Responsive image

Tuesday, 27 Oct 2026

Tags ที่คล้ายกัน "ประกอบ เพียรเจริญ"
...

19 Oct 2024

Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

...

สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดโครงการ “Responsible Voices สำหรับ Finfluencer รุ่นที่ 2” ณ สำนักงาน ก.ล.ต. โดยมีศาสตราจารย์ ดร.พรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการ ก.ล.ต. เป็นประธานในพิธี และได้รับเกียรติจากผู้แทนหน่วยงานกำกับทั้ง 3 หน่วยงานเข้าร่วม ซึ่งเป็นการจัดต่อเนื่องจากความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ของรุ่นที่ 1 ที่สิ้นสุดไปเมื่อเดือนพฤษภาคม 2568 ที่ผ่านมา โดยได้คัดเลือก Financial Influencer (Finfluencer) จำนวน 40 คน จากหลากหลายแพลตฟอร์ม เข้าร่วมอบรมในหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับการให้ข้อมูลด้านการเงิน การลงทุน และการประกันภัย   นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการ คปภ. เปิดเผยว่า โครงการนี้มีเป้าหมายสำคัญในการสร้าง “Finfluencer เชิงบวก”  ที่สามารถนำเสนอข้อมูลด้านประกันภัย การเงิน และการลงทุนได้อย่างถูกต้อง เข้าใจง่าย และตระหนักถึงผลกระทบต่อสังคม  โดยสำนักงาน คปภ. ได้ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการบ่มเพาะผู้สร้างสรรค์ Content ที่มีความรู้ด้านการประกันภัย เพื่อถ่ายทอดต่อไปยังประชาชนในวงกว้าง ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้ผู้แทนสายกลยุทธ์องค์กร เข้าร่วมในพิธีเปิดและกิจกรรมการบรรยาย โดยสำนักงาน คปภ. ยังได้ร่วมจัด Workshop เชิงปฏิบัติการในหัวข้อ “การสื่อสารด้านการประกันภัยอย่างมีความรับผิดชอบ” เพื่อให้ผู้เข้าร่วมสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการผลิตคอนเทนต์ที่สร้างสรรค์และเป็นประโยชน์ต่อประชาชน   โครงการ Responsible Voices สำหรับ Finfluencer รุ่นที่ 2 จัดขึ้นภายใต้การร่วมมือของทั้ง 3 หน่วยงานกำกับดูแล โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมให้ Financial Influencer (Finfluencer) จากภาคการเงิน การลงทุน และประกันภัย มีความรู้ความเข้าใจ และสามารถเผยแพร่ข้อมูลให้แก่ผู้ติดตามได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม ยกระดับสู่การเป็น Finfluencer ที่นำเสนอข้อมูลอย่างมีความรับผิดชอบ และคำนึงถึงผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นต่อผู้ติดตามและสังคม รวมทั้งขยายผลสู่การสร้างความตระหนักต่อผู้ประกอบธุรกิจที่มีการสื่อสารผ่าน Finfluencer ซึ่งจากความสำเร็จในรุ่นที่ 1 กลุ่ม Finfluencer ได้ระดมความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์ และร่วมกันจัดทำเนื้อหาด้านการเงิน การลงทุน และประกันภัยในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อเผยแพร่ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย   โดยผู้ที่ผ่านการเข้าร่วมโครงการฯ ในรุ่นที่ 1 มีผู้ติดตาม (followers) จำนวนรวมมากกว่า 14 ล้านคน ซึ่งสะท้อนถึงพลังของการสื่อสารและสร้างการเปลี่ยนแปลงให้ Finfluencer ให้ตระหนักถึงบทบาทของตนเองในการให้ข้อมูลอย่างมีความรับผิดชอบ และมีการช่วยเหลือกันภายในเครือข่าย เพื่อส่งเสริมให้เกิดสังคมการให้ข้อมูลที่มีความรับผิดชอบ พร้อมทั้งร่วมเป็นส่วนหนึ่งของผู้ที่กระจายข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์จากหน่วยงานกำกับดูแลทั้ง 3 แห่ง ไปสู่ประชาชนในวงกว้าง จึงเป็นที่มาของการดำเนินการต่อเนื่องในรุ่นที่ 2 โดยยังคงยึดเป้าหมายในการส่งเสริมการสื่อสารด้วยเสียงที่สร้างสรรค์และมีความรับผิดชอบ เพื่อเสริมสร้างกลไกการคุ้มครองผู้ลงทุนและประชาชนให้เกิดขึ้นได้อย่างยั่งยืน   ทั้งนี้ โครงการ Responsible Voices สำหรับ Finfluencer รุ่นที่ 2 จะจัดขึ้นในวันที่ 1 ตุลาคม และวันที่ 8 ตุลาคม 2568 ณ สำนักงาน ก.ล.ต. ซึ่งเนื้อหาการอบรมแต่ละครั้งจะเป็นการบรรยาย การระดมความคิด และการทำ Workshop โดยวิทยากรผู้เชี่ยวชาญจากทั้ง 3 หน่วยงานกำกับดูแล ครอบคลุมหัวข้อความรู้เกี่ยวกับการสื่อสารด้านการเงิน การลงทุน และการประกันภัยที่เหมาะสม การอัปเดตสถานการณ์ทางการเงิน การลงทุน และประกันภัย เพื่อนำความรู้ความเข้าใจที่ได้รับไปใช้ประโยชน์ในการจัดทำและนำเสนอ Content ที่ถูกต้อง รวมทั้งสร้างหลักคิดที่ชวนให้ตระหนักรู้เกี่ยวกับการให้ข้อมูลที่บิดเบือนอาจเข้าข่ายผิดกฎหมาย  ซึ่งผู้เข้าร่วมโครงการตามเกณฑ์ที่กำหนดจะได้รับประกาศนียบัตรเพื่อรับรองการเข้าร่วมโครงการ  

06 Oct 2025

...

อลิอันซ์ อยุธยา ร่วมกับ เรซอัพ เวิร์ค ประกาศความพร้อมเตรียมจัดงานวิ่งแห่งปีที่ทุกคนรอคอย Allianz Ayudhya World Run Thailand Series 2024 ภายใต้แนวคิด “World Run World Heritage” งานวิ่งของคนรักษ์โลก “อนุรักษ์มรดกไทย ใส่ใจสิ่งแวดล้อม” เชิญชวนนักวิ่ง วิ่งย้อนรอยประวัติศาสตร์ ในบรรยากาศสุดคลาสสิก ชิมอาหารเลิศรส และช้อปสินค้าท้องถิ่น วันที่ 16-17 พฤศจิกายน 2567 ณ ศูนย์ท่องเที่ยวอยุธยา(ศาลากลางเก่า) จังหวัดพระนครศรีอยุธยา   นางสาวพัชรา ทวีชัยวัฒนะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่สายงานบริหารงานลูกค้า บมจ.อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต กล่าวว่า “งาน “Allianz Ayudhya World Run Thailand Series 2024” ถือเป็นงานวิ่งที่แฟนรายการ Allianz World Run ทุกคนต่างรอคอย เพราะเป็นงานวิ่งที่มีเอกลักษณ์เฉพาะในการคัดเลือกเส้นทางวิ่งท่ามกลางธรรมชาติ บรรยากาศดี วิ่งสนุก เดินทางสะดวก และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ที่สำคัญยังได้สนับสนุนสร้างรายได้ให้กับท้องถิ่นต่างๆของไทยอีกด้วย ในปีนี้ก็เช่นกัน อลิอันซ์ อยุธยา ได้คัดสรรพื้นที่สุดพิเศษในการจัดงาน โดยได้เปลี่ยนบรรยากาศการวิ่งเข้ามาในพื้นที่ประวัติศาสตร์สำคัญของไทย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ให้ผู้ร่วมงานได้มีโอกาสชมเส้นทางประวัติศาสตร์ ผ่านจุดสำคัญของเมืองเก่าอยุธยา และพิเศษสุดปีนี้ เราได้เพิ่มระยะทาง 5 กิโลเมตร เพื่อให้นักวิ่งหน้าใหม่ที่อาจจะเพิ่งเริ่มวิ่ง ได้ร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ด้วย ถือเป็นการเริ่มต้นออกกำลังกายไปด้วยกัน ที่จะได้ทั้งความสุขและสุขภาพที่ดีกลับไป สำหรับงาน “Allianz Ayudhya World Run Thailand Series 2024” จะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 16 และวันอาทิตย์ที่ 17 พฤศจิกายน 2567 โดยแบ่งระยะการแข่งขันเป็น 4 ประเภท ได้แก่ แฟมิลี่ฟันรัน 3 กิโลเมตร ในวันเสาร์ที่ 16 พฤศจิกายน 2567 ฮาล์ฟมาราธอน 21.1 กิโลเมตร มินิมาราธอน 10 กิโลเมตร และระยะทาง 5 กิโลเมตร ในวันอาทิตย์ที่ 17 พฤศจิกายน 2567 นอกจากนี้ภายในงานยังมีโซน Expo อิ่มอร่อยกับอาหาร Local สุดอร่อย และสินค้าจากชุมชน ให้ได้เลือกช้อป พร้อมชมมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินยอดนิยม  บริเวณลานกิจกรรมหน้าศาลากลางเก่า สำหรับงานวิ่งนี้ยังคงเป็นงานวิ่งรักษ์โลก โดยเหรียญและโล่รางวัลทำมาจาพลาสติกรีไซเคิล เหมือนเช่นเคย นอกจากนี้เรายังได้เตรียมของที่ระลึกสุดพิเศษ สำหรับ Finisher อีกด้วย” คุณพัชรา กล่าวทิ้งท้าย Allianz Ayudhya World Run Thailand Series 2024 เปิดจำหน่ายบัตรราคา Ealry bird ตั้งแต่วันนี้ – 10 กรกฎาคม 2567 ในราคา 850 บาท สำหรับ การวิ่งฮาล์ฟมาราธอน 21.1 กิโลเมตร ราคา 650 บาท สำหรับ การวิ่งมินิมาราธอน 10 กิโลเมตร 600 บาท สำหรับ 5 กิโลเมตร พิเศษ! สำหรับนักวิ่งแฟนพันธุ์แท้ ที่เคยร่วมวิ่งกับ Allianz World Run ในระยะ 10 กิโลเมตร และ 21.1 กิโลเมตร รับส่วนลดon top เพิ่มอีก 50 บาท หากคุณเป็นผู้รักสุขภาพ รักการวิ่ง อย่ารอช้า ข้อมูลเพิ่มเติมและสมัครวิ่งได้ที่ https://race.thai.run/worldrun2024 และสนใจติดตามรายละเอียดงานทั้งหมดได้ที่ Facebook: Worldrun Thailand

05 Jul 2024

...

นายสาระ ล่ำซำ นายกสมาคมประกันชีวิตไทย ขอชี้แจงว่า บริษัทประกันชีวิตทุกบริษัทได้ดำเนินธุรกิจด้วยการบริหารจัดการความเสี่ยงรอบด้าน ทั้งก่อนและหลังการรับประกันภัย และไม่มีเงื่อนไขให้บริษัทประกันชีวิตสามารถยกเลิกสัญญาระหว่างทางได้ ยกเว้นแต่มีหลักฐานชัดเจนว่าผู้เอาประกันภัยปกปิดข้อเท็จจริงที่เป็นสาระสำคัญต่อการรับประกันภัย หรือมีเจตนาทุจริตต่อบริษัท ขณะเดียวกันธุรกิจประกันชีวิต มีความมั่นคงและมีระดับความเพียงพอของเงินกองทุนสูงกว่าที่กฎหมายกำหนด และเพียงพอต่อการปฏิบัติตามภาระผูกพันของกรมธรรม์ประกันภัยทุกกรมธรรม์ที่ออกให้แก่ผู้เอาประกันภัย ดังนั้น ธุรกิจประกันชีวิตพร้อมที่จะดูแลและให้ความคุ้มครองแก่ผู้เอาประกันภัยจนกว่าจะครบกำหนดสัญญา จึงขอให้ผู้เอาประกันภัยที่ทำประกันชีวิตในทุกแบบผลิตภัณฑ์ กับทุกบริษัทประกันชีวิต เชื่อมั่นว่าธุรกิจประกันชีวิตมีความมั่นคงและพร้อมยึดมั่นคำสัญญาที่ระบุไว้ภายใต้เงื่อนไขกรมธรรม์ “ธุรกิจประกันชีวิตพร้อมอยู่เคียงข้างผู้เอาประกันภัย และคนไทยในทุกสถานการณ์ และปฏิบัติตามพันธะสัญญาในกรมธรรม์ประกันภัยเสมอ” นายสาระ กล่าวในตอนท้าย

25 Nov 2021

...

ตามที่มีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งเผยแพร่ข้อความในสื่อออนไลน์ว่าเป็นผู้ได้รับบาดเจ็บจากกรณีรถยนต์ที่เอาประกันภัยไว้กับบริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) เกิดเหตุชนกับรถจักรยานยนต์รับจ้างที่ผู้ได้รับบาดเจ็บนั่งซ้อนท้ายมา เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2565 โดยผู้บาดเจ็บเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลกรุงเทพ มีค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลทั้งสิ้นจำนวน 1,018,794.50 บาท และยังไม่ได้รับการชดใช้จากบริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) แต่อย่างใด ซึ่งข้อความดังกล่าวได้มีผู้แสดงความคิดเห็น ส่งต่อ และเผยแพร่สู่สาธารณะไปอย่างแพร่หลาย บริษัทฯ ขอเรียนแจ้งว่าข้อความที่เผยแพร่ในเฟซบุ๊กดังกล่าว ยังมีข้อเท็จจริงไม่ครบถ้วนและยังขาดรายละเอียดในสาระสำคัญหลายประการ ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดความเข้าใจผิดต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในหมู่ประชาชนโดยทั่วไป และส่งผลเสียหายต่อภาพลักษณ์ของบริษัทฯ เป็นอย่างมาก บริษัทฯ จึงขอเรียนชี้แจงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นดังต่อไปนี้ วันที่ 13 กันยายน 2565 รถยนต์ที่เอาประกันภัยไว้กับบริษัทฯ ได้เกิดเหตุชนกับรถจักรยานยนต์รับจ้างที่ผู้ได้รับบาดเจ็บนั่งซ้อนท้ายมา เป็นเหตุให้ได้รับบาดเจ็บกระดูกขาซ้ายหัก มีบาดแผลบริเวณใบหน้า และบริเวณร่างกาย ถูกส่งตัวเข้ารักษาที่โรงพยาบาลกรุงเทพ วันที่ 21 กันยายน 2565 บริษัทฯ ได้ติดต่อไปยังผู้ได้รับบาดเจ็บและโรงพยาบาลกรุงเทพเพื่อออกหนังสือรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลของผู้ได้รับบาดเจ็บตามวงเงินที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ประกันภัย จำนวน 1,000,000 บาท เพื่อให้ผู้ได้รับบาดเจ็บได้รับการรักษาดีที่สุดและเป็นการรับรองว่าบริษัทฯ จะชำระค่าใช้จ่ายให้กับผู้ได้รับบาดเจ็บ แต่ผู้ได้รับบาดเจ็บแจ้งว่าต้องการใช้สิทธิ์เบิกค่ารักษาพยาบาลจากประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) ของผู้ได้รับบาดเจ็บเอง และได้ทำการเบิกค่ารักษาพยาบาล จำนวน 1,018,794.50 บาท จากบริษัทประกันภัยของตนเองเรียบร้อยแล้ว หลังจากนั้นผู้ได้รับบาดเจ็บได้นำสำเนาใบแจ้งค่าใช้จ่ายในการรักษาจำนวนดังกล่าว พร้อมใบเสร็จรับเงินค่ารักษาที่สำรองจ่ายไปแล้ว จำนวน 13,699.60 บาท มาแสดงกับทางบริษัทฯ ซึ่งบริษัทฯ ไม่สามารถชดใช้ค่ารักษาพยาบาลจำนวน 1,018,794.50 บาทได้ เนื่องจากตามหลักการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนนั้น หากใช้สิทธิ์ในการเบิกค่ารักษาพยาบาลกับบริษัทประกันภัยแห่งใดแห่งหนึ่งแล้วจะไม่สามารถเบิกค่ารักษาพยาบาลจำนวนนั้นจากบริษัทประกันภัยอื่นได้อีก วันที่ 2 พฤศจิกายน 2565 พนักงานสอบสวนนัดเจรจาที่สถานีตำรวจนครบาล เขตปทุมวัน และบริษัทฯ ได้แจ้งให้ผู้ได้รับบาดเจ็บส่งรายละเอียดค่าเสียหายที่ประสงค์จะเรียกร้องกับบริษัทฯ วันที่ 16 มกราคม 2566 ผู้ได้รับบาดเจ็บได้ยื่นข้อเรียกร้องเรียกค่าเสียหายจากบริษัทฯ เป็นจำนวนสูงถึง 4,599,694.05 บาท ในขณะที่วงเงินคุ้มครองตามกรมธรรม์ประกันภัยมีจำนวน 1,000,000 บาท ซึ่งในทางปฏิบัติ การพิจารณาจ่ายค่าชดเชยที่มีวงเงินเกินกว่าวงเงินคุ้มครองตามกรมธรรม์ประกันภัย บริษัทฯ จะต้องเจรจาภายใต้ความเห็นชอบของผู้เอาประกันภัย วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2566 บริษัทฯ ได้ติดต่อไปยังผู้ได้รับบาดเจ็บทางโทรศัพท์เพื่อเสนอจ่ายค่าสินไหมทดแทนอื่นๆ นอกเหนือไปจากค่ารักษาพยาบาลที่ผู้ได้รับบาดเจ็บได้เบิกจ่ายไปจากประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) ของบริษัทประกันภัยอื่นแล้ว แต่ผู้ได้รับบาดเจ็บปฏิเสธข้อเสนอดังกล่าว ดังนั้น บริษัทฯ จึงขอให้ผู้ได้รับบาดเจ็บนำเสนอเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมพร้อมรายละเอียดประกอบการเรียกร้องค่าชดเชยความเสียหายดังกล่าว วันที่ 31 มีนาคม 2566 ผู้ได้รับบาดเจ็บได้ให้ตัวแทนเข้าพบเจ้าหน้าที่บริษัทฯ แต่ไม่สามารถแสดงเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อประกอบการเรียกร้องค่าชดเชยความเสียหายได้ ประกอบกับค่าชดเชยความเสียหายที่เรียกร้องมาเป็นค่าเสียหายที่ซ้ำซ้อนและสูงกว่าวงเงินความคุ้มครอง 1,000,000 บาท เป็นอย่างมาก โดยผู้ได้รับบาดเจ็บยืนยันตามข้อเรียกร้องเดิม จึงทำให้บริษัทฯ ยังไม่สามารถดำเนินการจ่ายค่าชดเชยความเสียหายตามที่ผู้ได้รับบาดเจ็บเรียกร้องได้ วันที่ 7 เมษายน 2566 พนักงานสอบสวนได้นัดหมายให้เจ้าหน้าที่บริษัทฯ ผู้เอาประกันภัย และผู้ได้รับบาดเจ็บ ไปเจรจาค่าเสียหายที่สถานีตำรวจนครบาลปทุมวัน แต่ผู้ได้รับบาดเจ็บไม่มาตามนัดหมาย ซึ่งบริษัทฯ พร้อมที่จะเจรจาเพื่อหาข้อยุติที่เหมาะสมและเป็นธรรมสำหรับทุกฝ่ายต่อไป ทั้งนี้ บริษัทฯ ขอเรียนว่า บริษัทฯ ไม่ได้นิ่งนอนใจหรือเพิกเฉยตามที่ผู้ได้รับบาดเจ็บกล่าวอ้าง และได้มีการติดต่อเจรจาเป็นระยะ ๆ แต่เหตุที่ไม่สามารถตกลงกันได้เนื่องจากค่าเสียหายที่ผู้ได้รับบาดเจ็บเรียกร้องมาเกินกว่าวงเงินที่คุ้มครองตามกรมธรรม์ประกันภัย บริษัทฯ ขอยืนยันว่า ได้ดำเนินการตามหลักประกันภัยและหลักกฎหมายที่ถูกต้อง และพร้อมที่จะชดใช้ค่าสินไหมทดแทนที่ผู้ได้รับบาดเจ็บควรได้รับอย่างเป็นธรรม อย่างไรก็ดี การที่มีบุคคลภายนอกซึ่งไม่ทราบข้อเท็จริง และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้แสดงความคิดเห็น ส่งต่อ และเผยแพร่ ทำให้เกิดความเสียหายต่อบริษัทฯ ขอความกรุณายุติการกระทำดังกล่าว เนื่องจากเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย

09 Apr 2023

Banner Banner Banner Banner Banner Banner Banner Banner

Banner
  เปิดแผนงานสื่อ CEO THAILAND ปี 2569-2570 รุกคืบงานวิทยุ - ทีวี - อีเวนต์สื่อ                  สวัสดีครับท่านสมาชิกและผู้ติดตามสื่อออนไลน์ และสื่อในเครือ CEO THAILAND ตลอดมา 21 ปี ช่วงนี้ว่างเว้นจากสนามการเมืองระยะหนึ่ง ผมพอมีเวลากลับมาสานต่องานสื่อสักระยะหนึ่งคือในช่วงปี 2569-2570 จะกลับมาช่วยงานสื่อในฐานะที่ปรึกษา โดยจะยังเน้นในเรื่องสื่อออนไลน์ สื่อทีวี และสื่อวิทยุ และงานอีเวนต์ต่อเนื่องจากสื่อ ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2569 เป็นต้นไป ผมมีแผนงานของบริษัท เอก-วรา พับลิค รีเรชันส์ จำกัด ในสื่อดังต่อไปนี้คือ                          1. สื่อออนไลน์ CEO THAILAND              2. จัดทำรายการวิทยุ “คลื่นประกันภัย-การเงิน” ทางสถานีวิทยุ 96.25 MHZ (สถานีวิทยุการท่องเที่ยววัฒนธรรม) โครงการจัดทำรายการวิทยุเชิงข่าวสารในแวดวงประกันภัยและการเงิน นำเสนอข่าวสารเกี่ยวกับการประกันภัย-ประกันชีวิต  การเงิน และธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ทั้งสินเชื่อ ไฟแนนซ์ อสังหาริมทรัพย์ SMEs ออกอากาศทุกวันศุกร์ของทุกสัปดาห์ เวลา 17.00-18.00 น. ในเดือนสิงหาคม 2569               3. เดือนสิงหาคม 2569 สื่อได้จัดทำรายการทีวี “เรื่องเด่น...ประเด็นดัง” ออนแอร์ออกอากาศทางNBT2 ซึ่งเป็นรายการสดทีวี ที่นำเสนอนโยบายรัฐบาล และวิสัยทัศน์ ของผู้บริหารองค์กรภาครัฐ และภาคเอกชนในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสังคม บริการสาธารณะและบริการพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับสังคม และพี่น้องประชาชน ออกอากาศ ทุกวันจันทร์ที่ 1 และ 3 ของเดือน เวลา 10.00-10.30 น.               4. จัดงานมอบรางวัล “สุดยอดผู้บริหาร-องค์กรแห่งปี 2569” เดือนธันวาคม 2569 ที่จังหวัดกาญจนบุรี โครงการรับรางวัล  “สุดยอดผู้บริหาร-องค์กรแห่งปี 2569” เพื่อประกาศเกียรติคุณให้ผู้บริหารและองค์กรที่สร้างผลงานโดดเด่น ทั้งยังเป็นการกระตุ้นภาคธุรกิจเครือข่าย และSMEs ความตื่นตัวของชุมชนในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี รวมทั้งยังเป็นการสานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสื่อมวลชน-ภาคธุรกิจ -ผู้ประกอบการในพื้นที่ และพี่น้องประชาชน สื่อ CEO THAILAND จึงได้ร่วมกันจัดงานมอบรางวัลดังกล่าวขึ้น               5. โครงการจัดงานสัมมนา  “ทิศทางธุรกิจประกันภัย-การเงินแห่งปี 2569” ในเดือนธันวาคม 2569เพื่อเป็นการกระตุ้นภาคธุรกิจประกันภัยและการเงินในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรีและจังหวัดใกล้เคียง เพื่อความตื่นตัวของชุมชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร รวมทั้งจังหวัดกาญจนบุรี อีกทั้งยังเป็นการสานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสื่อมวลชน-ภาคธุรกิจ-ผู้ประกอบการในพื้นที่ และพี่น้องประชาชน สื่อ CEO THAILAND จึงได้ร่วมกันจัดงานสัมมนาดังกล่าวขึ้น               6. จัดงาน CSR ณ โรงเรียนบ้านท่าทุ่ม จ.กาญจนบุรี ในวันที่ 31 มกราคม 2570 โครงการจัดงานกิจกรรมเพื่อสังคม “CEO THAILAND CSR  OF THE YEAR 2027” เพื่อคืนกำไรสู่สังคมและสร้างความรู้ความเข้าใจให้คนในสังคม เป็นการกระตุ้นภาคธุรกิจประกันภัยและการเงิน และความตื่นตัวของชุมชนในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี อีกทั้งยังเป็นการสานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสื่อมวลชน-ภาคธุรกิจ -ผู้ประกอบการในพื้นที่ และพี่น้องประชาชนในพื้นที่ สื่อ CEO THAILAND จึงได้ร่วมกันจัดงานกิจกรรมดังกล่าวขึ้น T                                                                                                        (นายเอกวรพงศ์ อำนวยทรัพย์)
อ่านต่อ...
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner