Responsive image

Monday, 06 Apr 2026

หน้าแรก > INSURANCE / ประกันภัย - ประกันชีวิต


คปภ. เปิดตัว หลักสูตร “สุดยอดผู้นำวิทยาการประกันภัยระดับสูง (Super วปส.) รุ่นที่ 1” ผนึกกำลังสุดยอด CEO ขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจ - ประกันภัย

Sun 27/09/2563


ดร. สุทธิพล  ทวีชัยการ  เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย  (เลขาธิการ คปภ.)  เป็นประธานในพิธีเปิดการศึกษาอบรมหลักสูตรสุดยอดผู้นำวิทยาการประกันภัยระดับสูง (Thailand Insurance Super Leadership Program) หรือ Super วปส. รุ่นที่ 1 ณ ห้องประชุม สถาบันวิทยาการประกันภัยระดับสูง ชั้น 2  เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2563 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ความคิดสร้างสรรค์เชิงวิเคราะห์  การบริหารความเสี่ยงในด้านต่าง ๆ ทั้งด้านการประกันชีวิต การประกันวินาศภัย เทคโนโลยี การเงิน การบริหารจัดการเชิงกลยุทธ์ การนำเสนอแนวทางและการประยุกต์ใช้ในการแก้ไขปัญหาและอุปสรรคที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งเสริมสร้างการเป็นผู้นำที่มีคุณธรรมจริยธรรม และการบริหารจัดการเชิงสร้างสรรค์ นำองค์กรไปสู่ความสำเร็จโดยสอดคล้องกับสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงทางการเมือง เศรษฐกิจและสังคมของโลก ตลอดจนบูรณาการร่วมกับสำนักงาน คปภ. ในการปฏิรูปอุตสาหกรรมและเพิ่มบทบาทของระบบประกันภัยต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ และตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนในยุควิถีชีวิตใหม่ New Normal ได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป

ในโอกาสนี้ เลขาธิการ คปภ. ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “นโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมที่ยั่งยืนของประเทศกับบทบาทของประกันภัยในยุค New Normal” โดยมีใจความตอนหนึ่งว่า ปัจจุบันโลกเกิดการเปลี่ยนแปลง ทั้งเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และวัฒนธรรม ตลอดจนการเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติ ซึ่งส่งผลให้แต่ละประเทศทั่วโลกต้องเผชิญกับผลกระทบในหลายมิติ ในขณะที่วิกฤตการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ยังส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้น รัฐบาลจึงมีนโยบายในการออกมาตรการช่วยเหลือเยียวยาเพื่อลดผลกระทบ โดยมุ่งเน้นไปยังผู้ที่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง ได้แก่ กลุ่ม SMEs และกลุ่มอุตสาหกรรมท่องเที่ยว รวมถึงการเตรียมความพร้อมโดยการผลักดันการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและเร่งสร้าง Digital Infrastructure ให้เป็นกลไกสำคัญในการปรับเปลี่ยนประเทศสู่เศรษฐกิจดิจิทัล เพื่อตอบสนองต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ตลอดจนการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของประชาชนที่มุ่งไปสู่ความต้องการบริการดิจิทัลและ e-Commerce อย่างก้าวกระโดด 

 สำหรับภาคอุตสาหกรรมประกันภัย นอกจากจะสามารถใช้ประโยชน์จาก Digital Infrastructure ที่ทันสมัยสำหรับการดำเนินธุรกิจแล้ว ยังเป็นส่วนที่สำคัญในการร่วมสร้างโครงสร้างพื้นฐานให้กับประเทศ ทั้งการสร้างระบบฐานข้อมูลด้านการประกันภัยที่เป็น Open Data การเชื่อมโยงข้อมูลกับ Platform ต่าง ๆ และนำข้อมูลและเทคโนโลยีไปพัฒนาผลิตภัณฑ์ และการบริการให้ตอบสนองต่อความต้องการของประชาชน อาทิ การประกันภัยโควิด-19 ตลอดจนการสร้างช่องทางและนำเสนอการประกันภัยสู่ประชาชนรากหญ้า อาทิ การประกันภัยพืชผลทางการเกษตรและปศุสัตว์ เพื่อช่วยลดความเหลื่อมล้ำในสังคมไทย นอกจากนี้ ยังเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจของประเทศที่ถือได้ว่าเป็น financial backup ให้กับภาคอุตสาหกรรมต่าง ๆ โดยผ่านทางผลิตภัณฑ์ประกันภัยในหลายรูปแบบ อาทิ การประกันภัยสินค้า การประกันภัยขนส่ง การประกันภัยธุรกิจหยุดชงัก อีกทั้งเป็นกลไกในการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นสำหรับสังคมผู้สูงอายุ (Aging society) โดยสนับสนุนให้ประชาชนมีการวางแผนการออมเพื่อรองรับวัยเกษียณอายุ รวมถึงมีบทบาทในการเป็นผู้ลงทุนสถาบันรายใหญ่ในตลาดตราสารหนี้และตลาดตราสารทุนของประเทศ

 เลขาธิการ คปภ. กล่าวด้วยว่า ในทุกวิกฤตย่อมมีโอกาสเสมอ แม้เศรษฐกิจไทยและเศรษฐกิจโลกยังติดกับดักของการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 แต่ธุรกิจประกันภัยจะยังคงมีบทบาทสำคัญในการช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ดังนั้น สำนักงาน คปภ. โดยสถาบัน วปส.จึงได้จัดอบรมหลักสูตรสุดยอดผู้นำวิทยาการประกันภัยระดับสูง (Thailand Insurance Super Leadership Program) หรือ หลักสูตร Super วปส. รุ่นที่ 1 ซึ่งเป็นรุ่น Limited edition โดยกำหนดคุณสมบัติของผู้ที่เข้ารับการศึกษาอบรมเป็นผู้บริหารระดับสูง ผู้นำองค์กรจากภาคส่วนต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน และเป็นศิษย์เก่าหลักสูตรวิทยาการประกันภัยระดับสูง รุ่นที่ 1-9 ที่มีประวัติการเรียนดีเด่น เข้าร่วมกิจกรรมหลักสูตร วปส. อย่างสม่ำเสมอ หรือทำคุณประโยชน์ต่อสำนักงานคปภ. โดยมีเลขาธิการ คปภ.เข้าร่วมศึกษาอบรมในหลักสูตรนี้ด้วย รวมทั้งสิ้น 49 คน

หลักสูตร Super วปส.รุ่น 1 ได้กำหนดหมวดวิชา 6 หมวดที่สำคัญ ได้แก่ 1) มุมมองเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจที่จะเปลี่ยนแปลงไปภายใต้เศรษฐกิจใหม่ของโลก 2) รูปแบบการดำเนินธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงหลัง COVID-19  3) ดิจิทัลเทคโนโลยีและการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีต่อธุรกิจในรูปแบบต่างๆ 4) พฤติกรรมและทัศนคติของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปหลัง COVID-19 5) สิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล หรือ ESG – Environmental , Social , Governance กับการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน และ 6) ทิศทางและอนาคตของอุตสาหกรรมประกันภัย โดยได้จัดปฐมนิเทศนักศึกษา Super วปส. รุ่นที่ 1 ระหว่างวันที่ 18-19 กันยายน 2563 ณ โรงแรมอวานี อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี พร้อมทั้งจัดกิจกรรม Workshop Design Thinking เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ และเพื่อให้ผู้เข้ารับการศึกษาอบรมฯ มีส่วนร่วมในการออกแบบธุรกิจและร่วมกันสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ ในการปฏิรูปอุตสาหกรรม เพิ่มบทบาทของระบบประกันภัยต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ และการมองอนาคตเชิงกลยุทธ์ภายใต้วิธีการเรียนรู้ Strategic Foresight โดยเน้นการเข้าถึงความต้องการและตอบโจทย์ประชาชนอย่างแท้จริง ผ่านกระบวนการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ วิเคราะห์เชิงวิพากษ์ ผนึกกำลังบูรณาการความคิด และร่วมสรุปแนวความคิดเห็นในแง่มุมต่าง ๆ ทั้งเชิงนโยบายและเชิงปฏิบัติ เพื่อนำมาสู่ข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนและประเทศชาติ โดยกำหนดระยะเวลาการศึกษาอบรมตามหลักสูตร ระหว่างเดือนกันยายน-ธันวาคม 2563

 “ความสำเร็จของการศึกษาอบรมตามหลักสูตร Super วปส. นี้ ไม่ใช่เป็นเพียงแค่การทำความรู้จักกันหรือสร้างคอนเนคชั่นของนักศึกษา แต่อยู่ที่ผลของการหลอมรวมความรู้และประสบการณ์ที่ตกผลึกของศิษย์เก่า วปส.ทุกรุ่นที่เป็นสุดยอดผู้นำองค์กรจากภาคส่วนต่าง ๆ อันเกิดจากการสังเคราะห์ภายใต้การเรียนการสอนแบบใหม่การวิเคราะห์เชิงสร้างสรรค์ การแลกเปลี่ยนประสบการณ์การเรียนรู้ต่าง ๆ จากมุมมองในแต่ละมิติ ส่งผลให้เกิดข้อเสนอแนะที่ตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนในยุควิถีชีวิตใหม่ (New Normal) และเป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจและระบบประกันภัยของประเทศได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป” เลขาธิการ คปภ. กล่าวในตอนท้าย


Tags : คปภ.เปิดตัวหลักสูตร ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ เปิดตัว หลักสูตร “สุดยอดผู้นำวิทยาการประกันภัยระดับสูง (Super วปส.) รุ่นที่ 1


Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

...

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนาธนาคารออมสิน ครบรอบ 113 ปี ธนาคารมีความตั้งใจส่งมอบความสุขและกำลังใจ ส่งเสริมให้ประชาชนมีการออมและสร้างความมั่นคงทางการเงินท่ามกลางบรรยากาศความผันผวนทางเศรษฐกิจ โดยธนาคารได้จัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาด “ฉลอง 113 ปี เพิ่มเงินรางวัล เพิ่มจำนวนรางวัล กับสลากออมสินพิเศษ 1 ปี และ 2 ปี (แบบใบสลากและสลากดิจิทัล) เงินรางวัลรวม 113 ล้านบาท” ทั้งลูกค้าที่ซื้อสลากเพิ่ม และลูกค้าเดิมที่ถือครองสลากอยู่ มีสิทธิ์ลุ้นรางวัลพิเศษมากถึง 3 ครั้ง โดยยิ่งซื้อสลากมาก ยิ่งเพิ่มโอกาสลุ้นรางวัลจำนวนมากถึง 63 รางวัล ตลอดระยะเวลากิจกรรม ได้แก่ ครั้งที่ 1 - วันที่ 16 พฤษภาคม 2569 จับรางวัลพิเศษมูลค่ารวม 13 ล้านบาท จำนวน 26 รางวัล รางวัลละ 500,000 บาท ครั้งที่ 2 - วันที่ 16 มิถุนายน 2569 จับรางวัลพิเศษมูลค่ารวม 30 ล้านบาท จำนวน 30 รางวัล รางวัลละ 1 ล้านบาท ครั้งที่ 3 - วันที่ 16 กรกฎาคม 2569 จับรางวัลพิเศษมูลค่ารวม 70 ล้านบาท จำนวน 7 รางวัล รางวัลละ 10 ล้านบาท รวมเงินรางวัลพิเศษทั้งสิ้น 113 ล้านบาท           ทั้งนี้ ผู้ซื้อสลากยังมีสิทธิ์ได้ลุ้นรางวัลที่ 1 และรางวัลอื่น ๆ ซึ่งเป็นรางวัลปกติประจำแต่ละงวด โดยสลากออมสินนับเป็นทางเลือกการออมที่นอกจากจะให้ผลตอบแทนตามอัตราที่ธนาคารกำหนดแล้ว ผู้ซื้อสลากยังมีโอกาสได้ลุ้นรับเงินรางวัลพิเศษ และสิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับบุคคลธรรมดาได้รับยกเว้นภาษีอีกด้วย          ผู้สนใจซื้อสลากออมสินเพิ่มเติมเพื่อร่วมกิจกรรม “ฉลอง 113 ปี เพิ่มเงินรางวัล เพิ่มจำนวนรางวัล กับสลากออมสินพิเศษ 1 ปี และ 2 ปี (แบบใบสลากและสลากดิจิทัล) เงินรางวัลรวม 113 ล้านบาท” สามารถติดต่อได้ที่ธนาคารออมสินทุกสาขา หรือกดซื้อด้วยตนเองทางแอปพลิเคชัน MyMo ศึกษารายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ธนาคารออมสิน www.gsb.or.th หรือสอบถามเพิ่มเติมที่ GSB Contact Center โทร. 1115  

01 Apr 2026

...

บมจ.กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต ในฐานะผู้นำบริษัทประกันที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม หรือ Green Insurer ด้วยความสำเร็จที่ภาคภูมิใจจากการคว้าอันดับ 1 ในเอเชียอาคเนย์ต่อเนื่อง 10 ปีซ้อน และอันดับ 2 ใน AXA International Market ด้านความรับผิดชอบต่อองค์กร จากการประเมินดัชนีชี้วัดความยั่งยืนด้านความรับผิดชอบต่อองค์กรของกลุ่มแอกซ่า (AXA Sustainability Index 2025) ด้วยคะแนนสูงสุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ 87.62 คะแนน ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจ และเป็นการตอกย้ำจุดยืนของบริษัทฯ ในการสนับสนุนให้ทุกคนร่วมกันเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการใส่ใจสิ่งแวดล้อม และเป็นส่วนหนึ่งของการช่วยฟื้นฟูระบบนิเวศน์ และความหลากหลายทางชีวภาพในทะเล ผ่านโครงการระยะยาวต่างๆ อาทิ โครงการ Commit To Climate ที่มุ่งมั่นในการรักษาและฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมทุกมิติอย่างต่อเนื่อง รวมถึงโครงการ Save Our Sea ที่สนับสนุนการอนุบาลเต่าทะเล ปลูกป่าชายเลน และการให้ความรู้ด้านการรักษาสิ่งแวดล้อมทางทะเลกับเยาวชนไทย บริษัทฯ มุ่งมั่นในการช่วยเหลือสังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนตลอดมา พร้อมอยู่เคียงข้างทุกความเชื่อมั่น ดูแลกันตลอดไป สำหรับท่านใดที่สนใจ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม พร้อมติดตามกิจกรรมเพื่อสังคมต่างๆ ของบริษัทฯ ได้ที่ https://www.facebook.com/Hearts.in.action.volunteers หรือ สอบถามได้ที่ ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ โทร 1159  และท่านสามารถอ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่ https://ktaxa.live/CR-No-1

31 Mar 2026

...

บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ 7-Eleven และเคาน์เตอร์เซอร์วิส เปิดตัวแคมเปญ “พ.ร.บ.สุดคุ้ม สุดคิวต์” ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ.) ในราคาพิเศษเริ่มต้นเพียง 555 บาทต่อปี พร้อมมอบความคุ้มครอง สร้างความอุ่นใจให้กับผู้ขับขี่ ผ่านช่องทางบริการร้าน 7-Eleven ที่สะดวกและครอบคลุม 15,500 สาขาทั่วประเทศ  แคมเปญนี้ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้รถในยุคปัจจุบัน ที่ต้องการความรวดเร็วและความสะดวกสบาย สามารถซื้อหรือต่ออายุ พ.ร.บ. คุ้มครองและรับกรมธรรม์ทันที พร้อมบริการต่อภาษีรถยนต์ผ่านเคาน์เตอร์เซอร์วิสในร้าน 7-Eleven ทุกสาขาทั่วประเทศ ซึ่งเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ช่วยลดขั้นตอนและระยะเวลาในการดำเนินการ ในราคาที่เข้าถึงได้ ควบคู่กับความสะดวกครบจบในจุดเดียว ตอกย้ำแนวคิด “ประกันภัยใกล้ตัว เข้าถึงง่าย” นอกจากนี้ สมาชิก ALL Member ที่ซื้อ พ.ร.บ. ของทิพยประกันภัย จะได้รับได้สิทธิ์แลกซื้อกระบอกน้ำลายลิขสิทธิ์ Butterbear & Hello Kitty ในราคาเพียง 1 บาท (จากราคาปกติ 199 บาท) จำกัดจำนวน 5,000 สิทธิ์ และยังได้รับคะแนนสะสมจากทุกยอดบิล เพื่อนำไปใช้เป็นส่วนลดหรือแลกรับสิทธิพิเศษต่างๆ อีกมากมาย สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถซื้อ พ.ร.บ. ของทิพยประกันภัยได้แล้ววันนี้ ผ่านเคาน์เตอร์เซอร์วิสในร้าน 7-Eleven ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือผ่านช่องทางออนไลน์ที่ www.counterservice.co.th หรือ 7-Eleven Application โดยจะได้รับกรมธรรม์และความคุ้มครองที่มีผลทันทีตามวันเริ่มกรมธรรม์ และสามารถซื้อได้ล่วงหน้าสูงสุด 90 วันก่อนกรมธรรม์ปัจจุบันหมดอายุ ให้ทุกการเดินทางของคุณมั่นใจได้มากยิ่งขึ้น สะดวก ครบ จบในที่เดียว พร้อมรับสิทธิพิเศษตั้งแต่วันที่ 24 มีนาคม – 23 เมษายน 2569

29 Mar 2026

...

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารออมสินได้เร่งออกมาตรการรณรงค์ประหยัดพลังงานในการดำเนินธุรกิจของธนาคาร ตามที่รัฐบาลได้มอบหมายสั่งการให้หน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจลดการใช้พลังงาน เพื่อรองรับสถานการณ์ราคาพลังงานโลกที่มีความผันผวนจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ และรับมือกับวิกฤตด้านพลังงานของประเทศ ทั้งนี้ มาตรการประหยัดพลังงานที่สำคัญของธนาคารออมสิน 4 ด้าน ประกอบด้วย 1) การควบคุมการใช้เชื้อเพลิง โดยใช้รถยนต์ตามความจำเป็น และส่งเสริมการประชุมผ่านระบบออนไลน์ 2) ประหยัดพลังงานไฟฟ้า โดยปิดไฟที่ไม่จำเป็น ปลดปลั๊กอุปกรณ์ไฟฟ้าเมื่อไม่ใช้งาน และปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศไม่ต่ำกว่า 26 องศาเซลเซียส 3) แนวทางการแต่งกาย สวมเสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี งดสวมสูท แจ็กเกต หรือผูกเนกไท เพื่อลดความจำเป็นในการปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศให้ต่ำเกินไป และ 4) ปฏิบัติงาน ณ ที่พักอาศัย ตามความเหมาะสมโดยไม่กระทบต่อการปฏิบัติงานและการให้บริการลูกค้า   ทั้งนี้ ในการประชุมคณะกรรมการบริหารธนาคาร ณ อาคารออมสินพิพัฒน์ ธนาคารออมสินสำนักงานใหญ่ ซึ่งมี นายพลจักร นิ่มวัฒนา ประธานกรรมการบริหารธนาคารออมสิน ร่วมด้วย รองศาสตราจารย์ ดร. ธนวรรธน์ พลวิชัย  นายวรวิทย์ ชัยลิมปมนตรี กรรมการธนาคารออมสิน และ นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน ตลอดจนคณะผู้บริหาร เข้าร่วมประชุม ได้เริ่มใช้แนวปฏิบัติ "งดสูท-ผูกเนกไท" ในที่ประชุมทันที เพื่อเป็นต้นแบบในการลดใช้พลังงานและเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ด้านพลังงาน ธนาคารออมสิน จึงขอเชิญชวนลูกค้าและประชาชนร่วมกันใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ลดการใช้พลังงานที่ไม่จำเป็น เพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์พลังงานในปัจจุบัน ความร่วมมือจากทุกภาคส่วนคือพลังสำคัญในการก้าวผ่านสถานการณ์ความไม่แน่นอนนี้ไปด้วยกัน    

18 Mar 2026

Banner Banner Banner Banner

Banner
  ปี 2569 ประเทศไทย กับคำว่า “เผาจริง”   วันนี้ก้าวเดือนที่ 3 ของปี 2569 แต่ดูเหมือนว่า ประเทศไทยผ่านเทศกาลปีใหม่ วาเลนไทม์ ตรุษจีน และวันเข้าพรรษามาแล้ว ประเทศไทยการเลือกตั้งใหญ่ ที่มีข้อผิดพลาดเกิดจากการกำกับการเลือกตั้งขององค์กรอิสระอย่าง กกต. เป็นการเลือกตั้งที่เลวร้ายครั้งหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์การเมืองไทย ด้านเศรษฐกิจ ยังคงโงหัวไม่ขึ้น นอกนั้นประเทศไทยยังคงมีปัญหาชายแดนกับประเทศเขมรยังคงคาราคาซัง รอรบรอบ 3 อยู่เหมือนเดิม ตอนนี้กำลังเกิดสงครามที่คาบสมุทรอาหรับระหว่าง อิหร่านกับอิสราเอล ที่ได้รับการสนับสนุนการทำสงครามจากสหรัฐอเมริกา จนอาจจะกลายเป็นสงครามระหว่างโลกอาหรับกับสหรัฐอเมริกา และอาจจะลามไปถึงสงครามโลกครั้งที่ 3 ก็ได้ แน่นอนว่า สงครามอ่าวอาหรับ ซึ่งเป็นประเทศผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ของโลก ชัดเจนว่าเมื่อมีสงคราม ราคาน้ำมันต้องแพงขึ้น และพลังงานปัจจัยที่ 5 จะกลายเป็นอาวุธของอิหร่านและกลุ่มอาหรับ ซึ่งย่อมส่งผลด้านต้นทุนการผลิต ภาคการขนส่ง สินค้าราคาแพงขึ้น เศรษฐกิจโลกจะปั่นป่วน ซึ่งแน่นอนว่าประเทศไทยที่มีภาวะอ่อนแอทางเศรษฐกิจอยู่แล้ว ย่อมได้รับผลจากภาวะสงครามอาหรับ สงครามกับเขมร รวมทั้งรัฐบาลใหม่ที่จะเข้ามาบริหารประเทศ ต้องแสดงผลงาน เพราะปี 2569 จะเป็นปีเผาจริงทางเศรษฐกิจของประเทศไทย    หากว่าการเมืองไทยนิ่ง รัฐบาลได้บริหารประเทศ จะเป็นการท้าทายความสามารถของดรีมทีมเศรษฐกิจของพรรคภูมิใจไทย เวลาที่ผ่านมาก่อนการเลือกตั้ง วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เวลาบริหารประเทศแค่ 2 เดือนยังวัดอะไรไม่ได้สำหรับนายอนุทิน ชาญวีรกุล และดรีมทีม เพราะเศรษฐกิจไทยปี 2569 ธุรกิจที่แข็งแรงอย่างธุรกิจการเงินและประกันภัยยังออกอาการให้เห็น แล้วธุรกิจที่อ่อนแออยู่แล้วจะเหลืออะไร นี่คือการบ้านข้อใหญ่ของรัฐบาลภูมิใจไทยและดรีมทีมประเทศไทย เพราะถึงเวลาที่จะได้พิสูจน์ผลงานบริหารประเทศ./   พูดแบบนายเอกวรพงศ์ (นายแทน)            
อ่านต่อ...
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner