Responsive image

Sunday, 01 Feb 2026

หน้าแรก > BUSINESS-MARKETING-SME / ธุรกิจ - การตลาด - เอสเอ็มอี


พรูเด็นเชียล ประเทศไทย จับมือ ทีเอ็มบีและธนชาต และ HREasily ร่วมกันเปิดตัวบริการดิจิทัลด้าน HR แก่กลุ่มธุรกิจ SME

Sun 25/10/2563


จากซ้ายไปขวา:

  • คุณชัชรวีย์ เจริญสุข Thailand Market Lead บริษัท เอชอาร์อีสซิลี จำกัด (HReasily)
  • คุณอามัน คาพัว ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานช่องทางการจัดจำหน่าย พรูเด็นเชียล ประเทศไทย
  • คุณเสนธิป ศรีไพพรรณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารลูกค้าธุรกิจ ทีเอ็มบี หรือธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน)

 

บริษัท พรูเด็นเชียล ประกันชีวิต (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (“พรูเด็นเชียล ประเทศไทย”) ประกาศเปิดตัวบริการดิจิทัลด้านทรัพยากรบุคคล (HR) ดำเนินการโดยบริษัท เอชอาร์ อีสซิลี จำกัด (“HReasily”) เพื่อนำเสนอแก่ลูกค้ากลุ่มวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ของทีเอ็มบีและธนชาต โดยการเปิดตัวบริการดิจิทัลด้าน HR ในครั้งนี้นับเป็นก้าวแรกของพรูเด็นเชียล ประเทศไทยในการสร้างระบบนิเวศด้านดิจิทัลแบบครบวงจร สำหรับธุรกิจ SME ในประเทศไทย ทั้งนี้ บริการดิจิทัลใหม่ของ HReasily นี้ รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับ Payroll ของทีเอ็มบีและธนชาต ขณะนี้สามารถให้บริการแก่กลุ่มลูกค้า SME ของทีเอ็มบีและธนชาตกว่า 100,000 รายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

HReasily เป็นหนึ่งในบริษัท HR Tech ที่เติบโตอย่างรวดเร็วที่สุดในภูมิภาคเอเชีย มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่ประเทศสิงคโปร์ โดยนำเสนอบริการดิจิทัลในด้านต่างๆ แก่กลุ่มธุรกิจ SME ทั่วภูมิภาค ซึ่งรวมถึงบริการด้านสวัสดิการและผลประโยชน์สำหรับพนักงานแบบบูรณาการ ได้แก่ การจ่ายเงินเดือน การลางาน การเรียกร้องค่ารักษาพยาบาล การจัดการเกี่ยวกับเวลาและการเข้างานของพนักงาน ผ่านระบบคลาวด์ (Cloud-based)

ทั้งนี้ พรูเด็นเชียล ประเทศไทยเป็นประเทศแรกในกลุ่มธุรกิจของพรูเด็นเชียลในเอเชียที่เปิดตัวบริการดิจิทัลด้าน HR เหล่านี้ภายหลังจากการประกาศความร่วมมือทางกลยุทธ์ระหว่างพรูเด็นเชียล คอร์ปอเรชั่น เอเชีย (“พรูเด็นเชียล”) กับ HReasily ในเดือนพฤษภาคม 2563 ที่ผ่านมา ความร่วมมือระหว่างกันในครั้งนี้นับเป็นส่วนหนึ่งของการเปิดตัว PRUWorks1 ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มดิจิทัลแบบครบวงจรที่พัฒนาขึ้นเพื่อธุรกิจ SME ให้สามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์และบริการต่างๆ ด้านการจัดการทรัพยากรบุคคล ซึ่งจะเปิดให้บริการในประเทศไทยปีหน้า โดยจะนำเสนอฟีเจอร์หลักๆ ของ HReasily รวมถึงผลิตภัณฑ์และบริการด้านการประกันชีวิตกลุ่มจากพรูเด็นเชียล ประเทศไทย ผ่าน PRUWorks และ แอปฯ Pulse by Prudential2 ซึ่งจะมุ่งเน้นไปยังกลุ่มเป้าหมายหลักได้แก่ กลุ่มเจ้าของธุรกิจ SME และพนักงานในสังกัด นอกจากนี้ ยังอยู่ในระหว่างเตรียมการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการต่างๆ เพื่อรองรับลูกค้ากลุ่มนี้ในอนาคตอีกด้วย

นายอามัน คาพัว ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานช่องทางการจัดจำหน่าย พรูเด็นเชียล ประเทศไทย กล่าวว่า “พรูเด็นเชียล ประเทศไทย มีความมุ่งมั่น ที่จะมีส่วนช่วยให้เจ้าของธุรกิจ SME สร้างความเติบโตให้แก่ธุรกิจที่พวกเขารัก ความร่วมมือระหว่างกันกับพันธมิตร ไม่ว่าจะเป็นทีเอ็มบีและธนชาต หรือ HReasily แสดงให้เห็นถึงปณิธานอันแน่วแน่ของเราในการพัฒนาระบบนิเวศด้านดิจิทัลที่ครบวงจร เพื่อช่วยให้เจ้าของธุรกิจ SME สร้างธุรกิจให้เติบโต สามารถดูแลพนักงานได้เป็นอย่างดี รวมถึงช่วยปกป้องการลงทุน ทั้งนี้ เรายังคงมุ่งมั่นที่จะสร้างสรรค์และพัฒนาผลิตภัณฑ์ และบริการเพื่อตอบสนองความต้องการของกลุ่มธุรกิจ SME อย่างต่อเนื่องต่อไป”

นายเสนธิป ศรีไพพรรณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารลูกค้าธุรกิจ ทีเอ็มบี หรือธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “SME ถือเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนการเติบโตของประเทศ ดังนั้น ธนาคารจึงมีความมุ่งมั่นที่จะมีส่วนช่วยสนับสนุนขับเคลื่อนการเติบโตของลูกค้ากลุ่มนี้อย่างเต็มกำลัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการจัดการด้านบุคลากร ซึ่งธนาคารได้พัฒนาโซลูชันภายใต้ชื่อ Payroll Plus ต่อยอดจากบริการจ่ายเงินเดือนพนักงานทั่วไป (Payroll) โดยมีการนำเสนอบริการประกันสุขภาพกลุ่ม บริการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เพิ่มเติม รวมถึงบริการใหม่ผ่านความร่วมมือกับพรูเด็นเชียล ประเทศไทย และ HReasily ได้แก่ ระบบช่วยบริหารจัดการงานบุคคลแบบดิจิทัลครบทุกฟีเจอร์ ที่ครอบคลุมการใช้งานทั้งบริษัทและพนักงาน ช่วยให้ SME สามารถจัดการงานด้านบุคคลได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ดังนั้น ความร่วมมือระหว่างกัน ในครั้งนี้ จึงเป็นก้าวที่สำคัญในการสร้าง Digital Ecosystem ที่ครบวงจรเพื่อผู้ประกอบการและพนักงานได้มีชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้น และธุรกิจดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน”

นายปาสคาล เฮนรี ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท HReasily กล่าวว่า “เรารู้สึกตื่นเต้นที่ได้ร่วมมือเป็นพันธมิตรกับพรูเด็นเชียล ประเทศไทย ทีเอ็มบีและธนชาต ในการนำเสนอนวัตกรรมด้านผลิตภัณฑ์และบริการด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาด ความร่วมมือระหว่างกันในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงปณิธานอันแน่วแน่ของเราในการช่วยสนับสนุนให้กลุ่มธุรกิจ SME พัฒนากระบวนการทำงานไปสู่รูปแบบดิจิทัล ซึ่งมีความจำเป็นอย่างยิ่งยวดสำหรับธุรกิจในขณะนี้”


Tags : พรูเด็นเชียล ประเทศไทย ทีเอ็มบี ธนชาต อามัน คาพัว เสนธิป ศรีไพพรรณ ปาสคาล เฮนรี ชัชรวีย์ เจริญสุข


Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

...

นายพรชัย ฐีระเวช อธิบดีกรมสรรพสามิต ในฐานะประธานกรรมการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า คณะกรรมการธนาคารออมสิน มีมติแต่งตั้ง นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการธนาคารออมสิน คนที่ 18 ซึ่งได้ผ่านความเห็นชอบของธนาคารแห่งประเทศไทย และนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ลงนามหนังสือแต่งตั้งผู้อำนวยการธนาคารออมสินแล้วเมื่อวันที่ 26 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา โดยธนาคารได้จัดให้มีการลงนามสัญญาจ้างผู้บริหาร ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการธนาคารออมสินอย่างเป็นทางการ ระหว่าง นายพรชัย ฐีระเวช อธิบดีกรมสรรพสามิต ในฐานะประธานกรรมการธนาคารออมสิน และ นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ในวันที่ 28 มกราคม 2569 ณ อาคารออมสินพิพัฒน์ ธนาคารออมสิน สำนักงานใหญ่ มีกำหนดเริ่มปฏิบัติงานนับตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคม 2569 วาระการดำรงตำแหน่งคราวละ 4 ปี   ทั้งนี้ คณะกรรมการธนาคารพิจารณาเห็นว่า นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ เป็นผู้มีคุณสมบัติเหมาะสมในการนำองค์กรธนาคารออมสิน จากผลงานความสำเร็จที่ผ่านมากับประสบการณ์ในการดำรงตำแหน่งสำคัญ ๆ ของหลากหลายองค์กร ทั้งที่เป็นหน่วยงานภาครัฐและเอกชน อาทิ เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) รองกรรมการผู้จัดการธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) รวมถึงประสบการณ์ในการเป็นผู้นำองค์กรกำกับดูแล เช่น สถาบันคุ้มครองเงินฝาก ด้านประวัติการศึกษา จบการศึกษาสูงสุดระดับปริญญาโท สาขาวิชาการเงิน จาก Case Western Reserve University ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยนายทรงพลมีคุณสมบัติครบถ้วนและมีความพร้อมในการขับเคลื่อนธนาคารออมสินเป็น Smart Social Bank ร่วมกับคณะกรรมการ ผู้บริหาร และเพื่อนพนักงาน เพื่อเป้าหมายการเป็นธนาคารเพื่อสังคม เพื่อประชาชนทุกคนอย่างยั่งยืนต่อไป  

01 Feb 2026

...

  ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank โดย นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ และสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.)  โดย พ.ต.อ.สุรพงศ์ เปล่งขำ เลขาธิการ สคส. ร่วมพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) “การส่งเสริมความตระหนักรู้เกี่ยวกับกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล” (PDPA) โดยความร่วมมือครั้งนี้ ทั้งสองหน่วยงานจะร่วมกันส่งเสริมความรู้ เพื่อให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี  สามารถปฏิบัติตามกฎหมาย PDPA ได้อย่างถูกต้องเหมาะสม ตลอดจน ช่วยลดความเสี่ยงในการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล  ป้องกันการเกิดต้นทุนธุรกิจจากเหตุข้อมูลรั่วไหล ที่สำคัญ ช่วยสร้างความเชื่อมั่น ปลอดภัย และโอกาสการเติบโตของธุรกิจเอสเอ็มอีในระยะยาว   ความร่วมมือครั้งนี้ ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีจะได้รับการสนับสนุนเข้าถึงแพลตฟอร์ม GPPC (Government Platform for PDPA Compliance) ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มภาครัฐรองรับการปฏิบัติตามกฎหมาย PDPA  ช่วยให้การคุ้มครองข้อมูล PDPA เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ขณะเดียวกัน SME D Bank พร้อมให้บริการด้านการ "พัฒนาคู่เติมทุน" ด้วยกิจกรรมออฟไลน์ครบวงจร และยกระดับธุรกิจด้วยแพลตฟอร์ม “DX by SME D Bank” (dx.smebank.co.th)  สามารถ Upskill Reskill ได้ทุกที่ ทุกเวลา ตลอด 24 ชม. พร้อมเติมทุนสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยพิเศษ  เพียง 3%ต่อปี คงที่ 3 ปีแรก วงเงินกู้สูงสุด 30 ล้านบาท ช่วยเสริมสภาพคล่อง ลดภาระทางการเงิน  ยกระดับธุรกิจสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน     สำหรับพิธีลงนามดังกล่าว จัดขึ้นในงาน “วันคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล” (Data Privacy Day 2026)  ณ     ห้องแกรนด์ ไดมอนด์ บอลรูม อิมแพค เมืองทองธานี วันที่ 28 มกราคม 2569

29 Jan 2026

...

บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) ได้รับรางวัลองค์กรที่สนับสนุนงานด้านเด็กและเยาวชน เนื่องในงานวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2569 จากกรมกิจการเด็กและเยาวชน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยรางวัลดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงการให้ความสำคัญและการมีส่วนร่วมของบริษัทฯ ในการสนับสนุน ส่งเสริม และพัฒนาศักยภาพของเด็กและเยาวชน เพื่อนำไปสู่การเติบโตที่เข้มแข็งและยั่งยืน ตลอดจนร่วมเสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้เด็กและเยาวชนด้วยการสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมและสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข นับเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจที่ตอกย้ำถึงความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กรอย่างต่อเนื่อง

27 Jan 2026

...

บมจ.กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต นำโดยคุณณัฐพิสิษฐ์ ครุฑครองชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (คนซ้าย) และคุณสรัสวดี คุปตพงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายทรัพยากรบุคคล (คนขวา) รับรางวัลแห่งความสำเร็จ Top Employer Awards Thailand 2026 จาก Top Employer Institute ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 และเป็นบริษัทแรกในกลุ่มแอกซ่าในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ที่ได้รับรางวัลดังกล่าว ทั้งนี้รางวัลอันทรงเกียรตินี้สะท้อนถึงความโดดเด่นขององค์กรที่ไม่เพียงมีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน แต่ยังสามารถถ่ายทอดวิสัยทัศน์ให้เป็นแผนงานที่จับต้องได้จริง พร้อมสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่เท่าเทียม และยังเปิดโอกาสให้ทุกคนได้แสดงความคิดเห็น เรียนรู้และเติบโตร่วมกันกับองค์กร โดยคณะกรรมการได้พิจารณาจากแนวทางด้านทรัพยากรบุคคลที่มุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพของพนักงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างผู้นำคุณภาพในอนาคต ควบคู่ไปกับระบบการบริหารผลการปฏิบัติงานที่มีประสิทธิภาพ และการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่ รวมไปถึง AI มาใช้เพื่อเพิ่มศักยภาพในการทำงาน พร้อมทั้งการดูแลสุขภาวะและคุณภาพชีวิตของพนักงานอย่างรอบด้าน สิ่งที่สร้างความแตกต่างให้ กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต คือการหล่อหลอมวัฒนธรรม “Care & Dare” ที่ผสมผสานการดูแลพนักงานและการผลักดันให้ทุกคนกล้าสร้างความแตกต่าง กล้าเปลี่ยนแปลงอย่างสร้างสรรค์ รวมถึงเปิดพื้นที่ให้พนักงานมีส่วนร่วมในทุกระดับ พร้อมทั้งมอบโอกาสในการเติบโตไปด้วยกันกับองค์กรอย่างมั่นคงและยั่งยืน สำหรับท่านที่สนใจร่วมงานกับ บมจ. กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต สามารถติดต่อได้ที่ 02-056-3513 -15 หรือ www.krungthai-axa.co.th/career

19 Jan 2026

Banner Banner Banner Banner

Banner
  เทียบจุดแข็งแกร่ง “วิริยะ-ทิพย-กรุงเทพ” ประกันภัย   เมื่อพูดถึงวงการประกันภัย-วินาศภัยเมืองไทย มี 3 บริษัทใหญ่ของวงการและของประเทศไทย ที่ถือว่าเป็น”ขาใหญ่”หรือขาประจำที่แต่ละปี บริษัททั้ง 3 บริษัท มีกลยุทธ์การตลาด และจุดแข็งที่แตกต่างกันของแต่ละบริษัท และบริษัททั้ง 3 บริษัทนี้กำลังจะแย่งชิงเบี้ยประกันภัยเพื่อเป็นอันดับ 1 ของประเทศไทย เมื่อเทียบสัดส่วนในเรื่องยอดขาย และในแง่ของผลกำไร            ในแง่ยอดขายต่อปี          เบอร์ 1 บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) ด้วยจุดแข็งการทำประกันภัยรถยนต์ ที่มีเบี้ยประกันภัยสูงขายง่าย แต่ละปีสร้างยอดขายได้มีเบี้ยประกันภัยรับตรงรวม 40,879 ล้านบาท          เบอร์ 2 บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) ด้วยจุดแข็งงานประกันภัย Non Motor ประเภทขนส่งสินค้า Marin รวมทั้งลูกค้าของผู้ถือหุ้นใหญ่อย่าง ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ทำให้มียอดขายรับประกันภัยตรงอยู่ที่ 31,736.1 ล้านบาทแซงหน้าบริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ไปเรียบร้อย          เบอร์ 3 บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ด้วยจุดแข็งการเป็นบริษัท ที่มีกระทรวงการคลังถือหุ้นใหญ่ สามารถขยายตลาดผ่านพันธมิตรหรือผู้ถือหุ้นได้ง่าย และทำตลาดประกันภัยโครงสร้างพื้นฐาน โครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ของรัฐจึงทำให้มีเบี้ยประกันภัยต่อปี มีเบี้ยประกันภัยรวม 22,439 ล้านบาท จะกลับไล่บี้เบอร์ 1และ 2 ได้ต่อไป         ในแง่ผลกำไรต่อปี         เบอร์ 1 คงต้องให้บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) เนื่องจากได้งานจากหน่วยงานภาครัฐ และมีพันธมิตรที่หลากหลาย ด้วยยอดขายที่สูง และมีการบริหารการลงทุนที่พร้อม เพราะมีธนาคารออมสิน, กบข. , ธนาคารกรุงไทย, ปตท., บางจาก  ทำให้มีผลกำไรมาเป็นอันดับ 1  ทำให้บริษัทสามารถทำกำไรจากการรับประกันได้ 2,631 ล้านบาท        เบอร์ 2  ต้องยกให้เป็นของบริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) ด้วยการรับประกันภัยที่มีความเสี่ยงภัยต่ำ รวมทั้งความเชี่ยวชาญในการบริหารเงินลงทุนโดยธนาคารกรุงเทพ ทำให้มีผลกำไรมาเป็นที่ 2 และมีเบี้ยประกันภัยเป็นอันดับที่ 2        เบอร์ 3 บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) มียอดขายเป็นอันดับ 1 มาอย่างต่อเนื่อง แต่ด้วยเน้นประกันภัยรถยนต์ยอดขายสูงก็มีความเสี่ยงสูง ผลกำไรน้อย จึงวางไว้เป็นเบอร์ 3 ในด้านผลกำไร                                                 นายเอกวรพงศ์ อำนวยทรัพย์ (เอก-วรา)                                               บรรณาธิการบริหาร สื่อ CEO THAILAND  
อ่านต่อ...
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner