Responsive image

Friday, 03 Apr 2026

หน้าแรก > INSURANCE / ประกันภัย - ประกันชีวิต


“กรุงเทพประกันชีวิต” ผสานความร่วมมือ BDMS ชูบริการการแพทย์ฉุกเฉิน “BLA Medevac Hotline” มุ่งรักษาทุกชีวิตให้ปลอดภัยทุกวิกฤต

Sat 13/02/2564


บมจ. กรุงเทพประกันชีวิต หรือ BLA ประกาศความร่วมมือด้านบริการทางการแพทย์กับ บมจ. กรุงเทพดุสิตเวชการ หรือ BDMS ส่งมอบบริการการแพทย์ฉุกเฉิน BLA Medevac Hotline 02-777-8900 แก่ลูกค้าอย่างเต็มศักยภาพ โดยร่วมกับศูนย์ประสานงานเคลื่อนย้ายผู้ป่วย BDMS Medevac Center เพื่อความปลอดภัยด้านการเคลื่อนย้ายผู้ป่วย ตั้งแต่ระดับขั้นพื้นฐานไปจนถึงระดับที่ต้องได้รับการดูแลจากทีมบุคลากรทางการแพทย์เฉพาะทาง ครบทั้งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ ได้รับการรับรองมาตรฐาน Dual Accreditation ประกอบด้วย CAMTS ของสหรัฐอเมริกา และ CAMTS Global

ม.ล.จิรเศรษฐ ศุขสวัสดิ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า  “บริษัทให้ความสำคัญในการมอบความห่วงใยความอุ่นใจและความมั่นใจให้กับลูกค้าของกรุงเทพประกันชีวิต บริษัทได้พัฒนาบริการเสริมด้านสุขภาพครบวงจร ภายใต้โครงการ “BLA EveryCare” ที่พร้อมดูแลลูกค้าทุกช่วงเวลามาอย่างต่อเนื่องกว่า 4 ปี ให้แก่ลูกค้าผู้ถือกรมธรรม์แบบประกันสุขภาพ ทั้ง EveryCare Before การบริการที่เตรียมพร้อมก่อนการเจ็บป่วย EveryCare Special บริการที่มอบความอุ่นใจเป็นพิเศษเมื่อเข้ารักษา EveryCare After บริการที่ดูแลต่อเนื่องเมื่อออกจากโรงพยาบาล เช่น ศูนย์บริการข้อมูลสุขภาพกรุงเทพประกันชีวิต, บริการสำรองค่าใช้จ่ายทางการแพทย์เมื่อเข้ารับการรักษาพยาบาลในต่างประเทศ, บริการเพิ่มวงเงินการรักษาโรคมะเร็ง, บริการรถยนต์รับส่งภายหลังการเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล ฯลฯ 

ในปีนี้บริษัทได้มอบบริการเสริมด้านสุขภาพเพิ่มเติมให้กับลูกค้า เพื่อให้ลูกค้าอุ่นใจมั่นใจยิ่งขึ้นกับการเป็นลูกค้ากรุงเทพประกันชีวิตที่ถือแผนประกันทุกแบบ ด้วยบริการการแพทย์ฉุกเฉิน BLA Medevac Hotline 02-777-8900 อันเป็นความร่วมมือระหว่างบริษัทกับโรงพยาบาลในเครือ BDMS ลูกค้ากรุงเทพประกันชีวิตสามารถใช้บริการเพื่อรับคำปรึกษาเบื้องต้นจากกรณีอุบัติเหตุหรือเจ็บป่วยฉุกเฉินอีกทั้งยังสามารถเรียกรถพยาบาลเข้าไปดูแลอย่างทันท่วงที เพื่อให้ผู้ป่วยปลอดภัยและสามารถเคลื่อนย้ายผู้ป่วยไปยังสถานพยาบาลใกล้เคียงทั่วประเทศได้อย่างครอบคลุม ทั้งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ เพียงโทรเข้ามาที่เบอร์ 02-777-8900 ตลอด 24 ชั่วโมง 

และเพื่อให้ลูกค้ากรุงเทพประกันชีวิตที่มีกรมธรรม์แผนประกันสุขภาพอุ่นใจยิ่งขึ้น ด้วยการได้รับความคุ้มครองค่าใช้จ่ายค่าบริการรถพยาบาลฉุกเฉิน เรือพยาบาลฉุกเฉิน ตามความจำเป็นทางการแพทย์และตามสิทธิ์ที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ นอกจากนี้ลูกค้ากรุงเทพประกันชีวิต ที่ใช้บริการ BLA Medevac Hotline 02-777-8900 และเข้ารับการรักษาตัวต่อเนื่องเป็นผู้ป่วยในที่โรงพยาบาลในเครือ BDMS จะได้รับส่วนลดค่าห้องผู้ป่วยในสูงสุด 50% (รวมส่วนลดจากบริการ Fax Claim) สำหรับสิทธิประโยชน์ด้านสุขภาพบริษัทมีความตั้งใจในการมอบบริการและสิทธิพิเศษดี ๆ ให้กับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อความอบอุ่นใจมั่นใจแก่ลูกค้ากรุงเทพประกันชีวิต”

            ด้าน นางนฤมล น้อยอ่ำ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่อาวุโสและประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS เปิดเผยถึงความร่วมมือกับ บมจ. กรุงเทพประกันชีวิต ในครั้งนี้ว่า “นับเป็นการเปิดฉากปี 2564 ด้วยความสำเร็จอีกขั้นของ BDMS ที่ได้ร่วมมือกับ บมจ.กรุงเทพประกันชีวิต ในการให้บริการการแพทย์ฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมงแก่กลุ่มลูกค้าของ บมจ.กรุงเทพประกันชีวิต ให้ได้รับบริการทางการแพทย์แบบเชิงรุกตามแนวทางมาตรฐานระดับสากล ตั้งแต่ระดับขั้นพื้นฐาน BLS ระดับสูง ALS ระดับวิกฤติ Critical Care และระดับที่ต้องได้รับการดูแลแบบพิเศษขั้นสูงสุด Specialty Care โดยมีเป้าหมายเพื่อช่วยชีวิตผู้ป่วย ให้ได้รับการดูแลรักษาอย่างทันท่วงที รวดเร็ว และปลอดภัย”

“BDMS ได้นำบริการ BDMS Medevac Center ศูนย์ประสานงานเคลื่อนย้ายผู้ป่วยและบริการการแพทย์ฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง มาประยุกต์ให้เกิดเป็นโครงการ BLA Medevac Hotline เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้าของ บมจ. กรุงเทพประกันชีวิต ให้ได้เข้าถึงบริการการแพทย์ฉุกเฉินและการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยแบบครบวงจร พร้อมดูแลผู้ป่วยตลอดการเคลื่อนย้ายโดยทีมแพทย์ด้านเวชศาสตร์ฉุกเฉินหรือแพทย์เฉพาะทาง และพยาบาลที่เชี่ยวชาญด้านการเคลื่อนย้ายผู้ป่วย อีกทั้งบริการส่งต่อผู้ป่วยฉุกเฉินด้านอุบัติเหตุเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลที่เหมาะสม หรือโรงพยาบาลในเครือ BDMS ทั้ง 47 แห่งทั่วประเทศไทย”  ผู้อำนวยการศูนย์เคลื่อนย้ายผู้ป่วย BDMS Medevac Center กล่าวเสริมว่า “ความพิเศษของบริการนี้คือ การให้บริการจะเริ่มตั้งแต่ผู้รับบริการโทรเข้ามายังหมายเลข Hotline ดังกล่าว ซึ่งจะมีทีมแพทย์และพยาบาลเฉพาะทางให้คำปรึกษาและคำแนะนำเบื้องต้นในการดูแลผู้ป่วยฉุกเฉินจนกว่าทีมเคลื่อนย้ายจะถึงตัวผู้ป่วย ทั้งยังช่วยวางแผนประเมินสภาพพื้นที่ในการเข้ารับส่งผู้ป่วย และประเมินค่าใช้จ่ายในการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด เรามีศักยภาพในการรับดูแลผู้ป่วยด้วยความรวดเร็ว โดยทีมแพทย์จะแนะนำแผนการรักษา วินิจฉัยและประเมินอาการผู้ป่วย พร้อมประสานงานส่งต่อข้อมูลให้กับโรงพยาบาลปลายทางที่รอรับผู้ป่วย เพื่อความต่อเนื่องในการรักษาต่อไป”

ทั้งนี้ การเคลื่อนย้ายผู้ป่วยแบบครบวงจรของ BDMS ครอบคลุมพื้นที่ทั้งทางบก, ทางน้ำ และทางอากาศ ประกอบด้วย รถมอเตอร์ไซค์การแพทย์ฉุกเฉิน (Motorlance) ในช่วงการจราจรติดขัด ซึ่งจะนำแพทย์หรือพยาบาลพร้อมด้วยอุปกรณ์ที่จำเป็นไปยังจุดเกิดเหตุเพื่อให้การช่วยเหลือเบื้องต้นรถพยาบาลฉุกเฉิน (Ground Ambulance) ที่ครบครันด้านอุปกรณ์การแพทย์ขั้นสูง เสมือนยกห้อง ICU เคลื่อนที่ไปหาผู้ป่วยอย่างทันท่วงทีในทุกวินาทีฉุกเฉิน เรือการแพทย์ฉุกเฉิน (Hydrolance) ให้บริการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยฉุกเฉินทางน้ำในบริเวณหมู่เกาะต่างๆ ช่วยให้เข้าถึงและสามารถช่วยเหลือผู้ป่วยได้ทันท่วงที เกิดความต่อเนื่องในการส่งต่อผู้ป่วยอย่างเป็นระบบ เครื่องบินลำเลียง (Aero Medical Transport) เครื่องบินพาณิชย์ (Commercial Flight) เครื่องบินลำเลียง (Fixed wings) เฮลิคอปเตอร์การแพทย์ฉุกเฉิน Sky ICU (Rotor wings) ให้บริการรับ-ส่งผู้ป่วยฉุกเฉินอุบัติเหตุ โรคหัวใจ ผู้ป่วยแม่และเด็กหรือทารกแรกเกิด โรคสมองและระบบประสาทที่เสี่ยงต่อภาวะพิการหรือทุพพลภาพ ทั้งในพื้นที่ห่างไกลและพื้นที่จำกัด อย่างแท่นขุดเจาะน้ามันหรือก๊าซธรรมชาติในทะเล โดยมีลานจอดเฮลิคอปเตอร์ (Helipad Bases) ที่โรงพยาบาล เพื่อพร้อมรับและรักษาผู้ป่วยทันทีที่เฮลิคอปเตอร์ลงจอด


Tags : กรุงเทพประกันชีวิต ม.ล.จิรเศรษฐ ศุขสวัสดิ์ กรุงเทพประกันชีวิตผสานความร่วมมือBDMS แพทย์ฉุกเฉินBLA Medevac Hotline


Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

...

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนาธนาคารออมสิน ครบรอบ 113 ปี ธนาคารมีความตั้งใจส่งมอบความสุขและกำลังใจ ส่งเสริมให้ประชาชนมีการออมและสร้างความมั่นคงทางการเงินท่ามกลางบรรยากาศความผันผวนทางเศรษฐกิจ โดยธนาคารได้จัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาด “ฉลอง 113 ปี เพิ่มเงินรางวัล เพิ่มจำนวนรางวัล กับสลากออมสินพิเศษ 1 ปี และ 2 ปี (แบบใบสลากและสลากดิจิทัล) เงินรางวัลรวม 113 ล้านบาท” ทั้งลูกค้าที่ซื้อสลากเพิ่ม และลูกค้าเดิมที่ถือครองสลากอยู่ มีสิทธิ์ลุ้นรางวัลพิเศษมากถึง 3 ครั้ง โดยยิ่งซื้อสลากมาก ยิ่งเพิ่มโอกาสลุ้นรางวัลจำนวนมากถึง 63 รางวัล ตลอดระยะเวลากิจกรรม ได้แก่ ครั้งที่ 1 - วันที่ 16 พฤษภาคม 2569 จับรางวัลพิเศษมูลค่ารวม 13 ล้านบาท จำนวน 26 รางวัล รางวัลละ 500,000 บาท ครั้งที่ 2 - วันที่ 16 มิถุนายน 2569 จับรางวัลพิเศษมูลค่ารวม 30 ล้านบาท จำนวน 30 รางวัล รางวัลละ 1 ล้านบาท ครั้งที่ 3 - วันที่ 16 กรกฎาคม 2569 จับรางวัลพิเศษมูลค่ารวม 70 ล้านบาท จำนวน 7 รางวัล รางวัลละ 10 ล้านบาท รวมเงินรางวัลพิเศษทั้งสิ้น 113 ล้านบาท           ทั้งนี้ ผู้ซื้อสลากยังมีสิทธิ์ได้ลุ้นรางวัลที่ 1 และรางวัลอื่น ๆ ซึ่งเป็นรางวัลปกติประจำแต่ละงวด โดยสลากออมสินนับเป็นทางเลือกการออมที่นอกจากจะให้ผลตอบแทนตามอัตราที่ธนาคารกำหนดแล้ว ผู้ซื้อสลากยังมีโอกาสได้ลุ้นรับเงินรางวัลพิเศษ และสิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับบุคคลธรรมดาได้รับยกเว้นภาษีอีกด้วย          ผู้สนใจซื้อสลากออมสินเพิ่มเติมเพื่อร่วมกิจกรรม “ฉลอง 113 ปี เพิ่มเงินรางวัล เพิ่มจำนวนรางวัล กับสลากออมสินพิเศษ 1 ปี และ 2 ปี (แบบใบสลากและสลากดิจิทัล) เงินรางวัลรวม 113 ล้านบาท” สามารถติดต่อได้ที่ธนาคารออมสินทุกสาขา หรือกดซื้อด้วยตนเองทางแอปพลิเคชัน MyMo ศึกษารายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ธนาคารออมสิน www.gsb.or.th หรือสอบถามเพิ่มเติมที่ GSB Contact Center โทร. 1115  

01 Apr 2026

...

บมจ.กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต ในฐานะผู้นำบริษัทประกันที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม หรือ Green Insurer ด้วยความสำเร็จที่ภาคภูมิใจจากการคว้าอันดับ 1 ในเอเชียอาคเนย์ต่อเนื่อง 10 ปีซ้อน และอันดับ 2 ใน AXA International Market ด้านความรับผิดชอบต่อองค์กร จากการประเมินดัชนีชี้วัดความยั่งยืนด้านความรับผิดชอบต่อองค์กรของกลุ่มแอกซ่า (AXA Sustainability Index 2025) ด้วยคะแนนสูงสุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ 87.62 คะแนน ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจ และเป็นการตอกย้ำจุดยืนของบริษัทฯ ในการสนับสนุนให้ทุกคนร่วมกันเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการใส่ใจสิ่งแวดล้อม และเป็นส่วนหนึ่งของการช่วยฟื้นฟูระบบนิเวศน์ และความหลากหลายทางชีวภาพในทะเล ผ่านโครงการระยะยาวต่างๆ อาทิ โครงการ Commit To Climate ที่มุ่งมั่นในการรักษาและฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมทุกมิติอย่างต่อเนื่อง รวมถึงโครงการ Save Our Sea ที่สนับสนุนการอนุบาลเต่าทะเล ปลูกป่าชายเลน และการให้ความรู้ด้านการรักษาสิ่งแวดล้อมทางทะเลกับเยาวชนไทย บริษัทฯ มุ่งมั่นในการช่วยเหลือสังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนตลอดมา พร้อมอยู่เคียงข้างทุกความเชื่อมั่น ดูแลกันตลอดไป สำหรับท่านใดที่สนใจ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม พร้อมติดตามกิจกรรมเพื่อสังคมต่างๆ ของบริษัทฯ ได้ที่ https://www.facebook.com/Hearts.in.action.volunteers หรือ สอบถามได้ที่ ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ โทร 1159  และท่านสามารถอ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่ https://ktaxa.live/CR-No-1

31 Mar 2026

...

บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ 7-Eleven และเคาน์เตอร์เซอร์วิส เปิดตัวแคมเปญ “พ.ร.บ.สุดคุ้ม สุดคิวต์” ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ.) ในราคาพิเศษเริ่มต้นเพียง 555 บาทต่อปี พร้อมมอบความคุ้มครอง สร้างความอุ่นใจให้กับผู้ขับขี่ ผ่านช่องทางบริการร้าน 7-Eleven ที่สะดวกและครอบคลุม 15,500 สาขาทั่วประเทศ  แคมเปญนี้ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้รถในยุคปัจจุบัน ที่ต้องการความรวดเร็วและความสะดวกสบาย สามารถซื้อหรือต่ออายุ พ.ร.บ. คุ้มครองและรับกรมธรรม์ทันที พร้อมบริการต่อภาษีรถยนต์ผ่านเคาน์เตอร์เซอร์วิสในร้าน 7-Eleven ทุกสาขาทั่วประเทศ ซึ่งเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ช่วยลดขั้นตอนและระยะเวลาในการดำเนินการ ในราคาที่เข้าถึงได้ ควบคู่กับความสะดวกครบจบในจุดเดียว ตอกย้ำแนวคิด “ประกันภัยใกล้ตัว เข้าถึงง่าย” นอกจากนี้ สมาชิก ALL Member ที่ซื้อ พ.ร.บ. ของทิพยประกันภัย จะได้รับได้สิทธิ์แลกซื้อกระบอกน้ำลายลิขสิทธิ์ Butterbear & Hello Kitty ในราคาเพียง 1 บาท (จากราคาปกติ 199 บาท) จำกัดจำนวน 5,000 สิทธิ์ และยังได้รับคะแนนสะสมจากทุกยอดบิล เพื่อนำไปใช้เป็นส่วนลดหรือแลกรับสิทธิพิเศษต่างๆ อีกมากมาย สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถซื้อ พ.ร.บ. ของทิพยประกันภัยได้แล้ววันนี้ ผ่านเคาน์เตอร์เซอร์วิสในร้าน 7-Eleven ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือผ่านช่องทางออนไลน์ที่ www.counterservice.co.th หรือ 7-Eleven Application โดยจะได้รับกรมธรรม์และความคุ้มครองที่มีผลทันทีตามวันเริ่มกรมธรรม์ และสามารถซื้อได้ล่วงหน้าสูงสุด 90 วันก่อนกรมธรรม์ปัจจุบันหมดอายุ ให้ทุกการเดินทางของคุณมั่นใจได้มากยิ่งขึ้น สะดวก ครบ จบในที่เดียว พร้อมรับสิทธิพิเศษตั้งแต่วันที่ 24 มีนาคม – 23 เมษายน 2569

29 Mar 2026

...

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารออมสินได้เร่งออกมาตรการรณรงค์ประหยัดพลังงานในการดำเนินธุรกิจของธนาคาร ตามที่รัฐบาลได้มอบหมายสั่งการให้หน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจลดการใช้พลังงาน เพื่อรองรับสถานการณ์ราคาพลังงานโลกที่มีความผันผวนจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ และรับมือกับวิกฤตด้านพลังงานของประเทศ ทั้งนี้ มาตรการประหยัดพลังงานที่สำคัญของธนาคารออมสิน 4 ด้าน ประกอบด้วย 1) การควบคุมการใช้เชื้อเพลิง โดยใช้รถยนต์ตามความจำเป็น และส่งเสริมการประชุมผ่านระบบออนไลน์ 2) ประหยัดพลังงานไฟฟ้า โดยปิดไฟที่ไม่จำเป็น ปลดปลั๊กอุปกรณ์ไฟฟ้าเมื่อไม่ใช้งาน และปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศไม่ต่ำกว่า 26 องศาเซลเซียส 3) แนวทางการแต่งกาย สวมเสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี งดสวมสูท แจ็กเกต หรือผูกเนกไท เพื่อลดความจำเป็นในการปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศให้ต่ำเกินไป และ 4) ปฏิบัติงาน ณ ที่พักอาศัย ตามความเหมาะสมโดยไม่กระทบต่อการปฏิบัติงานและการให้บริการลูกค้า   ทั้งนี้ ในการประชุมคณะกรรมการบริหารธนาคาร ณ อาคารออมสินพิพัฒน์ ธนาคารออมสินสำนักงานใหญ่ ซึ่งมี นายพลจักร นิ่มวัฒนา ประธานกรรมการบริหารธนาคารออมสิน ร่วมด้วย รองศาสตราจารย์ ดร. ธนวรรธน์ พลวิชัย  นายวรวิทย์ ชัยลิมปมนตรี กรรมการธนาคารออมสิน และ นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน ตลอดจนคณะผู้บริหาร เข้าร่วมประชุม ได้เริ่มใช้แนวปฏิบัติ "งดสูท-ผูกเนกไท" ในที่ประชุมทันที เพื่อเป็นต้นแบบในการลดใช้พลังงานและเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ด้านพลังงาน ธนาคารออมสิน จึงขอเชิญชวนลูกค้าและประชาชนร่วมกันใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ลดการใช้พลังงานที่ไม่จำเป็น เพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์พลังงานในปัจจุบัน ความร่วมมือจากทุกภาคส่วนคือพลังสำคัญในการก้าวผ่านสถานการณ์ความไม่แน่นอนนี้ไปด้วยกัน    

18 Mar 2026

Banner Banner Banner Banner

Banner
  ปี 2569 ประเทศไทย กับคำว่า “เผาจริง”   วันนี้ก้าวเดือนที่ 3 ของปี 2569 แต่ดูเหมือนว่า ประเทศไทยผ่านเทศกาลปีใหม่ วาเลนไทม์ ตรุษจีน และวันเข้าพรรษามาแล้ว ประเทศไทยการเลือกตั้งใหญ่ ที่มีข้อผิดพลาดเกิดจากการกำกับการเลือกตั้งขององค์กรอิสระอย่าง กกต. เป็นการเลือกตั้งที่เลวร้ายครั้งหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์การเมืองไทย ด้านเศรษฐกิจ ยังคงโงหัวไม่ขึ้น นอกนั้นประเทศไทยยังคงมีปัญหาชายแดนกับประเทศเขมรยังคงคาราคาซัง รอรบรอบ 3 อยู่เหมือนเดิม ตอนนี้กำลังเกิดสงครามที่คาบสมุทรอาหรับระหว่าง อิหร่านกับอิสราเอล ที่ได้รับการสนับสนุนการทำสงครามจากสหรัฐอเมริกา จนอาจจะกลายเป็นสงครามระหว่างโลกอาหรับกับสหรัฐอเมริกา และอาจจะลามไปถึงสงครามโลกครั้งที่ 3 ก็ได้ แน่นอนว่า สงครามอ่าวอาหรับ ซึ่งเป็นประเทศผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ของโลก ชัดเจนว่าเมื่อมีสงคราม ราคาน้ำมันต้องแพงขึ้น และพลังงานปัจจัยที่ 5 จะกลายเป็นอาวุธของอิหร่านและกลุ่มอาหรับ ซึ่งย่อมส่งผลด้านต้นทุนการผลิต ภาคการขนส่ง สินค้าราคาแพงขึ้น เศรษฐกิจโลกจะปั่นป่วน ซึ่งแน่นอนว่าประเทศไทยที่มีภาวะอ่อนแอทางเศรษฐกิจอยู่แล้ว ย่อมได้รับผลจากภาวะสงครามอาหรับ สงครามกับเขมร รวมทั้งรัฐบาลใหม่ที่จะเข้ามาบริหารประเทศ ต้องแสดงผลงาน เพราะปี 2569 จะเป็นปีเผาจริงทางเศรษฐกิจของประเทศไทย    หากว่าการเมืองไทยนิ่ง รัฐบาลได้บริหารประเทศ จะเป็นการท้าทายความสามารถของดรีมทีมเศรษฐกิจของพรรคภูมิใจไทย เวลาที่ผ่านมาก่อนการเลือกตั้ง วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เวลาบริหารประเทศแค่ 2 เดือนยังวัดอะไรไม่ได้สำหรับนายอนุทิน ชาญวีรกุล และดรีมทีม เพราะเศรษฐกิจไทยปี 2569 ธุรกิจที่แข็งแรงอย่างธุรกิจการเงินและประกันภัยยังออกอาการให้เห็น แล้วธุรกิจที่อ่อนแออยู่แล้วจะเหลืออะไร นี่คือการบ้านข้อใหญ่ของรัฐบาลภูมิใจไทยและดรีมทีมประเทศไทย เพราะถึงเวลาที่จะได้พิสูจน์ผลงานบริหารประเทศ./   พูดแบบนายเอกวรพงศ์ (นายแทน)            
อ่านต่อ...
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner