Responsive image

Tuesday, 27 Oct 2026

Tags ที่คล้ายกัน "ธอส.ประมูลขายบ้านมือสอง"
...

24 Mar 2024

Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

...

บสย. ก้าวสู่ปีที่ 2 “ศูนย์ที่ปรึกษาทางการเงิน SMEs” เปิดทีม กูรูหมอหนี้ ร่วมขับเคลื่อน  ”โครงการหมอหนี้เพื่อประชาชน” ผ่าทางตันแก้หนี้ SMEs ปรึกษาฟรี พร้อมชวนผู้ประกอบธุรกิจ ลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ www.bot.or.th/app/doctordebt/ นางวสุกานต์ วิศาลสวัสดิ์  รักษาการผู้จัดการทั่วไป บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เปิดเผยว่า จากความสำเร็จและผลงานของ “ศูนย์ที่ปรึกษาทางการเงิน SMEs”  หรือ บสย.F.A. Center  ตลอดระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมา ซึ่งเปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 3 สิงหาคม 2563  มีผู้ใช้บริการขอคำปรึกษามากกว่า 1,300 ราย สร้างการรับรู้อย่างรวดเร็วในกลุ่มผู้ประกอบธุรกิจในฐานะศูนย์ที่ปรึกษาทางการเงิน SMEs ที่มีความเชี่ยวชาญอย่างแท้จริงนำไปสู่การขยายผลต่อเนื่องในปีที่ 2 โดยธนาคารแห่งประเทศไทย ผนึกกำลังร่วมกับ บสย. มอบให้ บสย. เป็นแกนหลักในการให้คำปรึกษา “โครงการหมอหนี้เพื่อประชาชน” เพื่อช่วยผู้ประกอบธุรกิจ ที่กำลังประสบปัญหาหนี้ ต้องการแก้หนี้ ปรับโครงสร้างหนี้ พัฒนาธุรกิจ และขอสินเชื่อ ที่ลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ “โครงการหมอหนี้เพื่อประชาชน” www.bot.or.th/app/doctordebt/ รับคำปรึกษาฟรี ทั้งนี้ บสย.ยังได้เปิดตัวทีม “กูรูหมอหนี้” บสย.F.A.Center  ซึ่งเป็นผู้ทรงคุณวุฒิ อดีตผู้บริหารระดับสูงที่มีประสบการณ์กว่า 30 ปี จากสถาบันการเงินชั้นนำที่เชี่ยวชาญด้านการวิเคราะห์สินเชื่อ การวิเคราะห์หนี้ การปรับโครงสร้างหนี้ และการพัฒนาธุรกิจ มาร่วมเป็นพี่เลี้ยงให้คำปรึกษา ได้แก่ 1.นายสุรชัย กำพลานนท์วัฒน์ อดีตรองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (ธพว.) เป็นผู้อำนวยการศูนย์ที่ปรึกษาทางการเงิน SMEs 2.นายเวทย์ นุชเจริญ อดีตประธานกรรมการ บริษัท กรุงไทยลีสซิ่ง จำกัด (มหาชน) และรองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส ผู้บริหารสายงาน สายงานธุรกิจรายย่อยและเครือข่าย ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) 3. นายปกรณ์ พรรธนะแพทย์   อดีตรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานคอมเมอร์เชียล บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) และรองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) 4.นายสุเมธ มณีวัฒนา อดีตกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) 5. นายนพรัตน์ อุ่นจัตตุรพร อดีตรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) 6. ดร.ปกรณ์ ปรีชาภรณ์ อดีตผู้อำนวยการฝ่ายสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ และผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์และกลั่นกรองสินเชื่อ ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย 7.นายจรรยฤทธิ์ ทรงมณี อดีตผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์สินเชื่อ และผู้อำนวยการฝ่ายสินเชื่อขนาดกลาง ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (ธพว.) 8. นายประเสริฐ ชัยชาญอุดมสุข อดีตผู้ช่วยผู้จัดการทั่วไป สายงานธุรกิจ บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) 9.นายเทียบจิตต์ จันทรภูติผลากร อดีตผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายกิจการสาขา บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ปัจจุบัน ทีมกูรูหมอหนี้  บสย. F.A. Center ได้ให้คำปรึกษาแก่ผู้ประกอบการ SMEs ประเภทธุรกิจหรือที่จดทะบียนนิติบุคคลที่ลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ “โครงการหมอหนี้เพื่อประชาชน” สำหรับผู้ประกอบการ SMEs สามารถขอรับบริการปรึกษาฟรี ง่ายๆ 3 ขั้นตอนดังนี้    1.ลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ “โครงการหมอหนี้เพื่อประชาชน” www.bot.or.th/app/doctordebt/ 2.รอนัดหมาย โดยเจ้าหน้าที่จะติดต่อกลับภายใน 5-7 วัน 3.รับคำปรึกษาผ่านช่องทางออนไลน์ โทรศัพท์หรือนัดพูดคุย เพื่อความรวดเร็วในการขอรับคำปรึกษาผู้ลงทะเบียนควรเตรียมข้อมูล  รายละเอียดของกิจการ ลักษณะธุรกิจ ปัญหาธุรกิจที่พบ ข้อมูลการเงิน อาทิ รายได้ ค่าใช้จ่าย และทรัพย์สินปีปัจจุบันและปีก่อนหน้าของกิจการ ข้อมูลภาระหนี้ อัตราการผ่อน และความสามารถในการชำระปัจจุบัน เมื่อผู้ประกอบการ SMEs ลงทะเบียนแล้ว ทีมงานธนาคารแห่งประเทศไทยจะเป็นผู้ดำเนินการรับข้อมูล และประสานงานกับทีมหมอหนี้ บสย. F.A. Center เพื่อนัดหมายต่อไป ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม – 31 สิงหาคม 2564 มีผู้ลงทะเบียน จำนวน 43 ราย ได้รับคำปรึกษาแล้ว จำนวน 32 ราย บริการให้คำปรึกษายอดนิยม ได้แก่ ปรับโครงสร้างหนี้ จำนวน 24 ราย พัฒนาธุรกิจ จำนวน 6 ราย ต้องการสินเชื่อ จำนวน 2 ราย สำหรับผู้ประกอบการ SMEs ทั่วไป หรือประชาชนที่ต้องการคำปรึกษาฟรียังสามารถใช้บริการศูนย์ที่ปรึกษาทางการเงิน SMEs หรือ บสย.F.A.Center ได้ที่ บสย.Call Center 02-890-9999 ในวัน จันทร์-ศุกร์  เวลา 8.30-16.30 น

17 Sep 2021

...

เมืองไทยประกันชีวิต บริษัทประกันชีวิตชั้นนำ ได้รับการพิจารณาคัดเลือกให้เป็นสถานประกอบกิจการดีเด่นด้านแรงงานสัมพันธ์และสวัสดิการแรงงานประจำปี 2566 เป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน จากกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงาน  โดยเป็นผลสัมฤทธิ์จากความพยายามและความมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์สภาพแวดล้อมการทำงานที่มีคุณภาพ พร้อมเป็นองค์กรที่เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ MTL เปิดเผยว่า  บริษัทฯ มุ่งเน้นการพัฒนาและการบริหารจัดการด้านบุคลากรอย่างมืออาชีพ  มุ่งมั่นส่งเสริมการทำงานเป็นทีมที่มีแรงบันดาลใจสูง โดยให้ความสำคัญกับความรับผิดชอบและความร่วมมือ ทำให้พนักงานมีความเชื่อมั่นในองค์กรและมีความสุขในการทำงาน เราเชื่อว่าความสำเร็จขององค์กรขึ้นอยู่กับความพอใจและความสุขของพนักงานที่เป็นประโยชน์ต่อกันและต่อองค์กรโดยรวม  ทั้งนี้เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีและเอื้อต่อการเติบโตของพนักงาน บริษัทฯ ได้ดำเนินการพัฒนาทักษะ ความรู้ความสามารถ ตลอดจนการเสริมสร้างสวัสดิการแรงงานที่ดีเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของพนักงานในทุกมิติ  รวมถึงสวัสดิการทางการเงิน สวัสดิการสุขภาพ และโอกาสความก้าวหน้าในการพัฒนาทางอาชีพ  เรายังให้ความสำคัญกับการสร้างสัมพันธภาพทางทีมงานและวัฒนธรรมที่เปิดกว้าง  ซึ่งเป็นปัจจัยที่สำคัญ ในการสร้างการทำงานที่มีประสิทธิภาพและสร้างผลงานที่ดีขึ้น นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมุ่งมั่นในการพัฒนาและปรับปรุงนโยบายและกฎระเบียบด้านแรงงานและสวัสดิการแรงงาน เพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงและความต้องการของพนักงานในปัจจุบันที่มีความหลากหลายของพนักงานและความหลากหลายทางเจนเนอเรชัน   สำหรับในด้านสวัสดิการและสิทธิพิเศษนั้น บริษัทฯ มีการปรับให้เข้ากับสภาพแวดล้อม สังคมและวัฒนธรรมที่มีความเปลี่ยนแปลงและหลากหลาย  อาทิ  การอนุญาตให้ลาหยุดเพื่อการสมรสของพนักงานโดยไม่จำกัดเพศ   การอนุญาตให้ลาหยุดพิเศษในเดือนเกิด  การให้พนักงานชายสามารถลาหยุดกรณีภรรยาคลอดบุตร  นโยบาย  Working from anywhere (WFA)    การส่งเสริมสุขภาพกายและสุขภาพใจของพนักงาน  ไม่ว่าจะเป็น การสนับสนุนให้ออกกำลังกาย โดยการจัดแข่งขันวิ่งมาราธอน การจัดแข่งขันไตรกีฬา  ทั้งนี้บริษัทฯ ได้มีการฝึกอบรมและฝึกซ้อมก่อนการลงแข่งขันจริง   การดำเนินการด้านส่งเสริมสถานที่การออกกำลังกาย (Live & Fit @ Muangthai Fitness) ให้มีความพร้อมรองรับพนักงานและมีความทันสมัย โดยบริษัทฯ ได้ร่วมกับคณะวิทยาศาสตร์การกีฬา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดให้มีการฝึกสอนจากผู้เชี่ยวชาญมาถ่ายทอดความรู้อย่างถูกต้อง  ในด้านสุขภาพทางใจนั้น บริษัทฯ ยังได้รับจัดนักจิตวิทยามาให้คำปรึกษาแก่พนักงาน เพื่อเป็นการผ่อนคลายจากการทำงาน  การปรับสวัสดิการแบบยืดหยุ่นให้ตรงกับความต้องการของพนักงาน  (Personalized Benefits)  ซึ่งเป็นแนวคิดที่สำคัญในการบริหารสวัสดิการและการจัดการทรัพยากรบุคคลขององค์กร เพื่อให้พนักงานรู้สึกว่าบริษัทฯ ให้ความสำคัญและใส่ใจในความเป็นอยู่ของพนักงาน  โดยสามารถดำเนินการเพื่อปรับสวัสดิการแบบยืดหยุ่น จัดแผนสวัสดิการที่หลากหลายเพื่อให้พนักงานได้เลือกตามความต้องการและสถานการณ์ส่วนบุคคล เช่น แผนประกันสุขภาพที่สอดคล้องกับความต้องการของผู้มีครอบครัวหรือโปรแกรมส่งเสริมสุขภาพส่วนบุคคล ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และมาตรฐานที่กำหนดจากคณะกรรมการซึ่งประกอบไปด้วย ผู้แทนฝ่ายนายจ้าง ผู้แทนฝ่ายลูกจ้าง และผู้แทนฝ่ายรัฐ ในการพิจารณาตัดสิน โดยผลสัมฤทธิ์ที่ออกมานั้น บริษัทฯ ได้รับการพิจารณาและคัดเลือกให้เป็นสถานประกอบกิจการดีเด่นด้านแรงงานสัมพันธ์และสวัสดิการแรงงานประจำปี 2566 เป็นครั้งที่ 2  นับเป็นเกียรติยศอย่างยิ่งและเป็นแรงผลักดันให้บริษัทฯ มุ่งมั่นในการพัฒนาและสร้างสรรค์สภาพแวดล้อมการทำงานสำหรับพนักงาน บริษัทฯ จะดำเนินงานเพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความพึงพอใจให้กับพนักงานเป็นสำคัญ และพร้อมเป็นสถานประกอบการที่เต็มไปด้วยโอกาสและมอบสิ่งที่ดีสำหรับพนักงาน “บริษัทฯ ขอขอบคุณพนักงานทุกคนที่มุ่งมั่นทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพ และขอขอบคุณกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ที่ได้รับการพิจารณาและคัดเลือกให้เราเป็นสถานประกอบกิจการดีเด่นในด้านแรงงานสัมพันธ์และสวัสดิการแรงงาน  ทั้งนี้บริษัทฯ มีความมุ่งมั่นพัฒนาเพื่อประโยชน์ของพนักงานทุกคน” นายสาระ กล่าว  

18 Aug 2023

...

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และ นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน ร่วมแถลงข่าวโครงการ “ออมสินก้าวไปกับครู...ช่วยแม่พิมพ์สู่อิสรภาพการเงิน” ความร่วมมือระหว่าง กระทรวงศึกษาธิการ กับ ธนาคารออมสิน เพื่อช่วยลดภาระหนี้ของครูและบุคลากรทางการศึกษา และสนับสนุนให้ปิดจบภาระหนี้ได้เร็วขึ้น ณ กระทรวงศึกษาธิการ เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2569 โดยธนาคารออมสินปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้สำหรับลูกหนี้ในโครงการสวัสดิการเงินกู้ ช.พ.ค. - ช.พ.ส. และโครงการเกื้อกูลผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา สำหรับลูกหนี้สถานะปกติ (ลูกหนี้ผ่อนชำระดี) ที่ชำระดอกเบี้ยได้ตามเกณฑ์ ไม่มีสถานะทางกฎหมาย และสัญญาไม่ครบกำหนดในปี 2569 เหลือ 3.50% ต่อปี จนถึงเดือนธันวาคม 2570 และตั้งแต่เดือนมกราคม 2571 เป็นต้นไป ใช้อัตราดอกเบี้ย MLR/MRR - 2% ต่อปี โดยอ้างอิงจากอัตราดอกเบี้ยตามสัญญาเดิม ขณะที่ลูกหนี้ครูที่ยังไม่เข้าเกณฑ์ ธนาคารเปิดโอกาสให้ปรับปรุงโครงสร้างหนี้ตามเงื่อนไขที่กำหนดก่อนเข้าร่วมโครงการฯ   นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันส่งผลกระทบต่อการดำรงชีพของประชาชน ขณะที่หนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูง ธนาคารออมสินจึงให้ความสำคัญกับการช่วยลดภาระหนี้ให้กับประชาชน รวมถึงครูและบุคลากรทางการศึกษาซึ่งเป็นแม่พิมพ์ของชาติ โดยปัจจุบันมีครูและบุคลากรทางการศึกษาที่เป็นลูกหนี้ในโครงการสวัสดิการเงินกู้ ช.พ.ค. / ช.พ.ส. และโครงการเกื้อกูลผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ตั้งแต่ปี 2548 - 2558 จำนวนกว่า 280,000 บัญชี ที่ยังมีภาระหนี้ ธนาคารออมสินจึงดำเนินโครงการลดดอกเบี้ย เพื่อช่วยให้ลูกหนี้ครูและบุคลากรทางการศึกษาสามารถรักษาวินัยการชำระหนี้และลดภาระหนี้ได้เร็วขึ้น ด้วยการปรับลดอัตราดอกเบี้ยให้ลูกหนี้ผ่อนชำระหนี้ดีจากแผนความช่วยเหลือเดิมที่ 4% เหลือ 3.50% ต่อปี จนถึงสิ้นปี 2570 ซึ่งอัตรานื้ถือว่าต่ำกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ของสหกรณ์ โดยยังคงชำระเงินงวดในจำนวนเท่าเดิม แต่เมื่ออัตราดอกเบี้ยลดลง เงินงวดส่วนที่เคยเป็นดอกเบี้ยจะถูกนำไปตัดยอดเงินต้นได้มากขึ้น ทำให้เงินต้นลดเร็วและร่นระยะเวลาการเป็นหนี้ให้สั้นลง สู่การมีอิสรภาพทางการเงินที่เร็วขึ้นได้ ขณะเดียวกัน ธนาคารยังเปิดโอกาสให้ลูกหนี้ครูที่มีประวัติค้างชำระสามารถปรับปรุงโครงสร้างหนี้และชำระหนี้ตามเงื่อนไขที่กำหนดเพื่อเข้าร่วมโครงการนี้ได้ ทั้งนี้ ที่ผ่านมาธนาคารได้ช่วยแก้ปัญหาหนี้ครูมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งสินเชื่อสหกรณ์ออมทรัพย์เพื่อแก้ไขหนี้บุคลากรของรัฐ การช่วยชำระหนี้เพื่อปิดบัญชีให้ลูกหนี้ครูที่มีประวัติชำระหนี้ดีและมีสถานะปกติ การลดอัตราดอกเบี้ย ตลอดจนมาตรการช่วยเหลือและชะลอกระบวนการทางกฎหมาย มีครูได้รับประโยชน์และสามารถปิดหนี้แล้วกว่า 140,000 บัญชี คิดเป็นยอดหนี้กว่า 120,000 ล้านบาท นอกจากนี้ ธนาคารยังมีแผนเดินหน้ามาตรการช่วยเหลือลูกหนี้กลุ่มอื่น ๆ เพื่อช่วยประชาชนลดภาระทางการเงินและปลดภาระหนี้ได้เร็วขึ้น   สำหรับการเข้าร่วมโครงการ “ออมสินก้าวไปกับครู...ช่วยแม่พิมพ์สู่อิสรภาพการเงิน” ธนาคารออมสินจะทยอยแจ้งสิทธิ์แก่ลูกหนี้ที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ผ่านข้อความ SMS จดหมาย และข้อความแจ้งเตือนบนแอป MyMo โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ 1.กลุ่มลูกหนี้สถานะปกติ (ผ่อนชำระหนี้ดี) -   ผู้ที่มีสถานะเป็นสมาชิก ช.พ.ค. / ช.พ.ส. และได้รับการแจ้งสิทธิ์จากธนาคาร สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ ได้ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2569 ผ่านแอป MyMo หรือเว็บไซต์ธนาคารออมสิน www.gsb.or.th หรือธนาคารออมสินทุกสาขาทั่วประเทศ โดยผู้ที่ลงทะเบียนก่อนจะได้รับสิทธิ์ปรับลดอัตราดอกเบี้ยก่อน -   ผู้ที่พ้นสภาพสมาชิก ช.พ.ค. / ช.พ.ส. และประสงค์เข้าร่วมโครงการฯ เพื่อรับสิทธิ์ลดอัตราดอกเบี้ย จะต้องดำเนินการขอกลับเข้าเป็นสมาชิกกับสำนักงาน สกสค. ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด ก่อนลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ กับธนาคารภายในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2569 2.กลุ่มลูกหนี้ที่ต้องปรับปรุงโครงสร้างหนี้ก่อนเข้าโครงการฯ ได้แก่ ลูกหนี้ที่ชำระดอกเบี้ยได้ต่ำกว่าอัตราที่ธนาคารกำหนด มีสถานะทางกฎหมาย สัญญาครบกำหนดในปี 2569 หรือมีสถานะเป็นหนี้ค้างชำระ สามารถติดต่อธนาคารออมสินทุกสาขาเพื่อเข้าร่วมโครงการฯ โดยหากชำระหนี้ดีติดต่อกัน 3 งวด และกลับมามีสถานะหนี้ปกติภายในเดือนธันวาคม 2569 จะได้รับสิทธิ์ลดอัตราดอกเบี้ยเช่นเดียวกัน   โครงการดังกล่าวมุ่งช่วยให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาที่มีภาระหนี้สามารถบริหารจัดการหนี้ได้ดีขึ้น ลดภาระดอกเบี้ยเพื่อปิดหนี้ได้เร็วขึ้น สอดคล้องกับบทบาทของธนาคารออมสินในฐานะ “ธนาคารเพื่อทุกชีวิต” ที่มุ่งช่วยเหลือประชาชนให้สามารถบริหารจัดการทางการเงินและแก้ไขปัญหาหนี้สิน เพื่อสร้างความมั่นคงทางการเงินตลอดช่วงชีวิต ทั้งนี้ เงื่อนไขการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารกำหนด สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ธนาคารออมสินทุกสาขาทั่วประเทศ เว็บไซต์ www.gsb.or.th หรือ GSB Contact Center โทร. 1115

24 Aug 2026

...

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารออมสินประสบความสำเร็จในการออกและเสนอขาย “หุ้นกู้เพื่อความยั่งยืนของธนาคารออมสิน ครั้งที่ 1/2569” วงเงิน 20,000 ล้านบาท ปรากฏว่ามีคนสนใจเกินคาด มีการจองซื้อเข้ามามากเฉียด 70,000 ล้านบาท อย่างไรก็ตามธนาคารได้ปิดการเสนอขายและออกหุ้นกู้แล้วเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 ตามวงเงินโครงการ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่ออกหุ้นกู้เพื่อความยั่งยืน และสามารถสร้างสถิติมูลค่าเสนอขายสูงสุดในองค์กรรัฐวิสาหกิจและกลุ่มสถาบันการเงินเฉพาะกิจ โดยได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามจากนักลงทุนสถาบัน และผู้ลงทุนรายใหญ่ ที่มีนโยบายในความรับผิดชอบต่อสังคม สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อศักยภาพและบทบาทของธนาคารออมสินในการเป็นสถาบันการเงินที่สนับสนุนการพัฒนาอย่างยั่งยืน ผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงิน สำหรับเงินที่ได้จากการระดมทุนครั้งนี้ ธนาคารจะนำไปใช้จัดหาเงินทุนและรีไฟแนนซ์โครงการที่เข้าเกณฑ์ภายใต้กรอบหลักเกณฑ์ทางการเงินเพื่อความยั่งยืน (Sustainable Finance Framework) เพื่อรองรับการสนับสนุนสินเชื่อเพื่อสังคมและสินเชื่อด้านสิ่งแวดล้อม สอดคล้องตามจุดยืนการเป็นธนาคารเพื่อสังคม เพื่อทุกชีวิต หรือ Smart Social Bank for All Lives ที่ให้ความสำคัญกับการดูแลคนไทยทุกชีวิต มุ่งดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงหลัก ESG เพื่อสร้างคุณค่าร่วมให้เกิดขึ้นทั้งต่อสังคม สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจ พร้อมมุ่งสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2050 หุ้นกู้เพื่อความยั่งยืนของธนาคารออมสิน ครั้งที่ 1/2569 วงเงิน 20,000 ล้านบาท ประกอบด้วยหุ้นกู้อายุ 2 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ 1.40% ต่อปี และหุ้นกู้อายุ 3 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ 1.59% ต่อปี เสนอขายต่อผู้ลงทุนสถาบันและผู้ลงทุนรายใหญ่ โดยได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือจาก บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด ที่ระดับ “AAA” แนวโน้ม “คงที่” นอกจากนี้ ความสำเร็จดังกล่าวยังได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจากธนาคารพัฒนาเอเชีย (Asian Development Bank หรือ ADB) ในการให้คำปรึกษาพร้อมร่วมจัดทำ Sustainable Finance Framework และ DNV (Thailand) Co., Ltd. ซึ่งเป็นผู้ชำนาญการอิสระ (Second Party Opinion: SPO) ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล ทำหน้าที่ประเมินและให้ความเห็นอย่างเป็นกลางเกี่ยวกับกรอบการดำเนินงานด้านความยั่งยืน ซึ่งสะท้อนถึงความร่วมมือระหว่างองค์กรด้านการเงินเพื่อการพัฒนาและภาคสถาบันการเงิน ในการร่วมกันผลักดันแนวทางการเงินเพื่อความยั่งยืน และช่วยตอกย้ำถึงความเชื่อมั่นต่อมาตรฐานการดำเนินงานของธนาคารออมสินที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล

06 Jun 2026

Banner Banner Banner Banner Banner Banner Banner Banner

Banner
  เปิดแผนงานสื่อ CEO THAILAND ปี 2569-2570 รุกคืบงานวิทยุ - ทีวี - อีเวนต์สื่อ                  สวัสดีครับท่านสมาชิกและผู้ติดตามสื่อออนไลน์ และสื่อในเครือ CEO THAILAND ตลอดมา 21 ปี ช่วงนี้ว่างเว้นจากสนามการเมืองระยะหนึ่ง ผมพอมีเวลากลับมาสานต่องานสื่อสักระยะหนึ่งคือในช่วงปี 2569-2570 จะกลับมาช่วยงานสื่อในฐานะที่ปรึกษา โดยจะยังเน้นในเรื่องสื่อออนไลน์ สื่อทีวี และสื่อวิทยุ และงานอีเวนต์ต่อเนื่องจากสื่อ ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2569 เป็นต้นไป ผมมีแผนงานของบริษัท เอก-วรา พับลิค รีเรชันส์ จำกัด ในสื่อดังต่อไปนี้คือ                          1. สื่อออนไลน์ CEO THAILAND              2. จัดทำรายการวิทยุ “คลื่นประกันภัย-การเงิน” ทางสถานีวิทยุ 96.25 MHZ (สถานีวิทยุการท่องเที่ยววัฒนธรรม) โครงการจัดทำรายการวิทยุเชิงข่าวสารในแวดวงประกันภัยและการเงิน นำเสนอข่าวสารเกี่ยวกับการประกันภัย-ประกันชีวิต  การเงิน และธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ทั้งสินเชื่อ ไฟแนนซ์ อสังหาริมทรัพย์ SMEs ออกอากาศทุกวันศุกร์ของทุกสัปดาห์ เวลา 17.00-18.00 น. ในเดือนสิงหาคม 2569               3. เดือนสิงหาคม 2569 สื่อได้จัดทำรายการทีวี “เรื่องเด่น...ประเด็นดัง” ออนแอร์ออกอากาศทางNBT2 ซึ่งเป็นรายการสดทีวี ที่นำเสนอนโยบายรัฐบาล และวิสัยทัศน์ ของผู้บริหารองค์กรภาครัฐ และภาคเอกชนในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสังคม บริการสาธารณะและบริการพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับสังคม และพี่น้องประชาชน ออกอากาศ ทุกวันจันทร์ที่ 1 และ 3 ของเดือน เวลา 10.00-10.30 น.               4. จัดงานมอบรางวัล “สุดยอดผู้บริหาร-องค์กรแห่งปี 2569” เดือนธันวาคม 2569 ที่จังหวัดกาญจนบุรี โครงการรับรางวัล  “สุดยอดผู้บริหาร-องค์กรแห่งปี 2569” เพื่อประกาศเกียรติคุณให้ผู้บริหารและองค์กรที่สร้างผลงานโดดเด่น ทั้งยังเป็นการกระตุ้นภาคธุรกิจเครือข่าย และSMEs ความตื่นตัวของชุมชนในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี รวมทั้งยังเป็นการสานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสื่อมวลชน-ภาคธุรกิจ -ผู้ประกอบการในพื้นที่ และพี่น้องประชาชน สื่อ CEO THAILAND จึงได้ร่วมกันจัดงานมอบรางวัลดังกล่าวขึ้น               5. โครงการจัดงานสัมมนา  “ทิศทางธุรกิจประกันภัย-การเงินแห่งปี 2569” ในเดือนธันวาคม 2569เพื่อเป็นการกระตุ้นภาคธุรกิจประกันภัยและการเงินในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรีและจังหวัดใกล้เคียง เพื่อความตื่นตัวของชุมชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร รวมทั้งจังหวัดกาญจนบุรี อีกทั้งยังเป็นการสานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสื่อมวลชน-ภาคธุรกิจ-ผู้ประกอบการในพื้นที่ และพี่น้องประชาชน สื่อ CEO THAILAND จึงได้ร่วมกันจัดงานสัมมนาดังกล่าวขึ้น               6. จัดงาน CSR ณ โรงเรียนบ้านท่าทุ่ม จ.กาญจนบุรี ในวันที่ 31 มกราคม 2570 โครงการจัดงานกิจกรรมเพื่อสังคม “CEO THAILAND CSR  OF THE YEAR 2027” เพื่อคืนกำไรสู่สังคมและสร้างความรู้ความเข้าใจให้คนในสังคม เป็นการกระตุ้นภาคธุรกิจประกันภัยและการเงิน และความตื่นตัวของชุมชนในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี อีกทั้งยังเป็นการสานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสื่อมวลชน-ภาคธุรกิจ -ผู้ประกอบการในพื้นที่ และพี่น้องประชาชนในพื้นที่ สื่อ CEO THAILAND จึงได้ร่วมกันจัดงานกิจกรรมดังกล่าวขึ้น T                                                                                                        (นายเอกวรพงศ์ อำนวยทรัพย์)
อ่านต่อ...
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner