Responsive image

Monday, 03 Oct 2022

Banner

หน้าแรก > SOCIETY - CSR / ภาพข่าว-กิจกรรมเพื่อสังคม


OCEAN LIFE ไทยสมุทร ผนึกพลังความรัก ชูนโยบาย “Sustainable with Love” ขับเคลื่อนธุรกิจพร้อมความยั่งยืน สร้างสรรค์โลกที่มั่นคงให้คนรุ่นต่อไป

Wed 14/09/2565


บมจ.ไทยสมุทรประกันชีวิต รักคือพลังของชีวิต โดยคุณนุสรา (อัสสกุล) บัญญัติปิยพจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ (CEO) ตระหนักดีว่าโลกกำลังเผชิญกับปัญหาต่าง ๆ รอบด้าน ทั้งวิกฤตโรคระบาด เศรษฐกิจการเมืองระดับโลก การขาดแคลนทรัพยากร ปัญหาสิ่งแวดล้อมที่สร้างผลกระทบมากขึ้นทุกที ในฐานะที่บริษัทอยู่ในวงการธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการดูแลความเสี่ยง สร้างความมั่นคงในชีวิตให้กับประชาชน จึงเป็นหน้าที่ที่จะขับเคลื่อนธุรกิจไปพร้อมกับความรับผิดชอบถึงผลกระทบทุกด้านที่จะเกิดขึ้นในอนาคตของคนรุ่นต่อไป ดังนั้น OCEAN LIFE ไทยสมุทร จึงได้เดินหน้าตามแผนกลยุทธ์ที่จะร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันสร้างอนาคตที่มั่นคงปลอดภัยสำหรับทุกคน ด้วยการประกาศนโยบายด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน “Sustainable with Love รักคือพลังสร้างความยั่งยืน” ให้สอดรับกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ (Sustainable Development Goals: SDGs) และได้ Kick Off กิจกรรมแรกอย่างเป็นทางการ ด้วยโครงการ OCEAN LIFE Plant with Love ร่วมปลูกต้นไม้ 2,000 ต้นเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับกรุงเทพมหานคร โดยในลำดับต่อไปบริษัทจะขยายไปสู่พื้นที่ต่าง ๆ ที่เรามีอยู่ทั่วประเทศ เพื่อช่วยดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และลดโลกร้อน ซึ่งเป็นหนึ่งในปัญหาหลักที่ต้องรีบแก้ไขอย่างเร่งด่วน พร้อมเผยผลการดำเนินงานใน 7 เดือนของปี 2565 (มกราคม – กรกฎาคม 2565) สามารถสร้างกำไรสุทธิ 1,013 ล้านบาท มีรายได้จากเบี้ยประกันชีวิตรับรวม 8,365 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 3%

“ความรัก” หัวใจสำคัญในการเอาชนะวิกฤต

จากความจริงที่ว่าการทำประกันชีวิต มีจุดเริ่มต้นจากความรักที่มีต่อครอบครัว ต่อบุคคลอันเป็นที่รัก หรือต่อตนเอง ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา OCEAN LIFE ไทยสมุทร ได้ใช้ความรักเป็นแกนหลักในการดำเนินธุรกิจ เริ่มจากการรักในธุรกิจที่ทำเพราะเชื่อว่าเป็นธุรกิจที่ดีก่อให้เกิดประโยชน์ต่อผู้คน ต่อยอดทำให้เกิดความรักในอาชีพ รักเพื่อนร่วมงาน และที่สำคัญคือการส่งต่อความรักที่ไปยังลูกค้าของเรา โดยการปรับตัวและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วสร้างสรรค์นวัตกรรมผลิตภัณฑ์และบริการให้ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในทุกมิติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงภาวะวิกฤตทำให้คุณค่าของความรักเด่นชัด จนเราตกผลึกเป็นคำว่า LOVE MINDSET ประกอบด้วยรัก 3 ด้าน คือ รักสุขภาพ Love Your Health สุขภาพดี พร้อมรับมือกับโรคภัย รักการออมและวางแผนการเงิน Love Your Wealth วางแผนการเงินดี มีเงินสำรอง พร้อมรับมือกับทุกวิกฤต  รักโลกและสังคม Love the World สร้างสังคมแห่งการแบ่งปัน ดูแลโลกและสิ่งแวดล้อมให้น่าอยู่ ทั้งหมดนี้เพื่อสนับสนุนการใช้ความรักเป็นพลังดำเนินชีวิตของคนไทยให้พร้อมเผชิญหน้าโลกวิถีใหม่ สามารถรับมือและก้าวผ่านวิกฤตได้ทั้งในวันนี้และอนาคต

ต่อยอดพลังความรักสู่ 3 เสาหลัก และ 2 พลัง สร้างความยั่งยืน

            ด้วยความเชื่อในพลังความรักดังกล่าว เราจึงต่อยอดจาก LOVE MINDSET ใช้ความรักเป็นหัวใจหลักในการขับเคลื่อนนโยบายการพัฒนาอย่างยั่งยืนขององค์กร ภายใต้แนวคิด Sustainable with Love” รักคือพลังสร้างความยั่งยืน ประกอบด้วย 3 เสาหลัก

1. Health – สุขภาพที่ยั่งยืน โดยเราเริ่มต้นจากภายในองค์กร ด้วยการเสริมภูมิคุ้มกันให้กับบุคลากร ด้วยการสนับสนุนให้ทุกคนใส่ใจดูแลสุขภาพทั้งในรูปแบบของการให้ความรู้ และกิจกรรมต่าง ๆ ทั้ง OCEANLYMPIC Healthy Games มหกรรมสุขภาพดีมีภูมิคุ้มกันทั้งกายใจ Ocean Step of Love สะสมก้าวเดินเสริมสุขภาพ และขมรมกีฬาต่าง ๆ จากนั้นจึงส่งต่อไปยังลูกค้าผ่านการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ประกันสุขภาพที่มีครอบคลุมในทุกความต้องการ รวมทั้งการพัฒนานวัตกรรมการบริการดูแลด้านสุขภาพต่าง ๆ ทั้ง Healthcare Ecosystem การบูรณาการเทคโนโลยีดิจิทัลร่วมกับ Start up เพื่อยกระดับการบริการ Digital Healthcare Service บริการดูแลสุขภาพ ทั้งก่อนป่วย เมื่อป่วย หลังป่วยให้กับลูกค้า รวมทั้งการสนับสนุนข้อมูลสุขภาพที่จำเป็นกับประชาชนผ่านสื่อ และกิจกรรมสัมมนาต่าง ๆ

2. Wealth – การเงินที่ยั่งยืน เราเชื่อว่าก่อนที่เราจะให้คำปรึกษากับลูกค้าได้ บุคลากรของเราต้องมีความรู้ความสามารถ รวมทั้งทักษะต่าง ๆ ครบถ้วน เพื่อให้ทุกคนมีศักยภาพก้าวสู่การเป็นที่ปรึกษาการเงินมืออาชีพ (Financial Planner) ที่ลูกค้าไว้วางใจให้แนะนำการวางแผนชีวิต และวางแผนการเงินให้ประสบความสำเร็จบรรลุเป้าหมายตามที่ตั้งใจ นอกจากนั้น OCEAN LIFE ไทยสมุทรยังมีแบบประกันที่ส่งเสริมการวางแผนการเงินอย่างรอบด้าน (Wealth Solution) ครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์ และทุกช่วงเวลาของชีวิต (Product Life Cycle) ให้ทุกคนพร้อมรับมือกับความไม่แน่นอนในวันนี้ และอนาคต

ไม่เพียงเท่านั้น ความมั่นคงขององค์กรก็เป็นสิ่งสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงแนวทางการเติบโตอย่างยั่งยืน เพื่อให้ลูกค้าประชาชนมั่นใจได้ว่าเราสามารถดูแลทุกคนได้ตลอดไป ด้วยความแข็งแกร่งทางการเงินที่เชื่อถือได้ ความสามารถในการบริหารจัดการสินทรัพย์และหนี้สิน (Asset and Liability Management) และการบริหารจัดการสินทรัพย์ (Portfolio Management) การบริหารจัดการการเงินอย่างมีความรับผิดชอบ และการบริหารความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยอัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุน Capital Adequacy Ratio (CAR) อยู่ในระดับที่แข็งแกร่งที่ 405.92 % (ณ เดือนกรกฎาคม 2565) นับว่าเป็นอันดับต้น ๆ ของธุรกิจประกันชีวิต และสูงกว่าเงินกองทุนขั้นต่ำตามที่กฎหมายกำหนดที่ 120%  

3. World - โลกที่ยั่งยืน โดยสนับสนุนความรักโลก สังคม สิ่งแวดล้อม และมีธรรมาภิบาลตามแนวทาง ESG เพื่อโลกและสังคมที่น่าอยู่

Environment – ด้านสิ่งแวดล้อม ได้จัดการสภาพแวดล้อมองค์กรให้น่าอยู่ พร้อมสร้างจิตสํานึกให้บุคลากรตระหนักและเข้าใจถึงปัญหาสิ่งแวดล้อม ทั้งการแยกขยะ การลดใช้พลาสติก การใช้วัสดุ Recycle การปลูกต้นไม้เพิ่มพื้นที่สีเขียว และการใช้ทรัพยากรภายในองค์กรอย่างรู้คุณค่า ฯลฯนอกจากนั้น เรายังได้ร่วมสนับสนุนโครงการ Greenhouse Gas Emission Reduction Project ร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจ กลุ่มไดอิจิ เดินหน้าสู่เป้าหมาย ลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์สุทธิให้เป็นศูนย์ (Net Zero) 50% ในปี พ.ศ.2568 และ100% ในปี พ.ศ.2583 นำไปสู่การช่วยลดโลกร้อนอย่างยั่งยืน

Social – ด้านสังคม เริ่มด้วยการสร้างชมรม OCEAN LIFE ไทยสมุทรจิตอาสา ปลูกฝังจิตสำนึกแห่งการให้ และสังคมแห่งการแบ่งปัน พร้อมดำเนินโครงการ และกิจกรรมต่าง ๆ โดยมีเป้าประสงค์ในการดูแล และยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนในสังคม ชุมชน ผู้ยากไร้ ผู้ด้อยโอกาส และผู้พิการ อาทิ การร่วมดูแลคนไทยในภาวะวิกฤต COVID – 19 ด้วยกิจกรรมหลากหลายภายใต้โครงการ LOVE THAILAND, PROTECT YOUR LOVED ONES อาทิ โครงการโอชิชวนทำดี ร่วมกับจุฬาฯ ผลิตวัคซีน mRNA  การเปิดให้ประชาชนใช้บริการ Telemed ปรึกษาแพทย์ Online ฟรี  โครงการแยกขวดช่วยหมอ เปลี่ยนขวด PET เป็นชุด PPE ส่งมอบให้โรงพยาบาลทั่วประเทศ และล่าสุด เราได้ทำโครงการ “สอนว่ายน้ำเพื่อรอดชีวิต ช่วยเด็กขาดโอกาส” ร่วมกับครูพายุ และพันธมิตรเพื่อลดการสูญเสียของเด็ก ๆ ซึ่งเป็นอนาคตของชาติจากการว่ายน้ำไม่เป็น

Governance – ด้านธรรมาภิบาล ดำเนินธุรกิจตามกรอบจรรยาบรรณ ด้านต่าง ๆ อย่างเคร่งครัด ทั้งการต่อต้านการทุจริตหรือคอรัปชั่น การเคารพสิทธิมนุษยชน การปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้เสียอย่างเท่าเทียมกัน พร้อมกำหนดนโยบายและส่งเสริมให้พนักงานปฏิบัติ ครอบคลุมทั้งด้านความปลอดภัยสารสนเทศ การบริหารความเสี่ยง การบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ ความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล การปฏิบัติดูแลลูกค้า พร้อมการดูแลบริหารจัดการข้อร้องเรียนต่าง ๆ อย่างเป็นธรรม และยุติธรรมโดยไม่เลือกปฏิบัติ

           พร้อม 2 พลังผลักดันที่จะช่วยสนับสนุนให้นโยบายดังกล่าวเป็นรูปธรรมอย่างแท้จริง 

1. People, Culture & Partnerships สร้างจิตสำนึกและพันธมิตรสร้างความยั่งยืน ด้วยการสร้างคน สร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ยึดมั่นและตระหนักถึงความยั่งยืน  คำนึงถึงการยอมรับและผสานความแตกต่างของบุคลากร (Inclusion) รวมทั้งการสนับสนุนความหลากหลายและการอยู่ร่วมกันอย่างเท่าเทียม (Diversity) ควบคู่ไปกับการจับมือพันธมิตรที่มีศักยภาพรอบด้าน

2. Technology & Innovation – สร้างนวัตกรรมและเทคโนโลยีพื้นฐาน
สร้างสรรค์นวัตกรรม สนับสนุนเทคโนโลยีที่จะช่วยทำให้การขับเคลื่อนโครงการด้านความยั่งยืนเป็นเรื่องง่าย

 

ก้าวข้ามผ่าน Pandemic สู่ Endemic กับผลงาน 7 เดือนของปี 2565

สำหรับผลการดำเนินงานในรอบ 7 เดือนของปี 2565 (มกราคม – กรกฎาคม 2565) OCEAN LIFE ไทยสมุทร มีรายได้จากเบี้ยประกันชีวิตรับรวม 8,365 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้น 3% จากปีก่อน โดยมีเบี้ยประกันชีวิตรับปีแรก จำนวน 1,202 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้น 16% ในขณะที่มีเบี้ยประกันชีวิตรับปีต่อไปที่ 6,675 ล้านบาท และมีอัตราความคงอยู่ของกรมธรรม์ 86% โดยมีเบี้ยประกันรับรวมจากช่องทางตัวแทนเป็นช่องทางหลักจำนวน 6,885 ล้านบาท และสร้างการเติบโตที่โดดเด่นในช่องธนาคาร (Bancassurance) มีอัตราการเติบโตถึง 28% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะเดียวกันบริษัทก็ยังใช้ความสามารถในการบริหารพอร์ตลงทุน จนสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนได้ถึง 5.12% ส่งผลให้มีกำไรสุทธิ 1,013 ล้านบาท

สุดท้ายนี้ เชื่อว่านโยบายการพัฒนาอย่างยั่งยืนอันเกิดจากพลังแห่งรัก และความตั้งใจที่จะร่วมกันดูแลผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วนจะสะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของธุรกิจ เพื่อเติบโตเคียงข้างสังคมไทยอย่างยั่งยืน และพร้อมส่งมอบความรักในรูปแบบของอนาคตที่ดี ที่มาจากความรับผิดชอบในทุกด้านของ OCEAN LIFE ไทยสมุทรให้กับคนรุ่นต่อไป


Tags : OCEANLIFEไทยสมุทร นุสรา(อัสสกุล)บัญญัติปิยพจน์ ไทยสมุทรประกันชีวิต


Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

...

บริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด ได้จัดทำโครงการ“รัฐ-ราษฎร์รวมใจ ขับขี่ปลอดภัย เทิดไท้ ในหลวง” จัดทำหมวกนิรภัยสีเหลืองเต็มใบรูปแบบพิเศษ จำนวน 10,000 ใบ เพื่อส่งเสริมให้ผู้ใช้รถจักรยานยนต์ได้สวมใส่เพื่อความปลอดภัยในการเดินทาง รวมถึงยังได้เป็นส่วนหนึ่งในโครงการที่จะได้ทำความดีด้วยการขับขี่อย่างปลอดภัย ปฎิบัติตามกฎจราจรและสวมหมวกนิรภัยทุกครั้งขณะขับขี่หรือโดยสารรถจักรยานยนต์ และได้ร่วมทำบุญอีกด้วย เงินรายได้ทั้งหมด บริษัทกลางฯนำขึ้นทูลเกล้าฯ โดยเสด็จพระราชกุศลไม่หักค่าใช้จ่ายใดๆ    เนื่องในปีพุทธศักราช 2565 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมพรรษา 70 พรรษา บริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด ได้จัดทำโครงการ“รัฐ-ราษฎร์รวมใจ ขับขี่ปลอดภัย เทิดไท้ใน   หลวง”มาอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นการแสดงความจงรักภักดีและเผยแพร่พระเกียรติคุณให้ประชาชนได้รับรู้และร่วม สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ร่วมกันสร้างสิ่งที่เป็นประโยชน์แก่สังคมตอบแทนพระมหากรุณาธิคุณของ   พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่มีต่อพสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่า โครงการฯ นี้ยังสร้างความปลอดภัยในการขับขี่  หรือโดยสารรถจักรยานยนต์ รวมถึงกระตุ้นเตือนให้ประชาชนเกิดความตระหนักถึงความสำคัญของปัญหาอุบัติเหตุจราจร โดยมีเป้าหมายให้ประชาชนสวมหมวกนิรภัยและปฏิบัติตามกฎจราจร ผ่านการถวายคำปณิธานในโครงการฯ เพื่อสร้างความปลอดภัยในการขับขี่หรือโดยสารรถจักรยานยนต์     บริษัทกลางฯ ได้ดำเนินการจัดทำหมวกนิรภัยรูปแบบพิเศษแบบเต็มใบสีเหลือง จำนวน 10,000 ใบ โดยหมวกนิรภัยทุกใบได้มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ราคาที่จำหน่ายต่ำกว่าต้นทุนโรงงาน ประชาชนสามารถจองได้ผ่านทางออนไลน์ และทาง onsite ภายในงาน Thailand Insurtech Fair ที่ฮอลล์ 6 อิมแพคเมืองทองธานี โครงการ“รัฐ-ราษฎร์ รวมใจ ขับขี่ปลอดภัย เทิดไท้ ในหลวง” เปิดให้จองหมวก ตั้งแต่วันที่ 7 – 9 ตุลาคม 2565 เวลา 10.00 – 16.00 น. ท่านที่สนใจสามารถเข้าร่วมจองหมวกนิรภัยในโครงการได้ทั้งแบบ Online และแบบ Onsite ดังนี้ 1.จองแบบ Online ผ่านไลน์ @iRVP (ราคา 120 บาท) (รวมค่าจัดส่ง) เริ่มตั้งแต่เวลา 10.00 ถึง 16.00 น. หรือจนกว่าหมวกจะหมด (หมวกมีจำนวนจำกัด) เพียงแค่แอดไลน์เป็นเพื่อนกับบริษัทกลางฯ ที่ไลน์ @iRVP ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป โดยวันที่ 7-9 ตุลาคม2565 บริษัทกลางฯ จะใส่ลิงค์จองหมวกไว้ที่หน้าไทม์ไลน์ (Line Voom) โดยท่านที่สนใจสามารถจองหมวกนิรภัยได้ 1 คนต่อ 1 ใบ ขั้นตอนการจองหมวกนิรภัยในโครงการ แอดไลน์ @iRVP เข้าไปดูลิงค์การจองหมวกในวันที่ 7-9 ตุลาคม 2565 ที่ timeline ของไลน์ @iRVP เวลา 10.00-16.00 น. ผู้จองหมวกในโครงการ ร่วมถวายปณิธาน "จะขับขี่อย่างปลอดภัย และปฏิบัติตามกฎจราจร รวมถึงสวมหมวกนิรภัยขณะขับขี่หรือโดยสารรถจักรยานยนต์ทุกครั้ง ระบุชื่อ-นามสกุล / เลขบัตรประชาชน 13 หลัก (เพื่อยืนยันตัวตน) ระบุที่อยู่ในการจัดส่งหมวกนิรภัย ทางบริษัทจะจัดส่งหมวกนิรภัยให้ตามที่อยู่ที่ระบุไว้ โดยผู้เข้าร่วมโครงการฯ จะได้รับหมวกนิรภัยภายใน 15 วัน ชำระเงินผ่าน QR code จำนวน 120 บาท ติดตาม สถานะจัดส่งหมวกนิรภัยได้ที่ เมนู “หมวกกันน็อกของฉัน” 2.จองแบบ Onsite ภายในงาน Thailand Insurtech Fair (ราคา 100 บาท) ที่ฮอลล์ 6 อิมแพคเมืองทองธานี รับหมวกภายในงาน เริ่มตั้งแต่เวลา 10.00 ถึง 16.00 น. หรือจนกว่าหมวกจะหมด (หมวกมีจำนวนจำกัด) โครงการนี้เป็นการรวมพลังทำความดีด้วยหัวใจ ขับขี่ปลอดภัย สวมหมวกนิรภัยและปฏิบัติตามกฎจราจร เพื่อสร้างความปลอดภัยในการขับขี่หรือโดยสารรถจักรยานยนต์ ให้เกิดในวงกว้าง อีกทั้งยังเป็นการสร้างความภาคภูมิใจให้กับประชาชนผู้ใช้รถจักรยานยนต์ที่เข้าร่วมโครงการในการได้มีส่วนร่วมทูลเกล้าฯ ถวายรายได้โดยเสด็จพระราชกุศลอีกด้วย สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ ที่บริษัทกลางฯ Call Center 1791 หรือติดตามข่าวสารได้ที่  line @iRVP หรือ www.facebook.com/RVPHeadOffice/    

01 Oct 2022

...

บมจ.ไทยสมุทรประกันชีวิต รักคือพลังของชีวิต โดยคุณนุสรา (อัสสกุล) บัญญัติปิยพจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ (CEO) ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนโครงการ “ปลูกต้นไม้ล้านต้น สร้างพื้นที่สีเขียวและกำแพงกรองฝุ่นทั่วกรุง” ของกรุงเทพมหานคร โดยได้จัด Kick Off กิจกรรมแรก OCEAN LIFE Plant with Love ร่วมปลูกต้นไม้สร้างพื้นที่สีเขียว 2,000 ต้น ในพื้นที่กรุงเทพฯ โดยได้รับเกียรติจากคุณชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เข้าร่วมกิจกรรม ณ สวนป่าเบญจกิติ ซึ่งกิจกรรมนี้นับเป็นกิจกรรมดี ๆ ภายใต้นโยบายการพัฒนาอย่างยั่งยืน ด้วยแนวคิด Sustainable with Love หรือ รักคือพลังสร้างความยั่งยืน อันประกอบด้วยความยั่งยืนด้านสุขภาพ ความยั่งยืนด้านการเงิน และความยั่งยืนของโลก ที่ต้องดูแลทั้งสิ่งแวดล้อม สังคม และยึดมั่นในคุณธรรม(ESG)  โดย OCEAN LIFE ไทยสมุทร มุ่งมั่นตั้งใจที่จะใช้พลังความรักสร้างความยั่งยืนให้เกิดขึ้นเป็นรูปธรรม ด้วยการใช้ศักยภาพทั้งด้านการประกันชีวิตที่มุ่งใช้ดิจิทัลเทคโนโลยีทำให้ประกันเป็นเรื่องง่าย และการใช้ความรักดูแลสุขภาพ การเงิน และความสุขของทุกคน เพื่อสร้างอนาคตที่มั่นคงและพื้นที่ปลอดภัยสำหรับคนทุกรุ่นที่จะอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขตลอดไป  

21 Sep 2022

...

พร้อมบูรณาการความร่วมมือด้านประกันภัยเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตบุคลากร-ประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ด้วยระบบประกันภัย ก่อนขยายกิจกรรมรณรงค์เชิงรุกในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) และ ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ร่วมแถลงข่าวเปิดตัว “โครงการรณรงค์เชิงรุกในพื้นที่นำร่องเพื่อส่งเสริมการทำประกันภัย พ.ร.บ. อย่างยั่งยืน” ภายใต้ชื่องาน “คปภ. ปลุกพลังนักบิด เปิดโลกใหม่ให้คุ้มครองด้วยประกันภัย พ.ร.บ.” (วันนี้) 13 กันยายน 2565 ณ ลานกิจกรรม ชั้น G สามย่านมิตรทาวน์ กรุงเทพฯ โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานภาคีเครือข่ายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง และสื่อมวลชนเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก เลขาธิการ คปภ. กล่าวว่า การประกันภัยตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 หรือ ประกันภัย พ.ร.บ. ถือเป็นประกันภัยภาคบังคับที่กฎหมายกำหนดให้เจ้าของรถหรือผู้ครอบครองรถทุกคันทุกประเภทต้องจัดทำประกันภัย พ.ร.บ. เพื่อเป็นหลักประกันให้กับผู้ประสบภัยจากรถทุกคน ไม่ว่าจะเป็นผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร รวมถึงคนเดินเท้า ถ้ารถทำประกันภัย พ.ร.บ. นอกจากจะได้รับค่าเสียหายเบื้องต้นโดยไม่ต้องพิสูจน์ความรับผิดแล้ว ยังมีสิทธิได้รับความคุ้มครองสูงสุดตามกรมธรรม์ประกันภัย กรณีเสียชีวิต หรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง 500,000 บาทต่อคน กรณีบาดเจ็บสูงสุดไม่เกิน 80,000 บาทต่อคน กรณีสูญเสียอวัยวะ 200,000-500,000 บาทต่อคน กรณีทุพพลภาพอย่างถาวร 300,000 บาทต่อคน และกรณีเข้ารักษาในสถานพยาบาลในฐานะคนไข้ในจะได้รับค่าชดเชยรายวัน 200 บาทต่อวัน รวมกันไม่เกิน 20 วัน นอกจากนี้ จากสถิติที่ผ่านมาพบว่ามีการจัดทำประกันภัย พ.ร.บ. รถจักรยานยนต์เพียงร้อยละ 65 ของรถจักรยานยนต์จดทะเบียนสะสม ทำให้เมื่อเกิดเหตุจากรถที่ไม่จัดทำประกันภัย พ.ร.บ. ผู้ประสบภัยจากรถจะได้รับเพียงค่าเสียหายเบื้องต้นจากกองทุนทดแทนผู้ประสบภัย และจากสถิติในปี 2564 มีผู้ประสบภัยจากรถที่มาขอรับค่าเสียหายเบื้องต้นจากกองทุนทดแทนผู้ประสบภัย จำนวน 9,112 ราย คิดเป็นเงินจำนวน 180 ล้านบาท ซึ่งจากสถิติพบว่า 70% เป็นผู้ประสบภัยจากรถจักรยานยนต์ จากตัวเลขเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่ายังมีรถที่อยู่นอกระบบการประกันภัย พ.ร.บ. อีกเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะรถจักรยานยนต์ ซึ่งแสดงให้เห็นว่ายังมีเจ้าของรถจำนวนมากที่ยังไม่เข้าใจและเล็งเห็นถึงความสำคัญของการมีประกันภัย พ.ร.บ. เพื่อนำไปเป็นเครื่องมือในการบริหารความเสี่ยงภัย หากเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นจากการใช้รถใช้ถนน ทั้งนี้ เจ้าของรถหรือผู้ครอบครองรถทุกคันมีหน้าที่ตามกฎหมายที่ต้องจัดให้มีการประกันภัย พ.ร.บ. หากฝ่าฝืนไม่จัดให้มีการประกันภัย พ.ร.บ. จะมีโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท หรือหากเป็นผู้ที่ใช้รถที่ไม่ทำประกันภัย พ.ร.บ. จะมีโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท ดังนั้น หากเป็นทั้งเจ้าของรถที่ไม่ทำประกันภัย พ.ร.บ. และได้นำรถคันนั้นออกไปใช้เองจะมีความผิดทั้ง 2 ข้อหา โดยมีโทษปรับไม่เกิน 20,000 บาท ด้วยเหตุนี้ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (สำนักงาน คปภ.) ในฐานะเป็นหน่วยงานของรัฐที่มีภารกิจในการกำกับดูแล พัฒนาธุรกิจประกันภัยให้มีความเข้มแข็งมั่นคง และคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของประชาชนด้านการประกันภัย จึงได้จัดทำ “โครงการรณรงค์เชิงรุกในพื้นที่นำร่อง เพื่อส่งเสริมการทำประกันภัย พ.ร.บ. อย่างยั่งยืน” เพื่อประชาสัมพันธ์สร้างความตระหนักรู้ให้กับพี่น้องประชาชนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับประกันภัย พ.ร.บ. สำนักงาน คปภ. จึงผนึกกำลังกับกทม. เพื่อปลุกพลังผู้ขับขี่ในพื้นที่กรุงเทพมหานครเป็นแห่งแรก ซึ่งมีความสอดคล้องไปในทิศทางเดียวกันกับนโยบายของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในการสร้างกรุงเทพมหานคร ให้เป็นเมืองที่มีความปลอดภัยในการใช้ชีวิตสำหรับประชาชน รวมทั้งเป็นไปตามนโยบาย “ลดอุบัติเหตุให้เป็นศูนย์” (Zero Accident) ของกรุงเทพมหานครและรัฐบาล โดยมุ่งเน้นและส่งเสริมพี่น้องประชาชนผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ในกรุงเทพมหานครให้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับประกันภัย พ.ร.บ. เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีผู้ใช้รถจักรยานยนต์สูงเป็นอันดับ 1 ของประเทศ และจากข้อมูลอุบัติเหตุทางถนน ณ 10 กันยายน 2565 พบว่า กรุงเทพมหานครมีประชาชนที่ได้รับอุบัติเหตุทางถนนสูง โดยมีผู้บาดเจ็บ 77,093 ราย เสียชีวิต 657 ราย คิดเป็นร้อยละ 89.50 ที่เกิดอุบัติเหตุจากรถจักรยานยนต์ โดยที่มีสัดส่วนการทำประกันภัย พ.ร.บ. รถจักรยานยนต์เพียง 70% ภายหลังจากการจัดกิจกรรมเปิดตัวโครงการที่กรุงเทพมหานครแล้ว สำนักงาน คปภ. จะเดินหน้ารุกไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ เพื่อจัดกิจกรรม Road Show และกิจกรรมรณรงค์สร้างความตระหนักให้กับประชาชนผู้ใช้รถ สร้างการเข้าถึงประกันภัย พ.ร.บ. และการมีส่วนร่วมในการจัดทำประกันภัย พ.ร.บ. โดยเจาะกลุ่มเป้าหมายที่นิคมอุตสาหกรรม 3 แห่ง ได้แก่ นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จังหวัดระยอง นิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และนิคมอุตสาหกรรมบางปู จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มประชาชนที่ใช้รถจักรยานยนต์ในการเดินทาง ด้าน ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า กทม. เห็นด้วยกับแนวคิดของสำนักงาน คปภ. เนื่องจากปัจจุบันมีผู้ใช้รถจักรยานยนต์ในพื้นที่กรุงเทพฯ เป็นจำนวนมาก และมีความจำเป็นต่อการเดินทางของคนกรุงเทพเป็นอย่างมาก แต่รถจักรยานยนต์ก็มีความเสี่ยง ถ้าเกิดอุบัติเหตุแล้วไม่ได้ทำประกันภัยก็จะกระทบกับชีวิตครอบครัว ซึ่งคนส่วนใหญ่ไม่ทราบว่าผลกระทบที่จะได้รับหลังจากเกิดอุบัติเหตุจะมีค่าใช้จ่ายตามมาหากไม่ได้ทำประกันภัย พ.ร.บ.  ดังนั้น การประชาสัมพันธ์ให้ความรู้แก่ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์สามารถเจาะผ่านผู้นำชุมชนให้ช่วยรณรงค์ภายในชุมชน หรือจะเป็นกลุ่มรถจักรยานยนต์รับจ้าง กลุ่มไรเดอร์ GRAB  ซึ่ง กทม. สามารถช่วยรณรงค์ได้ทันที โดยเน้นให้ความร่วมมือรณรงค์ประชาสัมพันธ์กับกลุ่มเป้าหมายได้อย่างเต็มที่ โดยรณรงค์เป็นแพ็กเกจ ทั้งเรื่องอุบัติเหตุในการขับขี่ การสวมหมวกนิรภัย และให้ทำประกันภัย พ.ร.บ. ควบคู่กันไปด้วย ในโอกาสนี้ กทม. ขอขอบคุณสำนักงาน คปภ. ที่มอบกรมธรรม์ พ.ร.บ. รถจักรยานยนต์ จำนวน 500 ฉบับ ให้แก่พนักงานและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานของ กทม. ให้ได้รับความคุ้มครองจากระบบประกันภัย และค่าใช้จ่ายในการทำประกันภัย พ.ร.บ. รถจักรยานยนต์ ตกปีละกว่า 300 บาท หรือเก็บเงินวันละบาทเท่านั้น จำเป็นจะต้องสื่อสารในเรื่องนี้ไปยังกลุ่มเป้าหมายให้มากขึ้น แต่จะต้องทำเป็นแพ็กเกจ ทั้งเรื่องการรณรงค์ทำประกันภัย พ.ร.บ. ควบคู่ไปกับการรณรงค์สวมหมวกนิรภัย การรณรงค์ไม่ขับรถเร็ว การรณรงค์รักษากฎจราจร เป็นต้น           เลขาธิการ คปภ. กล่าวเพิ่มเติมว่า หลังจากนี้ สำนักงาน คปภ. และกรุงเทพมหานคร จะต่อยอดการบูรณาการความร่วมมืออย่างใกล้ชิดทั้งในการรณรงค์ให้ชาวกทม.ทำประกันภัย พ.ร.บ. และร่วมมือในการนำระบบประกันภัยมาช่วยบริหารความเสี่ยง ตลอดจนช่วยให้ชาวกทม. และบุคลากรในสังกัดกทม. สามารถเข้าถึงและได้รับความเป็นธรรมในเรื่องประกันภัยอย่างเต็มที่  “ทั้งนี้ หากไม่ได้รับความเป็นธรรมเรื่องประกันภัย หรือต้องการข้อมูลด้านประกันภัยเพิ่มเติม สอบถามได้ที่สายด่วน คปภ. 1186 หรือ Add Line Official @oicconnect” เลขาธิการ คปภ. กล่าวในตอนท้าย  

15 Sep 2022

Banner Banner Banner Banner

Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
  จับตาธุรกิจประกันภัย และการเงินในช่วงโควิด   สวัสดีครับเพื่อนๆ เฟซบุ๊กและสมาชิกสื่อ CEO THAILAND ทุกท่าน ในช่วงที่เชื้อไวรัสโควิดระบาดอย่างต่อเนื่องแบบนี้ ไม่เฉพาะคนหาเช้ากินค่ำหรือพนักงานกินเงินเดือนเท่านั้นที่ได้รับผลกระทบเงินในกระเป๋าเหือดแห้ง จะว่าไปแล้วภาคธุรกิจเองก็ได้รับผลกระทบทางยอดขายและรายได้เช่นเดียวกัน เพราะผู้บริโภคไม่มีเงินซื้อกินซื้อใช้ รวมทั้งบริษัทหรือธุรกิจที่หยุดหรือเลิกกิจการเพราะพิษโควิด-19 แม้ว่าทุกธุรกิจจะประสบปัญหา แต่สำหรับผมยังคิดว่ามี 2 ธุรกิจที่ยังคงรักษาตัวเองในเรื่องยอดขายและผลประกอบการได้อยู่ ซึ่งธุรกิจทั้งสองสาขานี้แข็งแกร่งต่อเนื่องมาอย่างยาวนาน แต่ในฐานะคนที่ใกล้ชิดและทำข่าวด้านการเงินและประกันภัยมาตลอดเวลา 20 ปีที่ผ่านมา ทั้งสองธุรกิจนี้ ถือว่ามีความแข็งแกร่งและมั่นคง รวมทั้งมีผลประกอบการที่ดีมาตลอด ในช่วงวิกฤติโควิด-19 ตั้งแต่ปลายปี 2562 จนถึงปัจจุบัน ธุรกิจไทยล้มระเนระนาด ยอดขายตกฮวบ ต้องหยุดหรือเลิกกิจการ รวมทั้งเสียหายอย่างมากเพราะไวรัสโควิด แต่สำหรับธุรกิจประกันภัยยังคงสร้างยอดขายได้ต่อเนื่องด้วยการคลอดกรมธรรม์ป้องกันโควิดรายปีที่ได้รับการตอบรับอย่างดีจากประชาชนมาตั้งแต่การระบาดรอบที่ 1  รอบที่ 2  และรอบที่ 3 (ล่าสุด) รอบล่าสุดคนไทยรู้ว่าพิษร้ายโควิดรุนแรงแค่ไหน เป็นโควิดแล้วเสี่ยงตาย ตายเร็วด้วย แนวทางเดียวในการป้องกันโควิด คือฉีดวัคซีน แต่ก็กลัวผลข้างเคียงจากการฉีดวัคซีน ประกันภัยก็คลอดกรมธรรม์ ที่มีความคุ้มครองแพ้วัคซีน รวมทั้งการทำดีเพื่อชาติ แจกกรมธรรม์คุ้มครองผลข้างเคียงจากการฉีดวัคซีนอีก 8 ล้านกรมธรรม์ฟรี ส่วนธุรกิจการเงินนั้นก็ได้รับผลบวกจากวิกฤติโควิด ทางบวก คือลูกค้ามาใช้บริการขอสินเชื่อมากขึ้นเพื่อเสริมเพื่อกอบกู้ธุรกิจ แต่ทางด้านลบ เมื่อปล่อยสินเชื่อก็มีความเสี่ยงหนี้สูญมากขึ้นเช่นกัน  แต่ไม่ว่าจะเป็นมุมไหนธนาคารหรือสถาบันการเงินภาครัฐ ทั้งธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) , ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME D BANK) ฯลฯ ย่อมมีลูกค้ามาใช้บริการมากขึ้นอย่างแน่นอน นี่คือสองธุรกิจที่ผมคิดว่าน่าจะยังไปได้สวยรวมทั้งจะมีลูกค้ามาใช้บริการมากขึ้นในช่วงนี้และช่วงหลังโควิด-19 โดยเฉพาะสถาบันการเงินของรัฐบาลที่จะต้องมีบทบาทเข้ามาสนับสนุนภาคธุรกิจมากขึ้น ส่วนภาคอุตสาหกรรมประกันภัยนั้นแน่นอนว่าผลพวงจากพิษโควิด-19 ทำให้กรมธรรม์ประกันภัยโควิดขายดีขึ้น รวมทั้งผมอยากจะฝากการบ้านพวกท่านต่ออีกว่า ภาคธุรกิจประกันภัยท่านลองศึกษาลองเปิดขายกรมธรรม์โควิดขึ้นมาที่มีระยะความคุ้มครอง ที่ยาวนานขึ้น รวมทั้งดูแลรักษาพยาบาล มีทุนประกันชีวิต มีค่าชดเชย ที่ผมพูดแบบนี้เพราะว่าโลกนี้ต้องอยู่กับโควิด เพราะแม้ว่าจะฉีดวัคซีนครบแล้วก็ยังติดโควิด-19 ได้ ดังนั้นประกันภัยโควิดมีความจำเป็นต่อชีวิตคนไทย สามารถติดตามงานเขียนผมได้ที่ www.ceothailand.net  รวมทั้งเฟซบุ๊ก นายเอกวรพงศ์ อำนวยทรัพย์  เฟซบุ๊ก เอก-วราพงษ์ รวมทั้งเพจ อ.เอกวรพงศ์ อำนวยทรัพย์  หรือที่อีเมล ake_vara@hotmail.com, akevorapong.ceo@gmail.com , akevaraceo@gmail.com   โทรศัพท์มือถือ 081-345-8999, 081-347-8999  Line : 0813458999   นายเอกวรพงศ์ อำนวยทรัพย์ บรรณาธิการบริหาร สื่อ CEO THAILAND
อ่านต่อ...
Banner
Banner