Responsive image

Monday, 05 Oct 2026

หน้าแรก > INSURANCE / ประกันภัย - ประกันชีวิต


คปภ. ติวเข้มอนุญาโตตุลาการ เตรียมนำระบบ E-Arbitration มาใช้เพื่อคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของประชาชน พร้อมรองรับการระงับข้อพิพาทด้านประกันภัยอย่างเต็มรูปแบบในยุค Nex Normal

Sun 02/10/2565


ดร. สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) เป็นประธานเปิดโครงการสัมมนาอนุญาโตตุลาการ สำนักงาน คปภ. ประจำปี 2565 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและสนับสนุนความรู้ทางวิชาการอันเกี่ยวกับกฎหมายด้านการประกันภัยที่มีการแก้ไขปรับปรุง ตลอดจนเงื่อนไขกรมธรรม์ประกันภัยรูปแบบใหม่ ๆ ที่มีอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินกระบวนพิจารณาของอนุญาโตตุลาการ อีกทั้งเพื่อให้อนุญาโตตุลาการและพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องได้มีโอกาสพบปะหารือ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ประสบการณ์ในการปฏิบัติงานที่ผ่านมาเพื่อนำไปเป็นแนวทางในการปฏิบัติงานระงับข้อพิพาทด้านการประกันภัยให้มีประสิทธิภาพ โดยมีอนุญาโตตุลาการ พนักงานสำนักงาน คปภ. ส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ร่วมสัมมนากว่า 107 คน เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2565 ณ โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพมหานคร

ในโอกาสนี้ เลขาธิการ คปภ. กล่าวว่า สำนักงาน คปภ. ได้นำกระบวนการระงับข้อพิพาททางเลือกด้วยวิธีอนุญาโตตุลาการมาใช้ เพื่อเป็นอีกทางเลือกหนึ่งให้กับประชาชน ใช้ในการระงับข้อพิพาทกรณีที่มีข้อโต้แย้งหรือข้อพิพาทจากสัญญาประกันภัยเกิดขึ้นระหว่างประชาชน ผู้เอาประกันภัยกับบริษัทประกันภัย โดยไม่ต้องนำคดีไปฟ้องร้องต่อศาล ซึ่งการระงับข้อพิพาทด้วยวิธีอนุญาโตตุลาการนี้ได้ถูกกำหนดไว้ในเงื่อนไขกรมธรรม์ประกันภัยตั้งแต่ปี 2541 เป็นต้นมา ทั้งนี้จากสถิติการดำเนินการระงับข้อพิพาทด้วยวิธีอนุญาโตตุลาการในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา (ตั้งแต่ปี 2560 จนถึงเดือนสิงหาคม 2565) มีข้อพิพาทที่เข้าสู่กระบวนงานการระงับข้อพิพาทด้วยวิธีอนุญาโตตุลาการที่สำนักงาน คปภ. ดำเนินการ เป็นจำนวน 7,222 เรื่อง ยุติแล้ว 6,859 เรื่อง ทุนทรัพย์ที่ยุติ 8,533,390,959 บาท

จากการดำเนินชีวิตของผู้คนที่เปลี่ยนแปลงไปมีการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยให้เกิดประโยชน์กับอุตสาหกรรมประกันภัย (InsurTech) เพื่อเป็นการลดต้นทุนในการดำเนินธุรกิจ และการบริหารจัดการอื่น ๆ เช่น การส่งมอบกรมธรรม์ e – Policy การใช้เทคโนโลยี Block chain ในการเก็บข้อมูลการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน รวมทั้งการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในการปฏิบัติตามกฎหมายและหลักเกณฑ์ในการกำกับดูแล (RegTech) โดยเฉพาะระบบฐานข้อมูลการประกันภัย  IBS (Insurance Bureau System) ซึ่งจะเป็นศูนย์กลางของข้อมูลประกันภัยเพื่อการกำกับดูแลธุรกิจประกันภัยและเพื่อยกระดับการดำเนินกิจการของอุตสาหกรรมประกันภัย เพิ่มศักยภาพของบริษัทประกันภัยในการแข่งขันในระดับสากลและเพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลประกันภัยที่ถูกต้องอย่างเท่าเทียมกัน สำนักงาน คปภ. จึงได้มีการนำเทคโนโลยีเข้ามาประยุกต์ใช้ในกระบวนการอนุญาโตตุลาการ เพื่อให้กระบวนการพิจารณาและการทำคำวินิจฉัยชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการเป็นไปอย่างสะดวก รวดเร็วยิ่งขึ้น อาทิ เช่น การให้ข้อมูลผ่านเว็บไซต์ www.oic.or.th การใช้ Line Application และอีเมล เป็นเครื่องมือในการนัดหมาย ส่งข้อความ ส่งคำร้อง ส่งบันทึกแบบคำพยานส่งพยานเอกสาร คำเสนอข้อพิพาท และคำคัดค้าน รวมทั้งการสั่งคำร้องต่าง ๆ ของอนุญาโตตุลาการควบคู่ไปกับการประสานงานผ่านช่องทางอื่น และที่สำคัญได้มีการกำหนดแนวทางปฏิบัติเพื่อรองรับการดำเนินงานในกระบวนการตั้งอนุญาโตตุลาการและการสืบพยานผ่านจอภาพหรือสื่ออิเล็กทรอนิกส์โดยการใช้ Video Conference,  Video Call, Chat Room, Microsoft Teams เป็นต้น ตามความตกลงหรือความประสงค์ของคู่พิพาท ซึ่งผลการดำเนินงานที่ผ่านมาเป็นไปได้ด้วยดี และได้รับความพึงพอใจจากทุกฝ่าย และมีแนวโน้มว่าจะมีข้อพิพาทที่คู่พิพาทประสงค์จะให้ดำเนินกระบวนพิจารณาโดยผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์เพิ่มมากขึ้นเป็นลำดับ

เลขาธิการ คปภ. กล่าวด้วยว่าเพื่อเป็นการยกระดับการคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของประชาชนและผู้เอาประกันภัย สำนักงาน คปภ. ได้เปิดให้บริการระบบสารสนเทศเพื่อสนับสนุนงานคุ้มครองสิทธิประโยชน์ด้านการประกันภัย (PPMS) โดยระบบดังกล่าวสามารถจัดเก็บและประมวลผลข้อมูลเรื่องร้องเรียนหรือข้อพิพาทต่าง ๆ รวมทั้งสามารถเชื่อมต่อกระบวนการคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของประชาชนตั้งแต่กระบวนการแก้ไขปัญหาเรื่องร้องเรียนในชั้นพนักงานเจ้าหน้าที่ การไกล่เกลี่ยโดยผู้ชำนาญการ และการระงับข้อพิพาทด้วยวิธีอนุญาโตตุลาการ โดยผู้เสนอข้อพิพาทสามารถยื่นคำเสนอข้อพิพาท การวางเงินเป็นหลักประกันค่าป่วยการอนุญาโตตุลาการ และค่าใช้จ่ายในการดำเนินกระบวนพิจารณา การส่งเอกสารต่าง ๆ การติดตามสถานะการดำเนินงานของแต่ละข้อพิพาท ผ่านระบบ PPMS ได้ ซึ่งระบบดังกล่าวนอกจากจะช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้เสนอข้อพิพาทแล้ว ยังสามารถประมวลผลข้อมูลเรื่องร้องเรียนหรือข้อพิพาทต่าง ๆ ที่ยื่นต่อสำนักงาน คปภ. เพื่อให้สำนักงาน คปภ. สามารถนำข้อมูลต่าง ๆ มาวิเคราะห์ถึงสาเหตุที่แท้จริงของเรื่องร้องเรียนหรือข้อพิพาทต่าง ๆ ก่อนนำไปแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุเพื่อลดจำนวนเรื่องร้องเรียนหรือข้อพิพาทด้านประกันภัย

นอกจากนี้ในการใช้งานระบบ PPMS ในระยะเริ่มแรก พบว่า ระบบดังกล่าวที่เกี่ยวกับกระบวนการระงับข้อพิพาทด้วยวิธีอนุญาโตตุลาการยังไม่รองรับการให้บริการทางฝั่งบริษัทประกันภัย ซึ่งอยู่ในสถานะเป็นผู้คัดค้านในข้อพิพาทที่เกิดขึ้น สำนักงาน คปภ. จึงได้จัดทำโครงการที่พัฒนาต่อยอดจากระบบ PPMS ที่มีอยู่ โดยนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในกระบวนงานระงับข้อพิพาทด้วยวิธีอนุญาโตตุลาการ (E - Arbitration) ซึ่งจะรองรับการให้บริการอย่างครบวงจรทั้งในส่วนอนุญาโตตุลาการ บริษัทประกันภัย และพนักงานเจ้าหน้าที่ของสำนักงาน คปภ. เช่น การยื่นคำคัดค้าน การวางเงินเป็นหลักประกัน การติดตามสถานะคดี การส่งคำร้อง การยื่นเอกสารต่าง ๆ การสั่งคำร้องของอนุญาโตตุลาการ การนัดหมายแจ้งเตือนอนุญาโตตุลาการ คู่พิพาท และพนักงานเจ้าหน้าที่ รวมทั้งสามารถดำเนินกระบวนพิจารณาผ่านระบบดังกล่าวได้ด้วย เป็นต้น ทั้งนี้ ปัจจุบันการดำเนินการโครงการ E - Arbitration มีความคืบหน้าเป็นไปตามแผนงานที่กำหนดไว้ โดยในขณะนี้ผู้พัฒนาระบบได้ดำเนินการให้เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบ ผู้เสนอข้อพิพาท ผู้คัดค้าน รวมทั้งอนุญาโตตุลาการ เข้าทดสอบการใช้งานและให้ข้อคิดเห็นต่อการใช้งานของระบบดังกล่าว โดยผู้พัฒนาระบบมีแผนงานที่จะส่งมอบระบบที่สมบูรณ์ได้ภายในปีนี้

ทั้งนี้ ผลการสัมมนาอนุญาโตตุลาการ ทั้งในวันที่ 28 และวันที่ 29 กันยายน 2565 ได้ข้อสรุปในแนวทางการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในกระบวนการระงับข้อพิพาทด้วยวิธีอนุญาโตตุลาการ อันเป็นการพัฒนาและยกระดับการคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของประชาชนผู้เอาประกันภัย ให้เป็นที่ไว้วางใจและสร้างความเชื่อถือมากยิ่งขึ้น ในประเด็นต่าง ๆ ดังนี้

ประเด็นแรก เพิ่มเติมการขึ้นทะเบียนรายชื่ออนุญาโตตุลาการที่มีภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่ ณ ที่ทำการอนุญาโตตุลาการ สำนักงาน คปภ. ภาค 1 (เชียงใหม่) และภาค 9 (สงขลา) เพื่อให้คู่พิพาทมีทางเลือกในการตั้งอนุญาโตตุลาการมากยิ่งขึ้น รวมทั้งส่งเสริมหรือสนับสนุนให้คู่พิพาทใช้ระบบประชุมทางจอภาพ (Video Conference) ตลอดจนการนำเทคโนโลยีต่าง ๆ มาใช้ในกระบวนการพิจารณาทุกขั้นตอน ทำให้ประหยัดทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายของคู่พิพาท 

ประเด็นที่ 2 จัดทำคู่มือการปฏิบัติงานของพนักงานเจ้าหน้าที่ เพื่อให้การปฏิบัติงานในกระบวนการระงับข้อพิพาท ทั้งในส่วนกลางและภูมิภาคเป็นไปด้วยความรอบคอบ มีมาตรฐานและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน   

ประเด็นที่ 3 สนับสนุนและจัดทำฐานข้อมูลเกี่ยวกับข้อกฎหมายด้านการประกันภัย เงื่อนไขกรมธรรม์ประกันภัยที่เกี่ยวข้อง บทคัดย่อ และแนวทางการวินิจฉัยชี้ขาดข้อพิพาทที่ผ่านมา รวมทั้งความเป็นไปได้ในการตั้งผู้เชี่ยวชาญด้านประกันภัยทำหน้าที่สนับสนุนข้อมูลต่าง ๆ เพื่อประกอบการดำเนินกระบวนพิจารณาของอนุญาโตตุลาการให้เป็นไปด้วยความรวดเร็วและแนวทางเดียวกันมากยิ่งขึ้น             

ประเด็นที่ 4 ประสานงานกับกองทุนประกันวินาศภัย ในฐานะผู้ชำระบัญชีอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง เพื่อให้การดำเนินกระบวนพิจารณากรณีผู้คัดค้านเป็นบริษัทประกันภัยถูกเพิกถอนใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันภัย สามารถดำเนินการกระบวนการพิจารณาต่อไปอย่างต่อเนื่อง รวดเร็ว และเกิดความเป็นธรรม 

นอกจากนี้ สำนักงาน คปภ. ยังได้จัดให้มีการบรรยายและสนับสนุนข้อมูลทางวิชาการแก่อนุญาโตตุลาการ ประกอบด้วยเงื่อนไขกรมธรรมประกันภัยรถยนต์ทั้งภาคบังคับและภาคสมัครใจที่ได้มีการเปลี่ยนแปลงใหม่และเป็นประเด็นสำคัญที่นำไปสู่การยื่นข้อพิพาทต่อสำนักงาน คปภ. เช่น เงื่อนไขความคุ้มครอง กรณีความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย อนามัย รวมถึงกรณีทุพพลภาพอย่างถาวรและทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง การชดใช้ดอกเบี้ยผิดนัด ตลอดจนข้อยกเว้นความคุ้มครองต่าง ๆ เป็นต้น อันจะเป็นประโยชน์ต่ออนุญาตโตตุลาการในการนำไปประกอบการพิจารณาและจัดทำคำวินิจฉัยชี้ขาด 

“การจัดสัมมนาประจำปีอนุญาโตตุลาการในครั้งนี้เกิดประโยชน์อย่างยิ่งที่ได้รับทราบปัญหา และมีการบูรณาการความคิดในการแก้ปัญหาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของอนุญาโตตุลาการของสำนักงาน คปภ. ทั้งนี้ จะเห็นได้ว่าสำนักงาน คปภ. เดินมาถูกทางในการนำเอานวัตกรรมและเทคโนโลยีมาใช้ในการกำกับดูแลธุรกิจประกันภัยซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นคู่พิพาท อนุญาโตตุลาการ และสำนักงาน คปภ. อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการคุ้มครองสิทธิประโยชน์ด้านการประกันภัยให้กับประชาชนผู้เอาประกันภัย ตลอดทั้งเป็นการส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดี ทำให้เกิดความเชื่อมั่นในการให้บริการประชาชนต่อไปในอนาคต” เลขาธิการ คปภ. กล่าวในตอนท้าย


Tags : คปภ. ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ คปภ. ติวเข้มอนุญาโตตุลาการ เลขาธิการ คปภ.


Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

...

ธ.ก.ส. ขอแสดงความห่วงใย พร้อมอยู่เคียงข้างลูกค้าจากสถานการณ์อุทกภัยฉับพลันที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ เดินหน้าเร่งช่วยเหลือผ่านมาตรการเพื่อสนับสนุนเงินทุนอัตราดอกเบี้ยต่ำผ่านโครงการสินเชื่อเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายฉุกเฉินให้แก่ลูกค้าผู้ประสบภัยธรรมชาติหรือภัยพิบัติ ปี 2569/70 วงเงินกู้สูงสุดรายละไม่เกิน 50,000 บาท อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ 6 เดือนแรก 0% ต่อปี เดือนที่ 7 เป็นต้นไป อัตราดอกเบี้ย MRR ต่อปี และสินเชื่อฟื้นฟูและพัฒนาคุณภาพชีวิตสำหรับเกษตรกรลูกค้า ผู้ประสบภัยธรรมชาติหรือภัยพิบัติ วงเงินรายละไม่เกิน 500,000 บาท อัตราดอกเบี้ย MRR-2 ต่อปี แจ้งความประสงค์ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปที่ ธ.ก.ส. สาขาที่ลูกค้าสังกัด และเตรียมมอบหมายเจ้าหน้าที่เตรียมลงพื้นที่สำรวจความเสียหายให้กับลูกค้าหลังน้ำลด เพื่อรวบรวมข้อมูลและวางแนวทางในการให้ความช่วยเหลืออื่น ๆ ต่อไป   นายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์อุทกภัยฉับพลันที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ ซึ่งส่งผลกระทบให้เกิดความเสียหายต่อความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่ ทั้งด้านการใช้ชีวิตและการประกอบอาชีพ รวมถึงที่อยู่อาศัย และทรัพย์สิน ธ.ก.ส. พร้อมเดินหน้าอยู่เคียงข้างเกษตรกรในการช่วยเหลือผ่านการสนับสนุนด้านเงินทุน เพื่อดูแลและบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ลูกค้าผู้ได้รับผลกระทบให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนอัตราดอกเบี้ยต่ำในการนำไปใช้จ่ายฉุกเฉิน สร้างหรือซ่อมแซมที่อยู่อาศัย โรงเรือนการเกษตร เครื่องมือ เครื่องจักรกลการเกษตร รวมถึงการฟื้นฟูการผลิตที่ได้รับความเสียหายจากภัยธรรมชาติหรือภัยพิบัติ ประกอบด้วย 1) โครงการสินเชื่อเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายฉุกเฉินให้แก่ลูกค้าผู้ประสบภัยธรรมชาติหรือภัยพิบัติ ปี 2569/70 เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการดำรงชีพหรือค่าใช้จ่ายฉุกเฉินจำเป็นในครัวเรือนของเกษตรกรลูกค้า เช่น ค่าซ่อมแซมบ้านเรือน/อาคารโรงเรือน ซ่อมแซมเครื่องมืออุปกรณ์ในการประกอบอาชีพ หรือเงินทุนทำการผลิตรอบใหม่ เป็นต้น วงเงินกู้รายละไม่เกิน 50,000 บาท อัตราดอกเบี้ย 0% นาน 6 เดือนแรก เดือนที่ 7 เป็นต้นไป คิดอัตราดอกเบี้ย MRR ต่อปี (ปัจจุบัน MRR เท่ากับ 6.575%) 2) โครงการสินเชื่อฟื้นฟูและพัฒนาคุณภาพชีวิตสำหรับเกษตรกรลูกค้า ผู้ประสบภัยธรรมชาติหรือภัยพิบัติ เพื่อเป็นเงินทุนสำหรับสร้างหรือซ่อมแซมที่อยู่อาศัย/โรงเรือนการเกษตร หรือเครื่องมือ/เครื่องจักรกลทางการเกษตร หรือฟื้นฟูการผลิตที่ได้รับความเสียหายจากภัยธรรมชาติหรือภัยพิบัติ วงเงินรายละไม่เกิน 500,000 บาท อัตราดอกเบี้ย MRR-2 ต่อปี (ปัจจุบัน MRR เท่ากับ 6.575%) ระยะเวลาชำระคืนภายใน 15 ปี นอกจากนี้ ธ.ก.ส. ขอส่งความห่วงใยไปยังประชาชนทุกท่านที่ได้รับผลกระทบและอย่ากังวลใจในช่วงสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ธ.ก.ส. พร้อมเข้าไปดูแลและช่วยเหลืออย่างเต็มที่ โดยหลังจากสถานการณ์คลี่คลาย ธ.ก.ส. จะดำเนินการลงพื้นที่สำรวจความเสียหายที่อยู่อาศัย ทรัพย์สินและพื้นที่การเกษตรของลูกค้า ทำการรวบรวมข้อมูลเพื่อพิจารณาให้ความช่วยเหลือและลดภาระหนี้สินต่อไป สำหรับลูกค้า ธ.ก.ส. ผู้ประสบภัย สามารถแจ้งความประสงค์ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปที่ ธ.ก.ส. สาขาที่ลูกค้าสังกัด หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ธ.ก.ส. Contact Center 02 555 0555 ตลอด 24 ชั่วโมง

01 Oct 2026

...

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า สถานการณ์ฝนตกหนักต่อเนื่องจนทำให้เกิดน้ำท่วมในหลายพื้นที่ของประเทศ รวมถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตและการประกอบอาชีพของประชาชน ธนาคารออมสินพร้อมขานรับนโยบายของกระทรวงการคลัง ในการดำเนินมาตรการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยอย่างเร่งด่วนและเป็นรูปธรรม ด้วยการ ประกาศพักชำระเงินต้นและไม่คิดดอกเบี้ย นาน 3 เดือน เพื่อลดภาระทางการเงินให้กับลูกค้าทันที ให้สามารถตั้งหลัก และมีเวลารับมือกับสถานการณ์หรือเรื่องจำเป็นตรงหน้า พร้อมจัดชุดสินเชื่อเงื่อนไขพิเศษรองรับผู้ที่จำเป็นต้องใช้จ่ายฉุกเฉิน การซ่อมแซมที่อยู่อาศัย และใช้ในการฟื้นฟูอาชีพหรือกิจการ เมื่อสถานการณ์คลี่คลาย มาตรการพักชำระเงินต้นและไม่คิดดอกเบี้ย นาน 3 เดือน โดยดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาพักหนี้ ธนาคารยกให้ทั้งหมด ลูกหนี้ไม่ต้องชำระคืนภายหลัง ส่วนเงินต้นที่พักไว้ 3 งวด จะถูกรวมไปชำระในงวดสุดท้าย และเมื่อครบกำหนดพักชำระหนี้แล้ว ลูกหนี้จะกลับมาชำระเงินงวดตามเงื่อนไขสัญญาเดิม ครอบคลุมลูกหนี้สินเชื่อทุกกลุ่ม (ยกเว้นบางประเภทตามเงื่อนไข*) ที่มีภูมิลำเนา ที่อยู่อาศัย หรือสถานที่ประกอบอาชีพในพื้นที่ภัยพิบัติตามประกาศของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) โดยธนาคารจะทยอยแจ้งสิทธิ์ผ่าน SMS หรือจดหมายโดยตรง หากไม่ประสงค์เข้าร่วมมาตรการฯ สามารถติดต่อแจ้งได้ที่ธนาคารออมสินทุกสาขา หรือ GSB Contact Center โทร. 1115 เพื่อชำระหนี้ได้ตามปกติ   "ทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ "  ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน  ธนาคารยังจัดชุดสินเชื่อเงื่อนไขพิเศษ ปลอดชำระเงินต้นและดอกเบี้ย 0% ใน 3 เดือนแรก โดยสำหรับผู้ที่จำเป็นต้องใช้เงินในช่วงวิกฤต ธนาคารมี สินเชื่อฉุกเฉินสำหรับผู้ประสบภัยพิบัติ เพื่อเป็นเงินทุนใช้จ่ายดำรงชีพในช่วงนี้ วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 20,000 บาทต่อราย ไม่ต้องใช้หลักประกัน ปลอดชำระเงินต้นและดอกเบี้ย 0% ใน 3 เดือนแรก เดือนที่ 4 เป็นต้นไป อัตราดอกเบี้ยคงที่ (Flat Rate) = 0.60% ต่อเดือน ผ่อนชำระได้สูงสุด 24 เดือน ยื่นความประสงค์ได้ที่สาขาธนาคารออมสิน อีกทางเลือกคือ สินเชื่อเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 50,000 บาทต่อราย ปลอดชำระเงินต้นและดอกเบี้ย 0% ใน 3 เดือนแรก เดือนที่ 4 เป็นต้นไป อัตราดอกเบี้ยคงที่ (Flat Rate) = 0.50% ต่อเดือน ผ่อนชำระได้สูงสุด 60 เดือน เมื่อถึงช่วงฟื้นฟู ผู้ที่ต้องซ่อมแซมเครื่องมือทำกินหรือใช้ทุนหมุนเวียนเพื่อกลับมาประกอบอาชีพ สามารถขอ สินเชื่อฟื้นฟูรายย่อยสำหรับผู้ประสบภัยพิบัติ วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 300,000 บาทต่อราย อัตราดอกเบี้ย 0% ใน 3 เดือนแรก เดือนที่ 4 เป็นต้นไป อัตราดอกเบี้ย (Effective Rate) = 15.00% ต่อปี ผ่อนชำระได้สูงสุด 7 ปี ส่วนผู้ที่บ้านได้รับความเสียหายและต้องการซ่อมแซม มี สินเชื่อฟื้นฟูบ้านสำหรับผู้ประสบภัยพิบัติ วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 1 ล้านบาทต่อราย ปลอดชำระเงินต้นและดอกเบี้ย 0% ใน 3 เดือนแรก เดือนที่ 4 – 24 อัตราดอกเบี้ย 2.00% ต่อปี ปีที่ 3 = MRR – 3.35% ต่อปี และปีที่ 4 เป็นต้นไป = MRR – 0.75% ต่อปี (อัตราดอกเบี้ย MRR ในปัจจุบัน ประกาศ ณ วันที่ 2 มีนาคม 2569 อยู่ที่ 6.045% ต่อปี) พร้อมสนับสนุนค่าประเมินราคาหลักทรัพย์สูงสุดไม่เกิน 3,000 บาท สำหรับผู้ประกอบการ SMEs ที่สถานประกอบการได้รับความเสียหาย หรือจำเป็นต้องลงทุนในสิ่งป้องกันภัย ธนาคารมี สินเชื่อเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน SMEs ที่ประสบภัยพิบัติ วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 5 ล้านบาทต่อราย กรณีใช้ บสย. ค้ำประกันเต็มวงเงินกู้ ให้กู้สูงสุดไม่เกิน 1 ล้านบาทต่อราย ผ่อนชำระได้สูงสุด 7 ปี อัตราดอกเบี้ยปีแรก = MLR – 2.65% ต่อปี ปีที่ 2 เป็นต้นไป = MLR (อัตราดอกเบี้ย MLR ในปัจจุบัน ประกาศ ณ วันที่ 2 มีนาคม 2569 อยู่ที่ 6.025% ต่อปี) ปลอดชำระหนี้เงินต้นสูงสุดไม่เกิน 1 ปี เงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด ธนาคารออมสินพร้อมดูแลลูกค้าและประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย ทั้งการแบ่งเบาภาระหนี้ในช่วงน้ำท่วม และสนับสนุนการฟื้นฟูบ้าน อาชีพ และกิจการเมื่อสถานการณ์คลี่คลาย ตามภารกิจ “ธนาคารเพื่อทุกชีวิต” และธนาคารออมสินขอส่งกำลังใจให้ผู้ประสบภัยทุกคนปลอดภัยและก้าวผ่านช่วงเวลานี้ไปด้วยกัน ศึกษารายละเอียดมาตรการและเงื่อนไขเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ธนาคารออมสิน www.gsb.or.th หรือ GSB Contact Center โทร. 1115 *หมายเหตุ : มาตรการพักหนี้ไม่รวมสินเชื่อบางประเภท เช่น สินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่, สินเชื่อชีวิตสุขสันต์, สินเชื่อสำหรับผู้มีรายได้ประจำ โดยสินเชื่อ Soft loan สินเชื่อองค์กรชุมชน และสินเชื่อตามนโยบายรัฐ (PSA) และเงื่อนไขอื่น ๆ เป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด

28 Sep 2026

...

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาลมีนโยบายช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อยในการประคับประคองกำลังซื้อและกิจกรรมทางเศรษฐกิจ พร้อมยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยกระทรวงการคลังได้เปิดตัวโครงการสินเชื่อ AI นกกระซิบ เพื่อนำข้อมูลยอดขายจริงจากการค้าขายมาใช้เป็นข้อมูลทางเลือกประกอบการพิจารณาสินเชื่อ ช่วยเพิ่มโอกาสให้พ่อค้าแม่ค้า ผู้ประกอบการรายย่อย และผู้ประกอบการ SMEs ที่มีข้อจำกัดด้านเอกสารหรือข้อมูลทางการเงินในรูปแบบที่สถาบันการเงินใช้ประกอบการพิจารณาสินเชื่อ สามารถเข้าถึงแหล่งทุนในระบบได้มากขึ้น ซึ่งได้มีการแถลงเปิดตัวโครงการดังกล่าวไปก่อนหน้านี้ ธนาคารออมสินในฐานะสถาบันการเงินที่ร่วมดำเนินโครงการ พร้อมเปิดให้ลงทะเบียนสินเชื่อ “ออมสิน QR มหาเฮง x นกกระซิบ” ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2569 ผ่านเว็บไซต์ธนาคารออมสิน www.gsb.or.th เพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนสำหรับพ่อค้าแม่ค้าและผู้ประกอบการรายย่อยที่ใช้แอปพลิเคชันถุงเงินภายใต้โครงการไทยช่วยไทย พลัส นำไปซื้อวัตถุดิบ เติมสินค้า หรือใช้จ่ายตามรอบการค้า   "ทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์"  ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน สินเชื่อ “ออมสิน QR มหาเฮง x นกกระซิบ” ให้วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 50,000 บาทต่อราย หรือไม่เกิน 1.5 เท่าของยอดขายเฉลี่ยต่อเดือนย้อนหลังอย่างน้อย 3 เดือน อัตราดอกเบี้ยแบบคงที่ (Flat Rate) 0.75% ต่อเดือน หรือคิดเป็นอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง (Effective Rate) 16.20% ต่อปี โดยไม่ต้องใช้หลักประกัน สำหรับร้านค้าที่มียอดขายและการรับชำระเงินจริงตั้งแต่ 10,000 บาทต่อเดือน ต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 3 เดือน โดยใช้ข้อมูลสรุปการค้าขายของ AI นกกระซิบจากแอปถุงเงิน มาใช้เป็นข้อมูลทางเลือกประกอบการพิจารณาสินเชื่อร่วมกับเกณฑ์ของธนาคาร ทั้งนี้ สินเชื่อดังกล่าวเป็นวงเงินหมุนเวียนระยะสั้น สามารถเบิกใช้ได้ตามวงเงินที่ได้รับอนุมัติ และเมื่อชำระคืนแล้ววงเงินจะกลับมาใช้ได้อีกโดยไม่ต้องยื่นขอสินเชื่อใหม่ เพื่อให้มีเงินทุนพร้อมใช้สอดคล้องกับรอบการค้าและไม่สร้างภาระหนี้ระยะยาว สำหรับผู้ที่มีประวัติผ่อนชำระดีอย่างน้อย 6 เดือน มีโอกาสได้รับการพิจารณาขยายวงเงินและอาจได้รับการลดอัตราดอกเบี้ยตามหลักเกณฑ์ของธนาคาร ผู้สนใจสมัครสินเชื่อ ที่ยังไม่มีแอปร้านค้าออมสิน มหาเฮง และแอป MyMo สามารถติดต่อธนาคารออมสินเพื่อสมัครใช้บริการก่อนลงทะเบียนขอสินเชื่อ โดยธนาคารจะเริ่มพิจารณาสินเชื่อตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป ผลิตภัณฑ์สินเชื่อดังกล่าวเป็นการต่อยอดแนวทางของกระทรวงการคลังในการนำข้อมูลสรุปการค้าขายจริงจาก AI นกกระซิบ มาเป็นข้อมูลทางเลือกให้สถาบันการเงินนำไปใช้ในการพิจารณาสินเชื่อร่วมกับเกณฑ์ของแต่ละสถาบันการเงิน เพื่อช่วยลดข้อจำกัดและเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการรายย่อยเข้าถึงแหล่งทุนในระบบ พร้อมสร้างประวัติทางการเงินเพื่อต่อยอดโอกาสในการเข้าถึงสินเชื่อที่เหมาะสมในอนาคต สอดคล้องกับบทบาทของธนาคารออมสิน ที่มุ่งสร้างโอกาสในการเข้าถึงบริการทางการเงินและยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างทั่วถึง ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ธนาคารออมสิน www.gsb.or.th หรือ GSB Contact Center โทร. 1115

26 Sep 2026

...

SME D Bank  สร้างโอกาสครั้งสำคัญให้คนอยากเป็นเจ้าของธุรกิจ! จัดมหกรรม “FRANCHISE Day : เลือกแฟรนไชส์ที่ใช่ มีเงินทุนเตรียมให้พร้อม” วันที่ 24-25 ก.ย. 69 ณ อาคารสำนักงานใหญ่ SME D Bank ระดมแฟรนไชส์คุณภาพชั้นนำมากกว่า 20 แบรนด์ ให้เลือกลงทุน ด้วยเงื่อนไขสุดพิเศษเฉพาะในงาน พร้อมสินเชื่อดอกเบี้ยพิเศษ ยื่นกู้ได้ทันที เพียง 3% ต่อปี คงที่ 3 ปีแรก วงเงินสูงสุด 30 ล้านบาท ผ่อนนาน 10 ปี กู้ไม่เกิน 1 ล้านบาท ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน     นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank กล่าวว่า ธุรกิจแฟรนไชส์เป็นอีกหนึ่งทางเลือกลงทุนและเริ่มต้นธุรกิจที่ได้รับความสนใจอย่างสูงจากทั้งผู้ประกอบการ และประชาชน  เนื่องจากมีแม่แบบของกระบวนการดำเนินธุรกิจที่ประสบความสำเร็จจากเจ้าของแบรนด์ หรือ “แฟรนไชส์ซอร์” (Franchisor) ให้ดำเนินตามได้ทันที ช่วยให้สามารถเริ่มต้นธุรกิจใหม่ได้ง่ายและรวดเร็ว นอกจากนั้น ธุรกิจแฟรนไชส์ยังมีบทบาทสำคัญ ช่วยขยายการสร้างงาน สร้างรายได้ และขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้ต่อเนื่อง SME D Bank เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลด้านกระตุ้นเศรษฐกิจ  เตรียมจัดมหกรรม  “SME D Bank FRANCHISE Day : เลือกแฟรนไชส์ที่ใช่ มีเงินทุนเตรียมให้พร้อม” ระหว่างวันที่ 24-25 กันยายน 2569 เวลา 08.30- 15.30 น. ณ ชั้น 1 อาคารสำนักงานใหญ่ SME D Bank (ติด BTS สถานีอารีย์ ทางออกที่ 2)  ระดมธุรกิจแฟรนไชส์คุณภาพชื่อดังมากกว่า 20 แบรนด์  ทั้งประเภทอาหาร เครื่องดื่ม และบริการ มาให้ผู้สนใจได้เลือกเจรจาลงทุนธุรกิจ   พร้อมโปรโมชันพิเศษเฉพาะภายในงาน เช่น  กาแฟอินทนิล, ชาตันหยง , Tops  , ก๋วยเตี๋ยวราเมง, ร่ำรวยเย็นตาโฟ, เจ๊หุยสุกี้โบราณ, ข้าวมันไก่ห่าวซือ, ไอศกรีมปังปิ้ง เจปัง, DOU - โต้ว นํ้าเต้าหู้, ขนมบ้านอุ๋ม , Laundrybar , MATH TALENT,  CAT CARWASH และ WASHENJOY เป็นต้น   ที่สำคัญ ผู้ประกอบการ สามารถเข้าถึงบริการด้านการเงิน  สำหรับลงทุนแฟรนไชส์ ยื่นกู้ภายในงานได้ทันที ด้วย “สินเชื่อเถ้าแก่แฟรนไชส์” (ภายใต้โครงการ “สินเชื่อปลุกพลัง SME” และ “ สินเชื่อ Beyond ติดปีก SME”)  รับอัตราดอกเบี้ยพิเศษ 3% ต่อปี คงที่ตลอด 3 ปีแรก วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 30 ล้านบาท ผ่อนนานสูงสุด 10 ปี  ปลอดชำระเงินต้นสูงสุด 12 เดือน  และหากกู้สูงสุดไม่เกิน 1 ล้านบาท  ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน และไม่จำเป็นต้องมีประสบการณ์ดำเนินธุรกิจมาก่อน    นอกจากนั้น มีบริการ “Franchise Corner” ให้คำปรึกษาเชิงลึกแบบตัวต่อตัว  เพื่อแนะนำการวางแผนลงทุนแฟรนไชส์อย่างถูกต้องและเหมาะสม  อีกทั้ง พิเศษในวันที่ 25 กันยายน 2569 พบกับกิจกรรม เสวนาพิเศษ “เปิดสูตรสำเร็จธุรกิจแฟรนไชส์” โดยผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน และ Special Talk “อนาคตธุรกิจแฟรนไชส์ไทยในอีก 5 ปีข้างหน้า” โดยคุณเศรษฐพงศ์ ผดุงพิสุทธิ์  กูรูด้านธุรกิจแฟรนไชส์ ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี และประชาชนที่สนใจ สามารถเข้าร่วมงานได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย สำรองที่นั่งสำหรับร่วมกิจกรรมเสวนา เพียงสแกน QR Code บนโปสเตอร์ประชาสัมพันธ์ หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Call Center โทร. 1357

22 Sep 2026

Banner Banner Banner Banner Banner Banner Banner Banner

Banner
  เปิดแผนงานสื่อ CEO THAILAND ปี 2569-2570 รุกคืบงานวิทยุ - ทีวี - อีเวนต์สื่อ                  สวัสดีครับท่านสมาชิกและผู้ติดตามสื่อออนไลน์ และสื่อในเครือ CEO THAILAND ตลอดมา 21 ปี ช่วงนี้ว่างเว้นจากสนามการเมืองระยะหนึ่ง ผมพอมีเวลากลับมาสานต่องานสื่อสักระยะหนึ่งคือในช่วงปี 2569-2570 จะกลับมาช่วยงานสื่อในฐานะที่ปรึกษา โดยจะยังเน้นในเรื่องสื่อออนไลน์ สื่อทีวี และสื่อวิทยุ และงานอีเวนต์ต่อเนื่องจากสื่อ ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2569 เป็นต้นไป ผมมีแผนงานของบริษัท เอก-วรา พับลิค รีเรชันส์ จำกัด ในสื่อดังต่อไปนี้คือ                          1. สื่อออนไลน์ CEO THAILAND              2. จัดทำรายการวิทยุ “คลื่นประกันภัย-การเงิน” ทางสถานีวิทยุ 96.25 MHZ (สถานีวิทยุการท่องเที่ยววัฒนธรรม) โครงการจัดทำรายการวิทยุเชิงข่าวสารในแวดวงประกันภัยและการเงิน นำเสนอข่าวสารเกี่ยวกับการประกันภัย-ประกันชีวิต  การเงิน และธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ทั้งสินเชื่อ ไฟแนนซ์ อสังหาริมทรัพย์ SMEs ออกอากาศทุกวันศุกร์ของทุกสัปดาห์ เวลา 17.00-18.00 น. ในเดือนสิงหาคม 2569               3. เดือนสิงหาคม 2569 สื่อได้จัดทำรายการทีวี “เรื่องเด่น...ประเด็นดัง” ออนแอร์ออกอากาศทางNBT2 ซึ่งเป็นรายการสดทีวี ที่นำเสนอนโยบายรัฐบาล และวิสัยทัศน์ ของผู้บริหารองค์กรภาครัฐ และภาคเอกชนในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสังคม บริการสาธารณะและบริการพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับสังคม และพี่น้องประชาชน ออกอากาศ ทุกวันจันทร์ที่ 1 และ 3 ของเดือน เวลา 10.00-10.30 น.               4. จัดงานมอบรางวัล “สุดยอดผู้บริหาร-องค์กรแห่งปี 2569” เดือนธันวาคม 2569 ที่จังหวัดกาญจนบุรี โครงการรับรางวัล  “สุดยอดผู้บริหาร-องค์กรแห่งปี 2569” เพื่อประกาศเกียรติคุณให้ผู้บริหารและองค์กรที่สร้างผลงานโดดเด่น ทั้งยังเป็นการกระตุ้นภาคธุรกิจเครือข่าย และSMEs ความตื่นตัวของชุมชนในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี รวมทั้งยังเป็นการสานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสื่อมวลชน-ภาคธุรกิจ -ผู้ประกอบการในพื้นที่ และพี่น้องประชาชน สื่อ CEO THAILAND จึงได้ร่วมกันจัดงานมอบรางวัลดังกล่าวขึ้น               5. โครงการจัดงานสัมมนา  “ทิศทางธุรกิจประกันภัย-การเงินแห่งปี 2569” ในเดือนธันวาคม 2569เพื่อเป็นการกระตุ้นภาคธุรกิจประกันภัยและการเงินในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรีและจังหวัดใกล้เคียง เพื่อความตื่นตัวของชุมชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร รวมทั้งจังหวัดกาญจนบุรี อีกทั้งยังเป็นการสานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสื่อมวลชน-ภาคธุรกิจ-ผู้ประกอบการในพื้นที่ และพี่น้องประชาชน สื่อ CEO THAILAND จึงได้ร่วมกันจัดงานสัมมนาดังกล่าวขึ้น               6. จัดงาน CSR ณ โรงเรียนบ้านท่าทุ่ม จ.กาญจนบุรี ในวันที่ 31 มกราคม 2570 โครงการจัดงานกิจกรรมเพื่อสังคม “CEO THAILAND CSR  OF THE YEAR 2027” เพื่อคืนกำไรสู่สังคมและสร้างความรู้ความเข้าใจให้คนในสังคม เป็นการกระตุ้นภาคธุรกิจประกันภัยและการเงิน และความตื่นตัวของชุมชนในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี อีกทั้งยังเป็นการสานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสื่อมวลชน-ภาคธุรกิจ -ผู้ประกอบการในพื้นที่ และพี่น้องประชาชนในพื้นที่ สื่อ CEO THAILAND จึงได้ร่วมกันจัดงานกิจกรรมดังกล่าวขึ้น T                                                                                                        (นายเอกวรพงศ์ อำนวยทรัพย์)
อ่านต่อ...
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner