Responsive image

Sunday, 09 Aug 2026

Banner

หน้าแรก > TECHNOLOGY - AUTO - PROPERTY


จีเอเบิล เผยแผนปี 65 เร่งสปีดมุ่งสู่ผู้นำ “Tech Enabler" ช่วยลูกค้าเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน และปลอดภัยจากภัยไซเบอร์ในยุคดิจิทัล พร้อมตั้งเป้ายอดขายสู่ 10,000 ล้านบาทใน 5 ปี

Fri 11/03/2565


กลุ่มบริษัทจีเอเบิล (G-Able) ผู้นำด้าน "Tech Enabler" ที่ช่วยยกระดับธุรกิจสู่ยุคดิจิทัลในทุกมิติ ประกาศทิศทางการดำเนินธุรกิจปี 2565 ด้วยความมุ่งมั่นที่จะ “Reshaping The Next” ยกระดับจาก System Integration Plus Plus: SI++ ก้าวสู่การเป็น "Tech Enabler" ผู้นำศักยภาพความพร้อมทางเทคโนโลยีทุกด้านเพื่อช่วยให้องค์กรธุรกิจเพิ่มความสามารถในการแข่งขันและมีความปลอดภัยจากภัยไซเบอร์ในโลกยุคดิจิทัล พร้อมตอกย้ำความสำเร็จที่ผ่านมาด้วยตัวเลขยอดขาย รายได้ และกำไรที่เติบโตต่อเนื่องกว่าเท่าตัว พร้อมตั้งเป้ายอดขาย 10,000 ล้านบาทใน 5 ปี  

ดร.ชัยยุทธ ชุณหะชา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัทจีเอเบิล กล่าวว่า “ปี 2564 เป็นปีที่จีเอเบิลประสบความสำเร็จอย่างมากทั้งยอดขายและรายได้ในทุกพอร์ตฟอลิโอโดยกลุ่มโซลูชัน G Security ของบริษัทฯ ขยายตัวเกินความคาดหมาย ด้วยยอดขายกว่า 1,000 ล้านบาท มีอัตราการเติบโตต่อปีแบบทบต้น (CAGR) 42% ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการตอกย้ำจุดยืนของจีเอเบิลในฐานะผู้นำทางด้าน Cybersecurity ของประเทศไทย ส่วนกลุ่มโซลูชัน G Cloud มีอัตราการเติบโตต่อปีแบบทบต้น (CAGR) ถึง 33% ในช่วง 3 ปีเช่นกัน และกลุ่มโซลูชัน G Big Data เติบโตขึ้น 33% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ในขณะที่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ G Digital Product ก็เติบโตขึ้นถึง 76% ในระยะเวลาเดียวกัน ซึ่งทั้งหมดนี้ ส่งผลให้กำไรของจีเอเบิลสูงขึ้น และมีกำไรขั้นต้น (GP) สูงขึ้นถึงเกือบ 200 BPS ในปี 2564 นี่คือความสำเร็จในส่วนของธุรกิจหลักของจีเอเบิล ซึ่งถือว่าเป็น cash cow และฐานรากที่สำคัญ”

“ความสำเร็จและการเติบโตดังกล่าวเป็นไปตามแผนธุรกิจตามกลยุทธ์ G-Able Tree ที่เราได้ประกาศไว้ในปีที่แล้ว ซึ่งเราเปรียบธุรกิจของจีเอเบิลเหมือนต้นไม้ที่มีธุรกิจหลักเป็นรากอันมั่นคง และแตกแขนงกิ่งก้านอย่างแข็งแรงเป็นธุรกิจ Startup นอกจากนี้ ความมุ่งมั่นของเราที่จะ “Reshaping the Next” หรือการสร้างการเติบโตจากโอกาสที่มีอยู่ในตลาดที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว ประกอบกับวิสัยทัศน์ของบริษัทฯ ที่ชัดเจน พร้อมกับการมีผลิตภัณฑ์และบริการที่ดี ทำให้เราสามารถช่วยยกระดับลูกค้าในหลายอุตสาหกรรมเปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจดิจิทัลที่พร้อมสำหรับอนาคต” ดร.ชัยยุทธกล่าว

จากความสำเร็จในปีที่ผ่านมาและเทรนด์ของธุรกิจไอทีทั่วโลกที่เพิ่มสูงขึ้น จีเอเบิลยังคงมุ่งเน้นกลยุทธ์ G-Able Tree อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างจุดเด่นและความแตกต่างในการให้บริการ ภายใต้วิสัยทัศน์ในการดำเนินงานดังนี้

กลยุทธ์ที่ 1 ซึ่งเป็น Core business ที่เปรียบเหมือนฐานรากของต้นไม้ โดยบริษัทฯ ได้ยกระดับจากการเป็น SI++ สู่ "Tech Enabler" ซึ่งจะนำศักยภาพความพร้อมทางเทคโนโลยีในทุกด้าน ไปช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและต่อยอดโอกาสทางธุรกิจในโลกดิจิทัลให้กับลูกค้า อีกทั้งความสามารถในรับมือกับวิกฤติในอนาคตด้วยเทคโนโลยีที่มีความปลอดภัยและยืดหยุ่น ซึ่งในปีนี้ จีเอเบิล จะมุ่งเน้นกลุ่มโซลูชัน G Securityและ G Cloud

  • กลุ่มโซลูชัน G Security มุ่งเน้นคอนเซ็ปต์และเทคโนโลยีที่ล้ำหน้าอย่าง Cybersecurity Mesh Architecture และ Zero Trust Network Access โดยบริษัทฯ วางแผนเพิ่มโอกาสให้ลูกค้าทุกระดับตั้งแต่ขนาดกลางถึงขนาดเล็ก สามารถเข้าถึง โซลูชันที่ล้ำสมัย เพื่อปกป้องระบบและข้อมูลจากภัยไซเบอร์ ด้วยต้นทุนที่จับต้องได้  พร้อมกันนี้
    จีเอเบิลมีแผนการร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจที่มีศักยภาพ เพื่อร่วมพัฒนาโซลูชันให้แข็งแกร่งและมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น พร้อมขึ้นเป็นผู้นำด้าน Cybersecurity อันดับ1 ของประเทศไทยที่มียอดขายมากกว่า 1,000 ล้านบาท และคาดว่าจะขยายธุรกิจให้เติบโตกว่าเท่าตัว ภายใน 3 ปี
  • กลุ่มโซลูชัน G Cloud ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นของธุรกิจใน  VUCA World โลกยุคใหม่ที่มี ความผันผวน (Volatility) ความไม่แน่นอน (Uncertainty) ความซับซ้อน (Complexity) และคลุมเครือ (Ambiguity) ซึ่ง Cloud Technology จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ธุรกิจมีความยืดหยุ่นมากขึ้น มีโครงสร้างพื้นฐานที่พร้อมให้พนักงานของทุกองค์กรธุรกิจทำงานได้ทุกที่ทุกเวลา โดย จีเอเบิล เป็นหนึ่งในผู้นำด้านคลาวด์เทคโนโลยีรายใหญ่ในประเทศไทย และตั้งเป้าการเติบโตประมาณ 400 ล้านบาทในปี 2565
  • กลุ่ม Advance Integration Solution เป็นการนำเอาโซลูชันต่างๆ เช่น Digital Product Development Solution, Business Intelligence, Data Analytics และเทคโนโลยีอื่น ๆ มาเสริมแกร่งซึ่งกันและกันเพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันให้แก่ลูกค้า โดยคาดการเติบโตเป็นเลข 2 หลัก

กลยุทธ์ที่ 2 เป็นส่วนของลำต้นไม้ จีเอเบิลจะทำงานควบคู่กับลูกค้าในฐานะ Business Enabler โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่อง Data Modernization ที่บริษัทฯ จะผสานจุดแข็งของธุรกิจลูกค้าเข้ากับจุดแข็งทางเทคโนโลยีของจีเอเบิล เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ ร่วมกัน  

กลยุทธ์ที่ 3 เปรียบเสมือนกิ่งก้านของต้นไม้ บริษัทฯ มุ่งเสริมแกร่งด้วยกลุ่มธุรกิจ Tech Spin-off  ซึ่งเป็นกลุ่ม Startup
ของจีเอเบิลที่ต่อยอดมาจากกลยุทธ์ Own IP Platform หรือการพัฒนาผลิตภัณฑ์ลิขสิทธิ์ของจีเอเบิล ในปีที่แล้ว ควบคู่ไปกับการเพิ่มมูลค่าธุรกิจสูงสุดในแต่ละ Startup รวมถึงเป็นการสร้าง new S-Curve ให้กับจีเอเบิลด้วย โดยทั้ง 3 บริษัทสตาร์ทอัพหลัก ได้แก่ Blendata, InsightEra และ MVerge จะเป็นตัวช่วยเร่งการเติบโตแบบก้าวกระโดดให้แก่กลุ่มบริษัท

  • Blendata (เบลนเดต้า) มุ่งพัฒนา Blendata platform ที่สามารถเชื่อมต่อข้อมูลทั้งหมดขององค์กรมาไว้ที่เดียว เพื่อให้การใช้งานและจัดการกับข้อมูลมีประสิทธิภาพสูงสุด นำมาประมวลผลและวิเคราะห์สำหรับต่อยอดโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ ในอนาคต และในปี 2565 เบลนเดต้ามุ่งพัฒนา Ready to use Artificial Intelligence (AI) และ Machine Learning Solution ซึ่งช่วยให้องค์กรสามารถใช้ Big Data ได้มีประสิทธิผลมากขึ้น พร้อมทั้งยกระดับความเร็วเหนือกว่าคู่แข่งและการใช้ง่ายที่เข้าถึงได้ทุกเวลาที่ต้องการ นอกจากนี้ยังเตรียมออกผลิตภัณฑ์ใหม่อีก
    2 ตัว ซึ่งตั้งเป้าการเติบโตกว่าเท่าตัวในปีนี้
  • InsightEra (อินไซท์เอรา) นำเสนอ MARTECH ( Marketing Technology) ซึ่งเป็น platform ใหม่ของการตลาดที่ช่วยให้องค์กรแข่งขันได้ในยุคดิจิทัล ช่วยให้ลูกค้าสามารถจับพฤติกรรมใหม่ ๆ ของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปโดยให้ความสำคัญที่ “ความเร็ว” และ “ความแม่นยำ” เป็นหลัก ทำให้ธุรกิจสามารถตอบสนองตลาดได้แบบ real-time และตรงความต้องการผู้บริโภคอย่างแท้จริง ซึ่งช่วยให้ลูกค้าสามารถกำหนดและปรับกลยุทธ์การตลาดได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ลูกค้าเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและการเติบโตตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้ ทั้งนี้ InsightEra ตั้งเป้าการเติบโตมากกว่า 100% ในปีนี้
  • MVerge (เอ็มเวิร์จ) มุ่งพัฒนาดิจิทัลแพลตฟอร์มใหม่เพื่อตอบสนองความต้องการและเทรนด์ของตลาดในยุคดิจิทัล โดย MVerge ได้พัฒนา platform ตัวใหม่ชื่อว่า “SPACE” ซึ่งเป็นการนำ Advance Technology มาช่วยในการบริหารจัดการพื้นที่ทั้งในโลกจริงและโลกเสมือน โดยช่วยจำลองสถานที่ กำหนดพื้นที่ให้ผู้เช่า ออกแบบร้านค้าและโฆษณา อีกทั้งยังเพิ่มโอกาสให้ร้านค้าเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคได้มากขึ้นด้วยคอนเซ็ปต์ Omnichannel ที่เชื่อมร้านค้าทั้งโลกจริงและโลกเสมือนอย่างไร้รอยต่อ นอกจากนี้ยังสามารถนำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์ เพื่อให้เห็นแนวทางการตัดสินใจและความต้องการที่แท้จริงของผู้บริโภคได้อย่างแม่นยำ โดยคาดว่า MVerge จะเติบโตได้มากกว่าเท่าตัวและเป็นหนึ่งในผู้เล่นหลักในตลาด

นอกจาก 3 กลยุทธ์หลักที่สร้างความแข็งแกร่งให้กับกลุ่มบริษัทจีเอเบิลแล้ว บริษัทฯ ยังมีแบ็คล็อก (backlog) หรือยอดขายที่รอการรับรู้รายได้มากกว่า 3,000 ล้านบาท พร้อมตั้งเป้าเติบโตยอดขายหนึ่งเท่าตัว จาก 5,000 ล้านบาท เป็น 10,000 ล้านบาทภายใน 5 ปี

“ด้วยกลยุทธ์ที่แข็งแกร่งและการเติบโตแบบก้าวกระโดดของธุรกิจ Tech Spin-off เรามั่นใจว่าจีเอเบิลจะเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน พร้อม “Reshaping the Next” เพื่อสร้างโอกาสใหม่ๆ และสนับสนุนลูกค้าของเราให้สามารถแข่งขันในโลกดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งได้รับการป้องกันจากภัยไซเบอร์และมีความยืดหยุ่นในธุรกิจ ซึ่งทั้งหมดคือเป้าหมายที่เราจะไป
ให้สำเร็จใน 5 ปี” ดร.ชัยยุทธ กล่าว


Tags : จีเอเบิล กลุ่มบริษัทจีเอเบิล (G-Able) Tech Enabler ดร.ชัยยุทธ ชุณหะชา


Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

...

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า จากภาวะเศรษฐกิจและสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ส่งผลต่อราคาพลังงานและต้นทุนธุรกิจ ทำให้ SMEs หลายรายประสบปัญหาสภาพคล่องและเข้าถึงแหล่งทุนได้จำกัด ธนาคารออมสินจึงขานรับนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในการเร่งช่วยเหลือลูกหนี้ด้วยการเติมเงินใหม่ เปิดตัวสินเชื่อ “ออมสิน เติมตังค์ เสริมสภาพคล่อง” วงเงินรวม 2,000 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนลูกค้าสินเชื่อธุรกิจ SMEs ของธนาคารให้มีเงินทุนหมุนเวียนสำหรับเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินกิจการได้นานสูงสุด 12 เดือน ผ่อนนานสูงสุด 10 ปี และให้วงเงินกู้สูงสุดถึง 100% ของราคาประเมินหลักทรัพย์ค้ำประกัน เพื่อเติมทุนก้อนใหม่ให้ธุรกิจมีสภาพคล่องเพียงพอในการประคับประคองกิจการ รองรับค่าใช้จ่ายที่จำเป็น และรักษาการจ้างงานในช่วงเศรษฐกิจผันผวน เพื่อสนับสนุน SMEs ให้ก้าวข้ามทุกความท้าทายได้อย่างมั่นคง สินเชื่อ “ออมสิน เติมตังค์ เสริมสภาพคล่อง” เปิดให้ผู้ประกอบการ SMEs ที่เป็นลูกค้าสินเชื่อธุรกิจของธนาคารออมสินมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี และมีสถานะบัญชีปกติ ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 โดยไม่มีประวัติค้างชำระเกิน 90 วัน หรือไม่มีประวัติปรับปรุงโครงสร้างหนี้ในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา ณ วันที่ยื่นขอสินเชื่อ เพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน เสริมสภาพคล่อง เป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินกิจการ ลงทุนในทรัพย์สิน หรือไถ่ถอนจำนองจากสถาบันการเงินอื่น รวมถึงเป็นค่าใช้จ่ายในการไถ่ถอนจำนอง โดยวงเงินกู้จะพิจารณาตามความจำเป็นของวัตถุประสงค์การขอกู้และความสามารถในการชำระคืน มีให้เลือกทั้งแบบระยะสั้น (ทบทวนวงเงินรายปี) และระยะยาว ที่ผ่อนชำระได้นานสูงสุดถึง 10 ปี (รวมระยะเวลาปลอดชำระเงินต้นสูงสุด 1 ปี) อัตราดอกเบี้ยเป็นไปตามหลักเกณฑ์สินเชื่อธุรกิจและ SMEs ของธนาคาร และใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน ลูกค้าที่เข้าหลักเกณฑ์และต้องการเงินทุนเพื่อเสริมความคล่องตัวให้ธุรกิจ สามารถยื่นขอสินเชื่อได้ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2569 ณ ธนาคารออมสินทุกสาขาทั่วประเทศ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สาขาธนาคารออมสินเจ้าของบัญชี, GSB Contact Center โทร. 1115 หรือเว็บไซต์ www.gsb.or.th

08 Aug 2026

...

บมจ.กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต จัดแคมเปญใหญ่ “คุ้มครองอุ่นใจ ลุ้นรับโชคใหญ่ 6 เดือน 6 คัน” ในโอกาสฉลองครบรอบ 29 ปี ของบริษัทฯ  และเพื่อเป็นการตอบแทนลูกค้าคนสำคัญทุกท่าน  โดยแคมเปญนี้เป็นการเชิญชวนลูกค้าร่วมสนุกและลุ้นรางวัลใหญ่ รถยนต์ไฟฟ้า Tesla Model 3, รถยนต์ไฟฟ้า BYD Dolphin Standard Range,รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า Sleek Type S และรางวัลอื่นๆ มูลค่ารวมกว่า 7 ล้านบาท โดยแคมเปญเริ่มตั้งแต่วันนี้ - 31 ธันวาคม 2569 วิธีการรับสิทธิ์เพื่อร่วมลุ้นรับของรางวัล ลูกค้าที่ได้รับสิทธิ์ร่วมลุ้นรับรางวัล จะต้องดำเนินการตามเงื่อนไขด้านล่างภายในระยะเวลาโครงการตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม – 31 ธันวาคม 2569 สำหรับการซื้อกรมธรรม์ใหม่ การชำระเบี้ยประกันชีวิตประเภทสามัญ (เบี้ยฯปีต่ออายุ) ผ่านวิธีการและ/ หรือช่องทางการชำระเบี้ยที่กำหนด ดังนี้ สำหรับลูกค้าปัจจุบัน* เมื่อซื้อกรมธรรรม์ฉบับใหม่เพิ่ม รับ 3 สิทธิ์ /1 กรมธรรม์ โดยลูกค้าปัจจุบันจะต้องเป็นผู้ถือกรมธรรม์รายบุคคล (insured) ที่มีผลบังคับอย่างน้อย 1 กรมธรรม์ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 สำหรับลูกค้าใหม่ที่ซื้อกรมธรรม์เป็นฉบับแรก รับ 2 สิทธิ์ /1 กรมธรรม์ เมื่อแนบสัญญาเพิ่มเติมกลุ่มสุขภาพ หรือโรคร้ายแรง ในกรมธรรม์ฉบับเดิมหรือฉบับใหม่ รับ 1 สิทธิ์ /1 กรมธรรม์ การชำระเบี้ยประกันภัยปีต่อ รับ 1 สิทธิ์ / 1 กรมธรรม์ สมัครบริการชำระเบี้ยประกันแบบหักบัญชีอัตโนมัติผ่านบัญชีเงินฝาก (DA) หรือ ผ่านบัตรเครดิต (CCPA) รับ 1 สิทธิ์ / 1 กรมธรรม์ การชำระเบี้ยประกันชีวิตผ่านบัตรเครดิต VISA รับ 1 สิทธิ์ /1 กรมธรรม์ สมัครบริการรับผลประโยชน์ตามกรมธรรม์ผ่านบัญชีธนาคาร (DCA) รับ 1 สิทธิ์ / 1 กรมธรรม์ สำหรับการแนะนำเพื่อน (ผู้มุ่งหวัง) (กรณีกรอกข้อมูลผู้มุ่งหวังถูกต้องและสมบูรณ์) รับ 1 สิทธิ์ /  1 รายชื่อผู้มุ่งหวัง ขอสงวนสิทธิ์แบบประกันชีวิตควบการลงทุนไม่เข้าร่วมรายการ จำนวนสิทธิ์ในการลุ้นรับของรางวัล ลูกค้าผู้ที่จะใช้สิทธิ์จะต้องดาวน์โหลด ลงทะเบียน และเข้าใช้งานแอปพลิเคชัน Emma by AXA จึงจะมีสิทธิ์เข้าร่วมรายการ การแนะนำผู้มุ่งหวัง ผู้แนะนำต้องเป็นลูกค้าปัจจุบันของบริษัท กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) “บริษัท ฯ” ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 (ขอสงวนสิทธิ์ยกเว้นตัวแทนประกันชีวิตของบริษัท ฯ) และผู้ถูกแนะนำต้องไม่เคยมีกรมธรรม์ประกันชีวิตกับบริษัท ฯ มาก่อนเท่านั้น โดยผู้แนะนำต้องกรอกชื่อ-นามสกุล และหมายเลขโทรศัพท์ พร้อมระบุความสัมพันธ์ในลิงค์ที่ทางตัวแทนนำส่งให้ถูกต้องครบถ้วน กรมธรรม์จะต้องมีผลบังคับอยู่ ณ วันที่จับรางวัลและจัดส่งของรางวัล สงวนสิทธิ์รางวัล 1 รางวัลต่อลูกค้า 1 ท่าน ตลอดระยะเวลาโครงการ สำหรับลูกค้าที่เป็นผู้โชคดีได้รับรางวัลไปแล้วจะไม่มีสิทธิ์เข้าร่วมในการจับรางวัลในรอบอื่นของโครงการนี้ได้อีก พนักงานของบริษัท กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน), ตัวแทนประกันชีวิต และ คณะกรรมการดำเนินการจับรางวัล และ บริษัทที่เกี่ยวข้องกับการจัดกิจกรรม ไม่สามารถเข้าร่วมรายการจับรางวัลนี้ได้ สำหรับแคมเปญ “คุ้มครองอุ่นใจ ลุ้นรับโชคใหญ่ 6 เดือน 6 คัน” เปิดโอกาสให้ลูกค้าสะสมสิทธิ์และลุ้นรับรางวัลใหญ่จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2569 โดยมีกำหนดการจับรางวัล ทั้งหมด 4 รอบ เริ่มจับรางวัลตั้งแต่เดือนกันยายน 2569 ไปจนถึง เดือนมกราคม 2570 ดังนี้: ครั้งที่ 1: จับรางวัลในวันที่ 24 กันยายน 2569                ประกาศรายชื่อผู้โชคดีวันที่ 1 ตุลาคม 2569 ครั้งที่ 2: จับรางวัลในวันที่ 29 ตุลาคม 2569                  ประกาศรายชื่อผู้โชคดีวันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 ครั้งที่ 3: จับรางวัลในวันที่ 26 พฤศจิกายน 2569           ประกาศรายชื่อผู้โชคดีวันที่ 1 ธันวาคม 2569 ครั้งที่ 4: จับรางวัลในวันที่ 28 มกราคม 2570                ประกาศรายชื่อผู้โชคดีวันที่ 1 กุมภาพันธ์  2570 หมายเหตุ: ชิ้นส่วนที่เหลือจากการจับรางวัลในแต่ละครั้ง จะถูกนำมารวบรวมเพื่อจับรางวัลในรอบถัดไป สำหรับช่องทางการประกาศรายชื่อผู้โชคดี ประกาศผลรายชื่อผู้โชคดี ผ่านช่องทาง Facebook Official Fanpage “Krungthai-AXA Life” และ Website https://www.krungthai-axa.co.th โดยจะประกาศเลขที่กรมธรรม์ และชื่อ-นามสกุลผู้เอาประกันภัยของกรมธรรม์ที่ได้รับรางวัล ผู้โชคดีที่ได้รับรางวัล จะได้รับการติดต่อจากเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ ผ่านทางหมายเลขโทรศัพท์ 1159 ในเวลา 9.00 – 19.00 น. วันจันทร์ถึงวันศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์) โดยการติดต่อจะเป็นไปตามหมายเลขโทรศัพท์ที่ผู้โชคดีได้ระบุไว้ในขั้นตอนการสมัครทำประกันชีวิต เพื่อนัดหมายเข้ารับของรางวัล ณ บริษัท เฟเวอร์ลี่ จำกัด สำนักงานใหญ่  ที่อยู่ เลขที่ 43 อาคารไทยซีซีทาวเวอร์ ห้องเลขที่ 270 ชั้นที่ 27 ถนนสาทรใต้ แขวงยานนาวา เขตสาทร กรุงเทพมหานคร เบอร์ติดต่อ 02 673 9335 ท่านสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกิจกรรม การบริการ และผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ ได้ที่ www.krungthai-axa.co.th หรือ โทร.1159 ทั้งนี้อ่านรายละเอียดข่าวนี้เพิ่มเติมได้ที่ https://ktaxa.live/Promote-Lucky-Draw-29-Anniversary

08 Aug 2026

...

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า การออมเป็นรากฐานสำคัญของความมั่นคงทางการเงิน สอดรับกับนโยบายรัฐบาลที่มุ่งส่งเสริมให้ประชาชนมีวินัยการออม สามารถออมได้ต่อเนื่อง และต่อยอดเงินออมให้เกิดผลตอบแทนที่เหมาะสม เพื่อสร้างความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว ธนาคารออมสินจึงเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์การออมที่ตอบโจทย์ประชาชน โดยเฉพาะผู้ที่มีเงินก้อนและกำลังมองหาทางเลือกในการบริหารเงินออมให้ได้รับผลตอบแทนที่คุ้มค่า ควบคู่กับการรักษาเงินต้นอย่างมั่นคงและปลอดภัย ล่าสุด เปิดตัว 2 ผลิตภัณฑ์ ได้แก่ “สลากออมสินพิเศษ 5 ปี” ที่ให้ออมเงินพร้อมสิทธิ์ลุ้นรางวัลสูงสุด 20 ล้านบาททุกเดือนตลอดอายุสลาก และ เงินฝากเผื่อเรียกพิเศษ “ออมสิน ออมสุข” ซึ่งเป็นครั้งแรกของธนาคารออมสิน ที่ให้ผู้ฝากรับดอกเบี้ยทุกเดือนในอัตราเทียบเท่าเงินฝากประจำ 1.52% ต่อปี โดยไม่ต้องเสียภาษี ที่สำคัญ เงินฝากและดอกเบี้ยของลูกค้าธนาคารออมสินยังได้รับการประกันเต็มจำนวนจากรัฐบาลตามกฎหมาย จึงเป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการต่อยอดเงินออมอย่างมั่นใจ สะท้อนบทบาทของออมสินในฐานะ “ธนาคารเพื่อทุกชีวิต” ที่พร้อมส่งเสริมให้ประชาชนมีความมั่นคงทางการเงินอย่างยั่งยืน โดยทั้ง 2 ผลิตภัณฑ์มีรายละเอียดดังนี้ - ออมพร้อมลุ้นโชคสูงสุด 20 ล้านบาททุกเดือน กับ “สลากออมสินพิเศษ 5 ปี” เปิดรับฝากทั้งแบบใบสลากและสลากดิจิทัล ราคาหน่วยละ 500 บาท ระยะเวลารับฝาก 5 ปี ซื้อขั้นต่ำแบบใบสลาก 500 บาท และแบบดิจิทัล 1,000 บาท เมื่อฝากครบกำหนดได้รับดอกเบี้ย 5 บาท/หน่วย คิดเป็นอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 0.20% ต่อปี พร้อมสิทธิ์ลุ้นรางวัล เดือนละ 2 รอบ รวม 120 รอบตลอดอายุสลาก กรณีถอนก่อนครบกำหนดได้รับดอกเบี้ยตามเงื่อนไขของผลิตภัณฑ์ โดยดอกเบี้ยและเงินรางวัลสำหรับบุคคลธรรมดาได้รับการยกเว้นภาษี ซื้อสลากได้ตั้งแต่วันที่ 2 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป ที่ธนาคารออมสินทุกสาขา หรือกดซื้ออย่างสะดวกด้วยตนเองผ่านแอป MyMo   - ออมแบบรับดอกเบี้ยทุกเดือน กับเงินฝากเผื่อเรียกพิเศษ “ออมสิน ออมสุข” สำหรับบุคคลธรรมดาอายุ 7 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป เปิดบัญชีขั้นต่ำ 100,000 บาท ฝากเพิ่มครั้งละไม่น้อยกว่า 10,000 บาท ไม่จำกัดวงเงินรับฝากสูงสุด ระยะเวลาฝาก 3 ปี รับอัตราดอกเบี้ย 1.30% ต่อปี หรือเทียบเท่าเงินฝากประจำ 1.52% ต่อปี รับดอกเบี้ยทุกเดือนแบบวันชนวัน โดยไม่ต้องเสียภาษี และกรณีถอนก่อนครบกำหนด ธนาคารจะไม่เรียกคืนดอกเบี้ยที่ได้รับไปแล้ว เปิดรับฝากตั้งแต่วันที่ 2 สิงหาคม – 31 ตุลาคม 2569 ณ ธนาคารออมสินทุกสาขาทั่วประเทศ ผลิตภัณฑ์ส่งเสริมการออมทั้ง 2 รูปแบบ ช่วยให้ผู้มีเงินก้อนสามารถเลือกวางแผนการออมให้สอดคล้องกับเป้าหมายของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นการออมพร้อมโอกาสลุ้นรับรางวัล หรือการรับผลตอบแทนสม่ำเสมอทุกเดือน เพื่อสร้างความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ธนาคารออมสินทุกสาขาทั่วประเทศ เว็บไซต์ธนาคารออมสิน www.gsb.or.th หรือ GSB Contact Center โทร. 1115

04 Aug 2026

...

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นำผู้บริหารหน่วยงานภายใต้สังกัดกระทรวงการคลัง ร่วมเป็นเจ้าภาพในพิธีบำเพ็ญกุศลปัญญาสมวาร ในวาระครบ 50 วันแห่งการสิ้นพระชนม์ อุทิศถวายเป็นพระกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เพื่อแสดงความอาลัยและน้อมรำลึกในพระกรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น โดยมีนายเสกสรรค์ จันทร์ขวาง รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เป็นผู้แทนธนาคารเข้าร่วมพิธี เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 ณ ห้องกำปั่นเงิน ชั้น 21 อาคาร 150 ปี กระทรวงการคลัง    

02 Aug 2026

Banner Banner Banner Banner Banner Banner

Banner
  เปิดแผนงานสื่อ CEO THAILAND ปี 2569-2570 รุกคืบงานวิทยุ - ทีวี - อีเวนต์สื่อ                  สวัสดีครับท่านสมาชิกและผู้ติดตามสื่อออนไลน์ และสื่อในเครือ CEO THAILAND ตลอดมา 21 ปี ช่วงนี้ว่างเว้นจากสนามการเมืองระยะหนึ่ง ผมพอมีเวลากลับมาสานต่องานสื่อสักระยะหนึ่งคือในช่วงปี 2569-2570 จะกลับมาช่วยงานสื่อในฐานะที่ปรึกษา โดยจะยังเน้นในเรื่องสื่อออนไลน์ สื่อทีวี และสื่อวิทยุ และงานอีเวนต์ต่อเนื่องจากสื่อ ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2569 เป็นต้นไป ผมมีแผนงานของบริษัท เอก-วรา พับลิค รีเรชันส์ จำกัด ในสื่อดังต่อไปนี้คือ                          1. สื่อออนไลน์ CEO THAILAND              2. จัดทำรายการวิทยุ “คลื่นประกันภัย-การเงิน” ทางสถานีวิทยุ 96.25 MHZ (สถานีวิทยุการท่องเที่ยววัฒนธรรม) โครงการจัดทำรายการวิทยุเชิงข่าวสารในแวดวงประกันภัยและการเงิน นำเสนอข่าวสารเกี่ยวกับการประกันภัย-ประกันชีวิต  การเงิน และธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ทั้งสินเชื่อ ไฟแนนซ์ อสังหาริมทรัพย์ SMEs ออกอากาศทุกวันศุกร์ของทุกสัปดาห์ เวลา 17.00-18.00 น. ในเดือนสิงหาคม 2569               3. เดือนสิงหาคม 2569 สื่อได้จัดทำรายการทีวี “เรื่องเด่น...ประเด็นดัง” ออนแอร์ออกอากาศทางNBT2 ซึ่งเป็นรายการสดทีวี ที่นำเสนอนโยบายรัฐบาล และวิสัยทัศน์ ของผู้บริหารองค์กรภาครัฐ และภาคเอกชนในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสังคม บริการสาธารณะและบริการพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับสังคม และพี่น้องประชาชน ออกอากาศ ทุกวันจันทร์ที่ 1 และ 3 ของเดือน เวลา 10.00-10.30 น.               4. จัดงานมอบรางวัล “สุดยอดผู้บริหาร-องค์กรแห่งปี 2569” เดือนธันวาคม 2569 ที่จังหวัดกาญจนบุรี โครงการรับรางวัล  “สุดยอดผู้บริหาร-องค์กรแห่งปี 2569” เพื่อประกาศเกียรติคุณให้ผู้บริหารและองค์กรที่สร้างผลงานโดดเด่น ทั้งยังเป็นการกระตุ้นภาคธุรกิจเครือข่าย และSMEs ความตื่นตัวของชุมชนในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี รวมทั้งยังเป็นการสานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสื่อมวลชน-ภาคธุรกิจ -ผู้ประกอบการในพื้นที่ และพี่น้องประชาชน สื่อ CEO THAILAND จึงได้ร่วมกันจัดงานมอบรางวัลดังกล่าวขึ้น               5. โครงการจัดงานสัมมนา  “ทิศทางธุรกิจประกันภัย-การเงินแห่งปี 2569” ในเดือนธันวาคม 2569เพื่อเป็นการกระตุ้นภาคธุรกิจประกันภัยและการเงินในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรีและจังหวัดใกล้เคียง เพื่อความตื่นตัวของชุมชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร รวมทั้งจังหวัดกาญจนบุรี อีกทั้งยังเป็นการสานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสื่อมวลชน-ภาคธุรกิจ-ผู้ประกอบการในพื้นที่ และพี่น้องประชาชน สื่อ CEO THAILAND จึงได้ร่วมกันจัดงานสัมมนาดังกล่าวขึ้น               6. จัดงาน CSR ณ โรงเรียนบ้านท่าทุ่ม จ.กาญจนบุรี ในวันที่ 31 มกราคม 2570 โครงการจัดงานกิจกรรมเพื่อสังคม “CEO THAILAND CSR  OF THE YEAR 2027” เพื่อคืนกำไรสู่สังคมและสร้างความรู้ความเข้าใจให้คนในสังคม เป็นการกระตุ้นภาคธุรกิจประกันภัยและการเงิน และความตื่นตัวของชุมชนในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี อีกทั้งยังเป็นการสานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสื่อมวลชน-ภาคธุรกิจ -ผู้ประกอบการในพื้นที่ และพี่น้องประชาชนในพื้นที่ สื่อ CEO THAILAND จึงได้ร่วมกันจัดงานกิจกรรมดังกล่าวขึ้น T                                                                                                        (นายเอกวรพงศ์ อำนวยทรัพย์)
อ่านต่อ...
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner