Responsive image

Sunday, 19 Apr 2026

หน้าแรก > INSURANCE / ประกันภัย - ประกันชีวิต


คปภ. ยกทีมลงพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี โปรโมท “ประกันภัยข้าวนาปี - ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์”

Thu 23/06/2565


  • พร้อมเปิดตัวโครงการ “Training for the Trainers” ประจำปี 2565 เติมองค์ความรู้ด้านการประกันภัย  ประกันภัยข้าวนาปี - ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เพื่อใช้เป็นเครื่องมือบริหารความเสี่ยงให้เกษตรกรสู้ภัยธรรมชาติ

ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) เปิดเผยว่า ตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2565 เห็นชอบในหลักการการดำเนินโครงการประกันภัยข้าวนาปี ปีการผลิต 2565 ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ ซึ่งเป็นการดำเนินโครงการต่อเนื่องจากปี 2564 เพื่อให้เกษตรกรผู้เพาะปลูกข้าวนาปี ได้มีเครื่องมือในการบริหารจัดการความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติ ซึ่งในปีนี้ได้กำหนดเป้าหมายรวม Tier 1 และ Tier 2 จำนวน 29 ล้านไร่ โดยภาครัฐให้การสนับสนุนค่าเบี้ยประกันภัย จำนวนเงินทั้งสิ้น 1,925,065,000 บาท นอกจากนี้ ครม. ได้เห็นชอบในหลักการการดำเนินโครงการประกันภัยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปีการผลิต 2565 ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ โดยมีพื้นที่เป้าหมายรวม Tier 1 และ Tier 2 จำนวน 2.12 ล้านไร่ โดยภาครัฐให้การสนับสนุนค่าเบี้ยประกันภัยจำนวนเงินทั้งสิ้น 224,442,600 บาท

โดยมติครม. ดังกล่าว ได้มอบหมายให้ สำนักงาน คปภ. ปรับปรุงกรมธรรม์ประกันภัยข้าวนาปีและกรมธรรม์ประกันภัยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ให้เป็นไปตามรูปแบบ และหลักเกณฑ์การรับประกันภัยของโครงการฯ ปีการผลิต 2565 รวมทั้งอนุมัติกรมธรรม์และอัตราเบี้ยประกันภัยให้แล้วเสร็จและสามารถเริ่มรับประกันภัยในปีการผลิต 2565 ได้ทันที ภายหลังคณะรัฐมนตรีได้ให้ความเห็นชอบโครงการฯ และดำเนินการสร้างความรู้ความเข้าใจ ตลอดจนประชาสัมพันธ์โครงการฯ ปีการผลิต 2565 ในภาพรวมและเชิงรุกร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

สำนักงาน คปภ. ในฐานะหน่วยงานกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย จึงได้เดินหน้าขับเคลื่อนโครงการ “Training for the Trainers” ประจำปี 2565 เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ ด้านการประกันภัยข้าวนาปีและข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ให้แก่เจ้าหน้าที่ของหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องที่จะไปเป็นผู้ถ่ายทอดความรู้ต่อให้กับเกษตรกร รวมทั้งผลักดันระบบการประกันภัยเข้าไปเป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารความเสี่ยงภัยธรรมชาติที่อาจจะเกิดขึ้นต่อเกษตรกร โดยปีนี้สำนักงาน คปภ. ได้กำหนดให้จังหวัดกาญจนบุรีเป็นจังหวัดแรกในการลงพื้นที่พบปะเกษตรกร และเปิดโครงการ “Training for the Trainers” ประจำปี 2565 เนื่องจากข้อมูลสถิติปี 2564 จังหวัดกาญจนบุรี มีพื้นที่ปลูกข้าวนาปี จำนวน 342,640 ไร่ และมีการทำประกันภัย จำนวน 201,438 ไร่ หรือคิดเป็นการเข้าถึงการประกันภัย (Penetration Ratio) อยู่ที่ร้อยละ 58.79 และในส่วนของข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ จังหวัดกาญจนบุรี มีพื้นที่เพาะปลูกจำนวน 66,896 ไร่ และมีการทำประกันภัย จำนวน 5,548 ไร่ หรือคิดเป็นอัตราการเข้าถึงการประกันภัย (Penetration Ratio) อยู่ที่ร้อยละ 8.29 ซึ่งเป็นจำนวนที่เพิ่มขึ้นจากช่วงเริ่มต้นโครงการในปี 2563 ถึง 10 เท่า อันเนื่องมาจากเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปีและข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ได้ทราบถึงสิทธิประโยชน์จากการทำประกันภัย และการใช้ระบบประกันภัยเป็นเครื่องมือในการบริหารความเสี่ยง ประกอบกับได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่งจากภาคส่วนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องในพื้นที่  จังหวัดกาญจนบุรีที่มีการส่งเสริมเกษตรกรให้ทำประกันภัยเพิ่มมากขึ้น

ดังนั้น เพื่อทำให้เกษตรกรเข้าใจและทราบถึงสิทธิประโยชน์จากการทำประกันภัยข้าวนาปีและข้าวโพดเลี้ยงสัตว์มากยิ่งขึ้น เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2565 เลขาธิการ คปภ. ได้นำคณะผู้บริหารสำนักงาน คปภ. และผู้บริหารสมาคมประกันวินาศภัยไทย ลงพื้นที่พบปะเกษตรกร ณ หอประชุมรวมใจภักดิ์ โรงเรียนบ่อพลอยรัชดาภิเษก อำเภอบ่อพลอย จังหวัดกาญจนบุรี เพื่อชี้แจงรายละเอียดของโครงการฯ และรับทราบถึงสภาพปัญหา อุปสรรค ข้อคิดเห็น ตลอดจนข้อเสนอแนะของการทำประกันภัยข้าวนาปีและข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ โดยเกษตรกรกว่า 100 ราย เข้าร่วมและมีการสะท้อนปัญหา เช่น กรณีไม่เคยมีประวัติการทำประกันภัยข้าวนาปีและข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มาก่อน จะเข้าสู่ระบบการทำประกันภัยได้อย่างไร กรณีเช่าพื้นที่เพื่อเพาะปลูกข้าวนาปีและข้าวโพดเลี้ยงสัตว์สามารถเข้าสู่ระบบประกันภัยได้หรือไม่ รวมถึงกรณีการทำประกันภัยสำหรับพืชชนิดอื่น ๆ เช่น การปลูกอ้อยโรงงาน มันสำปะหลัง ยางพารา และสับปะรด เป็นต้น ซึ่งเลขาธิการ คปภ. และคณะฯ ได้ตอบข้อสงสัยต่าง ๆ จนเป็นที่เข้าใจ รวมทั้งจะนำข้อมูลที่ได้จากเกษตรกรไปปรับปรุงและพัฒนารูปแบบการรับประกันภัยข้าวนาปีและข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ตลอดจนช่วยพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัยใหม่ ๆ ให้ดียิ่งขึ้นในปีต่อไป

จากนั้นคณะผู้บริหารสำนักงาน คปภ. พร้อมด้วยสื่อมวลชน ได้ลงพื้นที่แปลงนาสาธิตของ นางดอกบัว  สมานทรัพย์ ซึ่งเป็นเกษตรกรที่ปลูกข้าวนาปีจำนวน 21 ไร่ ในพื้นที่ตำบลหนองกุ่ม อำเภอบ่อพลอย จังหวัดกาญจนบุรี เพื่อศึกษากระบวนการการทำนาข้าวตั้งแต่ขั้นตอนการเตรียมเม็ดพันธุ์ข้าวเพื่อนำไปเพาะปลูกให้ได้ผลผลิตที่ดี และมีคุณภาพ

สำหรับวันที่ 22 มิถุนายน 2565 เป็นการจัดอบรมความรู้ด้านการประกันภัยให้กับเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานต่าง ๆ ที่จะเป็นผู้ถ่ายทอดความรู้ต่อให้แก่เกษตรกรตาม “โครงการอบรมความรู้ประกันภัย (Training for the Trainers) สำหรับการประกันภัยข้าวนาปีและข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ประจำปี 2565” ณ ห้องประชุมโดม ออโรร่า รีสอร์ท อำเภอเมืองกาญจนบุรี จังหวัดกาญจนบุรี ภายใต้การคุมเข้มตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อย่างเคร่งครัด ซึ่งการอบรมให้ความรู้ด้านประกันภัยในครั้งนี้ นับว่าเป็นประโยชน์อย่างยิ่งกับเกษตรกรในจังหวัดกาญจนบุรี ที่จะสามารถนำระบบประกันภัยมาเป็นเครื่องมือในการบริหารความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติและภัยศัตรูพืชหรือโรคระบาด อันจะช่วยให้ภาคเกษตรกรรมของจังหวัดมีการเติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป

เลขาธิการ คปภ. กล่าวว่า เกษตรกรที่ทำประกันภัยข้าวนาปีจะให้ความคุ้มครองกรณีต้นข้าวได้รับความเสียหายจากภัยธรรมชาติ 7 ภัย ได้แก่ 1) ภัยน้ำท่วมหรือฝนตกหนัก 2) ภัยแล้ง ฝนแล้ง หรือฝนทิ้งช่วง 3) ภัยลมพายุหรือพายุไต้ฝุ่น 4) ลูกเห็บ 5) ภัยอากาศหนาวหรือน้ำค้างแข็ง 6) ภัยไฟไหม้ และ 7) ภัยจากช้างป่า รวมไปถึงภัยเพิ่มเติมอื่น ได้แก่ภัยศัตรูพืช และโรคระบาด โดยให้ความคุ้มครอง 1,190 บาท/ไร่ และภัยศัตรูพืชหรือโรคระบาดให้ความคุ้มครอง 595 บาท/ ไร่

สำหรับชาวนาที่เป็นลูกค้าสินเชื่อเพื่อการเพาะปลูกของ ธ.ก.ส. และเพาะปลูกในทุกโซนพื้นที่ เบี้ยประกันภัย 99 บาท/ไร่ โดยรัฐบาลกับ ธ.ก.ส. จ่ายเบี้ยประกันภัยให้ฟรี แต่ถ้าเป็นชาวนาที่ไม่ใช่ลูกค้า ธ.ก.ส. หรือลูกค้า ธ.ก.ส. ที่กู้เงินบางส่วน และประสงค์จะทำประกันภัยเพิ่มเติม เบี้ยประกันภัยก็จะมีอัตราที่แตกต่างกัน ตามความเสี่ยงโดยมี 3 โซน 3 สี ได้แก่ โซนสีเขียว 99 บาท/ไร่ โซนสีเหลือง 199 บาท/ไร่ และโซนสีแดง 218 บาท/ไร่ แต่รัฐบาลจะช่วยสนับสนุน โดยจ่ายเบี้ยประกันภัย 59.40 บาท/ไร่ ส่วนที่เหลือเกษตรกรจะต้องจ่ายเอง คือโซนสีเขียว 39.60 บาท/ไร่  โซนสีเหลือง 139.60 บาท/ไร่ และโซนสีแดง 158.60 บาท/ไร่ ตามลำดับ

ส่วนเกษตรกรรายใดที่ต้องการได้รับความคุ้มครองส่วนเพิ่มจากความคุ้มครองพื้นฐานที่ได้กล่าวไปแล้ว ทั้งในส่วนภัยธรรมชาติ 7 ภัย ซึ่งคุ้มครอง 240 บาท/ไร่ และภัยศัตรูพืชและโรคระบาด ซึ่งคุ้มครอง 120 บาท/ไร่ ก็สามารถจ่ายเบี้ยประกันภัยเพิ่มเติมเองทั้งหมด ดังนี้ โซนสีเขียว จ่ายเบี้ยประกันภัย 27 บาท/ไร่ โซนสีเหลือง จ่ายเบี้ยประกันภัย 60 บาท/ไร่ และโซนสีแดง จ่ายเบี้ยประกันภัย 110 บาท/ไร่

ดังนั้น ถ้าหากปลูกข้าวนาปีและไม่ใช่ลูกค้าสินเชื่อ ธ.ก.ส. ควรรีบไปซื้อประกันภัยก่อนวัน เวลา ตามแต่ละพื้นที่ที่กำหนดวันสิ้นสุดรับประกันภัยไว้ โดยแบ่งเป็นช่วงเวลา ตามกลุ่มจังหวัด ซึ่งจังหวัดกาญจนบุรีถือว่าพิเศษกว่าจังหวัดอื่น ๆ เพราะเป็น 1 ใน 5 ของจังหวัดภาคตะวันตก ที่สามารถซื้อประกันภัยได้ จนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2565 (จังหวัดอื่น ๆ ในภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือสิ้นสุดการซื้อประกันภัยไปแล้วตั้งแต่วันที่ 31 พฤษภาคม ที่ผ่านมา)

ในส่วนของการประกันภัยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ นั้น จะได้รับความคุ้มครอง 7 ประเภทภัยเหมือนกัน แต่มีวงเงินความคุ้มครองสูงกว่าเล็กน้อย (เพราะต้นทุนการเพาะปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์สูงกว่าข้าวนาปี) โดยความคุ้มครองพื้นฐานภัยธรรมชาติ 7 ภัย คุ้มครอง 1,500 บาท/ไร่ และภัยศัตรูพืชและโรคระบาดคุ้มครอง 750 บาท/ไร่

สำหรับชาวนาที่เป็นลูกค้าสินเชื่อเพื่อการเพาะปลูกของ ธ.ก.ส. และเพาะปลูกในทุกโซนพื้นที่ เบี้ยประกันภัย 160 บาท/ไร่ โดยรัฐบาล กับ ธ.ก.ส. จ่ายเบี้ยเป็นลูกค้าประกันภัยให้เช่นเดียวกับประกันภัยข้าวนาปี แต่ถ้าเป็นเกษตรกรที่ไม่ใช่ลูกค้า ธ.ก.ส. หรือลูกค้า ธ.ก.ส. ที่กู้เงินบางส่วน และประสงค์จะทำประกันภัยเพิ่มเติม เบี้ยประกันภัยก็จะมีอัตราที่แตกต่างกันตามความเสี่ยงโดยมี 3 โซน 3 สี ได้แก่ โซนสีเขียว (ความเสี่ยงต่ำ) 150 บาท/ไร่ โซนสีเหลือง (ความเสี่ยงปานกลาง) 350 บาท/ไร่ และโซนสีแดง (ความเสี่ยงสูง) 550 บาท/ไร่ แต่รัฐบาลจะช่วยสนับสนุน โดยจ่ายเบี้ยประกันภัย 90 บาท/ไร่ ส่วนที่เหลือเกษตรกรจะต้องจ่ายเอง คือ โซนสีเขียว 60 บาท/ไร่ โซนสีเหลือง 260 บาท/ไร่ และโซนสีแดง 460 บาท/ไร่ ตามลำดับ

นอกจากนี้ ถ้าเกษตรกรมีความประสงค์ได้รับความคุ้มครองส่วนเพิ่ม ซึ่งจะได้รับความคุ้มครอง 240 บาท/ไร่ และภัยศัตรูพืชและโรคระบาด ซึ่งจะได้รับความคุ้มครอง 120 บาท/ไร่  เกษตรกรสามารถจ่ายเบี้ยประกันภัยเพิ่มเติมเองทั้งหมด ดังนี้ โซนสีเขียว จ่ายเบี้ยประกันภัย 90 บาท/ไร่ โซนสีเหลือง เบี้ยประกันภัย 100 บาท/ไร่ และโซนสีแดง จ่ายเบี้ยประกันภัย 110 บาท/ไร่  ซึ่งการทำประกันภัยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ฤดูฝนได้สิ้นสุดการขายไปเมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม
ที่ผ่านมา ดังนั้นเกษตรกรรายใดที่ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ 2 รอบ ก็ยังสามารถซื้อประกันภัยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ฤดูแล้ง ได้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2565 - 15 มกราคม 2566

“เพื่อมิให้พลาดโครงการดี ๆ ที่รัฐบาลสนับสนุนและเป็นประโยชน์ต่อเกษตรกรอย่างยิ่ง ผมจึงขอเชิญชวนให้พี่น้องเกษตรกรในพื้นที่กาญจนบุรีและจังหวัดใกล้เคียง รีบไปทำประกันภัยข้าวนาปี ก่อนวันที่ 30 มิถุนายนนี้ ส่วนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์สามารถทำประกันภัยฤดูแล้งได้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2565 - 15 มกราคม 2566 เพื่อนำระบบประกันภัยใช้เป็นเครื่องมือในการบริหารความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติ ภัยจากศัตรูพืชหรือโรคระบาด ทั้งนี้ หากเกษตรกรท่านใดต้องการข้อมูลความรู้ประกันภัยข้าวนาปีและข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เพิ่มเติม หรือมีข้อสงสัย สามารถโหลดแอปพลิเคชัน “กูรูประกันข้าว” ได้ฟรีผ่านโทรศัพท์มือถือของท่านทุกระบบ เพื่อที่ท่านจะสามารถสืบค้นข้อมูล ตรวจสอบพื้นที่ความเสี่ยง รวมถึงติดตามสถานะการทำประกันภัยได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว หรือ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วน คปภ. 1186” เลขาธิการ คปภ. กล่าวในตอนท้าย

 


Tags : คปภ. ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ ประกันภัยข้าวนาปี-ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์


Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

...

นางลภาวรรณ จันทร์กระจ่าง รองผู้อํานวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารออมสินเดินหน้าขับเคลื่อนพลังงานสะอาดในภาคธุรกิจ ด้วยการสนับสนุนสินเชื่อเพื่อความยั่งยืน วงเงิน 1,500 ล้านบาท ให้กับบริษัท อัลเตอร์วิม จำกัด ในเครือเจริญโภคภัณฑ์ เพื่อลงทุนติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Power) ภายใต้รูปแบบสัญญาซื้อขายไฟฟ้าเอกชน (Private PPA) ซึ่งสินเชื่อครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการผลักดัน Green Finance ของธนาคาร เพื่อสนับสนุนธุรกิจที่ต้องการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดอย่างเป็นรูปธรรม และการให้สินเชื่อที่คำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ควบคู่กับบทบาทการเป็น Smart Social Bank for All Lives หรือธนาคารเพื่อสังคม เพื่อทุกชีวิต   ด้าน นายบวร เพียรพงศ์พาณิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการเงิน บริษัท อัลเตอร์วิม จํากัด กล่าวว่า การสนับสนุนสินเชื่อเพื่อความยั่งยืน (Green Finance) จากธนาคารออมสินครั้งนี้ บริษัทจะนำไปใช้ลงทุนในการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานทดแทนรูปแบบอื่น ๆ ให้กับกลุ่มบริษัท ภายใต้เครือเจริญโภคภัณฑ์ เป็นไปตามแนวทางการดำเนินธุรกิจที่รับผิดชอบต่อสังคมและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก สอดคล้องกับวิสัยทัศน์การขับเคลื่อนเป้าหมายและยุทธศาสตร์ด้านความยั่งยืนของกลุ่มเจริญโภคภัณฑ์ ในการเป็นองค์กรที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี 2030 และ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) ภายในปี 2050   ธนาคารออมสิน พร้อมเป็นพันธมิตรทางการเงินที่สร้างคุณค่าร่วมให้ทั้งภาคธุรกิจและสังคมเติบโตไปพร้อมกัน ผ่านการพัฒนาเครื่องมือทางการเงินและสินเชื่อเพื่อสิ่งแวดล้อม สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของภาคธุรกิจสู่การใช้พลังงานสะอาด ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและยกระดับศักยภาพการแข่งขันของประเทศ สอดคล้องกับพันธกิจการเป็นธนาคารเพื่อสังคม และยุทธศาสตร์การมุ่งสู่ Net Zero ภายในปี 2050  

13 Apr 2026

...

บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) เพิ่มความอุ่นใจให้ประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 ด้วยความมุ่งมั่นในการส่งเสริมความปลอดภัยและลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุ โดยได้ออกกรมธรรม์ไมโครอินชัวรันส์ เพื่อเข้าถึงประชาชนทุกกลุ่ม พร้อมจัดกิจกรรมต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางของประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ดังนี้ 1. กรมธรรม์ประกันภัยสำหรับรายย่อย (ไมโครอินชัวรันส์) บริษัทฯ ร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) พัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่เข้าถึงง่ายและราคาย่อมเยา พร้อมร่วมมือกับพันธมิตรและคู่ค้าต่างๆ อาทิ บริษัท ทีคิวเอ็ม อินชัวร์รันส์ โบรคเกอร์ จำกัด บริษัท โลตัสส์ เจเนอรัล อินชัวรันส์ โบรคเกอร์ จำกัด บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน) รวมถึงพันธมิตรอื่นๆ เพื่อขยายช่องทางการเข้าถึงผลิตภัณฑ์ประกันภัยให้ครอบคลุมประชาชนทุกกลุ่ม ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้ • กรมธรรม์ประกันภัยสงกรานต์เบิกบานใจ 10 บาท (ไมโครอินชัวรันส์) รับประกันภัยตั้งแต่อายุ 15-70 ปี โดยให้ความคุ้มครอง -  การเสียชีวิต สูญเสียมือ เท้า สายตา หรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง จากอุบัติเหตุทั่วไป 100,000 บาทและหากเสียชีวิต สูญเสียมือ เท้า สายตา หรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง จากอุบัติเหตุสาธารณะ รับเพิ่ม 100,000 บาท -  การเสียชีวิต สูญเสียมือ เท้า สายตา หรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง จากการถูกฆาตกรรม ทำร้ายร่างกาย อุบัติเหตุขณะขับขี่หรือโดยสารรถจักรยานยนต์ 50,000 บาท -  ค่ารักษาพยาบาลจากอุบัติเหตุ สูงสุด 5,000 บาท -  ระยะเวลาเอาประกันภัย 30 วัน • กรมธรรม์ประกันภัยสงกรานต์เบิกบานใจ 20 บาท (ไมโครอินชัวรันส์) รับประกันภัยตั้งแต่อายุ 15-70 ปี โดยให้ความคุ้มครอง -  การเสียชีวิต สูญเสียมือ เท้า สายตา หรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง จากอุบัติเหตุทั่วไป 250,000 บาท และหากเสียชีวิต สูญเสียมือ เท้า สายตา หรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง จากอุบัติเหตุสาธารณะ รับเพิ่ม 250,000 บาท -  การเสียชีวิต สูญเสียมือ เท้า สายตา หรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง จากการถูกฆาตกรรม ทำร้ายร่างกาย อุบัติเหตุขณะขับขี่หรือโดยสารรถจักรยานยนต์ 125,000 บาท -  ค่ารักษาพยาบาลจากอุบัติเหตุ สูงสุด 5,000 บาท -  ระยะเวลาเอาประกันภัย 30 วัน   • กรมธรรม์ประกันภัยฝากบ้านเที่ยวอุ่นใจ (ไมโครอินชัวรันส์) เบี้ยประกันภัย 10 บาท โดยให้ความคุ้มครอง -  ความเสียหายจากเหตุไฟไหม้ ฟ้าผ่า ระเบิด สูงสุด 30,000 บาท -  ความเสียหายจากลมพายุ น้ำท่วม แผ่นดินไหว  -  การโจรกรรมที่ปรากฏร่องรอยงัดแงะ -  ค่าเช่าที่พักอาศัยชั่วคราว วันละ 300 บาท (สูงสุด 30 วัน) -  ระยะเวลาเอาประกันภัย 30 วัน 2. มอบน้ำดื่ม ณ จุดบริการทางหลวงในพื้นที่ต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวกและเพิ่มความปลอดภัยในการเดินทางช่วงเทศกาลสงกรานต์ กรุงเทพประกันภัยได้ร่วมกับตำรวจทางหลวง จัดตั้งจุดบริการประชาชน ณ จุดบริการทางหลวงในพื้นที่ต่างๆ เพื่อให้คำแนะนำด้านการขับขี่อย่างปลอดภัย พร้อมบริการช่วยเหลือฉุกเฉินในกรณีรถประสบอุบัติเหตุหรือรถเสีย รวมถึงจัดเตรียมน้ำดื่มกรุงเทพประกันภัยเพื่อให้บริการแก่ประชาชนตลอดการเดินทาง และส่งมอบน้ำดื่มผ่านสำนักงาน คปภ. ในจังหวัดต่างๆ อีกด้วย

12 Apr 2026

...

“เฮ้ กู๊ดดี้” (heygoody.com) แพลตฟอร์มนายหน้าประกันดิจิทัล บริหารโดย บมจ. เงินติดล้อ บริษัทในกลุ่ม Tidlor Holdings หรือ TIDLOR เปิดตัวแคมเปญพิเศษรับเทศกาลท่องเที่ยว “Exclusive บินลัดฟ้า ล่าคาซัค… แบบไม่ต้องควักสตางค์!” ชวนลูกค้าสัมผัสประสบการณ์เที่ยวต่างประเทศแบบ All Inclusive ฟรีตลอดทริป พร้อมร่วมเดินทางกับเพจท่องเที่ยวชื่อดัง “อาสาพาไปหลง” นำโดย “ว่านไฉ” แคมเปญนี้สะท้อนแนวคิดของ เฮ้ กู๊ดดี้ ที่ต้องการให้ “การซื้อประกัน” ไม่ใช่แค่เรื่องความคุ้มครอง แต่เป็นจุดเริ่มต้นของประสบการณ์ดี ๆ ในการเดินทาง โดยลูกค้ายังได้รับความอุ่นใจจากความคุ้มครองความเสี่ยงต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุ การเจ็บป่วยในต่างประเทศ หรือเที่ยวบินล่าช้า ที่อาจนำไปสู่ค่าใช้จ่ายที่ไม่คาดคิด สำหรับลูกค้าที่ซื้อประกันเดินทางต่างประเทศผ่าน heygoody.com จากบริษัทชั้นนำ ได้แก่ MSIG, Sompo และ KPI ระหว่างวันที่ 1 เมษายน 2569 – 30 มิถุนายน 2569 จะได้รับสิทธิ์ลุ้นรางวัล โดยมีรายละเอียดดังนี้ ซื้อประกันเดินทางต่างประเทศรายเที่ยว (เอเชีย) รับ 1 สิทธิ์ต่อกรมธรรม์ ซื้อประกันเดินทางต่างประเทศรายเที่ยว (นอกเอเชีย) รับ 2 สิทธิ์ต่อกรมธรรม์ ซื้อประกันเดินทางต่างประเทศแบบรายปี รับ 4 สิทธิ์ต่อกรมธรรม์ โดยเฮ้ กู๊ดดี้ได้จัดเตรียมของรางวัลรวมทั้งสิ้น 155 รางวัล มูลค่ารวม 1,674,000 บาท ประกอบด้วย รางวัลที่ 1: ทริปคาซัคสถาน 6 วัน 4 คืน แบบ All Inclusive (รวมตั๋วเครื่องบิน อาหาร และที่พักระดับ 4-5 ดาว) จำนวน 5 รางวัล รางวัลละ 2 ที่นั่ง รวมมูลค่า 1,200,000 บาท รางวัลที่ 2: กระเป๋า heybag มูลค่า 7,800 บาท จำนวน 50 รางวัล รวมมูลค่า 390,000 บาท รางวัลที่ 3: คูปองส่วนลด Klook มูลค่า 1,000 บาท จำนวน 50 รางวัล รวมมูลค่า 50,000 บาท รางวัลที่ 4: heygoody Universal Adapter มูลค่า 680 บาท จำนวน 50 รางวัล รวมมูลค่า 34,000 บาท ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดแคมเปญและการประกาศรายชื่อผู้โชคดีได้ที่เว็บไซต์ www.heygoody.com และ Facebook fanpage heygoody หรือสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ LINE @heygoody พร้อมซื้อประกันได้ด้วยตัวเองตลอด 24 ชั่วโมง

11 Apr 2026

...

เอไอเอ ประเทศไทย จับมือกับ เอ ไลฟ์ (ALive Powered by AIA) โดยบริษัท เอไอเอ เวลเนส จำกัด ส่งความห่วงใยถึงคนไทยทั่วประเทศในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 เปิดตัวแคมเปญ “กรมธรรม์ประกันภัยสงกรานต์เบิกบานใจ (ไมโครอินชัวรันส์)” มอบกรมธรรม์ประกันภัยกลุ่มให้แก่ประชาชนทั่วไปโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ระยะเวลาคุ้มครองนาน 30 วัน ด้วยวงเงินคุ้มครองชีวิตสูงถึง 100,000 บาทต่อกรมธรรม์ กรณีเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ พร้อมรับผลประโยชน์ค่ารักษาพยาบาลเนื่องจากอุบัติเหตุตามจำนวนที่จ่ายจริงสูงสุด 5,000 บาท* เพื่อส่งเสริมให้คนไทยมีหลักประกันความคุ้มครองอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งเป็นช่วงที่คนส่วนใหญ่เดินทางกลับภูมิลำเนาหรือเดินทางท่องเที่ยว อีกทั้งยังเป็นการขานรับนโยบายของสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) พร้อมกับการเดินหน้าตามพันธกิจของเอไอเอที่ต้องการสนับสนุนให้คนไทยเข้าถึงการประกันภัยเพื่อความอุ่นใจและลดภาระของครอบครัว ให้คนไทยทั่วประเทศมีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้น ตามคำมั่นสัญญา ‘Healthier, Longer, Better Lives’ ทั้งนี้ สำหรับประชาชนที่มีอายุระหว่าง 20 – 70 ปี* สามารถลงทะเบียนเพื่อขอรับกรมธรรม์ประกันภัยกลุ่มฟรี เพียงไปที่เว็บไซต์ https://aiathailand.info/pask26fbo ตั้งแต่วันนี้ ถึง 31 พฤษภาคม 2569  

07 Apr 2026

Banner Banner Banner Banner Banner Banner

Banner
  ปี 2569 ประเทศไทย กับคำว่า “เผาจริง”   วันนี้ก้าวเดือนที่ 3 ของปี 2569 แต่ดูเหมือนว่า ประเทศไทยผ่านเทศกาลปีใหม่ วาเลนไทม์ ตรุษจีน และวันเข้าพรรษามาแล้ว ประเทศไทยการเลือกตั้งใหญ่ ที่มีข้อผิดพลาดเกิดจากการกำกับการเลือกตั้งขององค์กรอิสระอย่าง กกต. เป็นการเลือกตั้งที่เลวร้ายครั้งหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์การเมืองไทย ด้านเศรษฐกิจ ยังคงโงหัวไม่ขึ้น นอกนั้นประเทศไทยยังคงมีปัญหาชายแดนกับประเทศเขมรยังคงคาราคาซัง รอรบรอบ 3 อยู่เหมือนเดิม ตอนนี้กำลังเกิดสงครามที่คาบสมุทรอาหรับระหว่าง อิหร่านกับอิสราเอล ที่ได้รับการสนับสนุนการทำสงครามจากสหรัฐอเมริกา จนอาจจะกลายเป็นสงครามระหว่างโลกอาหรับกับสหรัฐอเมริกา และอาจจะลามไปถึงสงครามโลกครั้งที่ 3 ก็ได้ แน่นอนว่า สงครามอ่าวอาหรับ ซึ่งเป็นประเทศผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ของโลก ชัดเจนว่าเมื่อมีสงคราม ราคาน้ำมันต้องแพงขึ้น และพลังงานปัจจัยที่ 5 จะกลายเป็นอาวุธของอิหร่านและกลุ่มอาหรับ ซึ่งย่อมส่งผลด้านต้นทุนการผลิต ภาคการขนส่ง สินค้าราคาแพงขึ้น เศรษฐกิจโลกจะปั่นป่วน ซึ่งแน่นอนว่าประเทศไทยที่มีภาวะอ่อนแอทางเศรษฐกิจอยู่แล้ว ย่อมได้รับผลจากภาวะสงครามอาหรับ สงครามกับเขมร รวมทั้งรัฐบาลใหม่ที่จะเข้ามาบริหารประเทศ ต้องแสดงผลงาน เพราะปี 2569 จะเป็นปีเผาจริงทางเศรษฐกิจของประเทศไทย    หากว่าการเมืองไทยนิ่ง รัฐบาลได้บริหารประเทศ จะเป็นการท้าทายความสามารถของดรีมทีมเศรษฐกิจของพรรคภูมิใจไทย เวลาที่ผ่านมาก่อนการเลือกตั้ง วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เวลาบริหารประเทศแค่ 2 เดือนยังวัดอะไรไม่ได้สำหรับนายอนุทิน ชาญวีรกุล และดรีมทีม เพราะเศรษฐกิจไทยปี 2569 ธุรกิจที่แข็งแรงอย่างธุรกิจการเงินและประกันภัยยังออกอาการให้เห็น แล้วธุรกิจที่อ่อนแออยู่แล้วจะเหลืออะไร นี่คือการบ้านข้อใหญ่ของรัฐบาลภูมิใจไทยและดรีมทีมประเทศไทย เพราะถึงเวลาที่จะได้พิสูจน์ผลงานบริหารประเทศ./   พูดแบบนายเอกวรพงศ์ (นายแทน)            
อ่านต่อ...
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner