Responsive image

Friday, 17 Apr 2026

หน้าแรก > ECONOMY- FINANCE / เศรษฐกิจ - การเงิน


ออมสิน จับมือ “บางจาก” และ “ทิพย กรุ๊ป” ร่วมทุนรุกธุรกิจสินเชื่อที่ดินและขายฝาก จัดตั้งบริษัท มีที่ มีเงิน จำกัด

Thu 09/06/2565


เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2565 ณ ธนาคารออมสิน สำนักงานใหญ่ ได้มีพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงการทำธุรกิจสินเชื่อที่ดินและขายฝาก ระหว่าง 3 องค์กรที่ร่วมทุนกันจัดตั้งบริษัท มีที่ มีเงิน จำกัด ตั้งเป้าช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs และประชาชนทั่วไป ให้เข้าถึงแหล่งเงินทุนต้นทุนถูกลง และมีเงื่อนไขการกู้ที่เป็นธรรม โดยมีผู้ร่วมลงนาม คือ นายวิทัย รัตนากร ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน ดร.สมพร สืบถวิลกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทิพย กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) และ นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มบริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)


 

นายวิทัย รัตนากร ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า จากความตั้งใจเริ่มต้นที่ธนาคารออมสินมุ่งลดความเหลื่อมล้ำทางการเงิน และสร้างการเข้าถึงแหล่งทุนด้วยต้นทุนดอกเบี้ยที่ไม่สูงเกินจริง ซึ่งประสบความสำเร็จจากการปล่อยสินเชื่อ SMEs มีที่ มีเงิน ที่เปิดให้กู้ครั้งแรกเมื่อเดือนตุลาคม 2563 เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs และประชาชนที่ขาดสภาพคล่องจากวิกฤติการแพร่ระบาดของโควิด-19 หรือมีความเสี่ยงสูญเสียที่ดินติดสัญญาขายฝากอย่างไม่เป็นธรรม โดยผ่อนปรนให้ลูกค้าใช้ที่ดินเป็นหลักประกันการกู้ ภายในระยะเวลา 2 ปี สามารถปล่อยสินเชื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการแล้วกว่า 21,000 ล้านบาท จึงเกิดเป็นแนวคิดการจัดตั้งบริษัทเข้าทำธุรกิจแข่งขันในตลาดสินเชื่อที่ดินและขายฝาก เพื่อผลักดันให้เป็นตลาดที่มีการแข่งขันสมบูรณ์ ลดโครงสร้างดอกเบี้ยซึ่งสูงเกินความเป็นจริง ให้ผู้บริโภคได้รับประโยชน์จากสินเชื่อที่มีต้นทุนถูกลงและมีเงื่อนไขที่เป็นธรรม


บริษัท มีที่ มีเงิน จำกัด จัดตั้งขึ้นด้วยทุนจดทะเบียน 1,000 ล้านบาท โดยการร่วมทุนของธนาคารออมสิน ในสัดส่วนหุ้น 49% กับ บริษัท ทิพย กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) 31% และ กลุ่มบริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) 20% โดยธนาคารออมสินทำหน้าที่ปล่อยสินเชื่อ ประสานพลังความร่วมมือพร้อมให้บริการผ่านจุดบริการของทั้ง 3 ฝ่าย มีวัตถุประสงค์เพื่อลดภาระของผู้ประกอบการ SMEs และประชาชนรายย่อย ช่วยลดปัญหาหนี้นอกระบบ และสร้างการแข่งขันที่สมบูรณ์ในตลาดสินเชื่อที่ดินและขายฝาก ทั้งนี้ คาดว่าจะสามารถจัดตั้งบริษัทฯ แล้วเสร็จ พร้อมเปิดให้บริการได้ในไตรมาส 3 เปิดตัวด้วยสินเชื่อที่ดิน อัตราดอกเบี้ย 7-9% ในระยะแรก หลังจากนั้นขยายผลไปทำธุรกิจขายฝากภายในสิ้นปี 2565 ก่อนจะยื่นขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจ Non-Bank ในปี 2566 เพื่อทำธุรกิจสินเชื่อบุคคลต่อไป ตั้งเป้าปีแรกสามารถปล่อยสินเชื่อได้ 10,000 ล้านบาท ด้วยจุดแข็งด้านฐานลูกค้าของธนาคารออมสินจำนวนมาก และมีจุดบริการครอบคลุมทุกพื้นที่ ทั้งสาขาของธนาคารออมสิน และทิพย กรุ๊ป รวมถึงจุดให้บริการน้ำมันบางจาก รวมกันกว่า 2,300 แห่งทั่วประเทศ


ด้าน ดร. สมพร สืบถวิลกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทิพย กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TIPH กล่าวว่า จากแนวทางการดำเนินธุรกิจของ ทิพย กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ ที่มุ่งเน้นการลงทุนไปในธุรกิจที่มีศักยภาพในการเติบโตอย่างยั่งยืน ควบคู่ไปกับการให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจที่สร้างประโยชน์ต่อสังคม ประชาชน และผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน ตลอดจนสร้างผลตอบแทนอย่างยั่งยืนให้แก่ผู้ถือหุ้นควบคู่กันไปนั้น สอดคล้องกับการที่ ทิพย กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ ได้เข้าร่วมทุนกับธนาคารออมสิน และบริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เพื่อประกอบธุรกิจสินเชื่อที่ดินและขายฝาก ผ่านบริษัท มีที่ มีเงิน จำกัดในครั้งนี้ ซึ่งทิพย กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ มีความเชื่อมั่นว่าการดำเนินธุรกิจของบริษัท มีที่ มีเงิน จำกัด จะเข้ามาเป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้ประชาชนที่ประสบปัญหาขาดสภาพคล่องสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนในการประกอบอาชีพด้วยดอกเบี้ยที่มีความเป็นธรรม และเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ไขปัญหาหนี้สินของภาคประชาชนได้ ซึ่งการร่วมลงทุนบริษัท มีที่ มีเงิน จำกัดในครั้งนี้ จะเป็นอีกหนึ่งครั้งที่ ทิพย กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ และบริษัทในเครือ ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือสังคมไทย ในภาวะที่การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในช่วงที่ผ่านมา ทำให้ในทุกภาคส่วนของเศรษฐกิจได้รับผลกระทบเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ การร่วมทุนดังกล่าวยังสอดคล้องกับแผนกลยุทธ์การลงทุนของบริษัท ทิพย กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) ที่ต้องการขยายการลงทุนไปในธุรกิจอื่น ๆ นอกเหนือจากธุรกิจประกันภัยในฐานะธุรกิจหลักของบริษัท โดยเฉพาะธุรกิจที่สอดคล้องกับเทรนด์ของธุรกิจในโลกอนาคต เนื่องจากการดำเนินธุรกิจของบริษัท มีที่ มีเงิน จำกัด ถือเป็นนวัตกรรมทางการเงินใหม่สำหรับธุรกิจการเงินที่ไม่ใช่ธนาคารพาณิชย์ (นอนแบงก์) ที่จะเข้ามาช่วยให้ประชาชนมีทางเลือกในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายขึ้น


นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มบริษัทบางจาก กล่าวว่า กลุ่มบางจากให้ความสำคัญกับการทำธุรกิจควบคู่ไปกับการดูแลสังคม เพื่อสร้างสมดุลทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืน โดยเฉพาะการดูแลและมอบช่วยเหลือในช่วงฟื้นฟูจากผลกระทบของโควิด-19 แก่ผู้มีส่วนได้เสียทางธุรกิจในทุกภาคส่วน รวมถึงภาคการเกษตร ที่บางจากได้ร่วมทำธุรกิจผ่านโครงการต่าง ๆ อาทิ เครือข่ายปั๊มชุมชน และโครงการด้านพลังงานสะอาด เป็นต้น โดยมองว่าการร่วมทุนในนวัตกรรมทางการเงินอย่างธุรกิจสินเชื่อที่ดินและขายฝาก ผ่านบริษัท มีที่ มีเงิน จำกัด ในครั้งนี้ จะมอบโอกาสใหม่ให้กับสมาชิกสหกรณ์การเกษตรและลูกค้าบางจาก ในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนและต้นทุนสินเชื่อที่เป็นธรรม สำหรับเพิ่มสภาพคล่องทางการเงินที่จำเป็นต่อการบริโภคหรือการดำเนินธุรกิจ บรรเทาปัญหาภาระหนี้สินและช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรและประชาชนรายย่อยได้อีกทางหนึ่ง สอดคล้องตามความมุ่งมั่นของกลุ่มบางจาก ที่มุ่งพัฒนานวัตกรรมธุรกิจอย่างยั่งยืนไปกับการดูแลสิ่งแวดล้อมและสังคมมาโดยตลอด.


 


Tags : ธนาคารออมสิน ออมสิน วิทัย รัตนากร ทิพยประกันภัย ทิพย กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ ดร.สมพร สืบถวิลกุล กลุ่มบริษัทบางจาก ชัยวัฒน์ โควาวิสารัช บริษัท มีที่ มีเงิน จำกัด


Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

...

นางลภาวรรณ จันทร์กระจ่าง รองผู้อํานวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารออมสินเดินหน้าขับเคลื่อนพลังงานสะอาดในภาคธุรกิจ ด้วยการสนับสนุนสินเชื่อเพื่อความยั่งยืน วงเงิน 1,500 ล้านบาท ให้กับบริษัท อัลเตอร์วิม จำกัด ในเครือเจริญโภคภัณฑ์ เพื่อลงทุนติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Power) ภายใต้รูปแบบสัญญาซื้อขายไฟฟ้าเอกชน (Private PPA) ซึ่งสินเชื่อครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการผลักดัน Green Finance ของธนาคาร เพื่อสนับสนุนธุรกิจที่ต้องการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดอย่างเป็นรูปธรรม และการให้สินเชื่อที่คำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ควบคู่กับบทบาทการเป็น Smart Social Bank for All Lives หรือธนาคารเพื่อสังคม เพื่อทุกชีวิต   ด้าน นายบวร เพียรพงศ์พาณิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการเงิน บริษัท อัลเตอร์วิม จํากัด กล่าวว่า การสนับสนุนสินเชื่อเพื่อความยั่งยืน (Green Finance) จากธนาคารออมสินครั้งนี้ บริษัทจะนำไปใช้ลงทุนในการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานทดแทนรูปแบบอื่น ๆ ให้กับกลุ่มบริษัท ภายใต้เครือเจริญโภคภัณฑ์ เป็นไปตามแนวทางการดำเนินธุรกิจที่รับผิดชอบต่อสังคมและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก สอดคล้องกับวิสัยทัศน์การขับเคลื่อนเป้าหมายและยุทธศาสตร์ด้านความยั่งยืนของกลุ่มเจริญโภคภัณฑ์ ในการเป็นองค์กรที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี 2030 และ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) ภายในปี 2050   ธนาคารออมสิน พร้อมเป็นพันธมิตรทางการเงินที่สร้างคุณค่าร่วมให้ทั้งภาคธุรกิจและสังคมเติบโตไปพร้อมกัน ผ่านการพัฒนาเครื่องมือทางการเงินและสินเชื่อเพื่อสิ่งแวดล้อม สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของภาคธุรกิจสู่การใช้พลังงานสะอาด ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและยกระดับศักยภาพการแข่งขันของประเทศ สอดคล้องกับพันธกิจการเป็นธนาคารเพื่อสังคม และยุทธศาสตร์การมุ่งสู่ Net Zero ภายในปี 2050  

13 Apr 2026

...

บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) เพิ่มความอุ่นใจให้ประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 ด้วยความมุ่งมั่นในการส่งเสริมความปลอดภัยและลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุ โดยได้ออกกรมธรรม์ไมโครอินชัวรันส์ เพื่อเข้าถึงประชาชนทุกกลุ่ม พร้อมจัดกิจกรรมต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางของประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ดังนี้ 1. กรมธรรม์ประกันภัยสำหรับรายย่อย (ไมโครอินชัวรันส์) บริษัทฯ ร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) พัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่เข้าถึงง่ายและราคาย่อมเยา พร้อมร่วมมือกับพันธมิตรและคู่ค้าต่างๆ อาทิ บริษัท ทีคิวเอ็ม อินชัวร์รันส์ โบรคเกอร์ จำกัด บริษัท โลตัสส์ เจเนอรัล อินชัวรันส์ โบรคเกอร์ จำกัด บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน) รวมถึงพันธมิตรอื่นๆ เพื่อขยายช่องทางการเข้าถึงผลิตภัณฑ์ประกันภัยให้ครอบคลุมประชาชนทุกกลุ่ม ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้ • กรมธรรม์ประกันภัยสงกรานต์เบิกบานใจ 10 บาท (ไมโครอินชัวรันส์) รับประกันภัยตั้งแต่อายุ 15-70 ปี โดยให้ความคุ้มครอง -  การเสียชีวิต สูญเสียมือ เท้า สายตา หรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง จากอุบัติเหตุทั่วไป 100,000 บาทและหากเสียชีวิต สูญเสียมือ เท้า สายตา หรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง จากอุบัติเหตุสาธารณะ รับเพิ่ม 100,000 บาท -  การเสียชีวิต สูญเสียมือ เท้า สายตา หรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง จากการถูกฆาตกรรม ทำร้ายร่างกาย อุบัติเหตุขณะขับขี่หรือโดยสารรถจักรยานยนต์ 50,000 บาท -  ค่ารักษาพยาบาลจากอุบัติเหตุ สูงสุด 5,000 บาท -  ระยะเวลาเอาประกันภัย 30 วัน • กรมธรรม์ประกันภัยสงกรานต์เบิกบานใจ 20 บาท (ไมโครอินชัวรันส์) รับประกันภัยตั้งแต่อายุ 15-70 ปี โดยให้ความคุ้มครอง -  การเสียชีวิต สูญเสียมือ เท้า สายตา หรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง จากอุบัติเหตุทั่วไป 250,000 บาท และหากเสียชีวิต สูญเสียมือ เท้า สายตา หรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง จากอุบัติเหตุสาธารณะ รับเพิ่ม 250,000 บาท -  การเสียชีวิต สูญเสียมือ เท้า สายตา หรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง จากการถูกฆาตกรรม ทำร้ายร่างกาย อุบัติเหตุขณะขับขี่หรือโดยสารรถจักรยานยนต์ 125,000 บาท -  ค่ารักษาพยาบาลจากอุบัติเหตุ สูงสุด 5,000 บาท -  ระยะเวลาเอาประกันภัย 30 วัน   • กรมธรรม์ประกันภัยฝากบ้านเที่ยวอุ่นใจ (ไมโครอินชัวรันส์) เบี้ยประกันภัย 10 บาท โดยให้ความคุ้มครอง -  ความเสียหายจากเหตุไฟไหม้ ฟ้าผ่า ระเบิด สูงสุด 30,000 บาท -  ความเสียหายจากลมพายุ น้ำท่วม แผ่นดินไหว  -  การโจรกรรมที่ปรากฏร่องรอยงัดแงะ -  ค่าเช่าที่พักอาศัยชั่วคราว วันละ 300 บาท (สูงสุด 30 วัน) -  ระยะเวลาเอาประกันภัย 30 วัน 2. มอบน้ำดื่ม ณ จุดบริการทางหลวงในพื้นที่ต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวกและเพิ่มความปลอดภัยในการเดินทางช่วงเทศกาลสงกรานต์ กรุงเทพประกันภัยได้ร่วมกับตำรวจทางหลวง จัดตั้งจุดบริการประชาชน ณ จุดบริการทางหลวงในพื้นที่ต่างๆ เพื่อให้คำแนะนำด้านการขับขี่อย่างปลอดภัย พร้อมบริการช่วยเหลือฉุกเฉินในกรณีรถประสบอุบัติเหตุหรือรถเสีย รวมถึงจัดเตรียมน้ำดื่มกรุงเทพประกันภัยเพื่อให้บริการแก่ประชาชนตลอดการเดินทาง และส่งมอบน้ำดื่มผ่านสำนักงาน คปภ. ในจังหวัดต่างๆ อีกด้วย

12 Apr 2026

...

“เฮ้ กู๊ดดี้” (heygoody.com) แพลตฟอร์มนายหน้าประกันดิจิทัล บริหารโดย บมจ. เงินติดล้อ บริษัทในกลุ่ม Tidlor Holdings หรือ TIDLOR เปิดตัวแคมเปญพิเศษรับเทศกาลท่องเที่ยว “Exclusive บินลัดฟ้า ล่าคาซัค… แบบไม่ต้องควักสตางค์!” ชวนลูกค้าสัมผัสประสบการณ์เที่ยวต่างประเทศแบบ All Inclusive ฟรีตลอดทริป พร้อมร่วมเดินทางกับเพจท่องเที่ยวชื่อดัง “อาสาพาไปหลง” นำโดย “ว่านไฉ” แคมเปญนี้สะท้อนแนวคิดของ เฮ้ กู๊ดดี้ ที่ต้องการให้ “การซื้อประกัน” ไม่ใช่แค่เรื่องความคุ้มครอง แต่เป็นจุดเริ่มต้นของประสบการณ์ดี ๆ ในการเดินทาง โดยลูกค้ายังได้รับความอุ่นใจจากความคุ้มครองความเสี่ยงต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุ การเจ็บป่วยในต่างประเทศ หรือเที่ยวบินล่าช้า ที่อาจนำไปสู่ค่าใช้จ่ายที่ไม่คาดคิด สำหรับลูกค้าที่ซื้อประกันเดินทางต่างประเทศผ่าน heygoody.com จากบริษัทชั้นนำ ได้แก่ MSIG, Sompo และ KPI ระหว่างวันที่ 1 เมษายน 2569 – 30 มิถุนายน 2569 จะได้รับสิทธิ์ลุ้นรางวัล โดยมีรายละเอียดดังนี้ ซื้อประกันเดินทางต่างประเทศรายเที่ยว (เอเชีย) รับ 1 สิทธิ์ต่อกรมธรรม์ ซื้อประกันเดินทางต่างประเทศรายเที่ยว (นอกเอเชีย) รับ 2 สิทธิ์ต่อกรมธรรม์ ซื้อประกันเดินทางต่างประเทศแบบรายปี รับ 4 สิทธิ์ต่อกรมธรรม์ โดยเฮ้ กู๊ดดี้ได้จัดเตรียมของรางวัลรวมทั้งสิ้น 155 รางวัล มูลค่ารวม 1,674,000 บาท ประกอบด้วย รางวัลที่ 1: ทริปคาซัคสถาน 6 วัน 4 คืน แบบ All Inclusive (รวมตั๋วเครื่องบิน อาหาร และที่พักระดับ 4-5 ดาว) จำนวน 5 รางวัล รางวัลละ 2 ที่นั่ง รวมมูลค่า 1,200,000 บาท รางวัลที่ 2: กระเป๋า heybag มูลค่า 7,800 บาท จำนวน 50 รางวัล รวมมูลค่า 390,000 บาท รางวัลที่ 3: คูปองส่วนลด Klook มูลค่า 1,000 บาท จำนวน 50 รางวัล รวมมูลค่า 50,000 บาท รางวัลที่ 4: heygoody Universal Adapter มูลค่า 680 บาท จำนวน 50 รางวัล รวมมูลค่า 34,000 บาท ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดแคมเปญและการประกาศรายชื่อผู้โชคดีได้ที่เว็บไซต์ www.heygoody.com และ Facebook fanpage heygoody หรือสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ LINE @heygoody พร้อมซื้อประกันได้ด้วยตัวเองตลอด 24 ชั่วโมง

11 Apr 2026

...

เอไอเอ ประเทศไทย จับมือกับ เอ ไลฟ์ (ALive Powered by AIA) โดยบริษัท เอไอเอ เวลเนส จำกัด ส่งความห่วงใยถึงคนไทยทั่วประเทศในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 เปิดตัวแคมเปญ “กรมธรรม์ประกันภัยสงกรานต์เบิกบานใจ (ไมโครอินชัวรันส์)” มอบกรมธรรม์ประกันภัยกลุ่มให้แก่ประชาชนทั่วไปโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ระยะเวลาคุ้มครองนาน 30 วัน ด้วยวงเงินคุ้มครองชีวิตสูงถึง 100,000 บาทต่อกรมธรรม์ กรณีเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ พร้อมรับผลประโยชน์ค่ารักษาพยาบาลเนื่องจากอุบัติเหตุตามจำนวนที่จ่ายจริงสูงสุด 5,000 บาท* เพื่อส่งเสริมให้คนไทยมีหลักประกันความคุ้มครองอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งเป็นช่วงที่คนส่วนใหญ่เดินทางกลับภูมิลำเนาหรือเดินทางท่องเที่ยว อีกทั้งยังเป็นการขานรับนโยบายของสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) พร้อมกับการเดินหน้าตามพันธกิจของเอไอเอที่ต้องการสนับสนุนให้คนไทยเข้าถึงการประกันภัยเพื่อความอุ่นใจและลดภาระของครอบครัว ให้คนไทยทั่วประเทศมีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้น ตามคำมั่นสัญญา ‘Healthier, Longer, Better Lives’ ทั้งนี้ สำหรับประชาชนที่มีอายุระหว่าง 20 – 70 ปี* สามารถลงทะเบียนเพื่อขอรับกรมธรรม์ประกันภัยกลุ่มฟรี เพียงไปที่เว็บไซต์ https://aiathailand.info/pask26fbo ตั้งแต่วันนี้ ถึง 31 พฤษภาคม 2569  

07 Apr 2026

Banner Banner Banner Banner Banner Banner

Banner
  ปี 2569 ประเทศไทย กับคำว่า “เผาจริง”   วันนี้ก้าวเดือนที่ 3 ของปี 2569 แต่ดูเหมือนว่า ประเทศไทยผ่านเทศกาลปีใหม่ วาเลนไทม์ ตรุษจีน และวันเข้าพรรษามาแล้ว ประเทศไทยการเลือกตั้งใหญ่ ที่มีข้อผิดพลาดเกิดจากการกำกับการเลือกตั้งขององค์กรอิสระอย่าง กกต. เป็นการเลือกตั้งที่เลวร้ายครั้งหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์การเมืองไทย ด้านเศรษฐกิจ ยังคงโงหัวไม่ขึ้น นอกนั้นประเทศไทยยังคงมีปัญหาชายแดนกับประเทศเขมรยังคงคาราคาซัง รอรบรอบ 3 อยู่เหมือนเดิม ตอนนี้กำลังเกิดสงครามที่คาบสมุทรอาหรับระหว่าง อิหร่านกับอิสราเอล ที่ได้รับการสนับสนุนการทำสงครามจากสหรัฐอเมริกา จนอาจจะกลายเป็นสงครามระหว่างโลกอาหรับกับสหรัฐอเมริกา และอาจจะลามไปถึงสงครามโลกครั้งที่ 3 ก็ได้ แน่นอนว่า สงครามอ่าวอาหรับ ซึ่งเป็นประเทศผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ของโลก ชัดเจนว่าเมื่อมีสงคราม ราคาน้ำมันต้องแพงขึ้น และพลังงานปัจจัยที่ 5 จะกลายเป็นอาวุธของอิหร่านและกลุ่มอาหรับ ซึ่งย่อมส่งผลด้านต้นทุนการผลิต ภาคการขนส่ง สินค้าราคาแพงขึ้น เศรษฐกิจโลกจะปั่นป่วน ซึ่งแน่นอนว่าประเทศไทยที่มีภาวะอ่อนแอทางเศรษฐกิจอยู่แล้ว ย่อมได้รับผลจากภาวะสงครามอาหรับ สงครามกับเขมร รวมทั้งรัฐบาลใหม่ที่จะเข้ามาบริหารประเทศ ต้องแสดงผลงาน เพราะปี 2569 จะเป็นปีเผาจริงทางเศรษฐกิจของประเทศไทย    หากว่าการเมืองไทยนิ่ง รัฐบาลได้บริหารประเทศ จะเป็นการท้าทายความสามารถของดรีมทีมเศรษฐกิจของพรรคภูมิใจไทย เวลาที่ผ่านมาก่อนการเลือกตั้ง วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เวลาบริหารประเทศแค่ 2 เดือนยังวัดอะไรไม่ได้สำหรับนายอนุทิน ชาญวีรกุล และดรีมทีม เพราะเศรษฐกิจไทยปี 2569 ธุรกิจที่แข็งแรงอย่างธุรกิจการเงินและประกันภัยยังออกอาการให้เห็น แล้วธุรกิจที่อ่อนแออยู่แล้วจะเหลืออะไร นี่คือการบ้านข้อใหญ่ของรัฐบาลภูมิใจไทยและดรีมทีมประเทศไทย เพราะถึงเวลาที่จะได้พิสูจน์ผลงานบริหารประเทศ./   พูดแบบนายเอกวรพงศ์ (นายแทน)            
อ่านต่อ...
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner