Responsive image

Tuesday, 04 Aug 2026

Banner

หน้าแรก > ECONOMY- FINANCE / เศรษฐกิจ - การเงิน


บทความสัมภาษณ์พิเศษกับ มร.อามิต กอช ผู้อำนวยการ R3 ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

Tue 20/10/2563


R3 มีภูมิหลังมาอย่างไร ปัจจุบันดำเนินการอะไรไป อย่างไรบ้าง และในประเทศไทยมีกี่โครงการ

บริษัท ซอฟต์แวร์ระดับองค์กรที่บุกเบิกการเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมดิจิทัล ด้วยการนำเสนอเทคโนโลยีบล็อกเชนที่สร้างขึ้นเองโดยเฉพาะสำหรับธุรกิจทุกประเภทในทุกอุตสาหกรรม Corda ได้รับการพัฒนาโดยความร่วมมือกับระบบนิเวศของสถาบันต่างๆ มากกว่า 350 แห่ง ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มบล็อกเชนระดับองค์กรของ R3 ที่กำลังจะมาเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมทั้งหมดด้วยการปรับเปลี่ยนกระบวนการและระบบต่างๆ ให้เข้าสู่ระบบดิจิทัล ซึ่งบริษัทต่างๆ ต้องพึ่งพาการเชื่อมต่อและทำธุรกรรมระหว่างกันงานของเราในประเทศไทยเริ่มต้นขึ้นในภาคธนาคาร ซึ่งเราทำงานอย่างใกล้ชิดกับธนาคารแห่งประเทศไทย ตลอดจนสถาบันการเงินชั้นนำอื่นๆ เช่น ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารกรุงไทย และธนาคารไทยพาณิชย์ เพื่อจัดการกับปัญหาเร่งด่วนที่สุดในด้านการเงิน การค้า ห่วงโซ่อุปทาน และการชำระเงินแบบ B2B ยกตัวอย่างเช่น งานที่เกี่ยวข้องในด้านซัพพลายเชน เราเข้าใจว่ากระบวนการจัดหา เพื่อจ่ายซัพพลายเชนในปัจจุบัน มีแนวโน้มที่จะเป็นกระบวนการที่ล่าช้า และไม่มีประสิทธิภาพ เนื่องจากการพึ่งพาเอกสารที่เป็นกระดาษ อาจทำให้เกิดข้อผิดพลาดได้มากขึ้น ความไร้ประสิทธิภาพเหล่านี้ ยังส่งผลให้ธุรกิจต้องเสียค่าใช้จ่ายสูงขึ้นตามมา

การทำงานของเราที่ร่วมกับธนาคารไทยพาณิชย์ ทำให้เกิดโซลูชันบล็อกเชนแบบครบวงจรเป็นรายแรกของโลก สำหรับการจัดหา จัดการจ่ายที่เรียกว่า B2P ซึ่งขับเคลื่อนโดยผลิตภัณฑ์ Corda ผลิตภัณฑ์เรือธงของ R3 โซลูชันนี้ยังได้รับการนำมาใช้โดยเครือซิเมนต์ไทย ซึ่งเป็นบริษัท ปูนซีเมนต์และวัสดุก่อสร้างที่ใหญ่และเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงกลุ่มบริษัทขนาดใหญ่อื่น ๆ ของไทย

ด้วยการใช้ประโยชน์จากบล็อกเชน B2P สามารถช่วยลดเวลาที่ใช้ในกระบวนการจัดซื้อได้เป็นอย่างมาก และสามารถลดต้นทุนที่เกี่ยวข้องได้ถึงกว่า 70% เมื่อเร็ว ๆ นี้ โซลูชัน B2P ได้ถูกนำไปใช้ในระบบนิเวศซัพพลายเออร์ของเครือซิเมนต์ไทย โดยคาดว่าซัพพลายเออร์มากกว่า 2,400 ราย จะได้รับประโยชน์จากโซลูชันนี้ภายในสิ้นปี 2563

นอกเหนือจากเครือซิเมนต์ไทยแล้ว R3 ยังมีประวัติประสบความสำเร็จในการทำงานร่วมกับองค์กรอื่น ๆ ในไทยอีก เช่น J Ventures ซึ่งเข้าร่วมเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ในปี 2561 โดยมี Corda เป็นเทคโนโลยีพื้นฐานของบริษัท

ทิศทางธุรกิจและกลยุทธ์ของ R3 ในประเทศไทยเป็นอย่างไร

กลยุทธ์ที่ครอบคลุมของเราในประเทศไทยและภูมิภาค คือการเป็นซอฟต์แวร์ Distributed Ledger Technology (DLT) และที่ปรึกษาทางด้านความคิดสำหรับ ISV สถาบันการเงิน บริษัท ซัพพลายเชน และโลจิสติกส์ รวมถึงบริษัทในทุกขนาด รวมถึงรัฐบาล

เราช่วยให้องค์กรมีโซลูชันบล็อกเชนที่จำเป็นในการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างพื้นฐานแบบดิจิทัล จัดการขั้นตอนการทำงานที่ไม่มีประสิทธิภาพ ปรับปรุงระบบในหลายฝ่าย และจัดหาแพลตฟอร์มสำหรับการจัดการสินทรัพย์ดิจิทัล

ด้วยการเปิดตัวโครงการ Thailand 4.0 R3 เล็งเห็นว่าประเทศไทยกำลังก้าวไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางด้านดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากมีเป้าหมายที่จะสร้างตัวเองให้เป็นศูนย์กลางในด้านนวัตกรรมดิจิทัลในระดับภูมิภาค

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาประเทศไทยมีการเติบโตอย่างโดดเด่นในด้านเทคโนโลยี เนื่องจากสตาร์ทอัพและธุรกิจต่างๆเปิดกว้างมากขึ้นในการยอมรับเอาเทคโนโลยีใหม่ ๆ เข้ามาใช้ เช่น เทคโนโลยีบล็อกเชน สถาบันการเงินแบบดั้งเดิม เช่น ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารไทยพาณิชย์ ซึ่งเป็นพันธมิตรกับ R3 ได้พลิกโฉมธุรกิจของพวกเขาไปอย่างสิ้นเชิง โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการค้าและตลาดทุน

ในขณะที่เรายังคงร่วมดำเนินงานร่วมกับ บริษัทต่างๆ ในเส้นทางเพื่อการเปลี่ยนแปลงไปสู่ดิจิทัล เราจะมุ่งเน้นไปที่การทำงานร่วมกับพันธมิตรในการพัฒนา Corda เพื่อค้นหาวิธีใหม่ ๆ ในการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีบล็อกเชนในอุตสาหกรรมของตน

ในฐานะหัวหน้า APAC ของ R3 คุณสามารถแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการเติบโตของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีบล็อกเชนได้หรือไม่ และมีผลต่อธุรกิจโดยรวมอย่างไร

ปัจจุบันประเทศไทยแซงหน้าคู่แข่งในภูมิภาคนี้ และกำลังปูทางไปสู่การเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมดิจิทัลของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยนำเทคโนโลยีบล็อกเชนมาใช้ในประเทศไทยในช่วงต้น ได้รับความนิยมอย่างล้นหลามโดยรัฐบาลไทย สถาบันการเงินแบบดั้งเดิม และกลุ่มบริษัทที่ดำเนินการเพื่อผสานรวมเทคโนโลยีบล็อกเชนเข้ากับธุรกิจของตน

แม้แต่ในภูมิภาค อินเดีย สิงคโปร์ ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น และฮ่องกง ต่างก็กลายเป็นศูนย์กลางของนวัตกรรมบล็อกเชนและความก้าวหน้า ในขณะที่ "สภาวะปกติใหม่" เรียกร้องให้ธุรกิจต้องเปลี่ยนรูปแบบไปสู่ดิจิทัล เพื่อให้สามารถอยู่รอดต่อไปได้ Blockchain จะมีบทบาทสำคัญในการช่วยให้ธุรกิจประหยัดค่าใช้จ่าย คล่องตัว และมีประสิทธิภาพ โดยไม่ต้องสูญเสียความเป็นส่วนตัว หรือความปลอดภัย Blockchain จะช่วยให้ผู้นำในอุตสาหกรรมในอนาคต สามารถตัดสินใจได้ดีขึ้น สามารถทำงานร่วมกันข้ามพรมแดนและตอบสนองต่อปรากฎการณ์หงส์ดำ (Black Swan event) บริหารความเสี่ยงได้อย่างรวดเร็ว

หน่วยงานกำกับดูแลในประเทศไทย สิงคโปร์ และฮ่องกง จะยังคงเดินหน้าสำรวจการใช้ blockchain, DLT และ tokenisation ในแวดวงทางการเงิน ในขณะที่เรามองไปถึงอนาคตอันใกล้ R3 คาดว่าจะเป็นหัวหอกในการวิจัยและพัฒนา CBDC ภายในภูมิภาค และมีส่วนร่วมในโครงการความร่วมมือต่างๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้นกับหน่วยงานกำกับดูแลใน APAC

โดยประวัติผลงานส่วนตัวของ มร.อามิต กอช มีประสบการณ์มากกว่า 18 ปี ในด้านกลยุทธ์และการดำเนินงานการพัฒนาธุรกิจและการออกแบบโซลูชันเชิงพาณิชย์ในการชำระเงินดิจิทัลและบริการไอทีสำหรับองค์กร ปัจจุบัน มร.อามิต กอช เป็นหัวหน้าประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่ R3 และรับผิดชอบกลยุทธ์ชั้นนำของ R3 ในภูมิภาครวมถึงกลยุทธ์การเข้าสู่ตลาดกลยุทธ์การกำหนดราคาและกลยุทธ์การขาย / หุ้นส่วน

นอกจากนี้ยังเป็นผู้นำการเติบโตและผลการดำเนินงานของธุรกิจในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ก่อนที่จะเข้าร่วมกับ R3 เคยดำรงตำแหน่งอาวุโสด้านการพัฒนาธุรกิจและการดำเนินงานที่ Visa PayPal และ Hewlett Packard

Covid19 ส่งผลกระทบต่อธุรกิจของคุณหรือไม่ ในทางบวกหรือทางลบอย่างไร

ปัจจุบันการแปลงไปสู่ระบบดิจิทัลมีความสำคัญมากขึ้นสำหรับทุกองค์กร เนื่องจากจะช่วยให้มั่นใจได้ถึงความอยู่รอดและความต่อเนื่องของธุรกิจ ในขณะที่พวกเขาต้องก้าวเข้าสู่ภาวะปกติหรือ new normal ท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดเราได้เห็นความต้องการระบบคอร์ด้าในประเทศไทยและทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมากขึ้น เนื่องจากบริษัทต่างๆ พยายามสร้างการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลผ่านการนำระบบบล็อกเชนมาใช้

ก่อนที่จะเกิดการแพร่ระบาดองค์กรต่างๆ อาจนำเทคโนโลยีบล็อกเชนมาใช้อย่างช้าๆ เนื่องจากการปรับปรุงระบบเดิมอาจเป็นกระบวนการที่น่าเบื่อ เสียค่าใช้จ่ายและเสียเวลามาก เนื่องจาก Corda ได้รับการออกแบบโดยธุรกิจสำหรับธุรกิจเราจึงเข้าใจการในความพยายามที่จะนำความสามารถในการทำงานร่วมกันกับระบบเดิมและสร้าง Corda บนแพลตฟอร์มที่ใช้กันทั่วไป เช่น Java เพื่อให้สามารถรวมเข้ากับระบบที่ธุรกิจใช้อยู่แล้วเป็นไปได้อย่างง่ายดาย

R3 เชื่อว่าอุปสรรคในการเข้าสู่ระบบบล็อกเชนมีน้อยมาก ยิ่งไปกว่านั้นความผันผวนทางเศรษฐกิจในปัจจุบันเป็นเหตุผลที่เรามุ่งเน้นไปที่ต้นทุนการรวมระบบที่ลดลง ความยืดหยุ่นของระบบ และการปรับใช้ที่ง่ายขึ้นในโซลูชันทั้งหมดของเรา สถานการณ์ COVID 19 ได้กระตุ้นให้เกิดความจำเป็นในการเปลี่ยนแปลงภายในสำหรับหลาย ๆ องค์กร และเราได้เห็นบริษัทอีกจำนวนมากขึ้น ที่มีส่วนร่วมในการพิจารณาและปรับปรุงกระบวนการภายในใหม่

เมื่อมองไปในอนาคตเทคโนโลยีบล็อกเชน จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในฐานะเครื่องมือพื้นฐานที่จะช่วยให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลในเกือบทุกธุรกิจและอุตสาหกรรม บล็อกเชนมีความสามารถในการสร้างโลกที่เชื่อมต่อถึงกันแบบดิจิทัลที่คล่องตัว ปลอดภัย ยืดหยุ่น และโปร่งใส ช่วยให้องค์กรต่างๆ สามารถต้านทานการตกต่ำของธุรกิจ ที่ไม่สามารถคาดเดาได้ ในวันนี้ พรุ่งนี้ และหลังจากนั้นด้วย


Tags : มร.อามิต กอช ผู้อำนวยการ R3 ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก R3


Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

...

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นำผู้บริหารหน่วยงานภายใต้สังกัดกระทรวงการคลัง ร่วมเป็นเจ้าภาพในพิธีบำเพ็ญกุศลปัญญาสมวาร ในวาระครบ 50 วันแห่งการสิ้นพระชนม์ อุทิศถวายเป็นพระกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เพื่อแสดงความอาลัยและน้อมรำลึกในพระกรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น โดยมีนายเสกสรรค์ จันทร์ขวาง รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เป็นผู้แทนธนาคารเข้าร่วมพิธี เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 ณ ห้องกำปั่นเงิน ชั้น 21 อาคาร 150 ปี กระทรวงการคลัง    

02 Aug 2026

...

ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เชิญสัมผัสประสบการณ์การท่องเที่ยววิถีเกษตรกับรายการ “หอมแผ่นดิน กลิ่นไอเกษตร” ตอนที่ 11 เดินทางไปเช็กอินกว๊านพะเยา ไปกับ “เต้ย - พงศกร   เมตตาริกานนท์” แท็กทีมกับแขกรับเชิญเพื่อนซี้อย่าง “เต๋า – เศรษฐพงศ์ เพียงพอ” ที่จะนำทุกท่านไปท่องเที่ยวสัมผัส  มนต์เสน่ห์เมืองอู่น้ำ ณ จังหวัดพะเยา ที่เต็มไปด้วยความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติ โดยเริ่มต้นด้วยการไหว้ "อนุสาวรีย์พ่อขุนงำเมือง" จุดศูนย์รวมจิตใจของชาวพะเยาริมกว๊านพะเยา เพื่อเสริมความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต ต่อด้วยการไปสัมผัสบรรยากาศธรรมชาติด้วยการนั่ง "เรือแจวพื้นบ้าน" บนผืนน้ำที่กว้างใหญ่ที่สุดในภาคเหนือ เพื่อไปกราบขอพรหลวงพ่อศิลา ณ "วัดติโลกอาราม" โบราณสถานกลางน้ำยุคอาณาจักรล้านนาที่มีอายุกว่า 500 ปี และพลาดไม่ได้กับการเติมพลังที่ร้านอาหารในตำนานริมกว๊านพะเยาอย่าง "ร้านปลาส้มไร้ก้าง แม่ทองปอน" ลิ้มรสปลาส้มทอดสูตรโบราณเนื้อแน่นรสชาติเปรี้ยวกลมกล่อม ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น "มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม"     ส่วนไฮไลต์สำคัญที่ห้ามพลาดคือ การเดินทางไปเยี่ยมชมอาณาจักร "บัวศิริ ชาบัวกว๊านพะเยา" เพื่อพิสูจน์ความมหัศจรรย์ของ "บัวหลวงชนิดดอกสีชมพู" พืชท้องถิ่นที่เป็นเอกลักษณะแห่งกว๊านพะเยา และพบกับการนำกลีบและเกสรบัวมายกระดับให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มชาสุดพรีเมียม ที่ผลิตด้วยนวัตกรรม Smart Drying ทำให้สามารถรักษากลิ่นหอม และคุณค่าทางสารอาหาร อย่างสารต้านอนุมูลอิสระ ที่มีประโยชน์ในการบำรุงหัวใจไว้ได้อย่างครบถ้วน โดยมี ธ.ก.ส. เป็นผู้สนับสนุนสำคัญในด้านเงินทุน การเติมองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยี นวัตกรรม การพัฒนาบรรจุภัณฑ์และการแปรรูป พร้อมเชื่อมโยงเครือข่ายการตลาดตลอดห่วงโซ่ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างรายได้และยกระดับเกษตรกรลูกค้าไปสู่การแข่งขันได้อย่างยั่งยืน สำหรับผู้ที่สนใจผลิตภัณฑ์ชุมชน ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ บัวศิริ ชาบัวกว๊านพะเยา เบอร์โทรศัพท์ 089 997 3634     เตรียมพบกับความสนุกของทริปท่องเที่ยวที่มาพร้อมกับการสร้างแรงบันดาลใจในการนำดอกบัวมายกระดับสู่ผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มสุดพรีเมียม ติดตามการเดินทางครั้งนี้ได้ในรายการ "หอมแผ่นดิน กลิ่นไอเกษตร" ในสไตล์ ธ.ก.ส. The Way We Are ถ้าคุณได้สัมผัส คุณจะรัก ธ.ก.ส. ในวันเสาร์ที่ 1 สิงหาคมนี้ เวลา 20.20 น. ทางช่อง 9 MCOT HD และรับชมผ่านไลฟ์บน Facebook Page: 9 MCOT หรือรับชมย้อนหลังผ่านทาง Youtube: BAAC Thailand ทั้งนี้ สำหรับผู้ที่สนใจผลิตภัณฑ์สินค้าคุณภาพระดับพรีเมียม ธ.ก.ส. ได้คัดเลือกและรวบรวมผลิตภัณฑ์จากลูกค้า ธ.ก.ส. ทั่วประเทศมาไว้ในแพลตฟอร์ม BAAC Matching เพื่อสนับสนุนช่องทางการตลาดออนไลน์ให้กับเกษตรกรลูกค้า และอำนวยความสะดวกให้กับผู้บริโภคในการเลือกซื้อ เลือกชมและสั่งซื้อผลิตภัณฑ์คุณภาพได้โดยตรงจากร้านค้าผู้ประกอบการลูกค้า ธ.ก.ส. ได้ทุกที่ ทุกเวลา คลิกเลย https://baacmatching.baac.or.th

31 Jul 2026

...

  นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารเดินหน้าส่งเสริมวินัยทางการเงินให้แก่ผู้ประกอบการรายย่อย โดยเฉพาะกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าที่มักประสบปัญหาการจัดสรรเงิน เนื่องจากใช้บัญชีรับชำระเงินบัญชีเดียวผ่านแอปร้านค้าออมสินมหาเฮง ทำให้บริหารจัดการเงินออมและค่าใช้จ่ายได้ยาก ล่าสุด ธนาคารจึงเปิดตัวบัญชีเงินฝาก “ออมสินมหาเฮง” นวัตกรรมเงินฝากที่ช่วยโอนเงินจากยอดขายเข้าบัญชีเงินฝากอัตโนมัติ ช่วยสร้างวินัยการออมรายวัน จัดสรรเงินสำรองไว้เป็นค่าใช้จ่ายกิจการ เช่น ค่าเช่าพื้นที่ ค่าน้ำ ค่าไฟ ได้อย่างสะดวก พร้อมรับอัตราดอกเบี้ยสูง 0.50% ต่อปี โดยไม่ต้องเสียภาษี อีกทั้งเงินฝากของลูกค้าธนาคารออมสินทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยยังมีความมั่นคงโดยได้รับการประกันเต็มจำนวนจากรัฐบาลตามกฎหมาย นับเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้คนค้าขาย สะสมเงินทีละเล็กละน้อยจนเป็นเงินก้อน เพื่อสร้างความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว บัญชีเงินฝาก “ออมสินมหาเฮง” เป็นบัญชีประเภทเผื่อเรียกสำหรับบุคคลธรรมดาที่ใช้แอปร้านค้าออมสินมหาเฮงรับชำระค่าสินค้าและบริการ โดยระบบจะโอนเงินจากยอดขายประจำวันเข้าบัญชีอัตโนมัติตามจำนวนที่กำหนด ให้สิทธิ์เปิดบัญชี 1 คนต่อ 1 บัญชี เริ่มต้นฝากได้ตั้งแต่ 1 บาทขึ้นไปต่อการปิดยอดขายแต่ละครั้ง และไม่จำกัดวงเงินรับฝากสูงสุด ทั้งนี้ การนำเงินเข้าบัญชีจะทำได้ผ่านบริการออมเงินอัตโนมัติในแอปร้านค้าออมสินมหาเฮงเท่านั้น (ยกเว้นการเปิดบัญชีครั้งแรกที่ทำได้ ณ สาขา) ส่วนการทำธุรกรรมอื่น ๆ เช่น การโอนเงิน ถอนเงิน หรือสแกนชำระค่าสินค้าและบริการ สามารถทำได้ตามปกติเหมือนบัญชีเงินฝากทั่วไป รับอัตราดอกเบี้ย 0.50% ต่อปี จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2569 อัตราดอกเบี้ยหลังจากนั้นให้เป็นตามประกาศของธนาคาร และได้รับการยกเว้นภาษี ผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สาขาธนาคารออมสินทุกแห่งทั่วประเทศ เว็บไซต์ธนาคารออมสิน www.gsb.or.th​ และ GSB Contact Center โทร. 1115

28 Jul 2026

...

ดร.สมพร สืบถวิลกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) พร้อมคณะผู้บริหาร ร่วมบันทึกเทปถวายพระพรชัยมงคล พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2569 เพื่อเทิดพระเกียรติและแสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ณ สถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย

28 Jul 2026

Banner Banner Banner Banner Banner

Banner
  เปิดแผนงานสื่อ CEO THAILAND ปี 2569-2570 รุกคืบงานวิทยุ - ทีวี - อีเวนต์สื่อ                  สวัสดีครับท่านสมาชิกและผู้ติดตามสื่อออนไลน์ และสื่อในเครือ CEO THAILAND ตลอดมา 21 ปี ช่วงนี้ว่างเว้นจากสนามการเมืองระยะหนึ่ง ผมพอมีเวลากลับมาสานต่องานสื่อสักระยะหนึ่งคือในช่วงปี 2569-2570 จะกลับมาช่วยงานสื่อในฐานะที่ปรึกษา โดยจะยังเน้นในเรื่องสื่อออนไลน์ สื่อทีวี และสื่อวิทยุ และงานอีเวนต์ต่อเนื่องจากสื่อ ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2569 เป็นต้นไป ผมมีแผนงานของบริษัท เอก-วรา พับลิค รีเรชันส์ จำกัด ในสื่อดังต่อไปนี้คือ                          1. สื่อออนไลน์ CEO THAILAND              2. จัดทำรายการวิทยุ “คลื่นประกันภัย-การเงิน” ทางสถานีวิทยุ 96.25 MHZ (สถานีวิทยุการท่องเที่ยววัฒนธรรม) โครงการจัดทำรายการวิทยุเชิงข่าวสารในแวดวงประกันภัยและการเงิน นำเสนอข่าวสารเกี่ยวกับการประกันภัย-ประกันชีวิต  การเงิน และธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ทั้งสินเชื่อ ไฟแนนซ์ อสังหาริมทรัพย์ SMEs ออกอากาศทุกวันศุกร์ของทุกสัปดาห์ เวลา 17.00-18.00 น. ในเดือนสิงหาคม 2569               3. เดือนสิงหาคม 2569 สื่อได้จัดทำรายการทีวี “เรื่องเด่น...ประเด็นดัง” ออนแอร์ออกอากาศทางNBT2 ซึ่งเป็นรายการสดทีวี ที่นำเสนอนโยบายรัฐบาล และวิสัยทัศน์ ของผู้บริหารองค์กรภาครัฐ และภาคเอกชนในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสังคม บริการสาธารณะและบริการพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับสังคม และพี่น้องประชาชน ออกอากาศ ทุกวันจันทร์ที่ 1 และ 3 ของเดือน เวลา 10.00-10.30 น.               4. จัดงานมอบรางวัล “สุดยอดผู้บริหาร-องค์กรแห่งปี 2569” เดือนธันวาคม 2569 ที่จังหวัดกาญจนบุรี โครงการรับรางวัล  “สุดยอดผู้บริหาร-องค์กรแห่งปี 2569” เพื่อประกาศเกียรติคุณให้ผู้บริหารและองค์กรที่สร้างผลงานโดดเด่น ทั้งยังเป็นการกระตุ้นภาคธุรกิจเครือข่าย และSMEs ความตื่นตัวของชุมชนในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี รวมทั้งยังเป็นการสานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสื่อมวลชน-ภาคธุรกิจ -ผู้ประกอบการในพื้นที่ และพี่น้องประชาชน สื่อ CEO THAILAND จึงได้ร่วมกันจัดงานมอบรางวัลดังกล่าวขึ้น               5. โครงการจัดงานสัมมนา  “ทิศทางธุรกิจประกันภัย-การเงินแห่งปี 2569” ในเดือนธันวาคม 2569เพื่อเป็นการกระตุ้นภาคธุรกิจประกันภัยและการเงินในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรีและจังหวัดใกล้เคียง เพื่อความตื่นตัวของชุมชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร รวมทั้งจังหวัดกาญจนบุรี อีกทั้งยังเป็นการสานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสื่อมวลชน-ภาคธุรกิจ-ผู้ประกอบการในพื้นที่ และพี่น้องประชาชน สื่อ CEO THAILAND จึงได้ร่วมกันจัดงานสัมมนาดังกล่าวขึ้น               6. จัดงาน CSR ณ โรงเรียนบ้านท่าทุ่ม จ.กาญจนบุรี ในวันที่ 31 มกราคม 2570 โครงการจัดงานกิจกรรมเพื่อสังคม “CEO THAILAND CSR  OF THE YEAR 2027” เพื่อคืนกำไรสู่สังคมและสร้างความรู้ความเข้าใจให้คนในสังคม เป็นการกระตุ้นภาคธุรกิจประกันภัยและการเงิน และความตื่นตัวของชุมชนในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี อีกทั้งยังเป็นการสานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสื่อมวลชน-ภาคธุรกิจ -ผู้ประกอบการในพื้นที่ และพี่น้องประชาชนในพื้นที่ สื่อ CEO THAILAND จึงได้ร่วมกันจัดงานกิจกรรมดังกล่าวขึ้น T                                                                                                        (นายเอกวรพงศ์ อำนวยทรัพย์)
อ่านต่อ...
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner