Responsive image

Friday, 07 Aug 2026

Banner

หน้าแรก > ECONOMY- FINANCE / เศรษฐกิจ - การเงิน


เคทีซีไปต่อ เขย่าแผนธุรกิจสู้โควิด-19 ดันกำไรครึ่งปี 3,352 ล้านบาท เดินหน้าขยายขอบเขตธุรกิจสินเชื่อ รักษาฐานสมาชิกและช่วยเหลือผู้เดือดร้อน

Sun 18/07/2564


เคทีซีแจ้งกำไรสุทธิครึ่งปีแรกโต 20.1% เท่ากับ 3,352 ล้านบาท ส่วนของกำไรสุทธิไตรมาส 2 เท่ากับ 1,703 ล้านบาท แม้จะได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 ต่อเนื่องมาถึงระลอก 3 โดยใช้ประสบการณ์ปรับกลยุทธ์ในการทำธุรกิจเพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ส่งผลให้การดำเนินงานโดยรวมยังผ่านไปได้ดี เงินให้สินเชื่อแก่ลูกหนี้และดอกเบี้ยค้างรับรวมเพิ่มขึ้น ในขณะที่ NPL อยู่ในระดับใกล้เคียงเดิม พร้อมเดินหน้าครึ่งปีหลังขยายธุรกิจสินเชื่อมีหลักประกันให้ครบวงจร รักษาฐานสมาชิกและบริหารคุณภาพพอร์ตลูกหนี้ ช่วยเหลือผู้เดือดร้อนจากโควิด-19 ร่วมกับองค์กรการกุศลต่างๆ และขยายเวลาช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อยจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2564 ตามมาตรการของธนาคารแห่งประเทศไทย

นายระเฑียร  ศรีมงคล  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ภาพรวมของอุตสาหกรรมสินเชื่อเพื่อผู้บริโภคในช่วง 6 เดือนของปีนี้ยังคงเติบโต ภายใต้สภาวะเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอนจากการระบาดระลอกใหม่ของไวรัสโควิด-19 สำหรับภาพรวมการดำเนินงานธุรกิจของเคทีซียังผ่านไปได้ดี โดยเรียนรู้จากประสบการณ์มาเป็นเข็มทิศในการปรับแผนกลยุทธ์เพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น โดยสิ้นเดือนพฤษภาคม 2564 บริษัทฯ มีการขยายตัวของลูกหนี้บัตรเครดิตเท่ากับ 10.4% (อุตสาหกรรมโต 8.6%) ทำให้เคทีซีมีสัดส่วนของลูกหนี้บัตรเครดิตเทียบกับอุตสาหกรรมเท่ากับ 13.7% เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปี 2563 ที่มีสัดส่วน 13.5% ปริมาณการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตเพิ่มขึ้น 5.4% (อุตสาหกรรมโต 2.2%) และสัดส่วนลูกหนี้สินเชื่อบุคคลเทียบกับอุตสาหกรรมเท่ากับ 4.7%”

“อย่างไรก็ดีสถานการณ์แพร่รระบาดของไวรัสโควิด-19 อย่างต่อเนื่องถึงระลอก 3 ได้ส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและการจัดหาสมาชิกใหม่ทำได้ยากขึ้น รวมถึงการเติบโตของพอร์ตลูกหนี้รวมและปริมาณการใช้จ่ายผ่านบัตรขยายตัวได้ไม่มาก เคทีซีจึงมีแผนสร้างโมเดลธุรกิจขยายตัวไปยังสินเชื่อมีหลักประกันมากขึ้น โดยได้เข้าซื้อหุ้น 75.05% ของบริษัท กรุงไทยธุรกิจลีสซิ่ง จำกัด (KTBL) เมื่อปลายเดือนพฤษภาคม 2564 และภายหลังการตรวจสอบตามเงื่อนไขเสร็จสิ้นในเดือนพฤศจิกายน 2564 KTBL จะเป็นหนึ่งในบริษัทย่อยของเคทีซี”

“สำหรับผลการดำเนินงานสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2564 เปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2563 เคทีซีมีกำไรสุทธิในช่วงครึ่งปีแรก 3,352 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.1% และมีกำไรสุทธิในไตรมาส 2 เท่ากับ 1,703 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 48.2% ซึ่งแม้ว่าบริษัทฯ จะมีรายได้รวมลดลง แต่ยังสามารถบริหารจัดการค่าใช้จ่ายรวมให้ต่ำลง จากการลดค่าใช้จ่ายทางการเงินและผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นลดลงไปได้ อีกทั้งมีรายได้หนี้สูญได้รับคืนอยู่ในระดับที่ดีขึ้น และรักษาอัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพต่อเงินให้สินเชื่อ (NPL) อยู่ในระดับที่ใกล้เคียงเดิม ท่ามกลางสถานการณ์ที่มีหลายปัจจัยผันแปร จึงเป็นผลให้ไตรมาส 2 ที่ผ่านมา เคทีซีมีสัดส่วนค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานรวมต่อรายได้เพิ่มขึ้นเล็กน้อย มีกำไรก่อนผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นลดลงที่ -5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งการมีพอร์ตลูกหนี้คุณภาพดี ทำให้ความจำเป็นในการตั้งค่าเผื่อผลขาดทุนที่คาดว่าจะเกิดขึ้นน้อยลงไปด้วย ส่งผลให้กำไรสุทธิของบริษัทฯ เติบโตตามสัดส่วนข้างต้น”

“โดยที่เงินให้สินเชื่อแก่ลูกหนี้และดอกเบี้ยค้างรับรวม 89,444 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ฐานสมาชิกรวม 3.3 ล้านบัญชี  แบ่งเป็นพอร์ตสมาชิกบัตรเครดิต 2,544,573 บัตร เงินให้สินเชื่อแก่ลูกหนี้บัตรเครดิตและดอกเบี้ยค้างรับรวม 55,708 ล้านบาท  ปริมาณการใช้จ่ายผ่านบัตรครึ่งปีแรกเท่ากับ 94,160 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.9% (ไตรมาส 2 มูลค่า 45,739 ล้านบาท ขยายตัว 13.1%) NPL ต่อเงินให้สินเชื่อลูกหนี้รวมอยู่ที่ 4.4% เพิ่มขึ้นจาก 1.9% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2564 จากสาเหตุหลักของการนับรวมพอร์ตลูกหนี้สัญญาเช่าซื้อจาก KTBL ประกอบกับการ      แพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ส่งผลให้ความสามารถในการชำระของลูกหนี้ลดลง และ NPL ต่อเงินให้สินเชื่อลูกหนี้บัตรเครดิตเท่ากับ 1.5% พอร์ตสมาชิกสินเชื่อบุคคลเคทีซี 802,971 บัญชี เงินให้สินเชื่อแก่ลูกหนี้สินเชื่อบุคคลและดอกเบี้ยค้างรับรวม 29,480 ล้านบาท NPL ต่อเงินให้สินเชื่อลูกหนี้บุคคลอยู่ที่ 3.0% พอร์ตลูกหนี้ตามสัญญาเช่า 4,255 ล้านบาท NPL ต่อเงินให้สินเชื่อลูกหนี้ตามสัญญาเช่าเท่ากับ 51.7%”

“เคทีซียังสามารถทำรายได้รวมในไตรมาส 2/2564 ใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้าที่ 5,406 ล้านบาท แบ่งเป็นรายได้ดอกเบี้ยรวม (รวมรายได้ค่าธรรมเนียมการใช้วงเงิน) 3,430 ล้านบาท (ธุรกิจบัตรเครดิต 1,639 ล้านบาท สินเชื่อบุคคล 1,766 ล้านบาท และรายได้ดอกเบี้ยจากลูกหนี้ตามสัญญาเช่าของ KTBL 25 ล้านบาท) ลดลง -5.6% จากการปรับลดเพดานดอกเบี้ยในธุรกิจบัตรเครดิตเป็น 16% รายได้ค่าธรรมเนียม (ไม่รวมค่าธรรมเนียมการใช้วงเงิน) 1,042 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.6% จากรายได้ค่าธรรรมเนียม Interchange และรายได้ค่าธรรมเนียมส่วนลดจากร้านค้าผู้รับชำระบัตรที่เป็นสมาชิกของเคทีซีเพิ่มขึ้นเป็น 42,625 ร้านค้า และรายได้ค่าธรรมเนียมในการเบิกเงินสดล่วงหน้าเพิ่มขึ้น แต่ค่าธรรมเนียมในการติดตามหนี้ลดลง รายได้หนี้สูญได้รับคืน 833 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 19.3%) และรายได้อื่นๆ 100 ล้านบาท ในขณะที่รายได้รวมครึ่งแรกของปี 2564 อยู่ที่ 10,798 ล้านบาท ลดลง -2.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า และมีค่าใช้จ่ายรวมในไตรมาส 2/2564 เท่ากับ 3,278 ล้านบาท ลดลง -17.3% แบ่งเป็นผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น 1,144 ล้านบาท (ลดลง -45.1%) ต้นทุนทางการเงิน 359 ล้านบาท (ลดลง -5.3%) และค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานรวม 1,775 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 18.3%) โดยมีวงเงินสินเชื่อคงเหลือ (Available Credit Line) จำนวน 22,330 ล้านบาท ต้นทุนการเงิน 2.62% และอัตราส่วนของหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 2.45 เท่า ต่ำกว่าภาระผูกพันที่กำหนดไว้ที่ 10 เท่า”

“เนื่องจากสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 ยังมีความไม่แน่นอน และเกิดคลัสเตอร์ใหม่ๆ กระจายไปในวงกว้าง เพิ่มจำนวนผู้ติดเชื้อรายวันสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว บริษัทฯ ได้ขยายเวลาให้ลูกหนี้สมาชิกที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19สมัครรับความช่วยเหลือด้านสินเชื่อจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2564 เพื่อสนับสนุนมาตรการของธนาคารแห่งประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง โดยมีกลุ่มลูกหนี้ที่เข้าร่วมมาตรการช่วยเหลือรวม 21,564 บัญชี ด้วยยอดหนี้คงเหลือที่ 1,545 ล้านบาท นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้ร่วมกับองค์กรการกุศลดำเนินกิจกรรมต่างๆ เพื่อช่วยเหลือผู้เดือดร้อน เช่น ร่วมกับสมาชิกบัตรเครดิตบริจาคคะแนนสะสม KTC FOREVER เปลี่ยนเป็นเงินสมทบทุนชุดธารน้ำใจส่งต่อให้ผู้ที่ต้องกักตน 14 วัน ผ่านสภากาชาดไทย และสนับสนุนการจัดหาอุปกรณ์ทางการแพทย์และรักษาผู้ป่วยผ่านมูลนิธิรามาธิบดี ศิริราชมูลนิธิ โรงพยาบาลราชวิถี และกิจกรรมเปลี่ยนใจเป็นบุญ ชวนแฟนเพจ KTC Journey (เคทีซี เจอนี่) ส่งสติ๊กเกอร์เพื่อเปลี่ยนเป็นเงินสนับสนุนอุปกรณ์ทางการแพทย์ ตลอดจนดูแลสุขภาวะอนามัยของพนักงานเพื่อป้องการการแพร่ระบาด”

“สำหรับทิศทางธุรกิจครึ่งปีหลัง เคทีซีจะขยายขอบเขตธุรกิจสินเชื่อให้หลากหลายและครอบคลุมทั้งเคทีซี พี่เบิ้ม และธุรกิจลีสซิ่ง เพื่อมุ่งสู่การเป็นผู้นำธุรกิจสินเชื่อเบ็ดเสร็จครบวงจร ที่เน้นความต้องการของลูกค้าเป็นสำคัญเพื่อสร้างความประทับใจให้กับสมาชิก และจะดูแลรักษาฐานสมาชิกที่มีอยู่เดิมให้ได้รับความพึงพอใจ โดยมีเป้าหมายหลักในการทำธุรกิจดังนี้ ปริมาณการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตในปี 2564 จะมีมูลค่า 200,000 ล้านบาท หรือขยายตัวที่ 5% ปรับลดลงจากประมาณการเดิมที่คาดว่าขยายตัว 8% บริหารมูลค่ายอดลูกหนี้สินเชื่อบุคคลให้ใกล้เคียงกับปี 2563 สำหรับสินเชื่อมีหลักประกัน “เคทีซี พี่เบิ้ม” รวมสินเชื่อจากบริษัท กรุงไทยธุรกิจลีสซิ่ง จำกัด ตั้งเป้าหมายสินเชื่อที่ 1,000 ล้านบาท ด้านร้านค้ารับบัตรจะเน้นช่องทางออนไลน์ผ่านความร่วมมือกับพันธมิตร”

 


Tags : เคทีซี KTC ระเฑียร ศรีมงคล โควิด-19 COVID-19 เคทีซีกำไรครึ่งปี2564 ธุรกิจสินเชื่อ บัตรกรุงไทย


Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

...

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า การออมเป็นรากฐานสำคัญของความมั่นคงทางการเงิน สอดรับกับนโยบายรัฐบาลที่มุ่งส่งเสริมให้ประชาชนมีวินัยการออม สามารถออมได้ต่อเนื่อง และต่อยอดเงินออมให้เกิดผลตอบแทนที่เหมาะสม เพื่อสร้างความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว ธนาคารออมสินจึงเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์การออมที่ตอบโจทย์ประชาชน โดยเฉพาะผู้ที่มีเงินก้อนและกำลังมองหาทางเลือกในการบริหารเงินออมให้ได้รับผลตอบแทนที่คุ้มค่า ควบคู่กับการรักษาเงินต้นอย่างมั่นคงและปลอดภัย ล่าสุด เปิดตัว 2 ผลิตภัณฑ์ ได้แก่ “สลากออมสินพิเศษ 5 ปี” ที่ให้ออมเงินพร้อมสิทธิ์ลุ้นรางวัลสูงสุด 20 ล้านบาททุกเดือนตลอดอายุสลาก และ เงินฝากเผื่อเรียกพิเศษ “ออมสิน ออมสุข” ซึ่งเป็นครั้งแรกของธนาคารออมสิน ที่ให้ผู้ฝากรับดอกเบี้ยทุกเดือนในอัตราเทียบเท่าเงินฝากประจำ 1.52% ต่อปี โดยไม่ต้องเสียภาษี ที่สำคัญ เงินฝากและดอกเบี้ยของลูกค้าธนาคารออมสินยังได้รับการประกันเต็มจำนวนจากรัฐบาลตามกฎหมาย จึงเป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการต่อยอดเงินออมอย่างมั่นใจ สะท้อนบทบาทของออมสินในฐานะ “ธนาคารเพื่อทุกชีวิต” ที่พร้อมส่งเสริมให้ประชาชนมีความมั่นคงทางการเงินอย่างยั่งยืน โดยทั้ง 2 ผลิตภัณฑ์มีรายละเอียดดังนี้ - ออมพร้อมลุ้นโชคสูงสุด 20 ล้านบาททุกเดือน กับ “สลากออมสินพิเศษ 5 ปี” เปิดรับฝากทั้งแบบใบสลากและสลากดิจิทัล ราคาหน่วยละ 500 บาท ระยะเวลารับฝาก 5 ปี ซื้อขั้นต่ำแบบใบสลาก 500 บาท และแบบดิจิทัล 1,000 บาท เมื่อฝากครบกำหนดได้รับดอกเบี้ย 5 บาท/หน่วย คิดเป็นอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 0.20% ต่อปี พร้อมสิทธิ์ลุ้นรางวัล เดือนละ 2 รอบ รวม 120 รอบตลอดอายุสลาก กรณีถอนก่อนครบกำหนดได้รับดอกเบี้ยตามเงื่อนไขของผลิตภัณฑ์ โดยดอกเบี้ยและเงินรางวัลสำหรับบุคคลธรรมดาได้รับการยกเว้นภาษี ซื้อสลากได้ตั้งแต่วันที่ 2 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป ที่ธนาคารออมสินทุกสาขา หรือกดซื้ออย่างสะดวกด้วยตนเองผ่านแอป MyMo   - ออมแบบรับดอกเบี้ยทุกเดือน กับเงินฝากเผื่อเรียกพิเศษ “ออมสิน ออมสุข” สำหรับบุคคลธรรมดาอายุ 7 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป เปิดบัญชีขั้นต่ำ 100,000 บาท ฝากเพิ่มครั้งละไม่น้อยกว่า 10,000 บาท ไม่จำกัดวงเงินรับฝากสูงสุด ระยะเวลาฝาก 3 ปี รับอัตราดอกเบี้ย 1.30% ต่อปี หรือเทียบเท่าเงินฝากประจำ 1.52% ต่อปี รับดอกเบี้ยทุกเดือนแบบวันชนวัน โดยไม่ต้องเสียภาษี และกรณีถอนก่อนครบกำหนด ธนาคารจะไม่เรียกคืนดอกเบี้ยที่ได้รับไปแล้ว เปิดรับฝากตั้งแต่วันที่ 2 สิงหาคม – 31 ตุลาคม 2569 ณ ธนาคารออมสินทุกสาขาทั่วประเทศ ผลิตภัณฑ์ส่งเสริมการออมทั้ง 2 รูปแบบ ช่วยให้ผู้มีเงินก้อนสามารถเลือกวางแผนการออมให้สอดคล้องกับเป้าหมายของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นการออมพร้อมโอกาสลุ้นรับรางวัล หรือการรับผลตอบแทนสม่ำเสมอทุกเดือน เพื่อสร้างความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ธนาคารออมสินทุกสาขาทั่วประเทศ เว็บไซต์ธนาคารออมสิน www.gsb.or.th หรือ GSB Contact Center โทร. 1115

04 Aug 2026

...

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นำผู้บริหารหน่วยงานภายใต้สังกัดกระทรวงการคลัง ร่วมเป็นเจ้าภาพในพิธีบำเพ็ญกุศลปัญญาสมวาร ในวาระครบ 50 วันแห่งการสิ้นพระชนม์ อุทิศถวายเป็นพระกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เพื่อแสดงความอาลัยและน้อมรำลึกในพระกรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น โดยมีนายเสกสรรค์ จันทร์ขวาง รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เป็นผู้แทนธนาคารเข้าร่วมพิธี เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 ณ ห้องกำปั่นเงิน ชั้น 21 อาคาร 150 ปี กระทรวงการคลัง    

02 Aug 2026

...

ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เชิญสัมผัสประสบการณ์การท่องเที่ยววิถีเกษตรกับรายการ “หอมแผ่นดิน กลิ่นไอเกษตร” ตอนที่ 11 เดินทางไปเช็กอินกว๊านพะเยา ไปกับ “เต้ย - พงศกร   เมตตาริกานนท์” แท็กทีมกับแขกรับเชิญเพื่อนซี้อย่าง “เต๋า – เศรษฐพงศ์ เพียงพอ” ที่จะนำทุกท่านไปท่องเที่ยวสัมผัส  มนต์เสน่ห์เมืองอู่น้ำ ณ จังหวัดพะเยา ที่เต็มไปด้วยความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติ โดยเริ่มต้นด้วยการไหว้ "อนุสาวรีย์พ่อขุนงำเมือง" จุดศูนย์รวมจิตใจของชาวพะเยาริมกว๊านพะเยา เพื่อเสริมความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต ต่อด้วยการไปสัมผัสบรรยากาศธรรมชาติด้วยการนั่ง "เรือแจวพื้นบ้าน" บนผืนน้ำที่กว้างใหญ่ที่สุดในภาคเหนือ เพื่อไปกราบขอพรหลวงพ่อศิลา ณ "วัดติโลกอาราม" โบราณสถานกลางน้ำยุคอาณาจักรล้านนาที่มีอายุกว่า 500 ปี และพลาดไม่ได้กับการเติมพลังที่ร้านอาหารในตำนานริมกว๊านพะเยาอย่าง "ร้านปลาส้มไร้ก้าง แม่ทองปอน" ลิ้มรสปลาส้มทอดสูตรโบราณเนื้อแน่นรสชาติเปรี้ยวกลมกล่อม ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น "มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม"     ส่วนไฮไลต์สำคัญที่ห้ามพลาดคือ การเดินทางไปเยี่ยมชมอาณาจักร "บัวศิริ ชาบัวกว๊านพะเยา" เพื่อพิสูจน์ความมหัศจรรย์ของ "บัวหลวงชนิดดอกสีชมพู" พืชท้องถิ่นที่เป็นเอกลักษณะแห่งกว๊านพะเยา และพบกับการนำกลีบและเกสรบัวมายกระดับให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มชาสุดพรีเมียม ที่ผลิตด้วยนวัตกรรม Smart Drying ทำให้สามารถรักษากลิ่นหอม และคุณค่าทางสารอาหาร อย่างสารต้านอนุมูลอิสระ ที่มีประโยชน์ในการบำรุงหัวใจไว้ได้อย่างครบถ้วน โดยมี ธ.ก.ส. เป็นผู้สนับสนุนสำคัญในด้านเงินทุน การเติมองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยี นวัตกรรม การพัฒนาบรรจุภัณฑ์และการแปรรูป พร้อมเชื่อมโยงเครือข่ายการตลาดตลอดห่วงโซ่ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างรายได้และยกระดับเกษตรกรลูกค้าไปสู่การแข่งขันได้อย่างยั่งยืน สำหรับผู้ที่สนใจผลิตภัณฑ์ชุมชน ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ บัวศิริ ชาบัวกว๊านพะเยา เบอร์โทรศัพท์ 089 997 3634     เตรียมพบกับความสนุกของทริปท่องเที่ยวที่มาพร้อมกับการสร้างแรงบันดาลใจในการนำดอกบัวมายกระดับสู่ผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มสุดพรีเมียม ติดตามการเดินทางครั้งนี้ได้ในรายการ "หอมแผ่นดิน กลิ่นไอเกษตร" ในสไตล์ ธ.ก.ส. The Way We Are ถ้าคุณได้สัมผัส คุณจะรัก ธ.ก.ส. ในวันเสาร์ที่ 1 สิงหาคมนี้ เวลา 20.20 น. ทางช่อง 9 MCOT HD และรับชมผ่านไลฟ์บน Facebook Page: 9 MCOT หรือรับชมย้อนหลังผ่านทาง Youtube: BAAC Thailand ทั้งนี้ สำหรับผู้ที่สนใจผลิตภัณฑ์สินค้าคุณภาพระดับพรีเมียม ธ.ก.ส. ได้คัดเลือกและรวบรวมผลิตภัณฑ์จากลูกค้า ธ.ก.ส. ทั่วประเทศมาไว้ในแพลตฟอร์ม BAAC Matching เพื่อสนับสนุนช่องทางการตลาดออนไลน์ให้กับเกษตรกรลูกค้า และอำนวยความสะดวกให้กับผู้บริโภคในการเลือกซื้อ เลือกชมและสั่งซื้อผลิตภัณฑ์คุณภาพได้โดยตรงจากร้านค้าผู้ประกอบการลูกค้า ธ.ก.ส. ได้ทุกที่ ทุกเวลา คลิกเลย https://baacmatching.baac.or.th

31 Jul 2026

...

  นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารเดินหน้าส่งเสริมวินัยทางการเงินให้แก่ผู้ประกอบการรายย่อย โดยเฉพาะกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าที่มักประสบปัญหาการจัดสรรเงิน เนื่องจากใช้บัญชีรับชำระเงินบัญชีเดียวผ่านแอปร้านค้าออมสินมหาเฮง ทำให้บริหารจัดการเงินออมและค่าใช้จ่ายได้ยาก ล่าสุด ธนาคารจึงเปิดตัวบัญชีเงินฝาก “ออมสินมหาเฮง” นวัตกรรมเงินฝากที่ช่วยโอนเงินจากยอดขายเข้าบัญชีเงินฝากอัตโนมัติ ช่วยสร้างวินัยการออมรายวัน จัดสรรเงินสำรองไว้เป็นค่าใช้จ่ายกิจการ เช่น ค่าเช่าพื้นที่ ค่าน้ำ ค่าไฟ ได้อย่างสะดวก พร้อมรับอัตราดอกเบี้ยสูง 0.50% ต่อปี โดยไม่ต้องเสียภาษี อีกทั้งเงินฝากของลูกค้าธนาคารออมสินทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยยังมีความมั่นคงโดยได้รับการประกันเต็มจำนวนจากรัฐบาลตามกฎหมาย นับเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้คนค้าขาย สะสมเงินทีละเล็กละน้อยจนเป็นเงินก้อน เพื่อสร้างความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว บัญชีเงินฝาก “ออมสินมหาเฮง” เป็นบัญชีประเภทเผื่อเรียกสำหรับบุคคลธรรมดาที่ใช้แอปร้านค้าออมสินมหาเฮงรับชำระค่าสินค้าและบริการ โดยระบบจะโอนเงินจากยอดขายประจำวันเข้าบัญชีอัตโนมัติตามจำนวนที่กำหนด ให้สิทธิ์เปิดบัญชี 1 คนต่อ 1 บัญชี เริ่มต้นฝากได้ตั้งแต่ 1 บาทขึ้นไปต่อการปิดยอดขายแต่ละครั้ง และไม่จำกัดวงเงินรับฝากสูงสุด ทั้งนี้ การนำเงินเข้าบัญชีจะทำได้ผ่านบริการออมเงินอัตโนมัติในแอปร้านค้าออมสินมหาเฮงเท่านั้น (ยกเว้นการเปิดบัญชีครั้งแรกที่ทำได้ ณ สาขา) ส่วนการทำธุรกรรมอื่น ๆ เช่น การโอนเงิน ถอนเงิน หรือสแกนชำระค่าสินค้าและบริการ สามารถทำได้ตามปกติเหมือนบัญชีเงินฝากทั่วไป รับอัตราดอกเบี้ย 0.50% ต่อปี จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2569 อัตราดอกเบี้ยหลังจากนั้นให้เป็นตามประกาศของธนาคาร และได้รับการยกเว้นภาษี ผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สาขาธนาคารออมสินทุกแห่งทั่วประเทศ เว็บไซต์ธนาคารออมสิน www.gsb.or.th​ และ GSB Contact Center โทร. 1115

28 Jul 2026

Banner Banner Banner Banner Banner

Banner
  เปิดแผนงานสื่อ CEO THAILAND ปี 2569-2570 รุกคืบงานวิทยุ - ทีวี - อีเวนต์สื่อ                  สวัสดีครับท่านสมาชิกและผู้ติดตามสื่อออนไลน์ และสื่อในเครือ CEO THAILAND ตลอดมา 21 ปี ช่วงนี้ว่างเว้นจากสนามการเมืองระยะหนึ่ง ผมพอมีเวลากลับมาสานต่องานสื่อสักระยะหนึ่งคือในช่วงปี 2569-2570 จะกลับมาช่วยงานสื่อในฐานะที่ปรึกษา โดยจะยังเน้นในเรื่องสื่อออนไลน์ สื่อทีวี และสื่อวิทยุ และงานอีเวนต์ต่อเนื่องจากสื่อ ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2569 เป็นต้นไป ผมมีแผนงานของบริษัท เอก-วรา พับลิค รีเรชันส์ จำกัด ในสื่อดังต่อไปนี้คือ                          1. สื่อออนไลน์ CEO THAILAND              2. จัดทำรายการวิทยุ “คลื่นประกันภัย-การเงิน” ทางสถานีวิทยุ 96.25 MHZ (สถานีวิทยุการท่องเที่ยววัฒนธรรม) โครงการจัดทำรายการวิทยุเชิงข่าวสารในแวดวงประกันภัยและการเงิน นำเสนอข่าวสารเกี่ยวกับการประกันภัย-ประกันชีวิต  การเงิน และธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ทั้งสินเชื่อ ไฟแนนซ์ อสังหาริมทรัพย์ SMEs ออกอากาศทุกวันศุกร์ของทุกสัปดาห์ เวลา 17.00-18.00 น. ในเดือนสิงหาคม 2569               3. เดือนสิงหาคม 2569 สื่อได้จัดทำรายการทีวี “เรื่องเด่น...ประเด็นดัง” ออนแอร์ออกอากาศทางNBT2 ซึ่งเป็นรายการสดทีวี ที่นำเสนอนโยบายรัฐบาล และวิสัยทัศน์ ของผู้บริหารองค์กรภาครัฐ และภาคเอกชนในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสังคม บริการสาธารณะและบริการพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับสังคม และพี่น้องประชาชน ออกอากาศ ทุกวันจันทร์ที่ 1 และ 3 ของเดือน เวลา 10.00-10.30 น.               4. จัดงานมอบรางวัล “สุดยอดผู้บริหาร-องค์กรแห่งปี 2569” เดือนธันวาคม 2569 ที่จังหวัดกาญจนบุรี โครงการรับรางวัล  “สุดยอดผู้บริหาร-องค์กรแห่งปี 2569” เพื่อประกาศเกียรติคุณให้ผู้บริหารและองค์กรที่สร้างผลงานโดดเด่น ทั้งยังเป็นการกระตุ้นภาคธุรกิจเครือข่าย และSMEs ความตื่นตัวของชุมชนในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี รวมทั้งยังเป็นการสานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสื่อมวลชน-ภาคธุรกิจ -ผู้ประกอบการในพื้นที่ และพี่น้องประชาชน สื่อ CEO THAILAND จึงได้ร่วมกันจัดงานมอบรางวัลดังกล่าวขึ้น               5. โครงการจัดงานสัมมนา  “ทิศทางธุรกิจประกันภัย-การเงินแห่งปี 2569” ในเดือนธันวาคม 2569เพื่อเป็นการกระตุ้นภาคธุรกิจประกันภัยและการเงินในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรีและจังหวัดใกล้เคียง เพื่อความตื่นตัวของชุมชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร รวมทั้งจังหวัดกาญจนบุรี อีกทั้งยังเป็นการสานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสื่อมวลชน-ภาคธุรกิจ-ผู้ประกอบการในพื้นที่ และพี่น้องประชาชน สื่อ CEO THAILAND จึงได้ร่วมกันจัดงานสัมมนาดังกล่าวขึ้น               6. จัดงาน CSR ณ โรงเรียนบ้านท่าทุ่ม จ.กาญจนบุรี ในวันที่ 31 มกราคม 2570 โครงการจัดงานกิจกรรมเพื่อสังคม “CEO THAILAND CSR  OF THE YEAR 2027” เพื่อคืนกำไรสู่สังคมและสร้างความรู้ความเข้าใจให้คนในสังคม เป็นการกระตุ้นภาคธุรกิจประกันภัยและการเงิน และความตื่นตัวของชุมชนในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี อีกทั้งยังเป็นการสานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสื่อมวลชน-ภาคธุรกิจ -ผู้ประกอบการในพื้นที่ และพี่น้องประชาชนในพื้นที่ สื่อ CEO THAILAND จึงได้ร่วมกันจัดงานกิจกรรมดังกล่าวขึ้น T                                                                                                        (นายเอกวรพงศ์ อำนวยทรัพย์)
อ่านต่อ...
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner