Responsive image

Friday, 02 Dec 2022

Banner

หน้าแรก > ECONOMY-FINANCE / เศรษฐกิจ-การเงิน


เคทีซีไปต่อ เขย่าแผนธุรกิจสู้โควิด-19 ดันกำไรครึ่งปี 3,352 ล้านบาท เดินหน้าขยายขอบเขตธุรกิจสินเชื่อ รักษาฐานสมาชิกและช่วยเหลือผู้เดือดร้อน

Sun 18/07/2564


เคทีซีแจ้งกำไรสุทธิครึ่งปีแรกโต 20.1% เท่ากับ 3,352 ล้านบาท ส่วนของกำไรสุทธิไตรมาส 2 เท่ากับ 1,703 ล้านบาท แม้จะได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 ต่อเนื่องมาถึงระลอก 3 โดยใช้ประสบการณ์ปรับกลยุทธ์ในการทำธุรกิจเพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ส่งผลให้การดำเนินงานโดยรวมยังผ่านไปได้ดี เงินให้สินเชื่อแก่ลูกหนี้และดอกเบี้ยค้างรับรวมเพิ่มขึ้น ในขณะที่ NPL อยู่ในระดับใกล้เคียงเดิม พร้อมเดินหน้าครึ่งปีหลังขยายธุรกิจสินเชื่อมีหลักประกันให้ครบวงจร รักษาฐานสมาชิกและบริหารคุณภาพพอร์ตลูกหนี้ ช่วยเหลือผู้เดือดร้อนจากโควิด-19 ร่วมกับองค์กรการกุศลต่างๆ และขยายเวลาช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อยจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2564 ตามมาตรการของธนาคารแห่งประเทศไทย

นายระเฑียร  ศรีมงคล  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ภาพรวมของอุตสาหกรรมสินเชื่อเพื่อผู้บริโภคในช่วง 6 เดือนของปีนี้ยังคงเติบโต ภายใต้สภาวะเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอนจากการระบาดระลอกใหม่ของไวรัสโควิด-19 สำหรับภาพรวมการดำเนินงานธุรกิจของเคทีซียังผ่านไปได้ดี โดยเรียนรู้จากประสบการณ์มาเป็นเข็มทิศในการปรับแผนกลยุทธ์เพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น โดยสิ้นเดือนพฤษภาคม 2564 บริษัทฯ มีการขยายตัวของลูกหนี้บัตรเครดิตเท่ากับ 10.4% (อุตสาหกรรมโต 8.6%) ทำให้เคทีซีมีสัดส่วนของลูกหนี้บัตรเครดิตเทียบกับอุตสาหกรรมเท่ากับ 13.7% เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปี 2563 ที่มีสัดส่วน 13.5% ปริมาณการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตเพิ่มขึ้น 5.4% (อุตสาหกรรมโต 2.2%) และสัดส่วนลูกหนี้สินเชื่อบุคคลเทียบกับอุตสาหกรรมเท่ากับ 4.7%”

“อย่างไรก็ดีสถานการณ์แพร่รระบาดของไวรัสโควิด-19 อย่างต่อเนื่องถึงระลอก 3 ได้ส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและการจัดหาสมาชิกใหม่ทำได้ยากขึ้น รวมถึงการเติบโตของพอร์ตลูกหนี้รวมและปริมาณการใช้จ่ายผ่านบัตรขยายตัวได้ไม่มาก เคทีซีจึงมีแผนสร้างโมเดลธุรกิจขยายตัวไปยังสินเชื่อมีหลักประกันมากขึ้น โดยได้เข้าซื้อหุ้น 75.05% ของบริษัท กรุงไทยธุรกิจลีสซิ่ง จำกัด (KTBL) เมื่อปลายเดือนพฤษภาคม 2564 และภายหลังการตรวจสอบตามเงื่อนไขเสร็จสิ้นในเดือนพฤศจิกายน 2564 KTBL จะเป็นหนึ่งในบริษัทย่อยของเคทีซี”

“สำหรับผลการดำเนินงานสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2564 เปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2563 เคทีซีมีกำไรสุทธิในช่วงครึ่งปีแรก 3,352 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.1% และมีกำไรสุทธิในไตรมาส 2 เท่ากับ 1,703 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 48.2% ซึ่งแม้ว่าบริษัทฯ จะมีรายได้รวมลดลง แต่ยังสามารถบริหารจัดการค่าใช้จ่ายรวมให้ต่ำลง จากการลดค่าใช้จ่ายทางการเงินและผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นลดลงไปได้ อีกทั้งมีรายได้หนี้สูญได้รับคืนอยู่ในระดับที่ดีขึ้น และรักษาอัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพต่อเงินให้สินเชื่อ (NPL) อยู่ในระดับที่ใกล้เคียงเดิม ท่ามกลางสถานการณ์ที่มีหลายปัจจัยผันแปร จึงเป็นผลให้ไตรมาส 2 ที่ผ่านมา เคทีซีมีสัดส่วนค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานรวมต่อรายได้เพิ่มขึ้นเล็กน้อย มีกำไรก่อนผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นลดลงที่ -5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งการมีพอร์ตลูกหนี้คุณภาพดี ทำให้ความจำเป็นในการตั้งค่าเผื่อผลขาดทุนที่คาดว่าจะเกิดขึ้นน้อยลงไปด้วย ส่งผลให้กำไรสุทธิของบริษัทฯ เติบโตตามสัดส่วนข้างต้น”

“โดยที่เงินให้สินเชื่อแก่ลูกหนี้และดอกเบี้ยค้างรับรวม 89,444 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ฐานสมาชิกรวม 3.3 ล้านบัญชี  แบ่งเป็นพอร์ตสมาชิกบัตรเครดิต 2,544,573 บัตร เงินให้สินเชื่อแก่ลูกหนี้บัตรเครดิตและดอกเบี้ยค้างรับรวม 55,708 ล้านบาท  ปริมาณการใช้จ่ายผ่านบัตรครึ่งปีแรกเท่ากับ 94,160 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.9% (ไตรมาส 2 มูลค่า 45,739 ล้านบาท ขยายตัว 13.1%) NPL ต่อเงินให้สินเชื่อลูกหนี้รวมอยู่ที่ 4.4% เพิ่มขึ้นจาก 1.9% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2564 จากสาเหตุหลักของการนับรวมพอร์ตลูกหนี้สัญญาเช่าซื้อจาก KTBL ประกอบกับการ      แพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ส่งผลให้ความสามารถในการชำระของลูกหนี้ลดลง และ NPL ต่อเงินให้สินเชื่อลูกหนี้บัตรเครดิตเท่ากับ 1.5% พอร์ตสมาชิกสินเชื่อบุคคลเคทีซี 802,971 บัญชี เงินให้สินเชื่อแก่ลูกหนี้สินเชื่อบุคคลและดอกเบี้ยค้างรับรวม 29,480 ล้านบาท NPL ต่อเงินให้สินเชื่อลูกหนี้บุคคลอยู่ที่ 3.0% พอร์ตลูกหนี้ตามสัญญาเช่า 4,255 ล้านบาท NPL ต่อเงินให้สินเชื่อลูกหนี้ตามสัญญาเช่าเท่ากับ 51.7%”

“เคทีซียังสามารถทำรายได้รวมในไตรมาส 2/2564 ใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้าที่ 5,406 ล้านบาท แบ่งเป็นรายได้ดอกเบี้ยรวม (รวมรายได้ค่าธรรมเนียมการใช้วงเงิน) 3,430 ล้านบาท (ธุรกิจบัตรเครดิต 1,639 ล้านบาท สินเชื่อบุคคล 1,766 ล้านบาท และรายได้ดอกเบี้ยจากลูกหนี้ตามสัญญาเช่าของ KTBL 25 ล้านบาท) ลดลง -5.6% จากการปรับลดเพดานดอกเบี้ยในธุรกิจบัตรเครดิตเป็น 16% รายได้ค่าธรรมเนียม (ไม่รวมค่าธรรมเนียมการใช้วงเงิน) 1,042 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.6% จากรายได้ค่าธรรรมเนียม Interchange และรายได้ค่าธรรมเนียมส่วนลดจากร้านค้าผู้รับชำระบัตรที่เป็นสมาชิกของเคทีซีเพิ่มขึ้นเป็น 42,625 ร้านค้า และรายได้ค่าธรรมเนียมในการเบิกเงินสดล่วงหน้าเพิ่มขึ้น แต่ค่าธรรมเนียมในการติดตามหนี้ลดลง รายได้หนี้สูญได้รับคืน 833 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 19.3%) และรายได้อื่นๆ 100 ล้านบาท ในขณะที่รายได้รวมครึ่งแรกของปี 2564 อยู่ที่ 10,798 ล้านบาท ลดลง -2.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า และมีค่าใช้จ่ายรวมในไตรมาส 2/2564 เท่ากับ 3,278 ล้านบาท ลดลง -17.3% แบ่งเป็นผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น 1,144 ล้านบาท (ลดลง -45.1%) ต้นทุนทางการเงิน 359 ล้านบาท (ลดลง -5.3%) และค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานรวม 1,775 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 18.3%) โดยมีวงเงินสินเชื่อคงเหลือ (Available Credit Line) จำนวน 22,330 ล้านบาท ต้นทุนการเงิน 2.62% และอัตราส่วนของหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 2.45 เท่า ต่ำกว่าภาระผูกพันที่กำหนดไว้ที่ 10 เท่า”

“เนื่องจากสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 ยังมีความไม่แน่นอน และเกิดคลัสเตอร์ใหม่ๆ กระจายไปในวงกว้าง เพิ่มจำนวนผู้ติดเชื้อรายวันสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว บริษัทฯ ได้ขยายเวลาให้ลูกหนี้สมาชิกที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19สมัครรับความช่วยเหลือด้านสินเชื่อจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2564 เพื่อสนับสนุนมาตรการของธนาคารแห่งประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง โดยมีกลุ่มลูกหนี้ที่เข้าร่วมมาตรการช่วยเหลือรวม 21,564 บัญชี ด้วยยอดหนี้คงเหลือที่ 1,545 ล้านบาท นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้ร่วมกับองค์กรการกุศลดำเนินกิจกรรมต่างๆ เพื่อช่วยเหลือผู้เดือดร้อน เช่น ร่วมกับสมาชิกบัตรเครดิตบริจาคคะแนนสะสม KTC FOREVER เปลี่ยนเป็นเงินสมทบทุนชุดธารน้ำใจส่งต่อให้ผู้ที่ต้องกักตน 14 วัน ผ่านสภากาชาดไทย และสนับสนุนการจัดหาอุปกรณ์ทางการแพทย์และรักษาผู้ป่วยผ่านมูลนิธิรามาธิบดี ศิริราชมูลนิธิ โรงพยาบาลราชวิถี และกิจกรรมเปลี่ยนใจเป็นบุญ ชวนแฟนเพจ KTC Journey (เคทีซี เจอนี่) ส่งสติ๊กเกอร์เพื่อเปลี่ยนเป็นเงินสนับสนุนอุปกรณ์ทางการแพทย์ ตลอดจนดูแลสุขภาวะอนามัยของพนักงานเพื่อป้องการการแพร่ระบาด”

“สำหรับทิศทางธุรกิจครึ่งปีหลัง เคทีซีจะขยายขอบเขตธุรกิจสินเชื่อให้หลากหลายและครอบคลุมทั้งเคทีซี พี่เบิ้ม และธุรกิจลีสซิ่ง เพื่อมุ่งสู่การเป็นผู้นำธุรกิจสินเชื่อเบ็ดเสร็จครบวงจร ที่เน้นความต้องการของลูกค้าเป็นสำคัญเพื่อสร้างความประทับใจให้กับสมาชิก และจะดูแลรักษาฐานสมาชิกที่มีอยู่เดิมให้ได้รับความพึงพอใจ โดยมีเป้าหมายหลักในการทำธุรกิจดังนี้ ปริมาณการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตในปี 2564 จะมีมูลค่า 200,000 ล้านบาท หรือขยายตัวที่ 5% ปรับลดลงจากประมาณการเดิมที่คาดว่าขยายตัว 8% บริหารมูลค่ายอดลูกหนี้สินเชื่อบุคคลให้ใกล้เคียงกับปี 2563 สำหรับสินเชื่อมีหลักประกัน “เคทีซี พี่เบิ้ม” รวมสินเชื่อจากบริษัท กรุงไทยธุรกิจลีสซิ่ง จำกัด ตั้งเป้าหมายสินเชื่อที่ 1,000 ล้านบาท ด้านร้านค้ารับบัตรจะเน้นช่องทางออนไลน์ผ่านความร่วมมือกับพันธมิตร”

 


Tags : เคทีซี KTC ระเฑียร ศรีมงคล โควิด-19 COVID-19 เคทีซีกำไรครึ่งปี2564 ธุรกิจสินเชื่อ บัตรกรุงไทย


Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

...

ธ.ก.ส. ร่วมธนาคารเกษตรจีน  พัฒนาศักยภาพเกษตรกรทั้งการผลิตและการตลาด พร้อมดึงเอกชนจากประเทศจีน ร่วมเจรจาการค้ากับสถาบันเกษตรกรในการเชื่อมโยงการส่งออกข้าวและมันสำปะหลังจากเกษตรกรผู้ผลิตไปยังตลาดต่างประเทศโดยตรง เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2565 นายเสกสรรค์ จันทร์ขวาง รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เป็นประธานการประชุม  Business Matching for BAAC and ADBC Clients ระหว่างธนาคารเพื่อการพัฒนาการเกษตรแห่งประเทศจีน (Agricultural Development Bank of China : ADBC) นำโดย Mr. Zhu yuan yang ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ADBC และคณะ กับ สหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส. ร้อยเอ็ด จำกัด  สหกรณ์การเกษตรเมืองร้อยเอ็ด จำกัด ผู้ประกอบกิจการรวบรวมข้าว สีข้าว จัดจำหน่ายและรับทำ OEM และ สหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส. กำแพงเพชร จำกัด ผู้ประกอบกิจการรับซื้อมันสำปะหลังสดและแปรรูปเป็นมันเส้นเพื่อจำหน่าย โดยสถาบันเกษตรกรทั้ง 2 แห่ง ถือเป็นผู้ประกอบการที่ได้รับการรับรองคุณภาพการผลิตตามมาตรฐานสากล และมีศักยภาพในการผลิตสินค้าเพื่อการส่งออก โดยประชุมเจรจาผ่านระบบ VDO Conference           การจัดประชุมเจรจาทางการค้าครั้งนี้ เพื่อส่งเสริมให้ลูกค้าของ ธ.ก.ส. สามารถขยายขอบเขตการทำธุรกิจจากในประเทศเติบโตสู่ธุรกิจระหว่างประเทศ และเชื่อมโยงให้ลูกค้าของธนาคาร ADBC สามารถเข้าถึงแหล่งผลิตและวัตถุดิบสินค้าเกษตรที่มีคุณภาพในราคาที่เหมาะสมจากผู้ผลิตต้นน้ำโดยตรง โดยบริษัทที่ร่วมเจรจา ประกอบด้วย   1) บจก.เซียะเหมิน ฮุยเฟิง อินดัสเทรียล 2) บจก.กวงซี จินหยวน ไบโอเคมีคอล อินดัสทรี 3) บจก.จินยี่เหมิง กรุ๊ป     4) บจก.เจียงซี ไรซ์ อินดัสทรี 5) บจก. ซูโจว ว่านเซิน นู้ดเดิล โปรดักซ์ ซึ่งทั้งหมดเป็นลูกค้าที่ธนาคาร ADBC ให้การสนับสนุน ทำให้เชื่อมั่นได้ว่าจะเป็นคู่ค้าที่มีศักยภาพในด้านของเงินทุนและกำลังซื้อ โดยในส่วนของ ธ.ก.ส. จะอำนวยความสะดวกในการคัดกรองผู้ส่งออกที่มีความสามารถในการผลิตและส่งสินค้าที่มีคุณภาพตามมาตรฐาน และดูแลในการชำระเงินระหว่างประเทศให้แก่ลูกค้าทั้งสองธนาคาร การประชุมครั้งนี้จึงเป็นความร่วมมือเบื้องต้นเพื่อขยายผล รวมไปถึงตลาดผลิตผลหลักทางการเกษตรประเภทอื่น ๆ ของลูกค้า ธ.ก.ส. ต่อไป ทั้งนี้ ธ.ก.ส. และ ADBC ได้ลงนามความร่วมมือในการพัฒนาด้านต่าง ๆ มาตั้งแต่ปี 2548  ไม่ว่าจะเป็นการอบรมพัฒนาและเสริมสร้างประสิทธิภาพของบุคลากร  การแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารและความเชี่ยวชาญในบริบทของการพัฒนาธุรกิจรายย่อยและขนาดกลาง  ต่อยอดมาถึงการพัฒนาลูกค้า ในด้านการส่งเสริมการผลิต โดยใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มมูลค่าผลผลิต  รวมถึงการเชื่อมโยงด้านการตลาดระหว่างลูกค้าของทั้ง 2 ธนาคาร  ซึ่งนอกจากสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าแล้ว ยังสร้างโอกาสในด้านธุรกิจและการค้าระหว่างประเทศอีกด้วย 

30 Nov 2022

...

  การทำประกันภัย พ.ร.บ. ถือเป็นหลักประกันว่า หากรถไปเกิดอุบัติเหตุผู้ประสบเหตุทุกคนจะได้รับความคุ้มครอง ดังนั้นก่อนนำรถมาใช้งาน ต้องตรวจสอบการมีกรมธรรม์ประกันภัย พ.ร.บ.ก่อนทุกครั้ง เพราะหากขับรถที่ไม่มีประกันภัย พ.ร.บ. ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของรถหรือไม่ ก็ถือว่าผิดกฏหมาย และจะมีโทษดังนี้ เจ้าของรถไม่ทำประกันภัย พ.ร.บ. จะมีความผิดตามกฎหมาย มีโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท ผู้ใดที่นำรถที่ไม่มีประกันภัย พ.ร.บ.มาใช้ ก็มีความผิด มีโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท           (และถ้าเป็นเจ้าของรถไม่ทำประกันภัย พ.ร.บ.และยังนำรถที่ไม่มีประกันภัย พ.ร.บ.ไปใช้จะมีความผิด 2 กระทงความผิด รวมโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 20,000 บาท) อย่างไรก็ตามที่สำคัญ หากใช้รถที่ไม่มีประกันภัย พ.ร.บ. ไปเกิดอุบัติเหตุ ผู้ประสบเหตุจะไม่ได้รับการคุ้มครอง ต้องไปเรียกร้องจากผู้กระทำผิดหรือเจ้าของรถเอง และหากเจ้าของรถไม่มีเงินมาชดใช้ ก็เหมือนไปซ้ำเติมผู้ประสบเหตุ เกิดความเดือนร้อนที่ต้องจ่ายเงินค่ารักษาพยาบาลเอง ไม่ได้รับการช่วยเหลือตามกฎหมาย ดังนั้นเจ้าของรถทุกคนต้องต่อประกันภัย พ.ร.บ. ทุกปี เพื่อเป็นหลักประกันให้มีความคุ้มครองที่ต่อเนื่อง โดยตอนนี้ผู้ใช้รถจักรยานยนต์ สามารถซื้อ พ.ร.บ.รถจักรยานยนต์ ออนไลน์ ของบริษัทกลางฯ ได้ด้วยตัวเอง ทั้งผ่าน ไลน์ @iRVP หรือทำผ่าน website บริษัทกลางฯ ที่ www.rvp.co.th ง่ายและสะดวกรวดเร็ว คุ้มครองทันที หรือสอบถามรายละเอียดได้ที่ Call Center บริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด   โทร.1791 ตลอด 24 ชั่วโมง  

16 Nov 2022

...

  ธนาคารออมสิน โดย นายวิทัย รัตนากร ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน (ลำดับที่ 5 จากขวา) ได้รับพระราชทานผ้าพระกฐิน เพื่อนำไปทอดถวายแด่พระสงฆ์ วัดพระบรมธาตุไชยาราชวรวิหาร จังหวัดสุราษฏร์ธานี เพื่อการส่งเสริมทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาให้มีความเจริญมั่นคงสืบไป บริษัท ทิพยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) โดย นางสาวสุกัลยา ศุภมงคล ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานเครือข่ายธุรกิจ (ลำดับที่ 5 จากซ้าย) และพนักงาน เข้าร่วมพิธี ณ วัดพระบรมธาตุไชยาราชวรวิหาร อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฏร์ธานี  

13 Nov 2022

Banner Banner Banner Banner Banner

Banner
    เตรียมจัดงาน CEO THAILAND OF THE YEAR 2023  มอบรางวัล “สุดยอดผู้บริหาร-สุดยอดองค์กรแห่งปี 2566”  ในวันที่ 14 มกราคม 2566   เนื่องในโอกาสครบรอบ 18 ปี (ก้าวสู่ปีที่ 19) ของสื่อนิตยสาร และสื่อออนไลน์ CEO THAILAND ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 14 มกราคม 2566 สื่อ CEO THAILAND ได้เตรียมการจัดงานมอบรางวัล “สุดยอดผู้บริหารแห่งปี 2566” และ “สุดยอดองค์กรแห่งปี 2566” ณ ห้องบอลรูม โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ วิภาวดีรังสิต สำหรับรางวัลที่จัดขึ้น 2 รางวัล ประกอบด้วย 1. รางวัลสุดยอดผู้บริหารแห่งปี 2566 (CEO OF THE YEAR 2023) เป็นรางวัลที่มอบให้กับผู้บริหารที่มีความโดดเด่นในการบริหารองค์กร ให้เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการสร้างผลงานการบริหารองค์กรได้อย่างยอดเยี่ยมในรอบหลายปีที่ผ่านมา  รวมทั้งการทำกิจกรรมและสร้างประโยชน์ให้กับสังคมโดยรวม 2. รางวัลสุดยอดองค์กรแห่งปี 2566 (ORGANIZATION OF THE YEAR 2023) เป็นรางวัลที่มอบให้กับองคกรที่สร้างผลงาน/ผลประกอบการได้อย่างยอดเยี่ยมในรอบหลายที่ผ่านมา ทั้งในแง่ยอดขาย ผลกำไร และการคืนกำไรสู่สังคม ผมในฐานะผู้บริหารสื่อ และผู้จัดงานมอบรางวัลในครั้งนี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่า คงจะได้รับการสนับสนุนการจัดงานในครั้งนี้จากผู้สนับสนุนเป็นอย่างดีเหมือนกับในรอบ 18 ปีที่ผ่านมา ที่เราได้ทำงานร่วมกับบริษัท ห้างร้าน และพันธมิตรธุรกิจ ที่ให้การสนับสนุนด้วยดีเสมอมา หลังจากเมื่อปีที่ผ่านมา ในการมอบรางวัลครั้งแรก เราไม่ได้จัดงานเพราะพิษโควิด-19 โดยหวังว่าปี 2566  คงจะไม่มีอุปสรรคเรื่องโควิด-19 และการจัดงานคงจะลุล่วงไปด้วยดี และขอขอบพระคุณลูกค้าและผู้ที่สนับสนุนสื่อนิตยสาร และสื่อออนไลน์ CEO THAILAND ด้วยดีอีกครั้ง สำหรับองค์กรหรือบุคคลท่านใด ที่ต้องการทราบรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถสอบถามได้ที่ โทร. 081-345-8999 , ID Line 0813458999 , Email : ake_vara@hotmail.com , สื่อออนไลน์ CEO THAILAND : www.ceothailand.net   ขอแสดงความนับถือ นายเอกวรพงศ์ อำนวยทรัพย์ บรรณาธิการบริหาร สื่อ CEO THAILAND  
อ่านต่อ...
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner