Responsive image

Monday, 13 Apr 2026

หน้าแรก > TECHNOLOGY - AUTO - PROPERTY


แลนดี้ โฮม ทุ่มงบกว่า 30 ล้านบาท เปิดตัว “Landy Home Flagship Lifestyle Center” พลิกโฉมสาขาลาดพร้าวครั้งยิ่งใหญ่ ให้เป็นศูนย์รับสร้างบ้านครบวงจรแห่งอนาคต

Wed 27/07/2565


แลนดี้ โฮม ตอกย้ำความเป็นผู้นำศูนย์รับสร้างบ้านอันดับ 1 ของไทย ทุ่มงบกว่า 30 ล้านบาท เปิดตัว Flagship Lifestyle Center (แฟล็กชิพ ไลฟ์สไตล์ เซ็นเตอร์) แห่งแรกของประเทศไทย ปรับโฉมสาขาลาดพร้าวครั้งยิ่งใหญ่ ให้เป็นศูนย์รับสร้างบ้านครบวงจรแห่งอนาคต ชูกลยุทธ์ 4E สร้างภาพลักษณ์ความพรีเมี่ยมและลักชูรี่ ควบคู่การสร้างประสบการณ์ร่วมที่ดีให้ลูกค้า ผนวกดีไซน์แบบบ้านที่มีให้เลือกมากที่สุดในไทย และนวัตกรรมเพื่อการอยู่อาศัยเข้าด้วยกันอย่างลงตัว ช่วยสร้างความสะดวกสบายและความปลอดภัย พร้อมตอบทุกโจทย์ไลฟ์สไตล์ของสมาชิกในครอบครัว เร่งกวาดยอด 2,750 ล้านบาทตามเป้า ลุยขยายฐานลูกค้าครึ่งปีหลัง

 

นางสาวพรรัตน์ มณีรัตนะพร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการและผู้อำนวยการฝ่ายขาย บริษัท แลนดี้ โฮม (ประเทศไทย) จำกัด เผยว่า เพราะทุกวันนี้พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปโดยไม่ได้คาดหวังแค่สินค้าและบริการเท่านั้น แต่ยังคาดหวังว่าจะต้องได้รับประสบการณ์ที่ดีจากแบรนด์นั้นๆ ด้วย ดังนั้นเพื่อให้สอดรับกับพฤติกรรมและความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปในยุคนี้ แลนดี้ โฮม จึงทุ่มงบกว่า 30 ล้านบาท พลิกโฉมสำนักงานใหญ่ หรือสาขาลาดพร้าวใหม่ทั้งหมด ให้เป็น Landy Home Flagship Lifestyle Center ศูนย์รับสร้างบ้านครบวงจรแห่งอนาคต จะสามารถตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของทุกเจนเนอเรชั่นในครอบครัวที่มีความต้องการที่แตกต่างกันไม่ว่าจะเป็นวัยรุ่น วัยทำงาน ครอบครัว คู่แต่งงานใหม่  รวมไปถึงวัยเกษียณ  เพราะเรายึดถือว่า “ให้แลนดี้โฮม คิดแทนคุณ”  เราจึงมีโซนแบบบ้านที่หลากหลายทั้งรูปแบบ และทุกระดับราคาที่เริ่มต้นตั้งแต่ 2 ล้านบาทขึ้นไป จนถึงโซนบ้านหรูที่มีราคา 20 ล้านบาทขึ้นไป เพื่อให้ครอบคลุมและตอบสนองทุกความต้องการของลูกค้าแบบ 360 องศา ที่สำคัญแม้ว่าในช่วงนี้ที่ราคาของวัสดุต่างๆ เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ แต่ทางบริษัทฯ ยังยึดถือความซื่อตรงกับลูกค้าด้วยการใช้วัสดุดีมีคุณภาพ ไม่ลดสเปค และไม่ลดปริมาณ ลูกค้าทุกท่านจึงมั่นใจได้เต็มร้อยเมื่อสร้างบ้านกับเรา ว่าจะได้บ้านที่มีคุณภาพปลอดภัย และคุ้มค่าที่สุด

สำหรับเหตุผลที่นำร่องปรับโฉมสาขาสำนักงานใหญ่เป็นแห่งแรก เพราะเนื่องจากเป็นสาขาที่ทำยอดขายได้สูงสุดถึงปีละ 450 ล้านบาท ซึ่งคาดว่ายอดขายสาขานี้จะเติบโตขึ้นหลังจากการปรับโฉมครั้งนี้อย่างแน่นอน สำหรับยอดขายรวมของบริษัทฯ ในช่วงครึ่งปีแรก แลนดี้โฮมมียอดขาย 1,350 ล้านบาท (คิดเป็นจากเทรนดี้ โฮม 22% จากแลนดี้ โฮมร้อยละ 44% และจากแลนดี้ แกรนด์ร้อยละ 34%) มั่นใจว่าในช่วงครึ่งปีหลังจะสร้างยอดขายได้ถึง 2,750 ล้านบาทตามเป้าหมายที่ตั้งไว้อย่างแน่นอน จากการปรับโฉมในครั้งนี้ ประกอบกับอุปสงค์ที่ขยายตัว เพราะช่วงนี้จนถึงปลายปีมีลูกค้าที่ต้องการสร้างบ้านกับเราเป็นจำนวนมาก ครอบคลุมทั้ง 8 เขตหลักๆ ในกรุงเทพ ได้แก่เขตลาดพร้าว จตุจักร วังทองหลาง ห้วยขวาง บางกะปิ บางซื่อ ดุสิต และพญาไท ที่สำคัญแลนดี้โฮมสาขาลาดพร้าวนี้ มีจุดเด่นตรงตั้งอยู่ใน prime area การเดินทางสะดวกสบาย ใกล้ MRT สถานีลาดพร้าว เพียง 200 เมตร หรือหากลูกค้าจะขับรถมาก็มีที่จอดรถที่รองรับลูกค้าอย่างพอเพียงอีกด้วย

 

นางสาวพรรัตน์ กล่าวเสริมว่า แลนดี้ โฮม ยึดแนวคิดการทำตลาดแบบ 4E ได้แก่ Experience นำเสนอภาพลักษณ์ และความรู้สึกดีๆ เกี่ยวกับ แลนดี้ โฮม เพื่อมุ่งสร้างประสบการณ์ที่ดีกว่าให้ลูกค้า ทั้งสะดวกสบายกว่า และสร้างความสุขความพึงพอใจได้มากกว่า Exchange เพราะปัจจุบันลูกค้าไม่เน้นซื้อของที่ราคาถูกเป็นหลัก แต่มองถึง “ความคุ้มค่า” ดังนั้น แลนดี้ โฮม จึงให้ความสำคัญกับการสร้างความพึงพอใจระหว่างลูกค้าและแลนดี้ โฮม Everywhere แลนดี้ โฮมต้องการตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้ได้อย่างรวดเร็วที่สุด จึงสร้างแพลตฟอร์มออนไลน์ เพื่อให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงแลนดี้ โฮมได้ทุกที่ทุกเวลา ในขณะเดียวกันก็ยังให้ความสำคัญกับการสร้างแฟล็กชิพสโตร์เพื่อให้ลูกค้าได้เห็นและได้สัมผัสด้วยตนเอง เพื่อสร้างประสบการณ์ร่วมที่ดีที่สุดให้เกิดขึ้นกับลูกค้า Evangelism สร้างประสบการณ์ที่ดีของ แลนดี้ โฮม ให้เกิดขึ้นซ้ำๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้าง Brand royalty ให้เกิดขึ้นในใจลูกค้า เพื่อสร้างการซื้อซ้ำและบอกต่อคนใกล้ชิด

สำหรับ Landy Home Flagship Lifestyle Center แห่งนี้ ถูกแปลงโฉมให้กลายเป็นศูนย์รับสร้างบ้านในรูปแบบไลฟ์สไตล์เซ็นเตอร์อันทันสมัยและครบวงจร ที่จะมาสร้างปรากฎการณ์ใหม่ให้กับลูกค้าทุกท่าน ภายใต้แนวคิด MODERN LUXURY DESIGN ในโทนสีดำ เทา ขาว ที่เปิดกว้างต้อนรับทุกคนให้เข้ามาสัมผัสประสบการณ์การสร้างบ้านในแบบ แลนดี้ โฮม ที่รวมแบบบ้านมากที่สุดกว่า 300 แบบ และมีแบบบ้านใหม่ๆ มา ให้ลูกค้าทุกท่านได้เลือกให้ตรงใจ ภายในถูกขยายให้มีพื้นที่กว้างขวางขึ้นถึง 520 ตารางเมตร แบ่งเป็น 5 โซนหลักๆ ได้แก่ โซนบ้านเทรนดี้โฮม ที่มีแบบบ้านตั้งแต่ราคา 2-8 ล้านบาท โซนบ้านแลนดี้โฮม มีแบบบ้านตั้งแต่  ราคา 8-20  ล้านบาท และโซนบ้านแลนดี้แกรนด์ มีแบบบ้านตั้งแต่  ราคา 20 -60 ล้านบาท ซึ่งผู้ที่เข้ารับบริการในโซนนี้จะได้สิทธิพิเศษเข้ารับบริการใน Landy Grand Executive Lounge ห้องรับรองสำหรับลูกค้า VVIP ที่มีความหรูหราสะดวกสบาย มีบาร์เครื่องดื่มไว้คอยต้อนรับ มีแบบบ้านหรูสุดเอ็กซ์คลูซีฟใหม่ๆ ที่ยังไม่เคยเปิดตัวที่ไหนมาก่อน   ให้ลูกค้าได้เลือกอย่างเต็มที่ พร้อมทีมผู้เชี่ยวชาญด้าน Product Luxury คอยให้คำปรึกษาและแนะนำแบบเฉพาะบุคคลเพื่อให้เข้าใจถึงความต้องการของลูกค้าอย่างลึกซึ้ง และลูกค้ายังสามารถปรับแบบและดีไซน์แบบให้เหมาะสำหรับทุกความต้องการของผู้ที่อยู่อาศัยทุกคนในครอบครัว เรียกได้ว่า “เราสร้างบ้านที่บ่งบอกเอกลักษณ์และความเป็นตัวตนของคุณ“ อย่างแท้จริง

นอกจากนี้ยังมีโซน CAP+ ที่ลูกค้าทุกคนจะได้มีประสบการณ์ตรงเกี่ยวกับนวัตกรรมเพื่อการอยู่อาศัย CAP+ หรือนวัตกรรมการเติมอากาศบริสุทธิ์เข้าในบ้าน ลดฝุ่น PM2.5 ที่เป็นตัวการเกิดโรคภูมิแพ้ ช่วยลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ รักษาระดับก๊าซออกซิเจนให้คงที่ ช่วยให้การนอนหลับมีคุณภาพ และมีส่วนช่วยส่งเสริมพัฒนาการทางสมองของลูกน้อย ซึ่งในโซนนี้จะมี CAP+ Capsule จำลองห้องเติมอากาศเสมือนจริงให้ลูกค้าลองเข้าไปอยู่ภายในและสามารถเปรียบเทียบปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ในห้องระหว่างห้องที่ใช้ CAP+ และไม่ใช้ ซึ่งแลนดี้ โฮมได้ติดตั้ง CAP+ ให้กับบ้านในแบรนด์เทรนดี้ โฮม แลนดี้ โฮม และแลนดี้ แกรนด์ทุกหลัง เพราะเราคำนึงถึงคุณภาพชีวิตที่ดีและความปลอดภัยของสมาชิกครอบครัวเป็นสำคัญ รวมทั้งยั้งมีโซนวัสดุ ที่จะมีวัสดุหลากหลายครบครัน รวมทั้งวัสดุนำเข้าที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ให้ลูกค้าได้เลือกอย่างจุใจมากกว่าทุกสาขา ทำให้มั่นใจว่าจะได้บ้านตามที่ลูกค้าต้องการแม้ว่าจะเป็นรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ก็ตาม ที่พิเศษสุดนอกจากที่นี่จะเป็นไลฟ์สไตล์เซ็นเตอร์แล้ว ยังจัดให้เป็น Learning Center ด้วย ถือได้ว่าแลนดี้ โฮมเป็นบริษัทฯ แรกที่ทำ Learning Center เพื่อจัดสัมมนาให้ความรู้ด้านต่างๆ เกี่ยวกับบ้านให้กับผู้ที่สนใจอย่างต่อเนื่องทุกไตรมาส อาทิ ให้ความรู้ด้านการขอสินเชื่อบ้าน, การออกแบบบ้านให้ถูกตามหลักฮวงจุ้ย โดยจะมีการเชิญกูรูเฉพาะทางด้านต่างๆ เข้ามาให้ความรู้ เช่น ธนาคารต่างๆ ซัพพลายเออร์ รวมทั้งซินแซชื่อดัง เป็นต้น

เพื่อเป็นการฉลองการเปิด Landy Home Flagship Lifestyle Center อย่างเป็นทางการ แลนดี้ โฮมจึงจัดโปรโมชั่นสุดพิเศษตลอดเดือนนี้ ได้แก่ รับส่วนลดสร้างบ้านสูงสุดถึง 33%, จองเท่าไรลดเท่านั้นสูงสุด 300,000 บาท*, รับเพิ่มแอร์ฟรี และโปรโมชั่นที่น่าสนใจอื่นๆ อีกมากมาย

ด้าน นายพานิช มณีรัตนะพร ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัท แลนดี้ โฮม (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่าที่แลนดี้ โฮม เป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีเพื่อการอยู่อาศัย โดยนำเสนอเทคโนโลยีใหม่ๆ และนวัตกรรมอัจฉริยะ เพื่อคุณภาพการอยู่อาศัยที่เหนือกว่า ประกอบด้วย นวัตกรรมเติมอากาศบริสุทธิ์เข้ามาในตัวบ้าน CAP+ ควบคุมคุณภาพและสร้างสมดุลอากาศภายในตัวบ้าน จะช่วยให้เกิดสภาวะการนอนหลับที่มีคุณภาพ และสุขภาพที่ดีของผู้อยู่อาศัยทุกคน นวัตกรรม NOVA SYSTEM ระบบก่อสร้างกึ่งสำเร็จรูปที่เป็นเอกสิทธิ์เฉพาะที่แลนดี้ โฮม คิดค้นและพัฒนามาจากเทคโนโลยีการก่อสร้างของประเทศญี่ปุ่น ทำให้มีความแข็งแรง และคงทนมากขึ้น เพื่อลดปัญหาและหลีกเลี่ยงข้อจำกัดของระบบก่อสร้างแบบหล่อในที่เคยมีมาในอดีต CP Design นวัตกรรมบ้านปลอดแมลงสาบ สร้างสุขอนามัยที่ดีและปลอดเชื้อโรคจากแมลงสาบ โดยตัดเส้นทางเข้าออก และวงจรชีวิตแมลงสาบได้เกือบ 100%, เน้นการออกแบบและจัดระบบสุขาภิบาลที่ทันสมัย และไม่ใช้สารเคมีที่เป็นอันตรายต่อครอบครัว

รวมทั้ง Landy Elder Care นวัตกรรมบ้านเพื่อผู้สูงอายุ แลนดี้ โฮม ให้ความสำคัญในการออกแบบฟังก์ชั่นในการป้องกันและลดอุบัติเหตุ พร้อมคัดสรรวัสดุและสุขภัณฑ์ชนิดพิเศษ เพื่อรองรับความต้องการและข้อจำกัดด้านสุขภาพและร่างกายของกลุ่มผู้สูงอายุ Landy Home Cooling นวัตกรรมบ้านเย็นอยู่สบาย ใส่ใจในการออกแบบคัดสรรวัสดุคุณภาพที่มีคุณสมบัติระบายความร้อน พร้อมปกป้องแสงแดดได้เป็นอย่างดี ประกอบไปด้วยการใช้สี ICI DULUX WEATHERSHIELD POWERFLEXX, แผ่นสะท้อนความร้อน, ฉนวนกันความร้อน, มีการวางระบบระบายความร้อนฝ้าชายคา และใช้กระจกเขียวตัดแสงหนา 5 มม. สิ่งเหล่านี้คือนวัตกรรม และเทคโนโลยีเพื่อการอยู่อาศัยใหม่ๆ ที่ทางแลนดี้ โฮม มุ่งมั่นและคัดสรรสิ่งที่ดีที่สุดในทุกๆ องค์ประกอบ เพื่อประโยชน์และความพึงพอใจสูงสุดของลูกค้าทุกคน


Tags : แลนดี้ โฮม พรรัตน์ มณีรัตนะพร พานิช มณีรัตนะพร


Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

...

นางลภาวรรณ จันทร์กระจ่าง รองผู้อํานวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารออมสินเดินหน้าขับเคลื่อนพลังงานสะอาดในภาคธุรกิจ ด้วยการสนับสนุนสินเชื่อเพื่อความยั่งยืน วงเงิน 1,500 ล้านบาท ให้กับบริษัท อัลเตอร์วิม จำกัด ในเครือเจริญโภคภัณฑ์ เพื่อลงทุนติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Power) ภายใต้รูปแบบสัญญาซื้อขายไฟฟ้าเอกชน (Private PPA) ซึ่งสินเชื่อครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการผลักดัน Green Finance ของธนาคาร เพื่อสนับสนุนธุรกิจที่ต้องการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดอย่างเป็นรูปธรรม และการให้สินเชื่อที่คำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ควบคู่กับบทบาทการเป็น Smart Social Bank for All Lives หรือธนาคารเพื่อสังคม เพื่อทุกชีวิต   ด้าน นายบวร เพียรพงศ์พาณิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการเงิน บริษัท อัลเตอร์วิม จํากัด กล่าวว่า การสนับสนุนสินเชื่อเพื่อความยั่งยืน (Green Finance) จากธนาคารออมสินครั้งนี้ บริษัทจะนำไปใช้ลงทุนในการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานทดแทนรูปแบบอื่น ๆ ให้กับกลุ่มบริษัท ภายใต้เครือเจริญโภคภัณฑ์ เป็นไปตามแนวทางการดำเนินธุรกิจที่รับผิดชอบต่อสังคมและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก สอดคล้องกับวิสัยทัศน์การขับเคลื่อนเป้าหมายและยุทธศาสตร์ด้านความยั่งยืนของกลุ่มเจริญโภคภัณฑ์ ในการเป็นองค์กรที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี 2030 และ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) ภายในปี 2050   ธนาคารออมสิน พร้อมเป็นพันธมิตรทางการเงินที่สร้างคุณค่าร่วมให้ทั้งภาคธุรกิจและสังคมเติบโตไปพร้อมกัน ผ่านการพัฒนาเครื่องมือทางการเงินและสินเชื่อเพื่อสิ่งแวดล้อม สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของภาคธุรกิจสู่การใช้พลังงานสะอาด ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและยกระดับศักยภาพการแข่งขันของประเทศ สอดคล้องกับพันธกิจการเป็นธนาคารเพื่อสังคม และยุทธศาสตร์การมุ่งสู่ Net Zero ภายในปี 2050  

13 Apr 2026

...

บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) เพิ่มความอุ่นใจให้ประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 ด้วยความมุ่งมั่นในการส่งเสริมความปลอดภัยและลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุ โดยได้ออกกรมธรรม์ไมโครอินชัวรันส์ เพื่อเข้าถึงประชาชนทุกกลุ่ม พร้อมจัดกิจกรรมต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางของประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ดังนี้ 1. กรมธรรม์ประกันภัยสำหรับรายย่อย (ไมโครอินชัวรันส์) บริษัทฯ ร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) พัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่เข้าถึงง่ายและราคาย่อมเยา พร้อมร่วมมือกับพันธมิตรและคู่ค้าต่างๆ อาทิ บริษัท ทีคิวเอ็ม อินชัวร์รันส์ โบรคเกอร์ จำกัด บริษัท โลตัสส์ เจเนอรัล อินชัวรันส์ โบรคเกอร์ จำกัด บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน) รวมถึงพันธมิตรอื่นๆ เพื่อขยายช่องทางการเข้าถึงผลิตภัณฑ์ประกันภัยให้ครอบคลุมประชาชนทุกกลุ่ม ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้ • กรมธรรม์ประกันภัยสงกรานต์เบิกบานใจ 10 บาท (ไมโครอินชัวรันส์) รับประกันภัยตั้งแต่อายุ 15-70 ปี โดยให้ความคุ้มครอง -  การเสียชีวิต สูญเสียมือ เท้า สายตา หรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง จากอุบัติเหตุทั่วไป 100,000 บาทและหากเสียชีวิต สูญเสียมือ เท้า สายตา หรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง จากอุบัติเหตุสาธารณะ รับเพิ่ม 100,000 บาท -  การเสียชีวิต สูญเสียมือ เท้า สายตา หรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง จากการถูกฆาตกรรม ทำร้ายร่างกาย อุบัติเหตุขณะขับขี่หรือโดยสารรถจักรยานยนต์ 50,000 บาท -  ค่ารักษาพยาบาลจากอุบัติเหตุ สูงสุด 5,000 บาท -  ระยะเวลาเอาประกันภัย 30 วัน • กรมธรรม์ประกันภัยสงกรานต์เบิกบานใจ 20 บาท (ไมโครอินชัวรันส์) รับประกันภัยตั้งแต่อายุ 15-70 ปี โดยให้ความคุ้มครอง -  การเสียชีวิต สูญเสียมือ เท้า สายตา หรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง จากอุบัติเหตุทั่วไป 250,000 บาท และหากเสียชีวิต สูญเสียมือ เท้า สายตา หรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง จากอุบัติเหตุสาธารณะ รับเพิ่ม 250,000 บาท -  การเสียชีวิต สูญเสียมือ เท้า สายตา หรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง จากการถูกฆาตกรรม ทำร้ายร่างกาย อุบัติเหตุขณะขับขี่หรือโดยสารรถจักรยานยนต์ 125,000 บาท -  ค่ารักษาพยาบาลจากอุบัติเหตุ สูงสุด 5,000 บาท -  ระยะเวลาเอาประกันภัย 30 วัน   • กรมธรรม์ประกันภัยฝากบ้านเที่ยวอุ่นใจ (ไมโครอินชัวรันส์) เบี้ยประกันภัย 10 บาท โดยให้ความคุ้มครอง -  ความเสียหายจากเหตุไฟไหม้ ฟ้าผ่า ระเบิด สูงสุด 30,000 บาท -  ความเสียหายจากลมพายุ น้ำท่วม แผ่นดินไหว  -  การโจรกรรมที่ปรากฏร่องรอยงัดแงะ -  ค่าเช่าที่พักอาศัยชั่วคราว วันละ 300 บาท (สูงสุด 30 วัน) -  ระยะเวลาเอาประกันภัย 30 วัน 2. มอบน้ำดื่ม ณ จุดบริการทางหลวงในพื้นที่ต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวกและเพิ่มความปลอดภัยในการเดินทางช่วงเทศกาลสงกรานต์ กรุงเทพประกันภัยได้ร่วมกับตำรวจทางหลวง จัดตั้งจุดบริการประชาชน ณ จุดบริการทางหลวงในพื้นที่ต่างๆ เพื่อให้คำแนะนำด้านการขับขี่อย่างปลอดภัย พร้อมบริการช่วยเหลือฉุกเฉินในกรณีรถประสบอุบัติเหตุหรือรถเสีย รวมถึงจัดเตรียมน้ำดื่มกรุงเทพประกันภัยเพื่อให้บริการแก่ประชาชนตลอดการเดินทาง และส่งมอบน้ำดื่มผ่านสำนักงาน คปภ. ในจังหวัดต่างๆ อีกด้วย

12 Apr 2026

...

“เฮ้ กู๊ดดี้” (heygoody.com) แพลตฟอร์มนายหน้าประกันดิจิทัล บริหารโดย บมจ. เงินติดล้อ บริษัทในกลุ่ม Tidlor Holdings หรือ TIDLOR เปิดตัวแคมเปญพิเศษรับเทศกาลท่องเที่ยว “Exclusive บินลัดฟ้า ล่าคาซัค… แบบไม่ต้องควักสตางค์!” ชวนลูกค้าสัมผัสประสบการณ์เที่ยวต่างประเทศแบบ All Inclusive ฟรีตลอดทริป พร้อมร่วมเดินทางกับเพจท่องเที่ยวชื่อดัง “อาสาพาไปหลง” นำโดย “ว่านไฉ” แคมเปญนี้สะท้อนแนวคิดของ เฮ้ กู๊ดดี้ ที่ต้องการให้ “การซื้อประกัน” ไม่ใช่แค่เรื่องความคุ้มครอง แต่เป็นจุดเริ่มต้นของประสบการณ์ดี ๆ ในการเดินทาง โดยลูกค้ายังได้รับความอุ่นใจจากความคุ้มครองความเสี่ยงต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุ การเจ็บป่วยในต่างประเทศ หรือเที่ยวบินล่าช้า ที่อาจนำไปสู่ค่าใช้จ่ายที่ไม่คาดคิด สำหรับลูกค้าที่ซื้อประกันเดินทางต่างประเทศผ่าน heygoody.com จากบริษัทชั้นนำ ได้แก่ MSIG, Sompo และ KPI ระหว่างวันที่ 1 เมษายน 2569 – 30 มิถุนายน 2569 จะได้รับสิทธิ์ลุ้นรางวัล โดยมีรายละเอียดดังนี้ ซื้อประกันเดินทางต่างประเทศรายเที่ยว (เอเชีย) รับ 1 สิทธิ์ต่อกรมธรรม์ ซื้อประกันเดินทางต่างประเทศรายเที่ยว (นอกเอเชีย) รับ 2 สิทธิ์ต่อกรมธรรม์ ซื้อประกันเดินทางต่างประเทศแบบรายปี รับ 4 สิทธิ์ต่อกรมธรรม์ โดยเฮ้ กู๊ดดี้ได้จัดเตรียมของรางวัลรวมทั้งสิ้น 155 รางวัล มูลค่ารวม 1,674,000 บาท ประกอบด้วย รางวัลที่ 1: ทริปคาซัคสถาน 6 วัน 4 คืน แบบ All Inclusive (รวมตั๋วเครื่องบิน อาหาร และที่พักระดับ 4-5 ดาว) จำนวน 5 รางวัล รางวัลละ 2 ที่นั่ง รวมมูลค่า 1,200,000 บาท รางวัลที่ 2: กระเป๋า heybag มูลค่า 7,800 บาท จำนวน 50 รางวัล รวมมูลค่า 390,000 บาท รางวัลที่ 3: คูปองส่วนลด Klook มูลค่า 1,000 บาท จำนวน 50 รางวัล รวมมูลค่า 50,000 บาท รางวัลที่ 4: heygoody Universal Adapter มูลค่า 680 บาท จำนวน 50 รางวัล รวมมูลค่า 34,000 บาท ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดแคมเปญและการประกาศรายชื่อผู้โชคดีได้ที่เว็บไซต์ www.heygoody.com และ Facebook fanpage heygoody หรือสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ LINE @heygoody พร้อมซื้อประกันได้ด้วยตัวเองตลอด 24 ชั่วโมง

11 Apr 2026

...

เอไอเอ ประเทศไทย จับมือกับ เอ ไลฟ์ (ALive Powered by AIA) โดยบริษัท เอไอเอ เวลเนส จำกัด ส่งความห่วงใยถึงคนไทยทั่วประเทศในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 เปิดตัวแคมเปญ “กรมธรรม์ประกันภัยสงกรานต์เบิกบานใจ (ไมโครอินชัวรันส์)” มอบกรมธรรม์ประกันภัยกลุ่มให้แก่ประชาชนทั่วไปโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ระยะเวลาคุ้มครองนาน 30 วัน ด้วยวงเงินคุ้มครองชีวิตสูงถึง 100,000 บาทต่อกรมธรรม์ กรณีเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ พร้อมรับผลประโยชน์ค่ารักษาพยาบาลเนื่องจากอุบัติเหตุตามจำนวนที่จ่ายจริงสูงสุด 5,000 บาท* เพื่อส่งเสริมให้คนไทยมีหลักประกันความคุ้มครองอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งเป็นช่วงที่คนส่วนใหญ่เดินทางกลับภูมิลำเนาหรือเดินทางท่องเที่ยว อีกทั้งยังเป็นการขานรับนโยบายของสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) พร้อมกับการเดินหน้าตามพันธกิจของเอไอเอที่ต้องการสนับสนุนให้คนไทยเข้าถึงการประกันภัยเพื่อความอุ่นใจและลดภาระของครอบครัว ให้คนไทยทั่วประเทศมีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้น ตามคำมั่นสัญญา ‘Healthier, Longer, Better Lives’ ทั้งนี้ สำหรับประชาชนที่มีอายุระหว่าง 20 – 70 ปี* สามารถลงทะเบียนเพื่อขอรับกรมธรรม์ประกันภัยกลุ่มฟรี เพียงไปที่เว็บไซต์ https://aiathailand.info/pask26fbo ตั้งแต่วันนี้ ถึง 31 พฤษภาคม 2569  

07 Apr 2026

Banner Banner Banner Banner Banner Banner

Banner
  ปี 2569 ประเทศไทย กับคำว่า “เผาจริง”   วันนี้ก้าวเดือนที่ 3 ของปี 2569 แต่ดูเหมือนว่า ประเทศไทยผ่านเทศกาลปีใหม่ วาเลนไทม์ ตรุษจีน และวันเข้าพรรษามาแล้ว ประเทศไทยการเลือกตั้งใหญ่ ที่มีข้อผิดพลาดเกิดจากการกำกับการเลือกตั้งขององค์กรอิสระอย่าง กกต. เป็นการเลือกตั้งที่เลวร้ายครั้งหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์การเมืองไทย ด้านเศรษฐกิจ ยังคงโงหัวไม่ขึ้น นอกนั้นประเทศไทยยังคงมีปัญหาชายแดนกับประเทศเขมรยังคงคาราคาซัง รอรบรอบ 3 อยู่เหมือนเดิม ตอนนี้กำลังเกิดสงครามที่คาบสมุทรอาหรับระหว่าง อิหร่านกับอิสราเอล ที่ได้รับการสนับสนุนการทำสงครามจากสหรัฐอเมริกา จนอาจจะกลายเป็นสงครามระหว่างโลกอาหรับกับสหรัฐอเมริกา และอาจจะลามไปถึงสงครามโลกครั้งที่ 3 ก็ได้ แน่นอนว่า สงครามอ่าวอาหรับ ซึ่งเป็นประเทศผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ของโลก ชัดเจนว่าเมื่อมีสงคราม ราคาน้ำมันต้องแพงขึ้น และพลังงานปัจจัยที่ 5 จะกลายเป็นอาวุธของอิหร่านและกลุ่มอาหรับ ซึ่งย่อมส่งผลด้านต้นทุนการผลิต ภาคการขนส่ง สินค้าราคาแพงขึ้น เศรษฐกิจโลกจะปั่นป่วน ซึ่งแน่นอนว่าประเทศไทยที่มีภาวะอ่อนแอทางเศรษฐกิจอยู่แล้ว ย่อมได้รับผลจากภาวะสงครามอาหรับ สงครามกับเขมร รวมทั้งรัฐบาลใหม่ที่จะเข้ามาบริหารประเทศ ต้องแสดงผลงาน เพราะปี 2569 จะเป็นปีเผาจริงทางเศรษฐกิจของประเทศไทย    หากว่าการเมืองไทยนิ่ง รัฐบาลได้บริหารประเทศ จะเป็นการท้าทายความสามารถของดรีมทีมเศรษฐกิจของพรรคภูมิใจไทย เวลาที่ผ่านมาก่อนการเลือกตั้ง วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เวลาบริหารประเทศแค่ 2 เดือนยังวัดอะไรไม่ได้สำหรับนายอนุทิน ชาญวีรกุล และดรีมทีม เพราะเศรษฐกิจไทยปี 2569 ธุรกิจที่แข็งแรงอย่างธุรกิจการเงินและประกันภัยยังออกอาการให้เห็น แล้วธุรกิจที่อ่อนแออยู่แล้วจะเหลืออะไร นี่คือการบ้านข้อใหญ่ของรัฐบาลภูมิใจไทยและดรีมทีมประเทศไทย เพราะถึงเวลาที่จะได้พิสูจน์ผลงานบริหารประเทศ./   พูดแบบนายเอกวรพงศ์ (นายแทน)            
อ่านต่อ...
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner