Responsive image

Friday, 18 Sep 2026

Banner

หน้าแรก > BUSINESS-MARKETING-SME / ธุรกิจ - การตลาด - เอสเอ็มอี


เอสซีจีเผยผลประกอบการไตรมาส 1/2564 กำไรเพิ่ม รุกตลาดเคมีภัณฑ์-โซลูชันบ้าน-บรรจุภัณฑ์ครบวงจร มุ่งเป็นต้นแบบธุรกิจ ESG เติบโตระยะยาว

Sun 09/05/2564


เอสซีจีเผยผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2564 กำไรเพิ่มขึ้น จากนวัตกรรมเคมีภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่มรับตลาดโลกฟื้น การเริ่มผลิตของโรงงานมาบตาพุดโอเลฟินส์ เฟส 2 และการส่งมอบโซลูชันที่อยู่อาศัย ตอบโจทย์ลูกค้าที่ต้องการปรับปรุงบ้านในช่วง Work from Home ขณะที่บรรจุภัณฑ์สำหรับอาหาร-เครื่องดื่ม และอีคอมเมิร์ซเติบโตต่อเนื่อง ควบคู่กับการใช้เทคโนโลยีบริหารจัดการกระบวนการผลิตให้มีประสิทธิภาพเพื่อลดต้นทุน พร้อมมุ่งขับเคลื่อนองค์กรสู่ต้นแบบธุรกิจ ESG ด้วยการลงนามในสัญญาซื้อหุ้นในบริษัทรีไซเคิลพลาสติก ในโปรตุเกส พัฒนาโซลูชัน Medical & Healthcare และ EV รับเทรนด์โลก เพื่อสร้างการเติบโตระยะยาว

นายรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี เปิดเผยว่า “งบการเงินรวมก่อนสอบทานของเอสซีจีไตรมาสที่ 1 ประจำปี 2564 มีรายได้จากการขาย 122,066 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 26 จากไตรมาสก่อน จากผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นของทุกกลุ่มธุรกิจ และมีกำไรสำหรับงวด 14,914 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 85 เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนจากทุกกลุ่มธุรกิจ โดยธุรกิจเคมิคอลส์มีปริมาณขายเพิ่มขึ้น เนื่องจากมีการหยุดซ่อมบำรุงของโรงงานมาบตาพุดโอเลฟินส์
(MOC) ในไตรมาสก่อน การเริ่มผลิตของโรงงานมาบตาพุดโอเลฟินส์ เฟส 2 (MOC Debottleneck) และอุปสงค์ทั่วโลกปรับตัวดีขึ้น ประกอบกับส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมเพิ่มขึ้น ขณะที่ธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้างดีขึ้นจากปัจจัยตามฤดูกาล ด้านธุรกิจแพคเกจจิ้งมีการขยายธุรกิจบรรจุภัณฑ์ปลายน้ำ (Downstream) ในภูมิภาคอาเซียนให้เติบโตยิ่งขึ้น และกระจายฐานลูกค้าในหลากหลายอุตสาหกรรมเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน รายได้จากการขายเพิ่มขึ้นร้อยละ 15 และกำไรสำหรับงวดเพิ่มขึ้นร้อยละ 114 สาเหตุหลักจากธุรกิจเคมิคอลส์มีส่วนต่างราคาสินค้าเพิ่มขึ้น ประกอบกับส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมเพิ่มขึ้น

ในไตรมาสที่ 1 ปี 2564 เอสซีจีมีรายได้จากการขายสินค้าและบริการที่มีมูลค่าเพิ่ม (High Value Added Products & Services – HVA) 41,475 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 34 ของรายได้จากการขายรวม ทั้งนี้ ยังมีสัดส่วนของการพัฒนาสินค้าใหม่ (New Products Development – NPD) และ Service Solution เช่น โซลูชันพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Energy Solution) โซลูชันบรรจุภัณฑ์อัจฉริยะ (Smart and Functional Solutions) คิดเป็นร้อยละ 13 และ 5 ของรายได้จากการขายรวม

นอกจากนี้ ยังมีรายได้จากการดำเนินธุรกิจในต่างประเทศ รวมการส่งออกจากประเทศไทย ในไตรมาสที่ 1 ปี 2564 ทั้งสิ้น 51,104 ล้านบาท โดยคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 42 ของรายได้จากการขายรวม เพิ่มขึ้นร้อยละ 14 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

สินทรัพย์รวมของเอสซีจี ณ วันที่ 31 มีนาคม 2564 มีมูลค่า 800,932 ล้านบาท โดยร้อยละ 38 เป็นสินทรัพย์ในอาเซียน ผลการดำเนินงานไตรมาสที่ 1 ปี 2564 แยกตามรายธุรกิจ ดังนี้

ธุรกิจเคมิคอลส์ มีรายได้จากการขาย 51,607 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 43 จากไตรมาสก่อน จากปริมาณขายที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากมีการหยุดซ่อมบำรุงของโรงงาน MOC ในไตรมาสก่อน และการเริ่มผลิตของโครงการ MOC Debottleneck ในไตรมาสนี้ และเพิ่มขึ้นร้อยละ 35 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีกำไรสำหรับงวด 8,829 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 51 จากไตรมาสก่อน จากปริมาณขายและส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมเพิ่มขึ้น และเพิ่มขึ้นร้อยละ 397 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากส่วนต่างราคาสินค้าและส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะจากบริษัทกรุงเทพ ซินธิติกส์ จำกัด หรือ BST ที่เป็นผู้ผลิตน้ำยางสังเคราะห์ไนไตรล์รายเดียวในประเทศไทย เพื่อการผลิตถุงมือยางไนไตรล์สำหรับแพทย์

ธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง มีรายได้จากการขาย 46,185 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 15 เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน และใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากความต้องการสินค้าและบริการในภูมิภาคที่ลดลง และการซ่อมบำรุงตามแผนของโรงงานปูนซีเมนต์ในประเทศกัมพูชา โดยมีกำไรสำหรับงวด 2,809 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ และเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน จากปัจจัยตามฤดูกาล

ธุรกิจแพคเกจจิ้ง มีรายได้จากการขาย 27,253 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 15 เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน และเพิ่มขึ้นร้อยละ 12 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน โดยมีกำไรสำหรับงวด 2,135 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 44 จากไตรมาสก่อน และเพิ่มขึ้นร้อยละ 23 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากการเติบโตของความต้องการซื้อสินค้าของผู้บริโภคในอาเซียน ราคากระดาษบรรจุภัณฑ์ในภูมิภาคปรับตัวสูงขึ้น การรุกขยายพอร์ตสินค้าบรรจุภัณฑ์ปลายน้ำ และบรรจุภัณฑ์สำหรับสินค้าอุปโภคบริโภค โดยเฉพาะสินค้าที่ใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น บรรจุภัณฑ์สำหรับอาหารและเครื่องดื่ม และสินค้าเพื่อสุขอนามัย ฯลฯ การปรับตัวอย่างรวดเร็วด้วยการกระจายฐานลูกค้าในหลากหลายอุตสาหกรรม รวมถึงกลยุทธ์ Merger & Partnership หรือ M&P ได้แก่ การเข้าลงทุนใน Bien Hoa Packaging Joint Stock Company (SOVI) ประเทศเวียดนาม และการเข้าลงทุนใน Go-Pak UK Limited เพื่อขยายฐานตลาดบรรจุภัณฑ์อาหารในภูมิภาคต่าง ๆ รองรับเมกะเทรนด์

นายรุ่งโรจน์ กล่าวว่า “ผลประกอบการของไตรมาสที่ 1 ปี 2564 ได้รับอานิสงส์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ยังมีความไม่แน่นอนสูง โดยเฉพาะในช่วงครึ่งปีหลัง เอสซีจีจึงเตรียมความพร้อมด้วยการปรับตัวให้มีความยืดหยุ่น (Resiliency) เช่น เพิ่มสัดส่วนการขายนวัตกรรมสินค้าและบริการที่มีมูลค่าเพิ่มสูง (HVA) ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลต่าง ๆ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในกระบวนการผลิตและการบริหารจัดการต้นทุน โดยยังคงรักษาความปลอดภัยด้วยการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด 19 อย่างเคร่งครัด ทั้งกับพนักงาน ลูกค้า และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องตลอดกระบวนการทำงาน เพื่อให้สามารถดำเนินธุรกิจ ส่งมอบสินค้า บริการ และโซลูชันครบวงจรต่าง ๆ ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างต่อเนื่อง (Business Continuity Management หรือ BCM)

ขณะเดียวกัน เอสซีจีได้มุ่งดำเนินทุกธุรกิจให้สอดคล้องกับแนวคิด ESG (Environmental, Social and Governance - ESG) โดยเร่งพัฒนานวัตกรรมสินค้าและบริการ พร้อมโซลูชันครบวงจรด้าน Circular Economy, Medical & Healthcare และยานยนต์ไฟฟ้า (Electric Vehicle หรือ EV) ที่กำลังเติบโตสูง โดยล่าสุดได้ลงนามในสัญญาซื้อหุ้นในบริษัท Recycled Plastic ในประเทศโปรตุเกส เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจและการเติบโตในระยะยาว

ปัจจุบัน เอสซีจีมีสินค้าในกลุ่ม SCG Green Choice ที่ลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ ลดการใช้พลังงาน และยืดอายุ การใช้งานสินค้า เพื่อเป็นทางเลือกในการช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมให้กับผู้บริโภค จำนวนสินค้า 103 รายการ และมุ่งขยายเป็น 135 รายการ ภายในปีนี้ โดยในไตรมาสที่ 1 มีรายได้จากการขายสินค้า SCG Green Choice เท่ากับ 45,635 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 37 ของรายได้จากการขายรวม

นอกจากนี้ เอสซีจีได้เพิ่มการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Energy) สำหรับกระบวนการผลิต โดยในปี 2563 มีสัดส่วนการใช้เท่ากับ 88,125 เมกะวัตต์-ชั่วโมง และในช่วงสองเดือนแรกของไตรมาสที่ 1 ปี 2564 เท่ากับ 14,769 เมกะวัตต์–ชั่วโมง เช่นเดียวกับพลังงานทางเลือก (Alternative Fuel) ที่มีสัดส่วนการใช้เพิ่มขึ้น เพื่อให้บรรลุนโยบายลดสัดส่วนการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล (Zero Coal Initiative) โดยในปี 2563 มีสัดส่วนการใช้เท่ากับร้อยละ 14.3 ในขณะที่ในช่วงสองเดือนแรกของไตรมาสที่ 1 ปี 2564 มีสัดส่วนการใช้เท่ากับร้อยละ 16.0

สำหรับธุรกิจเคมิคอลส์ ดำเนินธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพทั้งในไทยและต่างประเทศ โดยขับเคลื่อนธุรกิจตามแนวคิด ESG เพื่อมุ่งสู่การเป็น “ธุรกิจปิโตรเคมีเพื่อความยั่งยืน” ซึ่งนอกจากจะเน้นการขายสินค้าและบริการที่มีมูลค่าเพิ่มสูง (HVA) อาทิ  SMX™ HDPE และ HDPE Pipe PE112 แล้ว ยังเร่งการเข้าสู่ธุรกิจที่ตลาดมีการเติบโตสูง เช่น ธุรกิจด้านเศรษฐกิจหมุนเวียน ล่าสุด ได้เข้าสู่ธุรกิจด้านเศรษฐกิจหมุนเวียนในยุโรป ด้วยการลงนามในสัญญาซื้อหุ้นบริษัท ซีพลาสต์ (Sirplaste) ผู้ประกอบธุรกิจและผู้นำด้านพลาสติกรีไซเคิลในประเทศโปรตุเกส ซึ่งนอกจากจะส่งเสริมการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุดตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียนแล้ว ยังสามารถนำความได้เปรียบนี้ไปพัฒนาและต่อยอดเทคโนโลยีรีไซเคิลในภูมิภาคอาเซียน รวมทั้งขยายช่องทางการขายในตลาดยุโรปได้

นอกจากนี้ โครงการขยายกำลังการผลิตของโรงงาน MOC Debottleneck ซึ่งธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี และ DOW ได้ร่วมมือกันดำเนินโครงการ ก่อสร้างแล้วเสร็จเร็วกว่าแผนและเริ่มทดลองดำเนินการผลิตแล้ว คาดว่าจะผลิตได้เต็มกำลังภายในเดือนพฤษภาคม 2564 จะทำให้มีกำลังการผลิตโอเลฟินส์เพิ่มขึ้น 350,000 ตันต่อปี ด้วยเทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัย ทำให้กระบวนการผลิตมีต้นทุนการลงทุนที่ต่ำลง และยังทำให้ประหยัดพลังงานและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Green Process)

ในส่วนของโครงการปิโตรเคมีครบวงจร Long Son Petrochemicals Company Limited (LSP) ที่เวียดนามคืบหน้าตามแผนร้อยละ 76 โดยจะเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ได้ในครึ่งปีแรกของปี 2566

นอกจากนี้ เอสซีจีอยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้ในการปรับโครงสร้างธุรกิจเคมิคอลส์ รวมถึงการเสนอขายหุ้น SCG Chemicals ต่อประชาชนทั่วไป เพื่อรองรับโอกาสในการขยายธุรกิจเคมิคอลส์ในอนาคต เช่น ความเป็นไปได้ในการขยายกำลังการผลิตในภูมิภาคอาเซียน และการลงทุนอื่น ๆ ซึ่งคาดว่าการศึกษาและการปรับโครงสร้างดังกล่าวจะแล้วเสร็จภายในสิ้นปี 2565

ส่วนธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง ยังคงเติบโตอย่างมีคุณภาพ ผ่านการนำเสนอสินค้า บริการ และโซลูชันครบวงจร ตอบโจทย์การก่อสร้างและการอยู่อาศัยอย่างยั่งยืน ตามแนวทาง ESG อาทิ โซลูชัน Green Construction ของ CPAC ที่ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลมาช่วยยกระดับมาตรฐานงานก่อสร้างของไทยให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในทุกกระบวนการด้วย CPAC Construction Solution เช่น CPAC BIM, CPAC Drone, CPAC 3D Printing และ CPAC Smart Structure ตั้งเป้าเปลี่ยนของเสียจากงานก่อสร้างให้เกิดประโยชน์คืนกลับสู่สังคม (Waste to Wealth) ในอุตสาหกรรมการก่อสร้าง ประมาณร้อยละ 10-20

นอกจากนี้ ธุรกิจได้ขยายตลาด SCG Solar Roof Solution ทั้งลูกค้ากลุ่มเจ้าของบ้าน (Residential) และกลุ่มผู้ประกอบการ (Non- Residential) ที่ใช้ไฟในตอนกลางวันต่อเนื่อง ตอบโจทย์ความต้องการลดรายจ่ายค่าไฟฟ้า และเพิ่มการใช้พลังงานสะอาดในภาคประชาชนให้สูงขึ้น โดยตั้งเป้ายอดขายรวม 600 ล้านบาท ในปี 2564 และล่าสุดได้เปิดตัว EV Solution Platform โซลูชันที่ให้บริการด้านยานยนต์ไฟฟ้าและพลังงานสะอาดครบวงจร เพื่อรองรับการใช้งานยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยอย่างเป็นรูปธรรม

ขณะเดียวกัน ธุรกิจได้เปิดตัว SCG D’COR (เอสซีจี เดคคอร์) วัสดุตกแต่งทางเลือกใหม่ พร้อมบริการ SCG D’COR Facade Solution ตอบรับการก่อสร้างที่ต้องการทั้งความสวยงามและประสิทธิภาพการใช้งาน และจะขยายสาขา SCG HOME เพิ่มอีก 33 สาขา รวมเป็น 50 สาขา ภายในปีนี้ ให้ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ รวมทั้งพัฒนา SCGHOME.com ให้เป็น Super Platform ของการทำบ้านที่ครบวงจรที่สุด เชื่อมต่อระหว่างหน้าร้านและระบบออนไลน์ ตามแนวคิด Active Omni-channel เป็นเพื่อนคู่คิดให้ลูกค้าตั้งแต่การวางแผน การปรับปรุงบ้าน จนถึงการเข้าอยู่อาศัย

ขณะที่ ธุรกิจแพคเกจจิ้ง ยังคงเติบโตได้ดี ด้วยการนำเสนอโซลูชันด้านบรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืน โดยดำเนินงานตามโมเดลธุรกิจที่มุ่งขยายธุรกิจบรรจุภัณฑ์ปลายน้ำ (Downstream) สำหรับสินค้าอุปโภคบริโภคในภูมิภาคอาเซียนรุกขยายกำลังการผลิตและผนึกกำลังระหว่างฐานการผลิตต่าง ๆ ซึ่งได้เปิดดำเนินการโรงงานผลิตกระดาษบรรจุภัณฑ์กำลังผลิตส่วนเพิ่ม 400,000 ตันต่อปี ของ Fajar ในประเทศอินโดนีเซีย และการขยายกำลังการผลิตบรรจุภัณฑ์จากวัสดุสมรรถนะสูงและพอลิเมอร์อีกกว่า 347 ล้านชิ้นต่อปี ในบริษัทวีซี่ แพ็คเกจิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด อีกทั้งในช่วงที่ผ่านมาธุรกิจยังสามารถบริหารจัดการความเสี่ยงด้านต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่งสินค้าทางเรือได้ดี ทำให้สามารถรองรับความต้องการของตลาดที่ฟื้นตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ขณะเดียวกัน ธุรกิจได้พัฒนานวัตกรรมโซลูชันด้านบรรจุภัณฑ์ตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน ล่าสุดได้พัฒนา OptiBreath® บรรจุภัณฑ์ที่ช่วยคงความสดของผักผลไม้ให้นานขึ้น ลดการเน่าเสียและข้อจำกัดทางการขนส่ง ด้วยเทคโนโลยีของฟิล์มที่ช่วยควบคุมการผ่านเข้าออกของก๊าซและไอน้ำ และ Odor LockTM บรรจุภัณฑ์ที่ช่วยเก็บกลิ่นอาหาร สะดวกต่อการขนส่งและวางจำหน่ายร่วมกับสินค้าอื่น โดยวางจำหน่ายแล้วในร้านค้าออนไลน์ เพื่อรองรับความต้องการของผู้ประกอบการและผู้บริโภคในฤดูกาลผลไม้นี้

สถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด 19 ระลอกสามนี้ ค่อนข้างรุนแรง และส่งผลกระทบด้านสุขภาพและเศรษฐกิจในวงกว้าง ที่ผ่านมารัฐบาลได้พยายามเต็มที่ในการดูแลสุขภาพของประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสัปดาห์นี้ ที่ภาครัฐได้ยกระดับมาตรการให้เข้มงวดยิ่งขึ้น ซึ่งนับว่าเป็นเรื่องที่ดี และเชื่อว่า หากพวกเราทุกคนร่วมแรงร่วมใจกันปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของกระทรวงสาธารณสุขและรัฐบาลอย่างเคร่งครัด เช่น ช่วยกัน Work from Home ให้มากที่สุด สวมหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัย หมั่นล้างมือให้สะอาด และเว้นระยะห่างระหว่างบุคคล ฯลฯ ก็จะช่วยให้เราผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปได้ 

สำหรับการผลิตวัคซีนป้องกันโควิค 19 “แอสตราเซเนก้า” โดยบริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด มีความคืบหน้าด้วยดี ล่าสุด อย. ได้อนุมัติให้บริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด เป็นฐานการผลิตวัคซีนที่มีมาตรฐานสูง ซึ่งจะทำให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางในการผลิตและกระจายวัคซีนไปยังประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ให้สามารถเข้าถึงวัคซีนอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม โดยจะเริ่มทยอยฉีดวัคซีนให้แก่ประชาชนได้ภายในเดือนมิถุนายนนี้ 

ขณะเดียวกัน มูลนิธิเอสซีจี เอสซีจี และเอสซีจีพี ได้กระจายความช่วยเหลือไปยัง 270 หน่วยงานใน 77 จังหวัดทั่วประเทศ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในระยะเร่งด่วนให้กับผู้ป่วยและบุคลากรทางการแพทย์ด้วยนวัตกรรม “เตียงสนามกระดาษเอสซีจีพี (SCGP Paper Field Hospital Bed)” จำนวน 22,000 ชุด ที่ผลิตจากกระดาษรีไซเคิล ออกแบบตามหลักการยศาสตร์ รองรับการใช้งานตามสรีระของคนเอเชีย รับน้ำหนักได้ 100 กิโลกรัม ขนส่งและประกอบได้ง่าย รวมถึงนวัตกรรม “ห้องน้ำสำเร็จรูป (Bathroom Mobile Unit)” นวัตกรรม “ห้องความดันอากาศบวก (Positive Pressure Room)” และอุปกรณ์ทางการแพทย์อื่น ๆ

นอกจากนี้ เอสซีจี หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และบริษัทชั้นนำ จะช่วยสนับสนุนภาครัฐในการกระจายวัคซีนให้รวดเร็ว เกิดประสิทธิภาพ และทั่วถึงมากที่สุด ทั้งด้านอุปกรณ์ บุคลากร งบประมาณ และสถานที่ โดยเอสซีจีได้จัดเตรียมพื้นที่บริเวณสำนักงานใหญ่เอสซีจี บางซื่อ ให้เป็น “สถานีฉีดวัคซีน” สำหรับประชาชน โดยคาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ในเดือนมิถุนายนนี้ ผมหวังว่า ด้วยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน และการดูแลตนเองของเราทุกคน จะช่วยให้เราผ่านพ้นสถานการณ์นี้ไปได้ด้วยกัน ขณะเดียวกัน ก็จะนำไปสู่การฟื้นเศรษฐกิจไทยให้กลับมาคึกคักได้โดยเร็ว”


Tags : เอสซีจี รุ่งโรจน์ รังสิโยภาส เอสซีจีเผยผลประกอบการไตรมาส1/2564


Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

...

ธ.ก.ส. เปิดตัว “สลากออมทรัพย์ ธ.ก.ส. ชุดดิจิทัล Plus” เพียงหน่วยละ 50 บาท ลุ้นโชคมูลค่า 3 ล้าน ทุกเดือน จำนวน 12 ครั้ง และรางวัลอื่น ๆ รวมมูลค่ากว่า 3 ล้านบาท อายุสลาก 1 ปี เมื่อฝากครบ จะได้รับดอกเบี้ยหน่วยละ 0.01 บาท คิดเป็นอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 0.02 ต่อปี โดยเงินรางวัลได้รับการยกเว้นภาษีสำหรับบุคคลธรรมดา เปิดรับฝากพร้อมกันทั่วประเทศตั้งแต่ 17 ก.ย. นี้เป็นต้นไป ฝากง่ายๆ ได้ทุกที่ ทุกเวลา ผ่านแอปพลิเคชัน BAAC Mobile   นายไพศาล หงษ์ทอง รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ธ.ก.ส. เปิดตัวสลากออมทรัพย์ ธ.ก.ส. ชุดดิจิทัล Plus หน่วยละ 50 บาท จำนวน 200 ล้านหน่วย แบ่งเป็น 20 หมวด หมวดละ 10 ล้านหน่วย วงเงินรวม 10,000 ล้านบาท อายุการรับฝาก 1 ปี เมื่อฝากครบกำหนด จะได้รับดอกเบี้ยหน่วยละ 0.01 บาท คิดเป็นอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 0.02 ต่อปี พร้อมลุ้นรางวัลที่ 1 เสี่ยงหมวด จำนวน 1 รางวัล รางวัลละ 3 ล้านบาท และรางวัลที่ 1 ไม่เสี่ยงหมวด จำนวน 19 รางวัล รางวัลละ 3,000 บาท รวมจำนวนรางวัลต่องวดทั้งสิ้น 20 รางวัล คิดเป็นเงินรางวัลสูงสุด 3,057,000 บาทต่อเดือน   โดยสลากออมทรัพย์ ธ.ก.ส. ชุดดิจิทัล Plus จะเปิดรับฝากพร้อมกันทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 17 กันยายน 2569 เป็นต้นไป ฝากได้ง่าย สะดวก ทุกที่ทุกเวลาผ่านแอปพลิเคชัน BAAC Mobile โดยสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน BAAC Mobile ได้บนสมาร์ตโฟนผ่าน App store หรือ Play store ทั้งนี้ ดอกเบี้ยและเงินรางวัลในการฝากสลากออมทรัพย์ได้รับการยกเว้นภาษีสำหรับบุคคลธรรมดา เตรียมแจกโชคออกรางวัลครั้งแรกในวันที่ 16 ตุลาคม 2569 และจะมีการจับรางวัลทุกวันที่ 16 ของทุกเดือน รวม 12 ครั้ง ยกเว้นเดือนมกราคม จะออกรางวัลในวันที่ 17 มกราคม ซึ่งผู้ฝากสลากภายในวันที่ 15 ของเดือน จะได้รับสิทธิ์ตรวจรางวัลในเดือนนั้น ๆ ทั้งนี้ สามารถตรวจผลการออกรางวัลและรับชมการถ่ายทอดสดการออกรางวัลสลากออมทรัพย์ได้ทางเว็บไซต์ www.baac.or.th, Facebook Page ธกส BAAC Thailand และ ธกส บริการด้วยใจ, Youtube Channel BAAC Thailand โดยธนาคารจะโอนเงินรางวัลเข้าบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ที่เป็นบัญชีคู่โอนของลูกค้าทันทีในวันถัดไปหลังจากวันออกรางวัลในแต่ละงวด ร่วมสร้างรากฐานทางการเงินที่มั่นคงกับ ธ.ก.ส. สู่อนาคตที่ยั่งยืน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ธ.ก.ส. ทุกสาขา ทั่วประเทศ หรือ ธ.ก.ส. Contact Center 02 555 0555  

18 Sep 2026

...

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารประสบความสำเร็จได้รับ 3 รางวัลเกียรติยศด้านการเงินจากเวที Global Brand Awards 2026 ได้แก่ Best Financial Inclusion Bank 2026 รางวัลธนาคารยอดเยี่ยมด้านการส่งเสริมการเข้าถึงบริการทางการเงิน Bank of Social Impact Excellence 2026 รางวัลธนาคารยอดเยี่ยมด้านการสร้างผลลัพธ์เชิงสังคม และ Best Bank for Financial Literacy Promotion 2026 รางวัลธนาคารยอดเยี่ยมด้านการส่งเสริมความรู้ทางการเงิน จาก Global Brands Magazine นิตยสารด้านธุรกิจและการเงินชั้นนำจาก สหราชอาณาจักร ความสำเร็จครั้งนี้ตอกย้ำบทบาทการเป็น “ธนาคารเพื่อทุกชีวิต” ที่มุ่งสร้างโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงบริการทางการเงินในระบบอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม ควบคู่กับการสร้างประโยชน์ให้แก่สังคม ส่งเสริมความรู้ทางการเงิน และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน รางวัล Best Financial Inclusion Bank 2026 มาจากผลงานด้านการขยายโอกาสให้ประชาชนฐานราก ผู้มีรายได้น้อย ผู้ประกอบอาชีพอิสระ และผู้ประกอบการรายย่อย เข้าถึงแหล่งทุนในระบบภายใต้เงื่อนไขที่เป็นธรรม โดยตลอดปีที่ผ่านมา ธนาคารอนุมัติสินเชื่อรายย่อยอัตราดอกเบี้ยต่ำแก่ประชาชนกว่า 1.4 ล้านราย สนับสนุนค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา และช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติและวิกฤตต่าง ๆ โดยเฉพาะโครงการ “สินเชื่อสร้างเครดิต สร้างโอกาส” ที่ช่วยให้ผู้กู้รายใหม่ซึ่งยังไม่มีประวัติสินเชื่อในระบบกว่า 200,000 ราย เริ่มต้นสร้างประวัติทางการเงิน เพิ่มโอกาสในการเข้าถึงแหล่งทุนในระบบอย่างต่อเนื่อง และลดการพึ่งพาหนี้นอกระบบในระยะยาว   ส่วน รางวัล Bank of Social Impact Excellence 2026 ยืนยันความสำเร็จของการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์ Dual Missions ซึ่งมุ่งดำเนินภารกิจเชิงพาณิชย์ควบคู่กับการสร้างประโยชน์แก่สังคม โดยนำผลตอบแทนจากการดำเนินธุรกิจไปสนับสนุนโครงการที่ช่วยลดความเหลื่อมล้ำ เสริมความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจฐานราก และสร้างผลลัพธ์เชิงบวกในวงกว้าง ถ่ายทอดผ่านแคมเปญ “ทุกธุรกรรมของคุณเปลี่ยนชีวิตใหม่ให้ใครบางคน” เพื่อสื่อสารให้ลูกค้าเห็นว่าทุกธุรกรรมกับธนาคารมีส่วนช่วยสร้างโอกาสให้แก่สังคม ขณะที่ รางวัล Best Bank for Financial Literacy Promotion 2026 สะท้อนถึงบทบาทการส่งเสริมความรู้ทางการเงิน (Financial Literacy) แก่ประชาชนทุกช่วงวัย ผ่านโครงการธนาคารโรงเรียนที่ดำเนินงาน มากว่า 28 ปี และพัฒนาสู่โครงการธนาคารโรงเรียนดิจิทัล ปลูกฝังวินัยการออมให้แก่เด็กและเยาวชน รู้จักการใช้จ่ายเงินอย่างเหมาะสม และสามารถพึ่งพาตนเองได้ในอนาคต รวมถึงแพลตฟอร์ม “ออมตังค์” โดยธนาคารออมสิน และแอปพลิเคชัน “Coach Aom by GSB” ที่พัฒนาบุคลากรสู่การเป็นผู้ให้คำปรึกษาทางการเงิน พร้อมถ่ายทอดความรู้ความเข้าใจในเรื่องของการออมและวางแผนการออมอย่างมีเป้าหมายให้แก่ประชาชนในทุกช่วงชีวิต

16 Sep 2026

...

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารประสบความสำเร็จรับ 2 รางวัลเกียรติยศจากเวที International Banker Banking Awards 2026 ได้แก่ Sustainable Bank of the Year Thailand 2026 รางวัลธนาคารเพื่อความยั่งยืนยอดเยี่ยม และ Best Innovation in Retail Banking Thailand 2026 รางวัลนวัตกรรมยอดเยี่ยมด้านลูกค้ารายย่อย ซึ่งได้รับเป็นครั้งที่ 3 ต่อจากปี 2020 และ 2022 จาก International Banker องค์กรสื่อด้านการเงินและการธนาคารชั้นนำจากสหราชอาณาจักร ที่มอบรางวัลเพื่อยกย่องและเชิดชูเกียรติสถาบันการเงินทั่วโลกที่มีผลงานโดดเด่นในแต่ละสาขา ความสำเร็จครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของธนาคารในการบูรณาการแนวคิด ESG และการพัฒนาอย่างยั่งยืนเป็นหัวใจสำคัญของยุทธศาสตร์ธนาคาร เพื่อให้องค์กรพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต สามารถเติบโตอย่างแข็งแรง ควบคู่ไปกับการสร้างประโยชน์และคุณค่าต่อทุกชีวิตในสังคมในวงกว้าง ตลอดจนพัฒนานวัตกรรมและบริการทางการเงินที่ตอบโจทย์ความต้องการอันหลากหลายของประชาชนทุกกลุ่มและทุกช่วงวัย เพื่อสร้างโอกาสในการเข้าถึงบริการทางการเงินและยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างทั่วถึง รางวัล Sustainable Bank of the Year Thailand 2026 ธนาคารมีความโดดเด่นในการขับเคลื่อนด้านความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม ตั้งแต่การกำหนด GSB Net Zero Roadmap มุ่งสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2050 การนำ GSB ESG Score มาใช้ประกอบการพิจารณาสินเชื่อ การลงทุน และการประเมินคู่ค้าทางธุรกิจ ตลอดจนสนับสนุน Transition Finance เพื่อช่วยภาคธุรกิจเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ ผ่านการพัฒนาสินเชื่อและเครื่องมือทางการเงินเพื่อความยั่งยืน รวมถึงการสนับสนุนการลงทุนด้านพลังงานสะอาด เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ และการส่งเสริมให้ภาคธุรกิจดำเนินงานตามแนวทาง ESG ผ่านโครงการ Positive Engagement ขณะเดียวกัน ธนาคารยังดำเนินธุรกิจให้มีกำไรในระดับที่เหมาะสม เพื่อจัดสรรทรัพยากรกลับไปขับเคลื่อนงานพัฒนาสังคม สร้างความเข้มแข็งและการเติบโตอย่างยั่งยืนให้แก่ชุมชน ส่วน รางวัล Best Innovation in Retail Banking Thailand 2026 สะท้อนความสามารถในการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาพัฒนาบริการที่ตอบโจทย์ลูกค้าในแต่ละช่วงชีวิต อาทิ MyMo Secure Plus ฟีเจอร์เพิ่มความปลอดภัยในการทำธุรกรรมออนไลน์ ด้วยการจำกัดการโอนเงินไปยังบัญชีชื่อตนเอง ช่วยลดความเสี่ยงจากมิจฉาชีพ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุและกลุ่มเปราะบาง และ MyMo Junior ที่ส่งเสริมความรู้และวินัยทางการเงินแก่เด็กและเยาวชน ตอกย้ำการพัฒนานวัตกรรมที่ช่วยให้ประชาชนเข้าถึงบริการทางการเงินได้อย่างเหมาะสม สะดวก และปลอดภัย

12 Sep 2026

...

บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) เปิดให้บริการ BKI Care Station จุดบริการประกันภัยในห้างสรรพสินค้า สาขาเซ็นทรัล นอร์ทวิลล์ เพื่อขยายการให้บริการด้านประกันภัยแก่ลูกค้าและประชาชนทั่วไปในจังหวัดนนทบุรีและพื้นที่ใกล้เคียงด้วยบริการรับทำประกันภัย ต่ออายุกรมธรรม์ ชำระเบี้ยประกันภัย และให้คำปรึกษาด้านประกันภัย พร้อมด้วยโปรโมชันพิเศษสำหรับลูกค้าที่ทำประกันภัยกรมธรรม์ใหม่ ตั้งแต่วันที่ 1 – 30 กันยายน 2569 รับของสมนาคุณสุดคุ้ม ดังนี้ - ประกันภัยรถยนต์ ประเภท 1 เบี้ยประกันภัยตั้งแต่ 9,000 บาทขึ้นไป รับบัตรเติมน้ำมัน PTT Card มูลค่า 500 - 4,000 บาท - ประกันภัยรถยนต์ ประเภท 2+ เบี้ยประกันภัยตั้งแต่ 6,600 บาทขึ้นไป รับบัตรเติมน้ำมัน PTT Card มูลค่า 500 - 1,000 บาท - ประกันภัยการเดินทางต่างประเทศ รับส่วนลดทันที 18% และเมื่อชำระเบี้ยประกันภัยตั้งแต่ 2,000 บาทขึ้นไป รับเพิ่ม Gift Voucher มูลค่า 200 บาท - ประกันภัยรักษ์บ้าน เบี้ยประกันภัยตั้งแต่ 3,000 บาทขึ้นไป รับ Gift Voucher มูลค่า 500 – 2,000 บาท และเมื่อชำระเบี้ยตั้งแต่ 5,001 บาทขึ้นไป รับเพิ่ม Gift Voucher มูลค่า 200 บาท พิเศษ เมื่อทำประกันภัยกรมธรรม์ใหม่ประเภทใดก็ได้ เบี้ยประกันภัยตั้งแต่ 3,000 บาทขึ้นไปต่อกรมธรรม์ รับเพิ่มกระเป๋าเก็บความร้อน-เย็น จำนวน 1 ใบ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ BKI Care Station สาขาเซ็นทรัล นอร์ทวิลล์ ชั้น 2 โซนธนาคาร โทร. 08 1875 0203 หรือ LINE @bkicarestation

12 Sep 2026

Banner Banner Banner Banner

Banner
  เปิดแผนงานสื่อ CEO THAILAND ปี 2569-2570 รุกคืบงานวิทยุ - ทีวี - อีเวนต์สื่อ                  สวัสดีครับท่านสมาชิกและผู้ติดตามสื่อออนไลน์ และสื่อในเครือ CEO THAILAND ตลอดมา 21 ปี ช่วงนี้ว่างเว้นจากสนามการเมืองระยะหนึ่ง ผมพอมีเวลากลับมาสานต่องานสื่อสักระยะหนึ่งคือในช่วงปี 2569-2570 จะกลับมาช่วยงานสื่อในฐานะที่ปรึกษา โดยจะยังเน้นในเรื่องสื่อออนไลน์ สื่อทีวี และสื่อวิทยุ และงานอีเวนต์ต่อเนื่องจากสื่อ ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2569 เป็นต้นไป ผมมีแผนงานของบริษัท เอก-วรา พับลิค รีเรชันส์ จำกัด ในสื่อดังต่อไปนี้คือ                          1. สื่อออนไลน์ CEO THAILAND              2. จัดทำรายการวิทยุ “คลื่นประกันภัย-การเงิน” ทางสถานีวิทยุ 96.25 MHZ (สถานีวิทยุการท่องเที่ยววัฒนธรรม) โครงการจัดทำรายการวิทยุเชิงข่าวสารในแวดวงประกันภัยและการเงิน นำเสนอข่าวสารเกี่ยวกับการประกันภัย-ประกันชีวิต  การเงิน และธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ทั้งสินเชื่อ ไฟแนนซ์ อสังหาริมทรัพย์ SMEs ออกอากาศทุกวันศุกร์ของทุกสัปดาห์ เวลา 17.00-18.00 น. ในเดือนสิงหาคม 2569               3. เดือนสิงหาคม 2569 สื่อได้จัดทำรายการทีวี “เรื่องเด่น...ประเด็นดัง” ออนแอร์ออกอากาศทางNBT2 ซึ่งเป็นรายการสดทีวี ที่นำเสนอนโยบายรัฐบาล และวิสัยทัศน์ ของผู้บริหารองค์กรภาครัฐ และภาคเอกชนในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสังคม บริการสาธารณะและบริการพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับสังคม และพี่น้องประชาชน ออกอากาศ ทุกวันจันทร์ที่ 1 และ 3 ของเดือน เวลา 10.00-10.30 น.               4. จัดงานมอบรางวัล “สุดยอดผู้บริหาร-องค์กรแห่งปี 2569” เดือนธันวาคม 2569 ที่จังหวัดกาญจนบุรี โครงการรับรางวัล  “สุดยอดผู้บริหาร-องค์กรแห่งปี 2569” เพื่อประกาศเกียรติคุณให้ผู้บริหารและองค์กรที่สร้างผลงานโดดเด่น ทั้งยังเป็นการกระตุ้นภาคธุรกิจเครือข่าย และSMEs ความตื่นตัวของชุมชนในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี รวมทั้งยังเป็นการสานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสื่อมวลชน-ภาคธุรกิจ -ผู้ประกอบการในพื้นที่ และพี่น้องประชาชน สื่อ CEO THAILAND จึงได้ร่วมกันจัดงานมอบรางวัลดังกล่าวขึ้น               5. โครงการจัดงานสัมมนา  “ทิศทางธุรกิจประกันภัย-การเงินแห่งปี 2569” ในเดือนธันวาคม 2569เพื่อเป็นการกระตุ้นภาคธุรกิจประกันภัยและการเงินในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรีและจังหวัดใกล้เคียง เพื่อความตื่นตัวของชุมชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร รวมทั้งจังหวัดกาญจนบุรี อีกทั้งยังเป็นการสานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสื่อมวลชน-ภาคธุรกิจ-ผู้ประกอบการในพื้นที่ และพี่น้องประชาชน สื่อ CEO THAILAND จึงได้ร่วมกันจัดงานสัมมนาดังกล่าวขึ้น               6. จัดงาน CSR ณ โรงเรียนบ้านท่าทุ่ม จ.กาญจนบุรี ในวันที่ 31 มกราคม 2570 โครงการจัดงานกิจกรรมเพื่อสังคม “CEO THAILAND CSR  OF THE YEAR 2027” เพื่อคืนกำไรสู่สังคมและสร้างความรู้ความเข้าใจให้คนในสังคม เป็นการกระตุ้นภาคธุรกิจประกันภัยและการเงิน และความตื่นตัวของชุมชนในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี อีกทั้งยังเป็นการสานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสื่อมวลชน-ภาคธุรกิจ -ผู้ประกอบการในพื้นที่ และพี่น้องประชาชนในพื้นที่ สื่อ CEO THAILAND จึงได้ร่วมกันจัดงานกิจกรรมดังกล่าวขึ้น T                                                                                                        (นายเอกวรพงศ์ อำนวยทรัพย์)
อ่านต่อ...
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner