Responsive image

Sunday, 01 Feb 2026

หน้าแรก > INSURANCE / ประกันภัย - ประกันชีวิต


เอไอเอ ประเทศไทย จับมือธนาคารกรุงเทพ ครั้งแรกกับการนำเสนอแบบประกันชีวิตและสุขภาพ ผ่านโมบายแบงค์กิ้ง ที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าเฉพาะบุคคล

Wed 13/04/2565


เอไอเอ ประเทศไทย นำโดย นางอลิสา สิมะโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่ผ่ายพันธมิตรธุรกิจแบงก์แอสชัวรันส์เชิงกลยุทธ์ (ที่ 2 จากขวา) และ ดร. คริสเตียน โรแลนด์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายกลยุทธ์และดิจิทัล จับมือกับธนาคารกรุงเทพ นำโดย นางปรัศนี อุยยามะพันธุ์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ (ซ้ายสุด) และ นางสาวพรพิมล ตรงเที่ยงธรรม ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่

 

เอไอเอ ประเทศไทย ร่วมมือกับธนาคารกรุงเทพ พัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตออนไลน์ Be Together For you มุ่งขยายฐานลูกค้าแบงค์แอสชัวรันซ์และผู้ใช้งานโมบายแอปพลิเคชันของธนาคาร โดยนำเสนอผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตและสุขภาพที่ออกแบบมาเพื่อให้เหมาะสมและตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าเฉพาะแต่ละบุคคล (Personalized Individual Needs) ซึ่งนับเป็นครั้งแรกในวงการประกันชีวิต โดยเอไอเอ ประเทศไทย ได้นำเทคโนโลยีขั้นสูงมาใช้ในการวิเคราะห์ความต้องการของลูกค้าในแต่ละกลุ่มเซกเมนต์ เพื่อให้ได้ข้อมูลเชิงลึก สามารถนำมาช่วยในการออกแบบและนำเสนอแบบประกันชีวิตและสุขภาพที่ตรงกับความต้องการของลูกค้าอย่างแท้จริง ซึ่งลูกค้าจะได้รับความคุ้มครองที่เหมาะสมกับตนเอง และยังได้รับความสะดวกสบาย ง่ายเพียงปลายนิ้ว ไม่ต้องเดินทางไปทำธุรกรรมที่สาขาของธนาคาร ช่วยลดความเสี่ยงจากการเดินทางในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 อีกด้วย โดยลูกค้าที่ซื้อแบบประกันชีวิตออนไลน์ Be Together For you ผ่านโมบายแอปพลิเคชัน ของธนาคารกรุงเทพ ระหว่างวันที่ 22 มีนาคม – 30 มิถุนายน 2565 จะมีสิทธิได้รับโปรโมชั่นพิเศษเฉพาะคุณ

นางอลิสา สิมะโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่ผ่ายพันธมิตรธุรกิจแบงก์แอสชัวรันส์เชิงกลยุทธ์ เอไอเอ ประเทศไทย กล่าวว่า  “เอไอเอ เข้าใจ และคำนึงถึงความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก จึงได้ร่วมมือกับธนาคารกรุงเทพพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของลูกค้าในยุคดิจิทัล ด้วยแบบประกันชีวิตออนไลน์ Be Together For You  ให้ลูกค้าสามารถซื้อแบบประกันผ่านโมบายแบงค์กิ้งของธนาคารกรุงเทพได้ง่ายๆ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน เวลาใดก็สามารถเข้าถึงความคุ้มครองที่เหมาะสมได้ ผลิตภัณฑ์ประกันชีวิต Be Together For You ประกอบด้วยแบบประกันชีวิต เอไอเอ คุ้มครองถึงอายุ 80 ปี (ไม่มีเงินปันผล) และสัญญาเพิ่มเติม เอไอเอ ผลประโยชน์กรณีเสียชีวิตเนื่องจากอุบัติเหตุ (ADB) โดยสามารถจัดแพ็กเกจที่เหมาะสมกับตามความต้องการของลูกค้า ด้วยการเพิ่มความคุ้มครองจากสัญญาเพิ่มเติม เอไอเอ ซีไอ พลัส (AIA CI Plus) สัญญาเพิ่มเติม เอไอเอ เอชบี เอ็กซ์ตร้า (AIA HB Extra) หรือสัญญาเพิ่มเติม เอไอเอ ผลประโยชน์กรณีทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง (AIA TPD) ซึ่งกลุ่มลูกค้าเป้าหมายอยู่ในช่วงอายุ 25-55 ปี ทั้งนี้ลูกค้าแต่ละรายจะได้รับการนำเสนอแพ็กเกจ และค่าเบี้ยประกันภัยที่แตกต่างกันตามความต้องการและความจำเป็นของแต่ละช่วงวัย สำหรับการเสนอขายผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตเอไอเอผ่านแอปพลิเคชันของธนาคารกรุงเทพในครั้งนี้ ถือเป็นการเพิ่มช่องทางให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงความคุ้มครองด้านการประกันชีวิตและสุขภาพได้ง่ายและสะดวกมากยิ่งขึ้น สอดรับกับพฤติกรรมของลูกค้าที่เปลี่ยนไป อีกทั้งลูกค้ายังสามารถศึกษาข้อมูลและตัดสินใจเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมได้ด้วยตัวเอง”

ดร. คริสเตียน โรแลนด์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายกลยุทธ์และดิจิทัล เอไอเอ ประเทศไทย เผยว่า “การนำเสนอแบบประกันออนไลน์ Be Together For You จากความร่วมมือระหว่างเอไอเอ และธนาคารกรุงเทพในครั้งนี้ ช่วยตอกย้ำถึงการเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมประกันชีวิตของเอไอเอ ประเทศไทย ที่ได้มุ่งพัฒนาด้านเทคโนโลยี ดิจิทัล และการวิเคราะห์ (TDA) นำมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อลูกค้าและคนไทยทั่วประเทศ เพื่อให้ได้รับการบริการและผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่แตกต่างกันในแต่ละบุคคลได้อย่างแท้จริง ซึ่งเรายังคงไม่หยุดที่จะพัฒนานวัตกรรมด้านเทคโนโลยีและดิจิทัล เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมให้กับลูกค้า ตามคำมั่นสัญญาของเรา ‘Healthier, Longer, Better Lives - เพื่อสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้น’

นางปรัศนี อุยยามะพันธุ์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ธนาคารยังคงเดินหน้าพัฒนา ‘โมบายแบงก์กิ้ง จากธนาคารกรุงเทพ’ (Bangkok Bank Mobile Banking) ให้เป็นแพลตฟอร์มที่มีความเป็นมิตร เข้าถึง และเข้าใจผู้ใช้งานอย่างแท้จริง ภายใต้แนวคิด “เปลี่ยนไป ไม่เหมือนเดิม เข้าใจคุณมากกว่าเดิม” โดยล่าสุด ได้พัฒนาความร่วมมือกับ เอไอเอ ประเทศไทย เพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตออนไลน์ ‘Be Together For You’ เน้นการศึกษาและทำความเข้าใจความต้องการของลูกค้าแต่ละกลุ่มอย่างละเอียด เพื่อสามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตในรูปแบบและจำนวนเงินเอาประกันภัยที่เหมาะสมกับความต้องการลูกค้าเฉพาะแต่ละบุคคล รวมถึงตอบโจทย์ความสะดวกในการซื้อประกันชีวิตได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่ต้องไปสาขา

“สิ่งที่เราต้องทำความเข้าใจคือ คนรุ่นใหม่มีความคุ้นเคยกับการซื้อสินค้าผ่านออนไลน์ ต้องการความสะดวกสบาย ซึ่งลูกค้ากลุ่มนี้ไม่นิยมการใช้บริการที่สาขา  การผนวกการซื้อประกันมาไว้บนโมบายแบงก์กิ้งเพื่อให้สอดคล้องกับเหตุการณ์ ณ ปัจจุบัน ด้วยรูปแบบความคุ้มครองที่เหมาะสมและตรงกับความต้องการของลูกค้าในแต่ละช่วงอายุ โดยลูกค้าสามารถตัดสินใจซื้อและทำรายการได้สะดวก ไม่ยุ่งยาก ค่าเบี้ยไม่สูงมาก ขณะเดียวกันก็ต้องมีช่องทางช่วยเหลือ เช่น Live Call และ Live Chat ไว้คอยสนับสนุนหากลูกค้ามีข้อสงสัยหรือมีปัญหาในการทำรายการ รวมถึงช่องทางชำระเงินที่สะดวกรวดเร็ว จะเป็นตัวเร่งในการตัดสินใจซื้อได้ดีขึ้น”

นางสาวพรพิมล ตรงเที่ยงธรรม ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กล่าวเสริมว่า การทำความเข้าใจความต้องการของลูกค้าเป้าหมาย เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ทำให้ธนาคารสามารถสร้างจุดเด่นของบริการประกันชีวิต Be Together For You ขึ้นมาได้อย่างชัดเจน ทั้งการวิเคราะห์ความต้องการของลูกค้าเป้าหมายในแต่ละกลุ่ม โดยภายในแต่ละกลุ่มเอง ก็มีแนวโน้มที่จะต้องการประกันชีวิตรวมถึงความคุ้มครองสุขภาพที่แตกต่างกันไป หรืออาจกล่าวได้ว่า ‘Be Together For You’ เป็นผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าเป้าหมายแต่ละบุคคลในลักษณะ Personalized Individual Need ที่สำคัญคือ ออกแบบขั้นตอนการซื้อที่ง่าย ไม่ยุ่งยาก และเมื่อซื้อแล้วจะได้รับความคุ้มครองทันที”

ในโอกาสเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่นี้ ธนาคารกรุงเทพได้เพิ่มความคุ้มค่ามากยิ่งขึ้นด้วยโปรโมชั่นพิเศษ! เมื่อลูกค้าที่ได้รับการนำเสนอ เลือกซื้อแบบประกัน ‘Be Together For You’ ในระหว่างวันที่ 22 มีนาคม – 30 มิถุนายน 2565 ลูกค้าจะได้รับเพิ่มฟรี! ประกันคุ้มครองการแพ้วัคซีนโควิด

ทั้งนี้ลูกค้าที่ได้รับการนำเสนอประกันชีวิตออนไลน์ ‘Be Together For You’ สามารถเลือกซื้อประกันผ่าน ‘โมบายแบงก์กิ้ง จากธนาคารกรุงเทพ’ ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป และสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่บัวหลวงโฟน 1333 หรือติดต่อเอไอเอ คอลเซ็นเตอร์ 02-353-8855 ทุกวัน เวลา 8.00-22.00 น.


Tags : เอไอเอประเทศไทย AIA เอไอเอ ธนาคารกรุงเทพ แบบประกันชีวิตและสุขภาพผ่านโมบายแบงค์กิ้ง


Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

...

นายพรชัย ฐีระเวช อธิบดีกรมสรรพสามิต ในฐานะประธานกรรมการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า คณะกรรมการธนาคารออมสิน มีมติแต่งตั้ง นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการธนาคารออมสิน คนที่ 18 ซึ่งได้ผ่านความเห็นชอบของธนาคารแห่งประเทศไทย และนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ลงนามหนังสือแต่งตั้งผู้อำนวยการธนาคารออมสินแล้วเมื่อวันที่ 26 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา โดยธนาคารได้จัดให้มีการลงนามสัญญาจ้างผู้บริหาร ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการธนาคารออมสินอย่างเป็นทางการ ระหว่าง นายพรชัย ฐีระเวช อธิบดีกรมสรรพสามิต ในฐานะประธานกรรมการธนาคารออมสิน และ นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ในวันที่ 28 มกราคม 2569 ณ อาคารออมสินพิพัฒน์ ธนาคารออมสิน สำนักงานใหญ่ มีกำหนดเริ่มปฏิบัติงานนับตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคม 2569 วาระการดำรงตำแหน่งคราวละ 4 ปี   ทั้งนี้ คณะกรรมการธนาคารพิจารณาเห็นว่า นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ เป็นผู้มีคุณสมบัติเหมาะสมในการนำองค์กรธนาคารออมสิน จากผลงานความสำเร็จที่ผ่านมากับประสบการณ์ในการดำรงตำแหน่งสำคัญ ๆ ของหลากหลายองค์กร ทั้งที่เป็นหน่วยงานภาครัฐและเอกชน อาทิ เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) รองกรรมการผู้จัดการธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) รวมถึงประสบการณ์ในการเป็นผู้นำองค์กรกำกับดูแล เช่น สถาบันคุ้มครองเงินฝาก ด้านประวัติการศึกษา จบการศึกษาสูงสุดระดับปริญญาโท สาขาวิชาการเงิน จาก Case Western Reserve University ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยนายทรงพลมีคุณสมบัติครบถ้วนและมีความพร้อมในการขับเคลื่อนธนาคารออมสินเป็น Smart Social Bank ร่วมกับคณะกรรมการ ผู้บริหาร และเพื่อนพนักงาน เพื่อเป้าหมายการเป็นธนาคารเพื่อสังคม เพื่อประชาชนทุกคนอย่างยั่งยืนต่อไป  

01 Feb 2026

...

  ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank โดย นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ และสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.)  โดย พ.ต.อ.สุรพงศ์ เปล่งขำ เลขาธิการ สคส. ร่วมพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) “การส่งเสริมความตระหนักรู้เกี่ยวกับกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล” (PDPA) โดยความร่วมมือครั้งนี้ ทั้งสองหน่วยงานจะร่วมกันส่งเสริมความรู้ เพื่อให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี  สามารถปฏิบัติตามกฎหมาย PDPA ได้อย่างถูกต้องเหมาะสม ตลอดจน ช่วยลดความเสี่ยงในการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล  ป้องกันการเกิดต้นทุนธุรกิจจากเหตุข้อมูลรั่วไหล ที่สำคัญ ช่วยสร้างความเชื่อมั่น ปลอดภัย และโอกาสการเติบโตของธุรกิจเอสเอ็มอีในระยะยาว   ความร่วมมือครั้งนี้ ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีจะได้รับการสนับสนุนเข้าถึงแพลตฟอร์ม GPPC (Government Platform for PDPA Compliance) ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มภาครัฐรองรับการปฏิบัติตามกฎหมาย PDPA  ช่วยให้การคุ้มครองข้อมูล PDPA เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ขณะเดียวกัน SME D Bank พร้อมให้บริการด้านการ "พัฒนาคู่เติมทุน" ด้วยกิจกรรมออฟไลน์ครบวงจร และยกระดับธุรกิจด้วยแพลตฟอร์ม “DX by SME D Bank” (dx.smebank.co.th)  สามารถ Upskill Reskill ได้ทุกที่ ทุกเวลา ตลอด 24 ชม. พร้อมเติมทุนสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยพิเศษ  เพียง 3%ต่อปี คงที่ 3 ปีแรก วงเงินกู้สูงสุด 30 ล้านบาท ช่วยเสริมสภาพคล่อง ลดภาระทางการเงิน  ยกระดับธุรกิจสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน     สำหรับพิธีลงนามดังกล่าว จัดขึ้นในงาน “วันคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล” (Data Privacy Day 2026)  ณ     ห้องแกรนด์ ไดมอนด์ บอลรูม อิมแพค เมืองทองธานี วันที่ 28 มกราคม 2569

29 Jan 2026

...

บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) ได้รับรางวัลองค์กรที่สนับสนุนงานด้านเด็กและเยาวชน เนื่องในงานวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2569 จากกรมกิจการเด็กและเยาวชน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยรางวัลดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงการให้ความสำคัญและการมีส่วนร่วมของบริษัทฯ ในการสนับสนุน ส่งเสริม และพัฒนาศักยภาพของเด็กและเยาวชน เพื่อนำไปสู่การเติบโตที่เข้มแข็งและยั่งยืน ตลอดจนร่วมเสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้เด็กและเยาวชนด้วยการสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมและสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข นับเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจที่ตอกย้ำถึงความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กรอย่างต่อเนื่อง

27 Jan 2026

...

บมจ.กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต นำโดยคุณณัฐพิสิษฐ์ ครุฑครองชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (คนซ้าย) และคุณสรัสวดี คุปตพงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายทรัพยากรบุคคล (คนขวา) รับรางวัลแห่งความสำเร็จ Top Employer Awards Thailand 2026 จาก Top Employer Institute ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 และเป็นบริษัทแรกในกลุ่มแอกซ่าในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ที่ได้รับรางวัลดังกล่าว ทั้งนี้รางวัลอันทรงเกียรตินี้สะท้อนถึงความโดดเด่นขององค์กรที่ไม่เพียงมีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน แต่ยังสามารถถ่ายทอดวิสัยทัศน์ให้เป็นแผนงานที่จับต้องได้จริง พร้อมสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่เท่าเทียม และยังเปิดโอกาสให้ทุกคนได้แสดงความคิดเห็น เรียนรู้และเติบโตร่วมกันกับองค์กร โดยคณะกรรมการได้พิจารณาจากแนวทางด้านทรัพยากรบุคคลที่มุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพของพนักงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างผู้นำคุณภาพในอนาคต ควบคู่ไปกับระบบการบริหารผลการปฏิบัติงานที่มีประสิทธิภาพ และการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่ รวมไปถึง AI มาใช้เพื่อเพิ่มศักยภาพในการทำงาน พร้อมทั้งการดูแลสุขภาวะและคุณภาพชีวิตของพนักงานอย่างรอบด้าน สิ่งที่สร้างความแตกต่างให้ กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต คือการหล่อหลอมวัฒนธรรม “Care & Dare” ที่ผสมผสานการดูแลพนักงานและการผลักดันให้ทุกคนกล้าสร้างความแตกต่าง กล้าเปลี่ยนแปลงอย่างสร้างสรรค์ รวมถึงเปิดพื้นที่ให้พนักงานมีส่วนร่วมในทุกระดับ พร้อมทั้งมอบโอกาสในการเติบโตไปด้วยกันกับองค์กรอย่างมั่นคงและยั่งยืน สำหรับท่านที่สนใจร่วมงานกับ บมจ. กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต สามารถติดต่อได้ที่ 02-056-3513 -15 หรือ www.krungthai-axa.co.th/career

19 Jan 2026

Banner Banner Banner Banner

Banner
  เทียบจุดแข็งแกร่ง “วิริยะ-ทิพย-กรุงเทพ” ประกันภัย   เมื่อพูดถึงวงการประกันภัย-วินาศภัยเมืองไทย มี 3 บริษัทใหญ่ของวงการและของประเทศไทย ที่ถือว่าเป็น”ขาใหญ่”หรือขาประจำที่แต่ละปี บริษัททั้ง 3 บริษัท มีกลยุทธ์การตลาด และจุดแข็งที่แตกต่างกันของแต่ละบริษัท และบริษัททั้ง 3 บริษัทนี้กำลังจะแย่งชิงเบี้ยประกันภัยเพื่อเป็นอันดับ 1 ของประเทศไทย เมื่อเทียบสัดส่วนในเรื่องยอดขาย และในแง่ของผลกำไร            ในแง่ยอดขายต่อปี          เบอร์ 1 บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) ด้วยจุดแข็งการทำประกันภัยรถยนต์ ที่มีเบี้ยประกันภัยสูงขายง่าย แต่ละปีสร้างยอดขายได้มีเบี้ยประกันภัยรับตรงรวม 40,879 ล้านบาท          เบอร์ 2 บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) ด้วยจุดแข็งงานประกันภัย Non Motor ประเภทขนส่งสินค้า Marin รวมทั้งลูกค้าของผู้ถือหุ้นใหญ่อย่าง ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ทำให้มียอดขายรับประกันภัยตรงอยู่ที่ 31,736.1 ล้านบาทแซงหน้าบริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ไปเรียบร้อย          เบอร์ 3 บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ด้วยจุดแข็งการเป็นบริษัท ที่มีกระทรวงการคลังถือหุ้นใหญ่ สามารถขยายตลาดผ่านพันธมิตรหรือผู้ถือหุ้นได้ง่าย และทำตลาดประกันภัยโครงสร้างพื้นฐาน โครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ของรัฐจึงทำให้มีเบี้ยประกันภัยต่อปี มีเบี้ยประกันภัยรวม 22,439 ล้านบาท จะกลับไล่บี้เบอร์ 1และ 2 ได้ต่อไป         ในแง่ผลกำไรต่อปี         เบอร์ 1 คงต้องให้บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) เนื่องจากได้งานจากหน่วยงานภาครัฐ และมีพันธมิตรที่หลากหลาย ด้วยยอดขายที่สูง และมีการบริหารการลงทุนที่พร้อม เพราะมีธนาคารออมสิน, กบข. , ธนาคารกรุงไทย, ปตท., บางจาก  ทำให้มีผลกำไรมาเป็นอันดับ 1  ทำให้บริษัทสามารถทำกำไรจากการรับประกันได้ 2,631 ล้านบาท        เบอร์ 2  ต้องยกให้เป็นของบริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) ด้วยการรับประกันภัยที่มีความเสี่ยงภัยต่ำ รวมทั้งความเชี่ยวชาญในการบริหารเงินลงทุนโดยธนาคารกรุงเทพ ทำให้มีผลกำไรมาเป็นที่ 2 และมีเบี้ยประกันภัยเป็นอันดับที่ 2        เบอร์ 3 บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) มียอดขายเป็นอันดับ 1 มาอย่างต่อเนื่อง แต่ด้วยเน้นประกันภัยรถยนต์ยอดขายสูงก็มีความเสี่ยงสูง ผลกำไรน้อย จึงวางไว้เป็นเบอร์ 3 ในด้านผลกำไร                                                 นายเอกวรพงศ์ อำนวยทรัพย์ (เอก-วรา)                                               บรรณาธิการบริหาร สื่อ CEO THAILAND  
อ่านต่อ...
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner