Responsive image

Friday, 03 Jul 2026

Banner

หน้าแรก > INSURANCE / ประกันภัย - ประกันชีวิต


เอไอเอ ประเทศไทย จับมือ RISE ประกาศสุดยอดสตาร์ทอัพ “ทีม Lightwork” จากไทย คว้ารางวัลชนะเลิศ พร้อมรางวัล People Favorite ในงาน “AIA x RISE Accelerator Demo Day 2022”

Sun 20/03/2565


 

เอไอเอ ประเทศไทย ร่วมมือกับ RISE สถาบันเร่งสปีดนวัตกรรมองค์กร จัดงาน “AIA x RISE Accelerator Demo Day 2022” ประกาศสุดยอดสตาร์ทอัพรุ่นใหม่ที่เฟ้นหาจากทั้งหมด 200 ทีมทั่วโลก มาร่วมพัฒนานวัตกรรมองค์กรเพื่อเสริมความแข็งแกร่งและความเป็นที่หนึ่งรอบด้านให้กับเอไอเอ ตอกย้ำความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมประกันชีวิต และเตรียมพร้อมสู่การเป็น Digital Insurer ที่สมบูรณ์แบบแห่งแรกในประเทศไทย โดยมีลูกค้าเป็นศูนย์กลาง เพื่อนำดิจิทัลโซลูชันมาตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า พลังตัวแทน และพนักงานในทุกมิติ พร้อมช่วยให้คนไทยมีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้นตามคำมั่นสัญญา ‘Healthier, Longer, Better Lives’ อีกทั้งยังยกระดับอุตสาหกรรมประกันชีวิตของไทยให้ก้าวไปสู่โลกดิจิทัล ซึ่งทีมที่คว้ารางวัลชนะเลิศในงานนี้ ได้แก่ ทีม Lightwork จากประเทศไทย พร้อมรางวัลขวัญใจมหาชน People Favorite โดยการนำเสนอนวัตกรรมหุ่นยนต์ดิจิทัลช่วยย่นระยะเวลาในกระบวนการพิจารณารับประกันภัย ตลอดจนการพิจารณาสินไหมทดแทน เพื่อทำให้ลูกค้าได้รับบริการที่รวดเร็วมากยิ่งขึ้น ส่งผลต่อประสบการณ์อันดีเยี่ยมที่ลูกค้าจะได้รับจากเอไอเอ

 

นายกฤษณ์ จันทโนทก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอไอเอ ประเทศไทย กล่าวว่า “โครงการ AIA x RISE Accelerator ริเริ่มขึ้นจากการที่เอไอเอมีพันธกิจหลักที่ต้องการสนับสนุนให้คนทั่วทั้งเอเชียแปซิฟิก รวมถึงคนไทย มีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้น ตามคำมั่นสัญญา ‘Healthier, Longer, Better Lives’ ทำให้เรามองหาพันธมิตรใหม่ๆ ที่มีความเชี่ยวชาญและมีเครื่องมือที่สามารถตอบโจทย์โลกยุคดิจิทัลได้ เพื่อช่วยให้เอไอเอสามารถติดสปีดให้องค์กรขับเคลื่อนได้เร็วขึ้น ช่วยให้เพื่อนพนักงาน และตัวแทนรวมเกือบ 60,000 คน สามารถทำงานได้อย่างรวดเร็ว เพื่อตอบสนองความต้องการและสร้างประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า รวมถึงปรับกระบวนการทำงานภายในองค์กรให้สอดรับกับบริบทของโลกที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว

การที่เอไอเอจับมือกับ RISE เพื่อเฟ้นหาสตาร์ทอัพที่มีความโดดเด่นในเรื่องเทคโนโลยีขั้นสูงจากกว่า 200 ทีมทั่วโลกในครั้งนี้ ถือเป็นการต่อยอดเส้นทางที่เอไอเอกำลังก้าวสู่การเป็น Digital Insurer อย่างสมบูรณ์แบบ เอไอเอ ในฐานะผู้นำในอุตสาหกรรมประกันชีวิต เราเชื่อมั่นว่าการพัฒนานวัตกรรมของเราในครั้งนี้จะไม่เป็นเพียงการพัฒนาสินค้า และบริการเพื่อตอบโจทย์ความมั่งคั่ง และมั่นคงในระยะยาวของคนไทยเท่านั้น แต่เรามั่นใจว่าเราจะเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมประกันชีวิตทั้งในระดับประเทศและภูมิภาคอาเซียนให้ก้าวไปอีกขั้นด้วย”

 

โดยงาน AIA x RISE Accelerator Demo Day 2022 จัดขึ้นในรูปแบบ Virtual Event เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2565 ที่ผ่านมา ซึ่งได้รับเกียรติจาก ดร. สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการ คปภ. มาเป็นประธานเปิดงาน โดยสตาร์ทอัพทั้ง 6 ทีมที่ผ่านเข้ารอบสุดท้ายได้ทำการนำเสนอ (Pitching) โปรเจ็กต์ที่ร่วมพัฒนากับเอไอเอมาเป็นเวลากว่า 3 เดือน ตั้งแต่ปลายปี 2564 ที่ผ่านมา ได้แก่

  1. ทีม Vonder จากประเทศไทย
  2. ทีม Tetherfi จากประเทศสิงคโปร์
  3. ทีม Smarten Spaces จากประเทศสิงคโปร์
  4. ทีม Vulcan Coalition จากประเทศไทย
  5. ทีม GoalsMapper จากประเทศสิงคโปร์
  6. ทีม Lightwork จากประเทศไทย

 

ทั้งนี้ เกณฑ์ในการคัดเลือกสตาร์ทอัพที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ พิจารณาจากนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่มีความน่าสนใจ ทันสมัย และมีความเป็นไปได้ในการนำมาปรับใช้ในองค์กร ทั้งในด้านประสบการณ์ลูกค้า (Customer Journey) การเข้าถึงลูกค้า (Customer Reach) การตอบสนองความต้องการของลูกค้า (Customer Needs) และการใช้เทคโนโลยีขั้นสูง (Deep Tech) เพื่อพัฒนานวัตกรรมที่ตอบโจทย์ครบทุกมิติ โดยทีมที่ชนะจะร่วมงานกับเอไอเอต่อไป เพื่อช่วยขับเคลื่อนเอไอเอสู่องค์กรแห่งอนาคตแบบ 360 องศา พร้อมผลักดันให้เอไอเอยืนหนึ่งในใจผู้บริโภคต่อไปอย่างภาคภูมิ ซึ่งผลการตัดสินมีดังนี้

  1. รางวัลชนะเลิศ The Winner ได้แก่ ทีม Lightwork รับรางวัลเงินสดมูลค่า 500,000 บาท พร้อมโล่ห์รางวัล และโทรศัพท์ iPhone สำหรับ Sponsor ประจำทีม
  2. รางวัล AIA Favorite ได้แก่ ทีม Vonder รับรางวัลเงินสดมูลค่า 200,000 บาท พร้อมโล่ห์รางวัล และโทรศัพท์ iPhone สำหรับ Project Champion ประจำทีม
  3. รางวัล RISE Favorite ได้แก่ ทีม Vulcan Coalition รับรางวัลเงินสดมูลค่า 200,000 บาท พร้อมโล่ห์รางวัล
  4. รางวัล People Favorite ได้แก่ ทีม Lightwork รับรางวัลเงินสดมูลค่า 100,000 บาท พร้อมโล่ห์รางวัล

 

นางสาวภาดารี อุตสาหจิต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ทีม Lightwork ประเทศไทย เผยว่า “ขอบคุณทีมสปอนเซอร์ของเอไอเอทุกท่านที่คอยช่วยสนับสนุนอย่างดีมาตลอด และที่สำคัญได้แบ่งปันข้อมูลที่มีประโยชน์เพื่อให้ Lightwork สามารถนำมาพัฒนาต่อยอดเป็นนวัตกรรมที่สอดคล้องและตอบโจทย์องค์กรมากที่สุด นอกจากนี้ ขอขอบคุณคณะกรรมการและทุกคนที่ร่วมโหวตเข้ามาทำให้เราได้รับอีกหนึ่งรางวัลคือ รางวัล People Favorite ด้วย สำหรับรางวัลชนะเลิศนี้ มีความหมายกับสมาชิกในทีม Lightwork ทุกคน พวกเรารู้สึกยินดีและประทับใจอย่างมากที่จะได้มีโอกาสทำงานร่วมกับเอไอเอต่อไป เพื่อพัฒนานวัตกรรม Robotic Process Automation (RPA) หรือ แรงงานหุ่นยนต์ดิจิทัลมาใช้ในกระบวนการพิจารณารับประกันภัย ตั้งแต่การอนุมัติกรมธรรม์ ไปจนถึงขั้นตอนการเรียกร้องสินไหม และจ่ายค่าสินไหมทดแทน ซึ่งจะช่วยย่นระยะเวลาให้หลายๆ ทีมทำงานได้รวดเร็วมากขึ้น และส่งผลดีต่อลูกค้าของเอไอเอ สุดท้ายนี้ก็ต้องขอขอบคุณเอไอเอ ประเทศไทย และ RISE ที่จัดโครงการดี ๆ อย่าง AIA x RISE Accelerator ขึ้นมาค่ะ”

สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการ AIA x RISE Accelerator ได้ที่ https://www.aiarise.riseaccel.com/

 


Tags : เอไอเอ ประเทศไทย เอไอเอ กฤษณ์ จันทโนทก RISE AIA x RISE Accelerator Demo Day 2022 สถาบันเร่งสปีดนวัตกรรมองค์กร


Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

...

OCEAN LIFE ไทยสมุทรประกันชีวิต ชวนทุกคนออกเดินทางท่องจักรวาลของความรักผ่านงาน "LOVE IN THE UNIVERSE รักที่สุดในจักรวาล" นิทรรศการ IMMERSIVE LOVE EXPERIENCE จาก OCEAN LIFE ไทยสมุทรประกันชีวิต ที่ชวนคุณสำรวจความรักหลายรูปแบบ ผ่านแสง สี เสียง และประสบการณ์อินเทอร์แอกทีฟ ก่อนค้นพบว่า “รักตัวเอง” อาจเป็นจุดเริ่มต้นของทุกความรัก ปักหมุดความพร้อมกันตั้งแต่วันที่ 4 กรกฎาคม – 2 สิงหาคม 2569 เวลา 11.00 – 20.00 น. ณ RCB Galleria 5 ชั้น 3 River City Bangkok ที่สำคัญ... งานนี้เข้าชมฟรี! โดยเปิดให้ลงทะเบียนตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ที่ www.ocean.co.th/loveuniverse ไฮไลต์เด็ดห้ามพลาด! ใครที่เป็นสายศิลปะ นิทรรศการ สายถ่ายรูปคอนเทนต์ หรือคนที่อยากฮีลใจ บอกเลยว่าต้องมา เพราะภายในงานคุณจะได้พบกับ: - สัมผัสประสบการณ์ศิลปะ แบบ Interactive ที่สามารถตอบสนองกับตัวคุณได้แบบเรียลไทม์ - เพลิดเพลินกับพื้นที่ถ่ายภาพสุดตระการตา แสง สี และบรรยากาศที่เซ็ตมาอย่างลงตัว พร้อมเปลี่ยนทุกช็อตให้เป็นความทรงจำที่สวยงาม - หยุดพักจากความวุ่นวายในชีวิตประจำวัน เพื่อทบทวนตัวเอง และรีชาร์จพลังใจกลับบ้านไปด้วยความรู้สึกดีๆ - สำรวจโซนประสบการณ์พิเศษที่จะช่วยให้คุณเข้าใจพลังของความรักในมิติที่ลึกซึ้งและกว้างใหญ่ยิ่งขึ้น - รับฟรี! "คู่มือ 77 วิธีรักตัวเอง ฉบับลงมือทำ" ไอเทมสุดลิมิเต็ดสำหรับผู้เข้าชมนิทรรศการครั้งนี้เท่านั้น! ลงทะเบียนเข้าชมฟรี ง่ายๆ แค่ 3 ขั้นตอน!  ล็อกคิววันว่างแล้วทำตามขั้นตอนง่ายๆ ต่อไปนี้เพื่อรับสิทธิ์เข้าชม: 1. เลือกวันที่สะดวก: คลิกลงทะเบียนล่วงหน้าฟรี! ผ่านเว็บไซต์ www.ocean.co.th/loveuniverse 2. รับ E-Ticket: ระบบจะส่งบัตรเข้าชม (E-ticket) ให้คุณในระบบเว็บไซต์ hellobooku.com และทางอีเมลที่คุณลงทะเบียนไว้ 3. เปิด E-Ticket ที่หน้างาน: วันจริงเพียงแค่เปิดหน้าจอให้เจ้าหน้าที่สแกน QR Code ก็พร้อม เข้าสู่จักรวาลแห่งความรัก "LOVE IN THE UNIVERSE รักที่สุดในจักรวาล" ได้ทันที! LOVE IN THE UNIVERSE เป็นพื้นที่ที่คุณจะได้เดิน ชม เลือก และทบทวน เพื่อค้นพบคำตอบลึกๆ ที่อาจไม่เคยได้ถามตัวเองเลยสักครั้งว่า ในจักรวาลของความรักทั้งหมดที่คุณดูแลมาอย่างดี ถึงเวลาหรือยัง ที่คุณจะลงมือ “รักตัวเอง” ให้มากขึ้นกว่าที่ผ่านมา ./

01 Jul 2026

...

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เผยความสำเร็จของผลิตภัณฑ์เงินฝากรูปแบบใหม่ที่มาแรงต่อเนื่อง หลังจากได้เปิดตัวเป็นแบงก์แรกที่นำเสนอเงินฝากเพื่อเด็ก “ออมสิน ออมรัก” โดยในระยะเวลาเพียง 1 เดือนมียอดเปิดบัญชีทะลุเป้าหมายกว่า 15,000 ราย สะท้อนความตื่นตัวของพ่อแม่ที่ต้องการเริ่มต้นสร้างวินัยการออมให้บุตรตั้งแต่ก้าวแรกของชีวิต ควบคู่กับสิทธิประโยชน์ด้านความคุ้มครอง ที่ออกแบบมาเพื่อความมั่นคงของสมาชิกครอบครัว ด้วยข้อเสนอผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และได้รับกระแสตอบรับที่ดีมากนี้เอง ธนาคารจึงประกาศขยายสิทธิประโยชน์ของเงินฝาก “ออมสิน ออมรัก” ถึง 3 ต่อ เพื่อยกระดับปริมาณการออมและตอบสนองความต้องการของลูกค้า โดยต่อที่ 1) เพิ่มสิทธิ์ให้ผู้เป็นญาติของผู้เยาว์สามารถเปิดบัญชีเงินฝากได้ด้วย ไม่จำกัดเฉพาะผู้เป็นพ่อและแม่โดยกำเนิด ต่อที่ 2) เพิ่มวงเงินความคุ้มครองประกันอุบัติเหตุกลุ่มสูงสุดเป็น 400,000 บาทต่อบัญชี และต่อที่ 3) เพิ่มอัตราดอกเบี้ยเงินฝากเป็น 0.35% ต่อปี ทั้งนี้ สิทธิประโยชน์ที่ปรับเพิ่มทั้งวงเงินที่คุ้มครองและอัตราดอกเบี้ยจะครอบคลุมกับลูกค้าเดิม ที่เปิดบัญชีตั้งแต่ช่วงเปิดตัวครั้งแรก โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 12 มิถุนายน 2569 และลูกค้าใหม่ที่เปิดบัญชีตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป นอกจากนี้ เงินฝากของลูกค้าธนาคารออมสินทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยยังมีความมั่นคงโดยได้รับการประกันเต็มจำนวนจากรัฐบาลตามกฎหมายอีกด้วย เงินฝาก “ออมสิน ออมรัก” ปรับหลักเกณฑ์และเงื่อนไขใหม่ สำหรับพ่อแม่ผู้ให้กำเนิดหรือพ่อแม่ตามกฎหมาย รวมถึงบุคคลที่มีความสัมพันธ์เป็นญาติของผู้เยาว์ สามารถเปิดบัญชีเงินฝากเพื่อผู้เยาว์ที่มีอายุตั้งแต่แรกเกิด จนถึงไม่เกิน 10 ปีบริบูรณ์ เป็นการส่งเสริมให้ประชาชนตัดสินใจออมตั้งแต่ก้าวแรกของชีวิต ด้วยสิทธิประโยชน์จูงใจด้านความคุ้มครองอุบัติเหตุกลุ่มตามเงื่อนไขของบริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) เป็นระยะเวลา 12 เดือนนับจากวันที่เปิดบัญชี สูงสุดไม่เกิน 400,000 บาท/บัญชี (หรือคิดเป็นวงเงิน 4 เท่าของยอดเงินฝากคงเหลือในบัญชี ณ วันก่อนประสบอุบัติเหตุ 1 วัน) ขณะที่ผู้เยาว์จะได้รับความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลจากอุบัติเหตุ เมื่อบัญชีมียอดเงินฝากคงเหลือตามเงื่อนไขที่กำหนด วงเงินคุ้มครองสูงสุดครั้งละไม่เกิน 1,000 บาท/บัญชี/อุบัติเหตุแต่ละครั้ง โดยไม่จำกัดจำนวนครั้ง โดยเริ่มต้นฝากเงินได้ตั้งแต่ 1 บาท ไม่จำกัดวงเงินรับฝาก พร้อมรับอัตราดอกเบี้ย 0.35% ต่อปี โดยไม่ต้องเสียภาษี สำหรับรายละเอียดอื่น ๆ เป็นไปตามเงื่อนไขของบริษัทประกันฯ ผู้สนใจฝากเงินกับ “ออมสิน ออมรัก” โปรดศึกษาหลักเกณฑ์ผลิตภัณฑ์ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ GSB Contact Center โทร. 1115 และที่เว็บไซต์ www.gsb.or.th ด้วยบทบาทสถาบันการเงินที่เป็นผู้นำด้านการออม ธนาคารออมสินจะสานต่อพระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 เดินหน้าสร้างสรรค์นวัตกรรมการออมและการส่งเสริมความรู้ทางการเงินสำหรับคนไทยทุกช่วงวัย โดยธนาคารสนับสนุนให้ทุกสถาบันการเงินดำเนินการเพื่อจุดมุ่งหมายเดียวกัน เพื่อประโยชน์เกิดแก่คนไทยให้ได้มีวินัยการเงินที่ดีในทุกช่วงชีวิต ตั้งแต่แรกเกิดจนถึงบั้นปลายชีวิต  

21 Jun 2026

...

คณะกรรมการ ธ.ก.ส. โดย ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานกรรมการ ธ.ก.ส. เห็นชอบเดินหน้าโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่ง วงเงินโครงการ 30,000 ล้านบาท ระยะเวลาโครงการ 3 ปี เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรเข้าถึงแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำสำหรับใช้เป็นค่าใช้จ่ายหมุนเวียนและลงทุนในการประกอบอาชีพ โดยกำหนดวงเงินกู้รายละไม่เกิน 100,000 บาท อัตราดอกเบี้ย ร้อยละ 6 ต่อปี และรัฐบาลสนับสนุนชดเชยดอกเบี้ยให้เกษตรกร ร้อยละ 3 ต่อปี ทำให้เกษตรกรรับภาระดอกเบี้ย เพียงร้อยละ 3 ต่อปี ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด   นายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า คณะกรรมการ ธ.ก.ส. ได้มีมติในการประชุมคณะกรรมการ ธ.ก.ส. เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2569 เห็นชอบให้ ธ.ก.ส. ดำเนินโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่ง ตามมติ ครม. ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาล เพื่อยกระดับศักยภาพภาคการเกษตรในการเปลี่ยนผ่านจากเกษตรดั้งเดิมไปสู่ “เกษตรแม่นยำ เกษตรมั่นคง เกษตรยั่งยืน” ควบคู่กับการลดต้นทุนการผลิต สร้างมูลค่าเพิ่มตลอดห่วงโซ่อุปทาน และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของเกษตรกรไทย ผ่านการสนับสนุนแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำให้เกษตรกรในการจัดซื้อปัจจัยการผลิตอย่างมีประสิทธิภาพ และการพัฒนาทักษะการประกอบอาชีพทางการเกษตรอย่างยั่งยืน สำหรับเกษตรกรที่ประสงค์เข้าร่วมโครงการ ต้องมีคุณสมบัติและปฏิบัติตามเงื่อนไข ดังนี้ เป็นเกษตรกรลูกค้า ธ.ก.ส. และขึ้นทะเบียนเกษตรกรกับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง พืชที่เข้าร่วมโครงการ 7 ชนิด ได้แก่ ข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปาล์มน้ำมัน มันสำปะหลัง ยางพารา อ้อย และผลไม้ เกษตรกรต้องผ่านการอบรม หรือเรียนรู้ การพัฒนาทักษะและบริหารจัดการต้นทุน (Reskill/Upskill) โดย ธ.ก.ส. หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และ/หรือหน่วยงานร่วมดำเนินการอื่น ๆ เช่น การใช้ปุ๋ยอย่างมีประสิทธิภาพตามค่าการวิเคราะห์ดิน เป็นต้น ต้องใช้เงินกู้ เพื่อจัดซื้อปุ๋ยผ่านสถาบันเกษตรกร กลุ่มเกษตรกร หรือวิสาหกิจชุมชนที่เข้าร่วมโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่งฯ หรือแหล่งอื่นตามที่ ธ.ก.ส. กำหนด เกษตรกรต้องใช้พันธุ์หรือเมล็ดพันธุ์ที่ได้รับการรับรอง มีมาตรฐานตามคำแนะนำของหน่วยงานราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หรือตามที่ ธ.ก.ส. กำหนด และจำหน่ายให้แก่เกษตรกรในราคาที่เหมาะสม ซึ่งกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ จะควบคุมราคาให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด สามารถชำระหนี้เงินกู้ได้ตามระยะเวลาที่ ธ.ก.ส. กำหนด โดยเกษตรกรผู้กู้รับชำระค่าผลผลิตผ่านบัญชีเงินฝากของ ธ.ก.ส. และยินยอมให้ ธ.ก.ส. หักชำระหนี้จากบัญชีเงินฝาก วงเงินกู้รายละไม่เกิน 100,000 บาท อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 6 ต่อปี โดยรัฐบาลสนับสนุนชดเชยดอกเบี้ย ให้ร้อยละ 3 ต่อปี เมื่อผู้กู้ปฏิบัติตามเงื่อนไขของโครงการ กำหนดชำระคืนเงินกู้ไม่เกิน 12 เดือน (ระยะเวลาชำระคืนไม่เกิน 30 เมษายน 2572) ระยะเวลาโครงการ 3 ปี นับตั้งแต่วันที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบและคณะกรรมการ ธ.ก.ส. เห็นชอบ ถึงวันที่ 30 เมษายน 2572 ผู้สนใจสามารถแจ้งความประสงค์เข้าร่วมโครงการหรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ธ.ก.ส. ทุกสาขา ทั่วประเทศ Call Center 02 555 0555 www.baac.or.th แอปพลิเคชัน BAAC Mobile และ Line Official Account BAAC Family  

18 Jun 2026

...

ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดตัวเงินฝากหาบทอง สำหรับลูกค้าเงินฝากล้อมเพชรที่กำลังจะครบกำหนด ให้ดอกเบี้ยแบบขั้นบันได เฉลี่ยทั้งโครงการ ร้อยละ 1.031 ต่อปี โดยแบ่งอัตราดอกเบี้ยเป็น 2 ช่วง ประกอบด้วย ช่วงที่ 1 ตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน 2569 – 15 มีนาคม 2570 อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 0.95 ต่อปี (ระยะเวลา 9 เดือน ) และช่วงที่ 2 ตั้งแต่วันที่ 16 มีนาคม 2570 – 15 เมษายน 2570 อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 1.75 ต่อปี (ระยะเวลา 2 เดือน คิดดอกเบี้ยเฉลี่ยทั้งโครงการร้อยละ 1.031 ต่อปี จ่ายดอกเบี้ยเป็นรายเดือน (ทุกวันที่ 15 ของทุกเดือน) จ่ายดอกเบี้ยงวดแรกวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 สำหรับบุคคลธรรมดาไม่เสียภาษีดอกเบี้ยเงินฝาก ลูกค้าเงินฝากล้อมเพชรที่ครบกำหนด และประสงค์จะฝากเงินต่อเนื่องในเงินฝากหาบทอง จะเป็นการฝากเงินทั้งจำนวนต่อแบบอัตโนมัติ โดยลูกค้าไม่ต้องเสียเวลามาดำเนินการที่สาขา ทั้งนี้ หากลูกค้าประสงค์ฝากเงินบางส่วนหรือไม่ประสงค์ฝากเงินต่อในโครงการเงินฝากหาบทอง สามารถติดต่อแจ้งความประสงค์ได้ที่ ธ.ก.ส. ทุกสาขาทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 15 – 30 มิถุนายน 2569 โดยธนาคารยกเว้นค่าธรรมเนียมในการถอนเงิน ร้อยละ 1 ของต้นเงินที่ถอน ขั้นต่ำ 500 บาท (ดำเนินการได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น) สอบถามรายละเอียด เพิ่มเติมได้ที่ ธ.ก.ส. ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือ Call Center 02 555 0555  

18 Jun 2026

Banner Banner Banner Banner Banner Banner Banner

Banner
  เปิดแผนงานสื่อ CEO THAILAND ปี 2569-2570 รุกคืบงานวิทยุ - ทีวี - อีเวนต์สื่อ                  สวัสดีครับท่านสมาชิกและผู้ติดตามสื่อออนไลน์ และสื่อในเครือ CEO THAILAND ตลอดมา 21 ปี ช่วงนี้ว่างเว้นจากสนามการเมืองระยะหนึ่ง ผมพอมีเวลากลับมาสานต่องานสื่อสักระยะหนึ่งคือในช่วงปี 2569-2570 จะกลับมาช่วยงานสื่อในฐานะที่ปรึกษา โดยจะยังเน้นในเรื่องสื่อออนไลน์ สื่อทีวี และสื่อวิทยุ และงานอีเวนต์ต่อเนื่องจากสื่อ ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2569 เป็นต้นไป ผมมีแผนงานของบริษัท เอก-วรา พับลิค รีเรชันส์ จำกัด ในสื่อดังต่อไปนี้คือ                          1. สื่อออนไลน์ CEO THAILAND              2. จัดทำรายการวิทยุ “คลื่นประกันภัย-การเงิน” ทางสถานีวิทยุ 96.25 MHZ (สถานีวิทยุการท่องเที่ยววัฒนธรรม) โครงการจัดทำรายการวิทยุเชิงข่าวสารในแวดวงประกันภัยและการเงิน นำเสนอข่าวสารเกี่ยวกับการประกันภัย-ประกันชีวิต  การเงิน และธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ทั้งสินเชื่อ ไฟแนนซ์ อสังหาริมทรัพย์ SMEs ออกอากาศทุกวันศุกร์ของทุกสัปดาห์ เวลา 17.00-18.00 น. ในเดือนสิงหาคม 2569               3. เดือนสิงหาคม 2569 สื่อได้จัดทำรายการทีวี “เรื่องเด่น...ประเด็นดัง” ออนแอร์ออกอากาศทางNBT2 ซึ่งเป็นรายการสดทีวี ที่นำเสนอนโยบายรัฐบาล และวิสัยทัศน์ ของผู้บริหารองค์กรภาครัฐ และภาคเอกชนในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสังคม บริการสาธารณะและบริการพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับสังคม และพี่น้องประชาชน ออกอากาศ ทุกวันจันทร์ที่ 1 และ 3 ของเดือน เวลา 10.00-10.30 น.               4. จัดงานมอบรางวัล “สุดยอดผู้บริหาร-องค์กรแห่งปี 2569” เดือนธันวาคม 2569 ที่จังหวัดกาญจนบุรี โครงการรับรางวัล  “สุดยอดผู้บริหาร-องค์กรแห่งปี 2569” เพื่อประกาศเกียรติคุณให้ผู้บริหารและองค์กรที่สร้างผลงานโดดเด่น ทั้งยังเป็นการกระตุ้นภาคธุรกิจเครือข่าย และSMEs ความตื่นตัวของชุมชนในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี รวมทั้งยังเป็นการสานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสื่อมวลชน-ภาคธุรกิจ -ผู้ประกอบการในพื้นที่ และพี่น้องประชาชน สื่อ CEO THAILAND จึงได้ร่วมกันจัดงานมอบรางวัลดังกล่าวขึ้น               5. โครงการจัดงานสัมมนา  “ทิศทางธุรกิจประกันภัย-การเงินแห่งปี 2569” ในเดือนธันวาคม 2569เพื่อเป็นการกระตุ้นภาคธุรกิจประกันภัยและการเงินในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรีและจังหวัดใกล้เคียง เพื่อความตื่นตัวของชุมชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร รวมทั้งจังหวัดกาญจนบุรี อีกทั้งยังเป็นการสานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสื่อมวลชน-ภาคธุรกิจ-ผู้ประกอบการในพื้นที่ และพี่น้องประชาชน สื่อ CEO THAILAND จึงได้ร่วมกันจัดงานสัมมนาดังกล่าวขึ้น               6. จัดงาน CSR ณ โรงเรียนบ้านท่าทุ่ม จ.กาญจนบุรี ในวันที่ 31 มกราคม 2570 โครงการจัดงานกิจกรรมเพื่อสังคม “CEO THAILAND CSR  OF THE YEAR 2027” เพื่อคืนกำไรสู่สังคมและสร้างความรู้ความเข้าใจให้คนในสังคม เป็นการกระตุ้นภาคธุรกิจประกันภัยและการเงิน และความตื่นตัวของชุมชนในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี อีกทั้งยังเป็นการสานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสื่อมวลชน-ภาคธุรกิจ -ผู้ประกอบการในพื้นที่ และพี่น้องประชาชนในพื้นที่ สื่อ CEO THAILAND จึงได้ร่วมกันจัดงานกิจกรรมดังกล่าวขึ้น T                                                                                                        (นายเอกวรพงศ์ อำนวยทรัพย์)
อ่านต่อ...
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner