Responsive image

Tuesday, 03 Feb 2026

หน้าแรก > INSURANCE / ประกันภัย - ประกันชีวิต


กรุงเทพประกันชีวิต แนะแนวทางสร้างสุขภาพดี พร้อมรับมือสังคมสูงวัยอย่างมีคุณภาพ

Fri 05/08/2565


กรุงเทพประกันชีวิต แนะแนวทางสร้างสุขภาพดี พร้อมรับมือสังคมสูงวัย หนึ่งในเทรนด์ด้านประชากรที่มาแรงที่สุดคือ การเข้าสู่ “สังคมผู้สูงอายุ” (Aged Society) ซึ่งประเทศไทยเองก็นับว่าได้เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ตั้งแต่ปี 2564 ที่ผ่านมา โดยมีประชากรที่เข้าสู่วัยสูงอายุมากกว่า 60 ปี เป็นจำนวนร้อยละ 20 ของประชากรทั้งหมดของประเทศ นับเป็นความท้าทายโดยเฉพาะกับครอบครัวในปัจจุบันที่มีขนาดเล็กลง ซึ่งต้องเตรียมความพร้อมในการดูแลตัวเองในวัยที่เพิ่มขึ้น ไปพร้อมกับการดูแลผู้สูงอายุในครอบครัวให้มีสุขภาวะทางกายและใจที่ดี การวางแผนการเงินเพื่อเตรียมพร้อมสู่สังคมผู้สูงอายุ จึงเป็นสิ่งสำคัญเพื่อรองรับค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่องทุกปี โดยโรคที่พบมากในคนไทย ได้แก่ กลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เช่น โรคมะเร็ง โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคเบาหวาน โรคระบบทางเดินหายใจและโรคอื่น ๆ ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่สะสมความเสี่ยงมาเป็นเวลานาน และยังมีโรคที่หลายคนมองข้ามเช่น โรคจากภาวะเสื่อมทางสมอง ซึ่งพบมากในช่วงอายุตั้งแต่ 60 ปีเป็นต้นไป และต้องใช้ทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาเป็นพิเศษ ได้แก่ โรคอัลไซเมอร์ และพาร์กินสัน ทั้งนี้ อัตราการเกิดโรคอัลไซเมอร์ ในประชากรที่อายุมากกว่า 65 ปี อยู่ที่ร้อยละ 10-15 และพบสูงขึ้นถึงร้อยละ 20-30 ในประชากรที่อายุมากกว่า 80 ปี โดยพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชายถึง 2 เท่า และสำหรับโรคพาร์กินสันมักเกิดขึ้นในผู้ชายมากกว่าผู้หญิงถึง 1.5 เท่า

นายแพทย์เพชร สมบูรณ์กุลวุฒิ ผู้บริหารศูนย์บริการการแพทย์ บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า “ภาวะสมองเสื่อมเป็นภาวะที่พบมากในผู้สูงอายุ ซึ่งเกิดจากการที่สมองสูญเสียหน้าที่ในการทำงานหลาย ๆ ด้าน โดยเกิดขึ้นอย่างช้า ๆ แบบค่อยเป็นค่อยไป ทำให้ผู้ป่วยมีปัญหาด้านความจำ การรู้คิด การตัดสินใจและส่งผลให้เกิดปัญหาด้านพฤติกรรมและอารมณ์ร่วมด้วย  และหากโรคดำเนินไปถึงขั้นรุนแรงจะส่งผลให้ผู้ป่วยสูญเสียความสามารถในการใช้ชีวิตประจำวัน และเกิดภาวะโรคแทรกซ้อนซึ่งเป็นอันตรายต่อชีวิต ครอบครัวที่มีผู้สูงอายุที่บ้าน สามารถช่วยดูแลเพื่อลดปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรค เช่น ชวนออกกำลังกายสม่ำเสมอ รักษาน้ำหนักตัวไม่ให้เกินมาตรฐาน รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันอิ่มตัว และโคเลสเตอรอลสูง ไม่สูบบุหรี่ และหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่ที่มีควันบุหรี่ ควรตรวจสุขภาพประจำปี และติดตามโรคประจำตัวที่เป็นอยู่เป็นระยะ ๆ รวมถึงการหมั่นบริหารสมอง เช่น อ่านหนังสือ ทำกิจกรรมร่วมกัน และดูแลสุขภาพจิตให้ดี หากมีสัญญาณอาการที่ชวนสงสัย เช่น ความจำแย่ลง สมาธิจดจ่อน้อยลง มีปัญหาเรื่องการใช้ภาษา หรือความผิดปกติทางด้านพฤติกรรมและอารมณ์ ควรพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยและสามารถดูแลรักษาได้อย่างทันท่วงที” เพื่อรองรับความต้องการด้านการดูแลสุขภาพของผู้สูงอายุ กรุงเทพประกันชีวิต ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ที่พร้อมดูแลให้คลายความกังวลใจ รองรับค่าใช้จ่ายในการรักษาในยามเจ็บป่วยจากโรคร้ายแรง ไม่ว่าจะเป็น โฮลไลฟ์เฟิสต์ ซีเนียร์ พลัส อายุที่รับประกันเริ่มตั้งแต่ 50-70 ปี ชำระเบี้ยประกันภัย 5 ปี คุ้มครองถึงอายุ 99 ปี ให้ความคุ้มครองชีวิตและโรคสำหรับผู้สูงอายุ อาทิ ภาวะถดถอยทางสมองระยะเริ่มต้น โรคอัลไซเมอร์ โรคพาร์กินสัน และยังให้ความคุ้มครองกรณีกระดูกแตกหัก ไฟไหม้ น้ำร้อนลวก รวมผลประโยชน์ความคุ้มครองสูงสุด 2.1 ล้านบาท และ สัญญาเพิ่มเติม บีแอลเอ ซูเปอร์แคร์ ที่ให้ความคุ้มครอง 6 กลุ่มโรคร้ายแรง รวม 47 โรค รับประกันภัยตั้งแต่อายุ 1-65 ปี คุ้มครองสูงสุดถึงอายุ 80 ปี โดยกลุ่มโรคที่คุ้มครองได้แก่ กลุ่มโรคมะเร็งและเนื้องอก กลุ่มโรคเกี่ยวกับหัวใจหลอดเลือดและผลสืบเนื่อง กลุ่มโรคเกี่ยวกับอวัยวะและระบบการทำงานที่สำคัญ กลุ่มภาวะติดเชื้อ หรือการบาดเจ็บร้ายแรง กลุ่มโรคร้ายแรงอื่นๆ และกลุ่มโรคร้ายแรงที่ได้เกิดขึ้นครั้งแรกก่อนที่ผู้เอาประกันภัยมีอายุครบ 17 ปีบริบูรณ์  โดยมีจุดเด่นเรื่องความคุ้มครองต่อเนื่อง เมื่อผู้เอาประกันเป็นโรคร้ายแรงและรับผลประโยชน์สูงสุด 100% ของจำนวนเงินเอาประกันภัยต่อ 1 กลุ่มโรคร้ายแรงแล้ว ยังคงได้รับความคุ้มครองสำหรับกลุ่มโรคร้ายแรงที่เหลืออยู่ รวมรับความคุ้มครองสูงสุดถึง 600% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย

ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ตัวแทนประกันชีวิตและที่ปรึกษาการเงินกรุงเทพประกันชีวิต โทร. 02 777 8888 หรือดูรายละเอียดผลิตภัณฑ์ได้ที่เว็บไซต์กรุงเทพประกันชีวิต www.bangkoklife.com


Tags : กรุงเทพประกันชีวิต BANGKOKLIFE นายแพทย์เพชร สมบูรณ์กุลวุฒิ


Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

...

นายพรชัย ฐีระเวช อธิบดีกรมสรรพสามิต ในฐานะประธานกรรมการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า คณะกรรมการธนาคารออมสิน มีมติแต่งตั้ง นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการธนาคารออมสิน คนที่ 18 ซึ่งได้ผ่านความเห็นชอบของธนาคารแห่งประเทศไทย และนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ลงนามหนังสือแต่งตั้งผู้อำนวยการธนาคารออมสินแล้วเมื่อวันที่ 26 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา โดยธนาคารได้จัดให้มีการลงนามสัญญาจ้างผู้บริหาร ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการธนาคารออมสินอย่างเป็นทางการ ระหว่าง นายพรชัย ฐีระเวช อธิบดีกรมสรรพสามิต ในฐานะประธานกรรมการธนาคารออมสิน และ นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ในวันที่ 28 มกราคม 2569 ณ อาคารออมสินพิพัฒน์ ธนาคารออมสิน สำนักงานใหญ่ มีกำหนดเริ่มปฏิบัติงานนับตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคม 2569 วาระการดำรงตำแหน่งคราวละ 4 ปี   ทั้งนี้ คณะกรรมการธนาคารพิจารณาเห็นว่า นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ เป็นผู้มีคุณสมบัติเหมาะสมในการนำองค์กรธนาคารออมสิน จากผลงานความสำเร็จที่ผ่านมากับประสบการณ์ในการดำรงตำแหน่งสำคัญ ๆ ของหลากหลายองค์กร ทั้งที่เป็นหน่วยงานภาครัฐและเอกชน อาทิ เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) รองกรรมการผู้จัดการธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) รวมถึงประสบการณ์ในการเป็นผู้นำองค์กรกำกับดูแล เช่น สถาบันคุ้มครองเงินฝาก ด้านประวัติการศึกษา จบการศึกษาสูงสุดระดับปริญญาโท สาขาวิชาการเงิน จาก Case Western Reserve University ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยนายทรงพลมีคุณสมบัติครบถ้วนและมีความพร้อมในการขับเคลื่อนธนาคารออมสินเป็น Smart Social Bank ร่วมกับคณะกรรมการ ผู้บริหาร และเพื่อนพนักงาน เพื่อเป้าหมายการเป็นธนาคารเพื่อสังคม เพื่อประชาชนทุกคนอย่างยั่งยืนต่อไป  

01 Feb 2026

...

  ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank โดย นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ และสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.)  โดย พ.ต.อ.สุรพงศ์ เปล่งขำ เลขาธิการ สคส. ร่วมพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) “การส่งเสริมความตระหนักรู้เกี่ยวกับกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล” (PDPA) โดยความร่วมมือครั้งนี้ ทั้งสองหน่วยงานจะร่วมกันส่งเสริมความรู้ เพื่อให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี  สามารถปฏิบัติตามกฎหมาย PDPA ได้อย่างถูกต้องเหมาะสม ตลอดจน ช่วยลดความเสี่ยงในการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล  ป้องกันการเกิดต้นทุนธุรกิจจากเหตุข้อมูลรั่วไหล ที่สำคัญ ช่วยสร้างความเชื่อมั่น ปลอดภัย และโอกาสการเติบโตของธุรกิจเอสเอ็มอีในระยะยาว   ความร่วมมือครั้งนี้ ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีจะได้รับการสนับสนุนเข้าถึงแพลตฟอร์ม GPPC (Government Platform for PDPA Compliance) ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มภาครัฐรองรับการปฏิบัติตามกฎหมาย PDPA  ช่วยให้การคุ้มครองข้อมูล PDPA เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ขณะเดียวกัน SME D Bank พร้อมให้บริการด้านการ "พัฒนาคู่เติมทุน" ด้วยกิจกรรมออฟไลน์ครบวงจร และยกระดับธุรกิจด้วยแพลตฟอร์ม “DX by SME D Bank” (dx.smebank.co.th)  สามารถ Upskill Reskill ได้ทุกที่ ทุกเวลา ตลอด 24 ชม. พร้อมเติมทุนสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยพิเศษ  เพียง 3%ต่อปี คงที่ 3 ปีแรก วงเงินกู้สูงสุด 30 ล้านบาท ช่วยเสริมสภาพคล่อง ลดภาระทางการเงิน  ยกระดับธุรกิจสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน     สำหรับพิธีลงนามดังกล่าว จัดขึ้นในงาน “วันคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล” (Data Privacy Day 2026)  ณ     ห้องแกรนด์ ไดมอนด์ บอลรูม อิมแพค เมืองทองธานี วันที่ 28 มกราคม 2569

29 Jan 2026

...

บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) ได้รับรางวัลองค์กรที่สนับสนุนงานด้านเด็กและเยาวชน เนื่องในงานวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2569 จากกรมกิจการเด็กและเยาวชน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยรางวัลดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงการให้ความสำคัญและการมีส่วนร่วมของบริษัทฯ ในการสนับสนุน ส่งเสริม และพัฒนาศักยภาพของเด็กและเยาวชน เพื่อนำไปสู่การเติบโตที่เข้มแข็งและยั่งยืน ตลอดจนร่วมเสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้เด็กและเยาวชนด้วยการสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมและสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข นับเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจที่ตอกย้ำถึงความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กรอย่างต่อเนื่อง

27 Jan 2026

...

บมจ.กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต นำโดยคุณณัฐพิสิษฐ์ ครุฑครองชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (คนซ้าย) และคุณสรัสวดี คุปตพงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายทรัพยากรบุคคล (คนขวา) รับรางวัลแห่งความสำเร็จ Top Employer Awards Thailand 2026 จาก Top Employer Institute ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 และเป็นบริษัทแรกในกลุ่มแอกซ่าในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ที่ได้รับรางวัลดังกล่าว ทั้งนี้รางวัลอันทรงเกียรตินี้สะท้อนถึงความโดดเด่นขององค์กรที่ไม่เพียงมีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน แต่ยังสามารถถ่ายทอดวิสัยทัศน์ให้เป็นแผนงานที่จับต้องได้จริง พร้อมสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่เท่าเทียม และยังเปิดโอกาสให้ทุกคนได้แสดงความคิดเห็น เรียนรู้และเติบโตร่วมกันกับองค์กร โดยคณะกรรมการได้พิจารณาจากแนวทางด้านทรัพยากรบุคคลที่มุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพของพนักงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างผู้นำคุณภาพในอนาคต ควบคู่ไปกับระบบการบริหารผลการปฏิบัติงานที่มีประสิทธิภาพ และการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่ รวมไปถึง AI มาใช้เพื่อเพิ่มศักยภาพในการทำงาน พร้อมทั้งการดูแลสุขภาวะและคุณภาพชีวิตของพนักงานอย่างรอบด้าน สิ่งที่สร้างความแตกต่างให้ กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต คือการหล่อหลอมวัฒนธรรม “Care & Dare” ที่ผสมผสานการดูแลพนักงานและการผลักดันให้ทุกคนกล้าสร้างความแตกต่าง กล้าเปลี่ยนแปลงอย่างสร้างสรรค์ รวมถึงเปิดพื้นที่ให้พนักงานมีส่วนร่วมในทุกระดับ พร้อมทั้งมอบโอกาสในการเติบโตไปด้วยกันกับองค์กรอย่างมั่นคงและยั่งยืน สำหรับท่านที่สนใจร่วมงานกับ บมจ. กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต สามารถติดต่อได้ที่ 02-056-3513 -15 หรือ www.krungthai-axa.co.th/career

19 Jan 2026

Banner Banner Banner Banner

Banner
  เทียบจุดแข็งแกร่ง “วิริยะ-ทิพย-กรุงเทพ” ประกันภัย   เมื่อพูดถึงวงการประกันภัย-วินาศภัยเมืองไทย มี 3 บริษัทใหญ่ของวงการและของประเทศไทย ที่ถือว่าเป็น”ขาใหญ่”หรือขาประจำที่แต่ละปี บริษัททั้ง 3 บริษัท มีกลยุทธ์การตลาด และจุดแข็งที่แตกต่างกันของแต่ละบริษัท และบริษัททั้ง 3 บริษัทนี้กำลังจะแย่งชิงเบี้ยประกันภัยเพื่อเป็นอันดับ 1 ของประเทศไทย เมื่อเทียบสัดส่วนในเรื่องยอดขาย และในแง่ของผลกำไร            ในแง่ยอดขายต่อปี          เบอร์ 1 บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) ด้วยจุดแข็งการทำประกันภัยรถยนต์ ที่มีเบี้ยประกันภัยสูงขายง่าย แต่ละปีสร้างยอดขายได้มีเบี้ยประกันภัยรับตรงรวม 40,879 ล้านบาท          เบอร์ 2 บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) ด้วยจุดแข็งงานประกันภัย Non Motor ประเภทขนส่งสินค้า Marin รวมทั้งลูกค้าของผู้ถือหุ้นใหญ่อย่าง ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ทำให้มียอดขายรับประกันภัยตรงอยู่ที่ 31,736.1 ล้านบาทแซงหน้าบริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ไปเรียบร้อย          เบอร์ 3 บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ด้วยจุดแข็งการเป็นบริษัท ที่มีกระทรวงการคลังถือหุ้นใหญ่ สามารถขยายตลาดผ่านพันธมิตรหรือผู้ถือหุ้นได้ง่าย และทำตลาดประกันภัยโครงสร้างพื้นฐาน โครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ของรัฐจึงทำให้มีเบี้ยประกันภัยต่อปี มีเบี้ยประกันภัยรวม 22,439 ล้านบาท จะกลับไล่บี้เบอร์ 1และ 2 ได้ต่อไป         ในแง่ผลกำไรต่อปี         เบอร์ 1 คงต้องให้บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) เนื่องจากได้งานจากหน่วยงานภาครัฐ และมีพันธมิตรที่หลากหลาย ด้วยยอดขายที่สูง และมีการบริหารการลงทุนที่พร้อม เพราะมีธนาคารออมสิน, กบข. , ธนาคารกรุงไทย, ปตท., บางจาก  ทำให้มีผลกำไรมาเป็นอันดับ 1  ทำให้บริษัทสามารถทำกำไรจากการรับประกันได้ 2,631 ล้านบาท        เบอร์ 2  ต้องยกให้เป็นของบริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) ด้วยการรับประกันภัยที่มีความเสี่ยงภัยต่ำ รวมทั้งความเชี่ยวชาญในการบริหารเงินลงทุนโดยธนาคารกรุงเทพ ทำให้มีผลกำไรมาเป็นที่ 2 และมีเบี้ยประกันภัยเป็นอันดับที่ 2        เบอร์ 3 บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) มียอดขายเป็นอันดับ 1 มาอย่างต่อเนื่อง แต่ด้วยเน้นประกันภัยรถยนต์ยอดขายสูงก็มีความเสี่ยงสูง ผลกำไรน้อย จึงวางไว้เป็นเบอร์ 3 ในด้านผลกำไร                                                 นายเอกวรพงศ์ อำนวยทรัพย์ (เอก-วรา)                                               บรรณาธิการบริหาร สื่อ CEO THAILAND  
อ่านต่อ...
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner