Responsive image

Saturday, 18 Jul 2026

Banner

หน้าแรก > ECONOMY- FINANCE / เศรษฐกิจ - การเงิน


เอ็กซ์สปริง จับมือ KTC ร่วมพันธมิตร ปฏิวัติวงการสินเชื่อ ชูโมเดลเทิร์นสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นวงเงินสดพร้อมใช้ ครั้งแรกหนึ่งเดียวในไทย

Sat 13/08/2565


เชื่อมั่นสร้างปรากฏการณ์พลิกวงการการเงินไทย จากการผนึกกำลัง 2 ผู้นำจาก 2 ธุรกิจ “XSpring” กลุ่มผู้นำด้านสินทรัพย์ดิจิทัล และ “KTC” ผู้นำด้านสินเชื่อเพื่อผู้บริโภคของไทย เล็งปล่อยสินเชื่อผ่าน KTC โดยสามารถนำสินทรัพย์ทุกประเภทมาเป็นหลักประกัน ประเดิมเฟสแรกด้วยสินทรัพย์ดิจิทัล ช่วยนักลงทุนคริปโท-โทเคนที่ต้องการสภาพคล่องผ่าน บัตรกดเงินสด “เคทีซี-เอ็กซ์สปริง” (KTC - XSPRING) มั่นใจเป็นหมัดเด็ดเติบโตสวนกระแสตลาด พร้อมเปิดตัวอย่างเป็นทางการปลาย ส.ค.นี้

นางสาววรางคณา อัครสถาพร ผู้จัดการใหญ่ ของบริษัท เอ็กซ์สปริง แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทแม่ในเครือ XSpring กล่าวว่า จากภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวนในปัจจุบัน ได้ส่งผลกระทบต่อรายได้และทำให้ประชาชนบางส่วนประสบปัญหาการขาดสภาพคล่อง ทำให้แนวโน้มการเติบโตของสินเชื่อรายย่อย โดยเฉพาะสินเชื่อส่วนบุคคลที่ยังคงขยายตัวได้ดีในครึ่งปีหลัง ทั้งนี้ เอ็กซ์สปริง แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) ในฐานะกลุ่มธุรกิจการเงินและหลักทรัพย์ ผู้ให้บริการทางการเงินครบวงจรที่ต่อยอดความเชี่ยวชาญโลกการเงินปัจจุบัน สู่โลกบริการทางการเงินดิจิทัลหรือ Digital Financial Service เล็งเห็นโอกาสขยายธุรกิจเพื่อเพิ่มช่องทางหารายได้ จึงได้ผนึกกำลังกับ “เคทีซี” ผู้นำสินเชื่อเพื่อผู้บริโภคของไทย สร้างปรากฏการณ์พลิกโลกธุรกิจสินเชื่อ ด้วยการเตรียมปล่อยสินเชื่อเงินสดที่รองรับสินทรัพย์ทุกประเภทเป็นหลักประกัน เพื่อให้บุคคลทั่วไปสามารถเพิ่มสภาพคล่อง และเงินหมุนเวียนในชีวิตประจำวันได้ง่ายขึ้น  

อีกทั้ง ปีนี้นับเป็นปีที่ท้าทายอย่างมากของธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล จากสถานการณ์ราคาของสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีแนวโน้มลดลง เอ็กซ์สปริง ภายใต้การดำเนินงานของบริษัทเอ็กซ์สปริง อัลไลแอนส์ จำกัด จึงได้ประเดิมเฟสแรกของการก้าวเข้าสู่ธุรกิจปล่อยสินเชื่อเงินสดด้วยการเปิดให้บริการเทิร์นสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นวงเงินสดพร้อมใช้ ร่วมกับ “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ออกบัตรกดเงินสด “เคทีซี-เอ็กซ์สปริง” (KTC - XSPRING) โดยใช้สินทรัพย์ดิจิทัลเป็นหลักประกัน เพื่อช่วยเพิ่มสภาพคล่องให้กับนักลงทุนในตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล และจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการปลายเดือนสิงหาคมนี้

“เราเชื่อว่าการจับมือกับเคทีซีครั้งนี้ จะสร้างปรากฏการณ์ใหม่ในวงการการเงินไทยและปฏิวัติวงการสินเชื่อ เพราะเป็นการเทิร์นสินทรัพย์ดิจิทัลให้เป็นวงเงินสดพร้อมใช้ โดยที่ XSpring เป็นรายแรก และรายเดียวในเมืองไทยที่สามารถให้บริการนี้ได้ ซึ่งเรามองว่าเคทีซีเป็นพันธมิตรที่แข็งแกร่ง และเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการปล่อยสินเชื่อรายย่อย ขณะที่ XSpring เองก็มีความเชี่ยวชาญในการดำเนินธุรกิจด้านสินทรัพย์ดิจิทัล ประกอบกับภาพรวมของตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลที่อยู่ในภาวะผันผวน ขณะที่ตลาดสินเชื่อรายย่อยยังคงมีการเติบโตได้ดี จึงมั่นใจว่าการผนึกกำลังกันครั้งนี้ จะทำให้การก้าวเข้ามาดำเนินธุรกิจปล่อยสินเชื่อร่วมกันประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน” นางสาววรางคณากล่าว

ทั้งนี้ เอ็กซ์สปริง ตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อ 5 – 7 พันล้านบาท ภายใน 3 ปี พร้อมคาดว่าจะสามารถขยายฐานลูกค้านักลงทุนได้ถึง 5 - 10% จากทั้งหมดที่ซื้อขายในตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลไทย จึงมั่นใจว่าจะสร้างรายได้ให้แก่บริษัท เอ็กซ์สปริง อัลไลแอนซ์ จำกัด อีกทั้งยังเล็งเห็นโอกาสการเติบโตของธุรกิจสินเชื่อที่มีแนวโน้มเติบโตได้อย่างก้าวกระโดดในช่วงครึ่งปีหลัง พร้อมด้วยโอกาสในการขยายฐานลูกค้าใหม่ในการเปิดบัญชีสินทรัพย์ดิจิทัล เนื่องจากลูกค้าที่ต้องการจะเทิร์นสินทรัพย์ดิจิทัลให้เป็นวงเงินสดพร้อมใช้จากบัตรกดเงินสด “เคทีซี-เอ็กซ์สปริง” (KTC - XSPRING) จะต้องมีบัญชีซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลกับบริษัท เอ็กซ์สปริง ดิจิทัล จำกัด อยู่ก่อนการใช้บริการเพื่อนำสินทรัพย์ดิจิทัลที่ตนเองถือครองอยู่มาเป็นหลักประกัน ทั้งยังวางแผนที่จะเปิดรับเหรียญคริปโทฯ สกุลยอดนิยมและโทเคนมาใช้เป็นหลักประกัน พร้อมวางแผนที่จะปล่อยสินเชื่อประเภทอื่นๆ ในอนาคตเพิ่มขึ้นอีกด้วย

“เอ็กซ์สปริงคาดว่า ความร่วมมือกับเคทีซีในการรุกธุรกิจสินเชื่อ ซึ่งนับเป็นธุรกิจใหม่ในปีนี้ รวมกับแผนการดำเนินงานที่แข็งแกร่งภายใต้บริษัทในเครือของเอ็กซ์สปริงในครึ่งปีหลัง จะส่งผลให้กลุ่มเอ็กซ์สปริง มีรายได้ที่เติบโตในปีนี้อย่างแน่นอน” นางสาววรางคณากล่าว

นางสาวพิชามน  จิตรเป็นธรรม  ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร-ธุรกิจสินเชื่อบุคคล “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ความร่วมมือกับ XSpring ในครั้งนี้ นับเป็นมิติใหม่ของวงการสินเชื่อ-การเงินดิจิทัล ที่จะเป็นโอกาสให้เคทีซีได้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มคนที่มีไลฟ์สไตล์ดิจิทัล ด้วยการนำเสนอ บัตรกดเงินสด “เคทีซี-เอ็กซ์สปริง” (KTC - XSPRING) ซึ่งเป็นวงเงินสินเชื่อพร้อมใช้ที่มีความยืดหยุ่น สามารถเบิกใช้วงเงิน และชำระคืนได้ตามความประสงค์ เพื่อเสริมสภาพคล่องทางการเงิน ช่วยให้สมาชิกได้ใช้ชีวิตเต็มที่แบบไม่มีสะดุด กับบัตรกดเงินสดดีไซน์แนวตั้งแบบโมเดิร์นรับกับยุคดิจิทัล พร้อมฟังก์ชันการใช้งานที่มาครบทั้งรูด-โอน-กด และเหนือกว่าด้วยจุดแข็งของมาสเตอร์การ์ด ซึ่งมีเครือข่ายร้านค้าขนาดใหญ่กระจายอยู่กว่า 80  ล้าน ร้านค้าทั่วโลก ทำให้สมาชิกสามารถใช้ บัตรกดเงินสด “เคทีซี-เอ็กซ์สปริง” (KTC - XSPRING) ได้สะดวกขึ้น และเพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคในยุคดิจิทัล ที่ต้องการความสะดวก ปลอดภัย ไร้สัมผัส สมาชิกบัตรฯ สามารถช้อปออนไลน์ได้ทุกร้านค้า ทุกที่ ทุกเวลา รวมทั้งสามารถโอนเงินเรียลไทม์ผ่านแอปฯ “KTC Mobile” เข้าบัญชีธนาคารได้ถึง 15 ธนาคาร และกดเงินสดจากตู้เอทีเอ็มได้ตลอด 24 ชั่วโมง ฟรีค่าธรรมเนียมอีกด้วย โดยเคทีซีคาดหวังว่าการร่วมมือในครั้งนี้จะช่วยเพิ่มยอดสมาชิกสินเชื่อรายใหม่ และสร้างการเติบโตของพอร์ตสินเชื่อรายย่อย รวมถึง ส่วนแบ่งทางการตลาดสินเชื่อบุคคลที่สูงขึ้นได้


Tags : เคทีซี KTC บัตรกรุงไทย พิชามน จิตรเป็นธรรม วรางคณา อัครสถาพร เอ็กซ์สปริง แคปปิตอล


Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

...

นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank นำคณะผู้บริหารธนาคาร บันทึกเทปถวายพระพรชัยมงคล พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2569 เพื่อแสดงความจงรักภักดีและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ณ สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (NBT) เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2569  

16 Jul 2026

...

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า แคมเปญ “ฉลอง 113 ปี เพิ่มเงินรางวัล เพิ่มจำนวนรางวัล กับสลากออมสินพิเศษ 1 ปี และ 2 ปี (แบบใบสลากและสลากดิจิทัล) เงินรางวัลรวม 113 ล้านบาท” ได้เข้าสู่การออกรางวัลพิเศษรอบสุดท้าย ซึ่งเป็นรางวัลใหญ่ที่สุดของแคมเปญ รวม 70 ล้านบาท แบ่งเป็นรางวัลละ 10 ล้านบาท จำนวน 7 รางวัล จับรางวัลวันที่ 16 กรกฎาคม 2569 จึงขอเชิญชวนลูกค้าและประชาชนที่ต้องการเพิ่มโอกาสลุ้นรางวัลใหญ่ รีบซื้อสลากออมสินพิเศษ 1 ปี และ 2 ปี ทั้งแบบใบสลากและสลากดิจิทัล ภายในวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 ผ่านแอป MyMo หรือที่ธนาคารออมสินทุกสาขาทั่วประเทศ แคมเปญสลากออมสิน ฉลอง 113 ปี จัดขึ้นเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนา ธนาคารออมสิน เพื่อส่งมอบความสุขและสร้างขวัญกำลังใจแก่ประชาชน ท่ามกลางบรรยากาศเศรษฐกิจที่ยังมีความผันผวน พร้อมส่งเสริมวินัยการออมเพื่อความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว โดยเปิดโอกาสให้ทั้งลูกค้าใหม่และผู้ถือสลากเดิมมีสิทธิ์ร่วมลุ้นรางวัลพิเศษ ยิ่งซื้อสะสมมาก ยิ่งเพิ่มโอกาสถูกรางวัล โดยที่ผ่านมาธนาคารได้มอบรางวัลพิเศษในแคมเปญไปแล้ว 2 ครั้ง รวม 56 รางวัล มูลค่า 43 ล้านบาท กระจายความสุขโอนเงินรางวัลเข้าบัญชีเงินฝากของผู้โชคดีในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ สำหรับการจับรางวัลครั้งที่ 3 ซึ่งเป็นครั้งสุดท้าย จะมอบรางวัลใหญ่ที่สุดรวม 70 ล้านบาท ส่งผลให้ตลอดแคมเปญมีเงินรางวัลพิเศษรวมทั้งสิ้น 113 ล้านบาท ทั้งนี้ ผู้ถือสลากยังมีสิทธิ์ลุ้นรางวัลประจำงวดปกติตามเงื่อนไขของสลากแต่ละประเภทอีกด้วย สลากออมสินนับเป็นทางเลือกการออมที่ช่วยเพิ่มความมั่นคงทางการเงิน ผู้ออมได้รับผลตอบแทนเป็นอัตราดอกเบี้ยเงินฝากตามที่ธนาคารกำหนด โดยเงินต้นและดอกเบี้ยได้รับการค้ำประกันจากรัฐบาลทั้งจำนวน และสิทธิประโยชน์สำหรับบุคคลธรรมดาได้รับยกเว้นภาษี พร้อมโอกาสลุ้นรางวัลประจำงวดและรางวัลพิเศษที่ธนาคารจัดขึ้นในโอกาสต่าง ๆ ผู้ที่สนใจศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.gsb.or.th หรือติดต่อสอบถามที่ GSB Contact Center โทร. 1115

15 Jul 2026

...

ธ.ก.ส. เดินหน้าสนับสนุนการบริหารศาสนสถานทุกศาสนา ควบคู่กับการส่งเสริมการออมเงิน เปิดตัว 3 ผลิตภัณฑ์เงินฝากพิเศษสำหรับวัดและบุคคลที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ เงินฝากบุญสัมพันธ์ (ผูกบุญ) เงินฝากบุญสัมพันธ์ และเงินฝากบุญสัมพันธ์ Plus (9 เดือน) มอบอัตราดอกเบี้ยพิเศษสูงสุดถึง 1% ต่อปี พร้อมเงื่อนไขที่ตอบโจทย์การใช้งานของผู้มีจิตศรัทธาในยุคดิจิทัล เปิดรับฝากแล้วตั้งแต่วันนี้จนถึง 31 กรกฎาคม 2569 หรือธนาคารแจ้งปิดการรับฝาก นายไพศาล หงษ์ทอง รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ธ.ก.ส. เปิดตัว 3 ผลิตภัณฑ์เงินฝากพิเศษ สำหรับวัด ศาสนสถานทุกศาสนา ศาสนิกชน และบุคคลที่เกี่ยวข้อง เพื่อส่งเสริมการบริหารจัดการศาสนสมบัติภายในวัดอย่างมีประสิทธิภาพ และส่งเสริมการออมเงินให้กับบุคลากรทางพระพุทธศาสนา ได้แก่ 1) เงินฝากบุญสัมพันธ์ (ผูกบุญ) สำหรับสถาบันที่ไม่มีวัตถุประสงค์เพื่อหากำไร ได้แก่ วัดและศาสนสถานทุกศาสนา โดยต้องสมัครใช้บริการ QR ธรรม D (e-Donation) เพื่อความสะดวกในการรับบริจาคเงินเข้าวัดโดยตรง เปิดบัญชีขั้นต่ำเพียง 50 บาท สามารถฝากและถอนเงินได้ไม่จำกัด ทั้งจำนวนเงินและจำนวนครั้ง เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้วัดสามารถบริหารจัดการกระแสเงินสดหมุนเวียนประจำวันได้อย่างคล่องตัวและมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยธนาคารจะจ่ายดอกเบี้ยในอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 0.50 ต่อปี ทบเป็นต้นเงินฝาก ปีละ 2 ครั้ง ในเดือนมีนาคมและกันยายนของทุกปี 2) เงินฝากบุญสัมพันธ์ สำหรับวัดและศาสนสถานทุกศาสนาที่มีบัญชีเงินฝากบุญสัมพันธ์ (ผูกบุญ) และสมัครใช้บริการ QR ธรรม D (e-Donation) เพื่อสร้างผลตอบแทนที่คุ้มค่าในระยะยาวสำหรับการออมเงินของวัด โดยเปิดบัญชีและฝากขั้นต่ำเริ่มต้นที่ 10,000 บาทขึ้นไป รับผลตอบแทนเป็นอัตราดอกเบี้ยพิเศษแบบขั้นบันไดตามยอดเงินฝากคงเหลือสิ้นวัน สูงสุด 1% ต่อปี (ยอดเงินฝากต่ำกว่า 1 แสนบาท รับดอกเบี้ย 0.25% ต่อปี, ตั้งแต่ 1 แสนถึง 1 ล้านบาท รับดอกเบี้ย 0.50% ต่อปี และยอดเงินฝากเกิน 1 ล้านบาทขึ้นไป รับดอกเบี้ย 1% ต่อปี) ระยะเวลาโครงการ 3 ปี ทั้งนี้ เงินฝากบุญสัมพันธ์ วัดจะได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้ และธนาคารจะจ่ายดอกเบี้ยเป็นรายเดือนเข้าบัญชีเงินฝากบุญสัมพันธ์ (ผูกบุญ) ทุกสิ้นเดือน   3) เงินฝากบุญสัมพันธ์ Plus (9 เดือน) เงินฝากระยะสั้นที่ให้ผลตอบแทนทันที สำหรับประเภทบุคคลธรรมดา สำหรับเจ้าอาวาส, ไวยาวัจกร และกรรมการวัด (ที่มีหนังสือรับรองจากเจ้าอาวาส) ของวัดที่เปิดบัญชีเงินฝากบุญสัมพันธ์กับ ธ.ก.ส. แล้ว เมื่อเปิดบัญชีและฝากเงินขั้นต่ำ เริ่มต้น 10,000 บาท รับดอกเบี้ยทันที ณ วันที่ฝากเงินในอัตราดอกเบี้ยสูงถึง 1% ต่อปี โดยธนาคารจะจ่ายดอกเบี้ยเงินฝากล่วงหน้าให้ทันที โอนเข้าบัญชีคู่โอน ระยะเวลาการฝากเงิน 9 เดือน (นับแบบวันชนวัน) ผลิตภัณฑ์เงินฝากทั้ง 3 โครงการ เปิดรับฝากแล้วตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 หรือจนกว่าธนาคารแจ้งปิดการรับฝาก โดยสามารถติดต่อเปิดบัญชีได้ที่ ธ.ก.ส. ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Call Center 02 555 0555 www.baac.or.th แอปพลิเคชัน BAAC Mobile และ Line Official Account BAAC Family    

09 Jul 2026

...

“ศรพล ตุลยะเสถียร” เลขาธิการ กบข. คนที่ 8 เข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ พร้อมนำ กบข. ยกระดับลงทุนมืออาชีพตามมาตรฐานสากล ดูแลสมาชิกอย่างเข้าใจ และขับเคลื่อนการลงทุนยั่งยืนตามแนวทาง ESG เพื่อสร้างความมั่นคงทางการเงินให้สมาชิก เสริมแกร่งเศรษฐกิจไทยสู่อนาคต   นายศรพล ตุลยะเสถียร เข้ารับตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ หรือ กบข. อย่างเป็นทางการ มีวาระการดำรงตำแหน่ง 4 ปี นับตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป โดยมีผู้บริหารและพนักงาน กบข. ให้การต้อนรับในวันแรกของการปฏิบัติหน้าที่ การเข้ารับตำแหน่งของนายศรพลนับเป็นอีกก้าวสำคัญของ กบข. ในการขับเคลื่อนภารกิจดูแลเงินออมเพื่อการเกษียณของสมาชิกกว่า 1.2 ล้านราย ให้มีความมั่นคงในระยะยาว ท่ามกลางบริบทเศรษฐกิจและการลงทุนที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยนายศรพลมีความเชี่ยวชาญครอบคลุมทั้งด้านตลาดเงิน ตลาดทุน นโยบายเศรษฐกิจ และการบริหารองค์กรการเงิน ซึ่งจะมีส่วนสำคัญในการยกระดับศักยภาพของ กบข. สู่การลงทุนอย่างมืออาชีพตามมาตรฐานสากล ควบคู่กับการผลักดันบทบาทของ กบข. ในฐานะนักลงทุนสถาบันที่ให้ความสำคัญกับ ESG เพื่อสร้างผลตอบแทนระยะยาวให้สมาชิก และมีส่วนร่วมต่อการเติบโตของเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน ขณะเดียวกันจะเดินหน้าต่อยอดบทบาทการดูแลสมาชิกสู่การเป็นพันธมิตรที่เข้าใจสมาชิกในแต่ละช่วงชีวิต โดยใช้ข้อมูลและนวัตกรรมเพื่อพัฒนาการสื่อสารและบริการให้ตรงความต้องการมากขึ้น เพื่อสนับสนุนให้สมาชิกวางแผนการเงินได้อย่างเหมาะสม และมีเงินเพียงพอสำหรับชีวิตหลังเกษียณ ทั้งนี้ นายศรพล มีประสบการณ์ครอบคลุมทั้งในแวดวงตลาดเงินตลาดทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ เคยดำรงตำแหน่งสำคัญ อาทิ รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานกลยุทธ์องค์กรและการเงิน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย, ผู้อำนวยการสำนักนโยบายเศรษฐกิจมหภาค สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง, รองโฆษกกระทรวงการคลัง รวมถึงเคยร่วมงานที่ฝ่ายบริหารการเงิน ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ด้านการศึกษา นายศรพล สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอก ด้านนโยบายสาธารณะและเศรษฐศาสตร์ จาก University of Michigan, Ann Arbor ระดับปริญญาโท สาขาเศรษฐศาสตร์ จาก University of Michigan, Ann Arbor และสาขาวิศวกรรมศาสตร์ จาก Stanford University ระดับปริญญาตรี สาขาเศรษฐศาสตร์ การเงินและคณิตศาสตร์ประกันภัย จาก The Wharton School และสาขาวิศวกรรมศาสตร์ จาก University of Pennsylvania รวมถึงนิติศาสตรบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช  

05 Jul 2026

Banner Banner Banner Banner Banner Banner Banner

Banner
  เปิดแผนงานสื่อ CEO THAILAND ปี 2569-2570 รุกคืบงานวิทยุ - ทีวี - อีเวนต์สื่อ                  สวัสดีครับท่านสมาชิกและผู้ติดตามสื่อออนไลน์ และสื่อในเครือ CEO THAILAND ตลอดมา 21 ปี ช่วงนี้ว่างเว้นจากสนามการเมืองระยะหนึ่ง ผมพอมีเวลากลับมาสานต่องานสื่อสักระยะหนึ่งคือในช่วงปี 2569-2570 จะกลับมาช่วยงานสื่อในฐานะที่ปรึกษา โดยจะยังเน้นในเรื่องสื่อออนไลน์ สื่อทีวี และสื่อวิทยุ และงานอีเวนต์ต่อเนื่องจากสื่อ ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2569 เป็นต้นไป ผมมีแผนงานของบริษัท เอก-วรา พับลิค รีเรชันส์ จำกัด ในสื่อดังต่อไปนี้คือ                          1. สื่อออนไลน์ CEO THAILAND              2. จัดทำรายการวิทยุ “คลื่นประกันภัย-การเงิน” ทางสถานีวิทยุ 96.25 MHZ (สถานีวิทยุการท่องเที่ยววัฒนธรรม) โครงการจัดทำรายการวิทยุเชิงข่าวสารในแวดวงประกันภัยและการเงิน นำเสนอข่าวสารเกี่ยวกับการประกันภัย-ประกันชีวิต  การเงิน และธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ทั้งสินเชื่อ ไฟแนนซ์ อสังหาริมทรัพย์ SMEs ออกอากาศทุกวันศุกร์ของทุกสัปดาห์ เวลา 17.00-18.00 น. ในเดือนสิงหาคม 2569               3. เดือนสิงหาคม 2569 สื่อได้จัดทำรายการทีวี “เรื่องเด่น...ประเด็นดัง” ออนแอร์ออกอากาศทางNBT2 ซึ่งเป็นรายการสดทีวี ที่นำเสนอนโยบายรัฐบาล และวิสัยทัศน์ ของผู้บริหารองค์กรภาครัฐ และภาคเอกชนในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสังคม บริการสาธารณะและบริการพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับสังคม และพี่น้องประชาชน ออกอากาศ ทุกวันจันทร์ที่ 1 และ 3 ของเดือน เวลา 10.00-10.30 น.               4. จัดงานมอบรางวัล “สุดยอดผู้บริหาร-องค์กรแห่งปี 2569” เดือนธันวาคม 2569 ที่จังหวัดกาญจนบุรี โครงการรับรางวัล  “สุดยอดผู้บริหาร-องค์กรแห่งปี 2569” เพื่อประกาศเกียรติคุณให้ผู้บริหารและองค์กรที่สร้างผลงานโดดเด่น ทั้งยังเป็นการกระตุ้นภาคธุรกิจเครือข่าย และSMEs ความตื่นตัวของชุมชนในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี รวมทั้งยังเป็นการสานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสื่อมวลชน-ภาคธุรกิจ -ผู้ประกอบการในพื้นที่ และพี่น้องประชาชน สื่อ CEO THAILAND จึงได้ร่วมกันจัดงานมอบรางวัลดังกล่าวขึ้น               5. โครงการจัดงานสัมมนา  “ทิศทางธุรกิจประกันภัย-การเงินแห่งปี 2569” ในเดือนธันวาคม 2569เพื่อเป็นการกระตุ้นภาคธุรกิจประกันภัยและการเงินในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรีและจังหวัดใกล้เคียง เพื่อความตื่นตัวของชุมชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร รวมทั้งจังหวัดกาญจนบุรี อีกทั้งยังเป็นการสานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสื่อมวลชน-ภาคธุรกิจ-ผู้ประกอบการในพื้นที่ และพี่น้องประชาชน สื่อ CEO THAILAND จึงได้ร่วมกันจัดงานสัมมนาดังกล่าวขึ้น               6. จัดงาน CSR ณ โรงเรียนบ้านท่าทุ่ม จ.กาญจนบุรี ในวันที่ 31 มกราคม 2570 โครงการจัดงานกิจกรรมเพื่อสังคม “CEO THAILAND CSR  OF THE YEAR 2027” เพื่อคืนกำไรสู่สังคมและสร้างความรู้ความเข้าใจให้คนในสังคม เป็นการกระตุ้นภาคธุรกิจประกันภัยและการเงิน และความตื่นตัวของชุมชนในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี อีกทั้งยังเป็นการสานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสื่อมวลชน-ภาคธุรกิจ -ผู้ประกอบการในพื้นที่ และพี่น้องประชาชนในพื้นที่ สื่อ CEO THAILAND จึงได้ร่วมกันจัดงานกิจกรรมดังกล่าวขึ้น T                                                                                                        (นายเอกวรพงศ์ อำนวยทรัพย์)
อ่านต่อ...
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner