official Account : SME Development Bank  และ www.smebank.co.th เป็นต้น  สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม Call Center 1357

26 Jun 2025

...

ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank คว้ารางวัล Money & Banking Awards 2025 ประเภท “ธนาคารยอดเยี่ยมด้านสินเชื่อเอสเอ็มอีแห่งปี 2568” (Best Service Provider of the Year 2025 – SME Loan) จากวารสารการเงินธนาคาร ร่วมกับ สวนดุสิตโพล ที่ทำการสำรวจความคิดเห็นผู้เข้าชมงาน “มหกรรมการเงิน Money Expo” ทั้งในกรุงเทพฯ และภูมิภาค ระหว่างปี 2567-2568 รวม 7 งาน ซึ่งมีสถาบันการเงินต่าง ๆ มาออกบูธให้บริการสินเชื่อเอสเอ็มอีในงานจำนวนมาก   โดย SME D Bank ได้รับผลสำรวจเป็นอันดับหนึ่งของการเป็นธนาคารที่มีบริการยอดเยี่ยมด้านสินเชื่อเอสเอ็มอี นับเป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน (2566-2568)  เนื่องจากมีผลิตภัณฑ์สินเชื่อเหมาะสมครอบคลุมทุกกลุ่มธุรกิจ ด้วยไฮไลท์ อัตราดอกเบี้ยพิเศษเพียง 3% ต่อปี คงที่ตลอด 3 ปีแรก ผ่อนชำระนานสูงสุด 10 ปี ตรงความต้องการของผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ควบคู่กับมีบริการพัฒนาผู้ประกอบการผ่านแพลตฟอร์ม "DX by SME D Bank" ช่วยเสริมแกร่งครบวงจร และที่สำคัญ เจ้าหน้าที่มอบบริการอย่างดีเยี่ยม ให้ข้อมูลครบถ้วน ดูแลอย่างใกล้ชิด อีกทั้ง มีระบบ SME D Coach เป็นที่ปรึกษาและให้คำแนะนำเตรียมพร้อม  จนสามารถพาผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเข้าถึงแหล่งเงินทุน สร้างความประทับใจ และช่วยยกระดับพัฒนาธุรกิจ เดินหน้าสู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืน        

19 Jun 2025

ราชการ - รัฐวิสาหกิจ / พลังงาน - การเกษตร

...

นายไพศาล หงษ์ทอง รองผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เป็นประธานเปิดงานสัมมนา“BAAC AGRI CONNECT 2025” สานสัมพันธ์ สร้างเครือข่ายทางธุรกิจ ภายใต้หัวข้อ ยกระดับ“เกษตรไทยสู่ยุคใหม่” ด้วยการเชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจ เพื่อเป็นเวทีการแลกเปลี่ยนแนวคิดการดำเนินธุรกิจในอนาคตระหว่าง ธ.ก.ส. และผู้ประกอบการ มุ่งสู่การยกระดับและพัฒนาศักยภาพทางธุรกิจให้สามารถแข่งขันและเติบโตได้อย่างยั่งยืน โดยเปิดโอกาสใหม่  ให้ผู้ประกอบการ SME และเกษตรกรไทยเติบโตร่วมกับ ธ.ก.ส. ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนการดำเนินงานสู่การเป็นแกนกลางการเกษตร“Essence of Agriculture” โดยมีนางสาวพรหมกร พรหมขัติแก้ว ผู้ช่วยผู้จัดการ ธ.ก.ส. พร้อมด้วยผู้บริหาร ธ.ก.ส. และผู้ประกอบการธุรกิจในภาคอุตสาหกรรมการเกษตร ผู้ประกอบการนำเข้าและส่งออก สหกรณ์ทั้งในภาค และนอกภาคการเกษตร ผู้ประกอบการกลุ่มลูกค้า New Gen และผู้ประกอบการที่คาดว่าจะเป็นลูกค้าของ ธ.ก.ส. ในอนาคตเข้าร่วมงานเสวนาจำนวนรวมกว่า  200 คน     ทั้งนี้ ภายในงานมีการบรรยายให้ความรู้แก่ผู้เข้าร่วมกิจกรรม ในหัวข้อ“บทเรียนธุรกิจที่ไม่มีสอนในตำรา รวมถึงกิจกรรม TikTok อย่างง่ายได้เงินแสน และกิจกรรม มัทฉะ กับกระแสสร้างเงินล้าน นอกจากนี้ ธ.ก.ส. ยังได้จัดแสดงผลิตภัณฑ์สินค้าแกลมเกษตรสุดพรีเมียมจากเกษตรกรลูกค้า พร้อมจุดให้บริการปรึกษาสินเชื่อบริการทางการเงินพิเศษสำหรับผู้ประกอบการ ระหว่างวันที่ 24-26 สิงหาคม 2568 ณ โรงแรมไบรท์ตัน แกรนด์ พัทยา    ฃ            

30 Aug 2025


...

นายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) รับโล่รางวัล เชิดชูเกียรติ "สถาบันที่มีความดีเด่นทางการเกษตร ประจำปี พ.ศ. 2567" และนางสาวพรหมกร พรหมขัติแก้ว ผู้ช่วยผู้จัดการ ธ.ก.ส ในฐานะนิสิตเก่าคณะเกษตร มก.รุ่นที่ 46 รับรางวัลนิสิตเก่าดีเด่นคณะเกษตร ประเภทนักบริหารภาครัฐ/ภาครัฐวิสาหกิจ ประจำปี พ.ศ. 2567 จากสมาคมนิสิตเก่าคณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในงานรวงทองคืนทุ่ง 2568 – Aggie Day' 68 ครบรอบ 82 ปีแห่งการสถาปนาคณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาตร์ เพื่อยกย่อง เชิดชูเกียรติ องค์กรและบุคคคที่มีผลงานดีเด่นและมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาและส่งเสริมภาคการเกษตร ทั้งด้านงานวิชาการ การวิจัย การบริหารจัดการ และการให้บริการแก่เกษตรกร เพื่อประโยชน์แก่การพัฒนาเกษตรกรรมของประเทศ     ซึ่งสะท้อนบทบาทของ ธ.ก.ส. ในการขับเคลื่อนภาคเกษตรของไทยตามวิสัยทัศน์ในการเป็น “ธนาคารพัฒนาชนบทที่ยั่งยืน” โดยมีศาสตราจารย์ ดร.ธีระ สูตะบุตร อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และอดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นประธานในพิธีมอบรางวัล และนายอนันต์ สุวรรณรัตน์  อดีตปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และอดีตรองประธานคณะกรรมการ ธ.ก.ส. ร่วมแสดงความยินดี เมื่อวันที่  23 สิงหาคม 2568  ณ อาคารสมาคมศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน กรุงเทพฯ             

27 Aug 2025

...

นายไพศาล หงษ์ทอง รองผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) พร้อมผู้บริหาร ธ.ก.ส. ฝ่ายกิจการสาขาภาคใต้ตอนบน เข้าร่วมพิธีเปิดงาน “Thailand Smart Money สุราษฎร์ธานี” ครั้งที่ 11 และให้การต้อนรับ นายบันดาล สถิรชวาล รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ประธานในพิธีเปิดงาน นายรัฐกร อัสดรธีรยุทธ์ ประธานเครือหนังสือพิมพ์ดอกเบี้ยธุรกิจ ในฐานะประธานการจัดงาน Thailand Smart Money ในโอกาสเยี่ยมชมบูธของ ธ.ก.ส. ซึ่งนำโปรโมชันและบริการสุดพิเศษมาให้บริการประชาชน อาทิ ผลิตภัณฑ์เงินฝาก - สลากออมทรัพย์ ธ.ก.ส. ที่ฝากแล้วจะได้รับสิทธิ์ลุ้นจุ่ม Art Toy AGRI ANIMAL เหล่าบรรดาสัตว์ในภาคการเกษตรสุดน่ารักชุดใหม่ โดยเปิดตัว “ลิง”  Art Toy ตัวใหม่ล่าสุดที่น่าสะสมในชุด AGRI ANIMAL เพียงฝากสลากออมทรัพย์ ธ.ก.ส. ชุดมังกรหยก หน่วยละ 100 บาท  ชุดถุงเงิน หน่วยละ 100 บาท ชุดขวัญถุง หน่วยละ 20 บาท หรือสลากดิจิทัล ธ.ก.ส. หน่วยละ 50 บาท ตั้งแต่ 100,000 - 590,000 บาท รับกระปุกออมทรัพย์ คุณ ME โชค รุ่นรวยเหลือแจก หรือเมื่อฝากตั้งแต่ 590,000 บาทขึ้นไป รับเลยกระเป๋าอเนกประสงค์ รุ่น Work Hard, Play Harder   นอกจากนี้ ธ.ก.ส. ยังเอาใจคนรักการออมกับเงินฝากทองเอก ฝากเงินขั้นต่ำ 100,000 บาท สูงสุดไม่เกิน 100 ล้านบาทต่อราย รับดอกเบี้ยร้อยละ 1.60 ต่อปี ระยะเวลา 9 เดือน ล่วงหน้าทันทีตั้งแต่เริ่มฝากเงิน และพิเศษสุดๆเมื่อฝากตั้งแต่ 500,000 - 1,000,000 บาท รับสิทธิ์จุ่ม Art Toy มังแมว จำนวน 1 จุ่ม (จำกัด 1 คนต่อสิทธิ์) และเมื่อฝากตั้งแต่ 1 ล้านบาทขึ้นไป รับ Art Toy มังแมว ครบเซต 4 ตัว (จำกัด 1 คน/สิทธิ์) หรือเงินฝากแก้วมรกต ฝากเริ่มต้นเพียง 2,000 บาท รับผลตอบแทนเป็นดอกเบี้ยเงินฝาก แถมสิทธิประโยชน์ความคุ้มครองอุบัติเหตุสูงสุดถึง 25 เท่า ของยอดเงินฝากคงเหลือ วงเงินคุ้มครองสูงสุดไม่เกิน 10 ล้านบาท   พร้อมเปิดตัว เงินฝากเต็มร้อย ฝากขั้นต่ำ 10,000 บาทขึ้นไป ไม่จำกัดวงเงินรับฝากสูงสุด รับดอกเบี้ยทุกเดือนในอัตราร้อยละ 1.25 ต่อปี ระยะเวลาโครงการไม่เกิน 100 วัน เปิดรับฝากตั้งแต่วันนี้จนถึง 30 กันยายนนี้ สำหรับบุคคลธรรมดาไม่เสียภาษีดอกเบี้ยเงินฝากตลอดจนเงินฝากสงเคราะห์ชีวิต ที่คัดโปรโมชันพิเศษมานำเสนอ พร้อมรับของสมนาคุณทั้งกระเป๋าเดินทาง กระเป๋าผ้าแคนวาส รวมถึงการให้คำปรึกษาด้านการเงิน โชว์รูมสินค้าแกลมเกษตรสุดพรีเมียมจากเกษตรกรลูกค้า ธ.ก.ส. กว่า 70 รายการ ผนังกระปุก ธ.ก.ส. แห่งความทรงจำรวมกระปุก ออมทรัพย์ ธ.ก.ส. ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันที่หาดูได้ยากมาให้ประชาชนได้ถ่ายรูปเป็น ที่ระลึกในงาน “Thailand Smart Moneyสุราษฎร์ธานี” ระหว่างวันที่ 22 - 24 สิงหาคมนี้ ตั้งแต่เวลา 10.00 - 20.00 น. ณ ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล สุราษฎร์ธานี    

26 Aug 2025

...

วันนี้ (21 สิงหาคม 2568) ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ร่วมกับ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ว่าด้วยความร่วมมือทางวิชาการและถ่ายทอดเทคโนโลยี เพื่อร่วมกันบูรณาการและถ่ายทอดองค์ความรู้ในด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรม ในการเพิ่มศักยภาพและความสามารถในการแข่งขันของเกษตรกรและผู้ประกอบธุรกิจในภาคการเกษตร โดยเฉพาะเกษตรกรรุ่นใหม่ ให้สามารถนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ในการผลิต การแปรรูป การเพิ่ม ผลผลิต การตลาด ป้องกันบรรเทาปัญหาของเกษตรกร และการสร้างมูลค่าเพิ่มแก่ผลผลิตทางการเกษตร ส่งเสริมให้เกษตรกรใช้ประโยชน์จากงานบริการด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี รวมถึงการรับรองมาตรฐานการผลิต เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้แก่เกษตรกรในการประกอบอาชีพเกษตรกรรมได้อย่างมั่งคงและยั่งยืน ซึ่ง ธ.ก.ส. จะสนับสนุนด้านการเข้าถึงแหล่งเงินทุน บริการทางการเงิน พร้อมด้วยองค์ความรู้การประกอบธุรกิจแก่เกษตรกรและผู้ประกอบการ โดยมีนายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการ ธ.ก.ส. และ ผศ.ดร.วีรชัย อาจหาญ ผู้ว่าการ วว. กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นผู้ลงนาม   นายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) กล่าวว่า ธ.ก.ส. ในฐานะสถาบันการเงินของรัฐที่วิสัยทัศน์ในการเป็น “ธนาคารพัฒนาชนบทที่ยั่งยืน” ให้ความสำคัญกับการยกระดับลูกค้าให้มีความแข็งแรง ตามแนวทางในการเป็นแกนกลางการเกษตร (Essence of Agriculture) ด้วยการสนับสนุนทั้งในด้านเงินทุน องค์ความรู้ เทคโนโลยี นวัตกรรม การตลาด และการสร้างมูลค่าเพิ่มผลิตภัณฑ์ ขณะเดียวกันยังร่วมมือกับ วว.มาอย่างต่อเนื่องเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกร ทั้งการพัฒนาเทคโนโลยีการเกษตรสมัยใหม่ การถ่ายทอดองค์ความรู้และนวัตกรรม การสนับสนุนเกษตรกรรุ่นใหม่ (Young Smart Farmer) เช่น การสร้างภาพลักษณ์ที่ทันสมัยให้กับผลผลิตทางการเกษตรด้วยการ Repackage และ Redesign พัฒนาและยกระดับสินค้าของลูกค้าเพื่อสร้างแบรนด์ชุมชนไปสู่การเป็นสินค้าเกษตรมูลค่าสูง (Glam Agro)     โดยความสำเร็จล่าสุดที่เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมจากความร่วมมือระหว่าง 2 หน่วยงาน คือ ผลิตภัณฑ์ข้าวพร้อมทานตรา “อุ่นอิ่ม” จากสหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส ร้อยเอ็ด จำกัด (สกต.ร้อยเอ็ด) ซึ่งเกิดขึ้นจากการวิจัยและเทคโนโลยีการแปรรูปด้วยมาตรฐานความปลอดภัยผ่านกระบวนการนำผลผลิตข้าวสารหอมมะลิ GI ทุ่งกุลาร้องไห้ไปสู่การเป็นข้าวพร้อมทาน    โดยใช้เทคโนโลยีการฆ่าเชื้อด้วยความร้อน (Retort Technology) จนนำมาสู่ข้าวพร้อมทานคุณภาพดี อร่อยได้มาตรฐาน สามารถเก็บในอุณหภูมิห้องได้นานถึง 18 เดือน โดยไม่จำเป็นต้องเก็บไว้ในตู้เย็น ทั้งนี้ ตั้งแต่เริ่มเปิดจำหน่ายข้าวพร้อมทานตรา “อุ่นอิ่ม” ทั้งประเภทข้าวหอมมะลิ ข้าวกล้อง และข้าวไรซ์เบอร์รี ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2567 ถึงปัจจุบัน  มียอดส่งจำหน่ายได้แล้วมากกว่า 43,000 ถ้วย คิดเป็นมูลค่ากว่า 1.29 ล้านบาท และผลิตภัณฑ์เจลลี่มะม่วง จากสวนปทุมทิพย์ จังหวัดลำพูน โดย ธ.ก.ส. ได้ร่วมกับ วว. ในการพัฒนาฉลาก (สติกเกอร์) สำหรับติดบนบรรจุภัณฑ์เยลลี่มะม่วง ให้มีรูปแบบที่โดดเด่น เป็นเอกลักษณ์ น่าสนใจ ทันสมัย เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม และผู้บริโภคจดจำได้ง่าย รวมถึงพัฒนาบรรจุภัณฑ์ขนส่งมะม่วงสำหรับการส่งออก ที่แข็งแรง มีประสิทธิภาพในการกันกระแทก เพื่อรักษาคุณภาพและป้องกันไม่ให้มะม่วงได้รับความเสียหายระหว่างการขนส่ง รวมถึงยังมีลวดลายบนกล่องที่สวยงามและมีเอกลักษณ์ที่ชัดเจน   ด้าน ผศ.ดร.วีรชัย อาจหาญ ผู้ว่าการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กล่าวว่า วัตถุประสงค์สำคัญของความร่วมมือในครั้งนี้ มิได้จำกัดอยู่เพียงการเพิ่มพูนประสิทธิภาพในการผลิตและการแปรรูปสินค้าเกษตรเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงการยกระดับมาตรฐานสินค้า การพัฒนาช่องทางการตลาด การสร้างมูลค่าเพิ่ม และการต่อยอดงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์อย่างเป็นรูปธรรม ควบคู่ไปกับการส่งเสริมการเข้าถึงแหล่งทุนและบริการทางการเงินที่เหมาะสม เพื่อเสริมสร้างศักยภาพในการดำเนินธุรกิจของเกษตรกรและผู้ประกอบการในทุกระดับ นอกจากนี้ ความร่วมมือดังกล่าวยังมุ่งหวังที่จะสนับสนุนให้เกษตรกรและวิสาหกิจชุมชน ได้มีโอกาสพัฒนานวัตกรรมที่เกิดจากภูมิปัญญาท้องถิ่น ควบคู่กับองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ เพื่อให้สามารถสร้างคุณค่าใหม่ ๆ ที่ตอบสนองต่อความต้องการของตลาดและสังคม และยังสามารถต่อยอดสู่การคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา อันจะเป็นการสร้างความภาคภูมิใจให้แก่ชุมชนท้องถิ่น และเสริมสร้างรากฐานของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในระดับประเทศ วว. และ ธ.ก.ส. จะได้ร่วมกันผลักดันการวิจัยและพัฒนา ส่งเสริมการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและภูมิปัญญาท้องถิ่น ขยายผลนวัตกรรมที่เป็นประโยชน์ ตลอดจนสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับภาคส่วนต่าง ๆ ทั้งในและต่างประเทศ เพื่อยกระดับสินค้าเกษตรไทยสู่มาตรฐานสากล และสร้างความเข้มแข็ง มั่นคง และยั่งยืนให้กับเกษตรกรไทย            ทั้งนี้ บันทึกความเข้าใจ (MOU) ว่าด้วยความร่วมมือทางวิชาการและถ่ายทอดเทคโนโลยี ระหว่าง ธ.ก.ส. และ วว. ในครั้งนี้ ยังรวมถึงการสนับสนุนทางด้านการศึกษา ฝึกอบรม จัดประชุมวิชาการ สร้างเครือข่ายกับหน่วยงานต่าง ๆ  ที่เกี่ยวข้องทั้งในและต่างประเทศ และส่งเสริมให้เกิดการแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ระหว่างกัน เป็นต้น  ซึ่งมีกำหนดระยะเวลา 3 ปี โดยมีผู้บริหารจากทั้ง 2 หน่วยงานร่วมเป็นสักขีพยานในพิธี ณ ห้องประชุมจำเนียรสาร  ชั้น 24 เกษตรธนากร อาคารทาวเวอร์ ธ.ก.ส. สำนักงานใหญ่              

22 Aug 2025

...

ฉัตรชัย ศิริไล   เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2568 ได้มีการประชุมใหญ่วิสามัญ ครั้งที่ 1/2568 ของคณะกรรมการสมาคมสถาบันการเงินของรัฐ โดยมีนายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ในฐานะรองประธานกรรมการสมาคมสถาบันการเงินของรัฐ เป็นประธานในที่ประชุม ซึ่งเป็นการประชุมผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ โดยที่ประชุมได้มีมติเป็นเอกฉันท์ให้แต่งตั้งนายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการสมาคมสถาบันการเงินของรัฐ แทนนายวิทัย รัตนากร อดีตผู้อำนวยการธนาคารออมสิน ซึ่งได้ลาออกจากการเป็นประธานกรรมการสมาคมสถาบันการเงินของรัฐ ทั้งนี้ นายฉัตรชัย จะดำรงตำแหน่งอยู่ในระยะเวลาเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของผู้ซึ่งตนแทน (ถึงวันที่ 30 เมษายน 2570) เพื่อร่วมสานต่อยุทธศาสตร์ของสมาคมสถาบันการเงินของรัฐ ในการส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนาประเทศ ตลอดจนเป็นกลไกขับเคลื่อนฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศ ตามนโยบายรัฐบาลต่อไป                  

21 Aug 2025

...

ธ.ก.ส. เปิดตัวโครงการโรงเรียนเกษตรธนากร สร้างเยาวชนเข้าสู่ภาคการเกษตร ผ่านการยกระดับการเกษตรเพื่อการบริโภคเป็น “เกษตรการค้า” เพื่อก้าวไปสู่การเป็นเกษตรกรหัวขบวน หรือผู้ประกอบการในภาคการเกษตร ทดแทนเกษตรกรสูงวัยในอนาคต พร้อมเติมเงินทุน องค์ความรู้ ระบบการออม ช่องทางการตลาดและการจัดจำหน่าย ประเดิมนำร่องในช่วงเทศกาลวันแม่ใน 18 โรงเรียนจากทั่วประเทศ ครอบคลุมเยาวชนที่จะได้รับความรู้และประสบการณ์ตรงกว่า 7.7 พันคน   นายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) กล่าวว่า เพื่อเป็นการสร้างเยาวชน รวมถึงทายาทของเกษตรกรให้เข้าสู่ภาคการเกษตร เพื่อแก้ไขปัญหาโครงสร้างของประเทศไทยในปัจจุบันที่พบว่าเกษตรกรส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ ธ.ก.ส. จึงได้จัดทำ โครงการโรงเรียนเกษตรธนากร โดยมุ่งเพิ่มทักษะให้กับเยาวชนมีความรู้และเข้าใจการทำ “เกษตรการค้า” ทั้งด้านการบริหารเงิน การออม การลงทุน การจัดจำหน่าย และด้านการตลาด เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและประสบการณ์ในการทำการเกษตร ผ่านกิจกรรมทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ เพื่อให้เยาวชนสามารถก้าวเข้าสู่การเป็นเกษตรกรหัวขบวน หรือผู้ประกอบการในภาคการเกษตรได้ต่อไป โดยธนาคารคัดเลือกโรงเรียนที่มีความพร้อมทั่วประเทศมา 18 โรงเรียน พร้อมเสริมการพัฒนาใน 4 ด้านหลัก ประกอบด้วย 1. ด้านเงินทุน แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ การพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐาน อาทิ การก่อสร้างหรือปรับปรุงโรงเรือนหรือแปลงปลูกผัก โรงเลี้ยงไก่ โรงเพาะเห็ดหรือพืชผักสวนครัว บ่อปลา ระบบรดน้ำอัตโนมัติ/น้ำหยด ถังหมักปุ๋ย ระบบบำบัดน้ำเสีย และซื้อเครื่องมือหรือปัจจัยการผลิต อาทิ เมล็ดพันธุ์ ปุ๋ย อาหารสัตว์ เครื่องจักร และเทคโนโลยี เป็นต้น และเงินทุนหมุนเวียน คือ การนำเงินออกไปใช้ในการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับโครงการ โดยจะต้องนำกลับมาคืน เพื่อทำให้เยาวชนได้เรียนรู้การวางแผนงบประมาณ การลงทุน การคืนเงินตามรอบที่กำหนด ช่วยสร้างนิสัยการใช้เงินอย่างรอบคอบ ไม่ใช้จ่ายเกินความจำเป็น ฝึกการบริหารความเสี่ยง เปรียบเหมือนการลงทุนทำธุรกิจจริง และโรงเรียนสามารถนำเงินที่ได้รับกลับมาไปใช้ในการลงทุนได้อย่างต่อเนื่อง 2.ส่งเสริมองค์ความรู้ ด้านการทำการเกษตรในรูปแบบต่าง ๆ โดยพนักงานของ ธ.ก.ส. ด้านการพัฒนา ที่มีความรู้และประสบการณ์เข้าไปให้คำแนะนำและติดตามการดำเนินงานในโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการโดยตรง พร้อมกับเปิดให้นักเรียนสามารถเรียนรู้ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ทาง “Facebook : โรงเรียนเกษตรธนากร” ซึ่งจะรวบรวมสื่อการเรียนการสอนที่เป็นข้อมูลสำคัญในการทำการเกษตรที่นำไปปฏิบัติได้จริง ทั้งในเรื่องเทคนิคการปลูกพืช การทำโรงเรือน การพัฒนาใช้ระบบน้ำ การผลิตปุ๋ย การจัดการขยะ เพิ่มมูลค่าด้วยการแปรรูปสินค้า ตลอดจนแนวทางการออกแบบบรรจุภัณฑ์ การเล่าเรื่องเพื่อสร้างคุณค่าให้กับสินค้า และการทำการตลาด เป็นต้น       3. พัฒนาระบบการออม ตามรูปแบบของโครงการโรงเรียนธนาคารของ ธ.ก.ส. เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนได้มีทักษะด้านการบริหารเงิน และการออมเงินอย่างสม่ำเสมอ มีการบันทึกบัญชีรายรับ - รายจ่าย และสร้างนิสัยการใช้เงินแบบมีเป้าหมายให้กับเยาวชน ลดโอกาสในการใช้เงินเกินตัวหรือมีภาระหนี้สินในอนาคต และช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับผู้ปกครองอีกด้วย   4. ช่องทางการตลาด และการจัดจำหน่าย อาทิ การนำผลิตภัณฑ์สินค้าของโครงการไปจำหน่ายที่ BAAC Branch Outlet ในที่ทำการสาขาของ ธ.ก.ส. ทั่วประเทศ ตลาด BAAC Farmer Market ที่ ธ.ก.ส. สำนักงานใหญ่ และการเชื่อมโยงการจำหน่ายสินค้าไปยังภาคีเครือข่ายของธนาคาร อาทิ ผู้ประกอบกิจการโรงแรมที่พัก ชุมชนท่องเที่ยว หรือส่วนราชการอื่น ๆ รวมถึงให้คำแนะนำแนวทางการจำหน่ายให้กับตลาดของโรงเรียนและตลาดชุมชนโดยรอบ หรือจัดจำหน่ายให้กับผู้ที่สนใจผ่านช่องทางออนไลน์ที่โรงเรียนสามารถพัฒนาได้โดยไม่มีต้นทุนค่าใช้จ่าย     “โครงการโรงเรียนเกษตรธนากร ถือเป็นการบูรณาการโครงการเดิมที่ ธ.ก.ส. จัดทำขึ้น เพื่อเยาวชน จำนวน 2 โครงการ คือ โรงเรียนธนาคาร ที่มุ่งส่งเสริมการออมของเยาวชน และโครงการปลูกความรู้ด้านการเกษตรเพื่ออาหารกลางวันในโรงเรียน ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้ด้านการทำการเกษตรเพื่อเป็นอาหารกลางวันภายในโรงเรียนมายกระดับจากเกษตรเพื่อการบริโภคเกิดเป็น “เกษตรการค้า” โดยมุ่งส่งเสริมความรู้ให้กับเยาวชน โดยเฉพาะในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ซึ่งถือเป็นวัยเริ่มต้นของความสนใจต่ออาชีพ ได้มีประสบการณ์และรายได้จากการเรียนรู้การทำการเกษตรไปพร้อมกัน เพื่อสะท้อนให้เยาวชนเห็นว่า อาชีพเกษตรกรมีความมั่นคง สามารถสร้างรายได้ประจำ เพื่อใช้ดำรงชีพได้จำนวนไม่น้อยไปกว่าการเดินทางออกจากบ้านเกิดไปประกอบอาชีพอื่น ๆ เช่น ไปเป็นพนักงานประจำในกรุงเทพฯ และจังหวัดหัวเมืองหลักได้เช่นกัน” นายฉัตรชัย กล่าว     สำหรับ “โรงเรียนเกษตรธนากร” เต็มรูปแบบ จำนวน 18 โรงเรียน และยังมีอีก 9 โรงเรียนจะได้รับการสนับสนุนในฐานะ “โรงเรียนสาธิตเกษตรธนากร” ก่อนจะต่อยอดไปสู่การเป็นโครงการโรงเรียนเกษตรธนากรอย่างเต็มรูปแบบได้ต่อไปในอนาคต รวมจำนวนเยาวชนที่เข้าร่วมโครงการ 7,795 คน เริ่มดำเนินการ ตั้งแต่วันที่ 15 สิงหาคม 2568 เป็นต้นไป และจะสรุปผลการดำเนินโครงการภายในเดือนมกราคม 2569 ทั้งนี้ ธ.ก.ส. พร้อมขยายผลโครงการไปทุกจังหวัด และเปิดให้ผู้ที่สนใจสามารถร่วมสมทบทุนกับกองทุนโครงการโรงเรียนเกษตรธนากร เพื่อมีส่วนร่วมในการส่งเสริมให้เกิดเยาวชนในภาคการเกษตรได้มากขึ้นต่อไป สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ธ.ก.ส. ทุกสาขาทั่วประเทศ www.baac.or.th หรือ Call Center 02 555 0555  

15 Aug 2025

...

กบข. ขอแสดงความเคารพต่อเหล่าทหารกล้าที่เสียสละปกป้องชายแดนไทย พร้อมเร่งรัดจ่ายเงินกองทุนให้แก่ทายาทของสมาชิก กบข. ที่เสียชีวิตอย่างครบถ้วนและรวดเร็ว นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.)  เปิดเผยว่า กบข. ขอแสดงความเคารพและสดุดีต่อความเสียสละของทหารกล้าที่ปฏิบัติหน้าที่ปกป้องชายแดนไทยจากเหตุการณ์ความไม่สงบพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ทายาทของทหารที่เป็นสมาชิก กบข. และเสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว กบข. ได้เร่งจ่ายเงินจากกองทุนให้แก่ทายาทสมาชิก ที่เป็นเงินสะสมของสมาชิก เงินสมทบจากรัฐ และผลประโยชน์จากการที่ กบข. นำเงินไปลงทุนสร้างผลประโยชน์ โดยทายาทสามารถติดต่อขอรับเงินกองทุนยื่นเรื่องผ่านหน่วยงานต้นสังกัด และเมื่อเอกสารครบถ้วนถูกต้อง กบข. จะดำเนินการจ่ายเงินโดยเร็ว นอกจากนี้ กบข. ยังได้ร่วมกับพนักงาน และบริษัทผู้เช่าสำนักงานในอาคารอับดุลราฮิม อาคารบางกอกซิตี้ และอาคารจีพีเอฟ วิทยุ ในการจัดเตรียมสิ่งของจำเป็น เช่น เสื้อผ้าและอาหารสำเร็จรูป เพื่อมอบให้กองทัพภาค 2 ค่ายสุรนารี สำหรับนำไปแจกจ่ายยังฐานปฏิบัติการตามแนวชายแดน กบข. ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิต และขอส่งกำลังใจให้ผู้ได้รับบาดเจ็บทุกท่าน สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Facebook กบข., LINE @gpfcommunity หรือศูนย์บริการข้อมูลสมาชิก โทร. 1179    

12 Aug 2025

TECHNOLOGY - AUTO - PROPERTY

...

บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (บสส.) หรือ SAM ฉลองครบรอบ 25 ปี “SAM ส่งมอบโอกาสเพื่อคนไทย เริ่มต้นใหม่อย่างยั่งยืน” ชวนนักลงทุนที่ต้องการขยายธุรกิจและผู้สนใจที่ต้องการมีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเอง เข้าร่วมประมูลทรัพย์มือสองหรือทรัพย์สินรอการขาย (NPA) ในทำเลดีทั่วประเทศ จำนวน 33 รายการ มูลค่ารวมประมาณ 247 ลบ. อาทิ ที่ดินเปล่า ทาวน์เฮ้าส์ บ้านเดี่ยว อาคารพาณิชย์ ห้องชุดพักอาศัย โดยมีไฮไลท์สำคัญสำหรับนักลงทุนเป็นสวนน้ำขนาดใหญ่ ใจกลางเมือง เนื้อที่ 20 ไร่  ประกอบด้วย สวนน้ำเป็นหอ 6 เหลี่ยม เครื่องเล่นสไลเดอร์ อโลฮ่า 2 ตัว  สระว่ายน้ำและสระน้ำวน จำนวน 3 สระ อาคารอาคารบริการ ร้านขายของที่ระลึก ศูนย์อาหาร 2 อาคาร  ห้องน้ำ 4 อาคาร ทรัพย์สินตั้งอยู่ในย่านที่อยู่อาศัย และแหล่งท่องเที่ยว บน ถ.มหาดไทย ต.ท่ามะขาม อ.เมืองกาญจนบุรี  จ.กาญจนบุรี  ใกล้สะพานข้ามแม่น้ำแคว ห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี ปรับลดราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 83.41 ลบ. นอกจากนี้ ยังมีโปรโมชันมากมาย อาทิ “SAM ฟรีโอนไม่อั้น” “SAM ทรัพย์มือสองต้องบอกต่อ” เพียงแนะนำทรัพย์ SAM ให้กับเพื่อนหรือคนรู้จัก รับค่าแนะนำสูงสุดถึง 3 ล้านบาทต่อ 1 รายการ (เฉพาะทรัพย์ที่เข้าเงื่อนไข) รวมถึงความร่วมมือกับธนาคารชั้นนำ อย่างธนาคารกรุงเทพ ธนาคารยูโอบี ธนาคารทีเอ็มบีธนชาต (ttb) ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย และธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ในการให้บริการด้านสินเชื่อ โดยเงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด ตัวอย่างทรัพย์เด่นราคาพิเศษที่น่าสนใจ 1.บ้านเดี่ยว 2 ชั้นหลังมุม เนื้อที่ 57.8 ตร.ว. โครงการเซนโทร วิภาวดี ถ.ช่างอากาศอุทิศ แขวงดอนเมือง เขตดอนเมือง กรุงเทพฯ ทรัพย์สินตั้งอยู่ในย่านที่อยู่อาศัย การคมนาคมสะดวก ใกล้กับท่าอากาศยานดอนเมือง จุดขึ้นลงทางด่วนดอนเมืองโทลเวย์ และห่างจากสถานีดอนเมือง รถไฟฟ้าสายสีแดงเพียง 2.7 กม.เท่านั้น นอกจากนี้ยังใกล้กับวัดพรหมรังษี โรงเรียนพระหฤทัย  ดอนเมือง และสำนักงานเขตดอนเมือง ปรับลดราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 8.71 ลบ. 2. บ้านเดี่ยว 2 ชั้นพร้อมบ้านพักคนงาน เนื้อที่ 267.8 ตร.ว. ถ.อนามัยงามเจริญ แขวงท่าข้าม เขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ ทรัพย์สินตั้งอยู่ในย่านที่อยู่อาศัย การคมนาคมเข้าออกได้หลายเส้นทางใกล้ห้างเซ็นทรัลพลาซ่า พระราม 2 ห้างบิ๊กซี พระราม 2 ห้างโฮมโปร พระราม 2 วัดท่าข้าม โรงเรียนวัดท่าข้าม และวัดเลา ปรับลดราคาพิเศษเริ่มต้นที่  8.83 ลบ.     3. อพาร์ทเมนท์ 4 ชั้น รวม 84 ห้อง เนื้อที่ 131.6 ตร.ว.โครงการไทยธานีคอนโด ถ.พหลโยธิน แขวงคลองถนน เขตบางเขน กรุงเทพฯ ทรัพย์สินตั้งอยู่ในย่านที่อยู่อาศัย ใกล้ตลาดยิ่งเจริญพลาซ่า มหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ วิทยาเขตสะพานใหม่  โรงเรียนวัดราษฎร์นิยมธรรม ห่างจากสถานีสะพานใหม่ รถไฟฟ้าสายสีเขียวเพียง 2.3 กม. ปรับลดราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 6.34 ลบ. 4. บ้านเดี่ยว 2 ชั้น เนื้อที่ 86.3 ตร.ว. โครงการบ้านฟ้าลากูน ถ.เลียบคลองรังสิตประยูรศักดิ์ ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี ทรัพย์สินตั้งอยู่ในย่านที่อยู่อาศัย สาธารณูปโภคครบครัน การคมนาคมสะดวก ใกล้โรงพยาบาลเปาโล รังสิต ห้างฟิวเจอร์ปาร์ครังสิต โรงเรียนอนุบาลรังสิต ปรับลดราคาพิเศษเริ่มต้นที่  5.31 ลบ. 5. บ้านเดี่ยว 2 ชั้น เนื้อที่ 60.5 ตร.ว. โครงการออลสวีท ภูเก็ตซิตี้-พันวา ถ.ศักดิเดชน์ (ทล.4023) ต.วิชิต อ.เมืองภูเก็ต จ.ภูเก็ต ทรัพย์สินตั้งอยู่ในย่านที่อาศัย การคมนาคมสะดวก ใกล้โรงเรียนบ้านอ่าวน้ำบ่อ  และโรงเรียนดาวรุ่งวิทยา  ปรับลดราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 4.71 ลบ.        6. อาคารพาณิชย์ 4 ชั้น 3 คูหา แบ่งเป็น 1 คูหา เนื้อที่ 22.5 ตร.ว. และ 2 คูหาติดกัน เนื้อที่ 45 ตร.วา ถ.โชติวิทยะกุล 3 ต.คอหงส์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ทรัพย์สินตั้งอยู่ในย่านพาณิชยกรรม สาธารณูปโภคครบครัน ใกล้สถานีขนส่งหาดใหญ่ ห้างเซ็นทรัล หาดใหญ่ และห้างแม็คโคร หาดใหญ่ ปรับลดราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 20.68 ลบ. ทั้งนี้ ผู้สนใจเข้าร่วมประมูลสามารถลงทะเบียนและยื่นซองประมูล พร้อมเอกสารประกอบการประมูลที่กำหนด โดยทรัพย์เพื่อที่อยู่อาศัยและเพื่อการลงทุน ราคาไม่เกิน 20 ลบ. (ครั้งที่ 16.1/2568) ภายในวันที่ 1 ก.ย. 2568 และกำหนดเปิดซองประมูลวันที่ 9 ก.ย. 2568 ส่วนทรัพย์ที่มีราคาสูงกว่า 20 ลบ. (ครั้งที่ 16.2/2568) ภายในวันที่ 15 ก.ย. 2568 และกำหนดเปิดซองประมูลวันที่ 22 ก.ย. 2568 เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป ที่สำนักงานใหญ่ SAM อาคารซันทาวเวอร์ส ถ.วิภาวดีรังสิต กรุงเทพฯ  หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Call Center 1443  และดูรายละเอียดทรัพย์สินได้ทางเว็บไซต์ที่ www.sam.or.th  รวมทั้งช่องทางออนไลน์ที่หลากหลายและสะดวกรวดเร็ว โดยแอด ID Line @Samline ติดตาม Facebook /YouTube / TikTok ได้ที่  "SAM บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท"  เพื่อติดตามข้อมูลข่าวสารดี ๆ จาก SAM

30 Aug 2025


...

ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) นำคอนโดมิเนียมมือสองจำนวนกว่า 500 รายการทั่วประเทศ ออกจำหน่ายในงาน“มหกรรมคอนโดมิเนียมออนไลน์ ราคาพิเศษ” ลดราคาสูงสุด 50% จากราคาปกติ ผ่าน Application : GHB ALL HOME ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 20 สิงหาคม 2568 เวลา 16.30 น. พิเศษ 3 ต่อ! ต่อที่ 1 : สำหรับลูกค้าที่จองซื้อทรัพย์ภายในระยะเวลาการจัดงานและทำสัญญาจะซื้อจะขายภายใน 3 วันทำการ รับบัตรกำนัลแทนเงินสดมูลค่า 1,000 บาท ต่อที่ 2 : สำหรับลูกค้าที่โอนกรรมสิทธิ์ภายในวันที่ 25 ธันวาคม 2568 รับบัตรกำนัลแทนเงินสดมูลค่า 1,000 บาท และ ต่อที่ 3 : สำหรับลูกค้าที่จองซื้อทรัพย์ภายในระยะเวลาการจัดงานและยื่นขอสินเชื่อภายใน 45 วัน นับถัดจากวันทำสัญญาจะซื้อจะขายมีสิทธิ์รับสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0% คงที่นาน 2 ปีแรก นายวิทยา แสนภักดี รองกรรมการผู้จัดการ กลุ่มงานปรับโครงสร้างหนี้ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า ธอส. จัดงาน “มหกรรมคอนโดมิเนียมออนไลน์ ราคาพิเศษ” โดยนำคอนโดมิเนียมมือสองคุณภาพดี ออกจำหน่ายกว่า 500 รายการทั่วประเทศ ลดราคาสูงสุด 50% จากราคาปกติ ผ่าน Application :  GHB ALL HOME ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 20 สิงหาคม 2568 เวลา 16.30 น. โดยเป็นคอนโดมิเนียมในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล จำนวน 361 รายการ  อาทิ คอนโดมิเนียม ชั้น 20 จาก 26 ชั้น ขนาดเนื้อที่ 32.22 ตารางเมตร ในโครงการริชพาร์ค @เตาปูน เขตบางซื่อ กรุงเทพมหานคร ราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 1,610,000 บาท ซึ่งเป็นทรัพย์ที่อยู่ในเขตเมือง เดินทางได้อย่างสะดวกและมีเส้นทางคมนาคมที่หลากหลาย และคอนโดมิเนียมในส่วนภูมิภาค จำนวน 145 รายการ อาทิ คอนโดมิเนียม ชั้น 3จาก 8 ชั้น ขนาดเนื้อที่ 38.98 ตารางเมตร ในโครงการทรีบูทีคคอนโด 2  อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ ราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 1,700,000 บาท ซึ่งเป็นทรัพย์ที่เหมาะแก่การซื้อไว้เพื่ออยู่อาศัยหรือเป็นห้องพักตากอากาศ พิเศษ 3 ต่อ! ต่อที่ 1 : สำหรับลูกค้าที่จองซื้อทรัพย์ภายในระยะเวลาการจัดงานและทำสัญญาจะซื้อจะขายภายใน 3 วันทำการ รับบัตรกำนัลแทนเงินสด มูลค่า 1,000 บาท (รางวัลละ 1 ท่าน ต่อ 1 ใบ) จำนวน 100 ใบ (แบ่งเป็นทรัพย์ในเขตกรุงเทพ-ปริมณฑล 50 ใบ และทรัพย์ในเขตภูมิภาค 50 ใบ) ต่อที่ 2 : สำหรับลูกค้าที่โอนกรรมสิทธิ์ภายในวันที่ 25 ธันวาคม 2568 รับบัตรกำนัลแทนเงินสดมูลค่า 1,000 บาท (รางวัลละ 1 ท่าน ต่อ 1 ใบ) และ ต่อที่ 3 : สำหรับลูกค้าที่จองซื้อทรัพย์ภายในระยะเวลาการจัดงาน และยื่นขอสินเชื่อภายใน 45 วัน นับถัดจากวันทำสัญญาจะซื้อจะขายมีสิทธิ์รับสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0% คงที่นาน 2 ปีแรก สำหรับผู้ที่สนใจสามารถจองซื้อออนไลน์ได้ที่ Application : GHB ALL HOME โดยสามารถรับชมภาพทรัพย์จริงได้ทาง Application : GHB ALL HOME หรือ www.ghbhomecenter.com ทั้งนี้ การจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายทรัพย์ NPA ดังกล่าว เป็นส่วนหนึ่งในการดำเนินการตามพันธกิจ “ทำให้คนไทยมีบ้าน” ซึ่งลูกค้าที่จองซื้อบ้านมือสอง ธอส. สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ G H Bank Call Center โทร.0-2645-9000 กด 5 หรือ Facebook Fanpage ธนาคารอาคารสงเคราะห์ หรือดูข้อมูลบ้านมือสอง ธอส. ได้ที่ www.ghbhomecenter.com, Mobile Application : GHB ALL HOME และ Line Official Account : @GHBALLHOME

12 Aug 2025

...

นิสสันเพิ่มทางเลือกให้กับนิสสัน นาวารา คาลิเบอร์ กระบะยกสูงยอดนิยม 3 รุ่นย่อยใหม่ ได้แก่ รุ่นคิงแค็บ คาลิเบอร์ SL 7AT รุ่นดับเบิลแค็บ คาลิเบอร์ SL 6 MT และรุ่นดับเบิลแค็บ คาลิเบอร์ SL 7AT ที่มาพร้อมสมรรถนะแบบ “ทน พร้อม ลุย” กับราคาที่โดนใจ ให้ลูกค้าเป็นเจ้าของได้ง่ายยิ่งขึ้น โทชิฮิโระ ฟูจิคิ ประธานนิสสัน ประเทศไทย และนิสสัน อาเซียน กล่าวว่า “นิสสัน นาวารา เป็นหนึ่งในรถกระบะยอดนิยมรวมถึงรถยนต์รุ่นหลักของนิสสันตลอดหลายปีที่ผ่านมา ด้วยความเชื่อถือ และวางใจได้ กับความทนทาน และมากด้วยประโยชน์ใช้สอย พร้อมดีไซน์ทันสมัย การเปิดตัวนิสสัน นาวารา คาลิเบอร์ กระบะยกสูง 3 รุ่นย่อยใหม่นี้ จะเปิดโอกาสให้ลูกค้าที่กำลังมองหารถกระบะที่ “ทน พร้อม ลุย” ได้เป็นเจ้าของรถกระบะที่สามารถใช้งานได้อเนกประสงค์ ทั้งการเดินทางสำหรับทุกคนในครอบครัว หรือการใช้งานในด้านธุรกิจ ภายใต้ราคาที่ดีมากๆ” นิสสัน นาวารา ทั้ง 3 รุ่นย่อยใหม่ มาพร้อมราคาที่เร้าใจ ได้แก่ คิงแค็บ คาลิเบอร์ SL 7AT ราคา 758,000 บาท ดับเบิลแค็บ คาลิเบอร์ SL 6MT ราคา 792,000 บาท ดับเบิลแค็บ คาลิเบอร์ SL 7AT ราคา 842,000 บาท   โดยทั้ง 3 รุ่น มาพร้อมสมรรถนะ และความทรงพลัง ในแบบฉบับของรถกระบะยกสูง ด้วยเครื่องยนต์ที่เรียกแรงบิดมหาศาลได้ตั้งแต่ 1,500 รอบต่อนาที โดยรุ่นคิงแค็บ คาลิเบอร์ SL 7AT และ ดับเบิลแค็บ คาลิเบอร์ SL 7AT มาพร้อมเครื่องยนต์ 2.3 ลิตร ทวินเทอร์โบ ที่ให้พละกำลัง 190 แรงม้า (PS) แรงบิดมหาศาล 450 นิวตัน-เมตร (Nm)  ขณะที่รุ่น ดับเบิลแค็บ คาลิเบอร์ SL 6MT มาพร้อมเครื่องยนต์ 2.3 ลิตร เทอร์โบแปรผัน ให้พละกำลัง 160 แรงม้า (PS) แรงบิด 403 นิวตัน-เมตร (Nm) ด้วยพละกำลัง สมรรถนะการใช้งาน และความอเนกประสงค์ ทำให้นิสสัน นาวารา คาลิเบอร์ กระบะยกสูงเหมาะสำหรับการใช้งานทั้งทางธุรกิจ และการเดินทางสำหรับครอบครัว นิสสัน นาวารา คาลิเบอร์ กระบะยกสูงทั้ง 3 รุ่นย่อยใหม่ มาพร้อมกระจังหน้าสีดำเสริมความดุดัน กันชนสีเดียวกับตัวรถ ตกแต่งด้วยขอบสีดำสุดเท่ และล้อขนาด 17 นิ้ว นิสสัน นาวารา คาลิเบอร์ กระบะยกสูง 3 รุ่นย่อย ในเกรด SL ยังมาพร้อมความทนทาน ให้ความมั่นใจในทุกสภาพการขับขี่ด้วยสมรรถนะอันโดดเด่นอันเป็นเอกลักษณ์ของนิสสัน นาวารา  ระบบกันสะเทือนหน้าแบบอิสระ ปีกนกคู่ พร้อมคอยล์สปริง และเหล็กกันโคลงด้านหลังเป็นแหนบพร้อมโช้คอัพ ระบบเบรกด้านหน้าเป็นดิสก์เบรกแบบมีช่องระบายความร้อน และดรัมเบรกด้านหลัง ช่วยหยุดรถได้อย่างมีประสิทธิภาพแม้จะบรรทุกน้ำหนักมากก็ตาม นอกจากนี้ ยังคงให้ความอุ่นใจด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยครบครัน ไม่ว่าจะเป็น ระบบช่วยการออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน (Hill Start Assist - HSA) ที่ช่วยป้องกันไม่ให้รถไหลถอยหลังขณะออกตัวบนเนิน ระบบเบรก ABS พร้อม EBD และ BA  ถุงลมนิรภัยคู่หน้า เทคโนโลยีป้องกันการลื่นไถลขณะถนนลื่น (Active Brake Limited Slip - ABLS)  เทคโนโลยีควบคุมการทรงตัวอัตโนมัติ (Vehicle Dynamic Control - VDC)  เทคโนโลยีป้องกันล้อหมุนฟรี (Traction Control System – TCS)   เทคโนโลยีควบคุมเสถียรภาพของรถ ขณะลากจูง (Trailer Stability Assist - TSA) แผงลวดไล่ฝ้ากระจกหลัง  ไฟเบรกดวงที่ 3 แบบ LED ที่ให้ความปลอดภัย และมองเห็นได้ชัดเจน  และเข็มขัดนิรภัย ELR 3 จุด 2 ตำแหน่ง พร้อมระบบดึงกลับ และผ่อนแรงอัตโนมัติ นิสสัน นาวารา คาลิเบอร์ ทั้ง 3 รุ่นใหม่ เพิ่มความสะดวกสบายและปลอดภัยให้กับผู้ขับขี่ด้วยระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (Cruise control) ระบบ Push Start และกุญแจรีโมทอัจฉริยะ มีสีตัวถังภายนอกให้เลือก 5 สี ได้แก่ สีดำ Black Star  สีขาว White Pearl สีเงิน Brilliant Silver สีเทา Twilight Grey และสีทองแดง Forged Copper ทั้งนี้ นิสสันมอบโปรโมชั่นพิเศษฉลองเปิดตัว* สำหรับลูกค้านิสสัน นาวาราทั้ง 3 รุ่นย่อยใหม่ เพื่อให้ลูกค้าเป็นเจ้าของได้ง่ายยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็น ผ่อนสบาย รายเดือนเริ่มต้นเพียง 4,999 บาท หรือดอกเบี้ยอัตราพิเศษเริ่มต้นที่ 0.89%  พร้อมประกันภัยชั้นหนึ่ง หรือเงินดาวน์ต่ำเริ่มต้นเพียง 19,999 บาท ผ่อนนาน 84 เดือน ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่โชว์รูมนิสสันทั่วประเทศ หรือ โทร. 0-2401-9600

11 Jul 2025

...

นิสสัน ประเทศไทย จัดงานประชุมผู้จำหน่ายประจำปี 2568 ในธีม “Achieve Together” ขอบคุณผู้จำหน่ายทั่วประเทศที่ได้ร่วมกันสร้างความสำเร็จในปีที่ผ่านมา และตอกย้ำความมุ่งมั่นที่มีต่อประเทศไทย และผู้จำหน่าย ร่วมเดินหน้าสนับสนุนพัฒนาผู้จำหน่ายทั่วประเทศอย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างการเติบโตไปด้วยกัน ผ่านการบริการ และการสร้างประสบการณ์ที่น่าประทับใจ และความพึงพอใจของลูกค้า เสริมสร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น    ผู้จำหน่ายเป็นพันธมิตรที่มีส่วนสำคัญในการเสริมสร้างการเติบโตทางธุรกิจ และความแข็งแกร่งของแบรนด์  นิสสันอย่างต่อเนื่องมาตลอด นิสสันจึงได้จัดงานประชุมผู้จำหน่ายประจำปีเพื่อขอบคุณผู้จำหน่ายที่ได้ทำงานร่วมกัน และทุ่มเทเพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีให้ลูกค้าชาวไทย รวมทั้งยืนยันความมุ่งมั่นของนิสสันที่จะสร้างการเติบโตไปพร้อมกับพันธมิตรผู้จำหน่ายทั่วประเทศ กิจกรรมดังกล่าวเปิดโอกาสให้ผู้บริหารนิสสันได้พบปะกับผู้จำหน่าย ให้ข้อมูลเกี่ยวกับกลยุทธ์ของนิสสัน เทรนด์การตลาด และแนวทางที่จะช่วยให้ผู้จำหน่ายสามารถพัฒนาการบริการ เพื่อยกระดับความพึงพอใจของลูกค้า  ในการประชุมผู้จำหน่ายประจำปี 2025 นิสสันได้ย้ำหัวใจสำคัญของ RE:NISSAN ซึ่งเป็นกลยุทธ์ระดับโลกที่นิสสันประกาศโดยมีจุดประสงค์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจของนิสสันโดยรวม พร้อมทั้งชี้แจงทิศทางธุรกิจของนิสสันประเทศไทย โดยเป็นการวางแนวทางธุรกิจในประเทศ ทั้งนี้ นิสสันประเทศไทยยังได้เปิดเผยแผนการเปิดตัวรถรุ่นใหม่ล่วงหน้า เพื่อให้ผู้จำหน่ายมีเวลาเตรียมความพร้อมอย่างเพียงพอสำหรับการเปิดตัว และสามารถส่งมอบความตื่นเต้นรูปแบบใหม่ให้กับลูกค้าชาวไทยได้อย่างต่อเนื่อง โทชิฮิโระ ฟูจิคิ ประธาน นิสสัน ประเทศไทย และนิสสัน อาเซียน กล่าวว่า “นิสสันให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่งกับพันธมิตร และผู้จำหน่ายของเรา ตลอดเวลากว่า 72 ปี ที่ผ่านมา นิสสันอยู่ในประเทศไทย และประสบความสำเร็จมากมาย ซึ่งต้องขอขอบคุณการสนับสนุน และความร่วมมือเป็นอย่างดีจากผู้จำหน่ายทุกท่าน และนิสสัน ประเทศไทย จะยังคงมุ่งมั่น เดินหน้าเพื่อสร้างความแข็งแกร่งของธุรกิจในประเทศไทยไปพร้อมกับพันธมิตร และผู้จำหน่ายทุกราย” เครือข่ายผู้จำหน่ายของนิสสันมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการขับเคลื่อนกลยุทธ์ของบริษัท เพื่อการเติบโตที่ยั่งยืน นิสสันได้นำเทคโนโลยีดิจิทัลมาปรับใช้ให้เหมาะกับกลุ่มลูกค้ายุคใหม่ เช่น ระบบดิจิทัลที่ถูกพัฒนาให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไปของผู้คน เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าในวงกว้างมากขึ้น  โดยระบบเหล่านี้จะช่วยมาเสริมศักยภาพของผู้จำหน่ายในแง่การปรับปรุงประสิทธิภาพการให้บริการได้ดียิ่งขึ้นต่อไปในอนาคต

07 Jun 2025

...

 บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด จัดประชุมผู้จำหน่ายรถยนต์ฮอนด้าทั่วประเทศ ประจำปีงบประมาณ 2568 ภายใต้แนวคิด “Redefining Excellence with Reliability and Trust - ยกระดับความเป็นเลิศ สู่ความสำเร็จที่ยั่งยืน” แถลงทิศทางการดำเนินธุรกิจและเป้าหมายสำคัญร่วมกับผู้จำหน่ายครอบคลุม 3 ทิศทางหลัก ทั้งด้านผลิตภัณฑ์และการจำหน่าย การบริการ และการสร้างแบรนด์ ภายใต้แนวคิดสำคัญในการเน้นลูกค้าเป็นศูนย์กลาง (Customer-centric approach) ด้วยการผนึกความร่วมมือกับผู้จำหน่าย เพื่อยกระดับประสบการณ์ที่น่าประทับใจแก่ลูกค้าในทุกทัชพอยต์ ตอกย้ำความมุ่งมั่นของฮอนด้าในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบโจทย์ลูกค้าและเติบโตเคียงคู่กับสังคมไทย พร้อมยกระดับสู่ความเป็นเลิศแห่งยนตรกรรมอย่างยั่งยืน   นายโคจิ อิวานามิ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด  กล่าวต้อนรับผู้จำหน่ายฯ รวมถึงถ่ายทอดความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนแบรนด์และผลิตภัณฑ์ฮอนด้าในประเทศไทย นายโคจิ อิวานามิ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ผมขอขอบคุณผู้จำหน่ายทุกท่านสำหรับความร่วมมือและการสนับสนุนตลอดปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ฮอนด้า สามารถบรรลุเป้าหมายสำคัญได้ สำหรับทิศทางการดำเนินธุรกิจในปีนี้จะให้ความสำคัญกับการดูแลลูกค้า ผ่านการสร้างประสบการณ์ที่น่าประทับใจในทุกทัชพอยต์ โดยมีผู้จำหน่ายและบุคลากรของผู้จำหน่ายที่เปรียบเสมือนตัวแทนของแบรนด์ที่จะส่งมอบการบริการที่ยอดเยี่ยมไปสู่ลูกค้า เพื่อมอบคุณค่าที่เข้าถึงและผูกพันกับลูกค้าของเราอย่างยั่งยืนต่อไป” ภายในงาน ฮอนด้า ได้ถ่ายทอดทิศทางการดำเนินธุรกิจและเป้าหมายสำคัญกับเครือข่ายผู้จำหน่าย เพื่อตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นในการร่วมมือเพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่ดีเยี่ยมให้แก่ลูกค้า โดยผสานการต่อยอดพื้นฐานจุดแข็งปัจจุบันของฮอนด้า ทั้งด้านความเชื่อมั่นในแบรนด์ การนำเสนอผลิตภัณฑ์ไลน์อัป e:HEV ที่โดดเด่น และด้านความพึงพอใจของลูกค้า สู่ทิศทางการดำเนินงาน 3 ด้านหลัก ครอบคลุมทั้งด้านผลิตภัณฑ์และการจำหน่าย การบริการ และการสร้างแบรนด์ ดังนี้ ด้านผลิตภัณฑ์และการจำหน่าย เน้นการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ลูกค้า ควบคู่ไปกับการส่งมอบประสบการณ์ที่น่าประทับใจในทุกเส้นทาง นำโดยไลน์อัปฟูลไฮบริด e:HEV ซึ่งได้รับการยอมรับและพิสูจน์อย่างกว้างขวางถึงความโดดเด่นทั้งด้านสมรรถนะทรงพลัง อัตราเร่งทันใจ การขับขี่ที่นุ่มนวล และอัตราประหยัดน้ำมันดีเยี่ยม โดยฮอนด้ามีแผนขยายไลน์อัป e:HEV ให้หลากหลาย ครอบคลุมทุกความต้องการของลูกค้า ให้ได้สัมผัสกับรถยนต์ไฮบริดจากฮอนด้าอย่างเข้าถึงง่ายยิ่งขึ้น ตอกย้ำความเชื่อมั่นให้ลูกค้าสัมผัสประสบการณ์การใช้รถยนต์ไฟฟ้า 100% ของฮอนด้า ได้อย่างอุ่นใจ ไร้กังวล โดยปัจจุบัน ฮอนด้า มีความพร้อมในการให้บริการและดูแลลูกค้ารถยนต์ Honda e:N1 ทั้งด้านศูนย์บริการที่ได้มาตรฐาน อะไหล่ และช่างผู้เชี่ยวชาญ ผ่านเครือข่ายผู้จำหน่ายทั่วประเทศ สะท้อนรากฐานความพร้อมที่มั่นคงในการก้าวเข้าสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้าอย่างเต็มรูปแบบในอนาคต เครือข่ายผู้จำหน่ายฮอนด้าฯ ทั่วประเทศ ร่วมตอกย้ำความพร้อมในการให้บริการ และดูแลลูกค้ารถยนต์ Honda e:N1 ให้ลูกค้าสัมผัสประสบการณ์ใช้รถยนต์ไฟฟ้า 100% ได้อย่างมั่นใจไร้กังวล 2. ด้านการบริการ ตั้งเป้าส่งมอบประสบการณ์ที่เป็นเลิศเน้นลูกค้าเป็นหัวใจสำคัญแห่งการบริการ โดยมุ่งดูแลลูกค้าปัจจุบันเพื่อความพึงพอใจสูงสุด พร้อมสร้างความรู้สึกภูมิใจในการเลือกใช้รถยนต์ฮอนด้า ด้วยการส่งมอบคุณค่าที่เหนือกว่าตลอดการเป็นเจ้าของในทุกทัชพอยต์ อาทิ การบริการหลังการขายที่สะดวกสบายยิ่งขึ้นผ่านประสบการณ์ในรูปแบบดิจิทัล การนำเสนอกิจกรรมสุดเอกซ์คลูซีฟให้เข้าร่วมตลอดปี รวมทั้งข้อเสนอพิเศษต่าง ๆ มุ่งสร้างความเชื่อมั่นและไว้วางใจในระยะยาว ด้วยจุดแข็งด้านเครือข่ายผู้จำหน่ายครอบคลุมทั่วประเทศกว่า 222 แห่ง ที่พร้อมส่งมอบความประทับใจกับบริการหลังการขายภายใต้มาตรฐานเดียวกันโดยช่างผู้เชี่ยวชาญ ให้ลูกค้ามั่นใจได้ว่าได้รับการบริการอย่างทั่วถึงและดีเยี่ยม และรู้สึกอุ่นใจที่เป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวรถยนต์ฮอนด้า (Honda family) 3. ด้านการสร้างแบรนด์ ในปีนี้ ฮอนด้า ได้เริ่มสื่อสารแบรนด์ภายใต้แนวคิด “Where The Drive Means More ขับเคลื่อนชีวิตไปให้สุดในแบบที่เป็นคุณ” ที่ผสานการสะท้อนความมีรสนิยมและมีชีวิตชีวา เพื่อถ่ายทอดให้เห็นว่ารถยนต์ฮอนด้า เป็นมากกว่ายานพาหนะ เปรียบเสมือนเพื่อนคู่ใจที่วางใจได้ พร้อมเคียงข้างและขับเคลื่อนแรงบันดาลใจ เพื่อส่งมอบความสุขในทุกการเดินทางและทุกช่วงเวลาของชีวิต โดยจะโฟกัสการเสริมสร้างคุณค่าของแบรนด์ที่เชื่อมโยงกับประสบการณ์ในชีวิตประจำวันของลูกค้าในทุกทัชพอยต์ ซึ่งการสื่อสารแบรนด์ดังกล่าว จะได้รับการถ่ายทอดผ่านกิจกรรมต่าง ๆ โดยผู้จำหน่ายจะร่วมเป็นหัวใจสำคัญในการเชื่อมโยงและส่งมอบประสบการณ์อันน่าประทับใจไปยังลูกค้า ผ่านกิจกรรมสุดเอกซ์คลูซีฟตลอดปี    นายชุน คุโรดะ กรรมการและเจ้าหน้าที่บริหารสายงานขายและบริการ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวถึงรายละเอียดทิศทางการดำเนินธุรกิจและเป้าหมายแก่ผู้จำหน่ายฯ   นอกจากการถ่ายทอดทิศทางการดำเนินธุรกิจและเป้าหมาย ภายในงานยังได้มีพิธีมอบรางวัลอันทรงเกียรติให้แก่ผู้จำหน่ายสำหรับผลการดำเนินงานในปีที่ผ่านมาที่ร่วมขับเคลื่อนธุรกิจของฮอนด้า และมอบประสบการณ์ที่ดีเยี่ยมให้แก่ลูกค้า ครอบคลุมทั้งรางวัลผู้จำหน่ายยอดเยี่ยมประจำปี รวมถึงรางวัลด้านต่าง ๆ อาทิ ด้านยอดขาย ด้านส่วนแบ่งการตลาด ด้านการบริการหลังการขาย และอื่น ๆ รวม 82 รางวัล   นายพรวุฒิ สารสิน (ที่ 6 จากซ้าย) ประธานคณะกรรมการ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมมอบรางวัลผู้จำหน่ายยอดเยี่ยมประจำปี 2567   พิธีมอบรางวัลอันทรงเกียรติให้แก่ผู้จำหน่ายสำหรับผลการดำเนินงานในปีงบประมาณที่ผ่านมา รวม 82 รางวัล   การจัดประชุมผู้จำหน่ายในครั้งนี้ นับเป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นของฮอนด้าในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการอย่างไม่หยุดนิ่ง ควบคู่ไปกับการขับเคลื่อนธุรกิจ เพื่อมุ่งมั่นที่จะส่งมอบประสบการณ์ที่เหนือความคาดหมายให้กับลูกค้าไปอีกขั้น และสร้างความประทับใจตลอดการเป็นเจ้าของรถยนต์ฮอนด้า พร้อมเติบโตเคียงข้างคนไทยและสานต่อพันธกิจในการเป็นองค์กรที่สังคมต้องการให้ดำรงอยู่ตลอดไปอย่างยั่งยืน

26 May 2025

...

นายกฤษณพงศ์ กิจสนาพิทักษ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (บสส.) หรือ SAM พร้อมผู้บริหารระดับสูงและเจ้าหน้าที่ ร่วมงานมหกรรมการเงินกรุงเทพ ครั้งที่ 25 MONEY EXPO 2025 BANGKOK ระหว่างวันที่ 15 – 18 พฤษภาคมนี้ โดยได้รับเกียรติจาก นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง  นายสันติ วิริยะรังสฤษฎ์ และนางสาวภาคนี วิริยะรังสฤษฎ์ ประธานจัดงานร่วมในพิธีเปิดบูท SAM หมายเลข K6 อย่างเป็นทางการ ณ อาคารชาเลนเจอร์ 2 – 3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี   ทั้งนี้ ภายในบูทลูกค้าจะได้พบกับทรัพย์มือสองหรือทรัพย์สินรอการขาย (NPA) เพื่อที่อยู่อาศัยและเพื่อการลงทุน ทำเลที่ดี ราคาพิเศษทั่วไทย กว่า 4,000 รายการ พร้อมโปรโมชันพิเศษ อาทิ  “SAM Flash Day” แจก Gift Voucher มูลค่าสูงสุด 100,000 บาท โปร “ฟรี! ค่าโอนคนละครึ่ง” ไม่เกิน 1% สำหรับทรัพย์ที่มีราคาไม่เกิน 10 ล้านบาท และ “ฟรี! โอนไม่อั้น” ไม่เกิน 2% สำหรับทรัพย์ที่มีราคา 10 ล้านบาทขึ้นไป และบริการสินเชื่อบ้านอัตราดอกเบี้ยพิเศษจากธนาคารชั้นนำ รวมถึงแคมเปญพิเศษสำหรับลูกค้าปรับโครงสร้างหนี้ ของ SAM ได้แก่ มาตรการ “ปรับหนี้มีสุข ผ่อนดีมีลด”และ “SAM จูงใจ ชำระไวในเงื่อนไขสัญญายอม”  นอกจากนี้ ลูกค้าที่เป็นหนี้เสียประเภทบัตรเครดิต บัตรกดเงินสดและสินเชื่อส่วนบุคคลที่ไม่มีหลักประกัน ที่มีหนี้ค้างชำระมากกว่า 120 วัน สามารถปรึกษาและรับคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่ พร้อมสมัครเข้าโครงการ “คลินิกแก้หนี้ by SAM” ได้อีกด้วย    

18 May 2025

...

ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) จัดงาน “ประมูลขายบ้านมือสองออนไลน์ ประจำเดือนเมษายน 2568” เมื่อวันศุกร์ที่ 4 เมษายน 2568 ระหว่างเวลา 12.00 - 12.30 น. พร้อมกันทั่วประเทศ ผ่าน  Application : GHB ALL HOME โดยสามารถจำหน่ายบ้านมือสองได้จำนวน 96 รายการ มูลค่ารวม 121.45 ล้านบาท แบ่งเป็น ทรัพย์ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล จำนวน 27 รายการ มูลค่ารวม 35.97 ล้านบาท และในส่วนภูมิภาค จำนวน 69 รายการ มูลค่ารวม 85.48 ล้านบาท โดยรายการทรัพย์ที่ประมูลได้ในราคาต่ำที่สุดเพียง 117,000 บาท เป็นทรัพย์ประเภทคอนโดมิเนียม ขนาดเนื้อที่ 20.4 ตารางเมตร ในเขตบางเขน กรุงเทพมหานคร และทรัพย์ที่ประมูลในราคาสูงสุด เป็นทรัพย์ประเภทบ้านเดี่ยว ขนาดเนื้อที่ 63 ตารางวา ในเขตคลองสามวา กรุงเทพมหานคร โดยประมูลขายได้ในราคา 3,530,000 บาท พิเศษ! ผู้ชนะการประมูลสามารถใช้ “ผลิตภัณฑ์สินเชื่อสำหรับซื้อทรัพย์ NPA พร้อมขายของธนาคาร” โดยได้รับอัตราดอกเบี้ยต่ำสุด นานสูงสุด 24 เดือน (เงื่อนไขเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารกำหนด) และหากทำนิติกรรมและโอนกรรมสิทธิ์ ภายในวันที่ 2 มิถุนายน 2568 จะได้รับส่วนลด On top เพิ่ม 15% อีกด้วย   โดยสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ G H Bank Call Center โทร.0-2645-9000 กด 5 หรือ Facebook Fanpage ธนาคารอาคารสงเคราะห์ หรือ ดูข้อมูลบ้านมือสอง ธอส. ได้ที่ www.ghbhomecenter.com และ  Application : GHB ALL HOME  

17 Apr 2025

Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

...

นายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) รับโล่รางวัล เชิดชูเกียรติ "สถาบันที่มีความดีเด่นทางการเกษตร ประจำปี พ.ศ. 2567" และนางสาวพรหมกร พรหมขัติแก้ว ผู้ช่วยผู้จัดการ ธ.ก.ส ในฐานะนิสิตเก่าคณะเกษตร มก.รุ่นที่ 46 รับรางวัลนิสิตเก่าดีเด่นคณะเกษตร ประเภทนักบริหารภาครัฐ/ภาครัฐวิสาหกิจ ประจำปี พ.ศ. 2567 จากสมาคมนิสิตเก่าคณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในงานรวงทองคืนทุ่ง 2568 – Aggie Day' 68 ครบรอบ 82 ปีแห่งการสถาปนาคณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาตร์ เพื่อยกย่อง เชิดชูเกียรติ องค์กรและบุคคคที่มีผลงานดีเด่นและมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาและส่งเสริมภาคการเกษตร ทั้งด้านงานวิชาการ การวิจัย การบริหารจัดการ และการให้บริการแก่เกษตรกร เพื่อประโยชน์แก่การพัฒนาเกษตรกรรมของประเทศ     ซึ่งสะท้อนบทบาทของ ธ.ก.ส. ในการขับเคลื่อนภาคเกษตรของไทยตามวิสัยทัศน์ในการเป็น “ธนาคารพัฒนาชนบทที่ยั่งยืน” โดยมีศาสตราจารย์ ดร.ธีระ สูตะบุตร อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และอดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นประธานในพิธีมอบรางวัล และนายอนันต์ สุวรรณรัตน์  อดีตปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และอดีตรองประธานคณะกรรมการ ธ.ก.ส. ร่วมแสดงความยินดี เมื่อวันที่  23 สิงหาคม 2568  ณ อาคารสมาคมศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน กรุงเทพฯ             

27 Aug 2025

...

ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank ขับเคลื่อนนโยบายรัฐ เดินหน้ากระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ ยกขบวนบริการ “พัฒนาคู่เติมทุน” เสิร์ฟผู้ประกอบการเอสเอ็มอีพื้นที่ภาคใต้ ในงาน “พาแบงก์รัฐ มาช่วยราษฎร์”   ในวันที่ 30 สิงหาคม 2568 เวลา 09.00-12.30 น. ณ  โรงแรมดารา จ.ภูเก็ต ภายในงานพบบริการสินเชื่อเพื่อเอสเอ็มอี อัตราดอกเบี้ยพิเศษเพียง 3% ต่อปี  คงที่ตลอด 3 ปีแรก ผ่อนชำระนานสูงสุด 10 ปี ครอบคลุมทุกกลุ่มธุรกิจและทุกความต้องการของเอสเอ็มอี พร้อมทีมให้คำปรึกษา  ยื่นกู้ได้ทันทีภายในงาน  อีกทั้ง รับโปรโมชันเสริมพิเศษ อีก 2 ต่อ ได้แก่ ต่อที่ 1 เมื่อยื่นขอสินเชื่อและได้รับอนุมัติ รับบัตรกำนัล มูลค่า 500 บาท และ ต่อที่ 2 รับสิทธิ์สมัครใช้บริการแพลตฟอร์ม “DX by SME D Bank” เพื่อยกระดับธุรกิจครบวงจร ฟรี! ห้ามพลาด ขอเชิญผู้ประกอบการ จ.ภูเก็ต และใกล้เคียง เข้าร่วมงานโดยไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น  ลงทะเบียนเข้าร่วมโดยสแกน QR Code ในโปสเตอร์ประชาสัมพันธ์  สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม Call Center 1357

21 Aug 2025

...

นายวีระชัย อมรถกลสุเวช รองผู้อำนวยการธนาคารออมสินอาวุโส รักษาการผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารออมสินพร้อมเดินหน้าเคียงข้างประชาชนและภาคธุรกิจไทย โดยประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลง 0.25% ต่อปี สอดคล้องกับมติคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เพื่อช่วยลดภาระทางการเงิน เพิ่มสภาพคล่อง และสนับสนุนการปรับตัวของผู้ประกอบการและประชาชน การปรับลดครั้งนี้เป็นการสานต่อมาตรการช่วยเหลือที่ธนาคารได้ริเริ่มมาก่อนหน้านี้ ซึ่งได้เคยนำร่องลดดอกเบี้ยเงินกู้มาแล้ว 2 ครั้ง ในปี 2568 เพื่อบรรเทาผลกระทบจากต้นทุนทางการเงินและกระตุ้นการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในวงกว้าง ทั้งยังสะท้อนการยึดมั่นในแนวทาง “ธนาคารเพื่อสังคม” ที่พร้อมปรับลดกำไรให้อยู่ในระดับเหมาะสม เพื่อขยายความสามารถในการช่วยเหลือภารกิจทางสังคมได้มากขึ้น ธนาคารออมสินจึงประกาศลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ทุกประเภท ดังนี้ อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ขั้นต่ำสำหรับลูกค้ารายย่อย (MRR) ลดเหลือ 6.295% ต่อปี อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ขั้นต่ำสำหรับลูกค้าสินเชื่อรายใหญ่ (MLR) ลดเหลือ 6.325% ต่อปี อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ขั้นต่ำสำหรับลูกค้าใช้วงเงินเบิกเกินบัญชี (MOR) ลดเหลือ 6.095% ต่อปี ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ทั้ง 3 ประเภทของธนาคาร (MRR / MLR / MOR) ยังคงต่ำที่สุดในระบบ เมื่อเทียบกับอัตราดอกเบี้ยของธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ ทั้งนี้ ธนาคารจะยังคงตรึงอัตราดอกเบี้ยเงินฝากเดิม เพื่อให้ผู้ฝากยังได้รับผลตอบแทนที่เหมาะสมตามภารกิจส่งเสริมการออม ควบคู่กับการสนับสนุนให้เศรษฐกิจปรับตัวรับมือกับความผันผวนของเศรษฐกิจโลก และแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างภายในประเทศที่กระทบกำลังซื้อและความสามารถในการแข่งขัน โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 15 สิงหาคม 2568 เป็นต้นไป หรือจนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง    

18 Aug 2025

...

เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา นายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) พร้อมด้วย นายไพศาล หงษ์ทอง รองผู้จัดการ ธ.ก.ส. ลงพื้นที่เยี่ยมและให้กำลังใจ 2 ครอบครัววีรชนทหารกล้าที่เสียชีวิตระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ปกป้องแผ่นดินไทยจากสถานการณ์ความไม่สงบชายแดนไทย – กัมพูชา ได้แก่ นางกฤษณา น้อยโคตร มารดาของ ส.อ. กฤษฎา น้อยโคตร สังกัดกองร้อยลาดตระเวนระยะไกลที่ 6 กองพลทหารราบที่ 6 เสียชีวิตเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2568 และ นายจันดา ป้องแก้ว บิดาของ จ.ส.อ. อโณทัย ป้องแก้ว สังกัดกองพันปฏิบัติการพิเศษ กรมรบพิเศษที่ 3 (ฉก.90) หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ เสียชีวิตเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2568 โดย ธ.ก.ส. ได้มอบความช่วยเหลือแก่ครอบครัวทหารตามมติที่ประชุมคณะกรรมการธนาคาร เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2568 ที่เห็นชอบการให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ กรณีบุตร หรือคู่สมรส ของลูกค้า ธ.ก.ส. เป็นทหาร หรือ ตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) ที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ในเหตุการณ์ความไม่สงบระหว่างประเทศไทย – กัมพูชา โดยยกหนี้ในส่วนของต้นเงินกู้ทุกสัญญา และยกหนี้ในส่วนของดอกเบี้ยทั้งจำนวน ภายใต้สัญญาที่ใช้แหล่งเงินทุน ธ.ก.ส. เป็นกรณีพิเศษ เพื่อให้ความช่วยเหลือ และลดภาระให้ทั้ง 2 ครอบครัววีรชนทหารที่เสียสละชีวิตเพื่อภารกิจสำคัญในการปกป้องอธิปไตยและความมั่นคงของชาติให้สามารถดำรงชีพต่อไปได้อย่างมั่นคงต่อไป   ฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) โดย ผู้จัดการ ธ.ก.ส. ได้กล่าวแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งกับทั้ง 2 ครอบครัววีรชนทหารกล้าที่ต้องสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก ซึ่งความกล้าหาญเหล่านี้จะถูกจารึกไว้ในความทรงจำของคนไทยตลอดไป โดย ธ.ก.ส. รู้สึกเป็นเกียรติที่ได้มีโอกาสมาให้กำลังใจให้แก่ครอบครัววีรชนผู้เสียสละเพื่อส่งมอบความช่วยเหลือกรณีพิเศษในครั้งนี้ และพร้อมให้การสนับสนุนดูแลในด้านต่าง ๆ ตามภารกิจของธนาคารต่อไป   ในโอกาสนี้ ธ.ก.ส. ยังได้มอบข้าวพร้อมทาน ตราอุ่นอิ่ม ทั้งข้าวหอมมะลิ ข้าวกล้องหอมมะลิ และข้าวไรซ์เบอร์รี ที่สามารถรับประทานได้ทันที สะดวก สะอาด ปลอดภัย พกพาง่าย โดยไม่ต้องอุ่น และสามารถเก็บรักษาได้ในอุณหภูมิห้องนานถึง 18 เดือน ให้แก่กองทัพภาคที่ 2 สำหรับเป็นเครื่องบริโภคให้กับกำลังพลในพื้นที่ เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของทหารและเจ้าหน้าที่ ในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อรักษาอธิปไตยและความสงบสุขให้กับประชาชนและประเทศชาติของชาติในพื้นที่ชายแดน หรือในภารกิจบรรเทาทุกข์ให้กับประชาชน โดยมี พ.อ. ฐาพล อ้อชัยภูมิ รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน จังหวัดอำนาจเจริญ (ฝ่ายทหาร) เป็นผู้แทนในการรับมอบ นอกจากนี้ ผู้จัดการ ธ.ก.ส. ยังได้พบปะพูดคุยกับเกษตรกรลูกค้าของธนาคารในพื้นที่ตำบลลือ อำเภอปทุมราชวงศา จังหวัดอำนาจเจริญ ที่มาเข้าร่วมเป็นสักขีพยานภายในงาน   ธ.ก.ส. ขอเชิญชวนประชาชนผู้ที่สนใจสามารถสั่งซื้อ “ข้าวพร้อมทาน ตราอุ่นอิ่ม” จาก สกต. ร้อยเอ็ด เพื่อสนับสนุนเกษตรกรผู้ผลิตโดยตรง และเป็นส่วนหนึ่งในการส่งขวัญและกำลังใจให้กับทหารแนวหน้าในการปฏิบัติหน้าที่ โดยสามารถติดต่อได้ที่ สกต.ร้อยเอ็ด จำกัด โทร. 088 338 2572 ทั้งนี้ ธ.ก.ส. ขอแสดงความห่วงใยต่อประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในบริเวณพื้นที่ชายแดนไทย – กัมพูชา ซึ่งในขณะนี้พี่น้องประชาชนในหลายพื้นที่ยังไม่สามารถกลับเข้าที่พักอาศัยหรือใช้ชีวิตได้ตามปกติ โดย ธ.ก.ส. พร้อมอยู่เคียงข้างเพื่อก้าวผ่านวิกฤติครั้งนี้ไปด้วยกัน สอบถามรายละเอียดมาตรการช่วยเหลือของ ธ.ก.ส. ได้ที่ ธ.ก.ส. ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือ Call Center 02 555 0555 ตลอด 24 ชั่วโมง  

12 Aug 2025

Banner Banner Banner Banner

Banner
  เทียบจุดแข็งแกร่ง “วิริยะ-ทิพย-กรุงเทพ” ประกันภัย   เมื่อพูดถึงวงการประกันภัย-วินาศภัยเมืองไทย มี 3 บริษัทใหญ่ของวงการและของประเทศไทย ที่ถือว่าเป็น”ขาใหญ่”หรือขาประจำที่แต่ละปี บริษัททั้ง 3 บริษัท มีกลยุทธ์การตลาด และจุดแข็งที่แตกต่างกันของแต่ละบริษัท และบริษัททั้ง 3 บริษัทนี้กำลังจะแย่งชิงเบี้ยประกันภัยเพื่อเป็นอันดับ 1 ของประเทศไทย เมื่อเทียบสัดส่วนในเรื่องยอดขาย และในแง่ของผลกำไร            ในแง่ยอดขายต่อปี          เบอร์ 1 บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) ด้วยจุดแข็งการทำประกันภัยรถยนต์ ที่มีเบี้ยประกันภัยสูงขายง่าย แต่ละปีสร้างยอดขายได้มีเบี้ยประกันภัยรับตรงรวม 40,879 ล้านบาท          เบอร์ 2 บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) ด้วยจุดแข็งงานประกันภัย Non Motor ประเภทขนส่งสินค้า Marin รวมทั้งลูกค้าของผู้ถือหุ้นใหญ่อย่าง ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ทำให้มียอดขายรับประกันภัยตรงอยู่ที่ 31,736.1 ล้านบาทแซงหน้าบริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ไปเรียบร้อย          เบอร์ 3 บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ด้วยจุดแข็งการเป็นบริษัท ที่มีกระทรวงการคลังถือหุ้นใหญ่ สามารถขยายตลาดผ่านพันธมิตรหรือผู้ถือหุ้นได้ง่าย และทำตลาดประกันภัยโครงสร้างพื้นฐาน โครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ของรัฐจึงทำให้มีเบี้ยประกันภัยต่อปี มีเบี้ยประกันภัยรวม 22,439 ล้านบาท จะกลับไล่บี้เบอร์ 1และ 2 ได้ต่อไป         ในแง่ผลกำไรต่อปี         เบอร์ 1 คงต้องให้บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) เนื่องจากได้งานจากหน่วยงานภาครัฐ และมีพันธมิตรที่หลากหลาย ด้วยยอดขายที่สูง และมีการบริหารการลงทุนที่พร้อม เพราะมีธนาคารออมสิน, กบข. , ธนาคารกรุงไทย, ปตท., บางจาก  ทำให้มีผลกำไรมาเป็นอันดับ 1  ทำให้บริษัทสามารถทำกำไรจากการรับประกันได้ 2,631 ล้านบาท        เบอร์ 2  ต้องยกให้เป็นของบริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) ด้วยการรับประกันภัยที่มีความเสี่ยงภัยต่ำ รวมทั้งความเชี่ยวชาญในการบริหารเงินลงทุนโดยธนาคารกรุงเทพ ทำให้มีผลกำไรมาเป็นที่ 2 และมีเบี้ยประกันภัยเป็นอันดับที่ 2        เบอร์ 3 บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) มียอดขายเป็นอันดับ 1 มาอย่างต่อเนื่อง แต่ด้วยเน้นประกันภัยรถยนต์ยอดขายสูงก็มีความเสี่ยงสูง ผลกำไรน้อย จึงวางไว้เป็นเบอร์ 3 ในด้านผลกำไร                                                 นายเอกวรพงศ์ อำนวยทรัพย์ (เอก-วรา)                                               บรรณาธิการบริหาร สื่อ CEO THAILAND  
อ่านต่อ...
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner