Responsive image

Friday, 02 Dec 2022

Banner

หน้าแรก > ECONOMY-FINANCE / เศรษฐกิจ-การเงิน


บทความสัมภาษณ์พิเศษกับ มร.อามิต กอช ผู้อำนวยการ R3 ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

Tue 20/10/2563


R3 มีภูมิหลังมาอย่างไร ปัจจุบันดำเนินการอะไรไป อย่างไรบ้าง และในประเทศไทยมีกี่โครงการ

บริษัท ซอฟต์แวร์ระดับองค์กรที่บุกเบิกการเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมดิจิทัล ด้วยการนำเสนอเทคโนโลยีบล็อกเชนที่สร้างขึ้นเองโดยเฉพาะสำหรับธุรกิจทุกประเภทในทุกอุตสาหกรรม Corda ได้รับการพัฒนาโดยความร่วมมือกับระบบนิเวศของสถาบันต่างๆ มากกว่า 350 แห่ง ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มบล็อกเชนระดับองค์กรของ R3 ที่กำลังจะมาเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมทั้งหมดด้วยการปรับเปลี่ยนกระบวนการและระบบต่างๆ ให้เข้าสู่ระบบดิจิทัล ซึ่งบริษัทต่างๆ ต้องพึ่งพาการเชื่อมต่อและทำธุรกรรมระหว่างกันงานของเราในประเทศไทยเริ่มต้นขึ้นในภาคธนาคาร ซึ่งเราทำงานอย่างใกล้ชิดกับธนาคารแห่งประเทศไทย ตลอดจนสถาบันการเงินชั้นนำอื่นๆ เช่น ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารกรุงไทย และธนาคารไทยพาณิชย์ เพื่อจัดการกับปัญหาเร่งด่วนที่สุดในด้านการเงิน การค้า ห่วงโซ่อุปทาน และการชำระเงินแบบ B2B ยกตัวอย่างเช่น งานที่เกี่ยวข้องในด้านซัพพลายเชน เราเข้าใจว่ากระบวนการจัดหา เพื่อจ่ายซัพพลายเชนในปัจจุบัน มีแนวโน้มที่จะเป็นกระบวนการที่ล่าช้า และไม่มีประสิทธิภาพ เนื่องจากการพึ่งพาเอกสารที่เป็นกระดาษ อาจทำให้เกิดข้อผิดพลาดได้มากขึ้น ความไร้ประสิทธิภาพเหล่านี้ ยังส่งผลให้ธุรกิจต้องเสียค่าใช้จ่ายสูงขึ้นตามมา

การทำงานของเราที่ร่วมกับธนาคารไทยพาณิชย์ ทำให้เกิดโซลูชันบล็อกเชนแบบครบวงจรเป็นรายแรกของโลก สำหรับการจัดหา จัดการจ่ายที่เรียกว่า B2P ซึ่งขับเคลื่อนโดยผลิตภัณฑ์ Corda ผลิตภัณฑ์เรือธงของ R3 โซลูชันนี้ยังได้รับการนำมาใช้โดยเครือซิเมนต์ไทย ซึ่งเป็นบริษัท ปูนซีเมนต์และวัสดุก่อสร้างที่ใหญ่และเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงกลุ่มบริษัทขนาดใหญ่อื่น ๆ ของไทย

ด้วยการใช้ประโยชน์จากบล็อกเชน B2P สามารถช่วยลดเวลาที่ใช้ในกระบวนการจัดซื้อได้เป็นอย่างมาก และสามารถลดต้นทุนที่เกี่ยวข้องได้ถึงกว่า 70% เมื่อเร็ว ๆ นี้ โซลูชัน B2P ได้ถูกนำไปใช้ในระบบนิเวศซัพพลายเออร์ของเครือซิเมนต์ไทย โดยคาดว่าซัพพลายเออร์มากกว่า 2,400 ราย จะได้รับประโยชน์จากโซลูชันนี้ภายในสิ้นปี 2563

นอกเหนือจากเครือซิเมนต์ไทยแล้ว R3 ยังมีประวัติประสบความสำเร็จในการทำงานร่วมกับองค์กรอื่น ๆ ในไทยอีก เช่น J Ventures ซึ่งเข้าร่วมเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ในปี 2561 โดยมี Corda เป็นเทคโนโลยีพื้นฐานของบริษัท

ทิศทางธุรกิจและกลยุทธ์ของ R3 ในประเทศไทยเป็นอย่างไร

กลยุทธ์ที่ครอบคลุมของเราในประเทศไทยและภูมิภาค คือการเป็นซอฟต์แวร์ Distributed Ledger Technology (DLT) และที่ปรึกษาทางด้านความคิดสำหรับ ISV สถาบันการเงิน บริษัท ซัพพลายเชน และโลจิสติกส์ รวมถึงบริษัทในทุกขนาด รวมถึงรัฐบาล

เราช่วยให้องค์กรมีโซลูชันบล็อกเชนที่จำเป็นในการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างพื้นฐานแบบดิจิทัล จัดการขั้นตอนการทำงานที่ไม่มีประสิทธิภาพ ปรับปรุงระบบในหลายฝ่าย และจัดหาแพลตฟอร์มสำหรับการจัดการสินทรัพย์ดิจิทัล

ด้วยการเปิดตัวโครงการ Thailand 4.0 R3 เล็งเห็นว่าประเทศไทยกำลังก้าวไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางด้านดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากมีเป้าหมายที่จะสร้างตัวเองให้เป็นศูนย์กลางในด้านนวัตกรรมดิจิทัลในระดับภูมิภาค

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาประเทศไทยมีการเติบโตอย่างโดดเด่นในด้านเทคโนโลยี เนื่องจากสตาร์ทอัพและธุรกิจต่างๆเปิดกว้างมากขึ้นในการยอมรับเอาเทคโนโลยีใหม่ ๆ เข้ามาใช้ เช่น เทคโนโลยีบล็อกเชน สถาบันการเงินแบบดั้งเดิม เช่น ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารไทยพาณิชย์ ซึ่งเป็นพันธมิตรกับ R3 ได้พลิกโฉมธุรกิจของพวกเขาไปอย่างสิ้นเชิง โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการค้าและตลาดทุน

ในขณะที่เรายังคงร่วมดำเนินงานร่วมกับ บริษัทต่างๆ ในเส้นทางเพื่อการเปลี่ยนแปลงไปสู่ดิจิทัล เราจะมุ่งเน้นไปที่การทำงานร่วมกับพันธมิตรในการพัฒนา Corda เพื่อค้นหาวิธีใหม่ ๆ ในการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีบล็อกเชนในอุตสาหกรรมของตน

ในฐานะหัวหน้า APAC ของ R3 คุณสามารถแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการเติบโตของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีบล็อกเชนได้หรือไม่ และมีผลต่อธุรกิจโดยรวมอย่างไร

ปัจจุบันประเทศไทยแซงหน้าคู่แข่งในภูมิภาคนี้ และกำลังปูทางไปสู่การเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมดิจิทัลของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยนำเทคโนโลยีบล็อกเชนมาใช้ในประเทศไทยในช่วงต้น ได้รับความนิยมอย่างล้นหลามโดยรัฐบาลไทย สถาบันการเงินแบบดั้งเดิม และกลุ่มบริษัทที่ดำเนินการเพื่อผสานรวมเทคโนโลยีบล็อกเชนเข้ากับธุรกิจของตน

แม้แต่ในภูมิภาค อินเดีย สิงคโปร์ ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น และฮ่องกง ต่างก็กลายเป็นศูนย์กลางของนวัตกรรมบล็อกเชนและความก้าวหน้า ในขณะที่ "สภาวะปกติใหม่" เรียกร้องให้ธุรกิจต้องเปลี่ยนรูปแบบไปสู่ดิจิทัล เพื่อให้สามารถอยู่รอดต่อไปได้ Blockchain จะมีบทบาทสำคัญในการช่วยให้ธุรกิจประหยัดค่าใช้จ่าย คล่องตัว และมีประสิทธิภาพ โดยไม่ต้องสูญเสียความเป็นส่วนตัว หรือความปลอดภัย Blockchain จะช่วยให้ผู้นำในอุตสาหกรรมในอนาคต สามารถตัดสินใจได้ดีขึ้น สามารถทำงานร่วมกันข้ามพรมแดนและตอบสนองต่อปรากฎการณ์หงส์ดำ (Black Swan event) บริหารความเสี่ยงได้อย่างรวดเร็ว

หน่วยงานกำกับดูแลในประเทศไทย สิงคโปร์ และฮ่องกง จะยังคงเดินหน้าสำรวจการใช้ blockchain, DLT และ tokenisation ในแวดวงทางการเงิน ในขณะที่เรามองไปถึงอนาคตอันใกล้ R3 คาดว่าจะเป็นหัวหอกในการวิจัยและพัฒนา CBDC ภายในภูมิภาค และมีส่วนร่วมในโครงการความร่วมมือต่างๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้นกับหน่วยงานกำกับดูแลใน APAC

โดยประวัติผลงานส่วนตัวของ มร.อามิต กอช มีประสบการณ์มากกว่า 18 ปี ในด้านกลยุทธ์และการดำเนินงานการพัฒนาธุรกิจและการออกแบบโซลูชันเชิงพาณิชย์ในการชำระเงินดิจิทัลและบริการไอทีสำหรับองค์กร ปัจจุบัน มร.อามิต กอช เป็นหัวหน้าประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่ R3 และรับผิดชอบกลยุทธ์ชั้นนำของ R3 ในภูมิภาครวมถึงกลยุทธ์การเข้าสู่ตลาดกลยุทธ์การกำหนดราคาและกลยุทธ์การขาย / หุ้นส่วน

นอกจากนี้ยังเป็นผู้นำการเติบโตและผลการดำเนินงานของธุรกิจในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ก่อนที่จะเข้าร่วมกับ R3 เคยดำรงตำแหน่งอาวุโสด้านการพัฒนาธุรกิจและการดำเนินงานที่ Visa PayPal และ Hewlett Packard

Covid19 ส่งผลกระทบต่อธุรกิจของคุณหรือไม่ ในทางบวกหรือทางลบอย่างไร

ปัจจุบันการแปลงไปสู่ระบบดิจิทัลมีความสำคัญมากขึ้นสำหรับทุกองค์กร เนื่องจากจะช่วยให้มั่นใจได้ถึงความอยู่รอดและความต่อเนื่องของธุรกิจ ในขณะที่พวกเขาต้องก้าวเข้าสู่ภาวะปกติหรือ new normal ท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดเราได้เห็นความต้องการระบบคอร์ด้าในประเทศไทยและทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมากขึ้น เนื่องจากบริษัทต่างๆ พยายามสร้างการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลผ่านการนำระบบบล็อกเชนมาใช้

ก่อนที่จะเกิดการแพร่ระบาดองค์กรต่างๆ อาจนำเทคโนโลยีบล็อกเชนมาใช้อย่างช้าๆ เนื่องจากการปรับปรุงระบบเดิมอาจเป็นกระบวนการที่น่าเบื่อ เสียค่าใช้จ่ายและเสียเวลามาก เนื่องจาก Corda ได้รับการออกแบบโดยธุรกิจสำหรับธุรกิจเราจึงเข้าใจการในความพยายามที่จะนำความสามารถในการทำงานร่วมกันกับระบบเดิมและสร้าง Corda บนแพลตฟอร์มที่ใช้กันทั่วไป เช่น Java เพื่อให้สามารถรวมเข้ากับระบบที่ธุรกิจใช้อยู่แล้วเป็นไปได้อย่างง่ายดาย

R3 เชื่อว่าอุปสรรคในการเข้าสู่ระบบบล็อกเชนมีน้อยมาก ยิ่งไปกว่านั้นความผันผวนทางเศรษฐกิจในปัจจุบันเป็นเหตุผลที่เรามุ่งเน้นไปที่ต้นทุนการรวมระบบที่ลดลง ความยืดหยุ่นของระบบ และการปรับใช้ที่ง่ายขึ้นในโซลูชันทั้งหมดของเรา สถานการณ์ COVID 19 ได้กระตุ้นให้เกิดความจำเป็นในการเปลี่ยนแปลงภายในสำหรับหลาย ๆ องค์กร และเราได้เห็นบริษัทอีกจำนวนมากขึ้น ที่มีส่วนร่วมในการพิจารณาและปรับปรุงกระบวนการภายในใหม่

เมื่อมองไปในอนาคตเทคโนโลยีบล็อกเชน จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในฐานะเครื่องมือพื้นฐานที่จะช่วยให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลในเกือบทุกธุรกิจและอุตสาหกรรม บล็อกเชนมีความสามารถในการสร้างโลกที่เชื่อมต่อถึงกันแบบดิจิทัลที่คล่องตัว ปลอดภัย ยืดหยุ่น และโปร่งใส ช่วยให้องค์กรต่างๆ สามารถต้านทานการตกต่ำของธุรกิจ ที่ไม่สามารถคาดเดาได้ ในวันนี้ พรุ่งนี้ และหลังจากนั้นด้วย


Tags : มร.อามิต กอช ผู้อำนวยการ R3 ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก R3


Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

...

ธ.ก.ส. ร่วมธนาคารเกษตรจีน  พัฒนาศักยภาพเกษตรกรทั้งการผลิตและการตลาด พร้อมดึงเอกชนจากประเทศจีน ร่วมเจรจาการค้ากับสถาบันเกษตรกรในการเชื่อมโยงการส่งออกข้าวและมันสำปะหลังจากเกษตรกรผู้ผลิตไปยังตลาดต่างประเทศโดยตรง เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2565 นายเสกสรรค์ จันทร์ขวาง รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เป็นประธานการประชุม  Business Matching for BAAC and ADBC Clients ระหว่างธนาคารเพื่อการพัฒนาการเกษตรแห่งประเทศจีน (Agricultural Development Bank of China : ADBC) นำโดย Mr. Zhu yuan yang ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ADBC และคณะ กับ สหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส. ร้อยเอ็ด จำกัด  สหกรณ์การเกษตรเมืองร้อยเอ็ด จำกัด ผู้ประกอบกิจการรวบรวมข้าว สีข้าว จัดจำหน่ายและรับทำ OEM และ สหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส. กำแพงเพชร จำกัด ผู้ประกอบกิจการรับซื้อมันสำปะหลังสดและแปรรูปเป็นมันเส้นเพื่อจำหน่าย โดยสถาบันเกษตรกรทั้ง 2 แห่ง ถือเป็นผู้ประกอบการที่ได้รับการรับรองคุณภาพการผลิตตามมาตรฐานสากล และมีศักยภาพในการผลิตสินค้าเพื่อการส่งออก โดยประชุมเจรจาผ่านระบบ VDO Conference           การจัดประชุมเจรจาทางการค้าครั้งนี้ เพื่อส่งเสริมให้ลูกค้าของ ธ.ก.ส. สามารถขยายขอบเขตการทำธุรกิจจากในประเทศเติบโตสู่ธุรกิจระหว่างประเทศ และเชื่อมโยงให้ลูกค้าของธนาคาร ADBC สามารถเข้าถึงแหล่งผลิตและวัตถุดิบสินค้าเกษตรที่มีคุณภาพในราคาที่เหมาะสมจากผู้ผลิตต้นน้ำโดยตรง โดยบริษัทที่ร่วมเจรจา ประกอบด้วย   1) บจก.เซียะเหมิน ฮุยเฟิง อินดัสเทรียล 2) บจก.กวงซี จินหยวน ไบโอเคมีคอล อินดัสทรี 3) บจก.จินยี่เหมิง กรุ๊ป     4) บจก.เจียงซี ไรซ์ อินดัสทรี 5) บจก. ซูโจว ว่านเซิน นู้ดเดิล โปรดักซ์ ซึ่งทั้งหมดเป็นลูกค้าที่ธนาคาร ADBC ให้การสนับสนุน ทำให้เชื่อมั่นได้ว่าจะเป็นคู่ค้าที่มีศักยภาพในด้านของเงินทุนและกำลังซื้อ โดยในส่วนของ ธ.ก.ส. จะอำนวยความสะดวกในการคัดกรองผู้ส่งออกที่มีความสามารถในการผลิตและส่งสินค้าที่มีคุณภาพตามมาตรฐาน และดูแลในการชำระเงินระหว่างประเทศให้แก่ลูกค้าทั้งสองธนาคาร การประชุมครั้งนี้จึงเป็นความร่วมมือเบื้องต้นเพื่อขยายผล รวมไปถึงตลาดผลิตผลหลักทางการเกษตรประเภทอื่น ๆ ของลูกค้า ธ.ก.ส. ต่อไป ทั้งนี้ ธ.ก.ส. และ ADBC ได้ลงนามความร่วมมือในการพัฒนาด้านต่าง ๆ มาตั้งแต่ปี 2548  ไม่ว่าจะเป็นการอบรมพัฒนาและเสริมสร้างประสิทธิภาพของบุคลากร  การแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารและความเชี่ยวชาญในบริบทของการพัฒนาธุรกิจรายย่อยและขนาดกลาง  ต่อยอดมาถึงการพัฒนาลูกค้า ในด้านการส่งเสริมการผลิต โดยใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มมูลค่าผลผลิต  รวมถึงการเชื่อมโยงด้านการตลาดระหว่างลูกค้าของทั้ง 2 ธนาคาร  ซึ่งนอกจากสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าแล้ว ยังสร้างโอกาสในด้านธุรกิจและการค้าระหว่างประเทศอีกด้วย 

30 Nov 2022

...

  การทำประกันภัย พ.ร.บ. ถือเป็นหลักประกันว่า หากรถไปเกิดอุบัติเหตุผู้ประสบเหตุทุกคนจะได้รับความคุ้มครอง ดังนั้นก่อนนำรถมาใช้งาน ต้องตรวจสอบการมีกรมธรรม์ประกันภัย พ.ร.บ.ก่อนทุกครั้ง เพราะหากขับรถที่ไม่มีประกันภัย พ.ร.บ. ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของรถหรือไม่ ก็ถือว่าผิดกฏหมาย และจะมีโทษดังนี้ เจ้าของรถไม่ทำประกันภัย พ.ร.บ. จะมีความผิดตามกฎหมาย มีโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท ผู้ใดที่นำรถที่ไม่มีประกันภัย พ.ร.บ.มาใช้ ก็มีความผิด มีโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท           (และถ้าเป็นเจ้าของรถไม่ทำประกันภัย พ.ร.บ.และยังนำรถที่ไม่มีประกันภัย พ.ร.บ.ไปใช้จะมีความผิด 2 กระทงความผิด รวมโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 20,000 บาท) อย่างไรก็ตามที่สำคัญ หากใช้รถที่ไม่มีประกันภัย พ.ร.บ. ไปเกิดอุบัติเหตุ ผู้ประสบเหตุจะไม่ได้รับการคุ้มครอง ต้องไปเรียกร้องจากผู้กระทำผิดหรือเจ้าของรถเอง และหากเจ้าของรถไม่มีเงินมาชดใช้ ก็เหมือนไปซ้ำเติมผู้ประสบเหตุ เกิดความเดือนร้อนที่ต้องจ่ายเงินค่ารักษาพยาบาลเอง ไม่ได้รับการช่วยเหลือตามกฎหมาย ดังนั้นเจ้าของรถทุกคนต้องต่อประกันภัย พ.ร.บ. ทุกปี เพื่อเป็นหลักประกันให้มีความคุ้มครองที่ต่อเนื่อง โดยตอนนี้ผู้ใช้รถจักรยานยนต์ สามารถซื้อ พ.ร.บ.รถจักรยานยนต์ ออนไลน์ ของบริษัทกลางฯ ได้ด้วยตัวเอง ทั้งผ่าน ไลน์ @iRVP หรือทำผ่าน website บริษัทกลางฯ ที่ www.rvp.co.th ง่ายและสะดวกรวดเร็ว คุ้มครองทันที หรือสอบถามรายละเอียดได้ที่ Call Center บริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด   โทร.1791 ตลอด 24 ชั่วโมง  

16 Nov 2022

...

  ธนาคารออมสิน โดย นายวิทัย รัตนากร ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน (ลำดับที่ 5 จากขวา) ได้รับพระราชทานผ้าพระกฐิน เพื่อนำไปทอดถวายแด่พระสงฆ์ วัดพระบรมธาตุไชยาราชวรวิหาร จังหวัดสุราษฏร์ธานี เพื่อการส่งเสริมทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาให้มีความเจริญมั่นคงสืบไป บริษัท ทิพยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) โดย นางสาวสุกัลยา ศุภมงคล ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานเครือข่ายธุรกิจ (ลำดับที่ 5 จากซ้าย) และพนักงาน เข้าร่วมพิธี ณ วัดพระบรมธาตุไชยาราชวรวิหาร อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฏร์ธานี  

13 Nov 2022

Banner Banner Banner Banner Banner

Banner
    เตรียมจัดงาน CEO THAILAND OF THE YEAR 2023  มอบรางวัล “สุดยอดผู้บริหาร-สุดยอดองค์กรแห่งปี 2566”  ในวันที่ 14 มกราคม 2566   เนื่องในโอกาสครบรอบ 18 ปี (ก้าวสู่ปีที่ 19) ของสื่อนิตยสาร และสื่อออนไลน์ CEO THAILAND ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 14 มกราคม 2566 สื่อ CEO THAILAND ได้เตรียมการจัดงานมอบรางวัล “สุดยอดผู้บริหารแห่งปี 2566” และ “สุดยอดองค์กรแห่งปี 2566” ณ ห้องบอลรูม โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ วิภาวดีรังสิต สำหรับรางวัลที่จัดขึ้น 2 รางวัล ประกอบด้วย 1. รางวัลสุดยอดผู้บริหารแห่งปี 2566 (CEO OF THE YEAR 2023) เป็นรางวัลที่มอบให้กับผู้บริหารที่มีความโดดเด่นในการบริหารองค์กร ให้เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการสร้างผลงานการบริหารองค์กรได้อย่างยอดเยี่ยมในรอบหลายปีที่ผ่านมา  รวมทั้งการทำกิจกรรมและสร้างประโยชน์ให้กับสังคมโดยรวม 2. รางวัลสุดยอดองค์กรแห่งปี 2566 (ORGANIZATION OF THE YEAR 2023) เป็นรางวัลที่มอบให้กับองคกรที่สร้างผลงาน/ผลประกอบการได้อย่างยอดเยี่ยมในรอบหลายที่ผ่านมา ทั้งในแง่ยอดขาย ผลกำไร และการคืนกำไรสู่สังคม ผมในฐานะผู้บริหารสื่อ และผู้จัดงานมอบรางวัลในครั้งนี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่า คงจะได้รับการสนับสนุนการจัดงานในครั้งนี้จากผู้สนับสนุนเป็นอย่างดีเหมือนกับในรอบ 18 ปีที่ผ่านมา ที่เราได้ทำงานร่วมกับบริษัท ห้างร้าน และพันธมิตรธุรกิจ ที่ให้การสนับสนุนด้วยดีเสมอมา หลังจากเมื่อปีที่ผ่านมา ในการมอบรางวัลครั้งแรก เราไม่ได้จัดงานเพราะพิษโควิด-19 โดยหวังว่าปี 2566  คงจะไม่มีอุปสรรคเรื่องโควิด-19 และการจัดงานคงจะลุล่วงไปด้วยดี และขอขอบพระคุณลูกค้าและผู้ที่สนับสนุนสื่อนิตยสาร และสื่อออนไลน์ CEO THAILAND ด้วยดีอีกครั้ง สำหรับองค์กรหรือบุคคลท่านใด ที่ต้องการทราบรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถสอบถามได้ที่ โทร. 081-345-8999 , ID Line 0813458999 , Email : ake_vara@hotmail.com , สื่อออนไลน์ CEO THAILAND : www.ceothailand.net   ขอแสดงความนับถือ นายเอกวรพงศ์ อำนวยทรัพย์ บรรณาธิการบริหาร สื่อ CEO THAILAND  
อ่านต่อ...
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner