Responsive image

Friday, 06 Nov 2026

หน้าแรก > ECONOMY- FINANCE / เศรษฐกิจ - การเงิน


ธ.ก.ส. จับมือเคทีซี เปิดช่องทางร้านค้าน้องหอมจังรับชำระค่าสินค้าและบริการ ด้วย QR Code ผ่านทาง Alipay

Fri 09/10/2563


ธ.ก.ส. จับมือเคทีซี หนุนสร้างโอกาสทางการตลาดให้ผู้ประกอบการภาคเกษตร โดยเปิดช่องทางรับชำระค่าสินค้าและบริการด้วย QR Code กับร้านค้าน้องหอมจังของ ธ.ก.ส. ผ่านกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ของอาลีเพย์ (Alipay) ครอบคลุมทั้งร้านค้าชุมชนสร้างไทย ที่พัก โฮมสเตย์ ร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึกร้านกาแฟ ร้านค้าปลีก ชุมชนท่องเที่ยว รถเช่า รถโดยสารและรถทัวร์ นำร่อง 500 ร้านค้าทั่วประเทศ เริ่ม 1 พฤศจิกายนนี้

เมื่อวันที่  2 ตุลาคม 2563 ณ โถงชั้น 2 ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ได้มีพิธีลงนามในสัญญาความร่วมมือทางธุรกิจ “โครงการให้บริการร้านค้ารับชำระ QR Code และe-Commerce” ระหว่างนายอภิรมย์ สุขประเสริฐ ผู้จัดการ ธ.ก.ส. และนายระเฑียร ศรีมงคล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เพื่อขยายการให้บริการรับชำระค่าสินค้าและบริการให้แก่ผู้ประกอบการ วิสาหกิจชุมชนด้านการเกษตร ที่เป็นสมาชิกร้านค้าน้องหอมจังของ ธ.ก.ส. ด้วย QR Code ผ่านกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ (E-Wallet) ของ Alipay  

นายอภิรมย์ สุขประเสริฐ ผู้จัดการ ธ.ก.ส. กล่าวว่า “ธ.ก.ส. มุ่งสู่นโยบายการให้บริการทางการเงินแบบครบวงจร โดยเล็งเห็นถึงความสำคัญในการขยายโอกาสทางการตลาดให้กับกลุ่มผู้ประกอบการ สหกรณ์ และวิสาหกิจชุมชน ภาคการเกษตร เพื่อสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าในการใช้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์ได้อย่างกว้างขวางมากขึ้น สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่มุ่งสู่สังคมไร้เงินสด (Cashless Society) ธ.ก.ส. จึงได้ร่วมมือกับเคทีซี ซึ่งเป็นผู้ให้บริการรับชำระด้วย Alipay มากว่า 5 ปี และมียอดรับชำระสูงเป็นอันดับต้น ๆ ของประเทศไทย เพื่อเปิดช่องทางรับชำระค่าสินค้าและบริการให้แก่ผู้ประกอบการภาคการเกษตรที่เป็นสมาชิกร้านน้องหอมจังของ ธ.ก.ส. ด้วย QR Code ผ่านกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ (E-Wallet) ของ Alipay เช่น ร้านค้าชุมชนสร้างไทย ที่พัก โฮมสเตย์ ร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึก ร้านกาแฟ ร้านค้าปลีก ชุมชนท่องเที่ยว รถเช่า รถโดยสาร รถทัวร์และร้านค้าของผู้เข้าร่วมประกวดตามโครงการ New Gen Hug บ้านเกิด ของ ธ.ก.ส. โดยธนาคารแห่งประเทศไทยอนุญาตให้ ธ.ก.ส. ให้บริการ QR Code ของ Alipay แล้ว จึงกำหนดเปิดให้บริการรับชำระผ่าน QR Code ของ Alipay ในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2563 เป็นต้นไป นำร่อง 500 ร้านค้าทั่วประเทศ”

“การผนึกกำลังกันครั้งนี้ จะช่วยเสริมความเข้มแข็งให้แก่เศรษฐกิจฐานราก ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน สร้างความเข้าใจถึงการปรับตัวของร้านค้าเพื่อเตรียมความพร้อมในการขายสินค้า และบริการให้กับกลุ่มนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะชาวจีนที่จะเดินทางมาท่องเที่ยวเมืองไทยหากมีนโยบายการเปิดประเทศให้กลุ่มนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติของรัฐบาล ด้วยการให้บริการรับชำระผ่าน Alipay ซึ่งทั้งสะดวกและปลอดภัย ที่สำคัญไม่ต้องพกเงินสด นอกจากนี้ ยังมีโปรโมชัน และงบส่งเสริมการขายให้กับร้านค้าที่สมัครเป็นสมาชิก อีกทั้งลูกค้าผู้ใช้บริการ Alipay App ยังได้รับสิทธิพิเศษต่าง ๆ จากการใช้จ่ายผ่าน Alipay App อีกด้วย โดยในปัจจุบัน ธ.ก.ส. มีร้านค้าน้องหอมจัง จำนวน 185,364 ร้านค้า แบ่งเป็นเกษตรกรจำนวน 184,452  ร้านค้า และนิติบุคคลจำนวน 912 ร้านค้า ทั้งนี้ ในช่วงต้นปี 2564 ภายใต้ความร่วมมือระหว่าง ธ.ก.ส. กับเคทีซียังมีแผนจะเปิดให้บริการรับชำระผ่าน QR Code ของบัตรเครดิตวีซ่าและมาสเตอร์การ์ดอีกด้วย   ซึ่งปัจจุบัน ธ.ก.ส. อยู่ระหว่างการขออนุญาตธนาคารแห่งประเทศไทยเพื่อให้บริการรับชำระผ่าน QR Code ของบัตรเครดิต วีซ่าและมาสเตอร์การ์ดต่อไป”     

  

นายระเฑียร ศรีมงคล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร “เคทีซี” กล่าวว่า “แนวโน้มการชำระค่าสินค้าและบริการด้วยบัตรเครดิตในรูปแบบของ QR Code มีการเติบโตต่อเนื่อง ตามกระแสของสังคมไร้เงินสดที่ต้องการความสะดวกรวดเร็วและปลอดภัย อีกทั้งยังช่วยสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าผู้ใช้งาน  ซึ่งการจะเป็นแบบนี้ได้ต้องยอมรับว่าส่วนหนึ่งเป็นผลจากการที่ร้านค้าต่าง ๆ มีระบบชำระเงินที่มีมาตรฐานสากลและได้รับการยอมรับจากทั่วโลก ซึ่งเคทีซีเองเป็นหนึ่งในผู้ที่ให้บริการทั้งบัตรเครดิตสำหรับผู้บริโภค และให้บริการระบบชำระเงินรูปแบบต่างๆ สำหรับร้านค้าสมาชิกในคราวเดียวกัน โดยในปี 2559 ได้เริ่มให้บริการรับชำระด้วยอาลีเพย์ ผู้ให้บริการจ่ายเงินออนไลน์ยอดนิยมของประเทศจีน ภายใต้บริษัท    Ant Group เพื่อรองรับชาวจีนที่อาศัยในไทยและกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีนที่เข้ามาในไทย โดยเมื่อสิ้นปี 2562 ที่ผ่านมาเคทีซีมียอดรับชำระค่าสินค้าและบริการด้วยอาลีเพย์ประมาณ 15,600 ล้านบาท” 

“สำหรับความร่วมมือระหว่างเคทีซีกับธ.ก.ส. ครั้งนี้ เคทีซีจะใช้เทคโนโลยี QR Code Payment ในการเปิดช่องทางรับชำระค่าสินค้าและบริการผ่านพร้อมเพย์ (PromptPay) และ eWallet ของอาลีเพย์ (Alipay) ผนวกเข้ากับแอปพลิเคชัน “ร้านน้องหอมจัง” ของ ธ.ก.ส. เพื่อช่วยส่งเสริมการประกอบกิจการฐานราก และขับเคลื่อนชุมชนให้เข้มแข็ง อีกทั้งช่วยอำนวยความสะดวกและลดต้นทุนในการติดตั้งอุปกรณ์รับชำระให้กับร้านค้าต่าง ๆ ของธ.ก.ส. เกือบ 2 แสนร้านค้า ทั่วประเทศ ซึ่งมีฐานลูกค้าเป็นคนไทยและนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศที่ใช้สมาร์ทโฟนเป็นส่วนหนึ่งในการดำเนินชีวิตประจำวัน รวมถึงทำธุรกรรมชำระค่าสินค้าและบริการ โดยร้านค้าสมาชิก “น้องหอมจัง” ของธ.ก.ส. ที่เข้าร่วมโครงการ จะได้รับความมั่นใจจากระบบรักษาความปลอดภัยในการทำธุรกรรมรับชำระตามมาตรฐานของวีซ่าและมาสเตอร์การ์ด นอกจากนี้ เคทีซียังพร้อมให้บริการเชื่อมต่อระบบชำระเงินออนไลน์ “เพย์เมนท์ เกทเวย์” (Payment Gateway) สำหรับการรับชำระบนเว็บไซต์ของร้านค้าในโครงการ รวมทั้งเปิดช่องทางการจำหน่ายสินค้าบนเว็บไซต์สำหรับธุรกิจอีคอมเมิร์ซ “KTC UShop” เพื่อร่วมสนับสนุนผลิตภัณฑ์ของกลุ่มวิสาหกิจชุมชน New Gen Hug บ้านเกิด อาทิ ร้าน Coco Valley Resort จังหวัดน่าน ร้านตานี (TANEE) ของชุมชนช่างสกุลบายศรี จังหวัดราชบุรี และร้าน The FIGnature จังหวัดชลบุรี ซึ่งอยู่ภายใต้เครือข่ายร้านค้าน้องหอมจังของธ.ก.ส. อีกด้วย”

“อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการรับชำระด้วยอาลีเพย์อาจจะได้รับผลกระทบอยู่บ้างจากสถานการณ์โควิด-19 ในปัจจุบัน แต่ยังคงมีการทำรายการชำระค่าสินค้าและบริการเข้ามาจากชาวจีนที่อาศัยตามหัวเมืองหลักในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง เราเชื่อว่าหากมาตรการเปิดประเทศให้ชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาในประเทศได้ตามปกติ โครงการความร่วมมือนี้จะเป็นการเตรียมความพร้อมด้านระบบการชำระเงินที่เข้มแข็งตามมาตรฐานสากล ให้กับร้านค้าในการขายสินค้าและบริการได้อย่างคล่องตัวและสร้างรายได้จากยอดขายได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

สำหรับร้านค้าที่สนใจร่วมโครงการรับชำระร้านค้าน้องหอมจังสามารถติดต่อได้ที่ ธ.ก.ส. ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือทาง Call Center โทร. 02-555-0555

 


Tags : ธ.ก.ส. เคทีซี อภิรมย์ สุขประเสริฐ ระเฑียร ศรีมงคล ธ.ก.ส. จับมือเคทีซี เปิดช่องทางร้านค้าน้องหอมจังรับชำระค่าสินค้าด้วย QR Code


Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

...

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ในช่วงปลายปีที่ผู้คนมองหาของขวัญเพื่อส่งต่อความสุขและความปรารถนาดี ธนาคารออมสิน จึงเปิดตัว “ใบสลากออมสินรูปแบบพิเศษเพื่อคนพิเศษ” ลักษณะการ์ดอวยพร เพื่อเป็นอีกทางเลือกสำหรับมอบเป็นของขวัญในเทศกาลปีใหม่ วันเกิด วันรับปริญญา วันแต่งงาน หรือโอกาสสำคัญต่าง ๆ ให้ของขวัญชิ้นนี้เป็นทั้งคำอวยพรและจุดเริ่มต้นของการออมสำหรับคนพิเศษ พร้อมสิทธิ์ลุ้นรางวัลตามเงื่อนไขของสลากแต่ละประเภท ใบสลากออมสินรูปแบบพิเศษเพื่อคนพิเศษ มีให้เลือกตามประเภทและระยะเวลาการออม ได้แก่ สลากออมสินพิเศษ 1 ปีและ 2 ปี เริ่มต้นหน่วยละ 100 บาท และสลากออมสินพิเศษ 5 ปี เริ่มต้นหน่วยละ 500 บาท จำหน่ายเฉพาะในรูปแบบใบสลาก เมื่อถือครบกำหนด ผู้ถือสลากจะได้รับเงินต้นพร้อมดอกเบี้ย และมีสิทธิ์ลุ้นรางวัลตลอดอายุสลากตามเงื่อนไขของสลากแต่ละประเภท โดยดอกเบี้ยและเงินรางวัลได้รับยกเว้นภาษีสำหรับบุคคลธรรมดา ผู้ซื้อสามารถมอบใบสลากให้ผู้รับได้โดยตรง โดยผู้รับต้องนำใบสลากมาติดต่อธนาคารเพื่อโอนกรรมสิทธิ์ก่อนครบกำหนดอายุ ซึ่งโอนกรรมสิทธิ์เร็วก็จะได้รับสิทธิประโยชน์และสิทธิ์ลุ้นรางวัลได้เร็วตามเงื่อนไขของสลาก ทั้งนี้ การถอนก่อนครบกำหนดเป็นไปตามเงื่อนไขที่ธนาคารกำหนด ใบสลากจำหน่ายเฉพาะรูปแบบพิเศษ มีค่าธรรมเนียมออกใบสลาก 10 บาทต่อฉบับ สำหรับยอดซื้อต่ำกว่า 1,000 บาท โดยซื้อยอดตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไปไม่เสียค่าธรรมเนียม ผู้สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ธนาคารออมสินทุกสาขา เว็บไซต์ www.gsb.or.th หรือ GSB Contact Center โทร. 1115  

04 Nov 2026

...

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารออมสินขานรับนโยบายรัฐบาลตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2569 เห็นชอบโครงการ Solar ภาคประชาชน โดยรัฐบาลสนับสนุนค่าอุปกรณ์และค่าติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ให้แก่ประชาชน 1 ล้านครัวเรือน ครัวเรือนละ 50,000 บาท ภายใต้กรอบวงเงิน 50,000 ล้านบาท ธนาคารจึงจัดโครงการ “สินเชื่อ Solar ภาคประชาชน” อัตราดอกเบี้ยคงที่ 2.50% ต่อปี ผ่อนนานสูงสุด 7 ปี ไม่ต้องใช้หลักประกัน เพื่อช่วยประชาชนเข้าถึงเงินทุนติดตั้งโซลาร์ในที่อยู่อาศัยบนหลังคาได้ง่ายขึ้น ลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานในระยะยาว และมีโอกาสสร้างรายได้จากการจำหน่ายไฟฟ้าส่วนเกินตามหลักเกณฑ์โครงการ ควบคู่กับการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้พลังงานสะอาดและเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ สินเชื่อ Solar ภาคประชาชน ให้กู้ครอบคลุมค่าอุปกรณ์และค่าติดตั้งระบบโซลาร์ ทั้งติดตั้งใหม่และเพิ่มเติม ได้แก่ แผงโซลาร์ เครื่องแปลงไฟฟ้า (Inverter) และแบตเตอรี่ (ถ้ามี) โดยวงเงินกู้รวมกับเงินสนับสนุนจากรัฐบาลต้องไม่เกินค่าติดตั้งจริง ทั้งนี้ เงินสนับสนุน 50,000 บาท จะโอนเข้าธนาคารเพื่อลดยอดหนี้ เช่น ค่าติดตั้ง 140,000 บาท เมื่อหักเงินสนับสนุนแล้ว เหลือเงินต้นที่ต้องผ่อน 90,000 บาท ส่วนรายได้จากการขายไฟฟ้าส่วนเกินจะนำมาชำระหนี้ก่อนตามเงื่อนไขโครงการ โดยผู้สนใจต้องลงทะเบียนและผ่านการตรวจสอบสิทธิ์จากการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) หรือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ก่อนเลือกผู้ติดตั้งที่ขึ้นทะเบียนกับ กฟน. หรือ กฟภ. และนำหลักฐานการได้รับสิทธิ์ ใบเสนอราคา ประวัติชำระค่าไฟฟ้าย้อนหลัง 6 เดือน พร้อมเอกสารที่เกี่ยวข้อง ยื่นขอสินเชื่อกับธนาคารออมสิน ทั้งนี้ ผู้กู้ต้องเป็นบุคคลธรรมดาสัญชาติไทย อายุ 20 ปีขึ้นไป มีถิ่นที่อยู่แน่นอน และเป็นเจ้าของมิเตอร์ไฟฟ้าประเภทที่ 1 สำหรับบ้านอยู่อาศัย เมื่อสินเชื่อได้รับอนุมัติ ธนาคารจะจ่ายเงินแก่ผู้ติดตั้งโดยตรงตามงวดงาน อย่างไรก็ตาม ธนาคารแนะนำให้ประชาชน ประเมินความคุ้มค่าจากปริมาณการใช้ไฟฟ้าจริงเทียบกับค่าติดตั้งและภาระผ่อนชำระก่อนตัดสินใจ โดยผู้เข้าร่วมโครงการจะไม่สามารถใช้สิทธิ์ยกเว้นภาษีเงินได้จากการติดตั้งโซลาร์ หรือสิทธิ์ช่วยเหลือค่าไฟฟ้าสำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด ผู้ได้รับสิทธิ์จากภาครัฐสามารถยื่นขอสินเชื่อได้ถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2570 โดยธนาคารพิจารณาตามความจำเป็นและความสามารถในการชำระหนี้ สอบถามเพิ่มเติมที่ www.gsb.or.th หรือ GSB Contact Center โทร. 1115  

31 Oct 2026

...

ธ.ก.ส. จัดสินเชื่อ Solar ภาคประชาชน เพื่อสนับสนุนเกษตรกรลูกค้าเข้าถึงพลังงานสะอาดอย่างยั่งยืน อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 2.50 ต่อปี วงเงินสินเชื่อไม่เกินค่าใช้จ่ายในการติดตั้ง โดยมีค่าใช้จ่ายมาตรฐาน 140,000 บาท เป็นงบสนับสนุนการติดตั้งจากรัฐบาล จำนวน 50,000 บาท มุ่งลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน เพิ่มรายได้ให้เกษตรกร ควบคู่กับการส่งเสริมการใช้พลังงานทางเลือก นายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ธ.ก.ส. ในฐานะสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐที่มีบทบาทในการดูแลและสนับสนุนภาคเกษตรไทย พร้อมเดินหน้าส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดตามนโยบายรัฐบาล เข้าร่วมโครงการ “โซลาร์ ภาคประชาชน” โดยกระทรวงมหาดไทย ร่วมกับการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) และจัดทำสินเชื่อ Solar ภาคประชาชน เพื่อสนับสนุนเกษตรกรลูกค้าให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนสำหรับติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ ลดภาระด้านค่าใช้จ่าย และเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกรในระยะยาว ควบคู่กับการส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด เสริมสร้างความมั่นคงทางรายได้ให้กับเกษตรกรและสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านทางพลังงานของประเทศไปสู่ความยั่งยืน โดยกำหนดวงเงินสินเชื่อไม่เกินค่าใช้จ่ายในการติดตั้ง ซึ่งมีค่าใช้จ่ายมาตรฐานอยู่ที่ 140,000 บาท และรัฐบาลสนับสนุนเงินทุนในการติดตั้งระบบไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์อีก จำนวน 50,000 บาท อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 2.50 ต่อปี สำหรับเกษตรกรลูกค้าที่ประสงค์ขอสินเชื่อ ต้องมีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ที่โครงการกำหนด ได้แก่ เป็นเกษตรกรลูกค้า ธ.ก.ส. อายุผู้กู้รวมสัญญากู้ไม่เกิน 85 ปี กำหนด 1 ครัวเรือนต่อ 1 สิทธิ์ ตามหลักเกณฑ์ของโครงการ เป็นผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทที่ 1 บ้านอยู่อาศัย และผ่านการตรวจสอบรับรองจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) หรือการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ที่มีความเหมาะสมในการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ ขนาดไม่ต่ำกว่า 5 กิโลวัตต์ แต่ไม่เกิน 10 กิโลวัตต์ต่อ 1 มิเตอร์ มีมิเตอร์ไฟฟ้าและสามารถเข้าร่วมระบบรับซื้อไฟฟ้าของการไฟฟ้าได้ ณ วันที่ประสงค์เข้าร่วมโครงการ ต้องไม่เป็นเกษตรกรที่ได้รับสิทธิ์ตามมาตรการลดหย่อนภาษีโซลาร์เซลล์สูงสุด 200,000 บาท เกษตรกรผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐสามารถเข้าร่วมโครงการได้ โดยต้องสละสิทธิ์การช่วยเหลือค่าไฟฟ้าตามบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวมีกำหนดระยะเวลาดำเนินการตั้งแต่วันที่คณะรัฐมนตรีมีมติและคณะกรรมการ ธ.ก.ส. ให้ความเห็นชอบ จนถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2570 โดยเกษตรกรสามารถยื่นขอสินเชื่อได้ภายในวันที่ 31 กรกฎาคม 2570 และต้องดำเนินการอนุมัติสินเชื่อ จัดทำนิติกรรมสัญญา และเบิกจ่ายเงินกู้ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2570 กำหนดระยะเวลาชำระคืนเงินกู้ไม่น้อยกว่า 7 ปี หรือตามเงื่อนไขที่ธนาคารกำหนด สำหรับเกษตรกรลูกค้าที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ธ.ก.ส. ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือ ธ.ก.ส. Contact Center โทร. 02 555 0555  

29 Oct 2026

...

กบข. เตรียมจัดงาน GPF EXPO 2026 กรุงเทพฯ วันที่ 5 พ.ย. นี้ รวมความรู้ด้านการเงิน การลงทุน และสุขภาพไว้ในงานเดียว พร้อมวิทยากรชื่อดังมาร่วมแบ่งปันแนวคิดสร้างความมั่นคงเพื่ออนาคต เปิดให้สมาชิกเข้าร่วมฟรี   ดร.ศรพล ตุลยะเสถียร เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เปิดเผยว่า กบข. มุ่งส่งเสริมให้สมาชิกมีความมั่นคงทางการเงินและคุณภาพชีวิตที่ดี ผ่านการสร้างความรู้ความเข้าใจด้านการออมและการลงทุน จึงได้กำหนดจัดงานมหกรรมแห่งปี GPF EXPO 2026 กรุงเทพฯ ในวันที่ 5 พฤศจิกายน 2569 ณ โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ โดยสมาชิกจะได้ร่วมรับฟังการบรรยายพิเศษจากผู้บริหาร กบข. การเตรียมความพร้อมทางการเงินเพื่ออนาคต พร้อมอัปเดตมุมมองการลงทุนและสถานการณ์เศรษฐกิจ ซึ่ง กบข. ยังคงยึดแนวทางการลงทุนระยะยาว เพื่อสร้างผลตอบแทนที่ดีภายใต้ระดับความเสี่ยงที่เหมาะสม นอกจากนี้ ยังมีวิทยากรรับเชิญชื่อดัง คุณพอล ภัทรพล ศิลปาจารย์ ที่มาแบ่งปันแนวคิดการวางแผนการเงินตั้งแต่วัยทำงานสู่ชีวิตหลังเกษียณ ในหัวข้อ จากเดือนชนเดือน สู่เกษียณหลักล้าน และหมอจิมมี่ นายแพทย์สุทธิพจน์ ภัทรมงคลกาล ในหัวข้อ Health is the New Wealth ที่จะช่วยให้สมาชิกดูแลสุขภาพได้อย่างเหมาะสมในทุกช่วงวัย     นอกจากกิจกรรมบนเวทีแล้ว ภายในงานยังมีบริการให้คำปรึกษาด้านการเงินและการวางแผนเกษียณรายบุคคล กิจกรรมสนุกๆ จากพันธมิตรสวัสดิการ กบข. รวมถึงบริการตรวจสุขภาพการเงินและสุขภาพกายจากผู้เชี่ยวชาญโดยเฉพาะ เพื่อให้สมาชิกสามารถนำข้อมูลที่ได้รับไปปรับใช้ในการวางแผนชีวิต มุ่งสู่การมีชีวิตที่มั่นคง สำหรับสมาชิกที่เข้าร่วมงาน จะได้รับ GPF Point จำนวน 20 Point พร้อมรับบัตรของขวัญโลตัส มูลค่า 100 บาท และของที่ระลึกสุดพิเศษจาก กบข. ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนฟรีได้ที่แอป กบข. My GPF Application เมนูลงทะเบียนอบรม สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ศูนย์บริการข้อมูลสมาชิก กบข. โทร 1179      

29 Oct 2026

Banner Banner Banner Banner Banner

Banner
  เปิดแผนงานสื่อ CEO THAILAND ปี 2569-2570 รุกคืบงานวิทยุ - ทีวี - อีเวนต์สื่อ                  สวัสดีครับท่านสมาชิกและผู้ติดตามสื่อออนไลน์ และสื่อในเครือ CEO THAILAND ตลอดมา 21 ปี ช่วงนี้ว่างเว้นจากสนามการเมืองระยะหนึ่ง ผมพอมีเวลากลับมาสานต่องานสื่อสักระยะหนึ่งคือในช่วงปี 2569-2570 จะกลับมาช่วยงานสื่อในฐานะที่ปรึกษา โดยจะยังเน้นในเรื่องสื่อออนไลน์ สื่อทีวี และสื่อวิทยุ และงานอีเวนต์ต่อเนื่องจากสื่อ ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2569 เป็นต้นไป ผมมีแผนงานของบริษัท เอก-วรา พับลิค รีเรชันส์ จำกัด ในสื่อดังต่อไปนี้คือ                          1. สื่อออนไลน์ CEO THAILAND              2. จัดทำรายการวิทยุ “คลื่นประกันภัย-การเงิน” ทางสถานีวิทยุ 96.25 MHZ (สถานีวิทยุการท่องเที่ยววัฒนธรรม) โครงการจัดทำรายการวิทยุเชิงข่าวสารในแวดวงประกันภัยและการเงิน นำเสนอข่าวสารเกี่ยวกับการประกันภัย-ประกันชีวิต  การเงิน และธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ทั้งสินเชื่อ ไฟแนนซ์ อสังหาริมทรัพย์ SMEs ออกอากาศทุกวันศุกร์ของทุกสัปดาห์ เวลา 17.00-18.00 น. ในเดือนสิงหาคม 2569               3. เดือนสิงหาคม 2569 สื่อได้จัดทำรายการทีวี “เรื่องเด่น...ประเด็นดัง” ออนแอร์ออกอากาศทางNBT2 ซึ่งเป็นรายการสดทีวี ที่นำเสนอนโยบายรัฐบาล และวิสัยทัศน์ ของผู้บริหารองค์กรภาครัฐ และภาคเอกชนในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสังคม บริการสาธารณะและบริการพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับสังคม และพี่น้องประชาชน ออกอากาศ ทุกวันจันทร์ที่ 1 และ 3 ของเดือน เวลา 10.00-10.30 น.               4. จัดงานมอบรางวัล “สุดยอดผู้บริหาร-องค์กรแห่งปี 2569” เดือนธันวาคม 2569 ที่จังหวัดกาญจนบุรี โครงการรับรางวัล  “สุดยอดผู้บริหาร-องค์กรแห่งปี 2569” เพื่อประกาศเกียรติคุณให้ผู้บริหารและองค์กรที่สร้างผลงานโดดเด่น ทั้งยังเป็นการกระตุ้นภาคธุรกิจเครือข่าย และSMEs ความตื่นตัวของชุมชนในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี รวมทั้งยังเป็นการสานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสื่อมวลชน-ภาคธุรกิจ -ผู้ประกอบการในพื้นที่ และพี่น้องประชาชน สื่อ CEO THAILAND จึงได้ร่วมกันจัดงานมอบรางวัลดังกล่าวขึ้น               5. โครงการจัดงานสัมมนา  “ทิศทางธุรกิจประกันภัย-การเงินแห่งปี 2569” ในเดือนธันวาคม 2569เพื่อเป็นการกระตุ้นภาคธุรกิจประกันภัยและการเงินในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรีและจังหวัดใกล้เคียง เพื่อความตื่นตัวของชุมชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร รวมทั้งจังหวัดกาญจนบุรี อีกทั้งยังเป็นการสานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสื่อมวลชน-ภาคธุรกิจ-ผู้ประกอบการในพื้นที่ และพี่น้องประชาชน สื่อ CEO THAILAND จึงได้ร่วมกันจัดงานสัมมนาดังกล่าวขึ้น               6. จัดงาน CSR ณ โรงเรียนบ้านท่าทุ่ม จ.กาญจนบุรี ในวันที่ 31 มกราคม 2570 โครงการจัดงานกิจกรรมเพื่อสังคม “CEO THAILAND CSR  OF THE YEAR 2027” เพื่อคืนกำไรสู่สังคมและสร้างความรู้ความเข้าใจให้คนในสังคม เป็นการกระตุ้นภาคธุรกิจประกันภัยและการเงิน และความตื่นตัวของชุมชนในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี อีกทั้งยังเป็นการสานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสื่อมวลชน-ภาคธุรกิจ -ผู้ประกอบการในพื้นที่ และพี่น้องประชาชนในพื้นที่ สื่อ CEO THAILAND จึงได้ร่วมกันจัดงานกิจกรรมดังกล่าวขึ้น T                                                                                                        (นายเอกวรพงศ์ อำนวยทรัพย์)
อ่านต่อ...
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner