Responsive image

Sunday, 19 Jul 2026

Banner

หน้าแรก > INSURANCE / ประกันภัย - ประกันชีวิต


อลิอันซ์ อยุธยา รายงานผลประกอบการปี 2564 เติบโตแกร่ง มูลค่าธุรกิจใหม่เติบโต 30%

Sun 06/03/2565


บมจ.อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต รายงานผลการดำเนินธุรกิจปี 2564 เติบโตแข็งแกร่งต่อเนื่อง มูลค่าธุรกิจใหม่ (NBV) เติบโต 30% เบี้ยประกันรับปีแรก (ANP) เติบโต 4% สะท้อนการดำเนินกลยุทธ์ธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ มีประสิทธิภาพ และการออกแบบผลิตภัณฑ์คุ้มครองสุขภาพและสะสมทรัพย์ที่ตอบโจทย์ลูกค้าได้อย่างดี

มร.โทมัส วิลสัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ. อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต เปิดเผยว่า “ผลการดำเนินงานปี 2564 อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต เติบโตได้ต่อเนื่องอย่างแข็งแกร่งท่ามกลางความท้าทายมากมาย โดยสามารถสร้างผลงานเบี้ยประกันภัยรับรวมที่ 3.2 หมื่นล้านบาท เติบโตที่ 2% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ในขณะที่เบี้ยประกันภัยรับปีแรกเติบโต 4% อยู่ที่ 6.1 พันล้านบาท โดยมาจากช่องทางตัวแทน 2.4 พันล้านบาท เติบโต 7.2% ช่องทางขายผ่านธนาคาร 2.1 พันล้านบาท เติบโต 28% ในขณะที่ ช่องทางขายตรงเติบโตลดลง 18% อยู่ที่ 1.46 พันล้านบาท”

ปี 2564 ยังเป็นปีที่ดีมากจากการสร้างมูลค่าธุรกิจใหม่ที่เติบโตถึง 30% อยู่ที่ 2.76 พันล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากยอดขายประกันสุขภาพสูงโดยเป็นหนึ่งในบริษัทมีสัดส่วนสูงที่สุดเมื่อเทียบกับยอดขายประกันทั้งหมดของบริษัท และยอดขายประกันประเภทสะสมทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นอย่างมากเนื่องมาจากอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำในช่วงปีที่ผ่านมา นอกจากนั้น เราสามารถคงอัตราเงินสำรองได้สูงกว่าตามที่กฎหมายกำหนด โดยเฉลี่ยตลอดปีที่ผ่านมาประมาณ 300% ลูกค้าจึงมั่นใจได้ถึงสถานะทางการเงินที่เข้มแข็งของบริษัท สามารถให้ความคุ้มครองลูกค้าได้ในทุกสภาวะการณ์

“ผลงานทั้งหมดนี้ พิสูจน์ความสำเร็จของกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจที่มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การสร้างความแข็งแกร่งให้กับทุกช่องทางการขาย คงความเป็นผู้นำในผลิตภัณฑ์คุ้มครองสุขภาพและสะสมทรัพย์ที่ตอบโจทย์ลูกค้า และการสร้างทีมงานที่แข็งแกร่ง สำหรับในปี 2022 เราจะยังคงยึดมั่นในข้อตกลงตามสัญญาที่ได้ให้แก่ลูกค้าและพร้อมที่จะเคียงข้างลูกค้าในทุกเงื่อนไขชีวิต” มร.โทมัส กล่าวเพิ่มเติม

ขณะเดียวกัน กลุ่มอลิอันซ์ ผู้ถือหุ้นหลักของ บมจ. อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต ได้รายงานผลประกอบการปี 2564 มีรายได้เพิ่มขึ้น 6% อยู่ที่ 1.485 แสนล้านยูโร (ประมาณ 5.7 ล้านล้านบาท) และผลกำไรจากการดำเนินงานที่สูงเป็นประวัติการณ์อยู่ที่ 1.34 หมื่นล้านยูโร (ประมาณ  5.13 แสนล้านบาท) เพิ่มขึ้น 25% จากผลกำไรที่เพิ่มขึ้นในทุกธุรกิจ

กลุ่มธุรกิจประกันวินาศภัย มีรายได้เพิ่มขึ้น 5% อยู่ที่ 6.23 หมื่นล้านยูโร (ประมาณ 2.4 ล้านล้านบาท) เป็นผลจากกระบวนการอนุมัติการรับประกันที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ยังทำให้กำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้นถึง 31% อยู่ที่ 5.7 พันล้านยูโร (ประมาณ 2.18 แสนล้านบาท) ถึงแม้ว่าจะมีเหตุภัยธรรมชาติเกิดขึ้นหลายครั้ง แต่ผลการดำเนินงานของบริษัทยังคงดีต่อเนื่อง เป็นผลมาจากวินัยในการอนุมัติการรับประกันและการให้ความสำคัญกับการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพ

ขณะที่กลุ่มธุรกิจประกันชีวิตและสุขภาพ กลุ่มอลิอันซ์ก็สร้างผลกำไรในระดับที่แข็งแกร่งเช่นกัน กำไรจากผลการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 15% อยู่ที่ 5 พันล้านยูโร (ประมาณ 1.91 แสนล้านบาท) เป็นผลมาจากการบริหารเงินลงทุนที่มีประสิทธิภาพ นอกจากนั้น ยังสามารถสร้างการเติบโตจากธุรกิจใหม่ได้ถึง 45% อยู่ที่ 2.5 พันล้านยูโร (ประมาณ 9.6 หมื่นล้านบาท) จากยอดขายที่เพิ่มมากขึ้นและกำไรที่มากขึ้นด้วย ทำให้บริษัทส่งต่อความเป็นเลิศและศักยภาพในการทำธุรกิจให้กับทีมงานและบริษัทในเครือได้

ในด้านของการบริหารสินทรัพย์ มูลค่าพอร์ตการลงทุนโดยเฉลี่ยมีมูลค่าสูงขึ้นถึง 9% อยู่ที่ 2.6 ล้านล้านยูโร (99.5 ล้านล้านบาท) และจากการดูแลบริหารต้นทุนได้ดี ทำให้กำไรจากการดำเนินงานในส่วนนี้เพิ่มขึ้นถึง 22% อยู่ที่ 3.5 พันล้านยูโร (ประมาณ 1.34 แสนล้านบาท)

 

“นอกจากความท้าทายในปีที่แล้ว อลิอันซ์ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความสามารถในการฟื้นตัวและปรับตัว บริษัทในเครือข่ายระดับโลกของเรากำลังเติบโต โดยจะเห็นได้จากผลกำไรจากการดำเนินการที่สูงเป็นประวัติการณ์ การเติบโตอย่างแข็งแกร่งของมูลค่าของธุรกิจประกันชีวิตและสุขภาพ ธุรกิจบริหารสินทรัพย์ ผลกำไรที่เพิ่มสูงอย่างแข็งแกร่ง รวมถึงประสิทธิผลการทำงานที่ดีขึ้น” มร. โอลิเวอร์ เบเทอร์ ซีอีโอของอลิอันซ์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวทิ้งท้าย

อัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่ 30 ธันวาคม 2564 1 ยูโร =  38.28 บาท


Tags : อลิอันซ์ อยุธยา มร.โทมัส วิลสัน มร.โอลิเวอร์ เบเทอร์


Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

...

ธนาคารออมสิน จัดการออกรางวัลสลากออมสินพิเศษ แคมเปญ “ฉลอง 113 ปี เพิ่มเงินรางวัล เพิ่มจำนวนรางวัล กับสลากออมสินพิเศษ 1 ปี และ 2 ปี (แบบใบสลากและสลากดิจิทัล) เงินรางวัลรวม 113 ล้านบาท” งวดประจำวันที่ 16 กรกฎาคม 2569 ซึ่งเป็นการออกรางวัลครั้งสุดท้ายของแคมเปญ   โดยมี ดร.พรชัย ฐีระเวช อธิบดีกรมสรรพสามิต ในฐานะประธานกรรมการธนาคารออมสิน เป็นประธานกรรมการออกรางวัล และนายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน ร่วมเป็นสักขีพยาน พร้อมนี้ได้รับเกียรติจาก ดร.นิตยา โสรีกุล รองอธิบดีกรมสรรพสามิต นางสาวสภัทร์พร ธรรมาภรณ์พิลาศ ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการเงิน สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง และ นายสืบสกุล พันธ์ดี หัวหน้าผู้ประกาศข่าวอาวุโส สถานีโทรทัศน์ไทยรัฐทีวี ร่วมเป็นกรรมการออกรางวัลครั้งนี้ด้วย ณ ธนาคารออมสินสำนักงานใหญ่     โดยผลการออกรางวัลมีผู้โชคดีรับ รางวัลพิเศษ 10 ล้านบาท จำนวน 7 รางวัล รวมมูลค่า 70 ล้านบาท ซึ่งธนาคารจะโอนเงินรางวัลเข้าบัญชีเงินฝากเผื่อเรียกที่เป็นบัญชีคู่โอนของผู้โชคดีภายในวันถัดไป ทั้งนี้ สามารถตรวจผลรางวัลได้ผ่านช่องทางเว็บไซต์ของธนาคารออมสิน www.gsb.or.th    

18 Jul 2026

...

นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank นำคณะผู้บริหารธนาคาร บันทึกเทปถวายพระพรชัยมงคล พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2569 เพื่อแสดงความจงรักภักดีและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ณ สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (NBT) เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2569  

16 Jul 2026

...

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า แคมเปญ “ฉลอง 113 ปี เพิ่มเงินรางวัล เพิ่มจำนวนรางวัล กับสลากออมสินพิเศษ 1 ปี และ 2 ปี (แบบใบสลากและสลากดิจิทัล) เงินรางวัลรวม 113 ล้านบาท” ได้เข้าสู่การออกรางวัลพิเศษรอบสุดท้าย ซึ่งเป็นรางวัลใหญ่ที่สุดของแคมเปญ รวม 70 ล้านบาท แบ่งเป็นรางวัลละ 10 ล้านบาท จำนวน 7 รางวัล จับรางวัลวันที่ 16 กรกฎาคม 2569 จึงขอเชิญชวนลูกค้าและประชาชนที่ต้องการเพิ่มโอกาสลุ้นรางวัลใหญ่ รีบซื้อสลากออมสินพิเศษ 1 ปี และ 2 ปี ทั้งแบบใบสลากและสลากดิจิทัล ภายในวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 ผ่านแอป MyMo หรือที่ธนาคารออมสินทุกสาขาทั่วประเทศ แคมเปญสลากออมสิน ฉลอง 113 ปี จัดขึ้นเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนา ธนาคารออมสิน เพื่อส่งมอบความสุขและสร้างขวัญกำลังใจแก่ประชาชน ท่ามกลางบรรยากาศเศรษฐกิจที่ยังมีความผันผวน พร้อมส่งเสริมวินัยการออมเพื่อความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว โดยเปิดโอกาสให้ทั้งลูกค้าใหม่และผู้ถือสลากเดิมมีสิทธิ์ร่วมลุ้นรางวัลพิเศษ ยิ่งซื้อสะสมมาก ยิ่งเพิ่มโอกาสถูกรางวัล โดยที่ผ่านมาธนาคารได้มอบรางวัลพิเศษในแคมเปญไปแล้ว 2 ครั้ง รวม 56 รางวัล มูลค่า 43 ล้านบาท กระจายความสุขโอนเงินรางวัลเข้าบัญชีเงินฝากของผู้โชคดีในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ สำหรับการจับรางวัลครั้งที่ 3 ซึ่งเป็นครั้งสุดท้าย จะมอบรางวัลใหญ่ที่สุดรวม 70 ล้านบาท ส่งผลให้ตลอดแคมเปญมีเงินรางวัลพิเศษรวมทั้งสิ้น 113 ล้านบาท ทั้งนี้ ผู้ถือสลากยังมีสิทธิ์ลุ้นรางวัลประจำงวดปกติตามเงื่อนไขของสลากแต่ละประเภทอีกด้วย สลากออมสินนับเป็นทางเลือกการออมที่ช่วยเพิ่มความมั่นคงทางการเงิน ผู้ออมได้รับผลตอบแทนเป็นอัตราดอกเบี้ยเงินฝากตามที่ธนาคารกำหนด โดยเงินต้นและดอกเบี้ยได้รับการค้ำประกันจากรัฐบาลทั้งจำนวน และสิทธิประโยชน์สำหรับบุคคลธรรมดาได้รับยกเว้นภาษี พร้อมโอกาสลุ้นรางวัลประจำงวดและรางวัลพิเศษที่ธนาคารจัดขึ้นในโอกาสต่าง ๆ ผู้ที่สนใจศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.gsb.or.th หรือติดต่อสอบถามที่ GSB Contact Center โทร. 1115

15 Jul 2026

...

ธ.ก.ส. เดินหน้าสนับสนุนการบริหารศาสนสถานทุกศาสนา ควบคู่กับการส่งเสริมการออมเงิน เปิดตัว 3 ผลิตภัณฑ์เงินฝากพิเศษสำหรับวัดและบุคคลที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ เงินฝากบุญสัมพันธ์ (ผูกบุญ) เงินฝากบุญสัมพันธ์ และเงินฝากบุญสัมพันธ์ Plus (9 เดือน) มอบอัตราดอกเบี้ยพิเศษสูงสุดถึง 1% ต่อปี พร้อมเงื่อนไขที่ตอบโจทย์การใช้งานของผู้มีจิตศรัทธาในยุคดิจิทัล เปิดรับฝากแล้วตั้งแต่วันนี้จนถึง 31 กรกฎาคม 2569 หรือธนาคารแจ้งปิดการรับฝาก นายไพศาล หงษ์ทอง รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ธ.ก.ส. เปิดตัว 3 ผลิตภัณฑ์เงินฝากพิเศษ สำหรับวัด ศาสนสถานทุกศาสนา ศาสนิกชน และบุคคลที่เกี่ยวข้อง เพื่อส่งเสริมการบริหารจัดการศาสนสมบัติภายในวัดอย่างมีประสิทธิภาพ และส่งเสริมการออมเงินให้กับบุคลากรทางพระพุทธศาสนา ได้แก่ 1) เงินฝากบุญสัมพันธ์ (ผูกบุญ) สำหรับสถาบันที่ไม่มีวัตถุประสงค์เพื่อหากำไร ได้แก่ วัดและศาสนสถานทุกศาสนา โดยต้องสมัครใช้บริการ QR ธรรม D (e-Donation) เพื่อความสะดวกในการรับบริจาคเงินเข้าวัดโดยตรง เปิดบัญชีขั้นต่ำเพียง 50 บาท สามารถฝากและถอนเงินได้ไม่จำกัด ทั้งจำนวนเงินและจำนวนครั้ง เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้วัดสามารถบริหารจัดการกระแสเงินสดหมุนเวียนประจำวันได้อย่างคล่องตัวและมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยธนาคารจะจ่ายดอกเบี้ยในอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 0.50 ต่อปี ทบเป็นต้นเงินฝาก ปีละ 2 ครั้ง ในเดือนมีนาคมและกันยายนของทุกปี 2) เงินฝากบุญสัมพันธ์ สำหรับวัดและศาสนสถานทุกศาสนาที่มีบัญชีเงินฝากบุญสัมพันธ์ (ผูกบุญ) และสมัครใช้บริการ QR ธรรม D (e-Donation) เพื่อสร้างผลตอบแทนที่คุ้มค่าในระยะยาวสำหรับการออมเงินของวัด โดยเปิดบัญชีและฝากขั้นต่ำเริ่มต้นที่ 10,000 บาทขึ้นไป รับผลตอบแทนเป็นอัตราดอกเบี้ยพิเศษแบบขั้นบันไดตามยอดเงินฝากคงเหลือสิ้นวัน สูงสุด 1% ต่อปี (ยอดเงินฝากต่ำกว่า 1 แสนบาท รับดอกเบี้ย 0.25% ต่อปี, ตั้งแต่ 1 แสนถึง 1 ล้านบาท รับดอกเบี้ย 0.50% ต่อปี และยอดเงินฝากเกิน 1 ล้านบาทขึ้นไป รับดอกเบี้ย 1% ต่อปี) ระยะเวลาโครงการ 3 ปี ทั้งนี้ เงินฝากบุญสัมพันธ์ วัดจะได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้ และธนาคารจะจ่ายดอกเบี้ยเป็นรายเดือนเข้าบัญชีเงินฝากบุญสัมพันธ์ (ผูกบุญ) ทุกสิ้นเดือน   3) เงินฝากบุญสัมพันธ์ Plus (9 เดือน) เงินฝากระยะสั้นที่ให้ผลตอบแทนทันที สำหรับประเภทบุคคลธรรมดา สำหรับเจ้าอาวาส, ไวยาวัจกร และกรรมการวัด (ที่มีหนังสือรับรองจากเจ้าอาวาส) ของวัดที่เปิดบัญชีเงินฝากบุญสัมพันธ์กับ ธ.ก.ส. แล้ว เมื่อเปิดบัญชีและฝากเงินขั้นต่ำ เริ่มต้น 10,000 บาท รับดอกเบี้ยทันที ณ วันที่ฝากเงินในอัตราดอกเบี้ยสูงถึง 1% ต่อปี โดยธนาคารจะจ่ายดอกเบี้ยเงินฝากล่วงหน้าให้ทันที โอนเข้าบัญชีคู่โอน ระยะเวลาการฝากเงิน 9 เดือน (นับแบบวันชนวัน) ผลิตภัณฑ์เงินฝากทั้ง 3 โครงการ เปิดรับฝากแล้วตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 หรือจนกว่าธนาคารแจ้งปิดการรับฝาก โดยสามารถติดต่อเปิดบัญชีได้ที่ ธ.ก.ส. ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Call Center 02 555 0555 www.baac.or.th แอปพลิเคชัน BAAC Mobile และ Line Official Account BAAC Family    

09 Jul 2026

Banner Banner Banner Banner Banner Banner Banner

Banner
  เปิดแผนงานสื่อ CEO THAILAND ปี 2569-2570 รุกคืบงานวิทยุ - ทีวี - อีเวนต์สื่อ                  สวัสดีครับท่านสมาชิกและผู้ติดตามสื่อออนไลน์ และสื่อในเครือ CEO THAILAND ตลอดมา 21 ปี ช่วงนี้ว่างเว้นจากสนามการเมืองระยะหนึ่ง ผมพอมีเวลากลับมาสานต่องานสื่อสักระยะหนึ่งคือในช่วงปี 2569-2570 จะกลับมาช่วยงานสื่อในฐานะที่ปรึกษา โดยจะยังเน้นในเรื่องสื่อออนไลน์ สื่อทีวี และสื่อวิทยุ และงานอีเวนต์ต่อเนื่องจากสื่อ ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2569 เป็นต้นไป ผมมีแผนงานของบริษัท เอก-วรา พับลิค รีเรชันส์ จำกัด ในสื่อดังต่อไปนี้คือ                          1. สื่อออนไลน์ CEO THAILAND              2. จัดทำรายการวิทยุ “คลื่นประกันภัย-การเงิน” ทางสถานีวิทยุ 96.25 MHZ (สถานีวิทยุการท่องเที่ยววัฒนธรรม) โครงการจัดทำรายการวิทยุเชิงข่าวสารในแวดวงประกันภัยและการเงิน นำเสนอข่าวสารเกี่ยวกับการประกันภัย-ประกันชีวิต  การเงิน และธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ทั้งสินเชื่อ ไฟแนนซ์ อสังหาริมทรัพย์ SMEs ออกอากาศทุกวันศุกร์ของทุกสัปดาห์ เวลา 17.00-18.00 น. ในเดือนสิงหาคม 2569               3. เดือนสิงหาคม 2569 สื่อได้จัดทำรายการทีวี “เรื่องเด่น...ประเด็นดัง” ออนแอร์ออกอากาศทางNBT2 ซึ่งเป็นรายการสดทีวี ที่นำเสนอนโยบายรัฐบาล และวิสัยทัศน์ ของผู้บริหารองค์กรภาครัฐ และภาคเอกชนในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสังคม บริการสาธารณะและบริการพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับสังคม และพี่น้องประชาชน ออกอากาศ ทุกวันจันทร์ที่ 1 และ 3 ของเดือน เวลา 10.00-10.30 น.               4. จัดงานมอบรางวัล “สุดยอดผู้บริหาร-องค์กรแห่งปี 2569” เดือนธันวาคม 2569 ที่จังหวัดกาญจนบุรี โครงการรับรางวัล  “สุดยอดผู้บริหาร-องค์กรแห่งปี 2569” เพื่อประกาศเกียรติคุณให้ผู้บริหารและองค์กรที่สร้างผลงานโดดเด่น ทั้งยังเป็นการกระตุ้นภาคธุรกิจเครือข่าย และSMEs ความตื่นตัวของชุมชนในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี รวมทั้งยังเป็นการสานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสื่อมวลชน-ภาคธุรกิจ -ผู้ประกอบการในพื้นที่ และพี่น้องประชาชน สื่อ CEO THAILAND จึงได้ร่วมกันจัดงานมอบรางวัลดังกล่าวขึ้น               5. โครงการจัดงานสัมมนา  “ทิศทางธุรกิจประกันภัย-การเงินแห่งปี 2569” ในเดือนธันวาคม 2569เพื่อเป็นการกระตุ้นภาคธุรกิจประกันภัยและการเงินในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรีและจังหวัดใกล้เคียง เพื่อความตื่นตัวของชุมชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร รวมทั้งจังหวัดกาญจนบุรี อีกทั้งยังเป็นการสานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสื่อมวลชน-ภาคธุรกิจ-ผู้ประกอบการในพื้นที่ และพี่น้องประชาชน สื่อ CEO THAILAND จึงได้ร่วมกันจัดงานสัมมนาดังกล่าวขึ้น               6. จัดงาน CSR ณ โรงเรียนบ้านท่าทุ่ม จ.กาญจนบุรี ในวันที่ 31 มกราคม 2570 โครงการจัดงานกิจกรรมเพื่อสังคม “CEO THAILAND CSR  OF THE YEAR 2027” เพื่อคืนกำไรสู่สังคมและสร้างความรู้ความเข้าใจให้คนในสังคม เป็นการกระตุ้นภาคธุรกิจประกันภัยและการเงิน และความตื่นตัวของชุมชนในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี อีกทั้งยังเป็นการสานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสื่อมวลชน-ภาคธุรกิจ -ผู้ประกอบการในพื้นที่ และพี่น้องประชาชนในพื้นที่ สื่อ CEO THAILAND จึงได้ร่วมกันจัดงานกิจกรรมดังกล่าวขึ้น T                                                                                                        (นายเอกวรพงศ์ อำนวยทรัพย์)
อ่านต่อ...
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner