Responsive image

Tuesday, 27 Oct 2026

Tags ที่คล้ายกัน "บัตรกดเงินสดเคทีซี"
...

23 Jul 2024

...

21 Apr 2024

Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

...

นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เพื่อตอกย้ำความมุ่งมั่นในการเป็นแบรนด์ที่ลูกค้าให้ความวางใจ พร้อมดูแลและเดินเคียงข้างในทุกช่วงของชีวิต ภายใต้นโยบาย “MTL Trusted Lifetime Partner” ด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์ บริการที่หลากหลายผ่านนวัตกรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าทุก Journey ในแบบที่มีความเฉพาะตัวของบุคคล (Personalization) มากยิ่งขึ้น ผ่านแพลตฟอร์ม Digital และ Non-digital ที่สามารถเข้าถึงความต้องการในทุกไลฟ์สไตล์ ล่าสุด บริษัทฯ ได้จับมือพันธมิตรธนาคารเพิ่มอีก 1 ธนาคารคือ ธนาคารยูโอบี จำกัด (มหาชน)  สำหรับการให้บริการลูกค้าชำระเบี้ยประกันชีวิตผ่านนวัตกรรมระบบ EDC Pooling จากเดิมที่มีการจับมือกับธนาคาร ได้แก่ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) และธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) โดยลูกค้าสามารถชำระเงินค่าเบี้ยประกันชีวิตแบบผ่อนชำระ 0% นาน 3 เดือน ผ่านบัตรเครดิตที่ร่วมเป็นพันธมิตรด้วยเครื่องรูดบัตรเครดิต EDC เพียงเครื่องเดียว แทนรูปแบบเดิมที่ต้องมีเครื่องรูดบัตร EDC โดยเฉพาะสำหรับบัตรเครดิตของแต่ละสถาบันการเงิน ทั้งนี้ การให้บริการดังกล่าวนั้น บริษัทฯ มุ่งหวังที่จะอำนวยความสะดวกแก่ลูกค้าที่ใช้บริการ พร้อมทั้งช่วยแบ่งเบาภาระสำหรับการชำระค่าเบี้ยประกันภัยแก่ลูกค้า ท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ที่ยังมีการแพร่ระบาดอย่างต่อเนื่องในหลายพื้นที่ ซึ่งเปิดให้บริการ ณ ศูนย์บริการลูกค้าเมืองไทยประกันชีวิตทั่วประเทศ โดยให้บริการตั้งแต่วันนี้ – 28 ธันวาคม 2564 นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีแผนที่จะมีพันธมิตรธนาคารเข้าร่วมให้บริการ EDC Pooling เพิ่มขึ้น ได้แก่ ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารทหารไทยธนชาติ จำกัด (มหาชน) การเปิดให้บริการ EDC Pooling ยังเป็นการช่วยลดต้นทุนการบริหารจัดการด้านการชำระเงินของบริษัทฯ ให้มีความคล่องตัวและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ตามนโยบายของบริษัทฯ ที่ต้องการลดจำนวนเครื่องรูดบัตร   ที่เป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่เกินความจำเป็น ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการดำเนินธุรกิจที่ควบคู่กับการรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม “เรามั่นใจว่าบริการ EDC Pooling ที่เมืองไทยประกันชีวิตได้ร่วมกับธนาคารชั้นนำ จะสามารถช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้าที่ใช้บริการชำระเบี้ยประกันภัยได้เป็นอย่างดี และแม้ว่าการดำเนินธุรกิจในปีนี้ยังต้องเผชิญกับความท้าทายที่หลากหลาย แต่เรายังคงมุ่งมั่นที่จะคิดค้นพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการให้ครบในทุกด้าน เพื่อตอกย้ำนโยบาย MTL Trusted Lifetime Partner รวมถึงเชื่อมต่อกับเครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจ (Ecosystem Partner) ดูแลลูกค้าได้อย่างครอบคลุม และในอนาคตเรายังเตรียมขยายบริการดังกล่าวไปยังพื้นที่ทั่วประเทศ” นายสาระ กล่าว หมายเหตุ: เงื่อนไขเป็นไปตามที่ บมจ. เมืองไทยประกันชีวิต และธนาคาร กำหนด สำหรับลูกค้าที่ต้องการสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่ เมืองไทยประกันชีวิต  โทร. 1766   

24 Jul 2021

...

  บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) ร่วมออกบูธกิจกรรมภายในงาน “Bangkok International Motor Show ครั้งที่ 46” ภายใต้แนวคิด “มากกว่าความคุ้มครอง คือ ความคุ้มค่า” พร้อมส่งมอบประสบการณ์ความคุ้มค่าให้แก่ลูกค้าและผู้เข้าร่วมชมงาน ด้วยเบี้ยประกันภัยอัตราพิเศษและของสมนาคุณมากมาย ณ บูธ F6 - F7 อาคารชาเลนเจอร์ 1 – 3 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี ตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม 2568 - 6 เมษายน 2568 ทั้งนี้ ผู้เข้าชมบูธวิริยะประกันภัย จะได้พบกับผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่หลากหลาย ตอบโจทย์ทุกความต้องการ ไม่ว่าจะเป็นประกันภัยรถยนต์ ประกันสุขภาพและอุบัติเหตุ ประกันภัยสำหรับบ้านและทรัพย์สิน และประกันภัยสำหรับธุรกิจและความรับผิด พร้อมรับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญด้านประกันภัยโดยตรง ทั้งเรื่องข้อมูลผลิตภัณฑ์ การคำนวณเบี้ยประกันภัย ไปจนถึงการต่ออายุกรมธรรม์ นอกจากนี้ ยังได้ร่วมกิจกรรมเกมสุดสร้างสรรค์ลุ้นรับของรางวัล และกิจกรรมพิเศษ จากพันธมิตรอย่าง จส.100 ที่มาร่วมสร้างความสนุกสนานและความประทับใจภายในงานอีกด้วย สำหรับ งานมอเตอร์โชว์ในปีนี้ บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) จัดขึ้น ภายใต้แนวคิด “The Talk of Sensuous Automotive” หรือ “สนทนาภาษายานยนต์” สะท้อนแนวทางการออกแบบยนตรกรรมยานยนต์ อันเปี่ยมไปด้วยความสร้างสรรค์และสุนทรียภาพทางอารมณ์ ที่นำพาไปสู่พลังขับเคลื่อนแห่งอนาคต ด้วยเรื่องราวความผูกพันระหว่างผู้ขับขี่และยานยนต์ โดย วิริยะประกันภัย มุ่งมั่นที่จะเป็นส่วนหนึ่งของสร้างสรรค์ประสบการณ์การขับขี่ที่ปลอดภัยอย่างเหนือระดับ จึงได้นำผลิตภัณฑ์ประกันวินาศภัยที่มีคุณภาพ ความทันสมัย ตอบโจทย์กับทุกไลฟ์สไตล์ มาส่งเสริมให้ทุกการเดินทางของคุณเต็มไปด้วยความมั่นใจและความอุ่นใจสูงสุด    

24 Mar 2025

...

เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2569 ณ ศูนย์แถลงข่าวรัฐบาล ตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (ประธาน คปภ.) เปิดเผยว่า รัฐบาลได้เดินหน้ายกระดับการบริหารจัดการความเสี่ยงจากภัยพิบัติของประเทศ ผ่านการจัดทำ “โครงการประกันภัยพิบัติเพื่อประชาชน” โดยจัดซื้อกรมธรรม์ประกันภัยที่อยู่อาศัยกลุ่มและกรมธรรม์ประกันอุบัติเหตุกลุ่ม เพื่อสร้างหลักประกันรองรับความเสียหายจากภัยพิบัติให้แก่ประชาชน ครอบคลุมที่อยู่อาศัยประมาณ 30 ล้านหลังคาเรือนทั่วประเทศ โดยรัฐบาลเป็นผู้รับภาระค่าเบี้ยประกันภัยทั้งหมด ประชาชนไม่ต้องสมัครหรือเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม กรมธรรม์มีผลคุ้มครองตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ถึงวันที่ 1 ตุลาคม 2570 ครอบคลุมภัยพิบัติหลัก 3 ประเภท ได้แก่ อุทกภัย วาตภัย และแผ่นดินไหว เพื่อบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายและสนับสนุนการฟื้นฟูความเป็นอยู่ของประชาชนภายหลังเกิดภัยพิบัติ ประธาน คปภ. กล่าวว่า การจัดให้มีระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติถือเป็นการปรับแนวทางบริหารจัดการภัยพิบัติของภาครัฐ จากเดิมที่มุ่งใช้งบประมาณช่วยเหลือเยียวยาภายหลังเกิดเหตุ ไปสู่การบริหารจัดการและกระจายความเสี่ยงล่วงหน้าผ่านระบบประกันภัย ซึ่งจะช่วยให้ภาครัฐสามารถวางแผนบริหารงบประมาณที่มีอยู่อย่างจำกัดได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ขณะเดียวกัน ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติจะสามารถเข้าถึงระบบการชดเชยความเสียหายภายใต้หลักเกณฑ์ที่ชัดเจน โดยเฉพาะความเสียหายที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป ซึ่งมีกลไกประกันภัยเข้ามารองรับเพิ่มเติมจากมาตรการช่วยเหลือของภาครัฐ “เหตุการณ์ภัยพิบัติที่เกิดขึ้นก่อนวันที่ 1 ตุลาคม 2569 รัฐบาลยังคงใช้กลไกและงบประมาณตามมาตรการช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่กำหนดไว้ แต่สำหรับเหตุภัยพิบัติที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป จะมีระบบประกันภัยเข้ามาช่วยรองรับความเสียหาย ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการบริหารความเสี่ยงด้านงบประมาณภาครัฐ ที่ช่วยให้การดูแลประชาชนมีความเป็นระบบและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น” ประธาน คปภ. กล่าว ด้านนายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการ คปภ. กล่าวว่า โครงการประกันภัยพิบัติเพื่อประชาชน เป็นผลจากการบูรณาการ  ความร่วมมือระหว่างกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กระทรวงมหาดไทย สำนักงาน คปภ.  สมาคมประกันวินาศภัยไทย และภาคธุรกิจประกันภัย เพื่อพัฒนาระบบประกันภัยที่สามารถรองรับความเสียหายจากภัยพิบัติและเพิ่มประสิทธิภาพการช่วยเหลือประชาชน โดยแบ่งความคุ้มครองออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ 1. กรมธรรม์ประกันภัยที่อยู่อาศัยกลุ่ม คุ้มครองที่อยู่อาศัยประมาณ 30 ล้านหลังคาเรือนทั่วประเทศจากความเสียหายที่เกิดจากอุทกภัย วาตภัย และแผ่นดินไหว ในวงเงินคุ้มครองสูงสุดไม่เกิน 100,000 บาทต่อครั้งต่อหลังคาเรือน ภายใต้วงเงินความคุ้มครองรวมของโครงการประมาณ 75,000 ล้านบาทต่อปี ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของกรมธรรม์ 2. กรมธรรม์ประกันอุบัติเหตุกลุ่ม คุ้มครองกรณีเสียชีวิตหรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิงจากอุบัติเหตุอันเนื่องมาจากภัยพิบัติทั้ง 3 ประเภท โดยมีวงเงินความคุ้มครองกรณีเสียชีวิต 2,000,000 บาทต่อคน และกรณีทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง 200,000 บาทต่อคน เลขาธิการ คปภ. กล่าวต่อว่า สำหรับหลักเกณฑ์การเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนกรณีที่อยู่อาศัย ผู้มีสิทธิต้องเป็นผู้ที่มี  ที่อยู่อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่ทางราชการประกาศเป็นเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัยหรือพื้นที่ภัยพิบัติ และได้รับความเสียหายจากภัยที่กรมธรรม์ให้ความคุ้มครอง โดยการอยู่ในพื้นที่ประกาศภัยพิบัติเพียงอย่างเดียวไม่ได้หมายความว่าจะได้รับค่าสินไหมทดแทนทุกกรณี แต่ต้องมีความเสียหายหรือเข้าเงื่อนไขความคุ้มครองตามที่กรมธรรม์กำหนดด้วย สำหรับการจ่ายค่าสินไหมทดแทน ได้กำหนดกระบวนการเป็น 2 ระยะ เพื่อให้ผู้ประสบภัยได้รับเงินบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้นโดยเร็ว โดยกรณีอุทกภัย จะจ่ายค่าสินไหมทดแทนเบื้องต้นจำนวน 10,000 บาท ภายใน 15 วัน  เมื่อเป็นไปตามหลักเกณฑ์และได้รับข้อมูลหรือเอกสารที่จำเป็นครบถ้วน จากนั้นจะประเมินความเสียหายเพิ่มเติม โดยนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาช่วยสนับสนุนการประเมิน เพื่อพิจารณาจ่ายค่าสินไหมทดแทนตามความเสียหายที่แท้จริงเพิ่มเติมอีกไม่เกิน 90,000 บาท ภายในกรอบระยะเวลาอีก 15 วัน รวมวงเงินคุ้มครองสูงสุดไม่เกิน 100,000 บาทต่อครั้งต่อหลังคาเรือน ส่วนกรณีวาตภัยและแผ่นดินไหว จะจ่ายค่าสินไหมทดแทนเบื้องต้นจำนวน 5,000 บาท และพิจารณาจ่ายเพิ่มเติมตามความเสียหายที่แท้จริงอีกไม่เกิน 95,000 บาท รวมวงเงินคุ้มครองสูงสุดไม่เกิน 100,000 บาทต่อครั้งต่อหลังคาเรือน ทั้งนี้ การจ่ายค่าสินไหมทดแทนทุกกรณีเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของกรมธรรม์ โดยประชาชนสามารถแจ้งเหตุและยื่นคำขอรับค่าสินไหมทดแทนได้ผ่าน 4 ช่องทาง ได้แก่ 1. เว็บไซต์ www.thainatcat.org 2. LINE Official Account @ThaiNATCAT 3. Call Center โทรศัพท์ 02-012-5555 และ 4. จุดรับแจ้งเหตุในพื้นที่และสาขาของบริษัทประกันภัยที่เข้าร่วมโครงการ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน โดยเฉพาะผู้ที่ไม่สะดวกใช้บริการผ่านระบบออนไลน์ ทั้งนี้ มีบริษัทประกันภัยเข้าร่วมรับประกันภัยตามโครงการจำนวน 11 บริษัท ได้แก่ บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) บริษัท กรุงไทยพานิชประกันภัย จำกัด (มหาชน) บริษัท คุ้มภัยโตเกียวมารีนประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ไทยไพบูลย์ประกันภัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ประกันภัยไทยวิวัฒน์ จำกัด (มหาชน) บริษัท ฟอลคอนประกันภัย จำกัด (มหาชน) บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) บริษัท เอ็ม เอส ไอ จี ประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) และบริษัท ไอแคร์ประกันภัย จำกัด (มหาชน) สำหรับการแจ้งเคลมผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ ประชาชนควรเตรียมข้อมูลและเอกสารที่เกี่ยวข้อง อาทิ เลขบัตรประจำตัวประชาชนของผู้แจ้งหรือผู้มีสิทธิเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน ทะเบียนบ้านหรือหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับที่อยู่อาศัย ภาพถ่ายแสดงความเสียหาย (หากมี) และข้อมูลบัญชีพร้อมเพย์ที่ผูกกับเลขบัตรประจำตัวประชาชน เพื่อประกอบการตรวจสอบและพิจารณาจ่ายค่าสินไหมทดแทน อย่างไรก็ตาม สำนักงาน คปภ. ยืนยันว่า การไม่มีภาพถ่ายความเสียหายไม่ได้เป็นการตัดสิทธิในการแจ้งเคลม ประชาชนยังสามารถแจ้งความเสียหายเข้าสู่ระบบเพื่อให้มีการตรวจสอบและประเมินความเสียหายตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดได้ โดยขอให้คำนึงถึงความปลอดภัยของตนเองและครอบครัวเป็นสำคัญ ไม่ควรเสี่ยงเข้าไปถ่ายภาพหรือเก็บหลักฐานในพื้นที่ที่ยังมีอันตราย ทั้งนี้ โครงการประกันภัยพิบัติเพื่อประชาชน สะท้อนถึงการยกระดับระบบบริหารจัดการความเสี่ยงของประเทศ จากการพึ่งพางบประมาณเยียวยาภายหลังเกิดเหตุเพียงอย่างเดียว ไปสู่การนำระบบประกันภัยมาเป็นกลไกรองรับและกระจายความเสี่ยงล่วงหน้า ซึ่งไม่เพียงช่วยลดความไม่แน่นอนของภาระงบประมาณภาครัฐ แต่ยังสร้างหลักประกันให้ประชาชนสามารถฟื้นฟูชีวิตและที่อยู่อาศัยภายหลังประสบภัยพิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน โดยประชาชนสามารถศึกษารายละเอียดความคุ้มครอง หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนได้ที่เว็บไซต์ www.thainatcat.org และศูนย์ข้อมูลการประกันภัยพิบัติแห่งชาติของสำนักงาน คปภ. https://www.oic.or.th/th/disaster2026/

26 Oct 2026

...

ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้ธนาคารอาคารสงเคราะห์(ธอส.) สานต่อ “โครงการสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยแห่งรัฐ (โครงการบ้านล้านหลัง ระยะที่ 2)” ภายใต้กรอบวงเงินรวม 20,000 ล้านบาท มุ่งเน้นกลุ่มผู้มีรายได้น้อยผู้ที่เริ่มต้นทำงานสร้างครอบครัว และผู้สูงอายุ ได้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง ดอกเบี้ยคงที่ 4 ปีแรก 1.99% ต่อปี ให้กู้ซื้อที่อยู่อาศัยราคาซื้อ-ขายไม่เกิน 1,200,000 บาท ทั้งบ้านใหม่ บ้านมือสอง และทรัพย์ NPA ของ ธอส. เงินงวดคงที่งวดละ 5,000 บาท นานถึง 84 งวดแรก (กรณีกู้ 1.2 ล้านบาท ผ่อนนานสูงสุด 40 ปี) ฟรี!! ค่าธรรมเนียม 4 ประเภท 1.ค่าธรรมเนียมการยื่นกู้ 2.ค่าประเมินราคาหลักประกัน 3.ค่าจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม และ 4.ค่าจดทะเบียนนิติกรรมจำนอง ลงทะเบียนผ่าน Mobile Application : GHB ALL เพื่อรับรหัสเข้าร่วมโครงการได้ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 10 กันยายน 2564 เวลา 9.00 น. เป็นต้นไป นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันนี้ (7 กันยายน 2564) มีมติเห็นชอบให้ ธอส. สานต่อ “โครงการสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยแห่งรัฐ (โครงการบ้านล้านหลัง ระยะที่ 2)” ภายใต้กรอบวงเงินรวม 20,000 ล้านบาท ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ หลังจากที่คณะกรรมการธนาคาร นำโดย นายยุทธนา หยิมการุณ ประธานกรรมการธนาคาร มีมติเห็นชอบโครงการดังกล่าว เพื่อช่วยเหลือประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้น้อยที่ไม่สามารถเข้าถึงสินเชื่อในระบบสถาบันการเงิน ผู้ที่เริ่มต้นทำงานเพื่อสร้างครอบครัว และผู้สูงอายุ ให้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองได้ง่ายขึ้นด้วยผลิตภัณฑ์สินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำและผ่อนปรนเงื่อนไข สำหรับซื้อที่อยู่อาศัยในระดับราคาซื้อ-ขายไม่เกิน 1,200,000 บาท อัตราดอกเบี้ยคงที่ 4 ปีแรกเท่ากับ 1.99% ต่อปี ปีที่ 5-7 เท่ากับ MRR -2% ต่อปี และปีที่ 8 ถึงตลอดอายุสัญญา กรณีลูกค้ารายย่อยทั่วไป เท่ากับ MRR -0.75% ต่อปี กรณีลูกค้าสวัสดิการ เท่ากับ MRR -1% ต่อปี และกรณีกู้เพื่อซื้ออุปกรณ์ฯ เท่ากับ MRR (ปัจจุบันอัตราดอกเบี้ย MRR ของธนาคารอยู่ที่ 6.150% ต่อปี) ผ่อนชำระได้นานสูงสุด 40 ปี เงินงวดคงที่ 84 งวดแรก ( 7 ปี ) กรณีกู้ 1,200,000 บาท ผ่อนชำระงวดละ 5,000 บาท ในช่วง 84 งวดแรก ให้กู้เพื่อซื้อบ้าน หรือห้องชุด ทั้งที่เป็นที่อยู่อาศัยใหม่ของผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์บ้านมือสอง และทรัพย์ NPA ของธนาคารอาคารสงเคราะห์ เพื่อปลูกสร้าง และซื้ออุปกรณ์หรือสิ่งอำนวยความสะดวกในการอยู่อาศัยพร้อมซื้อบ้านหรือห้องชุด พิเศษ!! ธอส. ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการมีบ้านให้กับลูกค้าด้วยการยกเว้นค่าธรรมเนียม 4 ประเภท ประกอบด้วย 1.ค่าธรรมเนียมการยื่นกู้ (0.1% ของวงเงินกู้) 2.ค่าประเมินราคาหลักประกัน (1,900-2,300 บาท) 3.ค่าจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม (1,000 บาท ต่อราย) และ 4.ค่าจดทะเบียนนิติกรรมจำนอง (1% ของวงเงินจำนอง) นอกจากนี้ เพื่อเป็นการเพิ่มโอกาสให้ผู้มีรายได้น้อยได้มีบ้านเป็นของตนเอง ธอส. จึงได้ผ่อนปรนเงื่อนไขสำหรับลูกค้าที่เข้าร่วมโครงการ เพื่อช่วยให้ลูกค้ามีโอกาสได้รับวงเงินสินเชื่อที่เหมาะสม รวมถึงกลุ่มลูกค้าที่ประกอบอาชีพประจำหรืออาชีพอิสระ ธนาคารยังเปิดให้นำหลักฐานการชำระค่าเช่าบ้าน หรือผ่อนชำระเงินดาวน์บ้านไม่น้อยกว่า 12 เดือนมาใช้ประกอบการพิจารณาสินเชื่อ และหากไม่สามารถแสดงหลักฐานที่มาของรายได้ให้ธนาคารพิจารณาได้ ให้ลูกค้าลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ Financial Literacy และออมอย่างสม่ำเสมอไม่น้อยกว่าเงินงวดผ่อนชำระเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 9 เดือน เพื่อใช้เป็นหลักฐานการพิจารณาสินเชื่อกับธนาคารได้ต่อไป สำหรับลูกค้าที่สนใจสามารถรับรหัสเข้าร่วมโครงการบ้านล้านหลัง ระยะที่ 2 ได้พร้อมกันทั่วประเทศตั้งแต่วันศุกร์ที่ 10 กันยายน 2564 เวลา 9.00 น. เป็นต้นไป เพียงดาวน์โหลด Mobile Application : GHB ALL และกดลงทะเบียนเพื่อรับรหัสเข้าร่วมโครงการ เมื่อทำตามขั้นตอนครบถ้วนแล้วลูกค้าจะได้รับรหัส 9 ตัวทาง GHB Buddy บน Application Line (ตัวอักษร 3 ตัว และตัวเลข 6 ตัว)เพื่อนำมาแสดงในการยื่นขอสินเชื่อตั้งแต่วันศุกร์ที่ 10 กันยายน 2564 เป็นต้นไป และทำนิติกรรมได้ภายในวันที่ 30 ธันวาคม 2566 หรือ ก่อนเต็มกรอบวงเงินของโครงการ นอกจากนี้ ธอส. ยังได้นำบ้านมือสองของธนาคาร หรือทรัพย์ NPA ทั่วประเทศ จำนวนกว่า 1,500 รายการ ที่มีราคาขายไม่เกิน 1,200,000 บาท ลดราคาสูงสุดถึง 50% จากราคาจำหน่ายปกติมาเข้าร่วมโครงการบ้านล้านหลัง ระยะที่ 2 จองซื้อก่อนได้สิทธิ์ก่อน พิเศษ!! ธอส. ลดภาระค่าใช้จ่ายให้อีก 3 ต่อสำหรับลูกค้าที่ซื้อทรัพย์ NPA ต่อที่ 1 เลือกใช้มาตรการผ่อนดาวน์ดอกเบี้ย 0% นานถึง 12 เดือน ก่อนยื่นกู้โดยใช้อัตราดอกเบี้ยของโครงการบ้านล้านหลัง ระยะที่ 2 ต่อที่ 2 ฟรี! ค่าประกันอัคคีภัย 3 ปีแรก สำหรับลูกค้า 150 รายแรก ที่ซื้อและโอนกรรมสิทธิ์ภายใน 2 เดือน นับจากวันทำสัญญาจะซื้อจะขาย และต่อที่ 3 วางเงินประกันการซื้อทรัพย์เพียง 5,000 บาท ทุกรายการ ดูข้อมูลทรัพย์ NPA ที่เข้าร่วมโครงการบ้านล้านหลังได้ที่ www.ghbhomecenter.com หรือ Mobile Application : G H Bank Smart NPA และ Line Official Account : @GHB NPA ทั้งนี้ ธอส. ดำเนินโครงการบ้านล้านหลัง ตั้งแต่วันที่ 2 มกราคม 2562 ภายใต้กรอบวงเงินสินเชื่อสำหรับลูกค้ารายย่อย (Post Finance) รวม 50,000 ล้านบาท ให้กู้ซื้อที่อยู่อาศัยราคาซื้อ-ขายไม่เกิน 1,000,000 บาท และเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2563 ที่ประชุม ครม. เห็นชอบให้ปรับราคาซื้อขายและวงเงินกู้เป็นไม่เกิน 1,200,000 บาท    กรณีรายได้ไม่เกิน 25,000 บาท อัตราดอกเบี้ยคงที่ 5 ปีแรก 3.00% ต่อปี กรณีรายได้เกิน 25,000 บาท อัตราดอกเบี้ยคงที่ 3 ปีแรก 3.00% ต่อปี ล่าสุด ณ วันที่ 5 กันยายน 2564 มีลูกค้าได้รับอนุมัติสินเชื่อแล้ว 53,000 ราย วงเงินรวมกว่า 40,000 ล้านบาท ขณะที่สินเชื่อเพื่อพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย (Pre Finance) ของโครงการบ้าน      ล้านหลัง ได้ทำให้มีที่อยู่อาศัยใหม่ในระดับราคาซื้อขายไม่เกิน 1,200,00 บาท ให้กับประชาชนได้เลือกซื้อเพิ่มขึ้นกว่า 3,500 หน่วย โดยมีผู้ประกอบการได้รับอนุมัติสินเชื่อแล้ว 9 โครงการ วงเงินสินเชื่อกว่า 946 ล้านบาท  และอยู่ระหว่างการพิจารณาอนุมัติอีก 3 โครงการ วงเงินสินเชื่อ 439 ล้านบาท สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ธอส. ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือ ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ (Call Center) โทร 0-2645-9000 หรือ Facebook Fanpage ธนาคารอาคารสงเคราะห์ และติดตามข้อมูลข่าวสารของธนาคารได้ที่ Mobile Application : GHB ALL และ www.ghbank.co.th 

08 Sep 2021

Banner Banner Banner Banner Banner Banner Banner Banner

Banner
  เปิดแผนงานสื่อ CEO THAILAND ปี 2569-2570 รุกคืบงานวิทยุ - ทีวี - อีเวนต์สื่อ                  สวัสดีครับท่านสมาชิกและผู้ติดตามสื่อออนไลน์ และสื่อในเครือ CEO THAILAND ตลอดมา 21 ปี ช่วงนี้ว่างเว้นจากสนามการเมืองระยะหนึ่ง ผมพอมีเวลากลับมาสานต่องานสื่อสักระยะหนึ่งคือในช่วงปี 2569-2570 จะกลับมาช่วยงานสื่อในฐานะที่ปรึกษา โดยจะยังเน้นในเรื่องสื่อออนไลน์ สื่อทีวี และสื่อวิทยุ และงานอีเวนต์ต่อเนื่องจากสื่อ ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2569 เป็นต้นไป ผมมีแผนงานของบริษัท เอก-วรา พับลิค รีเรชันส์ จำกัด ในสื่อดังต่อไปนี้คือ                          1. สื่อออนไลน์ CEO THAILAND              2. จัดทำรายการวิทยุ “คลื่นประกันภัย-การเงิน” ทางสถานีวิทยุ 96.25 MHZ (สถานีวิทยุการท่องเที่ยววัฒนธรรม) โครงการจัดทำรายการวิทยุเชิงข่าวสารในแวดวงประกันภัยและการเงิน นำเสนอข่าวสารเกี่ยวกับการประกันภัย-ประกันชีวิต  การเงิน และธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ทั้งสินเชื่อ ไฟแนนซ์ อสังหาริมทรัพย์ SMEs ออกอากาศทุกวันศุกร์ของทุกสัปดาห์ เวลา 17.00-18.00 น. ในเดือนสิงหาคม 2569               3. เดือนสิงหาคม 2569 สื่อได้จัดทำรายการทีวี “เรื่องเด่น...ประเด็นดัง” ออนแอร์ออกอากาศทางNBT2 ซึ่งเป็นรายการสดทีวี ที่นำเสนอนโยบายรัฐบาล และวิสัยทัศน์ ของผู้บริหารองค์กรภาครัฐ และภาคเอกชนในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสังคม บริการสาธารณะและบริการพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับสังคม และพี่น้องประชาชน ออกอากาศ ทุกวันจันทร์ที่ 1 และ 3 ของเดือน เวลา 10.00-10.30 น.               4. จัดงานมอบรางวัล “สุดยอดผู้บริหาร-องค์กรแห่งปี 2569” เดือนธันวาคม 2569 ที่จังหวัดกาญจนบุรี โครงการรับรางวัล  “สุดยอดผู้บริหาร-องค์กรแห่งปี 2569” เพื่อประกาศเกียรติคุณให้ผู้บริหารและองค์กรที่สร้างผลงานโดดเด่น ทั้งยังเป็นการกระตุ้นภาคธุรกิจเครือข่าย และSMEs ความตื่นตัวของชุมชนในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี รวมทั้งยังเป็นการสานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสื่อมวลชน-ภาคธุรกิจ -ผู้ประกอบการในพื้นที่ และพี่น้องประชาชน สื่อ CEO THAILAND จึงได้ร่วมกันจัดงานมอบรางวัลดังกล่าวขึ้น               5. โครงการจัดงานสัมมนา  “ทิศทางธุรกิจประกันภัย-การเงินแห่งปี 2569” ในเดือนธันวาคม 2569เพื่อเป็นการกระตุ้นภาคธุรกิจประกันภัยและการเงินในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรีและจังหวัดใกล้เคียง เพื่อความตื่นตัวของชุมชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร รวมทั้งจังหวัดกาญจนบุรี อีกทั้งยังเป็นการสานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสื่อมวลชน-ภาคธุรกิจ-ผู้ประกอบการในพื้นที่ และพี่น้องประชาชน สื่อ CEO THAILAND จึงได้ร่วมกันจัดงานสัมมนาดังกล่าวขึ้น               6. จัดงาน CSR ณ โรงเรียนบ้านท่าทุ่ม จ.กาญจนบุรี ในวันที่ 31 มกราคม 2570 โครงการจัดงานกิจกรรมเพื่อสังคม “CEO THAILAND CSR  OF THE YEAR 2027” เพื่อคืนกำไรสู่สังคมและสร้างความรู้ความเข้าใจให้คนในสังคม เป็นการกระตุ้นภาคธุรกิจประกันภัยและการเงิน และความตื่นตัวของชุมชนในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี อีกทั้งยังเป็นการสานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสื่อมวลชน-ภาคธุรกิจ -ผู้ประกอบการในพื้นที่ และพี่น้องประชาชนในพื้นที่ สื่อ CEO THAILAND จึงได้ร่วมกันจัดงานกิจกรรมดังกล่าวขึ้น T                                                                                                        (นายเอกวรพงศ์ อำนวยทรัพย์)
อ่านต่อ...
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner