Responsive image

Monday, 22 Jun 2026

Banner

หน้าแรก > INSURANCE / ประกันภัย - ประกันชีวิต


TQM อัพเลเวลสู่ “TQMalpha” เดินเกมรุก 3 ธุรกิจแบบครบวงจร ประกัน-การเงิน-เทคโนโลยีแพลตฟอร์ม ประเดิมธุรกิจใหม่ easy lending เตรียมรุกลงทุนใน Builk สร้างการเติบโตที่ยั่งยืน

Sun 07/08/2565


“TQM” ยกระดับสู่ “TQMalpha” ที่เป็น “มากกว่า” ธุรกิจประกัน รุก 3 กลุ่มธุรกิจ ประกัน การเงิน และเทคโนโลยีแพลตฟอร์ม มุ่งพัฒนาแบบครบวงจร เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้ายุคใหม่ ผนึกกำลังปลดล็อกทุกข้อจำกัด วางเป้าหมายขยายฐานลูกค้าเพิ่มจาก 4 ล้านรายเป็น 10 ล้านราย ภายใน 5 ปี เดินหน้าสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมลดความเสี่ยงจากความผันผวนทางเศรษฐกิจและการเปลี่ยนแปลงรอบด้านที่เป็นไปอย่างรวดเร็ว

ดร.อัญชลิน พรรณนิภา  ประธาน บริษัท ทีคิวเอ็ม คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TQM เปิดเผยว่า ในช่วงที่ผ่านมา ธุรกิจประกันของกลุ่มบริษัท TQM มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ก้าวเป็นผู้นำในตลาดนายหน้าประกันที่ปัจจุบันมีฐานลูกค้ากว่า 4 ล้านราย และมีอัตราการเติบโตที่สูงกว่าอุตสาหกรรมในภาพรวมทุกปี และจากความไม่แน่นอนของสถานการณ์เศรษฐกิจ และการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วในหลายด้าน ทำให้ธุรกิจและชีวิตผู้คนมีความเสี่ยงมากขึ้น แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นโอกาสของธุรกิจที่จะปรับตัวเพื่อตอบสนองความต้องการใหม่ๆ ในการลดความเสี่ยงลงในทุกด้าน

ดังนั้น TQM จึงจะไม่จำกัดตัวเองอยู่ที่ธุรกิจประกันเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป หากแต่จะนำศักยภาพทางด้านฐานลูกค้า โครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีที่เตรียมไว้ และความแข็งแกร่งทางด้านการเงิน  มุ่งดำเนินธุรกิจเชิงรุกขยายสู่ธุรกิจการเงิน เพื่อเป็นเครื่องมือเพิ่มเติมในการลดความเสี่ยงให้กับลูกค้าในอนาคต และธุรกิจเทคโนโลยีแพลตฟอร์ม ภายใต้ชื่อ TQMalpha” บริษัทเพื่อการลงทุนที่ประกอบไปด้วย 3 กลุ่มธุรกิจ ได้แก่ 1.ธุรกิจประกัน 2.ธุรกิจการเงิน 3.ธุรกิจเทคโนโลยีแพลตฟอร์ม

“TQMalpha จะเข้ามาแทนที่ TQM Corporation เพื่อแสดงเจตนารมณ์ที่จะเป็น “มากกว่า” ธุรกิจประกัน กลายเป็นกลุ่มธุรกิจประกัน การเงิน และเทคโนโลยีแพลตฟอร์ม เพื่อนำความสะดวก ผลิตภัณฑ์ประกันภัย ประกันชีวิต การเงิน และบริการแพลตฟอร์มที่หลากหลาย ความสามารถของบุคลากรที่มี และฐานลูกค้าหลายล้านคนที่แข็งแกร่งมาผสมผสานเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าในโลกใหม่ เป็นผู้นำในการ “ลดความเสี่ยง” ทางการเงินและชีวิตให้กับลูกค้า ขยายตัวให้ทันเทรนด์หลักที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าให้ได้” ดร.อัญชลิน กล่าว

 

ดร.นภัสนันท์  พรรณนิภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีคิวเอ็ม คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงการดำเนินธุรกิจภายใต้บริษัทโฮลดิ้ง “TQMalpha” ว่า กลุ่มธุรกิจประกัน จะยังขยายงานอย่างแข็งแกร่งและครบวงจร โดยล่าสุดได้ขยายเข้าลงทุนในบริษัท TQR โบรกเกอร์รับประกันภัยต่อ True life โบรกเกอร์ประกันชีวิตแบบกลุ่ม True Extra โบรกเกอร์ประกันภัยแบบกลุ่ม และ TQD ผู้พัฒนาระบบแพลตฟอร์มสนับสนุนงานประกันครบวงจร ส่วนกลุ่มธุรกิจการเงิน ได้ตั้งบริษัท EASY Lending เพื่อประกอบธุรกิจให้บริการสินเชื่อส่วนบุคคล หลังจากเริ่มดำเนินงานก็มีผลประกอบการที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง สุดท้ายกลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีแพลตฟอร์ม จะได้มีการลงนามในสัญญาเพื่อเตรียมเข้าลงทุน 40% ในบริษัท บิลค์ วัน กรุ๊ป จำกัด (Builk One Group) ทั้งนี้จะเป็นไปตามขั้นตอนกฎระเบียบของหน่วยงานที่กำกับต่อไป ซึ่งคาดว่าจะเสร็จภายใน 2 เดือน

 

โดย Builk One Group ดำเนินธุรกิจให้บริการและพัฒนาซอฟต์แวร์บริหารธุรกิจสำเร็จรูป รวมถึงบริการอีคอมเมิร์ซสําหรับอุตสาหกรรมก่อสร้างและพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ (Construction) และอุตสาหกรรมอื่น (Non-construction) และเป็นหนึ่งในผู้นำการพัฒนาบริการซอฟต์แวร์บริหารธุรกิจ ซึ่งครอบคลุมระบบบริหารทรัพยากรองค์กร (ERP) ระบบบริหารความสัมพันธ์ลูกค้า (CRM) และบริการซอฟต์แวร์กลุ่ม Construction Technology เพื่อบริหารต้นทุน ระยะเวลา และคุณภาพสำหรับโครงการก่อสร้างและพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ (Construction) และโครงการในกลุ่มอุตสาหกรรมอื่น (Non-construction) รวมทั้งการทำ Digital Transformation เชื่อมโยงผู้ที่เกี่ยวข้องในห่วงโซ่อุตสาหกรรม การลงทุนครั้งนี้เพื่อต่อยอดธุรกิจทางด้านประกันและการเงินบนแพลตฟอร์มของ Builk One Group รวมถึงการพัฒนานวัตกรรมทางด้านเทคโนโลยีของบริษัทฯ โดยใช้ความเชี่ยวชาญของ Builk One Group

นอกจากนี้ ยังได้ประกาศเปิดตัว  Surekub ผู้ให้บริการด้าน Digital platform ที่มุ่งทำการตลาดในกลุ่มผู้บริโภค GEN Z ให้บริการด้านผลิตภัณฑ์ประกันภัยในรูปแบบดิจิทัลที่หลากหลาย ให้ลูกค้าได้เลือกใช้บริการได้ตามไลฟ์สไตล์ของตนเอง

         

“TQMalpha จะใช้นโยบายเชิงรุกในการขยายธุรกิจและประสานการให้บริการเป็นหนึ่งเดียว เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคให้รวดเร็วและตรงความต้องการให้มากที่สุด ขณะที่กลยุทธ์การบริหารธุรกิจจะเป็นการเติบโตแบบยั่งยืนในระยะยาว โดยเน้นการป้องกันความเสี่ยง พร้อมใช้จุดแข็งที่เป็นผู้นำในตลาดนายหน้าประกัน ที่มีฐานลูกค้ากว่า 4 ล้านคน เพื่อขยายไปยังธุรกิจการเงิน และธุรกิจเทคโนโลยีแพลตฟอร์ม ซึ่งจะเป็นธุรกิจที่ช่วยเสริมให้สามารถขยายฐานลูกค้าได้มากขึ้นอีก ประกอบกับ TQMalpha มีพันธมิตรที่เข้าไปร่วมธุรกิจด้วย โดยจะเน้นพันธมิตรที่สามารถเติบโตไปด้วยกัน” 

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร TQM กล่าวต่อว่า แผนงาน 5 ปี (ปี 2022-2026) ของ TQMalpha  คือ การสร้างมูลค่าของบริษัทจากธุรกิจใหม่ให้มีขนาดทัดเทียมกับธุรกิจประกันเดิมที่ยังเติบโตอย่างแข็งแกร่ง และสร้างฐานลูกค้าในระบบให้ได้ถึง 10 ล้านราย ผ่าน 3 ธุรกิจข้างต้น รวมถึงขยายฐานสู่ต่างประเทศในภูมิภาคอาเซียน โดยวางเป้าหมายสร้างสัดส่วนรายได้จากธุรกิจประกันที่เป็นธุรกิจหลักอยู่ที่ 50% ของรายได้รวม ขณะที่ธุรกิจการเงินและธุรกิจเทคโนโลยีแพลตฟอร์มจะสร้างรายได้รวมกันในสัดส่วน 50% ของรายได้รวม ซึ่งเชื่อว่าโอกาสการเติบโตของทั้ง 3 ธุรกิจยังมีอยู่สูงมาก แม้แต่ธุรกิจประกันก็ยังเติบโตได้ เป็นปัจจัยสนับสนุนให้ TQMalpha เติบโตต่อเนื่อง จากเมื่อปี 2021 ที่ผ่านมา มีรายได้รวมสูงถึง 3,427 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 892 ล้านบาท 

“เรายังคงมุ่งมั่นพัฒนาธุรกิจแบบครบวงจร ตอบโจทย์ของกลุ่มนักลงทุนและผู้ใช้บริการ TQM ที่ไม่จำกัดตัวเองอยู่ที่ธุรกิจประกันเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป หากแต่จะนำศักยภาพทางด้านฐานลูกค้า โครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีที่เตรียมไว้ และความแข็งแกร่งทางด้านการเงิน มุ่งทำธุรกิจเชิงรุกเข้าสู่ธุรกิจการเงิน เพื่อเป็นเครื่องมือเพิ่มเติมในการลดความเสี่ยงให้กับลูกค้าในอนาคต และธุรกิจเทคโนโลยีแพลตฟอร์มเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าในโลกยุคใหม่ ซึ่งธุรกิจประกันดั้งเดิมไม่อาจตอบสนองได้ครบถ้วน โดยกลุ่มธุรกิจภายใต้โครงสร้างใหม่ของ TQMalpha จะเกิดการทำงานที่ synergy กัน นับเป็นการช่วยปลดล็อกศักยภาพให้เกิดการเติบโตเป็นอย่างมาก” ดร.นภัสนันท์ กล่าวสรุป


Tags : ทีคิวเอ็ม TQM ดร.นภัสนันท์ พรรณนิภา ทีคิวเอ็ม อินชัวร์รันส์ โบรคเกอร์ ดร.อัญชลิน พรรณนิภา ทีคิวเอ็ม คอร์ปอเรชั่น TQMalpha


Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

...

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เผยความสำเร็จของผลิตภัณฑ์เงินฝากรูปแบบใหม่ที่มาแรงต่อเนื่อง หลังจากได้เปิดตัวเป็นแบงก์แรกที่นำเสนอเงินฝากเพื่อเด็ก “ออมสิน ออมรัก” โดยในระยะเวลาเพียง 1 เดือนมียอดเปิดบัญชีทะลุเป้าหมายกว่า 15,000 ราย สะท้อนความตื่นตัวของพ่อแม่ที่ต้องการเริ่มต้นสร้างวินัยการออมให้บุตรตั้งแต่ก้าวแรกของชีวิต ควบคู่กับสิทธิประโยชน์ด้านความคุ้มครอง ที่ออกแบบมาเพื่อความมั่นคงของสมาชิกครอบครัว ด้วยข้อเสนอผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และได้รับกระแสตอบรับที่ดีมากนี้เอง ธนาคารจึงประกาศขยายสิทธิประโยชน์ของเงินฝาก “ออมสิน ออมรัก” ถึง 3 ต่อ เพื่อยกระดับปริมาณการออมและตอบสนองความต้องการของลูกค้า โดยต่อที่ 1) เพิ่มสิทธิ์ให้ผู้เป็นญาติของผู้เยาว์สามารถเปิดบัญชีเงินฝากได้ด้วย ไม่จำกัดเฉพาะผู้เป็นพ่อและแม่โดยกำเนิด ต่อที่ 2) เพิ่มวงเงินความคุ้มครองประกันอุบัติเหตุกลุ่มสูงสุดเป็น 400,000 บาทต่อบัญชี และต่อที่ 3) เพิ่มอัตราดอกเบี้ยเงินฝากเป็น 0.35% ต่อปี ทั้งนี้ สิทธิประโยชน์ที่ปรับเพิ่มทั้งวงเงินที่คุ้มครองและอัตราดอกเบี้ยจะครอบคลุมกับลูกค้าเดิม ที่เปิดบัญชีตั้งแต่ช่วงเปิดตัวครั้งแรก โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 12 มิถุนายน 2569 และลูกค้าใหม่ที่เปิดบัญชีตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป นอกจากนี้ เงินฝากของลูกค้าธนาคารออมสินทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยยังมีความมั่นคงโดยได้รับการประกันเต็มจำนวนจากรัฐบาลตามกฎหมายอีกด้วย เงินฝาก “ออมสิน ออมรัก” ปรับหลักเกณฑ์และเงื่อนไขใหม่ สำหรับพ่อแม่ผู้ให้กำเนิดหรือพ่อแม่ตามกฎหมาย รวมถึงบุคคลที่มีความสัมพันธ์เป็นญาติของผู้เยาว์ สามารถเปิดบัญชีเงินฝากเพื่อผู้เยาว์ที่มีอายุตั้งแต่แรกเกิด จนถึงไม่เกิน 10 ปีบริบูรณ์ เป็นการส่งเสริมให้ประชาชนตัดสินใจออมตั้งแต่ก้าวแรกของชีวิต ด้วยสิทธิประโยชน์จูงใจด้านความคุ้มครองอุบัติเหตุกลุ่มตามเงื่อนไขของบริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) เป็นระยะเวลา 12 เดือนนับจากวันที่เปิดบัญชี สูงสุดไม่เกิน 400,000 บาท/บัญชี (หรือคิดเป็นวงเงิน 4 เท่าของยอดเงินฝากคงเหลือในบัญชี ณ วันก่อนประสบอุบัติเหตุ 1 วัน) ขณะที่ผู้เยาว์จะได้รับความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลจากอุบัติเหตุ เมื่อบัญชีมียอดเงินฝากคงเหลือตามเงื่อนไขที่กำหนด วงเงินคุ้มครองสูงสุดครั้งละไม่เกิน 1,000 บาท/บัญชี/อุบัติเหตุแต่ละครั้ง โดยไม่จำกัดจำนวนครั้ง โดยเริ่มต้นฝากเงินได้ตั้งแต่ 1 บาท ไม่จำกัดวงเงินรับฝาก พร้อมรับอัตราดอกเบี้ย 0.35% ต่อปี โดยไม่ต้องเสียภาษี สำหรับรายละเอียดอื่น ๆ เป็นไปตามเงื่อนไขของบริษัทประกันฯ ผู้สนใจฝากเงินกับ “ออมสิน ออมรัก” โปรดศึกษาหลักเกณฑ์ผลิตภัณฑ์ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ GSB Contact Center โทร. 1115 และที่เว็บไซต์ www.gsb.or.th ด้วยบทบาทสถาบันการเงินที่เป็นผู้นำด้านการออม ธนาคารออมสินจะสานต่อพระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 เดินหน้าสร้างสรรค์นวัตกรรมการออมและการส่งเสริมความรู้ทางการเงินสำหรับคนไทยทุกช่วงวัย โดยธนาคารสนับสนุนให้ทุกสถาบันการเงินดำเนินการเพื่อจุดมุ่งหมายเดียวกัน เพื่อประโยชน์เกิดแก่คนไทยให้ได้มีวินัยการเงินที่ดีในทุกช่วงชีวิต ตั้งแต่แรกเกิดจนถึงบั้นปลายชีวิต  

21 Jun 2026

...

คณะกรรมการ ธ.ก.ส. โดย ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานกรรมการ ธ.ก.ส. เห็นชอบเดินหน้าโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่ง วงเงินโครงการ 30,000 ล้านบาท ระยะเวลาโครงการ 3 ปี เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรเข้าถึงแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำสำหรับใช้เป็นค่าใช้จ่ายหมุนเวียนและลงทุนในการประกอบอาชีพ โดยกำหนดวงเงินกู้รายละไม่เกิน 100,000 บาท อัตราดอกเบี้ย ร้อยละ 6 ต่อปี และรัฐบาลสนับสนุนชดเชยดอกเบี้ยให้เกษตรกร ร้อยละ 3 ต่อปี ทำให้เกษตรกรรับภาระดอกเบี้ย เพียงร้อยละ 3 ต่อปี ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด   นายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า คณะกรรมการ ธ.ก.ส. ได้มีมติในการประชุมคณะกรรมการ ธ.ก.ส. เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2569 เห็นชอบให้ ธ.ก.ส. ดำเนินโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่ง ตามมติ ครม. ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาล เพื่อยกระดับศักยภาพภาคการเกษตรในการเปลี่ยนผ่านจากเกษตรดั้งเดิมไปสู่ “เกษตรแม่นยำ เกษตรมั่นคง เกษตรยั่งยืน” ควบคู่กับการลดต้นทุนการผลิต สร้างมูลค่าเพิ่มตลอดห่วงโซ่อุปทาน และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของเกษตรกรไทย ผ่านการสนับสนุนแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำให้เกษตรกรในการจัดซื้อปัจจัยการผลิตอย่างมีประสิทธิภาพ และการพัฒนาทักษะการประกอบอาชีพทางการเกษตรอย่างยั่งยืน สำหรับเกษตรกรที่ประสงค์เข้าร่วมโครงการ ต้องมีคุณสมบัติและปฏิบัติตามเงื่อนไข ดังนี้ เป็นเกษตรกรลูกค้า ธ.ก.ส. และขึ้นทะเบียนเกษตรกรกับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง พืชที่เข้าร่วมโครงการ 7 ชนิด ได้แก่ ข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปาล์มน้ำมัน มันสำปะหลัง ยางพารา อ้อย และผลไม้ เกษตรกรต้องผ่านการอบรม หรือเรียนรู้ การพัฒนาทักษะและบริหารจัดการต้นทุน (Reskill/Upskill) โดย ธ.ก.ส. หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และ/หรือหน่วยงานร่วมดำเนินการอื่น ๆ เช่น การใช้ปุ๋ยอย่างมีประสิทธิภาพตามค่าการวิเคราะห์ดิน เป็นต้น ต้องใช้เงินกู้ เพื่อจัดซื้อปุ๋ยผ่านสถาบันเกษตรกร กลุ่มเกษตรกร หรือวิสาหกิจชุมชนที่เข้าร่วมโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่งฯ หรือแหล่งอื่นตามที่ ธ.ก.ส. กำหนด เกษตรกรต้องใช้พันธุ์หรือเมล็ดพันธุ์ที่ได้รับการรับรอง มีมาตรฐานตามคำแนะนำของหน่วยงานราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หรือตามที่ ธ.ก.ส. กำหนด และจำหน่ายให้แก่เกษตรกรในราคาที่เหมาะสม ซึ่งกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ จะควบคุมราคาให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด สามารถชำระหนี้เงินกู้ได้ตามระยะเวลาที่ ธ.ก.ส. กำหนด โดยเกษตรกรผู้กู้รับชำระค่าผลผลิตผ่านบัญชีเงินฝากของ ธ.ก.ส. และยินยอมให้ ธ.ก.ส. หักชำระหนี้จากบัญชีเงินฝาก วงเงินกู้รายละไม่เกิน 100,000 บาท อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 6 ต่อปี โดยรัฐบาลสนับสนุนชดเชยดอกเบี้ย ให้ร้อยละ 3 ต่อปี เมื่อผู้กู้ปฏิบัติตามเงื่อนไขของโครงการ กำหนดชำระคืนเงินกู้ไม่เกิน 12 เดือน (ระยะเวลาชำระคืนไม่เกิน 30 เมษายน 2572) ระยะเวลาโครงการ 3 ปี นับตั้งแต่วันที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบและคณะกรรมการ ธ.ก.ส. เห็นชอบ ถึงวันที่ 30 เมษายน 2572 ผู้สนใจสามารถแจ้งความประสงค์เข้าร่วมโครงการหรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ธ.ก.ส. ทุกสาขา ทั่วประเทศ Call Center 02 555 0555 www.baac.or.th แอปพลิเคชัน BAAC Mobile และ Line Official Account BAAC Family  

18 Jun 2026

...

ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดตัวเงินฝากหาบทอง สำหรับลูกค้าเงินฝากล้อมเพชรที่กำลังจะครบกำหนด ให้ดอกเบี้ยแบบขั้นบันได เฉลี่ยทั้งโครงการ ร้อยละ 1.031 ต่อปี โดยแบ่งอัตราดอกเบี้ยเป็น 2 ช่วง ประกอบด้วย ช่วงที่ 1 ตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน 2569 – 15 มีนาคม 2570 อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 0.95 ต่อปี (ระยะเวลา 9 เดือน ) และช่วงที่ 2 ตั้งแต่วันที่ 16 มีนาคม 2570 – 15 เมษายน 2570 อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 1.75 ต่อปี (ระยะเวลา 2 เดือน คิดดอกเบี้ยเฉลี่ยทั้งโครงการร้อยละ 1.031 ต่อปี จ่ายดอกเบี้ยเป็นรายเดือน (ทุกวันที่ 15 ของทุกเดือน) จ่ายดอกเบี้ยงวดแรกวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 สำหรับบุคคลธรรมดาไม่เสียภาษีดอกเบี้ยเงินฝาก ลูกค้าเงินฝากล้อมเพชรที่ครบกำหนด และประสงค์จะฝากเงินต่อเนื่องในเงินฝากหาบทอง จะเป็นการฝากเงินทั้งจำนวนต่อแบบอัตโนมัติ โดยลูกค้าไม่ต้องเสียเวลามาดำเนินการที่สาขา ทั้งนี้ หากลูกค้าประสงค์ฝากเงินบางส่วนหรือไม่ประสงค์ฝากเงินต่อในโครงการเงินฝากหาบทอง สามารถติดต่อแจ้งความประสงค์ได้ที่ ธ.ก.ส. ทุกสาขาทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 15 – 30 มิถุนายน 2569 โดยธนาคารยกเว้นค่าธรรมเนียมในการถอนเงิน ร้อยละ 1 ของต้นเงินที่ถอน ขั้นต่ำ 500 บาท (ดำเนินการได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น) สอบถามรายละเอียด เพิ่มเติมได้ที่ ธ.ก.ส. ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือ Call Center 02 555 0555  

18 Jun 2026

...

วันนี้ (15 มิถุนายน 2569) ณ ธนาคารออมสินสำนักงานใหญ่ นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน แถลงข่าวความร่วมมือครั้งสำคัญระหว่าง ธนาคารออมสิน กับ 10 บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ชั้นนำของประเทศ เปิดตัว "ออมสิน The Selected" มิติใหม่แห่งการลงทุนภายใต้ Thematic Investment ที่คัดสรรกองทุนคุณภาพตามธีมการลงทุนตามกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลกอนาคต เพื่อยกระดับบริการทางการเงินให้คนไทยและเพิ่มโอกาสเข้าถึงการลงทุนที่หลากหลาย สอดรับกับบริบทเศรษฐกิจโลกที่มีความผันผวนสูง โดยมี นายณัทธร โพธิแพทย์ รองผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กลุ่มลงทุนและบริหารการเงิน พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงจาก 10 บลจ. ร่วมงาน   นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ท่ามกลางความท้าทายของเศรษฐกิจโลก ภาวะเงินเฟ้อ และการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว การพึ่งพาการออมเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอต่อการสร้างความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว ขณะที่คนไทยจำนวนมากยังลังเลที่จะเริ่มต้นลงทุนเนื่องจากกังวลเรื่องความเสี่ยงและขาดความรู้ความเข้าใจ ธนาคารออมสินในฐานะธนาคารเพื่อสังคม เพื่อทุกชีวิต จึงมุ่งส่งเสริมการออมตามภารกิจหลัก ควบคู่กับการเปิดโอกาสให้คนไทยลงทุนต่อยอดเงินออม โดยเพิ่มทางเลือกที่นอกเหนือจากผลิตภัณฑ์เงินฝากและสลากออมสินของธนาคาร ผ่าน “ออมสิน The Selected” ด้วยการร่วมมือกับ 10 บลจ. ชั้นนำ คัดสรรกองทุนคุณภาพตาม “Thematic Investment” จัดแบ่งเป็น 3 กลุ่มหลัก ครอบคลุมทุกเป้าหมายและระดับความเสี่ยง ให้บริการผ่านสาขาธนาคารออมสินทั่วประเทศโดยผู้แนะนำการลงทุน และผ่านแอป MyMo (เฉพาะ บลจ. เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน)) ช่วยให้ลูกค้าเริ่มต้นลงทุนได้ง่ายขึ้น เลือกกองทุนที่เหมาะกับตนเอง สะดวกต่อการกระจายความเสี่ยง บริหารพอร์ตอย่างสมดุล และสร้างโอกาสรับผลตอบแทนที่เหมาะสมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนี้   กลุ่มที่ 1 สร้างพอร์ตมั่นคง ความเสี่ยงต่ำ เน้นลงทุนในตราสารหนี้ กับกองทุนที่สร้างรายได้สม่ำเสมอและบริหารความเสี่ยงอย่างสมดุล เป็นก้าวแรกสำหรับผู้ที่ต้องการเปลี่ยนเงินออมมาหาโอกาสรับผลตอบแทนที่มั่นคงและสูงขึ้น โดยมีกองทุนแนะนำจาก บลจ. เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน), บลจ. ยูโอบี (ประเทศไทย) จำกัด, บลจ. กรุงศรี จำกัด และ บลจ. กสิกรไทย จำกัด   กลุ่มที่ 2 สร้างการเติบโต โอกาสสู่ความมั่งคั่ง เน้นลงทุนในตราสารทุน เปิดรับโอกาสจากเศรษฐกิจ นวัตกรรม และตลาดหุ้นชั้นนำทั่วโลก เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการผลตอบแทนที่เติบโตในระยะยาว โดยมีกองทุนแนะนำจาก บลจ. กรุงไทย จำกัด (มหาชน), บลจ. ไทยพาณิชย์ จำกัด และ บลจ. แอสเซท พลัส จำกัด   กลุ่มที่ 3 สร้างสมดุลที่ใช่ เน้นลงทุนในสินทรัพย์ผสมและอสังหาริมทรัพย์ เพื่อเปิดรับโอกาสสร้างผลตอบแทนในระยะยาว เหมาะสำหรับผู้ที่มองหาความมั่งคั่งอย่างต่อเนื่อง โดยมีกองทุนแนะนำจาก บลจ. อีสท์สปริง (ประเทศไทย) จำกัด, บลจ. พรินซิเพิล จำกัด และ บลจ. วรรณ จำกัด  

15 Jun 2026

Banner Banner Banner Banner Banner Banner Banner

Banner
  ปี 2569 ประเทศไทย กับคำว่า “เผาจริง”   วันนี้ก้าวเดือนที่ 3 ของปี 2569 แต่ดูเหมือนว่า ประเทศไทยผ่านเทศกาลปีใหม่ วาเลนไทม์ ตรุษจีน และวันเข้าพรรษามาแล้ว ประเทศไทยการเลือกตั้งใหญ่ ที่มีข้อผิดพลาดเกิดจากการกำกับการเลือกตั้งขององค์กรอิสระอย่าง กกต. เป็นการเลือกตั้งที่เลวร้ายครั้งหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์การเมืองไทย ด้านเศรษฐกิจ ยังคงโงหัวไม่ขึ้น นอกนั้นประเทศไทยยังคงมีปัญหาชายแดนกับประเทศเขมรยังคงคาราคาซัง รอรบรอบ 3 อยู่เหมือนเดิม ตอนนี้กำลังเกิดสงครามที่คาบสมุทรอาหรับระหว่าง อิหร่านกับอิสราเอล ที่ได้รับการสนับสนุนการทำสงครามจากสหรัฐอเมริกา จนอาจจะกลายเป็นสงครามระหว่างโลกอาหรับกับสหรัฐอเมริกา และอาจจะลามไปถึงสงครามโลกครั้งที่ 3 ก็ได้ แน่นอนว่า สงครามอ่าวอาหรับ ซึ่งเป็นประเทศผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ของโลก ชัดเจนว่าเมื่อมีสงคราม ราคาน้ำมันต้องแพงขึ้น และพลังงานปัจจัยที่ 5 จะกลายเป็นอาวุธของอิหร่านและกลุ่มอาหรับ ซึ่งย่อมส่งผลด้านต้นทุนการผลิต ภาคการขนส่ง สินค้าราคาแพงขึ้น เศรษฐกิจโลกจะปั่นป่วน ซึ่งแน่นอนว่าประเทศไทยที่มีภาวะอ่อนแอทางเศรษฐกิจอยู่แล้ว ย่อมได้รับผลจากภาวะสงครามอาหรับ สงครามกับเขมร รวมทั้งรัฐบาลใหม่ที่จะเข้ามาบริหารประเทศ ต้องแสดงผลงาน เพราะปี 2569 จะเป็นปีเผาจริงทางเศรษฐกิจของประเทศไทย    หากว่าการเมืองไทยนิ่ง รัฐบาลได้บริหารประเทศ จะเป็นการท้าทายความสามารถของดรีมทีมเศรษฐกิจของพรรคภูมิใจไทย เวลาที่ผ่านมาก่อนการเลือกตั้ง วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เวลาบริหารประเทศแค่ 2 เดือนยังวัดอะไรไม่ได้สำหรับนายอนุทิน ชาญวีรกุล และดรีมทีม เพราะเศรษฐกิจไทยปี 2569 ธุรกิจที่แข็งแรงอย่างธุรกิจการเงินและประกันภัยยังออกอาการให้เห็น แล้วธุรกิจที่อ่อนแออยู่แล้วจะเหลืออะไร นี่คือการบ้านข้อใหญ่ของรัฐบาลภูมิใจไทยและดรีมทีมประเทศไทย เพราะถึงเวลาที่จะได้พิสูจน์ผลงานบริหารประเทศ./   พูดแบบนายเอกวรพงศ์ (นายแทน)            
อ่านต่อ...
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner