Responsive image

Friday, 18 Sep 2026

Banner

หน้าแรก > TECHNOLOGY - AUTO - PROPERTY


จีเอเบิล เผยแผนปี 65 เร่งสปีดมุ่งสู่ผู้นำ “Tech Enabler" ช่วยลูกค้าเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน และปลอดภัยจากภัยไซเบอร์ในยุคดิจิทัล พร้อมตั้งเป้ายอดขายสู่ 10,000 ล้านบาทใน 5 ปี

Fri 11/03/2565


กลุ่มบริษัทจีเอเบิล (G-Able) ผู้นำด้าน "Tech Enabler" ที่ช่วยยกระดับธุรกิจสู่ยุคดิจิทัลในทุกมิติ ประกาศทิศทางการดำเนินธุรกิจปี 2565 ด้วยความมุ่งมั่นที่จะ “Reshaping The Next” ยกระดับจาก System Integration Plus Plus: SI++ ก้าวสู่การเป็น "Tech Enabler" ผู้นำศักยภาพความพร้อมทางเทคโนโลยีทุกด้านเพื่อช่วยให้องค์กรธุรกิจเพิ่มความสามารถในการแข่งขันและมีความปลอดภัยจากภัยไซเบอร์ในโลกยุคดิจิทัล พร้อมตอกย้ำความสำเร็จที่ผ่านมาด้วยตัวเลขยอดขาย รายได้ และกำไรที่เติบโตต่อเนื่องกว่าเท่าตัว พร้อมตั้งเป้ายอดขาย 10,000 ล้านบาทใน 5 ปี  

ดร.ชัยยุทธ ชุณหะชา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัทจีเอเบิล กล่าวว่า “ปี 2564 เป็นปีที่จีเอเบิลประสบความสำเร็จอย่างมากทั้งยอดขายและรายได้ในทุกพอร์ตฟอลิโอโดยกลุ่มโซลูชัน G Security ของบริษัทฯ ขยายตัวเกินความคาดหมาย ด้วยยอดขายกว่า 1,000 ล้านบาท มีอัตราการเติบโตต่อปีแบบทบต้น (CAGR) 42% ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการตอกย้ำจุดยืนของจีเอเบิลในฐานะผู้นำทางด้าน Cybersecurity ของประเทศไทย ส่วนกลุ่มโซลูชัน G Cloud มีอัตราการเติบโตต่อปีแบบทบต้น (CAGR) ถึง 33% ในช่วง 3 ปีเช่นกัน และกลุ่มโซลูชัน G Big Data เติบโตขึ้น 33% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ในขณะที่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ G Digital Product ก็เติบโตขึ้นถึง 76% ในระยะเวลาเดียวกัน ซึ่งทั้งหมดนี้ ส่งผลให้กำไรของจีเอเบิลสูงขึ้น และมีกำไรขั้นต้น (GP) สูงขึ้นถึงเกือบ 200 BPS ในปี 2564 นี่คือความสำเร็จในส่วนของธุรกิจหลักของจีเอเบิล ซึ่งถือว่าเป็น cash cow และฐานรากที่สำคัญ”

“ความสำเร็จและการเติบโตดังกล่าวเป็นไปตามแผนธุรกิจตามกลยุทธ์ G-Able Tree ที่เราได้ประกาศไว้ในปีที่แล้ว ซึ่งเราเปรียบธุรกิจของจีเอเบิลเหมือนต้นไม้ที่มีธุรกิจหลักเป็นรากอันมั่นคง และแตกแขนงกิ่งก้านอย่างแข็งแรงเป็นธุรกิจ Startup นอกจากนี้ ความมุ่งมั่นของเราที่จะ “Reshaping the Next” หรือการสร้างการเติบโตจากโอกาสที่มีอยู่ในตลาดที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว ประกอบกับวิสัยทัศน์ของบริษัทฯ ที่ชัดเจน พร้อมกับการมีผลิตภัณฑ์และบริการที่ดี ทำให้เราสามารถช่วยยกระดับลูกค้าในหลายอุตสาหกรรมเปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจดิจิทัลที่พร้อมสำหรับอนาคต” ดร.ชัยยุทธกล่าว

จากความสำเร็จในปีที่ผ่านมาและเทรนด์ของธุรกิจไอทีทั่วโลกที่เพิ่มสูงขึ้น จีเอเบิลยังคงมุ่งเน้นกลยุทธ์ G-Able Tree อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างจุดเด่นและความแตกต่างในการให้บริการ ภายใต้วิสัยทัศน์ในการดำเนินงานดังนี้

กลยุทธ์ที่ 1 ซึ่งเป็น Core business ที่เปรียบเหมือนฐานรากของต้นไม้ โดยบริษัทฯ ได้ยกระดับจากการเป็น SI++ สู่ "Tech Enabler" ซึ่งจะนำศักยภาพความพร้อมทางเทคโนโลยีในทุกด้าน ไปช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและต่อยอดโอกาสทางธุรกิจในโลกดิจิทัลให้กับลูกค้า อีกทั้งความสามารถในรับมือกับวิกฤติในอนาคตด้วยเทคโนโลยีที่มีความปลอดภัยและยืดหยุ่น ซึ่งในปีนี้ จีเอเบิล จะมุ่งเน้นกลุ่มโซลูชัน G Securityและ G Cloud

  • กลุ่มโซลูชัน G Security มุ่งเน้นคอนเซ็ปต์และเทคโนโลยีที่ล้ำหน้าอย่าง Cybersecurity Mesh Architecture และ Zero Trust Network Access โดยบริษัทฯ วางแผนเพิ่มโอกาสให้ลูกค้าทุกระดับตั้งแต่ขนาดกลางถึงขนาดเล็ก สามารถเข้าถึง โซลูชันที่ล้ำสมัย เพื่อปกป้องระบบและข้อมูลจากภัยไซเบอร์ ด้วยต้นทุนที่จับต้องได้  พร้อมกันนี้
    จีเอเบิลมีแผนการร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจที่มีศักยภาพ เพื่อร่วมพัฒนาโซลูชันให้แข็งแกร่งและมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น พร้อมขึ้นเป็นผู้นำด้าน Cybersecurity อันดับ1 ของประเทศไทยที่มียอดขายมากกว่า 1,000 ล้านบาท และคาดว่าจะขยายธุรกิจให้เติบโตกว่าเท่าตัว ภายใน 3 ปี
  • กลุ่มโซลูชัน G Cloud ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นของธุรกิจใน  VUCA World โลกยุคใหม่ที่มี ความผันผวน (Volatility) ความไม่แน่นอน (Uncertainty) ความซับซ้อน (Complexity) และคลุมเครือ (Ambiguity) ซึ่ง Cloud Technology จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ธุรกิจมีความยืดหยุ่นมากขึ้น มีโครงสร้างพื้นฐานที่พร้อมให้พนักงานของทุกองค์กรธุรกิจทำงานได้ทุกที่ทุกเวลา โดย จีเอเบิล เป็นหนึ่งในผู้นำด้านคลาวด์เทคโนโลยีรายใหญ่ในประเทศไทย และตั้งเป้าการเติบโตประมาณ 400 ล้านบาทในปี 2565
  • กลุ่ม Advance Integration Solution เป็นการนำเอาโซลูชันต่างๆ เช่น Digital Product Development Solution, Business Intelligence, Data Analytics และเทคโนโลยีอื่น ๆ มาเสริมแกร่งซึ่งกันและกันเพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันให้แก่ลูกค้า โดยคาดการเติบโตเป็นเลข 2 หลัก

กลยุทธ์ที่ 2 เป็นส่วนของลำต้นไม้ จีเอเบิลจะทำงานควบคู่กับลูกค้าในฐานะ Business Enabler โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่อง Data Modernization ที่บริษัทฯ จะผสานจุดแข็งของธุรกิจลูกค้าเข้ากับจุดแข็งทางเทคโนโลยีของจีเอเบิล เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ ร่วมกัน  

กลยุทธ์ที่ 3 เปรียบเสมือนกิ่งก้านของต้นไม้ บริษัทฯ มุ่งเสริมแกร่งด้วยกลุ่มธุรกิจ Tech Spin-off  ซึ่งเป็นกลุ่ม Startup
ของจีเอเบิลที่ต่อยอดมาจากกลยุทธ์ Own IP Platform หรือการพัฒนาผลิตภัณฑ์ลิขสิทธิ์ของจีเอเบิล ในปีที่แล้ว ควบคู่ไปกับการเพิ่มมูลค่าธุรกิจสูงสุดในแต่ละ Startup รวมถึงเป็นการสร้าง new S-Curve ให้กับจีเอเบิลด้วย โดยทั้ง 3 บริษัทสตาร์ทอัพหลัก ได้แก่ Blendata, InsightEra และ MVerge จะเป็นตัวช่วยเร่งการเติบโตแบบก้าวกระโดดให้แก่กลุ่มบริษัท

  • Blendata (เบลนเดต้า) มุ่งพัฒนา Blendata platform ที่สามารถเชื่อมต่อข้อมูลทั้งหมดขององค์กรมาไว้ที่เดียว เพื่อให้การใช้งานและจัดการกับข้อมูลมีประสิทธิภาพสูงสุด นำมาประมวลผลและวิเคราะห์สำหรับต่อยอดโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ ในอนาคต และในปี 2565 เบลนเดต้ามุ่งพัฒนา Ready to use Artificial Intelligence (AI) และ Machine Learning Solution ซึ่งช่วยให้องค์กรสามารถใช้ Big Data ได้มีประสิทธิผลมากขึ้น พร้อมทั้งยกระดับความเร็วเหนือกว่าคู่แข่งและการใช้ง่ายที่เข้าถึงได้ทุกเวลาที่ต้องการ นอกจากนี้ยังเตรียมออกผลิตภัณฑ์ใหม่อีก
    2 ตัว ซึ่งตั้งเป้าการเติบโตกว่าเท่าตัวในปีนี้
  • InsightEra (อินไซท์เอรา) นำเสนอ MARTECH ( Marketing Technology) ซึ่งเป็น platform ใหม่ของการตลาดที่ช่วยให้องค์กรแข่งขันได้ในยุคดิจิทัล ช่วยให้ลูกค้าสามารถจับพฤติกรรมใหม่ ๆ ของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปโดยให้ความสำคัญที่ “ความเร็ว” และ “ความแม่นยำ” เป็นหลัก ทำให้ธุรกิจสามารถตอบสนองตลาดได้แบบ real-time และตรงความต้องการผู้บริโภคอย่างแท้จริง ซึ่งช่วยให้ลูกค้าสามารถกำหนดและปรับกลยุทธ์การตลาดได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ลูกค้าเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและการเติบโตตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้ ทั้งนี้ InsightEra ตั้งเป้าการเติบโตมากกว่า 100% ในปีนี้
  • MVerge (เอ็มเวิร์จ) มุ่งพัฒนาดิจิทัลแพลตฟอร์มใหม่เพื่อตอบสนองความต้องการและเทรนด์ของตลาดในยุคดิจิทัล โดย MVerge ได้พัฒนา platform ตัวใหม่ชื่อว่า “SPACE” ซึ่งเป็นการนำ Advance Technology มาช่วยในการบริหารจัดการพื้นที่ทั้งในโลกจริงและโลกเสมือน โดยช่วยจำลองสถานที่ กำหนดพื้นที่ให้ผู้เช่า ออกแบบร้านค้าและโฆษณา อีกทั้งยังเพิ่มโอกาสให้ร้านค้าเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคได้มากขึ้นด้วยคอนเซ็ปต์ Omnichannel ที่เชื่อมร้านค้าทั้งโลกจริงและโลกเสมือนอย่างไร้รอยต่อ นอกจากนี้ยังสามารถนำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์ เพื่อให้เห็นแนวทางการตัดสินใจและความต้องการที่แท้จริงของผู้บริโภคได้อย่างแม่นยำ โดยคาดว่า MVerge จะเติบโตได้มากกว่าเท่าตัวและเป็นหนึ่งในผู้เล่นหลักในตลาด

นอกจาก 3 กลยุทธ์หลักที่สร้างความแข็งแกร่งให้กับกลุ่มบริษัทจีเอเบิลแล้ว บริษัทฯ ยังมีแบ็คล็อก (backlog) หรือยอดขายที่รอการรับรู้รายได้มากกว่า 3,000 ล้านบาท พร้อมตั้งเป้าเติบโตยอดขายหนึ่งเท่าตัว จาก 5,000 ล้านบาท เป็น 10,000 ล้านบาทภายใน 5 ปี

“ด้วยกลยุทธ์ที่แข็งแกร่งและการเติบโตแบบก้าวกระโดดของธุรกิจ Tech Spin-off เรามั่นใจว่าจีเอเบิลจะเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน พร้อม “Reshaping the Next” เพื่อสร้างโอกาสใหม่ๆ และสนับสนุนลูกค้าของเราให้สามารถแข่งขันในโลกดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งได้รับการป้องกันจากภัยไซเบอร์และมีความยืดหยุ่นในธุรกิจ ซึ่งทั้งหมดคือเป้าหมายที่เราจะไป
ให้สำเร็จใน 5 ปี” ดร.ชัยยุทธ กล่าว


Tags : จีเอเบิล กลุ่มบริษัทจีเอเบิล (G-Able) Tech Enabler ดร.ชัยยุทธ ชุณหะชา


Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

...

ธ.ก.ส. เปิดตัว “สลากออมทรัพย์ ธ.ก.ส. ชุดดิจิทัล Plus” เพียงหน่วยละ 50 บาท ลุ้นโชคมูลค่า 3 ล้าน ทุกเดือน จำนวน 12 ครั้ง และรางวัลอื่น ๆ รวมมูลค่ากว่า 3 ล้านบาท อายุสลาก 1 ปี เมื่อฝากครบ จะได้รับดอกเบี้ยหน่วยละ 0.01 บาท คิดเป็นอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 0.02 ต่อปี โดยเงินรางวัลได้รับการยกเว้นภาษีสำหรับบุคคลธรรมดา เปิดรับฝากพร้อมกันทั่วประเทศตั้งแต่ 17 ก.ย. นี้เป็นต้นไป ฝากง่ายๆ ได้ทุกที่ ทุกเวลา ผ่านแอปพลิเคชัน BAAC Mobile   นายไพศาล หงษ์ทอง รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ธ.ก.ส. เปิดตัวสลากออมทรัพย์ ธ.ก.ส. ชุดดิจิทัล Plus หน่วยละ 50 บาท จำนวน 200 ล้านหน่วย แบ่งเป็น 20 หมวด หมวดละ 10 ล้านหน่วย วงเงินรวม 10,000 ล้านบาท อายุการรับฝาก 1 ปี เมื่อฝากครบกำหนด จะได้รับดอกเบี้ยหน่วยละ 0.01 บาท คิดเป็นอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 0.02 ต่อปี พร้อมลุ้นรางวัลที่ 1 เสี่ยงหมวด จำนวน 1 รางวัล รางวัลละ 3 ล้านบาท และรางวัลที่ 1 ไม่เสี่ยงหมวด จำนวน 19 รางวัล รางวัลละ 3,000 บาท รวมจำนวนรางวัลต่องวดทั้งสิ้น 20 รางวัล คิดเป็นเงินรางวัลสูงสุด 3,057,000 บาทต่อเดือน   โดยสลากออมทรัพย์ ธ.ก.ส. ชุดดิจิทัล Plus จะเปิดรับฝากพร้อมกันทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 17 กันยายน 2569 เป็นต้นไป ฝากได้ง่าย สะดวก ทุกที่ทุกเวลาผ่านแอปพลิเคชัน BAAC Mobile โดยสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน BAAC Mobile ได้บนสมาร์ตโฟนผ่าน App store หรือ Play store ทั้งนี้ ดอกเบี้ยและเงินรางวัลในการฝากสลากออมทรัพย์ได้รับการยกเว้นภาษีสำหรับบุคคลธรรมดา เตรียมแจกโชคออกรางวัลครั้งแรกในวันที่ 16 ตุลาคม 2569 และจะมีการจับรางวัลทุกวันที่ 16 ของทุกเดือน รวม 12 ครั้ง ยกเว้นเดือนมกราคม จะออกรางวัลในวันที่ 17 มกราคม ซึ่งผู้ฝากสลากภายในวันที่ 15 ของเดือน จะได้รับสิทธิ์ตรวจรางวัลในเดือนนั้น ๆ ทั้งนี้ สามารถตรวจผลการออกรางวัลและรับชมการถ่ายทอดสดการออกรางวัลสลากออมทรัพย์ได้ทางเว็บไซต์ www.baac.or.th, Facebook Page ธกส BAAC Thailand และ ธกส บริการด้วยใจ, Youtube Channel BAAC Thailand โดยธนาคารจะโอนเงินรางวัลเข้าบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ที่เป็นบัญชีคู่โอนของลูกค้าทันทีในวันถัดไปหลังจากวันออกรางวัลในแต่ละงวด ร่วมสร้างรากฐานทางการเงินที่มั่นคงกับ ธ.ก.ส. สู่อนาคตที่ยั่งยืน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ธ.ก.ส. ทุกสาขา ทั่วประเทศ หรือ ธ.ก.ส. Contact Center 02 555 0555  

18 Sep 2026

...

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารประสบความสำเร็จได้รับ 3 รางวัลเกียรติยศด้านการเงินจากเวที Global Brand Awards 2026 ได้แก่ Best Financial Inclusion Bank 2026 รางวัลธนาคารยอดเยี่ยมด้านการส่งเสริมการเข้าถึงบริการทางการเงิน Bank of Social Impact Excellence 2026 รางวัลธนาคารยอดเยี่ยมด้านการสร้างผลลัพธ์เชิงสังคม และ Best Bank for Financial Literacy Promotion 2026 รางวัลธนาคารยอดเยี่ยมด้านการส่งเสริมความรู้ทางการเงิน จาก Global Brands Magazine นิตยสารด้านธุรกิจและการเงินชั้นนำจาก สหราชอาณาจักร ความสำเร็จครั้งนี้ตอกย้ำบทบาทการเป็น “ธนาคารเพื่อทุกชีวิต” ที่มุ่งสร้างโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงบริการทางการเงินในระบบอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม ควบคู่กับการสร้างประโยชน์ให้แก่สังคม ส่งเสริมความรู้ทางการเงิน และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน รางวัล Best Financial Inclusion Bank 2026 มาจากผลงานด้านการขยายโอกาสให้ประชาชนฐานราก ผู้มีรายได้น้อย ผู้ประกอบอาชีพอิสระ และผู้ประกอบการรายย่อย เข้าถึงแหล่งทุนในระบบภายใต้เงื่อนไขที่เป็นธรรม โดยตลอดปีที่ผ่านมา ธนาคารอนุมัติสินเชื่อรายย่อยอัตราดอกเบี้ยต่ำแก่ประชาชนกว่า 1.4 ล้านราย สนับสนุนค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา และช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติและวิกฤตต่าง ๆ โดยเฉพาะโครงการ “สินเชื่อสร้างเครดิต สร้างโอกาส” ที่ช่วยให้ผู้กู้รายใหม่ซึ่งยังไม่มีประวัติสินเชื่อในระบบกว่า 200,000 ราย เริ่มต้นสร้างประวัติทางการเงิน เพิ่มโอกาสในการเข้าถึงแหล่งทุนในระบบอย่างต่อเนื่อง และลดการพึ่งพาหนี้นอกระบบในระยะยาว   ส่วน รางวัล Bank of Social Impact Excellence 2026 ยืนยันความสำเร็จของการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์ Dual Missions ซึ่งมุ่งดำเนินภารกิจเชิงพาณิชย์ควบคู่กับการสร้างประโยชน์แก่สังคม โดยนำผลตอบแทนจากการดำเนินธุรกิจไปสนับสนุนโครงการที่ช่วยลดความเหลื่อมล้ำ เสริมความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจฐานราก และสร้างผลลัพธ์เชิงบวกในวงกว้าง ถ่ายทอดผ่านแคมเปญ “ทุกธุรกรรมของคุณเปลี่ยนชีวิตใหม่ให้ใครบางคน” เพื่อสื่อสารให้ลูกค้าเห็นว่าทุกธุรกรรมกับธนาคารมีส่วนช่วยสร้างโอกาสให้แก่สังคม ขณะที่ รางวัล Best Bank for Financial Literacy Promotion 2026 สะท้อนถึงบทบาทการส่งเสริมความรู้ทางการเงิน (Financial Literacy) แก่ประชาชนทุกช่วงวัย ผ่านโครงการธนาคารโรงเรียนที่ดำเนินงาน มากว่า 28 ปี และพัฒนาสู่โครงการธนาคารโรงเรียนดิจิทัล ปลูกฝังวินัยการออมให้แก่เด็กและเยาวชน รู้จักการใช้จ่ายเงินอย่างเหมาะสม และสามารถพึ่งพาตนเองได้ในอนาคต รวมถึงแพลตฟอร์ม “ออมตังค์” โดยธนาคารออมสิน และแอปพลิเคชัน “Coach Aom by GSB” ที่พัฒนาบุคลากรสู่การเป็นผู้ให้คำปรึกษาทางการเงิน พร้อมถ่ายทอดความรู้ความเข้าใจในเรื่องของการออมและวางแผนการออมอย่างมีเป้าหมายให้แก่ประชาชนในทุกช่วงชีวิต

16 Sep 2026

...

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารประสบความสำเร็จรับ 2 รางวัลเกียรติยศจากเวที International Banker Banking Awards 2026 ได้แก่ Sustainable Bank of the Year Thailand 2026 รางวัลธนาคารเพื่อความยั่งยืนยอดเยี่ยม และ Best Innovation in Retail Banking Thailand 2026 รางวัลนวัตกรรมยอดเยี่ยมด้านลูกค้ารายย่อย ซึ่งได้รับเป็นครั้งที่ 3 ต่อจากปี 2020 และ 2022 จาก International Banker องค์กรสื่อด้านการเงินและการธนาคารชั้นนำจากสหราชอาณาจักร ที่มอบรางวัลเพื่อยกย่องและเชิดชูเกียรติสถาบันการเงินทั่วโลกที่มีผลงานโดดเด่นในแต่ละสาขา ความสำเร็จครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของธนาคารในการบูรณาการแนวคิด ESG และการพัฒนาอย่างยั่งยืนเป็นหัวใจสำคัญของยุทธศาสตร์ธนาคาร เพื่อให้องค์กรพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต สามารถเติบโตอย่างแข็งแรง ควบคู่ไปกับการสร้างประโยชน์และคุณค่าต่อทุกชีวิตในสังคมในวงกว้าง ตลอดจนพัฒนานวัตกรรมและบริการทางการเงินที่ตอบโจทย์ความต้องการอันหลากหลายของประชาชนทุกกลุ่มและทุกช่วงวัย เพื่อสร้างโอกาสในการเข้าถึงบริการทางการเงินและยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างทั่วถึง รางวัล Sustainable Bank of the Year Thailand 2026 ธนาคารมีความโดดเด่นในการขับเคลื่อนด้านความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม ตั้งแต่การกำหนด GSB Net Zero Roadmap มุ่งสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2050 การนำ GSB ESG Score มาใช้ประกอบการพิจารณาสินเชื่อ การลงทุน และการประเมินคู่ค้าทางธุรกิจ ตลอดจนสนับสนุน Transition Finance เพื่อช่วยภาคธุรกิจเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ ผ่านการพัฒนาสินเชื่อและเครื่องมือทางการเงินเพื่อความยั่งยืน รวมถึงการสนับสนุนการลงทุนด้านพลังงานสะอาด เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ และการส่งเสริมให้ภาคธุรกิจดำเนินงานตามแนวทาง ESG ผ่านโครงการ Positive Engagement ขณะเดียวกัน ธนาคารยังดำเนินธุรกิจให้มีกำไรในระดับที่เหมาะสม เพื่อจัดสรรทรัพยากรกลับไปขับเคลื่อนงานพัฒนาสังคม สร้างความเข้มแข็งและการเติบโตอย่างยั่งยืนให้แก่ชุมชน ส่วน รางวัล Best Innovation in Retail Banking Thailand 2026 สะท้อนความสามารถในการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาพัฒนาบริการที่ตอบโจทย์ลูกค้าในแต่ละช่วงชีวิต อาทิ MyMo Secure Plus ฟีเจอร์เพิ่มความปลอดภัยในการทำธุรกรรมออนไลน์ ด้วยการจำกัดการโอนเงินไปยังบัญชีชื่อตนเอง ช่วยลดความเสี่ยงจากมิจฉาชีพ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุและกลุ่มเปราะบาง และ MyMo Junior ที่ส่งเสริมความรู้และวินัยทางการเงินแก่เด็กและเยาวชน ตอกย้ำการพัฒนานวัตกรรมที่ช่วยให้ประชาชนเข้าถึงบริการทางการเงินได้อย่างเหมาะสม สะดวก และปลอดภัย

12 Sep 2026

...

บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) เปิดให้บริการ BKI Care Station จุดบริการประกันภัยในห้างสรรพสินค้า สาขาเซ็นทรัล นอร์ทวิลล์ เพื่อขยายการให้บริการด้านประกันภัยแก่ลูกค้าและประชาชนทั่วไปในจังหวัดนนทบุรีและพื้นที่ใกล้เคียงด้วยบริการรับทำประกันภัย ต่ออายุกรมธรรม์ ชำระเบี้ยประกันภัย และให้คำปรึกษาด้านประกันภัย พร้อมด้วยโปรโมชันพิเศษสำหรับลูกค้าที่ทำประกันภัยกรมธรรม์ใหม่ ตั้งแต่วันที่ 1 – 30 กันยายน 2569 รับของสมนาคุณสุดคุ้ม ดังนี้ - ประกันภัยรถยนต์ ประเภท 1 เบี้ยประกันภัยตั้งแต่ 9,000 บาทขึ้นไป รับบัตรเติมน้ำมัน PTT Card มูลค่า 500 - 4,000 บาท - ประกันภัยรถยนต์ ประเภท 2+ เบี้ยประกันภัยตั้งแต่ 6,600 บาทขึ้นไป รับบัตรเติมน้ำมัน PTT Card มูลค่า 500 - 1,000 บาท - ประกันภัยการเดินทางต่างประเทศ รับส่วนลดทันที 18% และเมื่อชำระเบี้ยประกันภัยตั้งแต่ 2,000 บาทขึ้นไป รับเพิ่ม Gift Voucher มูลค่า 200 บาท - ประกันภัยรักษ์บ้าน เบี้ยประกันภัยตั้งแต่ 3,000 บาทขึ้นไป รับ Gift Voucher มูลค่า 500 – 2,000 บาท และเมื่อชำระเบี้ยตั้งแต่ 5,001 บาทขึ้นไป รับเพิ่ม Gift Voucher มูลค่า 200 บาท พิเศษ เมื่อทำประกันภัยกรมธรรม์ใหม่ประเภทใดก็ได้ เบี้ยประกันภัยตั้งแต่ 3,000 บาทขึ้นไปต่อกรมธรรม์ รับเพิ่มกระเป๋าเก็บความร้อน-เย็น จำนวน 1 ใบ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ BKI Care Station สาขาเซ็นทรัล นอร์ทวิลล์ ชั้น 2 โซนธนาคาร โทร. 08 1875 0203 หรือ LINE @bkicarestation

12 Sep 2026

Banner Banner Banner Banner

Banner
  เปิดแผนงานสื่อ CEO THAILAND ปี 2569-2570 รุกคืบงานวิทยุ - ทีวี - อีเวนต์สื่อ                  สวัสดีครับท่านสมาชิกและผู้ติดตามสื่อออนไลน์ และสื่อในเครือ CEO THAILAND ตลอดมา 21 ปี ช่วงนี้ว่างเว้นจากสนามการเมืองระยะหนึ่ง ผมพอมีเวลากลับมาสานต่องานสื่อสักระยะหนึ่งคือในช่วงปี 2569-2570 จะกลับมาช่วยงานสื่อในฐานะที่ปรึกษา โดยจะยังเน้นในเรื่องสื่อออนไลน์ สื่อทีวี และสื่อวิทยุ และงานอีเวนต์ต่อเนื่องจากสื่อ ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2569 เป็นต้นไป ผมมีแผนงานของบริษัท เอก-วรา พับลิค รีเรชันส์ จำกัด ในสื่อดังต่อไปนี้คือ                          1. สื่อออนไลน์ CEO THAILAND              2. จัดทำรายการวิทยุ “คลื่นประกันภัย-การเงิน” ทางสถานีวิทยุ 96.25 MHZ (สถานีวิทยุการท่องเที่ยววัฒนธรรม) โครงการจัดทำรายการวิทยุเชิงข่าวสารในแวดวงประกันภัยและการเงิน นำเสนอข่าวสารเกี่ยวกับการประกันภัย-ประกันชีวิต  การเงิน และธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ทั้งสินเชื่อ ไฟแนนซ์ อสังหาริมทรัพย์ SMEs ออกอากาศทุกวันศุกร์ของทุกสัปดาห์ เวลา 17.00-18.00 น. ในเดือนสิงหาคม 2569               3. เดือนสิงหาคม 2569 สื่อได้จัดทำรายการทีวี “เรื่องเด่น...ประเด็นดัง” ออนแอร์ออกอากาศทางNBT2 ซึ่งเป็นรายการสดทีวี ที่นำเสนอนโยบายรัฐบาล และวิสัยทัศน์ ของผู้บริหารองค์กรภาครัฐ และภาคเอกชนในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสังคม บริการสาธารณะและบริการพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับสังคม และพี่น้องประชาชน ออกอากาศ ทุกวันจันทร์ที่ 1 และ 3 ของเดือน เวลา 10.00-10.30 น.               4. จัดงานมอบรางวัล “สุดยอดผู้บริหาร-องค์กรแห่งปี 2569” เดือนธันวาคม 2569 ที่จังหวัดกาญจนบุรี โครงการรับรางวัล  “สุดยอดผู้บริหาร-องค์กรแห่งปี 2569” เพื่อประกาศเกียรติคุณให้ผู้บริหารและองค์กรที่สร้างผลงานโดดเด่น ทั้งยังเป็นการกระตุ้นภาคธุรกิจเครือข่าย และSMEs ความตื่นตัวของชุมชนในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี รวมทั้งยังเป็นการสานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสื่อมวลชน-ภาคธุรกิจ -ผู้ประกอบการในพื้นที่ และพี่น้องประชาชน สื่อ CEO THAILAND จึงได้ร่วมกันจัดงานมอบรางวัลดังกล่าวขึ้น               5. โครงการจัดงานสัมมนา  “ทิศทางธุรกิจประกันภัย-การเงินแห่งปี 2569” ในเดือนธันวาคม 2569เพื่อเป็นการกระตุ้นภาคธุรกิจประกันภัยและการเงินในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรีและจังหวัดใกล้เคียง เพื่อความตื่นตัวของชุมชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร รวมทั้งจังหวัดกาญจนบุรี อีกทั้งยังเป็นการสานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสื่อมวลชน-ภาคธุรกิจ-ผู้ประกอบการในพื้นที่ และพี่น้องประชาชน สื่อ CEO THAILAND จึงได้ร่วมกันจัดงานสัมมนาดังกล่าวขึ้น               6. จัดงาน CSR ณ โรงเรียนบ้านท่าทุ่ม จ.กาญจนบุรี ในวันที่ 31 มกราคม 2570 โครงการจัดงานกิจกรรมเพื่อสังคม “CEO THAILAND CSR  OF THE YEAR 2027” เพื่อคืนกำไรสู่สังคมและสร้างความรู้ความเข้าใจให้คนในสังคม เป็นการกระตุ้นภาคธุรกิจประกันภัยและการเงิน และความตื่นตัวของชุมชนในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี อีกทั้งยังเป็นการสานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสื่อมวลชน-ภาคธุรกิจ -ผู้ประกอบการในพื้นที่ และพี่น้องประชาชนในพื้นที่ สื่อ CEO THAILAND จึงได้ร่วมกันจัดงานกิจกรรมดังกล่าวขึ้น T                                                                                                        (นายเอกวรพงศ์ อำนวยทรัพย์)
อ่านต่อ...
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner