Responsive image

Saturday, 29 Aug 2026

Banner

หน้าแรก > ECONOMY- FINANCE / เศรษฐกิจ - การเงิน


เอ็กซ์สปริง จับมือ KTC ร่วมพันธมิตร ปฏิวัติวงการสินเชื่อ ชูโมเดลเทิร์นสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นวงเงินสดพร้อมใช้ ครั้งแรกหนึ่งเดียวในไทย

Sat 13/08/2565


เชื่อมั่นสร้างปรากฏการณ์พลิกวงการการเงินไทย จากการผนึกกำลัง 2 ผู้นำจาก 2 ธุรกิจ “XSpring” กลุ่มผู้นำด้านสินทรัพย์ดิจิทัล และ “KTC” ผู้นำด้านสินเชื่อเพื่อผู้บริโภคของไทย เล็งปล่อยสินเชื่อผ่าน KTC โดยสามารถนำสินทรัพย์ทุกประเภทมาเป็นหลักประกัน ประเดิมเฟสแรกด้วยสินทรัพย์ดิจิทัล ช่วยนักลงทุนคริปโท-โทเคนที่ต้องการสภาพคล่องผ่าน บัตรกดเงินสด “เคทีซี-เอ็กซ์สปริง” (KTC - XSPRING) มั่นใจเป็นหมัดเด็ดเติบโตสวนกระแสตลาด พร้อมเปิดตัวอย่างเป็นทางการปลาย ส.ค.นี้

นางสาววรางคณา อัครสถาพร ผู้จัดการใหญ่ ของบริษัท เอ็กซ์สปริง แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทแม่ในเครือ XSpring กล่าวว่า จากภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวนในปัจจุบัน ได้ส่งผลกระทบต่อรายได้และทำให้ประชาชนบางส่วนประสบปัญหาการขาดสภาพคล่อง ทำให้แนวโน้มการเติบโตของสินเชื่อรายย่อย โดยเฉพาะสินเชื่อส่วนบุคคลที่ยังคงขยายตัวได้ดีในครึ่งปีหลัง ทั้งนี้ เอ็กซ์สปริง แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) ในฐานะกลุ่มธุรกิจการเงินและหลักทรัพย์ ผู้ให้บริการทางการเงินครบวงจรที่ต่อยอดความเชี่ยวชาญโลกการเงินปัจจุบัน สู่โลกบริการทางการเงินดิจิทัลหรือ Digital Financial Service เล็งเห็นโอกาสขยายธุรกิจเพื่อเพิ่มช่องทางหารายได้ จึงได้ผนึกกำลังกับ “เคทีซี” ผู้นำสินเชื่อเพื่อผู้บริโภคของไทย สร้างปรากฏการณ์พลิกโลกธุรกิจสินเชื่อ ด้วยการเตรียมปล่อยสินเชื่อเงินสดที่รองรับสินทรัพย์ทุกประเภทเป็นหลักประกัน เพื่อให้บุคคลทั่วไปสามารถเพิ่มสภาพคล่อง และเงินหมุนเวียนในชีวิตประจำวันได้ง่ายขึ้น  

อีกทั้ง ปีนี้นับเป็นปีที่ท้าทายอย่างมากของธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล จากสถานการณ์ราคาของสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีแนวโน้มลดลง เอ็กซ์สปริง ภายใต้การดำเนินงานของบริษัทเอ็กซ์สปริง อัลไลแอนส์ จำกัด จึงได้ประเดิมเฟสแรกของการก้าวเข้าสู่ธุรกิจปล่อยสินเชื่อเงินสดด้วยการเปิดให้บริการเทิร์นสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นวงเงินสดพร้อมใช้ ร่วมกับ “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ออกบัตรกดเงินสด “เคทีซี-เอ็กซ์สปริง” (KTC - XSPRING) โดยใช้สินทรัพย์ดิจิทัลเป็นหลักประกัน เพื่อช่วยเพิ่มสภาพคล่องให้กับนักลงทุนในตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล และจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการปลายเดือนสิงหาคมนี้

“เราเชื่อว่าการจับมือกับเคทีซีครั้งนี้ จะสร้างปรากฏการณ์ใหม่ในวงการการเงินไทยและปฏิวัติวงการสินเชื่อ เพราะเป็นการเทิร์นสินทรัพย์ดิจิทัลให้เป็นวงเงินสดพร้อมใช้ โดยที่ XSpring เป็นรายแรก และรายเดียวในเมืองไทยที่สามารถให้บริการนี้ได้ ซึ่งเรามองว่าเคทีซีเป็นพันธมิตรที่แข็งแกร่ง และเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการปล่อยสินเชื่อรายย่อย ขณะที่ XSpring เองก็มีความเชี่ยวชาญในการดำเนินธุรกิจด้านสินทรัพย์ดิจิทัล ประกอบกับภาพรวมของตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลที่อยู่ในภาวะผันผวน ขณะที่ตลาดสินเชื่อรายย่อยยังคงมีการเติบโตได้ดี จึงมั่นใจว่าการผนึกกำลังกันครั้งนี้ จะทำให้การก้าวเข้ามาดำเนินธุรกิจปล่อยสินเชื่อร่วมกันประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน” นางสาววรางคณากล่าว

ทั้งนี้ เอ็กซ์สปริง ตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อ 5 – 7 พันล้านบาท ภายใน 3 ปี พร้อมคาดว่าจะสามารถขยายฐานลูกค้านักลงทุนได้ถึง 5 - 10% จากทั้งหมดที่ซื้อขายในตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลไทย จึงมั่นใจว่าจะสร้างรายได้ให้แก่บริษัท เอ็กซ์สปริง อัลไลแอนซ์ จำกัด อีกทั้งยังเล็งเห็นโอกาสการเติบโตของธุรกิจสินเชื่อที่มีแนวโน้มเติบโตได้อย่างก้าวกระโดดในช่วงครึ่งปีหลัง พร้อมด้วยโอกาสในการขยายฐานลูกค้าใหม่ในการเปิดบัญชีสินทรัพย์ดิจิทัล เนื่องจากลูกค้าที่ต้องการจะเทิร์นสินทรัพย์ดิจิทัลให้เป็นวงเงินสดพร้อมใช้จากบัตรกดเงินสด “เคทีซี-เอ็กซ์สปริง” (KTC - XSPRING) จะต้องมีบัญชีซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลกับบริษัท เอ็กซ์สปริง ดิจิทัล จำกัด อยู่ก่อนการใช้บริการเพื่อนำสินทรัพย์ดิจิทัลที่ตนเองถือครองอยู่มาเป็นหลักประกัน ทั้งยังวางแผนที่จะเปิดรับเหรียญคริปโทฯ สกุลยอดนิยมและโทเคนมาใช้เป็นหลักประกัน พร้อมวางแผนที่จะปล่อยสินเชื่อประเภทอื่นๆ ในอนาคตเพิ่มขึ้นอีกด้วย

“เอ็กซ์สปริงคาดว่า ความร่วมมือกับเคทีซีในการรุกธุรกิจสินเชื่อ ซึ่งนับเป็นธุรกิจใหม่ในปีนี้ รวมกับแผนการดำเนินงานที่แข็งแกร่งภายใต้บริษัทในเครือของเอ็กซ์สปริงในครึ่งปีหลัง จะส่งผลให้กลุ่มเอ็กซ์สปริง มีรายได้ที่เติบโตในปีนี้อย่างแน่นอน” นางสาววรางคณากล่าว

นางสาวพิชามน  จิตรเป็นธรรม  ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร-ธุรกิจสินเชื่อบุคคล “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ความร่วมมือกับ XSpring ในครั้งนี้ นับเป็นมิติใหม่ของวงการสินเชื่อ-การเงินดิจิทัล ที่จะเป็นโอกาสให้เคทีซีได้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มคนที่มีไลฟ์สไตล์ดิจิทัล ด้วยการนำเสนอ บัตรกดเงินสด “เคทีซี-เอ็กซ์สปริง” (KTC - XSPRING) ซึ่งเป็นวงเงินสินเชื่อพร้อมใช้ที่มีความยืดหยุ่น สามารถเบิกใช้วงเงิน และชำระคืนได้ตามความประสงค์ เพื่อเสริมสภาพคล่องทางการเงิน ช่วยให้สมาชิกได้ใช้ชีวิตเต็มที่แบบไม่มีสะดุด กับบัตรกดเงินสดดีไซน์แนวตั้งแบบโมเดิร์นรับกับยุคดิจิทัล พร้อมฟังก์ชันการใช้งานที่มาครบทั้งรูด-โอน-กด และเหนือกว่าด้วยจุดแข็งของมาสเตอร์การ์ด ซึ่งมีเครือข่ายร้านค้าขนาดใหญ่กระจายอยู่กว่า 80  ล้าน ร้านค้าทั่วโลก ทำให้สมาชิกสามารถใช้ บัตรกดเงินสด “เคทีซี-เอ็กซ์สปริง” (KTC - XSPRING) ได้สะดวกขึ้น และเพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคในยุคดิจิทัล ที่ต้องการความสะดวก ปลอดภัย ไร้สัมผัส สมาชิกบัตรฯ สามารถช้อปออนไลน์ได้ทุกร้านค้า ทุกที่ ทุกเวลา รวมทั้งสามารถโอนเงินเรียลไทม์ผ่านแอปฯ “KTC Mobile” เข้าบัญชีธนาคารได้ถึง 15 ธนาคาร และกดเงินสดจากตู้เอทีเอ็มได้ตลอด 24 ชั่วโมง ฟรีค่าธรรมเนียมอีกด้วย โดยเคทีซีคาดหวังว่าการร่วมมือในครั้งนี้จะช่วยเพิ่มยอดสมาชิกสินเชื่อรายใหม่ และสร้างการเติบโตของพอร์ตสินเชื่อรายย่อย รวมถึง ส่วนแบ่งทางการตลาดสินเชื่อบุคคลที่สูงขึ้นได้


Tags : เคทีซี KTC บัตรกรุงไทย พิชามน จิตรเป็นธรรม วรางคณา อัครสถาพร เอ็กซ์สปริง แคปปิตอล


Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

...

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า สถานการณ์อุทกภัยในหลายพื้นที่ภาคเหนือ เริ่มคลี่คลายและเข้าสู่ช่วงฟื้นฟู แต่ความเสียหายต่อบ้านเรือน เครื่องมือประกอบอาชีพ และสถานประกอบการยังคงกระทบต่อการดำเนินชีวิตและรายได้ของประชาชน ธนาคารออมสินจึงเร่งออกมาตรการ “พักหนี้อัตโนมัติ ไม่คิดดอกเบี้ย นาน 3 เดือน” เพื่อบรรเทาภาระทางการเงินและให้มีเวลาจัดการค่าใช้จ่ายที่จำเป็นพร้อมฟื้นฟูที่อยู่อาศัย การประกอบอาชีพ และรายได้ในช่วงหลังน้ำลด มาตรการพักชำระเงินต้นและไม่คิดดอกเบี้ย นาน 3 เดือน โดยดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาพักหนี้ ธนาคารยกให้ทั้งหมด ลูกหนี้ไม่ต้องชำระคืนภายหลัง ส่วนเงินต้นที่พักไว้ 3 งวด จะถูกรวมไปชำระในงวดสุดท้าย และเมื่อครบกำหนดพักชำระหนี้แล้ว ลูกหนี้จะกลับมาชำระเงินงวดตามเงื่อนไขสัญญาเดิม ครอบคลุมลูกหนี้สินเชื่อทุกกลุ่ม (ยกเว้นบางประเภทตามเงื่อนไข*) ที่มีภูมิลำเนา ที่อยู่อาศัย หรือสถานที่ประกอบอาชีพในพื้นที่ภัยพิบัติตามประกาศของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) โดยธนาคารจะแจ้งสิทธิ์ผ่าน SMS หรือจดหมายโดยตรง หากไม่ประสงค์เข้าร่วมมาตรการฯ สามารถติดต่อแจ้งได้ที่ธนาคารออมสินทุกสาขา หรือ GSB Contact Center โทร. 1115 เพื่อชำระหนี้ได้ตามปกติ     นอกจากการลดภาระของลูกหนี้เดิมแล้ว ธนาคารยังเตรียมสินเชื่อสำหรับผู้ประสบภัยที่จำเป็นต้องใช้เงินเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน ฟื้นฟูอาชีพ หรือซ่อมแซมทรัพย์สิน สามารถขอ สินเชื่อฉุกเฉินสำหรับผู้ประสบภัยพิบัติ เพื่อเป็นเงินทุนช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายในช่วงวิกฤต วงเงินกู้สูงสุดรายละไม่เกิน 20,000 บาท ไม่ต้องใช้หลักประกัน ปลอดชำระเงินต้นและดอกเบี้ย ใน 3 เดือนแรก เดือนที่ 4 เป็นต้นไป อัตราดอกเบี้ยคงที่ (Flat rate) = 0.60% ต่อเดือน และผ่อนชำระสูงสุดไม่เกิน 24 เดือน ยื่นความประสงค์ได้ที่สาขาธนาคารออมสิน ส่วนผู้ที่ต้องการเงินทุนหมุนเวียนในการประกอบอาชีพหรือบรรเทาค่าใช้จ่ายในการดำรงชีพมี สินเชื่อเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ วงเงินกู้สูงสุดรายละไม่เกิน 50,000 บาท อัตราดอกเบี้ย 0% ใน 3 เดือนแรก เดือนที่ 4 เป็นต้นไป อัตราดอกเบี้ยคงที่ (Flat rate) = 0.50% ต่อเดือน ปลอดชำระคืนเงินต้นและดอกเบี้ย 3 เดือนแรก ผ่อนชำระสูงสุดไม่เกิน 60 เดือน     ธนาคารยังสนับสนุนการฟื้นฟูด้วย สินเชื่อฟื้นฟูรายย่อยสำหรับผู้ประสบภัยพิบัติ เพื่อเป็นทุนหมุนเวียนในการประกอบอาชีพหรือปรับปรุงซ่อมแซมเครื่องมือเครื่องใช้ในการประกอบอาชีพ วงเงินกู้สูงสุดรายละไม่เกิน 300,000 บาท อัตราดอกเบี้ย 0% ใน 3 เดือนแรก เดือนที่ 4 เป็นต้นไป อัตราดอกเบี้ย = 15.00% ต่อปี  ระยะเวลาผ่อนชำระสูงสุดไม่เกิน 7 ปี และ สินเชื่อฟื้นฟูบ้านสำหรับผู้ประสบภัยพิบัติ สำหรับซ่อมแซมที่อยู่อาศัย วงเงินกู้สูงสุดรายละไม่เกิน 1 ล้านบาท ปลอดชำระเงินต้นและดอกเบี้ย 0% ใน 3 เดือนแรก เดือนที่ 4 – 24 อัตราดอกเบี้ย = 2.00% ต่อปี ปีที่ 3 = MRR – 3.35% ต่อปี ปีที่ 4 เป็นต้นไป = MRR – 0.75% ต่อปี พร้อมสนับสนุนค่าประเมินราคาหลักทรัพย์สูงสุดไม่เกิน 3,000 บาท ส่วนภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย สามารถยื่นขอสินเชื่อ ออมสิน SMEs Recharge เพื่อปรับปรุง ซ่อมแซม สถานประกอบการ การลงทุนในสินทรัพย์ของกิจการ เช่น อุปกรณ์ เครื่องมือเครื่องใช้ เครื่องจักร ที่ใช้ในการดำเนินกิจการ หรือเป็นเงินทุนหมุนเวียนเสริมสภาพคล่อง ให้กู้รายละไม่เกิน 30 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น ปีที่ 1-2 = 2.99% ต่อปี ระยะเวลากู้ไม่เกิน 10 ปี ปลอดชำระหนี้เงินต้นสูงสุดไม่เกิน 1 ปี ยื่นคำขอสินเชื่อธุรกิจภายในวันที่ 30 กันยายน 2569 ทั้งนี้ ธนาคารพิจารณาให้สินเชื่อตามความจำเป็นและความสามารถในการชำระคืน ผู้ที่สนใจโปรดศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ธนาคาร www.gsb.or.th หรือสอบถามที่ GSB Contact Center โทร.1115     ก่อนหน้านี้ ในช่วงที่น้ำยังท่วมสูง ธนาคารออมสินได้เร่งลงพื้นที่จังหวัดน่าน เพื่อส่งมอบ “ถุงออมสินห่วงใย” รวมกว่า 1,500 ชุด ประกอบด้วยเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็น ให้ผู้ประสบภัยใช้ประทังชีวิตและบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้า พร้อมสนับสนุนอุปกรณ์ทำความสะอาดหลังน้ำลด ธนาคารออมสินขอเป็นกำลังใจให้ผู้ประสบภัยก้าวผ่านพ้นวิกฤตในครั้งนี้โดยเร็ววัน และพร้อมเคียงข้างประชาชนในการให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มกำลังในทุกสถานการณ์ ตามจุดยืน “ธนาคารเพื่อทุกชีวิต”  

28 Aug 2026

...

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และ นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน ร่วมแถลงข่าวโครงการ “ออมสินก้าวไปกับครู...ช่วยแม่พิมพ์สู่อิสรภาพการเงิน” ความร่วมมือระหว่าง กระทรวงศึกษาธิการ กับ ธนาคารออมสิน เพื่อช่วยลดภาระหนี้ของครูและบุคลากรทางการศึกษา และสนับสนุนให้ปิดจบภาระหนี้ได้เร็วขึ้น ณ กระทรวงศึกษาธิการ เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2569 โดยธนาคารออมสินปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้สำหรับลูกหนี้ในโครงการสวัสดิการเงินกู้ ช.พ.ค. - ช.พ.ส. และโครงการเกื้อกูลผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา สำหรับลูกหนี้สถานะปกติ (ลูกหนี้ผ่อนชำระดี) ที่ชำระดอกเบี้ยได้ตามเกณฑ์ ไม่มีสถานะทางกฎหมาย และสัญญาไม่ครบกำหนดในปี 2569 เหลือ 3.50% ต่อปี จนถึงเดือนธันวาคม 2570 และตั้งแต่เดือนมกราคม 2571 เป็นต้นไป ใช้อัตราดอกเบี้ย MLR/MRR - 2% ต่อปี โดยอ้างอิงจากอัตราดอกเบี้ยตามสัญญาเดิม ขณะที่ลูกหนี้ครูที่ยังไม่เข้าเกณฑ์ ธนาคารเปิดโอกาสให้ปรับปรุงโครงสร้างหนี้ตามเงื่อนไขที่กำหนดก่อนเข้าร่วมโครงการฯ   นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันส่งผลกระทบต่อการดำรงชีพของประชาชน ขณะที่หนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูง ธนาคารออมสินจึงให้ความสำคัญกับการช่วยลดภาระหนี้ให้กับประชาชน รวมถึงครูและบุคลากรทางการศึกษาซึ่งเป็นแม่พิมพ์ของชาติ โดยปัจจุบันมีครูและบุคลากรทางการศึกษาที่เป็นลูกหนี้ในโครงการสวัสดิการเงินกู้ ช.พ.ค. / ช.พ.ส. และโครงการเกื้อกูลผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ตั้งแต่ปี 2548 - 2558 จำนวนกว่า 280,000 บัญชี ที่ยังมีภาระหนี้ ธนาคารออมสินจึงดำเนินโครงการลดดอกเบี้ย เพื่อช่วยให้ลูกหนี้ครูและบุคลากรทางการศึกษาสามารถรักษาวินัยการชำระหนี้และลดภาระหนี้ได้เร็วขึ้น ด้วยการปรับลดอัตราดอกเบี้ยให้ลูกหนี้ผ่อนชำระหนี้ดีจากแผนความช่วยเหลือเดิมที่ 4% เหลือ 3.50% ต่อปี จนถึงสิ้นปี 2570 ซึ่งอัตรานื้ถือว่าต่ำกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ของสหกรณ์ โดยยังคงชำระเงินงวดในจำนวนเท่าเดิม แต่เมื่ออัตราดอกเบี้ยลดลง เงินงวดส่วนที่เคยเป็นดอกเบี้ยจะถูกนำไปตัดยอดเงินต้นได้มากขึ้น ทำให้เงินต้นลดเร็วและร่นระยะเวลาการเป็นหนี้ให้สั้นลง สู่การมีอิสรภาพทางการเงินที่เร็วขึ้นได้ ขณะเดียวกัน ธนาคารยังเปิดโอกาสให้ลูกหนี้ครูที่มีประวัติค้างชำระสามารถปรับปรุงโครงสร้างหนี้และชำระหนี้ตามเงื่อนไขที่กำหนดเพื่อเข้าร่วมโครงการนี้ได้ ทั้งนี้ ที่ผ่านมาธนาคารได้ช่วยแก้ปัญหาหนี้ครูมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งสินเชื่อสหกรณ์ออมทรัพย์เพื่อแก้ไขหนี้บุคลากรของรัฐ การช่วยชำระหนี้เพื่อปิดบัญชีให้ลูกหนี้ครูที่มีประวัติชำระหนี้ดีและมีสถานะปกติ การลดอัตราดอกเบี้ย ตลอดจนมาตรการช่วยเหลือและชะลอกระบวนการทางกฎหมาย มีครูได้รับประโยชน์และสามารถปิดหนี้แล้วกว่า 140,000 บัญชี คิดเป็นยอดหนี้กว่า 120,000 ล้านบาท นอกจากนี้ ธนาคารยังมีแผนเดินหน้ามาตรการช่วยเหลือลูกหนี้กลุ่มอื่น ๆ เพื่อช่วยประชาชนลดภาระทางการเงินและปลดภาระหนี้ได้เร็วขึ้น   สำหรับการเข้าร่วมโครงการ “ออมสินก้าวไปกับครู...ช่วยแม่พิมพ์สู่อิสรภาพการเงิน” ธนาคารออมสินจะทยอยแจ้งสิทธิ์แก่ลูกหนี้ที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ผ่านข้อความ SMS จดหมาย และข้อความแจ้งเตือนบนแอป MyMo โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ 1.กลุ่มลูกหนี้สถานะปกติ (ผ่อนชำระหนี้ดี) -   ผู้ที่มีสถานะเป็นสมาชิก ช.พ.ค. / ช.พ.ส. และได้รับการแจ้งสิทธิ์จากธนาคาร สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ ได้ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2569 ผ่านแอป MyMo หรือเว็บไซต์ธนาคารออมสิน www.gsb.or.th หรือธนาคารออมสินทุกสาขาทั่วประเทศ โดยผู้ที่ลงทะเบียนก่อนจะได้รับสิทธิ์ปรับลดอัตราดอกเบี้ยก่อน -   ผู้ที่พ้นสภาพสมาชิก ช.พ.ค. / ช.พ.ส. และประสงค์เข้าร่วมโครงการฯ เพื่อรับสิทธิ์ลดอัตราดอกเบี้ย จะต้องดำเนินการขอกลับเข้าเป็นสมาชิกกับสำนักงาน สกสค. ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด ก่อนลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ กับธนาคารภายในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2569 2.กลุ่มลูกหนี้ที่ต้องปรับปรุงโครงสร้างหนี้ก่อนเข้าโครงการฯ ได้แก่ ลูกหนี้ที่ชำระดอกเบี้ยได้ต่ำกว่าอัตราที่ธนาคารกำหนด มีสถานะทางกฎหมาย สัญญาครบกำหนดในปี 2569 หรือมีสถานะเป็นหนี้ค้างชำระ สามารถติดต่อธนาคารออมสินทุกสาขาเพื่อเข้าร่วมโครงการฯ โดยหากชำระหนี้ดีติดต่อกัน 3 งวด และกลับมามีสถานะหนี้ปกติภายในเดือนธันวาคม 2569 จะได้รับสิทธิ์ลดอัตราดอกเบี้ยเช่นเดียวกัน   โครงการดังกล่าวมุ่งช่วยให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาที่มีภาระหนี้สามารถบริหารจัดการหนี้ได้ดีขึ้น ลดภาระดอกเบี้ยเพื่อปิดหนี้ได้เร็วขึ้น สอดคล้องกับบทบาทของธนาคารออมสินในฐานะ “ธนาคารเพื่อทุกชีวิต” ที่มุ่งช่วยเหลือประชาชนให้สามารถบริหารจัดการทางการเงินและแก้ไขปัญหาหนี้สิน เพื่อสร้างความมั่นคงทางการเงินตลอดช่วงชีวิต ทั้งนี้ เงื่อนไขการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารกำหนด สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ธนาคารออมสินทุกสาขาทั่วประเทศ เว็บไซต์ www.gsb.or.th หรือ GSB Contact Center โทร. 1115

24 Aug 2026

...

SME D Bank ออกมาตรการเร่งด่วน ช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในพื้นที่ จ.น่าน ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ระบุให้สิทธิ์พักชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ย สูงสุดไม่เกิน 12 เดือน และเติมทุนฉุกเฉิน เพื่อซ่อมแซมฟื้นฟูกิจการ สามารถกลับมาเดินหน้ากิจการได้โดยเร็ว     นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank เปิดเผยว่า จากสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ จ.น่าน ส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจและสร้างความเสียหายให้แก่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในพื้นที่อย่างมาก ทั้งทางตรงและทางอ้อม  SME D Bank มีความห่วงใยลูกค้าและผู้ประกอบการเอสเอ็มอีอย่างยิ่ง จึงออกมาตรการช่วยเหลือเร่งด่วนให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในพื้นที่ประสบภัยพิบัติ ตามรายงานกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย  เพื่อบรรเทาผลกระทบ ลดภาระค่าใช้จ่าย และสามารถกลับมาเดินหน้าธุรกิจได้ในเร็ววัน ได้แก่  มาตรการ “พักชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ย” สำหรับลูกค้าธนาคารที่ได้รับผลกระทบทางตรงและทางอ้อม ในพื้นที่ประสบภัยพิบัติตามที่ธนาคารกำหนด  เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่าย ด้วยการพักชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ย  สำหรับกลุ่มเงินกู้ยืมแบบมีระยะเวลา (Term Loan) สูงสุดไม่เกิน 12 เดือน สัญญาเบิกเงินทุนหมุนเวียนประเภทตั๋วสัญญาใช้เงิน (P/N) และสินเชื่อแฟคตอริ่ง ขยายระยะเวลาชำระตั๋วสัญญาใช้เงินออกไปอีกสูงสุด 180 วัน และสามารถพักชำระดอกเบี้ยได้ มาตรการ “เติมทุนฉุกเฉิน เพื่อซ่อมแซมฟื้นฟูกิจการ” สำหรับลูกค้าเดิมได้รับผลกระทบทางตรง ที่มีสถานประกอบการตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ภัยพิบัติตามที่ธนาคารกำหนด เพื่อให้มีวงเงินกู้ฉุกเฉิน นำไปฟื้นฟูธุรกิจเฉพาะหน้า วงเงินกู้ 10% ของวงเงินเดิม ขั้นต่ำ 30,000 บาท ถึงสูงสุด 200,000 บาท (บุคคลธรรมดา สูงสุด 100,000 บาท และนิติบุคคล สูงสุด 200,000 บาท)  อัตราดอกเบี้ย MLR ต่อปี ระยะเวลากู้ 3 ปี ปลอดชำระเงินต้น 12 เดือน ไม่ต้องมีหลักประกัน ยกเว้นค่าธรรมเนียม ลดกระบวนการนำส่งเอกสารในการช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบทางตรงเป็นการเร่งด่วน   นอกจากนั้น ธนาคารยังมีสินเชื่อช่วยเติมทุนเพิ่มเติม สำหรับเสริมสภาพคล่อง ลงทุน ยกระดับธุรกิจ ภายหลังสถานการณ์อุทกภัยคลี่คลาย อัตราดอกเบี้ยพิเศษเพียง 3% ต่อปี คงที่ตลอด 3 ปีแรก ผ่อนชำระนานสูงสุด 10 ปี ปลอดชำระหนี้เงินต้นสูงสุด 12 เดือน ได้แก่ 1.สินเชื่อ “SME Green Productivity” วงเงินกู้สูงสุด 30 ล้านบาท  2.สินเชื่อ “ปลุกพลัง SME” วงเงินกู้สูงสุด 1 ล้านบาท  และ 3.สินเชื่อ “Beyond ติดปีก SME” วงเงินกู้สูงสุด 30 ล้านบาท ทั้งนี้ มาตรการช่วยเหลือเร่งด่วนครั้งนี้เป็นทางเลือกโดยสมัครใจ ผู้ประกอบการที่ต้องการรับบริการ แจ้งความประสงค์ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป  ผ่านช่องทางต่างๆ เช่น สาขา SME D Bank ทุกแห่งทั่วประเทศ ,  LINE Official Account : SME Development Bank , เว็บไซต์  www.smebank.co.th เป็นต้น สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม Call Center 1357

23 Aug 2026

...

ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จัดแคมเปญสุดพิเศษรับวันแม่แห่งชาติ ภายใต้กิจกรรม "สลาก ธ.ก.ส. ออมรัก วันแม่"   นายไพศาล หงษ์ทอง รองผู้จัดการ ธ.ก.ส. ชวนเกษตรกรและลูกค้าทั่วไปร่วมส่งความรักในเดือนแห่งวันแม่เพียงฝากสลากออมทรัพย์ ธ.ก.ส. ชุดใดก็ได้ อาทิ สลากออมทรัพย์ ธ.ก.ส.ชุดกระพ้อมทอง หน่วยละ 500 บาท ลุ้นรวย 20 ล้านบาททุกเดือน สลากออมทรัพย์ ธ.ก.ส.ชุดกระพ้อมเงิน หน่วยละ 100 บาท ลุ้นรางวัลใหญ่ 10 ล้านบาททุกเดือน สลากออมทรัพย์ ธ.ก.ส ชุดถุงเงิน ฝากหน่วยละ 100 บาท ลุ้นโชครางวัลมูลค่า 100,000 บาท จำนวน 900 รางวัลทุกเดือน  สลากออมทรัพย์ ธ.ก.ส.ชุดขวัญถุง หน่วยละ 20 บาท อายุการรับฝาก 6 ปี เมื่อฝากครบกำหนด จะได้รับดอกเบี้ยหน่วยละ 3 บาท คิดเป็นอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 2.50 ต่อปี พร้อมลุ้นรับรางวัลทุนการศึกษาทุกเดือนจำนวน 100 รางวัล เพียงฝากสลากผ่านช่องทาง BAAC Mobile รับเลยของสมนาคุณสุดน่ารัก (จำกัดสิทธิ์ 1 รายต่อ 1 สิทธิ์) อาทิ ฝากสลากตั้งแต่ 50,000 บาทขึ้น ไป รับผ้าอเนกประสงค์เส้นใยแม่เหล็กจำนวน 1 ผืน หรือฝากตั้งแต่ 100,000 บาทขึ้นไป รับ Art Toy มังแมวสุดคิวท์จำนวน 1 เซต จำนวน 4 ตัว ฝากตั้งแต่ 500,000 บาทขึ้นไป รับ Art Toy ชุด Agri animal จำนวน 1 จุ่ม ฝากตั้งแต่ 1 ล้านขึ้นไป รับเลยหมอนอิงลายน้องแมวสุดน่ารักจำนวน 1 ใบ  และฝากตั้งแต่ 10 ล้านบาทขึ้น รับกระเป๋าล้อลากจำนวน 1 ใบ   สำหรับผู้ที่สนใจมอบความรักให้เป็นเงินออม ด้วยการฝากสลากออมทรัพย์ ธ.ก.ส. นอกจากจะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกการออมเงินแล้ว ยังได้ลุ้นรับรางวัลผ่านกิจกรรม "สลาก ธ.ก.ส. ออมรัก วันแม่" ตั้งแต่วันนี้-31 สิงหาคม 2569 ผ่าน BAAC Mobile โดยลูกค้าสามารถลงทะเบียนและแนบหลักฐานการฝากสลากในวันเวลาและเงื่อนไขที่ธนาคารกำหนด ผ่าน QR Code ข้างต้น เพื่อรับของรางวัลดังกล่าว โดยจะประกาศรายชื่อผู้ได้รับรางวัลภายในวันที่ 30 กันยายน 2569 ผ่าน Facebook ธกส.บริการด้วยใจ และเว็บไซต์ www.baac.or.th ทั้งนี้ ยอดฝากสลาก 1 รายการ สามารถร่วมโปรโมชันกับธนาคารได้ 1 โปรโมชันเท่านั้น ร่วมสร้างรากฐานทางการเงินที่มั่นคงกับ ธ.ก.ส. สู่อนาคตที่ยั่งยืน ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ Contact Center 02 555 0555

19 Aug 2026

Banner Banner Banner Banner

Banner
  เปิดแผนงานสื่อ CEO THAILAND ปี 2569-2570 รุกคืบงานวิทยุ - ทีวี - อีเวนต์สื่อ                  สวัสดีครับท่านสมาชิกและผู้ติดตามสื่อออนไลน์ และสื่อในเครือ CEO THAILAND ตลอดมา 21 ปี ช่วงนี้ว่างเว้นจากสนามการเมืองระยะหนึ่ง ผมพอมีเวลากลับมาสานต่องานสื่อสักระยะหนึ่งคือในช่วงปี 2569-2570 จะกลับมาช่วยงานสื่อในฐานะที่ปรึกษา โดยจะยังเน้นในเรื่องสื่อออนไลน์ สื่อทีวี และสื่อวิทยุ และงานอีเวนต์ต่อเนื่องจากสื่อ ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2569 เป็นต้นไป ผมมีแผนงานของบริษัท เอก-วรา พับลิค รีเรชันส์ จำกัด ในสื่อดังต่อไปนี้คือ                          1. สื่อออนไลน์ CEO THAILAND              2. จัดทำรายการวิทยุ “คลื่นประกันภัย-การเงิน” ทางสถานีวิทยุ 96.25 MHZ (สถานีวิทยุการท่องเที่ยววัฒนธรรม) โครงการจัดทำรายการวิทยุเชิงข่าวสารในแวดวงประกันภัยและการเงิน นำเสนอข่าวสารเกี่ยวกับการประกันภัย-ประกันชีวิต  การเงิน และธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ทั้งสินเชื่อ ไฟแนนซ์ อสังหาริมทรัพย์ SMEs ออกอากาศทุกวันศุกร์ของทุกสัปดาห์ เวลา 17.00-18.00 น. ในเดือนสิงหาคม 2569               3. เดือนสิงหาคม 2569 สื่อได้จัดทำรายการทีวี “เรื่องเด่น...ประเด็นดัง” ออนแอร์ออกอากาศทางNBT2 ซึ่งเป็นรายการสดทีวี ที่นำเสนอนโยบายรัฐบาล และวิสัยทัศน์ ของผู้บริหารองค์กรภาครัฐ และภาคเอกชนในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสังคม บริการสาธารณะและบริการพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับสังคม และพี่น้องประชาชน ออกอากาศ ทุกวันจันทร์ที่ 1 และ 3 ของเดือน เวลา 10.00-10.30 น.               4. จัดงานมอบรางวัล “สุดยอดผู้บริหาร-องค์กรแห่งปี 2569” เดือนธันวาคม 2569 ที่จังหวัดกาญจนบุรี โครงการรับรางวัล  “สุดยอดผู้บริหาร-องค์กรแห่งปี 2569” เพื่อประกาศเกียรติคุณให้ผู้บริหารและองค์กรที่สร้างผลงานโดดเด่น ทั้งยังเป็นการกระตุ้นภาคธุรกิจเครือข่าย และSMEs ความตื่นตัวของชุมชนในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี รวมทั้งยังเป็นการสานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสื่อมวลชน-ภาคธุรกิจ -ผู้ประกอบการในพื้นที่ และพี่น้องประชาชน สื่อ CEO THAILAND จึงได้ร่วมกันจัดงานมอบรางวัลดังกล่าวขึ้น               5. โครงการจัดงานสัมมนา  “ทิศทางธุรกิจประกันภัย-การเงินแห่งปี 2569” ในเดือนธันวาคม 2569เพื่อเป็นการกระตุ้นภาคธุรกิจประกันภัยและการเงินในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรีและจังหวัดใกล้เคียง เพื่อความตื่นตัวของชุมชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร รวมทั้งจังหวัดกาญจนบุรี อีกทั้งยังเป็นการสานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสื่อมวลชน-ภาคธุรกิจ-ผู้ประกอบการในพื้นที่ และพี่น้องประชาชน สื่อ CEO THAILAND จึงได้ร่วมกันจัดงานสัมมนาดังกล่าวขึ้น               6. จัดงาน CSR ณ โรงเรียนบ้านท่าทุ่ม จ.กาญจนบุรี ในวันที่ 31 มกราคม 2570 โครงการจัดงานกิจกรรมเพื่อสังคม “CEO THAILAND CSR  OF THE YEAR 2027” เพื่อคืนกำไรสู่สังคมและสร้างความรู้ความเข้าใจให้คนในสังคม เป็นการกระตุ้นภาคธุรกิจประกันภัยและการเงิน และความตื่นตัวของชุมชนในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี อีกทั้งยังเป็นการสานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสื่อมวลชน-ภาคธุรกิจ -ผู้ประกอบการในพื้นที่ และพี่น้องประชาชนในพื้นที่ สื่อ CEO THAILAND จึงได้ร่วมกันจัดงานกิจกรรมดังกล่าวขึ้น T                                                                                                        (นายเอกวรพงศ์ อำนวยทรัพย์)
อ่านต่อ...
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner