Responsive image

Sunday, 05 Apr 2026

หน้าแรก > INSURANCE / ประกันภัย - ประกันชีวิต


TQM เดินหน้าแผนธุรกิจปีฉลู ตั้งเป้ายอดขายโตทะลุ 2.5 หมื่นล้านบาท โชว์ผลประกอบการปี 63 สุดแกร่ง กำไรโตกว่า 38%

Wed 24/02/2564


บมจ. ทีคิวเอ็ม คอร์ปอเรชั่น หรือ TQM เผยผลประกอบการประจำปี 2563 โชว์ผลงานด้วยกำไร 702 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 38.4 อานิสงส์โควิดดันเบี้ยประกันทะลุเป้าอยู่ที่ 15,020 ล้านบาท กางกลยุทธ์ปี 2564 เตรียมแผนตีตลาดโปรดักท์ประกันราย Segment เต็มสูบ พร้อมเดินหน้านโยบายการเข้าซื้อกิจการ (M&A) เสริมความแข็งแกร่งและสร้างศักยภาพให้ธุรกิจเติบโตอย่างรวดเร็ว มุ่งใช้เทคโนโลยีดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่นต่อเนื่อง เพื่อสร้างเทรนด์ใหม่และโอกาสในการส่งมอบนวัตกรรมประกันภัยและบริการให้เข้าถึงผู้บริโภคในยุคดิจิทัลนิวนอร์มอลได้อย่างยั่งยืน ตั้งเป้ายอดขายที่ 17,250 ล้านบาท ผนึกการ M&A ในปี 2564 กับ 3 บริษัท โดยเริ่มจาก บริษัท ที คิว อาร์ จำกัด (มหาชน) ทั้งนี้ 3 บริษัท รวมเบี้ยประกันราว 10,000 ล้านบาท มั่นใจยอดขายรวมสูงกว่า 25,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนกว่า 60 %  

 

ดร.อัญชลิน พรรณนิภา 

*ปี ’63 TQM ผลงานท็อปฟอร์มทะลุเป้า 15,020 ล้านบาท

ดร.อัญชลิน พรรณนิภา ประธาน บริษัท ทีคิวเอ็ม คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TQM เปิดเผยว่า ในปี 2563 สิ่งที่ส่งผลให้ภาพรวมธุรกิจ TQM เติบโตตามเป้ายังคงเป็นผลิตภัณฑ์ประกันภัยหลักๆ ของบริษัท แต่จากวิกฤตการณ์ไวรัสโควิด-19 ทำให้ปีที่ผ่านมาเป็นที่ท้าทายและสร้างโอกาสครั้งสำคัญให้แก่ TQM เป็นอย่างมาก เนื่องด้วยผู้บริโภคหันมาสนใจทำประกันสุขภาพ โดยเฉพาะประกันสุขภาพแบบเฉพาะโรค อย่างประกันโควิด-19 ที่มียอดขายทะลุล้านกรมธรรม์ ซึ่งในปัจจุบันผู้บริโภคยังคงมีการสั่งซื้อเข้ามาอย่างต่อเนื่องทั้งที่เป็นลูกค้าต่ออายุและลูกค้ารายใหม่ โดยเฉพาะจากการระบาดรอบใหม่ส่งผลให้ผู้บริโภคกังวลและเกิดการต่ออายุประกันมากขึ้น นับเป็นปรากฏการณ์ใหม่ของวงการประกันภัยและ TQM ขณะเดียวกัน วิกฤติโควิดกลับเป็นตัวช่วยเร่งในการผลักดันให้ TQM ได้นำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ ทั้งด้านงานขายและงานบริการอย่างเต็มประสิทธิภาพ ลูกค้าเกิดการเรียนรู้ในการซื้อและรับบริการด้านประกันภัยผ่านช่องทางออนไลน์กับ TQM เป็นการตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านดิจิทัลอินชัวร์รันส์โบรคเกอร์   

 

*กำไรปิดแข็งแกร่งนิวไฮต่อเนื่องเติบโตกว่า 38%

สำหรับภาพรวมผลการดำเนินงานปี 2563 บริษัทฯ มีรายได้รวม 3,136 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.7% โดยเป็นรายได้จากการให้บริการ เป็นจำนวน 3,082.5 ล้านบาท และรายได้จากดอกเบี้ยและผลตอบแทนจากเงินลงทุน 53.5 ล้านบาท ภายใต้การบริหารจัดการการทำงานและควบคุมค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้บริษัทฯ มีกำไรเพิ่มสูงขึ้น โดยกำไรขั้นต้นอยู่ที่ 1,565 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 311.2 ล้านบาท คิดเป็น 24.8% ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 702 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 194.7  ล้านบาท คิดเป็น 38.4%

“ผลงานปี 2563 TQM ยังคงแข็งแกร่งซึ่งเป็นผลมาจากการเตรียมความพร้อมทั้งในแง่เทคโนโลยีที่รองรับทั้งงานขายและงานบริการ และด้านบุคลากรที่พร้อมขานรับและปฏิบัติตามนโยบายของบริษัทฯ นำไปสู่การปรับเปลี่ยนกลยุทธ์และรูปแบบการทำงานได้อย่างรวดเร็ว พร้อมด้วยการพัฒนาผลิตภัณฑ์และช่องทางการขายที่สอดรับกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปได้ทันสถานการณ์ ซึ่งโควิดทำให้ TQM มีลูกค้าเพิ่มขึ้นจากฐานลูกค้าเดิมที่มีอยู่แล้วกว่า 2 ล้านรายทั่วประเทศ กลับเพิ่มขึ้นอีกกว่า 1 ล้านราย รวมเป็น 3 ล้านรายจากการซื้อประกันโควิดภายในระยะเวลา 3 เดือน”

ทั้งนี้ จากที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท (บอร์ด) เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2564 มีมติจ่ายเงินปันผล 1.15 บาทต่อหุ้น ซึ่งกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นได้รับสิทธิ (RD) วันที่ 10 มีนาคม 2564 และจ่ายเงินปันผลในวันที่ 14 พฤษภาคม 2564

 ดร.นภัสนันท์ พรรณนิภา

 

*ปี ’64 ลุยดิจิทัลทรานฟอร์ม เจาะลูกค้าทุก Segment พร้อมเสริมทัพบุกลูกค้าองค์กร 

ด้าน ดร.นภัสนันท์ พรรณนิภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีคิวเอ็ม คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า  สำหรับกลยุทธ์และการดำเนินงานของ TQM ในปี 2564 ยังคงเดินหน้าเพื่อการเป็นผู้นำเทรนด์ดิจิทัลอินชัวร์รันส์โบรคเกอร์ โดยการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่สอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้บริโภค เน้นความคุ้มครองที่คุ้มค่าคุ้มราคาและมีผลิตภัณฑ์ประกันให้เลือกหลากหลาย และมีแผนที่จะส่งนวัตกรรมประกันภัยประเภทต่างๆ ออกมาอย่างต่อเนื่องในปีนี้กว่า 20 ผลิตภัณฑ์ประกัน รวมถึงมุ่งสู่การทำตลาดลูกค้าองค์กรมากขึ้นด้วยแผน Corporate Solutions ที่มีทั้งงานขายและงานบริการแบบครบวงจร

พร้อมทั้งมุ่งพัฒนาและใช้เทคโนโลยีในโครงการ TQM Transformations ทั้งการพัฒนา Mobile Application ภายใต้บริการ TQM24 เป็นบริการ  “เคลม ดู ต่อ จ่าย” เพื่อความสะดวกของลูกค้าที่สามารถดาวน์โหลดไว้ในมือถือทำให้อุ่นใจอยู่เสมอ สำหรับแผนงาน TQM Digital Transformations ในปีนี้จะนำเทคโนโลยีมาพัฒนาเพื่อตอบโจทย์ลูกค้ายิ่งขึ้น อาทิ มุ่งขยายงานขายประกันบ้านด้วย Home Platform ที่ลูกค้าสามารถทราบความเสี่ยงของบ้าน และมีบริการเรียกร้องค่าสินไหมผ่านระบบ Home Platform นอกจากนี้ยังได้ร่วมกับพันธมิตรในอุตสาหกรรมต่าง ๆ เพื่อคิดค้นผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ ๆ ให้ตอบสนองพฤติกรรมของลูกค้าทุกเพศ ทุกวัย ทั้งนี้ แผน TQM Digital Transformations นี้เพื่อเป็นการช่วยสนับสนุนในการขยายงานขายและงานบริการให้แก่ TQM และกลุ่มบริษัทในเครือ

 

*เสริมแกร่งด้วยกลยุทธ์หลัก 5 ด้าน จับตา M&A เพิ่มยอดเบี้ยประกันทะลุ 25,000 ล้านบาท

ทั้งนี้ ในปีที่ผ่านมาตลาดอีคอมเมิร์ชมีการเติบโตอย่างน่าสนใจ จากการระบาดของโควิด-19 กระตุ้นให้อัตราการค้าขายผ่านช่องทางออนไลน์สูงขึ้นรวมถึงตลาดประกันภัยด้วย ดังนั้น ในปี 2564 TQM จึงจะเริ่มโฟกัสกับกลุ่มลูกค้าที่หลากหลาย โดยสร้างความต้องการที่เหมาะสมและตอบโจทย์ในทุกเจนเนอร์เรชั่น ขยายช่องทางการขายที่ไม่ได้มีเพียงเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชั่น แต่จะเพิ่มช่องทางที่สะดวกอื่น ๆ อีก เพื่อให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์ที่ดีในการซื้อประกัน นอกจากนี้ ยังมีนโยบายในการร่วมลงทุนหรือเข้าซื้อกิจการของบริษัทที่จะให้การสนับสนุนและส่งเสริมธุรกิจระหว่างกัน เพื่อเสริมศักยภาพของ TQM ให้เติบโตได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ 50,000 ล้านบาท ภายในปี 2569

สำหรับแผนการดำเนินงานในปี 2564 ของ TQM ยังคงขับเคลื่อนด้วย 5 กลยุทธ์หลักขององค์กรตามแผนยุทธศาสตร์ 5 ปี คือ 1.Strengthen existing channels  การรักษาฐานลูกค้าเดิมไว้ด้วยผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายโดยแบ่งความต้องการของลูกค้าตามราย Segment พร้อมขยายช่องทางการขายทั้งออนไลน์-ออฟไลน์ และรุกตลาดลูกค้าองค์กรมากขึ้นด้วยงานขายและบริการกับบริการรับให้คำปรึกษาด้านการจัดการสินไหมทดแทนแบบครบวงจร (Corporate Solutions) 2.Grow sales through cross-selling นำเสนอผลิตภัณฑ์ประกันที่เพิ่มโอกาสในการขายกับลูกค้าเดิมมากยิ่งขึ้น 3. Enhance insurance ecosystem through strategic partnership การร่วมกับพันธมิตรผ่านโครงการ TQM Transformations เพื่อนำเทคโนโลยีมาปรับใช้กับระบบงานของ TQM และกลุ่มบริษัท ให้เกิดความเชื่อมโยงแบบไร้รอยต่อระหว่างลูกค้าและบริษัทฯ ด้วยแนวคิด ‘ลูกค้าเข้าถึงเรา เราเข้าถึงลูกค้า’ 4. Grow inorganic through M&A การร่วมลงทุนหรือเข้าซื้อกิจการของบริษัทที่มีธุรกิจที่จะเป็นการส่งเสริมระหว่างกัน เช่น การร่วมลงทุนใน บริษัท ที คิว อาร์ จำกัด (มหาชน) หรือ TQR ซึ่งเดิม TQM เป็นพันมิตรทางธุรกิจกับ TQR มานานในแง่ของผู้พัฒนาผลิตภัณฑ์และผู้จำหน่าย ดังนั้น โดยโครงสร้างธุรกิจของทั้ง 2 บริษัท เป็นการสนับสนุนซึ่งกันและกัน ทั้งนี้ ด้านการลงทุนนั้นในอนาคต TQM เองมีแผนขยายธุรกิจที่จะเกี่ยวข้องสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจ ขณะเดียวกัน TQR ก็หาพันธมิตรเพิ่มเสริมความแข็งแกร่งในอนาคตอยู่ด้วยเช่นกัน 5. Expand regional เตรียมแผนขยายตลาดไปยังต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยเริ่มที่กลุ่มลูกค้าซึ่งเป็นตลาดที่น่าสนใจและมีกำลังซื้อสูงในกลุ่มประเทศ CLMV เช่น กัมพูชา และลาว ที่ได้ดำเนินการไปแล้วและอยู่ระหว่างพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมเพื่อส่งมอบให้ผู้บริโภค

อย่างไรก็ตาม หัวใจสำคัญในการดำเนินธุรกิจของ TQM ยังคงเน้นงานบริการที่มุ่งตอบโจทย์ตลาดและตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างตรงจุด โดยเฉพาะในยุคนิวนอร์มอลเช่นปัจจุบัน ดร.นภัสนันท์กล่าวทิ้งท้าย

 

ภาพจากซ้ายไปขวา :  ดร.ชูพรรณ โกวาณิชย์, สมพร อำไพสุทธิพงษ์, ณัชพล ไตรวงศ์วรนาถ

 


Tags : ทีคิวเอ็ม TQM ดร.อัญชลินพรรณนิภา ดร.นภัสนันท์พรรณนิภา ทีคิวเอ็มเปิดแผนธุรกิจปี2564 ทีคิวเอ็มโชว์ผลประกอบการปี2563


Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

...

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนาธนาคารออมสิน ครบรอบ 113 ปี ธนาคารมีความตั้งใจส่งมอบความสุขและกำลังใจ ส่งเสริมให้ประชาชนมีการออมและสร้างความมั่นคงทางการเงินท่ามกลางบรรยากาศความผันผวนทางเศรษฐกิจ โดยธนาคารได้จัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาด “ฉลอง 113 ปี เพิ่มเงินรางวัล เพิ่มจำนวนรางวัล กับสลากออมสินพิเศษ 1 ปี และ 2 ปี (แบบใบสลากและสลากดิจิทัล) เงินรางวัลรวม 113 ล้านบาท” ทั้งลูกค้าที่ซื้อสลากเพิ่ม และลูกค้าเดิมที่ถือครองสลากอยู่ มีสิทธิ์ลุ้นรางวัลพิเศษมากถึง 3 ครั้ง โดยยิ่งซื้อสลากมาก ยิ่งเพิ่มโอกาสลุ้นรางวัลจำนวนมากถึง 63 รางวัล ตลอดระยะเวลากิจกรรม ได้แก่ ครั้งที่ 1 - วันที่ 16 พฤษภาคม 2569 จับรางวัลพิเศษมูลค่ารวม 13 ล้านบาท จำนวน 26 รางวัล รางวัลละ 500,000 บาท ครั้งที่ 2 - วันที่ 16 มิถุนายน 2569 จับรางวัลพิเศษมูลค่ารวม 30 ล้านบาท จำนวน 30 รางวัล รางวัลละ 1 ล้านบาท ครั้งที่ 3 - วันที่ 16 กรกฎาคม 2569 จับรางวัลพิเศษมูลค่ารวม 70 ล้านบาท จำนวน 7 รางวัล รางวัลละ 10 ล้านบาท รวมเงินรางวัลพิเศษทั้งสิ้น 113 ล้านบาท           ทั้งนี้ ผู้ซื้อสลากยังมีสิทธิ์ได้ลุ้นรางวัลที่ 1 และรางวัลอื่น ๆ ซึ่งเป็นรางวัลปกติประจำแต่ละงวด โดยสลากออมสินนับเป็นทางเลือกการออมที่นอกจากจะให้ผลตอบแทนตามอัตราที่ธนาคารกำหนดแล้ว ผู้ซื้อสลากยังมีโอกาสได้ลุ้นรับเงินรางวัลพิเศษ และสิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับบุคคลธรรมดาได้รับยกเว้นภาษีอีกด้วย          ผู้สนใจซื้อสลากออมสินเพิ่มเติมเพื่อร่วมกิจกรรม “ฉลอง 113 ปี เพิ่มเงินรางวัล เพิ่มจำนวนรางวัล กับสลากออมสินพิเศษ 1 ปี และ 2 ปี (แบบใบสลากและสลากดิจิทัล) เงินรางวัลรวม 113 ล้านบาท” สามารถติดต่อได้ที่ธนาคารออมสินทุกสาขา หรือกดซื้อด้วยตนเองทางแอปพลิเคชัน MyMo ศึกษารายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ธนาคารออมสิน www.gsb.or.th หรือสอบถามเพิ่มเติมที่ GSB Contact Center โทร. 1115  

01 Apr 2026

...

บมจ.กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต ในฐานะผู้นำบริษัทประกันที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม หรือ Green Insurer ด้วยความสำเร็จที่ภาคภูมิใจจากการคว้าอันดับ 1 ในเอเชียอาคเนย์ต่อเนื่อง 10 ปีซ้อน และอันดับ 2 ใน AXA International Market ด้านความรับผิดชอบต่อองค์กร จากการประเมินดัชนีชี้วัดความยั่งยืนด้านความรับผิดชอบต่อองค์กรของกลุ่มแอกซ่า (AXA Sustainability Index 2025) ด้วยคะแนนสูงสุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ 87.62 คะแนน ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจ และเป็นการตอกย้ำจุดยืนของบริษัทฯ ในการสนับสนุนให้ทุกคนร่วมกันเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการใส่ใจสิ่งแวดล้อม และเป็นส่วนหนึ่งของการช่วยฟื้นฟูระบบนิเวศน์ และความหลากหลายทางชีวภาพในทะเล ผ่านโครงการระยะยาวต่างๆ อาทิ โครงการ Commit To Climate ที่มุ่งมั่นในการรักษาและฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมทุกมิติอย่างต่อเนื่อง รวมถึงโครงการ Save Our Sea ที่สนับสนุนการอนุบาลเต่าทะเล ปลูกป่าชายเลน และการให้ความรู้ด้านการรักษาสิ่งแวดล้อมทางทะเลกับเยาวชนไทย บริษัทฯ มุ่งมั่นในการช่วยเหลือสังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนตลอดมา พร้อมอยู่เคียงข้างทุกความเชื่อมั่น ดูแลกันตลอดไป สำหรับท่านใดที่สนใจ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม พร้อมติดตามกิจกรรมเพื่อสังคมต่างๆ ของบริษัทฯ ได้ที่ https://www.facebook.com/Hearts.in.action.volunteers หรือ สอบถามได้ที่ ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ โทร 1159  และท่านสามารถอ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่ https://ktaxa.live/CR-No-1

31 Mar 2026

...

บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ 7-Eleven และเคาน์เตอร์เซอร์วิส เปิดตัวแคมเปญ “พ.ร.บ.สุดคุ้ม สุดคิวต์” ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ.) ในราคาพิเศษเริ่มต้นเพียง 555 บาทต่อปี พร้อมมอบความคุ้มครอง สร้างความอุ่นใจให้กับผู้ขับขี่ ผ่านช่องทางบริการร้าน 7-Eleven ที่สะดวกและครอบคลุม 15,500 สาขาทั่วประเทศ  แคมเปญนี้ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้รถในยุคปัจจุบัน ที่ต้องการความรวดเร็วและความสะดวกสบาย สามารถซื้อหรือต่ออายุ พ.ร.บ. คุ้มครองและรับกรมธรรม์ทันที พร้อมบริการต่อภาษีรถยนต์ผ่านเคาน์เตอร์เซอร์วิสในร้าน 7-Eleven ทุกสาขาทั่วประเทศ ซึ่งเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ช่วยลดขั้นตอนและระยะเวลาในการดำเนินการ ในราคาที่เข้าถึงได้ ควบคู่กับความสะดวกครบจบในจุดเดียว ตอกย้ำแนวคิด “ประกันภัยใกล้ตัว เข้าถึงง่าย” นอกจากนี้ สมาชิก ALL Member ที่ซื้อ พ.ร.บ. ของทิพยประกันภัย จะได้รับได้สิทธิ์แลกซื้อกระบอกน้ำลายลิขสิทธิ์ Butterbear & Hello Kitty ในราคาเพียง 1 บาท (จากราคาปกติ 199 บาท) จำกัดจำนวน 5,000 สิทธิ์ และยังได้รับคะแนนสะสมจากทุกยอดบิล เพื่อนำไปใช้เป็นส่วนลดหรือแลกรับสิทธิพิเศษต่างๆ อีกมากมาย สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถซื้อ พ.ร.บ. ของทิพยประกันภัยได้แล้ววันนี้ ผ่านเคาน์เตอร์เซอร์วิสในร้าน 7-Eleven ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือผ่านช่องทางออนไลน์ที่ www.counterservice.co.th หรือ 7-Eleven Application โดยจะได้รับกรมธรรม์และความคุ้มครองที่มีผลทันทีตามวันเริ่มกรมธรรม์ และสามารถซื้อได้ล่วงหน้าสูงสุด 90 วันก่อนกรมธรรม์ปัจจุบันหมดอายุ ให้ทุกการเดินทางของคุณมั่นใจได้มากยิ่งขึ้น สะดวก ครบ จบในที่เดียว พร้อมรับสิทธิพิเศษตั้งแต่วันที่ 24 มีนาคม – 23 เมษายน 2569

29 Mar 2026

...

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารออมสินได้เร่งออกมาตรการรณรงค์ประหยัดพลังงานในการดำเนินธุรกิจของธนาคาร ตามที่รัฐบาลได้มอบหมายสั่งการให้หน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจลดการใช้พลังงาน เพื่อรองรับสถานการณ์ราคาพลังงานโลกที่มีความผันผวนจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ และรับมือกับวิกฤตด้านพลังงานของประเทศ ทั้งนี้ มาตรการประหยัดพลังงานที่สำคัญของธนาคารออมสิน 4 ด้าน ประกอบด้วย 1) การควบคุมการใช้เชื้อเพลิง โดยใช้รถยนต์ตามความจำเป็น และส่งเสริมการประชุมผ่านระบบออนไลน์ 2) ประหยัดพลังงานไฟฟ้า โดยปิดไฟที่ไม่จำเป็น ปลดปลั๊กอุปกรณ์ไฟฟ้าเมื่อไม่ใช้งาน และปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศไม่ต่ำกว่า 26 องศาเซลเซียส 3) แนวทางการแต่งกาย สวมเสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี งดสวมสูท แจ็กเกต หรือผูกเนกไท เพื่อลดความจำเป็นในการปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศให้ต่ำเกินไป และ 4) ปฏิบัติงาน ณ ที่พักอาศัย ตามความเหมาะสมโดยไม่กระทบต่อการปฏิบัติงานและการให้บริการลูกค้า   ทั้งนี้ ในการประชุมคณะกรรมการบริหารธนาคาร ณ อาคารออมสินพิพัฒน์ ธนาคารออมสินสำนักงานใหญ่ ซึ่งมี นายพลจักร นิ่มวัฒนา ประธานกรรมการบริหารธนาคารออมสิน ร่วมด้วย รองศาสตราจารย์ ดร. ธนวรรธน์ พลวิชัย  นายวรวิทย์ ชัยลิมปมนตรี กรรมการธนาคารออมสิน และ นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน ตลอดจนคณะผู้บริหาร เข้าร่วมประชุม ได้เริ่มใช้แนวปฏิบัติ "งดสูท-ผูกเนกไท" ในที่ประชุมทันที เพื่อเป็นต้นแบบในการลดใช้พลังงานและเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ด้านพลังงาน ธนาคารออมสิน จึงขอเชิญชวนลูกค้าและประชาชนร่วมกันใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ลดการใช้พลังงานที่ไม่จำเป็น เพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์พลังงานในปัจจุบัน ความร่วมมือจากทุกภาคส่วนคือพลังสำคัญในการก้าวผ่านสถานการณ์ความไม่แน่นอนนี้ไปด้วยกัน    

18 Mar 2026

Banner Banner Banner Banner

Banner
  ปี 2569 ประเทศไทย กับคำว่า “เผาจริง”   วันนี้ก้าวเดือนที่ 3 ของปี 2569 แต่ดูเหมือนว่า ประเทศไทยผ่านเทศกาลปีใหม่ วาเลนไทม์ ตรุษจีน และวันเข้าพรรษามาแล้ว ประเทศไทยการเลือกตั้งใหญ่ ที่มีข้อผิดพลาดเกิดจากการกำกับการเลือกตั้งขององค์กรอิสระอย่าง กกต. เป็นการเลือกตั้งที่เลวร้ายครั้งหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์การเมืองไทย ด้านเศรษฐกิจ ยังคงโงหัวไม่ขึ้น นอกนั้นประเทศไทยยังคงมีปัญหาชายแดนกับประเทศเขมรยังคงคาราคาซัง รอรบรอบ 3 อยู่เหมือนเดิม ตอนนี้กำลังเกิดสงครามที่คาบสมุทรอาหรับระหว่าง อิหร่านกับอิสราเอล ที่ได้รับการสนับสนุนการทำสงครามจากสหรัฐอเมริกา จนอาจจะกลายเป็นสงครามระหว่างโลกอาหรับกับสหรัฐอเมริกา และอาจจะลามไปถึงสงครามโลกครั้งที่ 3 ก็ได้ แน่นอนว่า สงครามอ่าวอาหรับ ซึ่งเป็นประเทศผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ของโลก ชัดเจนว่าเมื่อมีสงคราม ราคาน้ำมันต้องแพงขึ้น และพลังงานปัจจัยที่ 5 จะกลายเป็นอาวุธของอิหร่านและกลุ่มอาหรับ ซึ่งย่อมส่งผลด้านต้นทุนการผลิต ภาคการขนส่ง สินค้าราคาแพงขึ้น เศรษฐกิจโลกจะปั่นป่วน ซึ่งแน่นอนว่าประเทศไทยที่มีภาวะอ่อนแอทางเศรษฐกิจอยู่แล้ว ย่อมได้รับผลจากภาวะสงครามอาหรับ สงครามกับเขมร รวมทั้งรัฐบาลใหม่ที่จะเข้ามาบริหารประเทศ ต้องแสดงผลงาน เพราะปี 2569 จะเป็นปีเผาจริงทางเศรษฐกิจของประเทศไทย    หากว่าการเมืองไทยนิ่ง รัฐบาลได้บริหารประเทศ จะเป็นการท้าทายความสามารถของดรีมทีมเศรษฐกิจของพรรคภูมิใจไทย เวลาที่ผ่านมาก่อนการเลือกตั้ง วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เวลาบริหารประเทศแค่ 2 เดือนยังวัดอะไรไม่ได้สำหรับนายอนุทิน ชาญวีรกุล และดรีมทีม เพราะเศรษฐกิจไทยปี 2569 ธุรกิจที่แข็งแรงอย่างธุรกิจการเงินและประกันภัยยังออกอาการให้เห็น แล้วธุรกิจที่อ่อนแออยู่แล้วจะเหลืออะไร นี่คือการบ้านข้อใหญ่ของรัฐบาลภูมิใจไทยและดรีมทีมประเทศไทย เพราะถึงเวลาที่จะได้พิสูจน์ผลงานบริหารประเทศ./   พูดแบบนายเอกวรพงศ์ (นายแทน)            
อ่านต่อ...
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner