Responsive image

Monday, 12 Jan 2026

หน้าแรก > BUSINESS-MARKETING-SME / ธุรกิจ - การตลาด - เอสเอ็มอี


การท่องเที่ยวปีนังร่วมกับเคทีซี จัดงานแถลงข่าวเปิดตัวแคมเปญ “เปิดโลกปีนังกับสิ่งมหัศจรรย์ทั้ง 7”

Sun 31/07/2565


การท่องเที่ยวปีนังร่วมกับเคทีซีจัดงานแถลงข่าวเปิดตัวแคมเปญ “เปิดโลกปีนังกับสิ่งมหัศจรรย์ทั้ง 7” สัมผัสประสบการณ์ท่องเที่ยวปีนังที่แปลกใหม่ไม่ซ้ำใคร ตอบโจทย์ทุกความต้องการของนักเดินทางทั่วโลกที่แสวงหากิจกรรมสุดท้าทาย กับ 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกในปีนัง ประกอบด้วย  1) สไลเดอร์น้ำกลางแจ้งที่ยาวที่สุดในโลก 2) เขตรักษาพันธุ์ผีเสื้อและแมลงเขตร้อนแห่งแรกของโลก 3) สะพานเชือกแขวนท่ามกลางป่าฝนที่สูงที่สุดในโลก 4) สไลเดอร์แนวตั้งแบบลอยตัวแห่งแรกของโลก 5) กิจกรรมโหนสลิงที่สูงที่สุดในโลก 6) ทางเดินลอยฟ้าแบบโค้งแห่งแรกของโลก และ 7) เส้นทางรถรางผ่านอุโมงค์ที่ชันที่สุดในโลก ทั้งนี้ ปีนังพร้อมเปิดรัฐต้อนรับนักท่องเที่ยวไทยให้เดินทางไปปีนังได้อย่างสะดวกสบาย โดยมี “เคทีซี” พันธมิตรด้านการท่องเที่ยวรายใหญ่มอบสิทธิพิเศษให้กับสมาชิกบัตรฯ บินตรงกับไทยสมายล์ในราคาพิเศษและให้การสนับสนุนเรื่องบริการตลอด 24 ชั่วโมงผ่านช่องทาง KTC World Travel Service

นายโยว ซุน ฮิน มนตรีแห่งรัฐปีนังด้านการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ กล่าวว่า “หลังวิกฤตโควิด 19   เทรนด์การท่องเที่ยวได้เปลี่ยนไป โดยเน้นความเป็นส่วนตัวและให้ความสำคัญเรื่องความปลอดภัยและความรับผิดชอบมากขึ้น ปีนังจึงได้มีการปรับกลยุทธ์ดังนี้ 1) ปรับวิสัยทัศน์ใหม่: ปีนังในปี 2030 จะเปรียบเสมือนครอบครัวที่พร้อมต้อนรับทุกคน โดยยังยึดถือความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม และนำเสนอการท่องเที่ยวที่ทั้งเป็นส่วนตัวและปลอดภัย 2) ปลดล็อกมาตรการการเดินทางเข้าประเทศ: นักท่องเที่ยวไม่จำเป็นต้องสวมหน้ากากอนามัยเมื่ออยู่บริเวณนอกอาคาร (Outdoor) ไม่ต้องขอวีซ่า และไม่ต้องตรวจ RC-PCR ทั้งหมดนี้ก็เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้รับความสะดวกสบายที่สุดในการเดินทาง 3) มอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดสำหรับนักท่องเที่ยว: ปีนังได้จัดเตรียมแหล่งท่องเที่ยวซึ่งอุดมไปด้วยความหลากหลายด้านวัฒนธรรมที่ต่างกันไปตามความต้องการของแต่ละกลุ่มนักท่องเที่ยวเพื่อสร้างความรู้สึกประทับใจและประสบการณ์ที่ยากจะลืมเลือน และ 4) สานสัมพันธ์กับผู้ประกอบการและพันธมิตร: ปีนังได้สร้างความสัมพันธ์และความร่วมมือกับสมาคม สายการบิน ตัวแทนท่องเที่ยว และสื่อมวลชนในประเทศไทย รวมถึงได้ร่วมมือกับ “เคทีซี” ซึ่งถือเป็นพันธมิตรหลักอย่างเป็นทางการ เพื่อนำเสนอแพ็คเกจและโปรโมชันต่างๆ ให้กับสมาชิกบัตรอีกด้วย”  

นายอุย ชอค เยียน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการท่องเที่ยวปีนัง กล่าวว่า “แนวโน้มการท่องเที่ยวได้มีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม โดยนักท่องเที่ยวจะเน้นความเป็นส่วนตัว และพยายามค้นหาเป้าหมายในชีวิตเนื่องจากได้ตระหนักถึงคุณค่าของชีวิตระหว่างช่วงแพร่ระบาดของโควิดเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา การท่องเที่ยวปีนังจึงใช้หลักจากเทรนด์ดังกล่าว ส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวเข้าใจความต้องการของตัวเองมากขึ้นผ่านความท้าทายที่จะช่วยก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเองไปได้ กับแคมเปญ “เปิดโลกปีนังกับสิ่งมหัศจรรย์ทั้ง 7” ที่เต็มไปด้วยความท้าทาย สนุกสนานและน่าสนใจ  ซึ่งประกอบด้วย    1) “Escape Penang” สไลเดอร์น้ำกลางแจ้งที่ยาวที่สุดในโลก ได้รับการบันทึกโดย Guinness World Records โดยมีท่อน้ำสไลด์ที่ยาวถึง 1,111 เมตร 2) “Entopia by Penang Butterfly Farm” เขตรักษาพันธุ์ผีเสื้อและแมลงเขตร้อนแห่งแรกของโลก แหล่งรวมสายพันธุ์ผีเสื้อเขตร้อนที่บินอย่างเป็นอิสระมากกว่า 15,000 ตัว 3) “The Habitat Penang Hill” สะพานเชือกแขวนที่สูงที่สุดในโลก รองรับด้วยเทคโนโลยีสุดล้ำที่ทำให้สะพานความยาว 230 เมตรท่ามกลางป่าฝนอายุ 130 ล้านปีนี้มีความปลอดภัยขั้นสูงสุด 4) “Tech Dome Penang” สไลด์เดอร์แนวตั้งแบบลอยตัวแห่งแรกของโลก จากศูนย์การเรียนรู้วิทยาศาสตร์เรื่องแรงและการเคลื่อนไหว 5) “The Gravityz” กิจกรรมโหนสลิงที่สูงที่สุดในโลก จากชั้นที่ 65 ของตึก KOMTAR ซึ่งเป็นอีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวยอดฮิตของปีนัง 6) “The TOP’s Rainbow Skywalk” ทางเดินลอยฟ้าแบบโค้งแห่งแรกของโลก มีความสูงจากระดับน้ำทะเลถึง 816 ฟุต และ 7) “Penang Hill” เส้นทางรถรางผ่านอุโมงค์ที่ชันที่สุดในโลก เพื่อชื่นชมความงดงามทางธรรมชาติ”

นางสาวเจนจิต ลัดพลี ผู้อำนวยการ - การตลาดเพื่อการท่องเที่ยวและสันทนาการ “เคทีซี” หรือ บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “จากการที่ประเทศไทยเริ่มเปิดประเทศให้ประชาชนสามารถเดินทางท่องเที่ยวได้เป็นปกติตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา สัดส่วนการใช้จ่ายของสมาชิกผ่านบัตรเครดิตเคทีซีในหมวดการเดินทางท่องเที่ยวมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ เคทีซีได้เล็งเห็นถึงพฤติกรรมของนักเดินทางที่เปลี่ยนแปลงไป ได้แก่ ความสนใจที่จะใช้บริการกับบริษัทนำเที่ยวมากขึ้น พร้อมที่จะเสียค่าใช้จ่ายที่เพิ่มมากขึ้นเพื่อแลกกับความสะดวกสบาย รวมถึงความสนใจการท่องเที่ยวแบบวิถีชุมชนและการท่องเที่ยวแบบเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมซึ่งเป็นกระแสที่มาแรง ปีนังจึงถือเป็นจุดหมายที่มีความน่าสนใจและตอบโจทย์ตามความต้องการของนักท่องเที่ยว เพราะขั้นตอนการเดินทางสะดวกสบาย ไม่ต้องทำวีซ่าและมีไฟลท์บินตรงจากกรุงเทพฯ สู่ปีนัง อีกทั้งเมื่อปีนังได้เปิดตัวแคมเปญ “เปิดโลกปีนังกับสิ่งมหัศจรรย์ทั้ง 7” ก็จะยิ่งเสริมให้นักท่องเที่ยวสนใจเพราะจะได้รับประสบการณ์การท่องเที่ยวที่แปลกใหม่ไม่ซ้ำใคร”

“เคทีซีได้รับความไว้วางใจจากการท่องเที่ยวปีนังให้เป็นพันธมิตรหลักเพื่อช่วยสนับสนุนด้านการตลาดและการประชาสัมพันธ์ เคทีซีจึงได้ร่วมกับสายการบินไทยสมายล์มอบสิทธิพิเศษให้กับสมาชิกบัตรเครดิตเคทีซีเมื่อบินตรงสู่ปีนังกับสายการบินไทยสมายล์ ดังนี้ 1) ตั๋วเครื่องบินไป-กลับ กรุงเทพฯ-ปีนัง ในราคาเริ่มต้นเพียง 6,965 บาท โดยสามารถเดินได้ระหว่างวันที่ 1 สิงหาคม 2565 – 29 ตุลาคม 2565  2) เมื่อซื้อตั๋วเครื่องบินเป็นคู่รับส่วนลดเพิ่มทันที 1,000 บาท และ 3) สมาชิกสามารถนำคะแนน KTC FOREVER ทุกๆ 1,000 คะแนน แลกรับส่วนลด 130 บาท ในการจองตั๋วเครื่องบิน ที่พัก และบัตรเข้าชมแหล่งท่องเที่ยว ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2565 – 31 ตุลาคม 2565 โดยสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ KTC WORLD Travel Service (บริการตลอด 24 ชั่วโมง) โทรศัพท์ 02 123 5050 และไลน์ @KTCWORLD โดย KTC World Travel Service พร้อมจะอำนวยความสะดวกในการให้ข้อมูลด้านการท่องเที่ยว การจองตั๋วเครื่องบิน โรงแรม รถเช่า และบัตรเข้าชมสถานที่ต่างๆ ในปีนังอย่างครบวงจร”

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ KTC WORLD โทรศัพท์ 02 123 5050 ไลน์ @KTCWORLD  หรือเว็บไซต์: www.ktcworld.co.th


Tags : เคทีซี KTC บัตรกรุงไทย เคทีซีเปิดตัวแคมเปญเปิดโลกปีนัง เปิดโลกปีนังกับสิ่งมหัศจรรย์ทั้ง 7


Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

...

  ธนาคารออมสิน ร่วมส่งมอบความสุขในช่วงเทศกาลต้อนรับปีใหม่ 2569 จัดเตรียมของขวัญ เพื่อส่งความสุขให้ประชาชน ภายใต้โครงการ “วินัยดี มีเงิน” ให้แก่ลูกค้าธนาคารด้วยการมอบเงินของขวัญพิเศษรายละ 1,000 บาท ให้แก่ลูกหนี้ที่ใช้บริการสินเชื่อวงเงินกู้ไม่เกิน 200,000 บาท มีประวัติชำระหนี้ดีติดต่อกันไม่น้อยกว่า 3 ปี ไม่เคยปรับโครงสร้างหนี้/ไม่มีประวัติการตัดหนี้สูญ และมีสถานะหนี้ปกติ (ค้างชำระไม่เกิน 30 วัน) ทั้งนี้ ธนาคารจะโอนเงินเข้าบัญชีภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 เฉพาะผู้ที่มีบัญชีเงินฝากเผื่อเรียกที่เป็นชื่อตนเอง (ยกเว้นบัญชีเพื่อประโยชน์ของผู้เยาว์ และบัญชีร่วม) ที่กดรับสิทธิ์ผ่านแอปพลิเคชัน MyMo ภายในวันที่ 31 มกราคม 2569 และเงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด เพื่อมอบเป็นขวัญและกำลังใจแก่ลูกค้าที่มีวินัยในการผ่อนชำระหนี้ที่ดี นำไปใช้เป็นเงินทุนเสริมสภาพคล่องในการประกอบอาชีพ หรือใช้จ่ายในช่วงเทศกาลปีใหม่  

11 Jan 2026

...

นายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ส่งมอบของขวัญวันเด็ก ธ.ก.ส. เนื่องในโอกาสวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2569 ประกอบด้วย แก้วน้ำสกรีนลาย “ม้านิลมังกร” Limited Edition และกระปุกออมทรัพย์ตราสัญลักษณ์ธนาคาร โดยมอบให้แก่ผู้แทนโรงเรียน ชุมชน องค์กรภาครัฐ องค์กรเอกชน และมูลนิธิต่าง ๆ รวมกว่า 70 แห่งทั่วประเทศ เพื่อนำไปส่งมอบต่อให้กับเด็กและเยาวชนในพื้นที่ ทั้งนี้ ธ.ก.ส. มุ่งหวังร่วมสร้างความสุข รอยยิ้ม และส่งต่อกำลังใจให้แก่เด็กและเยาวชน อันเป็นทรัพยากรที่สำคัญของชาติ ให้เติบโตอย่างมีคุณภาพ พร้อมเป็นพลังขับเคลื่อนสังคมไทยในอนาคต   นอกจากนี้ ธ.ก.ส. ยังได้ดำเนินการเติมเยาวชนและคนรุ่นใหม่เข้าสู่ภาคการเกษตร เพื่อแก้ไขปัญหา Aging Society โดยให้กลุ่มคนเหล่านี้มองเห็นโอกาสในการสร้างรายได้เทียบเท่ากับการทำงานในเมือง ผ่านโครงการเกษตรธนากร โดยเติมความรู้ทักษะด้านการเกษตรสมัยใหม่ และความรู้ทางการเงินให้กับเยาวชนในโรงเรียน เพื่อปูทางไปสู่การเป็นผู้ประกอบการทางการเกษตรในอนาคต นำร่อง 27 โรงเรียนทั่วประเทศ จาก 9 ฝ่ายกิจการสาขาภาค และเตรียมขยายผลไปยังโรงเรียนอื่น ๆ ทั่วประเทศต่อไป เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2569 ณ โถง ชั้น 2 อาคารทาวเวอร์ ธ.ก.ส. สำนักงานใหญ่ กรุงเทพมหานคร    

11 Jan 2026

...

SME D Bank จัดชุดของขวัญปีใหม่ 2569 เพื่อเอสเอ็มอีไทย สร้างความสุข สนับสนุนธุรกิจเติบโตเข้มแข็งยั่งยืน ได้แก่  1. เติมทุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำพิเศษเพียง 3% ต่อปี คงที่ตลอด 3 ปีแรก วงเงินรวม 20,000 ล้านบาท แถมยื่นกู้ภายใน 31 มี.ค. 69 ลดค่าธรรมเนียมวิเคราะห์โครงการ 0.50%  2. เสริมทักษะ เพิ่มรายได้ด้วยตลาดออนไลน์ และ 3.ช่วยแก้หนี้ยั่งยืน คืนความสุข สร้างโอกาสพลิกฟื้นธุรกิจเดินหน้าได้ดีอีกครั้ง   นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank เปิดเผยว่า SME D Bank จัดชุด “มาตรการของขวัญปีใหม่” ประจำปี 2569 มอบให้แก่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี สร้างความเข้มแข็งทางธุรกิจครบวงจร พร้อมเดินหน้าสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน ได้แก่ 1.มีทุน สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ เพียง 3% ต่อปี คงที่ตลอด 3 ปีแรก ช่วยลดต้นทุนทางการเงิน เสริมสภาพคล่อง มีเงินทุนเพียงพอในการลงทุน ยกระดับ ปรับเปลี่ยน ขับเคลื่อนกิจการได้ต่อเนื่อง เปิดกว้างทั้งบุคคลธรรมดา นิติบุคคล ครอบคลุมทุกกลุ่มธุรกิจเอสเอ็มอี ไม่ว่าจะเป็นภาคการผลิต ภาคบริการ รวมถึงธุรกิจค้าส่งและค้าปลีก   ผ่าน 2 ผลิตภัณฑ์สินเชื่อ วงเงินรวม 20,000 ล้านบาท ดอกเบี้ยพิเศษเพียง 3%ต่อปี คงที่ตลอด 3 ปีแรก ผ่อนนานสูงสุดถึง 10 ปี ได้แก่ โครงการสินเชื่อ “ปลุกพลัง SME” วงเงิน 5,000 ล้านบาท  สำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีรายเล็ก วงเงินกู้ต่อรายสูงสุด 1 ล้านบาท  ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน และโครงการสินเชื่อ “Beyond ติดปีก SME” วงเงิน 15,000 ล้านบาท   เพื่อเพิ่มศักยภาพการดำเนินธุรกิจ  วงเงินกู้สูงสุด 30 ล้านบาท   ใช้ บสย.ค้ำประกันร่วมได้  โดยทั้ง 2 โครงการสินเชื่อดังกล่าว เปิดรับคำขอถึง 30 ธันวาคม 2569 นอกจากนั้น เพิ่มเติมความพิเศษ  หากยื่นคำขอสินเชื่อภายในวันที่ 31 มีนาคม 2569 รับสิทธิพิเศษลดค่าธรรมเนียมวิเคราะห์โครงการ (Front end Fee) 0.50% ของวงเงินที่ได้รับอนุมัติ 2.มีความรู้ มอบสิทธิ์เข้ารับการพัฒนายกระดับธุรกิจ ในแคมเปญ “Live ปัง ดังทันที!” เปิดโอกาสผู้ประกอบการเอสเอ็มอีทุกกลุ่ม สามารถแจ้งความประสงค์ผ่านแพลตฟอร์ม DX by SME D Bank (https://dx.smebank.co.th/) ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงมีนาคม 2569  รับฟรี 500 Point นำไปแลกสิทธิประโยชน์การสนับสนุนเติมความรู้เพิ่มศักยภาพการทำธุรกิจ  ไม่ว่าจะช่วยเพิ่มยอดขาย  ขยายช่องทางตลาดผ่านแพลตฟอร์มชอปปิ้งออนไลน์ชื่อดัง เช่น Shopee Lazada และ TikTok Shop เป็นต้น รวมถึง รับสิทธิ์ร่วมโครงการให้ผู้มีชื่อเสียงบนโลกออนไลน์ (Influencer)   และผู้เชี่ยวชาญ (KOL) รีวิวสินค้าหรือบริการ สร้างการรับรู้สู่กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย นอกจากนั้น รับสิทธิ์ร่วมกิจกรรมอบรมพัฒนาความรู้  โดยเฉพาะเน้นด้านทำตลาดออนไลน์ เช่น การผลิต Content และ Live Commerce เป็นต้น 3. มีความสุข แก้หนี้ได้ยั่งยืน ช่วยเหลือลูกค้าธนาคาร กลุ่มเปราะบาง ประคับประคองลดภาระทางการเงิน สร้างโอกาสเดินหน้าธุรกิจ เริ่มต้นใหม่ได้อีกครั้ง ด้วยมาตรการ “3 ลดปลดหนี้” ได้แก่ 1. ลดผ่อน ปรับวงเงินการผ่อนชำระ ตามความสามารถของกิจการ 2. ลดเงินต้น ปรับโครงสร้าง เพิ่มความยืดหยุ่น นําเงินค่างวดแบ่งตัดลดเงินต้น และ 3. ลดดอกเบี้ยค้างชำระผิดนัด เมื่อชำระตามเงื่อนไขของธนาคาร  ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ต้องการรับบริการต่าง ๆ  สามารถแจ้งความประสงค์ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ผ่านช่องทางต่าง ๆ ของธนาคาร เช่น  เว็บไซต์  www.smebank.co.th และ  LINE Official Account : @smedevelopmentbank  เป็นต้น หรือ  สาขา SME D Bank ทุกแห่งทั่วประเทศ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม Call Center 1357

04 Jan 2026

...

นางลภาวรรณ จันทร์กระจ่าง รองผู้อำนวยการธนาคารออมสิน รักษาการแทนผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งส่งผลให้เกิดความสูญเสียต่อกำลังพลผู้ปฏิบัติหน้าที่ปกป้องอธิปไตยของประเทศ ล่าสุด ธนาคารออมสิน ออกชุดมาตรการเฉพาะกิจ ประกาศยกหนี้ปิดบัญชีสินเชื่อเป็นกรณีพิเศษ แก่ทหาร ตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) และกำลังพลหน่วยอื่น ๆ ที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ในเหตุการณ์ดังกล่าว ตั้งแต่วันที่ 7 ธันวาคม 2568 เป็นต้นมา โดยการยกหนี้ยังครอบคลุมถึงบัญชีสินเชื่อของทายาท 3 ลำดับ ได้แก่ บิดามารดา คู่สมรส และบุตรโดยชอบด้วยกฎหมาย รวมถึงการมอบเงินช่วยเหลือแก่ครอบครัวกำลังพลที่เสียชีวิต ตลอดจนกำลังพลและพลเรือนที่บาดเจ็บจากการสู้รบ เพื่อเชิดชูเกียรติที่ได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละ และเป็นขวัญกำลังใจแก่ครอบครัวในช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้   ด้านความช่วยเหลือสำหรับผู้อพยพที่ต้องได้รับผลกระทบเพราะเข้าพื้นที่ทำมาหากินไม่ได้ เป็นเหตุให้ต้องขาดรายได้ในช่วงเวลานี้ ธนาคารได้ออก มาตรการพักหนี้โดยให้พักชำระเงินต้นและไม่คิดดอกเบี้ย สำหรับลูกหนี้สินเชื่อธนาคารออมสินทุกประเภท* ครอบคลุมสินเชื่อองค์กรชุมชน ที่มีภูมิลำเนา ที่อยู่อาศัย หรือสถานที่ประกอบอาชีพในพื้นที่ภัยพิบัติตามประกาศของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ให้เริ่มพักชำระหนี้งวดแรกหลังจากได้รับอนุมัติ เป็นระยะเวลา 3 งวด/เดือน และไม่ถือเป็นการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ ให้คงชั้นหนี้เดิมก่อนเข้าร่วมมาตรการ โดยธนาคารจะยกดอกเบี้ยให้ทั้งหมด ส่วนเงินต้นที่พักไว้ 3 งวด จะถูกรวมไปชำระในงวดสุดท้าย ทั้งนี้ เมื่อครบกำหนดระยะเวลาให้ลูกหนี้กลับมาชำระเงินงวดตามเงื่อนไขสัญญาเดิม ในกรณีสัญญาครบกำหนดแต่ไม่อาจชำระหนี้เงินต้นส่วนที่พักไว้ได้ ลูกหนี้สามารถติดต่อธนาคารเพื่อขอปรับโครงสร้างหนี้ได้ในภายหลัง โดยผู้ที่ได้รับผลกระทบตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด สามารถแจ้งความประสงค์เข้าร่วมมาตรการได้ที่ธนาคารออมสินทุกสาขา หรือที่ศูนย์พักพิงของจังหวัดซึ่งธนาคารได้จัดทีมงานเข้าไปอำนวยความสะดวกให้ด้วย และทางแอปพลิเคชัน MyMo ภายในวันที่ 31 มกราคม 2569     นอกจากนี้ ธนาคารยังคงสนับสนุนงบประมาณให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ปะทะ ตลอดแนวชายแดนไทย-กัมพูชา โดยการสนับสนุนภารกิจของศูนย์พักพิง ได้แก่ การมอบถุงยังชีพ “ออมสินห่วงใย” รวมถึงเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็น และน้ำดื่ม แก่ผู้อพยพ และกำลังพลในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ ศรีสะเกษ บุรีรัมย์ อุบลราชธานี สระแก้ว และจังหวัดตราด รวมมูลค่ากว่า 7.3 ล้านบาท ธนาคารออมสินขอแสดงความห่วงใยและส่งกำลังใจไปยังทหารและตำรวจตระเวนชายแดนที่ยังคงปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็งอยู่ในพื้นที่ ตลอดจนครอบครัวของทหารกล้าผู้เสียสละชีวิตปกป้องอธิปไตยของประเทศ และพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบ โดยมุ่งหวังว่าสถานการณ์จะคลี่คลายและกลับสู่สภาวะปกติในเร็ววัน *หมายเหตุ : มาตรการพักหนี้ไม่รวมสินเชื่อบางประเภท เช่น สินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่, สินเชื่อชีวิตสุขสันต์, สินเชื่อสำหรับผู้มีรายได้ประจำ โดยสินเชื่อ Soft loan สินเชื่อองค์กรชุมชน และสินเชื่อตามนโยบายรัฐ (PSA) และเงื่อนไขอื่น ๆ เป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด  

30 Dec 2025

Banner Banner Banner Banner

Banner
  เทียบจุดแข็งแกร่ง “วิริยะ-ทิพย-กรุงเทพ” ประกันภัย   เมื่อพูดถึงวงการประกันภัย-วินาศภัยเมืองไทย มี 3 บริษัทใหญ่ของวงการและของประเทศไทย ที่ถือว่าเป็น”ขาใหญ่”หรือขาประจำที่แต่ละปี บริษัททั้ง 3 บริษัท มีกลยุทธ์การตลาด และจุดแข็งที่แตกต่างกันของแต่ละบริษัท และบริษัททั้ง 3 บริษัทนี้กำลังจะแย่งชิงเบี้ยประกันภัยเพื่อเป็นอันดับ 1 ของประเทศไทย เมื่อเทียบสัดส่วนในเรื่องยอดขาย และในแง่ของผลกำไร            ในแง่ยอดขายต่อปี          เบอร์ 1 บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) ด้วยจุดแข็งการทำประกันภัยรถยนต์ ที่มีเบี้ยประกันภัยสูงขายง่าย แต่ละปีสร้างยอดขายได้มีเบี้ยประกันภัยรับตรงรวม 40,879 ล้านบาท          เบอร์ 2 บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) ด้วยจุดแข็งงานประกันภัย Non Motor ประเภทขนส่งสินค้า Marin รวมทั้งลูกค้าของผู้ถือหุ้นใหญ่อย่าง ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ทำให้มียอดขายรับประกันภัยตรงอยู่ที่ 31,736.1 ล้านบาทแซงหน้าบริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ไปเรียบร้อย          เบอร์ 3 บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ด้วยจุดแข็งการเป็นบริษัท ที่มีกระทรวงการคลังถือหุ้นใหญ่ สามารถขยายตลาดผ่านพันธมิตรหรือผู้ถือหุ้นได้ง่าย และทำตลาดประกันภัยโครงสร้างพื้นฐาน โครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ของรัฐจึงทำให้มีเบี้ยประกันภัยต่อปี มีเบี้ยประกันภัยรวม 22,439 ล้านบาท จะกลับไล่บี้เบอร์ 1และ 2 ได้ต่อไป         ในแง่ผลกำไรต่อปี         เบอร์ 1 คงต้องให้บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) เนื่องจากได้งานจากหน่วยงานภาครัฐ และมีพันธมิตรที่หลากหลาย ด้วยยอดขายที่สูง และมีการบริหารการลงทุนที่พร้อม เพราะมีธนาคารออมสิน, กบข. , ธนาคารกรุงไทย, ปตท., บางจาก  ทำให้มีผลกำไรมาเป็นอันดับ 1  ทำให้บริษัทสามารถทำกำไรจากการรับประกันได้ 2,631 ล้านบาท        เบอร์ 2  ต้องยกให้เป็นของบริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) ด้วยการรับประกันภัยที่มีความเสี่ยงภัยต่ำ รวมทั้งความเชี่ยวชาญในการบริหารเงินลงทุนโดยธนาคารกรุงเทพ ทำให้มีผลกำไรมาเป็นที่ 2 และมีเบี้ยประกันภัยเป็นอันดับที่ 2        เบอร์ 3 บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) มียอดขายเป็นอันดับ 1 มาอย่างต่อเนื่อง แต่ด้วยเน้นประกันภัยรถยนต์ยอดขายสูงก็มีความเสี่ยงสูง ผลกำไรน้อย จึงวางไว้เป็นเบอร์ 3 ในด้านผลกำไร                                                 นายเอกวรพงศ์ อำนวยทรัพย์ (เอก-วรา)                                               บรรณาธิการบริหาร สื่อ CEO THAILAND  
อ่านต่อ...
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner