Responsive image

Monday, 01 Sep 2025

หน้าแรก > TECHNOLOGY - AUTO - PROPERTY


“ไทรอัมพ์ มอเตอร์ไซเคิลส์” ผนึก “โมโต แพชชั่น” ยกระดับโชว์รูมและศูนย์บริการมาตรฐานระดับโลก ไทรอัมพ์ รังสิต เสิร์ฟดีมานด์ตลาดพรีเมียมบิ๊กไบค์

Sat 21/11/2563


“ไทรอัมพ์ มอเตอร์ไซเคิลส์” ผนึกกำลัง บริษัท โมโตแพชชั่น จำกัด เดินหน้ารุกตลาดรถมอเตอร์ไซค์พรีเมียมบริเวณกรุงเทพฯ โซนเหนือ ยกระดับตัวโชว์รูมและศูนย์บริการมาตรฐาน “ไทรอัมพ์ รังสิต” (Triumph Rangsit) แห่งใหม่สุดยิ่งใหญ่ ด้วยงบประมาณลงทุนกว่า 30 ล้านบาท บนพื้นที่ทั้งหมด 1 ไร่ครึ่ง พร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันและทันสมัยในบรรยากาศอบอุ่น พรีเมียม สไตล์อังกฤษ ตามมาตรฐาน ไทรอัมพ์ เวิลด์ สแตนดาร์ด (Triumph World Standard) พร้อมชูจุดเด่นด้านการแบ่งพื้นที่ออกเป็นสัดส่วนอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็น โชว์รูมจัดจำหน่ายที่มีรถไทรอัมพ์ทุกรุ่นให้เลือกชม มีโซนจำหน่ายอุปกรณ์เสริมตกแต่งรถ และโซนเสื้อผ้าให้เลือกสรร รวมถึงศูนย์บริการหลังการขายแบบครบวงจรที่ครอบคลุมทั้งการตรวจสภาพรถ การซ่อมบำรุงด้วยเครื่องมือที่ได้มาตรฐาน ตลอดจนพนักงานที่ได้รับการอบรม เพื่อรองรับความต้องการลูกค้าทั้งในบริเวณกรุงเทพฯ โซนเหนือ และปทุมธานีที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนเดินหน้าส่งเสริมกิจกรรมเพิ่มประสบการณ์การขับขี่รถมอเตอร์ไซค์สำหรับลูกค้า เพื่อส่งเสริมความเป็นไทรอัมพ์ คอมมูนิตี้ และประสบการณ์ขับขี่สุดพรีเมียมเพื่อลูกค้าไทรอัมพ์โดยเฉพาะ

  

นางสาวจิราพร สำเร็จกิจเจริญ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท ไทรอัมพ์ มอเตอร์ไซค์เคิลส์ (ไทยแลนด์) จำกัด กล่าวว่า ไทรอัมพ์ มอเตอร์ไซเคิลส์ เดินหน้ารุกตลาดรถมอเตอร์ไซค์พรีเมียมอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดได้ยกระดับโชว์รูมและศูนย์บริการมาตรฐาน “ไทรอัมพ์ รังสิต” (Triumph Rangsit) ครอบคลุมการให้บริการแก่กลุ่มลูกค้าในบริเวณกรุงเทพฯ โซนเหนือ และปทุมธานี เพื่อรองรับการเติบโตที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องของตลาดรถมอเตอร์ไซค์พรีเมียมในโซนดังกล่าว โดยโชว์รูมและศูนย์บริการดังกล่าวอยู่ภายใต้การดำเนินงานของ บริษัท โมโตแพชชั่น จำกัด ซึ่งพร้อมให้บริการตามมาตรฐานเดียวกับโชว์รูม ไทรอัมพ์ ทั่วประเทศ

นางสาวจิราพร กล่าวต่อว่า สำหรับพื้นที่บริเวณรังสิต ถือเป็นโซนที่มีศักยภาพ ได้รับการตอบรับและความสนใจเป็นอย่างดีจากกลุ่มคนรักรถมอเตอร์ไซค์ในโซนกรุงเทพตอนเหนือ ขณะที่กลยุทธ์การเดินหน้าขยายโชว์รูมและศูนย์บริการมาตรฐานของไทรอัมพ์ทุกแห่งเพื่อรองรับการเติบโตยังคงมีแผนการเดินหน้าขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยยึดตาม ไทรอัมพ์ เวิลด์ สแตนดาร์ด (Triumph World Standard) เหมือนกันทั่วทั้งประเทศ ทั้งด้านการจัดจำหน่ายและบริการหลังการขายที่ครอบคลุมทุกด้าน ซึ่งรวมถึงการจัดกิจกรรมเพิ่มประสบการณ์การขับขี่รถมอเตอร์ไซค์สำหรับลูกค้าไทรอัมพ์โดยเฉพาะผ่านรูปแบบต่าง ๆ เช่น การออกทริปขับขี่มอเตอร์ไซค์ร่วมกันระหว่างกลุ่มลูกค้าและดีลเลอร์ การอบรมการขับขี่เบื้องต้น (Basic riding course) ในกลุ่มรถต่าง ๆ เพื่อเสริมทักษะการขับขี่ให้กับลูกค้า รวมไปถึงกิจกรรมจากไทรอัมพ์ ไทยแลนด์ เช่น ไทรอัมพ์ เดย์ (Triumph Day) ที่เป็นงานรวมตัวคอมมูนิตี้ของลูกค้าไทรอัมพ์ เพื่อทำกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูฟซีฟร่วมกันสำหรับไทรอัมพ์ ไรด์เดอร์โดยเฉพาะ นอกเหนือจากกิจกรรมที่ทางผู้แทนจำหน่ายได้จัดกิจกรรมเป็นประจำทุกเดือน ยังมีกิจกรรมพิเศษสำหรับลูกค้าในกลุ่มรถทุกประเภท เช่น กิจกรรมการแข่งขันรถมอเตอร์ไซค์แอดเวนเจอร์ โดยทางไทรอัมพ์มีการจัดโปรโมชันพิเศษสำหรับลูกค้าไทรอัมพ์ในการเข้าร่วมกิจกรรม นับเป็นสิทธิพิเศษให้กับลูกค้าของกลุ่มรถจักรยานยนต์แอดเวนเจอร์ของไทรอัมพ์ เป็นต้น

ด้าน นายศุกลวัฒน์ คณารศ หรือคุณเวียร์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โมโตแพชชั่น จำกัด ผู้บริหารจากไทรอัมพ์รังสิต กล่าวว่า โชว์รูมและศูนย์บริการมาตรฐาน “ไทรอัมพ์ รังสิต” แห่งใหม่นี้ มีความพร้อมอย่างเต็มที่ในการให้บริการ ทั้งในแง่การให้บริการโดยทีมงานที่ผ่านการอบรมมาตรฐานทั้งด้านให้คำปรึกษาทางด้านการขาย และการบริการหลังการขายระดับมืออาชีพ ตลอดจนช่างเทคนิคมากประสบการณ์ พร้อมส่งมอบบริการที่ดีที่สุดด้วยใจ ตลอดจนในด้านสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน โซนรองรับลูกค้าที่ถูกแบ่งออกเป็นสัดส่วนอย่างชัดเจนไม่ว่าจะเป็น โชว์รูมจัดจำหน่ายที่มีรถไทรอัมพ์ทุกรุ่นให้เลือกชม โซนจำหน่ายอุปกรณ์เสริมตกแต่งรถ และโซนเสื้อผ้าให้เลือกสรร รวมถึงศูนย์บริการหลังการขายแบบครบวงจร ทั้งหมดนี้เป็นไปตาม ไทรอัมพ์ เวิลด์ สแตนดาร์ด (Triumph World Standard) ด้วยงบประมาณลงทุนกว่า 30 ล้านบาท บนพื้นที่ทั้งหมด 1 ไร่ครึ่ง แบ่งเป็นพื้นที่โชว์รูม 420 ตารางเมตร และส่วนศูนย์บริการซ่อมบำรุง 90 ตารางเมตร สามารถรองรับการให้บริการ 120 คันต่อเดือน

ปัจจุบันไทรอัมพ์ รังสิต มีลูกค้ามาใช้บริการกว่า 200 รายต่อเดือน อันแสดงให้เห็นถึงศักยภาพการเติบโตที่สูงต่อเนื่องของตลาดรถมอเตอร์ไซค์พรีเมียมในโซนกรุงเทพตอนเหนือ นอกจากนี้ ไทรอัมพ์ รังสิต ยังมุ่งมั่นพัฒนา และรักษามาตรฐานการให้บริการอย่างต่อเนื่อง โดยไม่เพียงแค่ทำหน้าที่เป็นโชว์รูมและศูนย์บริการ แต่ยังเป็นคอมมูนิตี้ของคนรักรถไทรอัมพ์ ผ่านการเปิดพื้นที่โซนร้านกาแฟ ที่เป็นเหมือนแหล่งรวมตัว และพบปะกันในกลุ่มลูกค้า ตลอดจนการจัดกิจกรรมร่วมกับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น การออกทริปแบบ 1 วัน หรือค้างคืน การจัดงานพบปะสังสรรค์ของลูกค้าไทรอัมพ์ รังสิต เป็นต้น ทั้งหมดนี้ เพื่อส่งมอบประสบการณ์ด้านการขายและบริการระดับพรีเมียมให้เป็นที่น่าประทับใจสูงสุดแก่ลูกค้า นายศุกลวัฒน์ กล่าวทิ้งท้าย


Tags : ไทรอัมพ์มอเตอร์ไซเคิลส์ โมโตแพชชั่น ตลาดรถมอเตอร์ไซค์ ไทรอัมพ์รังสิต ไทรอัมพ์เวิลด์สแตนดาร์ด


Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

...

  สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (สำนักงาน คปภ.) ได้ออกคำสั่งนายทะเบียนที่ 51/2568  ลงวันที่ 26 สิงหาคม 2568 เรื่อง ให้แก้ไขแบบ ข้อความ ของกรมธรรม์ประกันภัยคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ และพิกัดอัตราเบี้ยประกันภัย ของกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ และกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ไฟฟ้า โดยกำหนดให้ปรับเพิ่มวงเงินความคุ้มครองสูงสุดต่อครั้งของกรมธรรม์ประกันภัยคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จากเดิม 5 ล้านบาท และ 10 ล้านบาท เป็น 20 ล้านบาท และปรับเพิ่มวงเงินความคุ้มครองสูงสุดต่อครั้ง ของกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ และกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ไฟฟ้า ให้มีจำนวนเงินขั้นต่ำไม่น้อยกว่า 20 ล้านบาท เพื่อรองรับกรณีเกิดอุบัติเหตุรายใหญ่ที่มีผู้เสียชีวิตหรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิงบ่อยครั้ง โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2568 เป็นต้นไป นายไพบูลย์ เปี่ยมเมตตา ผู้ช่วยเลขาธิการ สายกำกับผลิตภัณฑ์ประกันภัย และประธาน คณะทำงานแนวทางพัฒนาการจัดทำกรมธรรม์ประกันภัยสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าและพิกัดอัตราเบี้ยประกันภัย กล่าวเพิ่มเติมว่า ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยเกิดอุบัติเหตุรายใหญ่บ่อยครั้ง ส่งผลให้จำนวนเงินความคุ้มครองสูงสุดต่อครั้งของกรมธรรม์ประกันภัยคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ ซึ่งกำหนดไว้เพียง 5 ล้านบาท และ 10 ล้านบาท ต่ออุบัติเหตุแต่ละครั้ง รวมถึงกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ และกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ไฟฟ้า ที่ส่วนใหญ่กำหนดวงเงินความคุ้มครองความรับผิดต่อชีวิต ร่างกาย และอนามัยของบุคคลภายนอกไว้ที่ 10 ล้านบาทต่อครั้ง ไม่เพียงพอต่อการชดใช้  ค่าสินไหมทดแทนตามจำนวนเงินความคุ้มครองสูงสุดต่อคน ที่กำหนดไว้ 500,000 บาท ดังนั้น สำนักงาน คปภ. โดยสายกำกับผลิตภัณฑ์ประกันภัย จึงได้นำประเด็นดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาของคณะทำงานแนวทางพัฒนาการจัดทำกรมธรรม์ประกันภัยสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าและพิกัดอัตราเบี้ยประกันภัย ซึ่งที่ประชุมมีมติให้ปรับเพิ่มวงเงินความคุ้มครองสูงสุดต่อครั้ง  สำหรับการประกันภัยรถภาคบังคับ (พ.ร.บ.) เป็น 20 ล้านบาท โดยไม่มีการปรับเพิ่มเบี้ยประกันภัย และให้ปรับเพิ่มวงเงินความคุ้มครองขั้นต่ำต่อครั้ง สำหรับการประกันภัยรถยนต์ ภาคสมัครใจ เป็น 20 ล้านบาท โดยให้ใช้อัตราเบี้ยประกันภัยเดิมที่กำหนดไว้ในพิกัดอัตราเบี้ยประกันภัย เพื่อให้ประชาชนที่ได้รับความเสียหายจากอุบัติเหตุรายใหญ่ ที่มีจำนวนผู้เสียชีวิตหรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิงเกิน 20 รายขึ้นไป มีโอกาสได้รับค่าสินไหมทดแทน  เต็มจำนวนเงินความคุ้มครองสูงสุดต่อคนที่กำหนดไว้ในกรมธรรม์ประกันภัย โดยสาระสำคัญของคำสั่งนายทะเบียนมี ดังนี้ 1. ประกันภัยรถภาคบังคับ (พ.ร.บ.) กำหนดวงเงินความคุ้มครองสูงสุดต่อครั้งเป็น 20 ล้านบาท สำหรับทุกประเภทรถ โดยไม่เพิ่มเบี้ยประกันภัย และให้มีผลบังคับใช้ทันทีกับทุกกรมธรรม์ ทั้งกรมธรรม์ที่ยังมีผลคุ้มครองและกรมธรรม์ที่ทำสัญญาใหม่ โดยกำหนดให้  บริษัทประกันวินาศภัยต้องใช้แบบและข้อความกรมธรรม์ประกันภัยให้เป็นไปตามคำสั่งนายทะเบียน ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 เป็นต้นไป 2. ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ กำหนดวงเงินความคุ้มครองขั้นต่ำต่อครั้งในหมวดความรับผิดชอบต่อบุคคลภายนอก กรณีเสียชีวิตหรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง ไม่น้อยกว่า 20 ล้านบาท สำหรับทุกประเภทรถ โดยให้เริ่มมีผลใช้บังคับกับกรมธรรม์ใหม่ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 เป็นต้นไป “แม้ว่าเมื่อปี 2563 สำนักงาน คปภ. ได้ปรับเพิ่มจำนวนเงินความคุ้มครองตามกรมธรรม์ประกันภัยรถภาคบังคับในส่วนของการคุ้มครองต่อคนจาก 300,000 บาท เป็น 500,000 บาท แต่ยังคงวงเงินความรับผิดสูงสุดต่อครั้งไม่เกิน 5 ล้านบาทสำหรับรถยนต์นั่งไม่เกิน 7 ที่นั่ง และไม่เกิน 10 ล้านบาทสำหรับรถยนต์นั่งเกิน 7 ที่นั่ง ขณะที่กรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจได้มีการปรับเพิ่มจำนวนเงินคุ้มครองขั้นต่ำเป็น 500,000 บาทต่อคน แต่ส่วนใหญ่ยังคงกำหนดวงเงินสูงสุดต่อครั้งไว้ที่ 10 ล้านบาท การออกคำสั่งนายทะเบียนในครั้งนี้ จึงนับเป็นการยกระดับความคุ้มครองให้สอดคล้องกับความเป็นจริงและเพียงพอต่อการดูแลผู้ประสบภัยอย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่เป็นภาระเพิ่มขึ้นต่อผู้เอาประกันภัย เนื่องจากไม่มีการปรับเพิ่มเบี้ยประกันภัยแต่อย่างใด”  ผู้ช่วยเลขาธิการ สายกำกับผลิตภัณฑ์ประกันภัย กล่าวในตอนท้าย

31 Aug 2025

...

นายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เป็นประธานในพิธีเปิดการใช้งาน “Go Live โครงการพัฒนา Data Analytics โดยใช้ระบบ Virtual Audit” เพื่อยกระดับกระบวนการตรวจสอบภายในให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการให้ความเชื่อมั่นของการปฏิบัติงาน โดยตรวจสอบความผิดปกติของข้อมูลการดำเนินงานได้อย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง (Continuous Audit) พร้อมทั้งการแจ้งเตือนความผิดปกติให้กับส่วนงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อแก้ไขและป้องกันการเกิดความผิดปกติซ้ำได้ นับเป็น  อีกก้าวสำคัญของ ธ.ก.ส. ในการยกระดับการตรวจสอบภายในโดยใช้ระบบ Virtual Audit ครั้งนี้จะเป็นรากฐานสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถของธนาคารเสริมสร้างความเชื่อมั่นขององค์กรต่อไป โดยมีคณะผู้บริหาร พนักงานและส่วนงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมกิจกรรม ณ ห้องโถง ชั้น 2 อาคารทาวเวอร์ ธ.ก.ส. สำนักงานใหญ่ เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2568    

31 Aug 2025

...

นายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) รับโล่รางวัล เชิดชูเกียรติ "สถาบันที่มีความดีเด่นทางการเกษตร ประจำปี พ.ศ. 2567" และนางสาวพรหมกร พรหมขัติแก้ว ผู้ช่วยผู้จัดการ ธ.ก.ส ในฐานะนิสิตเก่าคณะเกษตร มก.รุ่นที่ 46 รับรางวัลนิสิตเก่าดีเด่นคณะเกษตร ประเภทนักบริหารภาครัฐ/ภาครัฐวิสาหกิจ ประจำปี พ.ศ. 2567 จากสมาคมนิสิตเก่าคณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในงานรวงทองคืนทุ่ง 2568 – Aggie Day' 68 ครบรอบ 82 ปีแห่งการสถาปนาคณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาตร์ เพื่อยกย่อง เชิดชูเกียรติ องค์กรและบุคคคที่มีผลงานดีเด่นและมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาและส่งเสริมภาคการเกษตร ทั้งด้านงานวิชาการ การวิจัย การบริหารจัดการ และการให้บริการแก่เกษตรกร เพื่อประโยชน์แก่การพัฒนาเกษตรกรรมของประเทศ     ซึ่งสะท้อนบทบาทของ ธ.ก.ส. ในการขับเคลื่อนภาคเกษตรของไทยตามวิสัยทัศน์ในการเป็น “ธนาคารพัฒนาชนบทที่ยั่งยืน” โดยมีศาสตราจารย์ ดร.ธีระ สูตะบุตร อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และอดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นประธานในพิธีมอบรางวัล และนายอนันต์ สุวรรณรัตน์  อดีตปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และอดีตรองประธานคณะกรรมการ ธ.ก.ส. ร่วมแสดงความยินดี เมื่อวันที่  23 สิงหาคม 2568  ณ อาคารสมาคมศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน กรุงเทพฯ             

27 Aug 2025

...

ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank ขับเคลื่อนนโยบายรัฐ เดินหน้ากระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ ยกขบวนบริการ “พัฒนาคู่เติมทุน” เสิร์ฟผู้ประกอบการเอสเอ็มอีพื้นที่ภาคใต้ ในงาน “พาแบงก์รัฐ มาช่วยราษฎร์”   ในวันที่ 30 สิงหาคม 2568 เวลา 09.00-12.30 น. ณ  โรงแรมดารา จ.ภูเก็ต ภายในงานพบบริการสินเชื่อเพื่อเอสเอ็มอี อัตราดอกเบี้ยพิเศษเพียง 3% ต่อปี  คงที่ตลอด 3 ปีแรก ผ่อนชำระนานสูงสุด 10 ปี ครอบคลุมทุกกลุ่มธุรกิจและทุกความต้องการของเอสเอ็มอี พร้อมทีมให้คำปรึกษา  ยื่นกู้ได้ทันทีภายในงาน  อีกทั้ง รับโปรโมชันเสริมพิเศษ อีก 2 ต่อ ได้แก่ ต่อที่ 1 เมื่อยื่นขอสินเชื่อและได้รับอนุมัติ รับบัตรกำนัล มูลค่า 500 บาท และ ต่อที่ 2 รับสิทธิ์สมัครใช้บริการแพลตฟอร์ม “DX by SME D Bank” เพื่อยกระดับธุรกิจครบวงจร ฟรี! ห้ามพลาด ขอเชิญผู้ประกอบการ จ.ภูเก็ต และใกล้เคียง เข้าร่วมงานโดยไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น  ลงทะเบียนเข้าร่วมโดยสแกน QR Code ในโปสเตอร์ประชาสัมพันธ์  สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม Call Center 1357

21 Aug 2025

Banner Banner Banner Banner

Banner
  เทียบจุดแข็งแกร่ง “วิริยะ-ทิพย-กรุงเทพ” ประกันภัย   เมื่อพูดถึงวงการประกันภัย-วินาศภัยเมืองไทย มี 3 บริษัทใหญ่ของวงการและของประเทศไทย ที่ถือว่าเป็น”ขาใหญ่”หรือขาประจำที่แต่ละปี บริษัททั้ง 3 บริษัท มีกลยุทธ์การตลาด และจุดแข็งที่แตกต่างกันของแต่ละบริษัท และบริษัททั้ง 3 บริษัทนี้กำลังจะแย่งชิงเบี้ยประกันภัยเพื่อเป็นอันดับ 1 ของประเทศไทย เมื่อเทียบสัดส่วนในเรื่องยอดขาย และในแง่ของผลกำไร            ในแง่ยอดขายต่อปี          เบอร์ 1 บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) ด้วยจุดแข็งการทำประกันภัยรถยนต์ ที่มีเบี้ยประกันภัยสูงขายง่าย แต่ละปีสร้างยอดขายได้มีเบี้ยประกันภัยรับตรงรวม 40,879 ล้านบาท          เบอร์ 2 บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) ด้วยจุดแข็งงานประกันภัย Non Motor ประเภทขนส่งสินค้า Marin รวมทั้งลูกค้าของผู้ถือหุ้นใหญ่อย่าง ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ทำให้มียอดขายรับประกันภัยตรงอยู่ที่ 31,736.1 ล้านบาทแซงหน้าบริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ไปเรียบร้อย          เบอร์ 3 บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ด้วยจุดแข็งการเป็นบริษัท ที่มีกระทรวงการคลังถือหุ้นใหญ่ สามารถขยายตลาดผ่านพันธมิตรหรือผู้ถือหุ้นได้ง่าย และทำตลาดประกันภัยโครงสร้างพื้นฐาน โครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ของรัฐจึงทำให้มีเบี้ยประกันภัยต่อปี มีเบี้ยประกันภัยรวม 22,439 ล้านบาท จะกลับไล่บี้เบอร์ 1และ 2 ได้ต่อไป         ในแง่ผลกำไรต่อปี         เบอร์ 1 คงต้องให้บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) เนื่องจากได้งานจากหน่วยงานภาครัฐ และมีพันธมิตรที่หลากหลาย ด้วยยอดขายที่สูง และมีการบริหารการลงทุนที่พร้อม เพราะมีธนาคารออมสิน, กบข. , ธนาคารกรุงไทย, ปตท., บางจาก  ทำให้มีผลกำไรมาเป็นอันดับ 1  ทำให้บริษัทสามารถทำกำไรจากการรับประกันได้ 2,631 ล้านบาท        เบอร์ 2  ต้องยกให้เป็นของบริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) ด้วยการรับประกันภัยที่มีความเสี่ยงภัยต่ำ รวมทั้งความเชี่ยวชาญในการบริหารเงินลงทุนโดยธนาคารกรุงเทพ ทำให้มีผลกำไรมาเป็นที่ 2 และมีเบี้ยประกันภัยเป็นอันดับที่ 2        เบอร์ 3 บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) มียอดขายเป็นอันดับ 1 มาอย่างต่อเนื่อง แต่ด้วยเน้นประกันภัยรถยนต์ยอดขายสูงก็มีความเสี่ยงสูง ผลกำไรน้อย จึงวางไว้เป็นเบอร์ 3 ในด้านผลกำไร                                                 นายเอกวรพงศ์ อำนวยทรัพย์ (เอก-วรา)                                               บรรณาธิการบริหาร สื่อ CEO THAILAND  
อ่านต่อ...
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner