Responsive image

Saturday, 27 Jun 2026

Banner

หน้าแรก > TECHNOLOGY - AUTO - PROPERTY


แลนดี้ โฮม ทุ่มงบกว่า 30 ล้านบาท เปิดตัว “Landy Home Flagship Lifestyle Center” พลิกโฉมสาขาลาดพร้าวครั้งยิ่งใหญ่ ให้เป็นศูนย์รับสร้างบ้านครบวงจรแห่งอนาคต

Wed 27/07/2565


แลนดี้ โฮม ตอกย้ำความเป็นผู้นำศูนย์รับสร้างบ้านอันดับ 1 ของไทย ทุ่มงบกว่า 30 ล้านบาท เปิดตัว Flagship Lifestyle Center (แฟล็กชิพ ไลฟ์สไตล์ เซ็นเตอร์) แห่งแรกของประเทศไทย ปรับโฉมสาขาลาดพร้าวครั้งยิ่งใหญ่ ให้เป็นศูนย์รับสร้างบ้านครบวงจรแห่งอนาคต ชูกลยุทธ์ 4E สร้างภาพลักษณ์ความพรีเมี่ยมและลักชูรี่ ควบคู่การสร้างประสบการณ์ร่วมที่ดีให้ลูกค้า ผนวกดีไซน์แบบบ้านที่มีให้เลือกมากที่สุดในไทย และนวัตกรรมเพื่อการอยู่อาศัยเข้าด้วยกันอย่างลงตัว ช่วยสร้างความสะดวกสบายและความปลอดภัย พร้อมตอบทุกโจทย์ไลฟ์สไตล์ของสมาชิกในครอบครัว เร่งกวาดยอด 2,750 ล้านบาทตามเป้า ลุยขยายฐานลูกค้าครึ่งปีหลัง

 

นางสาวพรรัตน์ มณีรัตนะพร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการและผู้อำนวยการฝ่ายขาย บริษัท แลนดี้ โฮม (ประเทศไทย) จำกัด เผยว่า เพราะทุกวันนี้พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปโดยไม่ได้คาดหวังแค่สินค้าและบริการเท่านั้น แต่ยังคาดหวังว่าจะต้องได้รับประสบการณ์ที่ดีจากแบรนด์นั้นๆ ด้วย ดังนั้นเพื่อให้สอดรับกับพฤติกรรมและความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปในยุคนี้ แลนดี้ โฮม จึงทุ่มงบกว่า 30 ล้านบาท พลิกโฉมสำนักงานใหญ่ หรือสาขาลาดพร้าวใหม่ทั้งหมด ให้เป็น Landy Home Flagship Lifestyle Center ศูนย์รับสร้างบ้านครบวงจรแห่งอนาคต จะสามารถตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของทุกเจนเนอเรชั่นในครอบครัวที่มีความต้องการที่แตกต่างกันไม่ว่าจะเป็นวัยรุ่น วัยทำงาน ครอบครัว คู่แต่งงานใหม่  รวมไปถึงวัยเกษียณ  เพราะเรายึดถือว่า “ให้แลนดี้โฮม คิดแทนคุณ”  เราจึงมีโซนแบบบ้านที่หลากหลายทั้งรูปแบบ และทุกระดับราคาที่เริ่มต้นตั้งแต่ 2 ล้านบาทขึ้นไป จนถึงโซนบ้านหรูที่มีราคา 20 ล้านบาทขึ้นไป เพื่อให้ครอบคลุมและตอบสนองทุกความต้องการของลูกค้าแบบ 360 องศา ที่สำคัญแม้ว่าในช่วงนี้ที่ราคาของวัสดุต่างๆ เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ แต่ทางบริษัทฯ ยังยึดถือความซื่อตรงกับลูกค้าด้วยการใช้วัสดุดีมีคุณภาพ ไม่ลดสเปค และไม่ลดปริมาณ ลูกค้าทุกท่านจึงมั่นใจได้เต็มร้อยเมื่อสร้างบ้านกับเรา ว่าจะได้บ้านที่มีคุณภาพปลอดภัย และคุ้มค่าที่สุด

สำหรับเหตุผลที่นำร่องปรับโฉมสาขาสำนักงานใหญ่เป็นแห่งแรก เพราะเนื่องจากเป็นสาขาที่ทำยอดขายได้สูงสุดถึงปีละ 450 ล้านบาท ซึ่งคาดว่ายอดขายสาขานี้จะเติบโตขึ้นหลังจากการปรับโฉมครั้งนี้อย่างแน่นอน สำหรับยอดขายรวมของบริษัทฯ ในช่วงครึ่งปีแรก แลนดี้โฮมมียอดขาย 1,350 ล้านบาท (คิดเป็นจากเทรนดี้ โฮม 22% จากแลนดี้ โฮมร้อยละ 44% และจากแลนดี้ แกรนด์ร้อยละ 34%) มั่นใจว่าในช่วงครึ่งปีหลังจะสร้างยอดขายได้ถึง 2,750 ล้านบาทตามเป้าหมายที่ตั้งไว้อย่างแน่นอน จากการปรับโฉมในครั้งนี้ ประกอบกับอุปสงค์ที่ขยายตัว เพราะช่วงนี้จนถึงปลายปีมีลูกค้าที่ต้องการสร้างบ้านกับเราเป็นจำนวนมาก ครอบคลุมทั้ง 8 เขตหลักๆ ในกรุงเทพ ได้แก่เขตลาดพร้าว จตุจักร วังทองหลาง ห้วยขวาง บางกะปิ บางซื่อ ดุสิต และพญาไท ที่สำคัญแลนดี้โฮมสาขาลาดพร้าวนี้ มีจุดเด่นตรงตั้งอยู่ใน prime area การเดินทางสะดวกสบาย ใกล้ MRT สถานีลาดพร้าว เพียง 200 เมตร หรือหากลูกค้าจะขับรถมาก็มีที่จอดรถที่รองรับลูกค้าอย่างพอเพียงอีกด้วย

 

นางสาวพรรัตน์ กล่าวเสริมว่า แลนดี้ โฮม ยึดแนวคิดการทำตลาดแบบ 4E ได้แก่ Experience นำเสนอภาพลักษณ์ และความรู้สึกดีๆ เกี่ยวกับ แลนดี้ โฮม เพื่อมุ่งสร้างประสบการณ์ที่ดีกว่าให้ลูกค้า ทั้งสะดวกสบายกว่า และสร้างความสุขความพึงพอใจได้มากกว่า Exchange เพราะปัจจุบันลูกค้าไม่เน้นซื้อของที่ราคาถูกเป็นหลัก แต่มองถึง “ความคุ้มค่า” ดังนั้น แลนดี้ โฮม จึงให้ความสำคัญกับการสร้างความพึงพอใจระหว่างลูกค้าและแลนดี้ โฮม Everywhere แลนดี้ โฮมต้องการตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้ได้อย่างรวดเร็วที่สุด จึงสร้างแพลตฟอร์มออนไลน์ เพื่อให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงแลนดี้ โฮมได้ทุกที่ทุกเวลา ในขณะเดียวกันก็ยังให้ความสำคัญกับการสร้างแฟล็กชิพสโตร์เพื่อให้ลูกค้าได้เห็นและได้สัมผัสด้วยตนเอง เพื่อสร้างประสบการณ์ร่วมที่ดีที่สุดให้เกิดขึ้นกับลูกค้า Evangelism สร้างประสบการณ์ที่ดีของ แลนดี้ โฮม ให้เกิดขึ้นซ้ำๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้าง Brand royalty ให้เกิดขึ้นในใจลูกค้า เพื่อสร้างการซื้อซ้ำและบอกต่อคนใกล้ชิด

สำหรับ Landy Home Flagship Lifestyle Center แห่งนี้ ถูกแปลงโฉมให้กลายเป็นศูนย์รับสร้างบ้านในรูปแบบไลฟ์สไตล์เซ็นเตอร์อันทันสมัยและครบวงจร ที่จะมาสร้างปรากฎการณ์ใหม่ให้กับลูกค้าทุกท่าน ภายใต้แนวคิด MODERN LUXURY DESIGN ในโทนสีดำ เทา ขาว ที่เปิดกว้างต้อนรับทุกคนให้เข้ามาสัมผัสประสบการณ์การสร้างบ้านในแบบ แลนดี้ โฮม ที่รวมแบบบ้านมากที่สุดกว่า 300 แบบ และมีแบบบ้านใหม่ๆ มา ให้ลูกค้าทุกท่านได้เลือกให้ตรงใจ ภายในถูกขยายให้มีพื้นที่กว้างขวางขึ้นถึง 520 ตารางเมตร แบ่งเป็น 5 โซนหลักๆ ได้แก่ โซนบ้านเทรนดี้โฮม ที่มีแบบบ้านตั้งแต่ราคา 2-8 ล้านบาท โซนบ้านแลนดี้โฮม มีแบบบ้านตั้งแต่  ราคา 8-20  ล้านบาท และโซนบ้านแลนดี้แกรนด์ มีแบบบ้านตั้งแต่  ราคา 20 -60 ล้านบาท ซึ่งผู้ที่เข้ารับบริการในโซนนี้จะได้สิทธิพิเศษเข้ารับบริการใน Landy Grand Executive Lounge ห้องรับรองสำหรับลูกค้า VVIP ที่มีความหรูหราสะดวกสบาย มีบาร์เครื่องดื่มไว้คอยต้อนรับ มีแบบบ้านหรูสุดเอ็กซ์คลูซีฟใหม่ๆ ที่ยังไม่เคยเปิดตัวที่ไหนมาก่อน   ให้ลูกค้าได้เลือกอย่างเต็มที่ พร้อมทีมผู้เชี่ยวชาญด้าน Product Luxury คอยให้คำปรึกษาและแนะนำแบบเฉพาะบุคคลเพื่อให้เข้าใจถึงความต้องการของลูกค้าอย่างลึกซึ้ง และลูกค้ายังสามารถปรับแบบและดีไซน์แบบให้เหมาะสำหรับทุกความต้องการของผู้ที่อยู่อาศัยทุกคนในครอบครัว เรียกได้ว่า “เราสร้างบ้านที่บ่งบอกเอกลักษณ์และความเป็นตัวตนของคุณ“ อย่างแท้จริง

นอกจากนี้ยังมีโซน CAP+ ที่ลูกค้าทุกคนจะได้มีประสบการณ์ตรงเกี่ยวกับนวัตกรรมเพื่อการอยู่อาศัย CAP+ หรือนวัตกรรมการเติมอากาศบริสุทธิ์เข้าในบ้าน ลดฝุ่น PM2.5 ที่เป็นตัวการเกิดโรคภูมิแพ้ ช่วยลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ รักษาระดับก๊าซออกซิเจนให้คงที่ ช่วยให้การนอนหลับมีคุณภาพ และมีส่วนช่วยส่งเสริมพัฒนาการทางสมองของลูกน้อย ซึ่งในโซนนี้จะมี CAP+ Capsule จำลองห้องเติมอากาศเสมือนจริงให้ลูกค้าลองเข้าไปอยู่ภายในและสามารถเปรียบเทียบปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ในห้องระหว่างห้องที่ใช้ CAP+ และไม่ใช้ ซึ่งแลนดี้ โฮมได้ติดตั้ง CAP+ ให้กับบ้านในแบรนด์เทรนดี้ โฮม แลนดี้ โฮม และแลนดี้ แกรนด์ทุกหลัง เพราะเราคำนึงถึงคุณภาพชีวิตที่ดีและความปลอดภัยของสมาชิกครอบครัวเป็นสำคัญ รวมทั้งยั้งมีโซนวัสดุ ที่จะมีวัสดุหลากหลายครบครัน รวมทั้งวัสดุนำเข้าที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ให้ลูกค้าได้เลือกอย่างจุใจมากกว่าทุกสาขา ทำให้มั่นใจว่าจะได้บ้านตามที่ลูกค้าต้องการแม้ว่าจะเป็นรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ก็ตาม ที่พิเศษสุดนอกจากที่นี่จะเป็นไลฟ์สไตล์เซ็นเตอร์แล้ว ยังจัดให้เป็น Learning Center ด้วย ถือได้ว่าแลนดี้ โฮมเป็นบริษัทฯ แรกที่ทำ Learning Center เพื่อจัดสัมมนาให้ความรู้ด้านต่างๆ เกี่ยวกับบ้านให้กับผู้ที่สนใจอย่างต่อเนื่องทุกไตรมาส อาทิ ให้ความรู้ด้านการขอสินเชื่อบ้าน, การออกแบบบ้านให้ถูกตามหลักฮวงจุ้ย โดยจะมีการเชิญกูรูเฉพาะทางด้านต่างๆ เข้ามาให้ความรู้ เช่น ธนาคารต่างๆ ซัพพลายเออร์ รวมทั้งซินแซชื่อดัง เป็นต้น

เพื่อเป็นการฉลองการเปิด Landy Home Flagship Lifestyle Center อย่างเป็นทางการ แลนดี้ โฮมจึงจัดโปรโมชั่นสุดพิเศษตลอดเดือนนี้ ได้แก่ รับส่วนลดสร้างบ้านสูงสุดถึง 33%, จองเท่าไรลดเท่านั้นสูงสุด 300,000 บาท*, รับเพิ่มแอร์ฟรี และโปรโมชั่นที่น่าสนใจอื่นๆ อีกมากมาย

ด้าน นายพานิช มณีรัตนะพร ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัท แลนดี้ โฮม (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่าที่แลนดี้ โฮม เป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีเพื่อการอยู่อาศัย โดยนำเสนอเทคโนโลยีใหม่ๆ และนวัตกรรมอัจฉริยะ เพื่อคุณภาพการอยู่อาศัยที่เหนือกว่า ประกอบด้วย นวัตกรรมเติมอากาศบริสุทธิ์เข้ามาในตัวบ้าน CAP+ ควบคุมคุณภาพและสร้างสมดุลอากาศภายในตัวบ้าน จะช่วยให้เกิดสภาวะการนอนหลับที่มีคุณภาพ และสุขภาพที่ดีของผู้อยู่อาศัยทุกคน นวัตกรรม NOVA SYSTEM ระบบก่อสร้างกึ่งสำเร็จรูปที่เป็นเอกสิทธิ์เฉพาะที่แลนดี้ โฮม คิดค้นและพัฒนามาจากเทคโนโลยีการก่อสร้างของประเทศญี่ปุ่น ทำให้มีความแข็งแรง และคงทนมากขึ้น เพื่อลดปัญหาและหลีกเลี่ยงข้อจำกัดของระบบก่อสร้างแบบหล่อในที่เคยมีมาในอดีต CP Design นวัตกรรมบ้านปลอดแมลงสาบ สร้างสุขอนามัยที่ดีและปลอดเชื้อโรคจากแมลงสาบ โดยตัดเส้นทางเข้าออก และวงจรชีวิตแมลงสาบได้เกือบ 100%, เน้นการออกแบบและจัดระบบสุขาภิบาลที่ทันสมัย และไม่ใช้สารเคมีที่เป็นอันตรายต่อครอบครัว

รวมทั้ง Landy Elder Care นวัตกรรมบ้านเพื่อผู้สูงอายุ แลนดี้ โฮม ให้ความสำคัญในการออกแบบฟังก์ชั่นในการป้องกันและลดอุบัติเหตุ พร้อมคัดสรรวัสดุและสุขภัณฑ์ชนิดพิเศษ เพื่อรองรับความต้องการและข้อจำกัดด้านสุขภาพและร่างกายของกลุ่มผู้สูงอายุ Landy Home Cooling นวัตกรรมบ้านเย็นอยู่สบาย ใส่ใจในการออกแบบคัดสรรวัสดุคุณภาพที่มีคุณสมบัติระบายความร้อน พร้อมปกป้องแสงแดดได้เป็นอย่างดี ประกอบไปด้วยการใช้สี ICI DULUX WEATHERSHIELD POWERFLEXX, แผ่นสะท้อนความร้อน, ฉนวนกันความร้อน, มีการวางระบบระบายความร้อนฝ้าชายคา และใช้กระจกเขียวตัดแสงหนา 5 มม. สิ่งเหล่านี้คือนวัตกรรม และเทคโนโลยีเพื่อการอยู่อาศัยใหม่ๆ ที่ทางแลนดี้ โฮม มุ่งมั่นและคัดสรรสิ่งที่ดีที่สุดในทุกๆ องค์ประกอบ เพื่อประโยชน์และความพึงพอใจสูงสุดของลูกค้าทุกคน


Tags : แลนดี้ โฮม พรรัตน์ มณีรัตนะพร พานิช มณีรัตนะพร


Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

...

ธ.ก.ส. ยกทัพผลไม้ไทยส่งตรงจากเกษตรกรลูกค้า ธ.ก.ส. ถึงมือผู้บริโภคกลางเมืองแบบไม่อั้นกับบุฟเฟต์ทุเรียนและผลไม้  สุดพรีเมียมในงาน “BAAC Market : Fruit Buffet” ที่รวบรวมทุเรียนหมอนทองคุณภาพดี และผลไม้ตามฤดูกาลหลากหลายชนิด สมูทตี้เกล็ดหิมะและไอศกรีมละมุด ทานเต็มที่ภายในเวลา 60 นาที ราคาเพียง 399 บาท (จำกัดรอบละ 100 ท่าน) สามารถจองสิทธิ์ลงทะเบียนล่วงหน้าผ่านลิงค์ นอกจากนี้ยังมีร้านจำหน่ายสินค้าเกษตรสินค้าชุมชนและผลิตภัณฑ์แปรรูปคุณภาพที่มีเอกลักษณ์เฉพาะถิ่น และอาหารเครื่องดื่มมากมาย กว่า 30 ร้านค้ามารวมไว้ในงานนี้ระหว่างวันที่ 28-29 มิถุนายน 2569 ณ บริเวณด้านหน้า ธ.ก.ส. สำนักงานใหญ่ กรุงเทพ ฯ   นายไพศาล หงษ์ทอง รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า กิจกรรม “BAAC Market : Fruit Buffet” จัดขึ้นเพื่อเปิดพื้นที่ให้เกษตรกรลูกค้า ธ.ก.ส. โดยเฉพาะเกษตรกรผู้ปลูกผลไม้จากสวนทุเรียนปาริชาติ จ.ปทุมธานี เกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนและหัวขบวนรวบรวมผลไม้ รวมถึงกลุ่มวิสาหกิจชุมชนกว่า 30 ร้านค้า ยกขบวนสินค้าเกษตร สินค้าชุมชน และผลิตภัณฑ์แปรรูป รวมถึงผลิตภัณฑ์พื้นถิ่น สินค้าแฮนด์เมด อาหารและเครื่องดื่มที่มีคุณภาพ พร้อมบุฟเฟต์ทุเรียนและมังคุดทานไม่อั้นในเวลา 60 นาที ในราคาสุดพิเศษมารวมไว้ในงานนี้ที่เดียว โดยแบ่งเป็น 3 โซนดังนี้ โซนบุฟเฟต์ทุเรียนและผลไม้อิ่มจุใจ 1 ชั่วโมงเต็ม พบกับความฟินจากขบวนทุเรียน มังคุด และผลไม้ตามฤดูกาล คัดเกรดดีมีคุณภาพมาพร้อมขนมหวาน น้ำผลไม้ และไฮไลต์โปรโมชันสุดคุ้มกับบุฟเฟต์สุดพรีเมียมเพียง 399 บาท/ท่าน (จำกัดรอบละ 100 ท่าน) ทานไม่อั้น 60 นาที จัดเต็ม 2 วัน แบ่งเป็น วันอาทิตย์ ที่ 28 มิถุนายน 2569 รอบแรก : ตั้งแต่เวลา 10.00  – 11.00 น. รอบที่ 2 : ตั้งแต่เวลา 16.00 – 17.00 น. และวันจันทร์ที่ 29 มิถุนายน 2569 ตั้งแต่เวลา 17.00 - 18.00 น. อย่าพลาดสามารถจองสิทธิ์ล่วงหน้าผ่านลิงค์ https://page.line.me/354gdnwa โซนพืชผัก ผลไม้ จากเกษตรกรตัวจริงจากกลุ่มวิสาหกิจชุมชน นำโดย วสช.แม่บ้านเกษตรกรบางแคสามัคคี จ.สมุทรสงคราม ผลิตภัณฑ์ของฝากจาก อ.อัมพวา ไม่ว่าจะเป็นผลไม้ปลอดสารพิษ เช่น ส้มโอ ส้มเช้ง วสช. สวนรื่นรมย์ เจ้านายเบเกอรี่ จ.เพชรบุรี ยกขบวนผลผลิตสดใหม่จากสวนสู่มือผู้บริโภคโดยตรงปลอดสารเคมี อาทิ ผักสด กล้วยหอม และผลไม้ตามฤดูกาล ณิชชา ชามม์ จ.ชลบุรี แตงโมคัดเกรดตามมาตรฐานคุณภาพ เนื้อแน่นสีแดงสด รสหวาน เพิ่มความสดชื่น และวสช.ไร่บ้านอ้อ จ.ระยอง จำหน่ายสับปะรดสีทองของดีเมืองระยอง เนื้อละเอียด กรอบนุ่ม และรสชาติหวาน โซนอาหาร เครื่องดื่ม และขนมหวาน อาทิ ไก่บ้านย่างเขาสวนกวาง จ.ขอนแก่น ตำนานความอร่อยจากแดนอีสาน ยกเมนูขึ้นชื่ออย่างไก่ย่าง หนังบางกรอบ เนื้อนุ่ม ส้มตำรสเด็ด และคอหมูย่างน้ำจิ้มแจ่ว น้ำพริกกะปิ ปลาทูทอด เจ้มด น้ำพริกปรุงสดใหม่จากวัตถุดิบคุณภาพคัดสรรกะปิชั้นดี เสิร์ฟคู่กับปลาทูทอดกรอบหอม รสชาติดี วสช.ชุมชนถ้ำรงค์ จ.เพชรบุรี น้ำสามรส รสเปรี้ยวจากมะนาวแป้นรำไพ ผิวบาง น้ำเยอะ ผสานกับความหวานหอมของน้ำตาลโตนดและความเค็มรสชาติกลมกล่อมลงตัว บ้านสวนอบอุ่น จ.สุโขทัย ไอศกรีม ละมุด รสชาติหอมหวาน เนื้อเนียนนุ่ม เหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัย และวสช.กลุ่มท่องเที่ยวโฮมสเตย์ไทรน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา นำขนมไทยของดี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ไม่ว่าจะเป็น ฝอยทอง ทองหยิบ ทองหยอด เม็ดขนุน และขนมไทยโบราณนานาชนิด หอมหวานลงตัวและคงรสชาติดั้งเดิม   นอกจากนี้ ภายในงานยังได้สัมผัสดนตรีในสวนขับกล่อมให้ผู้ร่วมงานได้เพลิดเพลิน แล้วพบกันวันที่ 28 - 29 มิถุนายนนี้ ตั้งแต่เวลา 07:00 - 20:00 น. ณ บริเวณด้านหน้า ธ.ก.ส. สำนักงานใหญ่ กรุงเทพมหานคร เดินทางสะดวกสบาย ประหยัดพลังงานด้วยการนั่งรถไฟฟ้าบีทีเอส สายสีเขียว ลงสถานีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ลงประตูทางออก 4 ถึงหน้าตลาดทันที!! สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Call Center 02 555 0555 ต่อ 6512 6553

26 Jun 2026

...

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เผยความสำเร็จของผลิตภัณฑ์เงินฝากรูปแบบใหม่ที่มาแรงต่อเนื่อง หลังจากได้เปิดตัวเป็นแบงก์แรกที่นำเสนอเงินฝากเพื่อเด็ก “ออมสิน ออมรัก” โดยในระยะเวลาเพียง 1 เดือนมียอดเปิดบัญชีทะลุเป้าหมายกว่า 15,000 ราย สะท้อนความตื่นตัวของพ่อแม่ที่ต้องการเริ่มต้นสร้างวินัยการออมให้บุตรตั้งแต่ก้าวแรกของชีวิต ควบคู่กับสิทธิประโยชน์ด้านความคุ้มครอง ที่ออกแบบมาเพื่อความมั่นคงของสมาชิกครอบครัว ด้วยข้อเสนอผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และได้รับกระแสตอบรับที่ดีมากนี้เอง ธนาคารจึงประกาศขยายสิทธิประโยชน์ของเงินฝาก “ออมสิน ออมรัก” ถึง 3 ต่อ เพื่อยกระดับปริมาณการออมและตอบสนองความต้องการของลูกค้า โดยต่อที่ 1) เพิ่มสิทธิ์ให้ผู้เป็นญาติของผู้เยาว์สามารถเปิดบัญชีเงินฝากได้ด้วย ไม่จำกัดเฉพาะผู้เป็นพ่อและแม่โดยกำเนิด ต่อที่ 2) เพิ่มวงเงินความคุ้มครองประกันอุบัติเหตุกลุ่มสูงสุดเป็น 400,000 บาทต่อบัญชี และต่อที่ 3) เพิ่มอัตราดอกเบี้ยเงินฝากเป็น 0.35% ต่อปี ทั้งนี้ สิทธิประโยชน์ที่ปรับเพิ่มทั้งวงเงินที่คุ้มครองและอัตราดอกเบี้ยจะครอบคลุมกับลูกค้าเดิม ที่เปิดบัญชีตั้งแต่ช่วงเปิดตัวครั้งแรก โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 12 มิถุนายน 2569 และลูกค้าใหม่ที่เปิดบัญชีตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป นอกจากนี้ เงินฝากของลูกค้าธนาคารออมสินทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยยังมีความมั่นคงโดยได้รับการประกันเต็มจำนวนจากรัฐบาลตามกฎหมายอีกด้วย เงินฝาก “ออมสิน ออมรัก” ปรับหลักเกณฑ์และเงื่อนไขใหม่ สำหรับพ่อแม่ผู้ให้กำเนิดหรือพ่อแม่ตามกฎหมาย รวมถึงบุคคลที่มีความสัมพันธ์เป็นญาติของผู้เยาว์ สามารถเปิดบัญชีเงินฝากเพื่อผู้เยาว์ที่มีอายุตั้งแต่แรกเกิด จนถึงไม่เกิน 10 ปีบริบูรณ์ เป็นการส่งเสริมให้ประชาชนตัดสินใจออมตั้งแต่ก้าวแรกของชีวิต ด้วยสิทธิประโยชน์จูงใจด้านความคุ้มครองอุบัติเหตุกลุ่มตามเงื่อนไขของบริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) เป็นระยะเวลา 12 เดือนนับจากวันที่เปิดบัญชี สูงสุดไม่เกิน 400,000 บาท/บัญชี (หรือคิดเป็นวงเงิน 4 เท่าของยอดเงินฝากคงเหลือในบัญชี ณ วันก่อนประสบอุบัติเหตุ 1 วัน) ขณะที่ผู้เยาว์จะได้รับความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลจากอุบัติเหตุ เมื่อบัญชีมียอดเงินฝากคงเหลือตามเงื่อนไขที่กำหนด วงเงินคุ้มครองสูงสุดครั้งละไม่เกิน 1,000 บาท/บัญชี/อุบัติเหตุแต่ละครั้ง โดยไม่จำกัดจำนวนครั้ง โดยเริ่มต้นฝากเงินได้ตั้งแต่ 1 บาท ไม่จำกัดวงเงินรับฝาก พร้อมรับอัตราดอกเบี้ย 0.35% ต่อปี โดยไม่ต้องเสียภาษี สำหรับรายละเอียดอื่น ๆ เป็นไปตามเงื่อนไขของบริษัทประกันฯ ผู้สนใจฝากเงินกับ “ออมสิน ออมรัก” โปรดศึกษาหลักเกณฑ์ผลิตภัณฑ์ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ GSB Contact Center โทร. 1115 และที่เว็บไซต์ www.gsb.or.th ด้วยบทบาทสถาบันการเงินที่เป็นผู้นำด้านการออม ธนาคารออมสินจะสานต่อพระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 เดินหน้าสร้างสรรค์นวัตกรรมการออมและการส่งเสริมความรู้ทางการเงินสำหรับคนไทยทุกช่วงวัย โดยธนาคารสนับสนุนให้ทุกสถาบันการเงินดำเนินการเพื่อจุดมุ่งหมายเดียวกัน เพื่อประโยชน์เกิดแก่คนไทยให้ได้มีวินัยการเงินที่ดีในทุกช่วงชีวิต ตั้งแต่แรกเกิดจนถึงบั้นปลายชีวิต  

21 Jun 2026

...

คณะกรรมการ ธ.ก.ส. โดย ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานกรรมการ ธ.ก.ส. เห็นชอบเดินหน้าโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่ง วงเงินโครงการ 30,000 ล้านบาท ระยะเวลาโครงการ 3 ปี เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรเข้าถึงแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำสำหรับใช้เป็นค่าใช้จ่ายหมุนเวียนและลงทุนในการประกอบอาชีพ โดยกำหนดวงเงินกู้รายละไม่เกิน 100,000 บาท อัตราดอกเบี้ย ร้อยละ 6 ต่อปี และรัฐบาลสนับสนุนชดเชยดอกเบี้ยให้เกษตรกร ร้อยละ 3 ต่อปี ทำให้เกษตรกรรับภาระดอกเบี้ย เพียงร้อยละ 3 ต่อปี ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด   นายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า คณะกรรมการ ธ.ก.ส. ได้มีมติในการประชุมคณะกรรมการ ธ.ก.ส. เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2569 เห็นชอบให้ ธ.ก.ส. ดำเนินโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่ง ตามมติ ครม. ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาล เพื่อยกระดับศักยภาพภาคการเกษตรในการเปลี่ยนผ่านจากเกษตรดั้งเดิมไปสู่ “เกษตรแม่นยำ เกษตรมั่นคง เกษตรยั่งยืน” ควบคู่กับการลดต้นทุนการผลิต สร้างมูลค่าเพิ่มตลอดห่วงโซ่อุปทาน และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของเกษตรกรไทย ผ่านการสนับสนุนแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำให้เกษตรกรในการจัดซื้อปัจจัยการผลิตอย่างมีประสิทธิภาพ และการพัฒนาทักษะการประกอบอาชีพทางการเกษตรอย่างยั่งยืน สำหรับเกษตรกรที่ประสงค์เข้าร่วมโครงการ ต้องมีคุณสมบัติและปฏิบัติตามเงื่อนไข ดังนี้ เป็นเกษตรกรลูกค้า ธ.ก.ส. และขึ้นทะเบียนเกษตรกรกับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง พืชที่เข้าร่วมโครงการ 7 ชนิด ได้แก่ ข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปาล์มน้ำมัน มันสำปะหลัง ยางพารา อ้อย และผลไม้ เกษตรกรต้องผ่านการอบรม หรือเรียนรู้ การพัฒนาทักษะและบริหารจัดการต้นทุน (Reskill/Upskill) โดย ธ.ก.ส. หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และ/หรือหน่วยงานร่วมดำเนินการอื่น ๆ เช่น การใช้ปุ๋ยอย่างมีประสิทธิภาพตามค่าการวิเคราะห์ดิน เป็นต้น ต้องใช้เงินกู้ เพื่อจัดซื้อปุ๋ยผ่านสถาบันเกษตรกร กลุ่มเกษตรกร หรือวิสาหกิจชุมชนที่เข้าร่วมโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่งฯ หรือแหล่งอื่นตามที่ ธ.ก.ส. กำหนด เกษตรกรต้องใช้พันธุ์หรือเมล็ดพันธุ์ที่ได้รับการรับรอง มีมาตรฐานตามคำแนะนำของหน่วยงานราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หรือตามที่ ธ.ก.ส. กำหนด และจำหน่ายให้แก่เกษตรกรในราคาที่เหมาะสม ซึ่งกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ จะควบคุมราคาให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด สามารถชำระหนี้เงินกู้ได้ตามระยะเวลาที่ ธ.ก.ส. กำหนด โดยเกษตรกรผู้กู้รับชำระค่าผลผลิตผ่านบัญชีเงินฝากของ ธ.ก.ส. และยินยอมให้ ธ.ก.ส. หักชำระหนี้จากบัญชีเงินฝาก วงเงินกู้รายละไม่เกิน 100,000 บาท อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 6 ต่อปี โดยรัฐบาลสนับสนุนชดเชยดอกเบี้ย ให้ร้อยละ 3 ต่อปี เมื่อผู้กู้ปฏิบัติตามเงื่อนไขของโครงการ กำหนดชำระคืนเงินกู้ไม่เกิน 12 เดือน (ระยะเวลาชำระคืนไม่เกิน 30 เมษายน 2572) ระยะเวลาโครงการ 3 ปี นับตั้งแต่วันที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบและคณะกรรมการ ธ.ก.ส. เห็นชอบ ถึงวันที่ 30 เมษายน 2572 ผู้สนใจสามารถแจ้งความประสงค์เข้าร่วมโครงการหรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ธ.ก.ส. ทุกสาขา ทั่วประเทศ Call Center 02 555 0555 www.baac.or.th แอปพลิเคชัน BAAC Mobile และ Line Official Account BAAC Family  

18 Jun 2026

...

ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดตัวเงินฝากหาบทอง สำหรับลูกค้าเงินฝากล้อมเพชรที่กำลังจะครบกำหนด ให้ดอกเบี้ยแบบขั้นบันได เฉลี่ยทั้งโครงการ ร้อยละ 1.031 ต่อปี โดยแบ่งอัตราดอกเบี้ยเป็น 2 ช่วง ประกอบด้วย ช่วงที่ 1 ตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน 2569 – 15 มีนาคม 2570 อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 0.95 ต่อปี (ระยะเวลา 9 เดือน ) และช่วงที่ 2 ตั้งแต่วันที่ 16 มีนาคม 2570 – 15 เมษายน 2570 อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 1.75 ต่อปี (ระยะเวลา 2 เดือน คิดดอกเบี้ยเฉลี่ยทั้งโครงการร้อยละ 1.031 ต่อปี จ่ายดอกเบี้ยเป็นรายเดือน (ทุกวันที่ 15 ของทุกเดือน) จ่ายดอกเบี้ยงวดแรกวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 สำหรับบุคคลธรรมดาไม่เสียภาษีดอกเบี้ยเงินฝาก ลูกค้าเงินฝากล้อมเพชรที่ครบกำหนด และประสงค์จะฝากเงินต่อเนื่องในเงินฝากหาบทอง จะเป็นการฝากเงินทั้งจำนวนต่อแบบอัตโนมัติ โดยลูกค้าไม่ต้องเสียเวลามาดำเนินการที่สาขา ทั้งนี้ หากลูกค้าประสงค์ฝากเงินบางส่วนหรือไม่ประสงค์ฝากเงินต่อในโครงการเงินฝากหาบทอง สามารถติดต่อแจ้งความประสงค์ได้ที่ ธ.ก.ส. ทุกสาขาทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 15 – 30 มิถุนายน 2569 โดยธนาคารยกเว้นค่าธรรมเนียมในการถอนเงิน ร้อยละ 1 ของต้นเงินที่ถอน ขั้นต่ำ 500 บาท (ดำเนินการได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น) สอบถามรายละเอียด เพิ่มเติมได้ที่ ธ.ก.ส. ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือ Call Center 02 555 0555  

18 Jun 2026

Banner Banner Banner Banner Banner Banner Banner

Banner
  เปิดแผนงานสื่อ CEO THAILAND ปี 2569-2570 รุกคืบงานวิทยุ - ทีวี - อีเวนต์สื่อ                  สวัสดีครับท่านสมาชิกและผู้ติดตามสื่อออนไลน์ และสื่อในเครือ CEO THAILAND ตลอดมา 21 ปี ช่วงนี้ว่างเว้นจากสนามการเมืองระยะหนึ่ง ผมพอมีเวลากลับมาสานต่องานสื่อสักระยะหนึ่งคือในช่วงปี 2569-2570 จะกลับมาช่วยงานสื่อในฐานะที่ปรึกษา โดยจะยังเน้นในเรื่องสื่อออนไลน์ สื่อทีวี และสื่อวิทยุ และงานอีเวนต์ต่อเนื่องจากสื่อ ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2569 เป็นต้นไป ผมมีแผนงานของบริษัท เอก-วรา พับลิค รีเรชันส์ จำกัด ในสื่อดังต่อไปนี้คือ                          1. สื่อออนไลน์ CEO THAILAND              2. จัดทำรายการวิทยุ “คลื่นประกันภัย-การเงิน” ทางสถานีวิทยุ 96.25 MHZ (สถานีวิทยุการท่องเที่ยววัฒนธรรม) โครงการจัดทำรายการวิทยุเชิงข่าวสารในแวดวงประกันภัยและการเงิน นำเสนอข่าวสารเกี่ยวกับการประกันภัย-ประกันชีวิต  การเงิน และธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ทั้งสินเชื่อ ไฟแนนซ์ อสังหาริมทรัพย์ SMEs ออกอากาศทุกวันศุกร์ของทุกสัปดาห์ เวลา 17.00-18.00 น. ในเดือนสิงหาคม 2569               3. เดือนสิงหาคม 2569 สื่อได้จัดทำรายการทีวี “เรื่องเด่น...ประเด็นดัง” ออนแอร์ออกอากาศทางNBT2 ซึ่งเป็นรายการสดทีวี ที่นำเสนอนโยบายรัฐบาล และวิสัยทัศน์ ของผู้บริหารองค์กรภาครัฐ และภาคเอกชนในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสังคม บริการสาธารณะและบริการพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับสังคม และพี่น้องประชาชน ออกอากาศ ทุกวันจันทร์ที่ 1 และ 3 ของเดือน เวลา 10.00-10.30 น.               4. จัดงานมอบรางวัล “สุดยอดผู้บริหาร-องค์กรแห่งปี 2569” เดือนธันวาคม 2569 ที่จังหวัดกาญจนบุรี โครงการรับรางวัล  “สุดยอดผู้บริหาร-องค์กรแห่งปี 2569” เพื่อประกาศเกียรติคุณให้ผู้บริหารและองค์กรที่สร้างผลงานโดดเด่น ทั้งยังเป็นการกระตุ้นภาคธุรกิจเครือข่าย และSMEs ความตื่นตัวของชุมชนในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี รวมทั้งยังเป็นการสานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสื่อมวลชน-ภาคธุรกิจ -ผู้ประกอบการในพื้นที่ และพี่น้องประชาชน สื่อ CEO THAILAND จึงได้ร่วมกันจัดงานมอบรางวัลดังกล่าวขึ้น               5. โครงการจัดงานสัมมนา  “ทิศทางธุรกิจประกันภัย-การเงินแห่งปี 2569” ในเดือนธันวาคม 2569เพื่อเป็นการกระตุ้นภาคธุรกิจประกันภัยและการเงินในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรีและจังหวัดใกล้เคียง เพื่อความตื่นตัวของชุมชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร รวมทั้งจังหวัดกาญจนบุรี อีกทั้งยังเป็นการสานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสื่อมวลชน-ภาคธุรกิจ-ผู้ประกอบการในพื้นที่ และพี่น้องประชาชน สื่อ CEO THAILAND จึงได้ร่วมกันจัดงานสัมมนาดังกล่าวขึ้น               6. จัดงาน CSR ณ โรงเรียนบ้านท่าทุ่ม จ.กาญจนบุรี ในวันที่ 31 มกราคม 2570 โครงการจัดงานกิจกรรมเพื่อสังคม “CEO THAILAND CSR  OF THE YEAR 2027” เพื่อคืนกำไรสู่สังคมและสร้างความรู้ความเข้าใจให้คนในสังคม เป็นการกระตุ้นภาคธุรกิจประกันภัยและการเงิน และความตื่นตัวของชุมชนในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี อีกทั้งยังเป็นการสานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสื่อมวลชน-ภาคธุรกิจ -ผู้ประกอบการในพื้นที่ และพี่น้องประชาชนในพื้นที่ สื่อ CEO THAILAND จึงได้ร่วมกันจัดงานกิจกรรมดังกล่าวขึ้น T                                                                                                        (นายเอกวรพงศ์ อำนวยทรัพย์)
อ่านต่อ...
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner