Responsive image

Friday, 02 Dec 2022

Banner

หน้าแรก > ECONOMY-FINANCE / เศรษฐกิจ-การเงิน


ธ.ก.ส. จับมือเคทีซี เปิดช่องทางร้านค้าน้องหอมจังรับชำระค่าสินค้าและบริการ ด้วย QR Code ผ่านทาง Alipay

Fri 09/10/2563


ธ.ก.ส. จับมือเคทีซี หนุนสร้างโอกาสทางการตลาดให้ผู้ประกอบการภาคเกษตร โดยเปิดช่องทางรับชำระค่าสินค้าและบริการด้วย QR Code กับร้านค้าน้องหอมจังของ ธ.ก.ส. ผ่านกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ของอาลีเพย์ (Alipay) ครอบคลุมทั้งร้านค้าชุมชนสร้างไทย ที่พัก โฮมสเตย์ ร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึกร้านกาแฟ ร้านค้าปลีก ชุมชนท่องเที่ยว รถเช่า รถโดยสารและรถทัวร์ นำร่อง 500 ร้านค้าทั่วประเทศ เริ่ม 1 พฤศจิกายนนี้

เมื่อวันที่  2 ตุลาคม 2563 ณ โถงชั้น 2 ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ได้มีพิธีลงนามในสัญญาความร่วมมือทางธุรกิจ “โครงการให้บริการร้านค้ารับชำระ QR Code และe-Commerce” ระหว่างนายอภิรมย์ สุขประเสริฐ ผู้จัดการ ธ.ก.ส. และนายระเฑียร ศรีมงคล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เพื่อขยายการให้บริการรับชำระค่าสินค้าและบริการให้แก่ผู้ประกอบการ วิสาหกิจชุมชนด้านการเกษตร ที่เป็นสมาชิกร้านค้าน้องหอมจังของ ธ.ก.ส. ด้วย QR Code ผ่านกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ (E-Wallet) ของ Alipay  

นายอภิรมย์ สุขประเสริฐ ผู้จัดการ ธ.ก.ส. กล่าวว่า “ธ.ก.ส. มุ่งสู่นโยบายการให้บริการทางการเงินแบบครบวงจร โดยเล็งเห็นถึงความสำคัญในการขยายโอกาสทางการตลาดให้กับกลุ่มผู้ประกอบการ สหกรณ์ และวิสาหกิจชุมชน ภาคการเกษตร เพื่อสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าในการใช้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์ได้อย่างกว้างขวางมากขึ้น สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่มุ่งสู่สังคมไร้เงินสด (Cashless Society) ธ.ก.ส. จึงได้ร่วมมือกับเคทีซี ซึ่งเป็นผู้ให้บริการรับชำระด้วย Alipay มากว่า 5 ปี และมียอดรับชำระสูงเป็นอันดับต้น ๆ ของประเทศไทย เพื่อเปิดช่องทางรับชำระค่าสินค้าและบริการให้แก่ผู้ประกอบการภาคการเกษตรที่เป็นสมาชิกร้านน้องหอมจังของ ธ.ก.ส. ด้วย QR Code ผ่านกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ (E-Wallet) ของ Alipay เช่น ร้านค้าชุมชนสร้างไทย ที่พัก โฮมสเตย์ ร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึก ร้านกาแฟ ร้านค้าปลีก ชุมชนท่องเที่ยว รถเช่า รถโดยสาร รถทัวร์และร้านค้าของผู้เข้าร่วมประกวดตามโครงการ New Gen Hug บ้านเกิด ของ ธ.ก.ส. โดยธนาคารแห่งประเทศไทยอนุญาตให้ ธ.ก.ส. ให้บริการ QR Code ของ Alipay แล้ว จึงกำหนดเปิดให้บริการรับชำระผ่าน QR Code ของ Alipay ในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2563 เป็นต้นไป นำร่อง 500 ร้านค้าทั่วประเทศ”

“การผนึกกำลังกันครั้งนี้ จะช่วยเสริมความเข้มแข็งให้แก่เศรษฐกิจฐานราก ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน สร้างความเข้าใจถึงการปรับตัวของร้านค้าเพื่อเตรียมความพร้อมในการขายสินค้า และบริการให้กับกลุ่มนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะชาวจีนที่จะเดินทางมาท่องเที่ยวเมืองไทยหากมีนโยบายการเปิดประเทศให้กลุ่มนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติของรัฐบาล ด้วยการให้บริการรับชำระผ่าน Alipay ซึ่งทั้งสะดวกและปลอดภัย ที่สำคัญไม่ต้องพกเงินสด นอกจากนี้ ยังมีโปรโมชัน และงบส่งเสริมการขายให้กับร้านค้าที่สมัครเป็นสมาชิก อีกทั้งลูกค้าผู้ใช้บริการ Alipay App ยังได้รับสิทธิพิเศษต่าง ๆ จากการใช้จ่ายผ่าน Alipay App อีกด้วย โดยในปัจจุบัน ธ.ก.ส. มีร้านค้าน้องหอมจัง จำนวน 185,364 ร้านค้า แบ่งเป็นเกษตรกรจำนวน 184,452  ร้านค้า และนิติบุคคลจำนวน 912 ร้านค้า ทั้งนี้ ในช่วงต้นปี 2564 ภายใต้ความร่วมมือระหว่าง ธ.ก.ส. กับเคทีซียังมีแผนจะเปิดให้บริการรับชำระผ่าน QR Code ของบัตรเครดิตวีซ่าและมาสเตอร์การ์ดอีกด้วย   ซึ่งปัจจุบัน ธ.ก.ส. อยู่ระหว่างการขออนุญาตธนาคารแห่งประเทศไทยเพื่อให้บริการรับชำระผ่าน QR Code ของบัตรเครดิต วีซ่าและมาสเตอร์การ์ดต่อไป”     

  

นายระเฑียร ศรีมงคล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร “เคทีซี” กล่าวว่า “แนวโน้มการชำระค่าสินค้าและบริการด้วยบัตรเครดิตในรูปแบบของ QR Code มีการเติบโตต่อเนื่อง ตามกระแสของสังคมไร้เงินสดที่ต้องการความสะดวกรวดเร็วและปลอดภัย อีกทั้งยังช่วยสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าผู้ใช้งาน  ซึ่งการจะเป็นแบบนี้ได้ต้องยอมรับว่าส่วนหนึ่งเป็นผลจากการที่ร้านค้าต่าง ๆ มีระบบชำระเงินที่มีมาตรฐานสากลและได้รับการยอมรับจากทั่วโลก ซึ่งเคทีซีเองเป็นหนึ่งในผู้ที่ให้บริการทั้งบัตรเครดิตสำหรับผู้บริโภค และให้บริการระบบชำระเงินรูปแบบต่างๆ สำหรับร้านค้าสมาชิกในคราวเดียวกัน โดยในปี 2559 ได้เริ่มให้บริการรับชำระด้วยอาลีเพย์ ผู้ให้บริการจ่ายเงินออนไลน์ยอดนิยมของประเทศจีน ภายใต้บริษัท    Ant Group เพื่อรองรับชาวจีนที่อาศัยในไทยและกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีนที่เข้ามาในไทย โดยเมื่อสิ้นปี 2562 ที่ผ่านมาเคทีซีมียอดรับชำระค่าสินค้าและบริการด้วยอาลีเพย์ประมาณ 15,600 ล้านบาท” 

“สำหรับความร่วมมือระหว่างเคทีซีกับธ.ก.ส. ครั้งนี้ เคทีซีจะใช้เทคโนโลยี QR Code Payment ในการเปิดช่องทางรับชำระค่าสินค้าและบริการผ่านพร้อมเพย์ (PromptPay) และ eWallet ของอาลีเพย์ (Alipay) ผนวกเข้ากับแอปพลิเคชัน “ร้านน้องหอมจัง” ของ ธ.ก.ส. เพื่อช่วยส่งเสริมการประกอบกิจการฐานราก และขับเคลื่อนชุมชนให้เข้มแข็ง อีกทั้งช่วยอำนวยความสะดวกและลดต้นทุนในการติดตั้งอุปกรณ์รับชำระให้กับร้านค้าต่าง ๆ ของธ.ก.ส. เกือบ 2 แสนร้านค้า ทั่วประเทศ ซึ่งมีฐานลูกค้าเป็นคนไทยและนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศที่ใช้สมาร์ทโฟนเป็นส่วนหนึ่งในการดำเนินชีวิตประจำวัน รวมถึงทำธุรกรรมชำระค่าสินค้าและบริการ โดยร้านค้าสมาชิก “น้องหอมจัง” ของธ.ก.ส. ที่เข้าร่วมโครงการ จะได้รับความมั่นใจจากระบบรักษาความปลอดภัยในการทำธุรกรรมรับชำระตามมาตรฐานของวีซ่าและมาสเตอร์การ์ด นอกจากนี้ เคทีซียังพร้อมให้บริการเชื่อมต่อระบบชำระเงินออนไลน์ “เพย์เมนท์ เกทเวย์” (Payment Gateway) สำหรับการรับชำระบนเว็บไซต์ของร้านค้าในโครงการ รวมทั้งเปิดช่องทางการจำหน่ายสินค้าบนเว็บไซต์สำหรับธุรกิจอีคอมเมิร์ซ “KTC UShop” เพื่อร่วมสนับสนุนผลิตภัณฑ์ของกลุ่มวิสาหกิจชุมชน New Gen Hug บ้านเกิด อาทิ ร้าน Coco Valley Resort จังหวัดน่าน ร้านตานี (TANEE) ของชุมชนช่างสกุลบายศรี จังหวัดราชบุรี และร้าน The FIGnature จังหวัดชลบุรี ซึ่งอยู่ภายใต้เครือข่ายร้านค้าน้องหอมจังของธ.ก.ส. อีกด้วย”

“อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการรับชำระด้วยอาลีเพย์อาจจะได้รับผลกระทบอยู่บ้างจากสถานการณ์โควิด-19 ในปัจจุบัน แต่ยังคงมีการทำรายการชำระค่าสินค้าและบริการเข้ามาจากชาวจีนที่อาศัยตามหัวเมืองหลักในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง เราเชื่อว่าหากมาตรการเปิดประเทศให้ชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาในประเทศได้ตามปกติ โครงการความร่วมมือนี้จะเป็นการเตรียมความพร้อมด้านระบบการชำระเงินที่เข้มแข็งตามมาตรฐานสากล ให้กับร้านค้าในการขายสินค้าและบริการได้อย่างคล่องตัวและสร้างรายได้จากยอดขายได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

สำหรับร้านค้าที่สนใจร่วมโครงการรับชำระร้านค้าน้องหอมจังสามารถติดต่อได้ที่ ธ.ก.ส. ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือทาง Call Center โทร. 02-555-0555

 


Tags : ธ.ก.ส. เคทีซี อภิรมย์ สุขประเสริฐ ระเฑียร ศรีมงคล ธ.ก.ส. จับมือเคทีซี เปิดช่องทางร้านค้าน้องหอมจังรับชำระค่าสินค้าด้วย QR Code


Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

...

ธ.ก.ส. ร่วมธนาคารเกษตรจีน  พัฒนาศักยภาพเกษตรกรทั้งการผลิตและการตลาด พร้อมดึงเอกชนจากประเทศจีน ร่วมเจรจาการค้ากับสถาบันเกษตรกรในการเชื่อมโยงการส่งออกข้าวและมันสำปะหลังจากเกษตรกรผู้ผลิตไปยังตลาดต่างประเทศโดยตรง เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2565 นายเสกสรรค์ จันทร์ขวาง รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เป็นประธานการประชุม  Business Matching for BAAC and ADBC Clients ระหว่างธนาคารเพื่อการพัฒนาการเกษตรแห่งประเทศจีน (Agricultural Development Bank of China : ADBC) นำโดย Mr. Zhu yuan yang ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ADBC และคณะ กับ สหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส. ร้อยเอ็ด จำกัด  สหกรณ์การเกษตรเมืองร้อยเอ็ด จำกัด ผู้ประกอบกิจการรวบรวมข้าว สีข้าว จัดจำหน่ายและรับทำ OEM และ สหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส. กำแพงเพชร จำกัด ผู้ประกอบกิจการรับซื้อมันสำปะหลังสดและแปรรูปเป็นมันเส้นเพื่อจำหน่าย โดยสถาบันเกษตรกรทั้ง 2 แห่ง ถือเป็นผู้ประกอบการที่ได้รับการรับรองคุณภาพการผลิตตามมาตรฐานสากล และมีศักยภาพในการผลิตสินค้าเพื่อการส่งออก โดยประชุมเจรจาผ่านระบบ VDO Conference           การจัดประชุมเจรจาทางการค้าครั้งนี้ เพื่อส่งเสริมให้ลูกค้าของ ธ.ก.ส. สามารถขยายขอบเขตการทำธุรกิจจากในประเทศเติบโตสู่ธุรกิจระหว่างประเทศ และเชื่อมโยงให้ลูกค้าของธนาคาร ADBC สามารถเข้าถึงแหล่งผลิตและวัตถุดิบสินค้าเกษตรที่มีคุณภาพในราคาที่เหมาะสมจากผู้ผลิตต้นน้ำโดยตรง โดยบริษัทที่ร่วมเจรจา ประกอบด้วย   1) บจก.เซียะเหมิน ฮุยเฟิง อินดัสเทรียล 2) บจก.กวงซี จินหยวน ไบโอเคมีคอล อินดัสทรี 3) บจก.จินยี่เหมิง กรุ๊ป     4) บจก.เจียงซี ไรซ์ อินดัสทรี 5) บจก. ซูโจว ว่านเซิน นู้ดเดิล โปรดักซ์ ซึ่งทั้งหมดเป็นลูกค้าที่ธนาคาร ADBC ให้การสนับสนุน ทำให้เชื่อมั่นได้ว่าจะเป็นคู่ค้าที่มีศักยภาพในด้านของเงินทุนและกำลังซื้อ โดยในส่วนของ ธ.ก.ส. จะอำนวยความสะดวกในการคัดกรองผู้ส่งออกที่มีความสามารถในการผลิตและส่งสินค้าที่มีคุณภาพตามมาตรฐาน และดูแลในการชำระเงินระหว่างประเทศให้แก่ลูกค้าทั้งสองธนาคาร การประชุมครั้งนี้จึงเป็นความร่วมมือเบื้องต้นเพื่อขยายผล รวมไปถึงตลาดผลิตผลหลักทางการเกษตรประเภทอื่น ๆ ของลูกค้า ธ.ก.ส. ต่อไป ทั้งนี้ ธ.ก.ส. และ ADBC ได้ลงนามความร่วมมือในการพัฒนาด้านต่าง ๆ มาตั้งแต่ปี 2548  ไม่ว่าจะเป็นการอบรมพัฒนาและเสริมสร้างประสิทธิภาพของบุคลากร  การแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารและความเชี่ยวชาญในบริบทของการพัฒนาธุรกิจรายย่อยและขนาดกลาง  ต่อยอดมาถึงการพัฒนาลูกค้า ในด้านการส่งเสริมการผลิต โดยใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มมูลค่าผลผลิต  รวมถึงการเชื่อมโยงด้านการตลาดระหว่างลูกค้าของทั้ง 2 ธนาคาร  ซึ่งนอกจากสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าแล้ว ยังสร้างโอกาสในด้านธุรกิจและการค้าระหว่างประเทศอีกด้วย 

30 Nov 2022

...

  การทำประกันภัย พ.ร.บ. ถือเป็นหลักประกันว่า หากรถไปเกิดอุบัติเหตุผู้ประสบเหตุทุกคนจะได้รับความคุ้มครอง ดังนั้นก่อนนำรถมาใช้งาน ต้องตรวจสอบการมีกรมธรรม์ประกันภัย พ.ร.บ.ก่อนทุกครั้ง เพราะหากขับรถที่ไม่มีประกันภัย พ.ร.บ. ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของรถหรือไม่ ก็ถือว่าผิดกฏหมาย และจะมีโทษดังนี้ เจ้าของรถไม่ทำประกันภัย พ.ร.บ. จะมีความผิดตามกฎหมาย มีโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท ผู้ใดที่นำรถที่ไม่มีประกันภัย พ.ร.บ.มาใช้ ก็มีความผิด มีโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท           (และถ้าเป็นเจ้าของรถไม่ทำประกันภัย พ.ร.บ.และยังนำรถที่ไม่มีประกันภัย พ.ร.บ.ไปใช้จะมีความผิด 2 กระทงความผิด รวมโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 20,000 บาท) อย่างไรก็ตามที่สำคัญ หากใช้รถที่ไม่มีประกันภัย พ.ร.บ. ไปเกิดอุบัติเหตุ ผู้ประสบเหตุจะไม่ได้รับการคุ้มครอง ต้องไปเรียกร้องจากผู้กระทำผิดหรือเจ้าของรถเอง และหากเจ้าของรถไม่มีเงินมาชดใช้ ก็เหมือนไปซ้ำเติมผู้ประสบเหตุ เกิดความเดือนร้อนที่ต้องจ่ายเงินค่ารักษาพยาบาลเอง ไม่ได้รับการช่วยเหลือตามกฎหมาย ดังนั้นเจ้าของรถทุกคนต้องต่อประกันภัย พ.ร.บ. ทุกปี เพื่อเป็นหลักประกันให้มีความคุ้มครองที่ต่อเนื่อง โดยตอนนี้ผู้ใช้รถจักรยานยนต์ สามารถซื้อ พ.ร.บ.รถจักรยานยนต์ ออนไลน์ ของบริษัทกลางฯ ได้ด้วยตัวเอง ทั้งผ่าน ไลน์ @iRVP หรือทำผ่าน website บริษัทกลางฯ ที่ www.rvp.co.th ง่ายและสะดวกรวดเร็ว คุ้มครองทันที หรือสอบถามรายละเอียดได้ที่ Call Center บริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด   โทร.1791 ตลอด 24 ชั่วโมง  

16 Nov 2022

...

  ธนาคารออมสิน โดย นายวิทัย รัตนากร ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน (ลำดับที่ 5 จากขวา) ได้รับพระราชทานผ้าพระกฐิน เพื่อนำไปทอดถวายแด่พระสงฆ์ วัดพระบรมธาตุไชยาราชวรวิหาร จังหวัดสุราษฏร์ธานี เพื่อการส่งเสริมทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาให้มีความเจริญมั่นคงสืบไป บริษัท ทิพยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) โดย นางสาวสุกัลยา ศุภมงคล ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานเครือข่ายธุรกิจ (ลำดับที่ 5 จากซ้าย) และพนักงาน เข้าร่วมพิธี ณ วัดพระบรมธาตุไชยาราชวรวิหาร อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฏร์ธานี  

13 Nov 2022

Banner Banner Banner Banner Banner

Banner
    เตรียมจัดงาน CEO THAILAND OF THE YEAR 2023  มอบรางวัล “สุดยอดผู้บริหาร-สุดยอดองค์กรแห่งปี 2566”  ในวันที่ 14 มกราคม 2566   เนื่องในโอกาสครบรอบ 18 ปี (ก้าวสู่ปีที่ 19) ของสื่อนิตยสาร และสื่อออนไลน์ CEO THAILAND ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 14 มกราคม 2566 สื่อ CEO THAILAND ได้เตรียมการจัดงานมอบรางวัล “สุดยอดผู้บริหารแห่งปี 2566” และ “สุดยอดองค์กรแห่งปี 2566” ณ ห้องบอลรูม โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ วิภาวดีรังสิต สำหรับรางวัลที่จัดขึ้น 2 รางวัล ประกอบด้วย 1. รางวัลสุดยอดผู้บริหารแห่งปี 2566 (CEO OF THE YEAR 2023) เป็นรางวัลที่มอบให้กับผู้บริหารที่มีความโดดเด่นในการบริหารองค์กร ให้เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการสร้างผลงานการบริหารองค์กรได้อย่างยอดเยี่ยมในรอบหลายปีที่ผ่านมา  รวมทั้งการทำกิจกรรมและสร้างประโยชน์ให้กับสังคมโดยรวม 2. รางวัลสุดยอดองค์กรแห่งปี 2566 (ORGANIZATION OF THE YEAR 2023) เป็นรางวัลที่มอบให้กับองคกรที่สร้างผลงาน/ผลประกอบการได้อย่างยอดเยี่ยมในรอบหลายที่ผ่านมา ทั้งในแง่ยอดขาย ผลกำไร และการคืนกำไรสู่สังคม ผมในฐานะผู้บริหารสื่อ และผู้จัดงานมอบรางวัลในครั้งนี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่า คงจะได้รับการสนับสนุนการจัดงานในครั้งนี้จากผู้สนับสนุนเป็นอย่างดีเหมือนกับในรอบ 18 ปีที่ผ่านมา ที่เราได้ทำงานร่วมกับบริษัท ห้างร้าน และพันธมิตรธุรกิจ ที่ให้การสนับสนุนด้วยดีเสมอมา หลังจากเมื่อปีที่ผ่านมา ในการมอบรางวัลครั้งแรก เราไม่ได้จัดงานเพราะพิษโควิด-19 โดยหวังว่าปี 2566  คงจะไม่มีอุปสรรคเรื่องโควิด-19 และการจัดงานคงจะลุล่วงไปด้วยดี และขอขอบพระคุณลูกค้าและผู้ที่สนับสนุนสื่อนิตยสาร และสื่อออนไลน์ CEO THAILAND ด้วยดีอีกครั้ง สำหรับองค์กรหรือบุคคลท่านใด ที่ต้องการทราบรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถสอบถามได้ที่ โทร. 081-345-8999 , ID Line 0813458999 , Email : ake_vara@hotmail.com , สื่อออนไลน์ CEO THAILAND : www.ceothailand.net   ขอแสดงความนับถือ นายเอกวรพงศ์ อำนวยทรัพย์ บรรณาธิการบริหาร สื่อ CEO THAILAND  
อ่านต่อ...
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner