Responsive image

Friday, 06 Feb 2026

หน้าแรก > INSURANCE / ประกันภัย - ประกันชีวิต


คปภ. ติวเข้มอนุญาโตตุลาการ เตรียมนำระบบ E-Arbitration มาใช้เพิ่มความแข็งแกร่ง รองรับการระงับข้อพิพาทด้านประกันภัย ยุค New Normal

Tue 15/09/2563


ดร. สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.)เป็นประธานเปิดโครงการสัมมนาอนุญาโตตุลาการ สำนักงาน คปภ. ประจำปี 2563 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพและสนับสนุนความรู้ทางวิชาการเกี่ยวกับกฎหมายด้านการประกันภัยที่มีการแก้ไขปรับปรุง ตลอดจนเงื่อนไข กรมธรรม์ประกันภัยรูปแบบใหม่ ๆ ที่มีอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินกระบวนพิจารณา สามารถนำไปปรับใช้ในการพิจารณาและทำคำวินิจฉัยชี้ขาดข้อพิพาทด้านประกันภัยของอนุญาโตตุลาการ และเป็นการให้ความรู้แก่พนักงานเจ้าหน้าที่ คปภ. ตลอดจนเปิดโอกาสให้อนุญาโตตุลาการได้พบปะแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างกัน โดยมีอนุญาโตตุลาการ และพนักงาน คปภ.ส่วนกลาง และส่วนภูมิภาค เข้าร่วมรวมทั้งสิ้น 80 คน เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2563 ณ โรงแรม ดิ เอมเมอรัลด์ ถนนรัชดาภิเษก กรุงเทพมหานคร

            ในโอกาสนี้ เลขาธิการ คปภ. กล่าวว่า กระบวนการระงับข้อพิพาททางเลือกด้วยวิธีอนุญาโตตุลาการนั้นจะแตกต่างจากการพิจารณาเรื่องร้องเรียนโดยพนักงานเจ้าหน้าที่ และการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทโดยผู้ชำนาญการ เนื่องจากอนุญาโตตุลาการจะมีอำนาจชี้ขาดข้อพิพาทซึ่งจะคล้ายกับการพิพากษาคดีของศาล ที่มีการกำหนดประเด็นข้อพิพาท มีการสืบพยานฝ่ายผู้เสนอข้อพิพาท และฝ่ายผู้คัดค้าน ซึ่งผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ทั้งอนุญาโตตุลาการ ผู้เสนอข้อพิพาท ผู้คัดค้าน และพนักงานเจ้าหน้าที่ของสำนักงาน คปภ. จะต้องมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับกระบวนพิจารณา ดังนั้น จึงได้จัดสัมมนาอนุญาโตตุลาการสำนักงาน คปภ. ประจำปี 2563 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและสนับสนุนความรู้ทางวิชาการเกี่ยวกับกฎหมายประกันภัยที่มีการแก้ไขปรับปรุง ตลอดจนเงื่อนไขกรมธรรม์ประกันภัยรูปแบบใหม่ ๆ ที่มีอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งจะเอื้อประโยชน์ต่อการดำเนินกระบวนการพิจารณาของอนุญาโตตุลาการ ทั้งยังเป็นการทบทวนและให้ความรู้แก่พนักงานเจ้าหน้าที่ คปภ. ที่เกี่ยวข้องทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค โดยได้รับเกียรติจากผู้ทรงคุณวุฒิ จากสมาคมประกันวินาศภัย ผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการอนุญาโตตุลาการ และสำนักงาน คปภ. ในการถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับกฎหมายประกันภัย รวมถึงจัดเสวนาในหัวข้อ “การระงับข้อพิพาทด้วยวิธีการอนุญาโตตุลาการ และข้อขัดข้องที่พบในกระบวนการพิจารณา” เพื่อนำไปปรับใช้ในการปฏิบัติงานให้มีประสิทธิภาพและเกิดสัมฤทธิ์ผลยิ่งขึ้นต่อไป 

            เลขาธิการ คปภ. กล่าวด้วยว่า จากข้อมูลสถิติข้อพิพาทที่เข้าสู่กระบวนการอนุญาโตตุลาการของสำนักงาน คปภ. ปี 2563 พบว่า มีจำนวนข้อพิพาทเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่จำนวนพนักงานเจ้าหน้าที่ของสำนักงานมีอยู่อย่างจำกัด ประกอบกับกรณีที่มีผู้ร้องเรียนเกี่ยวกับการระงับข้อพิพาทด้วยวิธีอนุญาโตตุลาการ เช่น ปัญหาเกี่ยวกับระยะเวลาในการจัดทำคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ ปัญหาการร้องขอให้เพิกถอนคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ ดังนั้น สำนักงาน คปภ.จึงจำเป็นต้องปรับตัวและทบทวนกระบวนการทำงาน รวมทั้งต้องหาเครื่องมือหรือเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพมาใช้ในการสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ของอนุญาโตตุลาการ เพื่อให้ประชาชนตลอดจนผู้เอาประกันภัยได้รับการแก้ไขปัญหาที่รวดเร็วและเป็นธรรมยิ่งขึ้น สำนักงาน คปภ. จึงได้จัดทำคู่มือการปฏิบัติงานของอนุญาโตตุลาการ รวมถึงได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการที่ปรึกษาเกี่ยวกับการระงับข้อพิพาทด้วยวิธีอนุญาโตตุลาการ เพื่อแก้ปัญหากรณีมีประเด็นปัญหาข้อสงสัยเกี่ยวกับข้อกฎหมายต่าง ๆ และเพื่อความรอบคอบในการทำคำชี้ขาด ช่วยให้คำเสนอแนะหรือให้ความเห็นเพื่อประกอบการพิจารณาของอนุญาโตตุลาการ

            นอกจากนี้ เพื่อให้การดำเนินงานตามกระบวนพิจารณาเป็นไปด้วยความสะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น ประกอบกับสำนักงาน คปภ. มีการปรับตัวเข้าสู่การเป็น SMART OIC จึงได้มีการนำเทคโนโลยีมาเข้ามาใช้ในกระบวนการระงับข้อพิพาทด้วยวิธีอนุญาโตตุลาการ โดยจัดทำโครงการ นำระบบ E-Arbitration มาใช้เป็นเครื่องมือในการรับคำเสนอข้อพิพาท คำคัดค้าน การวางเงินเป็นหลักประกัน (E-Payment) และการส่งร่างคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ ซึ่งเป็นการดำเนินการผ่านทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมด

            “จากสถานการณ์ปัจจุบัน ทำให้มีการเปลี่ยนแปลงกฎกิตกาเกี่ยวกับการประกันภัยต่าง ๆ เพิ่มขึ้นมากมาย อาทิ การปรับปรุงแก้ไขพระราชบัญญัติประกันชีวิต/ประกันวินาศภัย ที่มีการเพิ่มบทลงโทษเรื่องของการฉ้อฉลประกันภัย การออกประกาศเสนอขายผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ Digital face-to-face ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 การออกผลิตภัณฑ์ประกันภัยรูปแบบใหม่ ๆ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของประชาชน ตลอดจนรูปแบบการดำเนินธุรกิจประกันภัยที่เปลี่ยนแปลงไป ดังนั้น อนุญาโตตุลาการ ของสำนักงาน คปภ. จึงต้องเตรียมรับมือให้พร้อม โดยต้องมีความรู้ความเข้าใจในระบบประกันภัย และกฎกติกาต่าง ๆ ที่มีการเปลี่ยนแปลง รวมทั้งต้องเติมเต็มองค์ความรู้อยู่ตลอดเวลาเพื่อให้การปฏิบัติงานเกิดประสิทธิภาพสูงสุด และทรงไว้ซึ่งความเป็นธรรม อันจะส่งผลให้ประชาชนเกิดความเชื่อมั่นต่อระบบประกันภัยไทย” เลขาธิการ คปภ. กล่าวในตอนท้าย

 

 


Tags : คปภ. ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ คปภ. ติวเข้มอนุญาโตตุลาการ เตรียมนำระบบ E-Arbitration มาใช้


Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

...

บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) จัดพิธีบำเพ็ญกุศล 100 วันอุทิศถวายแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยดร.อภิสิทธิ์ อนันตนาถรัตน กรรมการและประธานคณะผู้บริหาร นางสาวปวีณา จูชวน ผู้อำนวยการใหญ่ พร้อมคณะผู้บริหารและพนักงานของบริษัทฯ ร่วมกันทำบุญตักบาตรแด่พระสงฆ์จำนวน 93 รูป เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลและน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการเพื่อประโยชน์สุขของพสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่า ณ อาคารกรุงเทพประกันภัย สำนักงานใหญ่ ถนนสาทรใต้ เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2569  

06 Feb 2026

...

นายพรชัย ฐีระเวช อธิบดีกรมสรรพสามิต ในฐานะประธานกรรมการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า คณะกรรมการธนาคารออมสิน มีมติแต่งตั้ง นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการธนาคารออมสิน คนที่ 18 ซึ่งได้ผ่านความเห็นชอบของธนาคารแห่งประเทศไทย และนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ลงนามหนังสือแต่งตั้งผู้อำนวยการธนาคารออมสินแล้วเมื่อวันที่ 26 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา โดยธนาคารได้จัดให้มีการลงนามสัญญาจ้างผู้บริหาร ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการธนาคารออมสินอย่างเป็นทางการ ระหว่าง นายพรชัย ฐีระเวช อธิบดีกรมสรรพสามิต ในฐานะประธานกรรมการธนาคารออมสิน และ นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ในวันที่ 28 มกราคม 2569 ณ อาคารออมสินพิพัฒน์ ธนาคารออมสิน สำนักงานใหญ่ มีกำหนดเริ่มปฏิบัติงานนับตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคม 2569 วาระการดำรงตำแหน่งคราวละ 4 ปี   ทั้งนี้ คณะกรรมการธนาคารพิจารณาเห็นว่า นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ เป็นผู้มีคุณสมบัติเหมาะสมในการนำองค์กรธนาคารออมสิน จากผลงานความสำเร็จที่ผ่านมากับประสบการณ์ในการดำรงตำแหน่งสำคัญ ๆ ของหลากหลายองค์กร ทั้งที่เป็นหน่วยงานภาครัฐและเอกชน อาทิ เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) รองกรรมการผู้จัดการธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) รวมถึงประสบการณ์ในการเป็นผู้นำองค์กรกำกับดูแล เช่น สถาบันคุ้มครองเงินฝาก ด้านประวัติการศึกษา จบการศึกษาสูงสุดระดับปริญญาโท สาขาวิชาการเงิน จาก Case Western Reserve University ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยนายทรงพลมีคุณสมบัติครบถ้วนและมีความพร้อมในการขับเคลื่อนธนาคารออมสินเป็น Smart Social Bank ร่วมกับคณะกรรมการ ผู้บริหาร และเพื่อนพนักงาน เพื่อเป้าหมายการเป็นธนาคารเพื่อสังคม เพื่อประชาชนทุกคนอย่างยั่งยืนต่อไป  

01 Feb 2026

...

  ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank โดย นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ และสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.)  โดย พ.ต.อ.สุรพงศ์ เปล่งขำ เลขาธิการ สคส. ร่วมพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) “การส่งเสริมความตระหนักรู้เกี่ยวกับกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล” (PDPA) โดยความร่วมมือครั้งนี้ ทั้งสองหน่วยงานจะร่วมกันส่งเสริมความรู้ เพื่อให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี  สามารถปฏิบัติตามกฎหมาย PDPA ได้อย่างถูกต้องเหมาะสม ตลอดจน ช่วยลดความเสี่ยงในการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล  ป้องกันการเกิดต้นทุนธุรกิจจากเหตุข้อมูลรั่วไหล ที่สำคัญ ช่วยสร้างความเชื่อมั่น ปลอดภัย และโอกาสการเติบโตของธุรกิจเอสเอ็มอีในระยะยาว   ความร่วมมือครั้งนี้ ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีจะได้รับการสนับสนุนเข้าถึงแพลตฟอร์ม GPPC (Government Platform for PDPA Compliance) ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มภาครัฐรองรับการปฏิบัติตามกฎหมาย PDPA  ช่วยให้การคุ้มครองข้อมูล PDPA เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ขณะเดียวกัน SME D Bank พร้อมให้บริการด้านการ "พัฒนาคู่เติมทุน" ด้วยกิจกรรมออฟไลน์ครบวงจร และยกระดับธุรกิจด้วยแพลตฟอร์ม “DX by SME D Bank” (dx.smebank.co.th)  สามารถ Upskill Reskill ได้ทุกที่ ทุกเวลา ตลอด 24 ชม. พร้อมเติมทุนสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยพิเศษ  เพียง 3%ต่อปี คงที่ 3 ปีแรก วงเงินกู้สูงสุด 30 ล้านบาท ช่วยเสริมสภาพคล่อง ลดภาระทางการเงิน  ยกระดับธุรกิจสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน     สำหรับพิธีลงนามดังกล่าว จัดขึ้นในงาน “วันคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล” (Data Privacy Day 2026)  ณ     ห้องแกรนด์ ไดมอนด์ บอลรูม อิมแพค เมืองทองธานี วันที่ 28 มกราคม 2569

29 Jan 2026

...

บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) ได้รับรางวัลองค์กรที่สนับสนุนงานด้านเด็กและเยาวชน เนื่องในงานวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2569 จากกรมกิจการเด็กและเยาวชน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยรางวัลดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงการให้ความสำคัญและการมีส่วนร่วมของบริษัทฯ ในการสนับสนุน ส่งเสริม และพัฒนาศักยภาพของเด็กและเยาวชน เพื่อนำไปสู่การเติบโตที่เข้มแข็งและยั่งยืน ตลอดจนร่วมเสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้เด็กและเยาวชนด้วยการสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมและสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข นับเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจที่ตอกย้ำถึงความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กรอย่างต่อเนื่อง

27 Jan 2026

Banner Banner Banner Banner Banner

Banner
ประกันภัย - ขายตรง - SMEs        สวัสดีครับท่านสมาชิกสื่อออนไลน์ CEO THAILAND และพี่น้องคนไทยผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งทั่วประเทศ วันนี้ผมขอทำหน้าที่คอลัมนิสต์เขียนบทความในคอลัมน์แทน นายเอกวรพงศ์  อำนวยทรัพย์ ที่ลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ที่จะถึงนี้ วันนี้ผมอยากพูดถึงนโยบายของพรรคพลังเพื่อไทยที่เกี่ยวกับธุรกิจพื้นฐานของธุรกิจไทย และตรงกับเนื้อหาสาระหลักของสื่อ CEO THAILAND นโยบายพรรคพลังเพื่อไทย ตรงกับสิ่งที่สื่อ CEO THAILAND นำเสนอในเนื้อหาหลักของสื่อมาตลอดเวลา 20 ปีที่ผ่านมา ดังนั้นผมขอเสนอนโยบายของพรรคพลังเพื่อไทยที่จะสนับสนุนหรือผลักดันให้เกิดขึ้น หากพรรคมี ส.ส.ในสภาฯ ทั้งนี้ เพื่อประกอบการตัดสินใจลงคะแนนเสียงเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569  ดังนี้        1.พรรคพลังเพื่อไทย มีนโยบาย เพิ่มค่าลดหย่อนภาษีสำหรับคนทำประกันชีวิตจากเดิม 100,000 บาท เป็น 300,000 บาท ข้อนี้มีเสียงเรียกร้องจากภาคธุรกิจและตัวแทนประกันชีวิตมานาน ถือเป็นการกระตุ้นธุรกิจเพื่อให้คนไทยมีความคุ้มครองที่มากขึ้น 2.พรรคพลังเพื่อไทย มีนโยบาย จัดหาเงินทุนเพื่อเสริมสภาพคล่องกองทุนประกันวินาศภัย ในกรณีที่ กองทุนประกันวินาศภัยต้องรับภาระหนี้จากการที่บริษัทประกันวินาศภัยปิดตัวลงหรือถูกสั่งเพิกถอนในอนุญาต ปัจจุบันกองทุนมีภาระหนี้สินอยู่กว่า 100,000 ล้านบาท      3. พรรคพลังเพื่อไทยมีนโยบายจัดหาแหล่งเงินทุนสนับสนุนบริษัทในกลุ่ม SMEs ธุรกิจเส้นเลือดฝอย ซึ่งยังขาดเงินทุนสนับสนุน ขาดความรู้ในการแปรรูปสินค้า เพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ ขาดการตลาด ตรงนี้รัฐสมควรเข้าไปแก้ไข      4.พรรคพลังเพื่อไทย มีนโยบาย ยกระดับธุรกิจขายตรง และยกระดับนักธุรกิจอิสระ(ขายตรง) ที่จริงธุรกิจขายตรง เป็นธุรกิจที่ยืนด้วยลำแข้งตัวเองมาตั้งแต่ปี 2540 รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ค่อยสนใจธุรกิจขายตรงจนกลายเป็นลูกเมียน้อย ขณะที่นักขายตรงเองขาดเครดิตทางการเงินกับสถาบันการเงิน นี่คือนโยบายพรรคพลังเพื่อไทยที่ผมขอโอกาสใช้คอลัมน์นำเสนอท่านมาในสื่อ CEO THAILAND  ส่วนทุกท่านที่มีสิทธิ์เลือกตั้งจะเลือกพรรคการเมืองใดก็แล้วแต่ทุกท่าน กระทั่งคนในธุรกิจประกันภัย ขายตรง และSMEs จะเลือกพรรคใดหรือเลือกผู้สมัครคนใดล้วนเป็นสิทธิ์ที่ทุกท่านตัดสินใจเอาเอง ผมแค่นำเสนอเรื่องนโยบายพรรคที่ตรงกับเนื้อหาสาระของสื่อ CEO THAILAND เท่านั้น!       พูดแบบนายเอกวรพงศ์ (นายแทน)  
อ่านต่อ...
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner