Responsive image

Friday, 29 May 2026

Banner

หน้าแรก > ECONOMY- FINANCE / เศรษฐกิจ - การเงิน


เคทีซีขึงเส้นทางใหม่ สร้าง New S Curve ทำกำไรนิวไฮปี 2565 ปั้นแอปฯ MAAI By KTC รุกตลาดฉลองศักราชใหม่ ผนึกพันธมิตรเดินหน้าสินเชื่อมีหลักประกันเต็มตัว

Fri 21/01/2565


เคทีซีพร้อมเดินเครื่อง หวังดันพอร์ตเกินแสนล้านบาท สร้างกำไรนิวไฮระลอกใหม่ หลังวิกฤตโควิด-19 ปักธงสองโมเดลธุรกิจขับเคลื่อนอนาคต (New S Curve) บนเส้นทางใหม่ (New Voyage) 1. “MAAI By KTC” ผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ให้บริการด้านลอยัลตี้แพลทฟอร์มแบบครบวงจรแก่พันธมิตรธุรกิจ ในรูปแบบของโมบายแอปพลิเคชัน 2. “เคทีซี พี่เบิ้ม” ปรับเป้าสินเชื่อสิ้นปี 2565 ขึ้นเป็น 11,500 ล้านบาท โดยผนึกความร่วมมือผ่านเครือข่ายทั่วประเทศ “ธนาคารกรุงไทย” และกรุงไทยธุรกิจลีสซิ่ง รุกธุรกิจสินเชื่อมีหลักประกันเต็มกำลัง รวมทั้งขยายฐานสมาชิกบัตรเครดิตและสินเชื่อบุคคล สร้างสิทธิประโยชน์ทางการตลาดและออกผลิตภัณฑ์ใหม่ร่วมกับพันธมิตรธุรกิจต่างๆ เพื่อให้สมาชิก-พันธมิตร-เคทีซีได้รับประโยชน์ร่วมกัน พร้อมสร้างเครือข่ายร้านค้าไปยังกลุ่มพรีเมี่ยมและไลฟ์สไตล์มากขึ้น ตอบโจทย์การใช้บัตรเครดิตที่ครอบคลุมทุกความต้องการของสมาชิก และขับเคลื่อนธุรกิจเพื่อความยั่งยืนอย่างรับผิดชอบ

นายระเฑียร ศรีมงคล  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “หลังจากสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้น และมีการเปิดประเทศตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2564 เป็นต้นมา ส่งผลให้เศรษฐกิจและการใช้จ่ายของผู้บริโภคมีแนวโน้มดีขึ้นตามลำดับ ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีกับตลาดสินเชื่อเพื่อผู้บริโภค และเป็นโอกาสที่จะผลักดันธุรกิจเคทีซีให้เติบโต และมีความเป็นไปได้ที่จะสร้างสถิติใหม่ของการทำกำไรสูงสุดมากกว่า 6 พันล้านบาท กับพอร์ตสินเชื่อที่เกินแสนล้านบาท ด้วยสองโมเดลธุรกิจใหม่ที่เราตั้งใจสร้างขึ้นกับการออกเดินทางครั้งใหม่ เพื่อส่งความสุขเป็นของรับขวัญสมาชิก หลังผ่านความทุกข์จากวิกฤติโควิด-19 รวมทั้งการเดินหน้าธุรกิจบัตรเครดิตและสินเชื่อบุคคล เพื่อขยายฐานสมาชิกกลุ่มใหม่และดูแลคุณภาพพอร์ตลูกหนี้ ตลอดจนคัดสรรสิทธิประโยชน์ที่ทรงคุณค่า ตอบสนองทุกความต้องการของสมาชิกกว่า 3.3 ล้านบัญชี”

“สองโมเดลธุรกิจที่จะเป็นเรือธงขับเคลื่อนธุรกิจเคทีซีให้สามารถสร้าง New S Curve และมีรายได้เติบโตอย่างยั่งยืน คือ แพลทฟอร์ม “MAAI BY KTC” ซึ่งเป็นการต่อยอดจากความแข็งแกร่งของเคทีซีในการทำระบบคะแนนสะสม และความเชี่ยวชาญด้านการตลาดในการบริหารคะแนน KTC FOREVER ที่ตอบโจทย์และครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์”

“MAAI BY KTC จึงเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่จากเคทีซีที่ให้บริการกับพันธมิตรธุรกิจที่มีความต้องการใช้ลอยัลตี้แพลทฟอร์มแบบครบวงจร โดยมีโซลูชั่นส์ที่สำคัญ คือ 1. ระบบบริหารจัดการสมาชิก (Membership Management) 2. ระบบบริหารจัดการคะแนน (Point System Management) ซึ่งไม่ว่าเป็นคะแนนของพันธมิตรเอง หรือจะใช้คะแนน MAAI POINT ในการทำ Loyalty Program ก็ทำได้เช่นกัน โดยคะแนน MAAI POINT นี้ สามารถใช้เป็นคะแนนกลางในการแลกเปลี่ยนกับคะแนนอื่นๆ ในกลุ่มพันธมิตรบน MAAI Platform ได้ด้วย และ 3. ระบบบริหารจัดการสิทธิประโยชน์ในรูปแบบคูปองอิเล็กทรอนิก (e-Coupon Management)  เพื่อให้การแลกคะแนนมีความหลากหลาย ตรงใจกลุ่มลูกค้าสมาชิก ไม่ว่าจะแลกเป็นอีคูปอง (E-Coupon) หรือแลกสินค้าได้ที่ร้านค้าพันธมิตรทั่วไป  ครอบคลุมทุกหมวดการใช้จ่าย อาทิ ร้านค้า โรงภาพยนตร์ ร้านอาหารและบริการเดลิเวอรี่ โดยจะเริ่มเปิดตัวอย่างเป็นทางการในช่วงไตรมาสแรกของปี 2565 และในเดือนมกราคม 2565 นี้ จะเปิดให้พนักงานเคทีซีได้ทดลองใช้ในช่วงเริ่มต้นกับ 16 ร้านค้าและจะขยายพันธมิตรร้านค้าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยที่มาของคำว่า MAAI (มาย) มาจากคำว่า MAK MAAI (มากมาย) หมายถึงสิทธิประโยชน์ที่มากมาย กับร้านค้าพันธมิตรที่มากมาย และความสะดวกในการใช้ที่มากมาย อีกทั้งยังพ้องเสียงกับคำว่า Mine ที่ต้องการสื่อถึงสิทธิประโยชน์ที่เป็นของผู้ใช้และเพื่อผู้ใช้ (user) โดยสามารถดาวน์โหลดแอปฯ เพื่อใช้งานผ่าน Apple Store, Play Store และ Huawei Store”

“โมเดลธุรกิจถัดมาคือ สินเชื่อมีหลักประกัน “เคทีซี พี่เบิ้ม” ที่จากนี้ไปผู้บริโภคจะได้รู้จักและคุ้นเคยกับธุรกิจพี่เบิ้มมากขึ้น  โดยเคทีซีจะเร่งขยายฐานสมาชิกต่อเนื่อง เพื่อผลักดันให้พอร์ตโตแบบก้าวกระโดดและบรรลุเป้าสินเชื่อที่ 11,500 ล้านบาทในปี 2565เน้นการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายในแต่ละพื้นที่แบบเชิงรุก ผ่านบริการพี่เบิ้ม เดลิเวอรี่ โดยใช้ทีมขายของเคทีซีทั่วประเทศ ไปให้บริการสินเชื่อถึงบ้านของลูกค้า หรือสถานที่ที่ลูกค้าสะดวกด้วยความรวดเร็ว ผูกไปกับช่องทางของเครือข่ายธนาคารกรุงไทยทั่วประเทศกว่า 900 สาขา และกรุงไทยธุรกิจ ลีสซิ่ง (KTBL) 11 สาขา ซึ่งเป็นกลยุทธ์หลัก และจะเน้นสื่อสารผ่านช่องทางออนไลน์ ซึ่งลูกค้ากลุ่มเป้าหมายเปิดรับเป็นหลัก รวมทั้งสร้างผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายครบทุกความต้องการของตลาด ไม่ว่าจะเป็นบัตรกดเงินสด “เคทีซี พี่เบิ้ม” ซึ่งเป็นครั้งแรกของสินเชื่อทะเบียนรถยนต์และรถมอเตอร์ไซค์ในรูปแบบของบัตรกดเงินสด ที่ลูกค้าสามารถรูด-โอน-กด-ผ่อน ผ่านบัตรได้ทันที ครอบคลุมถึงธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ (Hire Purchase) ภายใต้ใบอนุญาตของกรุงไทยธุรกิจ ลีสซิ่ง ซึ่งเคทีซีถือหุ้นอยู่ 75.05% ตลอดจนพัฒนากระบวนการทำงานด้วยหลักการของดิจิทัล ทวิน (Digital Twin) โดยนำเทคโนโลยีเข้ามาประยุกต์ใช้ในการสมัครและอนุมัติสินเชื่ออย่างต่อเนื่อง เพื่อให้บริการมีความสะดวก รวดเร็วและปลอดภัยมากขึ้น นอกจากนี้ ยังมุ่งเติมเต็มช่องว่างในตลาด ด้วยจุดแข็งที่แตกต่างจากผู้ประกอบการรายอื่น ด้วยวงเงินใหญ่ที่ขยายถึง 1 ล้านบาท อนุมัติใน 2 ชั่วโมง พร้อมรับเงินทันที รับทุกอาชีพและเอกสารง่าย ไม่ยุ่งยาก เพื่อตอกย้ำเจตนารมณ์ในการทำธุรกิจที่เปิดโอกาสและทางเลือกให้คนทำมาหากินที่ไม่ท้อทุกอาชีพ สามารถเข้าถึงสินเชื่อ “เคทีซี พี่เบิ้ม” ได้ไม่ยาก”

“ธุรกิจบัตรเครดิตและสินเชื่อบุคคลเคทีซีในปี 2565 จะมุ่งเน้นการเติบโตของพอร์ตลูกหนี้ที่มีคุณภาพดี ขยายกลุ่มเป้าหมายใหม่ ตลอดจนรักษาฐานสมาชิกปัจจุบันด้วยการสร้างประสบการณ์ที่ดี ผ่านกิจกรรมส่งเสริมการตลาดที่ตรงใจผู้บริโภค โดยกลยุทธ์ธุรกิจบัตรเครดิต จะเน้นการขยายฐานบัตรร่วมกับพันธมิตรรายใหญ่ ทั้งการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ และพัฒนาปรับปรุง (Relaunch) บัตรเครดิตร่วม (Co-brand) ให้มีสิทธิประโยชน์ตรงใจและผูกสมาชิกกับบัตรในระยะยาวมากขึ้น ซึ่งลูกค้าจะได้รับประโยชน์สูงสุดจากการผนึกความแข็งแรงระหว่างเคทีซีกับพันธมิตรที่จะเกิดขึ้น สำหรับกลยุทธ์ส่งเสริมการใช้จ่ายผ่านบัตร ซึ่งเคทีซียืนหนึ่งในการครองความหลากหลายและครอบคลุมร้านค้ายอดนิยมของสมาชิก จะยังคงใช้คะแนน KTC FOREVER และการผ่อนชำระรายเดือนเป็นแรงขับเคลื่อนกิจกรรมการตลาด และในปี 2565 จะใช้ความแข็งแกร่งของเครือข่ายพันธมิตร ขยายไปยังร้านค้ากลุ่มพรีเมี่ยมและ          ไลฟ์สไตล์มากขึ้น เพื่อตอบรับความต้องการของกลุ่มสมาชิกระดับบนที่มีอยู่ และดึงดูดกลุ่มเป้าหมายใหม่เพิ่มขึ้น รวมทั้งจะพัฒนาบริการต่างๆ เพื่อให้สมาชิกบัตรได้รับความสุขจากการใช้งานผ่านแอปฯ KTC Mobile หรือ KTC Phone รวมไปถึงบริการด้านการเดินทางท่องเที่ยวกับ “KTC World Travel Service” และการซื้อสินค้าบนอีมาร์เก็ตเพลซ “KTC UShop” โดยคาดว่ายอดการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตในปี 2565 จะเติบโต 10% จากปี 2564 หรือประมาณ 220,000 ล้านบาท”

“ขณะที่กลยุทธ์ของธุรกิจสินเชื่อบุคคล จะมุ่งขยายฐานสมาชิกใหม่ในกลุ่มที่มีศักยภาพ ด้วยการนำเสนอสินเชื่อ บัตรกดเงินสด “เคทีซี พราว” (KTC PROUD) กับกลุ่มลูกค้าที่มีรายได้ประจำและมีฐานรายได้สูงขึ้น ด้วยแคมเปญแบ่งเบาภาระสมาชิก ลดดอกเบี้ยเหลือเพียง 0.93% ต่อเดือน และเพิ่มเวลาผ่อนให้นานถึง 60 งวด นอกจากนี้ในปี 2565 คนไทยจะได้รับความสะดวกขึ้นไปอีกขั้นกับการสมัครขอสินเชื่อออนไลน์ได้ด้วยตนเองผ่านโมบาย แอปพลิเคชัน ในรูปแบบของใบสมัครออนไลน์ (Electronic Application) ผ่านระบบยืนยันตัวตนแบบดิจิทัล (Electronic Know Your Customer หรือ E-KYC) ซึ่งตอบโจทย์ความต้องการสังคมปัจจุบันที่ต้องการความสะดวก รวดเร็ว ประหยัดเวลา ไม่ต้องเดินทาง สำหรับฐานสมาชิกสินเชื่อบุคคลปัจจุบันกว่า 7 แสนราย เคทีซีจะมุ่งผูกใจระยะยาวด้วยแคมเปญแบ่งเบาภาระสมาชิกต่อเนื่อง ทั้งโครงการเคลียร์หนี้เกลี้ยงที่เพิ่มรางวัลมากขึ้นเป็น 600 รางวัล เพื่อให้ลูกค้ามีโอกาสรับสิทธิ์เคลียร์หนี้ 100% และ 10% ตลอดปี รวมทั้งพัฒนาการโอนเงินออนไลน์ผ่านบัญชีพร้อมเพย์เพื่อเพิ่มความสะดวกยิ่งขึ้น นอกเหนือจากการโอนเงินผ่านแอปฯ KTC Mobile ไปยัง 13 ธนาคาร แบบเรียลไทม์ ตลอด 24 ชั่วโมง ตลอดจนออกแคมเปญสิทธิประโยชน์กับร้านค้าชั้นนำ เพื่อให้ลูกค้าได้รับความคุ้มค่าเมื่อใช้บัตรกดเงินสดรูดซื้อสินค้า และยังสามารถผ่อนสินค้า 0% ได้ที่ร้านค้าร่วมรายการ ตอกย้ำความคุ้มค่าของการใช้วงเงินสินเชื่อบนบัตรกดเงินสดทั้ง 4 ฟังก์ชั่น “รูด โอน กด ผ่อน” โดยคาดว่ายอดลูกหนี้ในปี 2565 จะเติบโต 7% จากปี 2564“

“ในส่วนของกลยุทธ์การขยายฐานสมาชิก ในปีนี้ช่องทางการจัดจำหน่ายต้องทำงานอย่างหนักในเชิงรุก เพื่อกว้านลูกค้าทุกผลิตภัณฑ์เข้าพอร์ต โดยจะใช้จุดแข็งของแต่ละผลิตภัณฑ์เป็นจุดขาย ผนวกเข้ากับจุดแข็งของช่องทางการจัดจำหน่าย ผ่านธนาคารกรุงไทยเป็นช่องทางประชาสัมพันธ์ โดยคาดว่าความต้องการสินเชื่อบุคคลในปีนี้จะมีความต้องการสูง เนื่องจากเศรษฐกิจไทยเพิ่งเริ่มฟื้นตัว พ่อค้าแม่ค้า หรือผู้ประกอบการยังคงต้องการเงินทุนหมุนเวียนเพื่อมากอบกู้หรือขยายธุรกิจ แต่ก็เป็นความท้าทายที่     เคทีซีจะต้องกลั่นกรองความเสี่ยงในการปล่อยสินเชื่อเพื่อให้ได้รับประโยชน์ร่วมกันทุกฝ่าย ท่ามกลางสภาวะทางเศรษฐกิจที่ยังมีความเปราะบาง โดยตั้งเป้าปี 2565 เพิ่มสมาชิกใหม่บัตรเครดิตไม่ต่ำกว่า 250,000 ราย และเคทีซี พราว ไม่ต่ำกว่า 100,000 ราย”

การบริหารการเงินให้มีประสิทธิภาพ เป็นหัวใจหลักอีกเรื่องในการทำธุรกิจ บริษัทฯ จะมุ่งบริหารต้นทุนทางการเงินให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ภายใต้ความเสี่ยงที่ยอมรับได้เป็นสำคัญ โดยจะเพิ่มสัดส่วนเงินกู้ยืมระยะสั้นมากขึ้น และคาดว่าสิ้นปี 2565 จะมีสัดส่วนเงินกู้ยืมระยะสั้นต่อเงินกู้ยืมระยะยาว (Original Term) อยู่ที่ 20:80 และต้นทุนการเงินจะใกล้เคียงกับปี 2564 ที่ร้อยละ 2.6 ต่อปี ทั้งนี้ จะมีการระดมเงินกู้ยืมระยะยาวในจำนวนไม่เกิน 12,000 ล้านบาท เพื่อรองรับหุ้นกู้ที่จะครบกำหนดในปี 2565 จำนวน 9,500 ล้านบาท และสนับสนุนการเติบโตของพอร์ตสินเชื่อเคทีซี อย่างไรก็ตาม สถานการณ์เศรษฐกิจยังเป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อทิศทางของดอกเบี้ย ไม่ว่าจะเป็นการกลายพันธุ์ของไวรัสสายพันธุ์ใหม่ การประกาศปรับลดวงเงินคิวอี การคาดการณ์ขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ และความสามารถในการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ”

“นอกจากนี้ เคทีซียังให้ความสำคัญกับการนำความยั่งยืน หรือ ESG ทั้งมิติด้านเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม เข้ามาบูรณาการกับการดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบ ภายใต้แนวคิด Sustainable Development by Spirit เพื่อตอบโจทย์ผู้มีส่วนได้เสียและสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ โดยแผนกลยุทธ์ด้านความยั่งยืนในระยะ 5 ปี เคทีซีจะนำเทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรมมาสร้างผลลัพธ์ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่สร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าและผู้มีส่วนได้เสีย ด้วยระบบปฏิบัติการที่มีความปลอดภัย สร้างโอกาสเข้าถึงบริการทางการเงินของคนในสังคมอย่างทั่วถึง และคำนึงถึงการลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ บรรเทาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม โดยที่ผ่านมาเคทีซีได้รับคัดเลือกให้อยู่ในรายชื่อหุ้นยั่งยืนของ THSI (Thailand Sustainability Investment) เป็นปีที่ 3 และติดอันดับ ESG 100 ตั้งแต่ปี 2559 อีกทั้งได้รับ MSCI ESG Rating ประจำปี 2564 ที่ระดับ AA และยังได้รับคัดเลือกให้เป็นสมาชิกดัชนีความยั่งยืนระดับโลก “FTSE4Good Index series”


Tags : เคทีซี KTC บัตรกรุงไทย ระเฑียรศรีมงคล


Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

...

บมจ.กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต  มุ่งมั่นในการเป็นมากกว่าบริษัทประกันชีวิต โดยเน้นการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมให้แก่ลูกค้า เดินหน้าส่งเสริมสุขภาพเชิงป้องกัน มอบสิทธิพิเศษคูปองส่วนลดมูลค่า 500 บาท สำหรับลูกค้าผู้ถือกรมธรรม์ประกันสุขภาพรายบุคคลที่มีอายุ 6 เดือนขึ้นไป และกรมธรรม์มีผลบังคับ ณ วันที่ 19 เมษายน 2569 เพื่อใช้เป็นส่วนลดค่ารับบริการฉีดวัคซีนที่ร่วมรายการ ประกอบด้วย 4 วัคซีน ได้แก่ วัคซีนไข้หวัดใหญ่ วัคซีนไข้เลือดออก วัคซีนปอดอักเสบ และวัคซีนงูสวัด โดยลูกค้าสามารถรับสิทธิ์ผ่านแอปพลิเคชัน Emma by AXA ในเมนู “Rewards PLUS+” โดยสามารถใช้สิทธิ์ได้ที่โรงพยาบาลในเครือ BDMS อาทิ กลุ่มโรงพยาบาลกรุงเทพ กลุ่มโรงพยาบาลสมิติเวช กลุ่มโรงพยาบาลพญาไท กลุ่มโรงพยาบาลเปาโล และโรงพยาบาลบีเอ็นเอช โดยลูกค้าสามารถเข้ารับบริการได้อย่างสะดวก เพียงแสดงรหัสคูปองส่วนลดจากเมนู Rewards PLUS+ บนแอป Emma by AXA พร้อมบัตรประกันสุขภาพ หรือบัตรประชาชน ณ เคาน์เตอร์โรงพยาบาล โดยเข้ารับบริการได้ตั้งแต่วันนี้ - วันที่ 31 กรกฎาคม 2569 นอกจากนี้ลูกค้าที่เข้ารับบริการฉีดวัคซีนที่โรงพยาบาลนอกเครือ BDMS หรือสถานพยาบาลที่ไม่ได้เข้าร่วมโครงการ ลูกค้ายังสามารถรับสิทธิพิเศษได้ โดยนำหลักฐานการฉีดวัคซีน อาทิ  ใบเสร็จรับเงิน บัตรวัคซีน หรือสมุดวัคซีนที่ออกโดยโรงพยาบาล อัปโหลดได้ที่ Rewards Plus+ ตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน - 31 กรกฎาคม 2569 เพื่อรับบัตรของขวัญมูลค่า 200 บาท  ทั้งนี้บริษัทฯ เชื่อมั่นว่าการสนับสนุนการเข้าถึงวัคซีนในครั้งนี้ จะช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันและยกระดับคุณภาพชีวิตของลูกค้าให้ดียิ่งขึ้น พร้อมช่วยลดความเสี่ยงของโรคสำคัญซึ่งอาจก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง โดยการเข้าถึงวัคซีนอย่างเหมาะสมไม่เพียงช่วยลดอัตราการเจ็บป่วยและการนอนโรงพยาบาล แต่ยังช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตและลดภาระค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพในระยะยาว ทั้งในระดับบุคคลและสังคมโดยรวม สอดคล้องกับนโยบายของบริษัทฯ ในการมีลูกค้ามาเป็นที่หนึ่งและอยู่เคียงข้างทุกความเชื่อมั่น ดูแลกันตลอดไป โดยท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.krungthai-axa.co.th/th/health-services/preventive-vaccine-2026 ทั้งนี้สำหรับแอปพลิเคชัน Emma by AXA สามารถดาวน์โหลดได้ทาง App store และ Google play และสำหรับลูกค้าที่สนใจกิจกรรมของบริษัท หรือผลิตภัณฑ์ และบริการอื่นๆ  ของบริษัทฯ ท่านสามารถติดต่อได้ที่ www.krungthai-axa.co.th หรือ โทร 1159 ทั้งนี้ท่านสามารถอ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่ https://ktaxa.live/Preventive_Vaccine_Campaign_News *เงื่อนไขเป็นไปตามบริษัท ฯ และกรมธรรม์กำหนด

24 May 2026

...

บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) ขอเชิญร่วมงาน Thailand Dive Expo และ Thailand Golf Expo มหกรรมแสดงสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยวเชิงกีฬาและไลฟ์สไตล์ ระหว่างวันที่ 21 - 24 พฤษภาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ภายในงานมีบริการด้านการท่องเที่ยว การดำน้ำ กีฬากอล์ฟ และกิจกรรมอื่นๆ ที่หลากหลายและครบครันที่สุดในภูมิภาคอาเซียน โดยกรุงเทพประกันภัยเป็นบริษัทประกันภัยรายแรกและรายเดียวในประเทศไทยที่มีผลิตภัณฑ์ประกันภัยนักดำน้ำ สำหรับท่องเที่ยวภายในประเทศ ไปร่วมออกบูทพร้อมนำเสนอแผนประกันภัยและโปรโมชันสุดพิเศษ สำหรับคนรักการดำน้ำและคนรักกอล์ฟ เมื่อทำประกันภัยกรมธรรม์ใหม่ รับของสมนาคุณสุดคุ้ม             ● ประกันภัยนักดำน้ำ สำหรับท่องเที่ยวภายในประเทศ เมื่อซื้อครบทุก 500 บาท รับฟรี Starbucks Card มูลค่า 100 บาท (สูงสุด 300 บาท) และรับเพิ่ม Shopping Bag             ● ประกันภัยผู้เล่นกอล์ฟ รับฟรี Starbucks Card มูลค่า 100 บาทต่อกรมธรรม์ และรับเพิ่มแก้วน้ำ LocknLock             ● ประกันภัยอื่นๆ รับส่วนลดพิเศษพร้อมของสมนาคุณมากมาย             นอกจากนี้ เมื่อทำประกันภัยตั้งแต่ 5,000 บาทขึ้นไป สามารถเลือกผ่อนชำระเบี้ยประกันภัย ดอกเบี้ย 0% นาน 6 เดือน หรือ 10 เดือนผ่านบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ             พบกับกรุงเทพประกันภัยได้ที่บูท C5 - C6 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ฮอลล์ 5 - 6 ชั้น LG ในวันที่ 21 - 24 พฤษภาคม 2569  

22 May 2026

...

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารออมสินเดินหน้าภารกิจส่งเสริมการออมและสร้างวินัยทางการเงิน ดำเนินการภายใต้แนวคิดการสนับสนุนให้คนไทยมีเงินออมตั้งแต่ก้าวแรก เพื่อเป็นรากฐานอันมั่นคงสำหรับก้าวต่อ ๆ ไปที่จะมีธนาคารออมสินอยู่เคียงข้างในแต่ละช่วงชีวิต : From Birth, to Legacy ตามแผนการดำเนินงานของธนาคารเพื่อสังคม เพื่อทุกชีวิต หรือ Smart Social Bank for All Lives โดยล่าสุด ธนาคารเปิดตัวเงินฝาก “ออมสิน ออมรัก” บัญชีเงินฝากเพื่อประโยชน์ของผู้เยาว์ ที่ออกแบบมาเพื่อส่งเสริมให้พ่อแม่เริ่มต้นเก็บออมให้บุตรตั้งแต่แรกเกิด สำหรับเป็นทุนการศึกษา หรือทุนอื่น ๆ ในอนาคต พร้อมเพิ่มสิทธิประโยชน์จูงใจด้วยความคุ้มครองจากประกันภัยอุบัติเหตุที่มอบให้ทั้งพ่อแม่ที่เป็นผู้ฝากและผู้เยาว์ในบัญชีเดียว ผลิตภัณฑ์เงินฝาก “ออมสิน ออมรัก” ถูกออกแบบขึ้นเป็นพิเศษสำหรับให้พ่อแม่ซึ่งเป็นผู้ให้กำเนิด สามารถเปิดบัญชีเพื่อบุตรอายุตั้งแต่แรกเกิด ถึงไม่เกินอายุ 10 ปีบริบูรณ์ โดยธนาคารออมสินเพิ่มสิทธิประโยชน์ประกันอุบัติเหตุกลุ่มจากบริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) มอบให้กับลูกค้า เป็นระยะเวลา 12 เดือนนับจากวันที่เปิดบัญชี สำหรับพ่อแม่ที่เป็นผู้เปิดบัญชีเงินฝาก “ออมสิน ออมรัก” จะได้รับความคุ้มครองชีวิตจากอุบัติเหตุตามเงื่อนไขที่บริษัทประกันกำหนด กล่าวคือ กรณีเสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ หรือทุพพลภาพถาวร รับความคุ้มครองเป็นวงเงิน 2 เท่าของยอดเงินฝากคงเหลือในบัญชี ณ วันก่อนประสบอุบัติเหตุ 1 วัน สูงสุดไม่เกิน 200,000 บาท/บัญชี ส่วนบุตรจะได้รับความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลจากอุบัติเหตุ เมื่อบัญชีมียอดเงินฝากคงเหลือตั้งแต่ 10,000 - 100,000 บาท คำนวณเป็นความคุ้มครองที่บุตรจะได้รับสิทธิประโยชน์ค่ารักษาพยาบาลร้อยละ 1 ของยอดเงินฝากคงเหลือในบัญชี ณ วันก่อนประสบอุบัติเหตุ สูงสุดครั้งละไม่เกิน 1,000 บาท/บัญชี/อุบัติเหตุแต่ละครั้ง และไม่จำกัดจำนวนครั้ง ทั้งนี้ ไม่เกินจำนวนเงินที่จ่ายจริง รายละเอียดอื่น ๆ เป็นไปตามเงื่อนไขของบริษัทประกันฯ ลูกค้าเงินฝาก “ออมสิน ออมรัก” โปรดศึกษาหลักเกณฑ์เงื่อนไขความคุ้มครองเพื่อรักษาสิทธิประโยชน์ประกันภัย และสามารถเริ่มต้นฝากเงินได้ตั้งแต่ 1 บาท ไม่จำกัดวงเงินรับฝาก อัตราดอกเบี้ย 0.25% ต่อปี ไม่ต้องเสียภาษี   ปัจจุบัน ธนาคารออมสินมีผลิตภัณฑ์และบริการที่สามารถตอบโจทย์ทางการเงินของคนไทยทุกช่วงวัย ทั้งเงินฝาก สินเชื่อ และผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ที่เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ทางการเงินครอบคลุมเป้าหมายทุกกลุ่มไม่ว่าจะประกอบอาชีพใด สอดคล้องตามจุดมุ่งหมายทางธุรกิจของธนาคารเพื่อสังคม เพื่อทุกชีวิต หรือ Smart Social Bank for All Lives ผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ GSB Contact Center โทร. 1115 และที่เว็บไซต์ www.gsb.or.th

15 May 2026

...

วิริยะประกันภัย จับมือ กรมการขนส่งทางบก ร่วมเสริมสร้างรากฐานความปลอดภัยบนท้องถนน ผ่านโครงการ “อบรมเสริมความรู้ให้แก่ผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถยนต์” ประจำปี 2569 มุ่งยกระดับทักษะการขับขี่ พร้อมปลูกฝังพฤติกรรมการใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัย โดยในปีนี้กำหนดจัดขึ้น 4 รอบ ได้แก่ รอบกรุงเทพฯ “27 - 28 มิ.ย. และ 22 – 23 ส.ค.” รอบนครนายก “11 - 12 ก.ค.” และระยอง “5 - 6 ส.ค.” เปิดรับเฉพาะผู้ไม่เคยมีใบอนุญาตขับรถยนต์มาก่อน นายพงศ์พันธ์ ประภาศิริลักษณ์ ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า การยกระดับความปลอดภัยบนท้องถนน ยังคงเป็นหนึ่งในภารกิจสำคัญของบริษัทฯ ที่ดำเนินควบคู่ไปกับการบริหารความเสี่ยงภัยให้กับประชาชน โดยที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้ทำงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อผลักดันกิจกรรมด้านความปลอดภัยทางถนนในหลากหลายมิติ อันนำไปสู่การลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ใช้รถใช้ถนนในภาพรวม ด้วยความมุ่งมั่นในการสร้างรากฐานความปลอดภัยทางถนนอย่างยั่งยืน บริษัทฯ จึงได้ร่วมกับ กรมการขนส่งทางบก จัดโครงการ “อบรมเสริมความรู้ให้แก่ผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถยนต์” ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค มาอย่างต่อเนื่องกว่า 35 ปี นับตั้งแต่ปี พ.ศ.2533 โดยมุ่งหวังให้กลุ่มผู้ขับขี่รถยนต์มือใหม่ และผู้ขับขี่ที่ไม่มีใบอนุญาตขับรถยนต์ เกิดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกฎจราจรที่ถูกต้อง มีทักษะการขับขี่ที่ดี ควบคู่ไปกับการคำนึงถึงความรับผิดชอบต่อส่วนรวม อันจะช่วยยกระดับมาตรฐานการใช้รถใช้ถนนของสังคมไทยให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง สำหรับ ปี 2569 นี้ บริษัทฯ มีกำหนดจัดโครงการอบรมเสริมความรู้ให้แก่ผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถยนต์ ทั้งหมด 4 รุ่น แบ่งเป็น “รอบส่วนกลาง” ทั้งหมด 2 รุ่น ได้แก่ รุ่นที่ 381 วันที่ 27-28 มิถุนายน 2569 และ รุ่นที่ 382 วันที่ 22-23 สิงหาคม 2569 ณ อาคาร 4 กรมการขนส่งทางบก จตุจักร และ “รอบส่วนภูมิภาค” ทั้งหมด 2 รุ่น ได้แก่ รุ่นที่ 165 วันที่ 11-12 กรกฎาคม 2569 ณ สำนักงานขนส่งจังหวัดนครนายก และ รุ่นที่ 166 วันที่ 5-6 กันยายน 2569 ณ สำนักงานขนส่งจังหวัดระยอง โดยผู้เข้ารับอบรมฯ จะได้รับความรู้เกี่ยวกับกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการขับรถ จิตสำนึกและมารยาทในการขับรถ ตลอดจนข้อปฏิบัติเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน ซึ่งภายหลังอบรมเรียบร้อยแล้ว ผู้เข้าอบรมฯ จะมีสิทธิ์เข้ารับการทดสอบข้อเขียนระบบอิเล็กทรอนิกส์ (E-exam) และทดสอบปฏิบัติขับรถยนต์ ตามมาตรฐานความปลอดภัยและระเบียบเดียวกับการขอรับใบอนุญาตขับรถยนต์ในวันเวลาราชการ หากสอบผ่านจะได้รับใบอนุญาตขับรถยนต์ทันที ทั้งนี้ ผู้สนใจเข้าร่วมโครงการฯ จะต้องไม่เคยได้รับใบอนุญาตขับรถยนต์มาก่อน ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ ไม่เป็นบุคคลวิกลจริต จิตฟั่นเฟือน ไม่เป็นผู้ที่มีร่างกายพิการ หรือมีโรคประจำตัวที่อาจก่อให้เกิดอันตรายขณะขับขี่ยานพาหนะ และต้องไม่อยู่ระหว่างการถูกยึด หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับรถยนต์ พร้อมเตรียมเอกสารประกอบการสมัคร ได้แก่ บัตรประจำตัวประชาชน และใบรับรองแพทย์ตามแบบแพทยสภารับรอง (อายุไม่เกิน 1 เดือน นับจากวันที่ออกเอกสารจนถึงวันเข้าอบรม) โดยสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) แผนกกิจกรรมเพื่อสังคม โทรศัพท์หมายเลข 02-129-8888 ต่อ 7419, 7422, 7443  

13 May 2026

Banner Banner Banner Banner Banner Banner Banner

Banner
  ปี 2569 ประเทศไทย กับคำว่า “เผาจริง”   วันนี้ก้าวเดือนที่ 3 ของปี 2569 แต่ดูเหมือนว่า ประเทศไทยผ่านเทศกาลปีใหม่ วาเลนไทม์ ตรุษจีน และวันเข้าพรรษามาแล้ว ประเทศไทยการเลือกตั้งใหญ่ ที่มีข้อผิดพลาดเกิดจากการกำกับการเลือกตั้งขององค์กรอิสระอย่าง กกต. เป็นการเลือกตั้งที่เลวร้ายครั้งหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์การเมืองไทย ด้านเศรษฐกิจ ยังคงโงหัวไม่ขึ้น นอกนั้นประเทศไทยยังคงมีปัญหาชายแดนกับประเทศเขมรยังคงคาราคาซัง รอรบรอบ 3 อยู่เหมือนเดิม ตอนนี้กำลังเกิดสงครามที่คาบสมุทรอาหรับระหว่าง อิหร่านกับอิสราเอล ที่ได้รับการสนับสนุนการทำสงครามจากสหรัฐอเมริกา จนอาจจะกลายเป็นสงครามระหว่างโลกอาหรับกับสหรัฐอเมริกา และอาจจะลามไปถึงสงครามโลกครั้งที่ 3 ก็ได้ แน่นอนว่า สงครามอ่าวอาหรับ ซึ่งเป็นประเทศผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ของโลก ชัดเจนว่าเมื่อมีสงคราม ราคาน้ำมันต้องแพงขึ้น และพลังงานปัจจัยที่ 5 จะกลายเป็นอาวุธของอิหร่านและกลุ่มอาหรับ ซึ่งย่อมส่งผลด้านต้นทุนการผลิต ภาคการขนส่ง สินค้าราคาแพงขึ้น เศรษฐกิจโลกจะปั่นป่วน ซึ่งแน่นอนว่าประเทศไทยที่มีภาวะอ่อนแอทางเศรษฐกิจอยู่แล้ว ย่อมได้รับผลจากภาวะสงครามอาหรับ สงครามกับเขมร รวมทั้งรัฐบาลใหม่ที่จะเข้ามาบริหารประเทศ ต้องแสดงผลงาน เพราะปี 2569 จะเป็นปีเผาจริงทางเศรษฐกิจของประเทศไทย    หากว่าการเมืองไทยนิ่ง รัฐบาลได้บริหารประเทศ จะเป็นการท้าทายความสามารถของดรีมทีมเศรษฐกิจของพรรคภูมิใจไทย เวลาที่ผ่านมาก่อนการเลือกตั้ง วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เวลาบริหารประเทศแค่ 2 เดือนยังวัดอะไรไม่ได้สำหรับนายอนุทิน ชาญวีรกุล และดรีมทีม เพราะเศรษฐกิจไทยปี 2569 ธุรกิจที่แข็งแรงอย่างธุรกิจการเงินและประกันภัยยังออกอาการให้เห็น แล้วธุรกิจที่อ่อนแออยู่แล้วจะเหลืออะไร นี่คือการบ้านข้อใหญ่ของรัฐบาลภูมิใจไทยและดรีมทีมประเทศไทย เพราะถึงเวลาที่จะได้พิสูจน์ผลงานบริหารประเทศ./   พูดแบบนายเอกวรพงศ์ (นายแทน)            
อ่านต่อ...
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner