Responsive image

Wednesday, 04 Nov 2026

หน้าแรก > INSURANCE / ประกันภัย - ประกันชีวิต


คปภ. ติวเข้มอนุญาโตตุลาการ เตรียมนำระบบ E-Arbitration มาใช้เพื่อคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของประชาชน พร้อมรองรับการระงับข้อพิพาทด้านประกันภัยอย่างเต็มรูปแบบในยุค Nex Normal

Sun 02/10/2565


ดร. สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) เป็นประธานเปิดโครงการสัมมนาอนุญาโตตุลาการ สำนักงาน คปภ. ประจำปี 2565 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและสนับสนุนความรู้ทางวิชาการอันเกี่ยวกับกฎหมายด้านการประกันภัยที่มีการแก้ไขปรับปรุง ตลอดจนเงื่อนไขกรมธรรม์ประกันภัยรูปแบบใหม่ ๆ ที่มีอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินกระบวนพิจารณาของอนุญาโตตุลาการ อีกทั้งเพื่อให้อนุญาโตตุลาการและพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องได้มีโอกาสพบปะหารือ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ประสบการณ์ในการปฏิบัติงานที่ผ่านมาเพื่อนำไปเป็นแนวทางในการปฏิบัติงานระงับข้อพิพาทด้านการประกันภัยให้มีประสิทธิภาพ โดยมีอนุญาโตตุลาการ พนักงานสำนักงาน คปภ. ส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ร่วมสัมมนากว่า 107 คน เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2565 ณ โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพมหานคร

ในโอกาสนี้ เลขาธิการ คปภ. กล่าวว่า สำนักงาน คปภ. ได้นำกระบวนการระงับข้อพิพาททางเลือกด้วยวิธีอนุญาโตตุลาการมาใช้ เพื่อเป็นอีกทางเลือกหนึ่งให้กับประชาชน ใช้ในการระงับข้อพิพาทกรณีที่มีข้อโต้แย้งหรือข้อพิพาทจากสัญญาประกันภัยเกิดขึ้นระหว่างประชาชน ผู้เอาประกันภัยกับบริษัทประกันภัย โดยไม่ต้องนำคดีไปฟ้องร้องต่อศาล ซึ่งการระงับข้อพิพาทด้วยวิธีอนุญาโตตุลาการนี้ได้ถูกกำหนดไว้ในเงื่อนไขกรมธรรม์ประกันภัยตั้งแต่ปี 2541 เป็นต้นมา ทั้งนี้จากสถิติการดำเนินการระงับข้อพิพาทด้วยวิธีอนุญาโตตุลาการในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา (ตั้งแต่ปี 2560 จนถึงเดือนสิงหาคม 2565) มีข้อพิพาทที่เข้าสู่กระบวนงานการระงับข้อพิพาทด้วยวิธีอนุญาโตตุลาการที่สำนักงาน คปภ. ดำเนินการ เป็นจำนวน 7,222 เรื่อง ยุติแล้ว 6,859 เรื่อง ทุนทรัพย์ที่ยุติ 8,533,390,959 บาท

จากการดำเนินชีวิตของผู้คนที่เปลี่ยนแปลงไปมีการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยให้เกิดประโยชน์กับอุตสาหกรรมประกันภัย (InsurTech) เพื่อเป็นการลดต้นทุนในการดำเนินธุรกิจ และการบริหารจัดการอื่น ๆ เช่น การส่งมอบกรมธรรม์ e – Policy การใช้เทคโนโลยี Block chain ในการเก็บข้อมูลการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน รวมทั้งการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในการปฏิบัติตามกฎหมายและหลักเกณฑ์ในการกำกับดูแล (RegTech) โดยเฉพาะระบบฐานข้อมูลการประกันภัย  IBS (Insurance Bureau System) ซึ่งจะเป็นศูนย์กลางของข้อมูลประกันภัยเพื่อการกำกับดูแลธุรกิจประกันภัยและเพื่อยกระดับการดำเนินกิจการของอุตสาหกรรมประกันภัย เพิ่มศักยภาพของบริษัทประกันภัยในการแข่งขันในระดับสากลและเพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลประกันภัยที่ถูกต้องอย่างเท่าเทียมกัน สำนักงาน คปภ. จึงได้มีการนำเทคโนโลยีเข้ามาประยุกต์ใช้ในกระบวนการอนุญาโตตุลาการ เพื่อให้กระบวนการพิจารณาและการทำคำวินิจฉัยชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการเป็นไปอย่างสะดวก รวดเร็วยิ่งขึ้น อาทิ เช่น การให้ข้อมูลผ่านเว็บไซต์ www.oic.or.th การใช้ Line Application และอีเมล เป็นเครื่องมือในการนัดหมาย ส่งข้อความ ส่งคำร้อง ส่งบันทึกแบบคำพยานส่งพยานเอกสาร คำเสนอข้อพิพาท และคำคัดค้าน รวมทั้งการสั่งคำร้องต่าง ๆ ของอนุญาโตตุลาการควบคู่ไปกับการประสานงานผ่านช่องทางอื่น และที่สำคัญได้มีการกำหนดแนวทางปฏิบัติเพื่อรองรับการดำเนินงานในกระบวนการตั้งอนุญาโตตุลาการและการสืบพยานผ่านจอภาพหรือสื่ออิเล็กทรอนิกส์โดยการใช้ Video Conference,  Video Call, Chat Room, Microsoft Teams เป็นต้น ตามความตกลงหรือความประสงค์ของคู่พิพาท ซึ่งผลการดำเนินงานที่ผ่านมาเป็นไปได้ด้วยดี และได้รับความพึงพอใจจากทุกฝ่าย และมีแนวโน้มว่าจะมีข้อพิพาทที่คู่พิพาทประสงค์จะให้ดำเนินกระบวนพิจารณาโดยผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์เพิ่มมากขึ้นเป็นลำดับ

เลขาธิการ คปภ. กล่าวด้วยว่าเพื่อเป็นการยกระดับการคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของประชาชนและผู้เอาประกันภัย สำนักงาน คปภ. ได้เปิดให้บริการระบบสารสนเทศเพื่อสนับสนุนงานคุ้มครองสิทธิประโยชน์ด้านการประกันภัย (PPMS) โดยระบบดังกล่าวสามารถจัดเก็บและประมวลผลข้อมูลเรื่องร้องเรียนหรือข้อพิพาทต่าง ๆ รวมทั้งสามารถเชื่อมต่อกระบวนการคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของประชาชนตั้งแต่กระบวนการแก้ไขปัญหาเรื่องร้องเรียนในชั้นพนักงานเจ้าหน้าที่ การไกล่เกลี่ยโดยผู้ชำนาญการ และการระงับข้อพิพาทด้วยวิธีอนุญาโตตุลาการ โดยผู้เสนอข้อพิพาทสามารถยื่นคำเสนอข้อพิพาท การวางเงินเป็นหลักประกันค่าป่วยการอนุญาโตตุลาการ และค่าใช้จ่ายในการดำเนินกระบวนพิจารณา การส่งเอกสารต่าง ๆ การติดตามสถานะการดำเนินงานของแต่ละข้อพิพาท ผ่านระบบ PPMS ได้ ซึ่งระบบดังกล่าวนอกจากจะช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้เสนอข้อพิพาทแล้ว ยังสามารถประมวลผลข้อมูลเรื่องร้องเรียนหรือข้อพิพาทต่าง ๆ ที่ยื่นต่อสำนักงาน คปภ. เพื่อให้สำนักงาน คปภ. สามารถนำข้อมูลต่าง ๆ มาวิเคราะห์ถึงสาเหตุที่แท้จริงของเรื่องร้องเรียนหรือข้อพิพาทต่าง ๆ ก่อนนำไปแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุเพื่อลดจำนวนเรื่องร้องเรียนหรือข้อพิพาทด้านประกันภัย

นอกจากนี้ในการใช้งานระบบ PPMS ในระยะเริ่มแรก พบว่า ระบบดังกล่าวที่เกี่ยวกับกระบวนการระงับข้อพิพาทด้วยวิธีอนุญาโตตุลาการยังไม่รองรับการให้บริการทางฝั่งบริษัทประกันภัย ซึ่งอยู่ในสถานะเป็นผู้คัดค้านในข้อพิพาทที่เกิดขึ้น สำนักงาน คปภ. จึงได้จัดทำโครงการที่พัฒนาต่อยอดจากระบบ PPMS ที่มีอยู่ โดยนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในกระบวนงานระงับข้อพิพาทด้วยวิธีอนุญาโตตุลาการ (E - Arbitration) ซึ่งจะรองรับการให้บริการอย่างครบวงจรทั้งในส่วนอนุญาโตตุลาการ บริษัทประกันภัย และพนักงานเจ้าหน้าที่ของสำนักงาน คปภ. เช่น การยื่นคำคัดค้าน การวางเงินเป็นหลักประกัน การติดตามสถานะคดี การส่งคำร้อง การยื่นเอกสารต่าง ๆ การสั่งคำร้องของอนุญาโตตุลาการ การนัดหมายแจ้งเตือนอนุญาโตตุลาการ คู่พิพาท และพนักงานเจ้าหน้าที่ รวมทั้งสามารถดำเนินกระบวนพิจารณาผ่านระบบดังกล่าวได้ด้วย เป็นต้น ทั้งนี้ ปัจจุบันการดำเนินการโครงการ E - Arbitration มีความคืบหน้าเป็นไปตามแผนงานที่กำหนดไว้ โดยในขณะนี้ผู้พัฒนาระบบได้ดำเนินการให้เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบ ผู้เสนอข้อพิพาท ผู้คัดค้าน รวมทั้งอนุญาโตตุลาการ เข้าทดสอบการใช้งานและให้ข้อคิดเห็นต่อการใช้งานของระบบดังกล่าว โดยผู้พัฒนาระบบมีแผนงานที่จะส่งมอบระบบที่สมบูรณ์ได้ภายในปีนี้

ทั้งนี้ ผลการสัมมนาอนุญาโตตุลาการ ทั้งในวันที่ 28 และวันที่ 29 กันยายน 2565 ได้ข้อสรุปในแนวทางการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในกระบวนการระงับข้อพิพาทด้วยวิธีอนุญาโตตุลาการ อันเป็นการพัฒนาและยกระดับการคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของประชาชนผู้เอาประกันภัย ให้เป็นที่ไว้วางใจและสร้างความเชื่อถือมากยิ่งขึ้น ในประเด็นต่าง ๆ ดังนี้

ประเด็นแรก เพิ่มเติมการขึ้นทะเบียนรายชื่ออนุญาโตตุลาการที่มีภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่ ณ ที่ทำการอนุญาโตตุลาการ สำนักงาน คปภ. ภาค 1 (เชียงใหม่) และภาค 9 (สงขลา) เพื่อให้คู่พิพาทมีทางเลือกในการตั้งอนุญาโตตุลาการมากยิ่งขึ้น รวมทั้งส่งเสริมหรือสนับสนุนให้คู่พิพาทใช้ระบบประชุมทางจอภาพ (Video Conference) ตลอดจนการนำเทคโนโลยีต่าง ๆ มาใช้ในกระบวนการพิจารณาทุกขั้นตอน ทำให้ประหยัดทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายของคู่พิพาท 

ประเด็นที่ 2 จัดทำคู่มือการปฏิบัติงานของพนักงานเจ้าหน้าที่ เพื่อให้การปฏิบัติงานในกระบวนการระงับข้อพิพาท ทั้งในส่วนกลางและภูมิภาคเป็นไปด้วยความรอบคอบ มีมาตรฐานและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน   

ประเด็นที่ 3 สนับสนุนและจัดทำฐานข้อมูลเกี่ยวกับข้อกฎหมายด้านการประกันภัย เงื่อนไขกรมธรรม์ประกันภัยที่เกี่ยวข้อง บทคัดย่อ และแนวทางการวินิจฉัยชี้ขาดข้อพิพาทที่ผ่านมา รวมทั้งความเป็นไปได้ในการตั้งผู้เชี่ยวชาญด้านประกันภัยทำหน้าที่สนับสนุนข้อมูลต่าง ๆ เพื่อประกอบการดำเนินกระบวนพิจารณาของอนุญาโตตุลาการให้เป็นไปด้วยความรวดเร็วและแนวทางเดียวกันมากยิ่งขึ้น             

ประเด็นที่ 4 ประสานงานกับกองทุนประกันวินาศภัย ในฐานะผู้ชำระบัญชีอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง เพื่อให้การดำเนินกระบวนพิจารณากรณีผู้คัดค้านเป็นบริษัทประกันภัยถูกเพิกถอนใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันภัย สามารถดำเนินการกระบวนการพิจารณาต่อไปอย่างต่อเนื่อง รวดเร็ว และเกิดความเป็นธรรม 

นอกจากนี้ สำนักงาน คปภ. ยังได้จัดให้มีการบรรยายและสนับสนุนข้อมูลทางวิชาการแก่อนุญาโตตุลาการ ประกอบด้วยเงื่อนไขกรมธรรมประกันภัยรถยนต์ทั้งภาคบังคับและภาคสมัครใจที่ได้มีการเปลี่ยนแปลงใหม่และเป็นประเด็นสำคัญที่นำไปสู่การยื่นข้อพิพาทต่อสำนักงาน คปภ. เช่น เงื่อนไขความคุ้มครอง กรณีความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย อนามัย รวมถึงกรณีทุพพลภาพอย่างถาวรและทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง การชดใช้ดอกเบี้ยผิดนัด ตลอดจนข้อยกเว้นความคุ้มครองต่าง ๆ เป็นต้น อันจะเป็นประโยชน์ต่ออนุญาตโตตุลาการในการนำไปประกอบการพิจารณาและจัดทำคำวินิจฉัยชี้ขาด 

“การจัดสัมมนาประจำปีอนุญาโตตุลาการในครั้งนี้เกิดประโยชน์อย่างยิ่งที่ได้รับทราบปัญหา และมีการบูรณาการความคิดในการแก้ปัญหาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของอนุญาโตตุลาการของสำนักงาน คปภ. ทั้งนี้ จะเห็นได้ว่าสำนักงาน คปภ. เดินมาถูกทางในการนำเอานวัตกรรมและเทคโนโลยีมาใช้ในการกำกับดูแลธุรกิจประกันภัยซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นคู่พิพาท อนุญาโตตุลาการ และสำนักงาน คปภ. อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการคุ้มครองสิทธิประโยชน์ด้านการประกันภัยให้กับประชาชนผู้เอาประกันภัย ตลอดทั้งเป็นการส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดี ทำให้เกิดความเชื่อมั่นในการให้บริการประชาชนต่อไปในอนาคต” เลขาธิการ คปภ. กล่าวในตอนท้าย


Tags : คปภ. ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ คปภ. ติวเข้มอนุญาโตตุลาการ เลขาธิการ คปภ.


Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

...

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารออมสินขานรับนโยบายรัฐบาลตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2569 เห็นชอบโครงการ Solar ภาคประชาชน โดยรัฐบาลสนับสนุนค่าอุปกรณ์และค่าติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ให้แก่ประชาชน 1 ล้านครัวเรือน ครัวเรือนละ 50,000 บาท ภายใต้กรอบวงเงิน 50,000 ล้านบาท ธนาคารจึงจัดโครงการ “สินเชื่อ Solar ภาคประชาชน” อัตราดอกเบี้ยคงที่ 2.50% ต่อปี ผ่อนนานสูงสุด 7 ปี ไม่ต้องใช้หลักประกัน เพื่อช่วยประชาชนเข้าถึงเงินทุนติดตั้งโซลาร์ในที่อยู่อาศัยบนหลังคาได้ง่ายขึ้น ลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานในระยะยาว และมีโอกาสสร้างรายได้จากการจำหน่ายไฟฟ้าส่วนเกินตามหลักเกณฑ์โครงการ ควบคู่กับการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้พลังงานสะอาดและเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ สินเชื่อ Solar ภาคประชาชน ให้กู้ครอบคลุมค่าอุปกรณ์และค่าติดตั้งระบบโซลาร์ ทั้งติดตั้งใหม่และเพิ่มเติม ได้แก่ แผงโซลาร์ เครื่องแปลงไฟฟ้า (Inverter) และแบตเตอรี่ (ถ้ามี) โดยวงเงินกู้รวมกับเงินสนับสนุนจากรัฐบาลต้องไม่เกินค่าติดตั้งจริง ทั้งนี้ เงินสนับสนุน 50,000 บาท จะโอนเข้าธนาคารเพื่อลดยอดหนี้ เช่น ค่าติดตั้ง 140,000 บาท เมื่อหักเงินสนับสนุนแล้ว เหลือเงินต้นที่ต้องผ่อน 90,000 บาท ส่วนรายได้จากการขายไฟฟ้าส่วนเกินจะนำมาชำระหนี้ก่อนตามเงื่อนไขโครงการ โดยผู้สนใจต้องลงทะเบียนและผ่านการตรวจสอบสิทธิ์จากการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) หรือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ก่อนเลือกผู้ติดตั้งที่ขึ้นทะเบียนกับ กฟน. หรือ กฟภ. และนำหลักฐานการได้รับสิทธิ์ ใบเสนอราคา ประวัติชำระค่าไฟฟ้าย้อนหลัง 6 เดือน พร้อมเอกสารที่เกี่ยวข้อง ยื่นขอสินเชื่อกับธนาคารออมสิน ทั้งนี้ ผู้กู้ต้องเป็นบุคคลธรรมดาสัญชาติไทย อายุ 20 ปีขึ้นไป มีถิ่นที่อยู่แน่นอน และเป็นเจ้าของมิเตอร์ไฟฟ้าประเภทที่ 1 สำหรับบ้านอยู่อาศัย เมื่อสินเชื่อได้รับอนุมัติ ธนาคารจะจ่ายเงินแก่ผู้ติดตั้งโดยตรงตามงวดงาน อย่างไรก็ตาม ธนาคารแนะนำให้ประชาชน ประเมินความคุ้มค่าจากปริมาณการใช้ไฟฟ้าจริงเทียบกับค่าติดตั้งและภาระผ่อนชำระก่อนตัดสินใจ โดยผู้เข้าร่วมโครงการจะไม่สามารถใช้สิทธิ์ยกเว้นภาษีเงินได้จากการติดตั้งโซลาร์ หรือสิทธิ์ช่วยเหลือค่าไฟฟ้าสำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด ผู้ได้รับสิทธิ์จากภาครัฐสามารถยื่นขอสินเชื่อได้ถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2570 โดยธนาคารพิจารณาตามความจำเป็นและความสามารถในการชำระหนี้ สอบถามเพิ่มเติมที่ www.gsb.or.th หรือ GSB Contact Center โทร. 1115  

31 Oct 2026

...

ธ.ก.ส. จัดสินเชื่อ Solar ภาคประชาชน เพื่อสนับสนุนเกษตรกรลูกค้าเข้าถึงพลังงานสะอาดอย่างยั่งยืน อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 2.50 ต่อปี วงเงินสินเชื่อไม่เกินค่าใช้จ่ายในการติดตั้ง โดยมีค่าใช้จ่ายมาตรฐาน 140,000 บาท เป็นงบสนับสนุนการติดตั้งจากรัฐบาล จำนวน 50,000 บาท มุ่งลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน เพิ่มรายได้ให้เกษตรกร ควบคู่กับการส่งเสริมการใช้พลังงานทางเลือก นายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ธ.ก.ส. ในฐานะสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐที่มีบทบาทในการดูแลและสนับสนุนภาคเกษตรไทย พร้อมเดินหน้าส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดตามนโยบายรัฐบาล เข้าร่วมโครงการ “โซลาร์ ภาคประชาชน” โดยกระทรวงมหาดไทย ร่วมกับการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) และจัดทำสินเชื่อ Solar ภาคประชาชน เพื่อสนับสนุนเกษตรกรลูกค้าให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนสำหรับติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ ลดภาระด้านค่าใช้จ่าย และเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกรในระยะยาว ควบคู่กับการส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด เสริมสร้างความมั่นคงทางรายได้ให้กับเกษตรกรและสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านทางพลังงานของประเทศไปสู่ความยั่งยืน โดยกำหนดวงเงินสินเชื่อไม่เกินค่าใช้จ่ายในการติดตั้ง ซึ่งมีค่าใช้จ่ายมาตรฐานอยู่ที่ 140,000 บาท และรัฐบาลสนับสนุนเงินทุนในการติดตั้งระบบไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์อีก จำนวน 50,000 บาท อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 2.50 ต่อปี สำหรับเกษตรกรลูกค้าที่ประสงค์ขอสินเชื่อ ต้องมีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ที่โครงการกำหนด ได้แก่ เป็นเกษตรกรลูกค้า ธ.ก.ส. อายุผู้กู้รวมสัญญากู้ไม่เกิน 85 ปี กำหนด 1 ครัวเรือนต่อ 1 สิทธิ์ ตามหลักเกณฑ์ของโครงการ เป็นผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทที่ 1 บ้านอยู่อาศัย และผ่านการตรวจสอบรับรองจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) หรือการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ที่มีความเหมาะสมในการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ ขนาดไม่ต่ำกว่า 5 กิโลวัตต์ แต่ไม่เกิน 10 กิโลวัตต์ต่อ 1 มิเตอร์ มีมิเตอร์ไฟฟ้าและสามารถเข้าร่วมระบบรับซื้อไฟฟ้าของการไฟฟ้าได้ ณ วันที่ประสงค์เข้าร่วมโครงการ ต้องไม่เป็นเกษตรกรที่ได้รับสิทธิ์ตามมาตรการลดหย่อนภาษีโซลาร์เซลล์สูงสุด 200,000 บาท เกษตรกรผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐสามารถเข้าร่วมโครงการได้ โดยต้องสละสิทธิ์การช่วยเหลือค่าไฟฟ้าตามบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวมีกำหนดระยะเวลาดำเนินการตั้งแต่วันที่คณะรัฐมนตรีมีมติและคณะกรรมการ ธ.ก.ส. ให้ความเห็นชอบ จนถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2570 โดยเกษตรกรสามารถยื่นขอสินเชื่อได้ภายในวันที่ 31 กรกฎาคม 2570 และต้องดำเนินการอนุมัติสินเชื่อ จัดทำนิติกรรมสัญญา และเบิกจ่ายเงินกู้ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2570 กำหนดระยะเวลาชำระคืนเงินกู้ไม่น้อยกว่า 7 ปี หรือตามเงื่อนไขที่ธนาคารกำหนด สำหรับเกษตรกรลูกค้าที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ธ.ก.ส. ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือ ธ.ก.ส. Contact Center โทร. 02 555 0555  

29 Oct 2026

...

กบข. เตรียมจัดงาน GPF EXPO 2026 กรุงเทพฯ วันที่ 5 พ.ย. นี้ รวมความรู้ด้านการเงิน การลงทุน และสุขภาพไว้ในงานเดียว พร้อมวิทยากรชื่อดังมาร่วมแบ่งปันแนวคิดสร้างความมั่นคงเพื่ออนาคต เปิดให้สมาชิกเข้าร่วมฟรี   ดร.ศรพล ตุลยะเสถียร เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เปิดเผยว่า กบข. มุ่งส่งเสริมให้สมาชิกมีความมั่นคงทางการเงินและคุณภาพชีวิตที่ดี ผ่านการสร้างความรู้ความเข้าใจด้านการออมและการลงทุน จึงได้กำหนดจัดงานมหกรรมแห่งปี GPF EXPO 2026 กรุงเทพฯ ในวันที่ 5 พฤศจิกายน 2569 ณ โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ โดยสมาชิกจะได้ร่วมรับฟังการบรรยายพิเศษจากผู้บริหาร กบข. การเตรียมความพร้อมทางการเงินเพื่ออนาคต พร้อมอัปเดตมุมมองการลงทุนและสถานการณ์เศรษฐกิจ ซึ่ง กบข. ยังคงยึดแนวทางการลงทุนระยะยาว เพื่อสร้างผลตอบแทนที่ดีภายใต้ระดับความเสี่ยงที่เหมาะสม นอกจากนี้ ยังมีวิทยากรรับเชิญชื่อดัง คุณพอล ภัทรพล ศิลปาจารย์ ที่มาแบ่งปันแนวคิดการวางแผนการเงินตั้งแต่วัยทำงานสู่ชีวิตหลังเกษียณ ในหัวข้อ จากเดือนชนเดือน สู่เกษียณหลักล้าน และหมอจิมมี่ นายแพทย์สุทธิพจน์ ภัทรมงคลกาล ในหัวข้อ Health is the New Wealth ที่จะช่วยให้สมาชิกดูแลสุขภาพได้อย่างเหมาะสมในทุกช่วงวัย     นอกจากกิจกรรมบนเวทีแล้ว ภายในงานยังมีบริการให้คำปรึกษาด้านการเงินและการวางแผนเกษียณรายบุคคล กิจกรรมสนุกๆ จากพันธมิตรสวัสดิการ กบข. รวมถึงบริการตรวจสุขภาพการเงินและสุขภาพกายจากผู้เชี่ยวชาญโดยเฉพาะ เพื่อให้สมาชิกสามารถนำข้อมูลที่ได้รับไปปรับใช้ในการวางแผนชีวิต มุ่งสู่การมีชีวิตที่มั่นคง สำหรับสมาชิกที่เข้าร่วมงาน จะได้รับ GPF Point จำนวน 20 Point พร้อมรับบัตรของขวัญโลตัส มูลค่า 100 บาท และของที่ระลึกสุดพิเศษจาก กบข. ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนฟรีได้ที่แอป กบข. My GPF Application เมนูลงทะเบียนอบรม สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ศูนย์บริการข้อมูลสมาชิก กบข. โทร 1179      

29 Oct 2026

...

โค้งสุดท้ายของการวางแผนทางการเงินใกล้เข้ามาทุกที... จะดีกว่าไหมถ้าประกันลดหย่อนภาษีปี 2569 ของคุณ ไม่ใช่แค่การจ่ายเบี้ยทิ้งไว้ แต่เป็นการ "วางแผนภาษีและมีเงินคืนกลับมาใว้ใช้ทุกปี"   คุณนุสรา (อัสสกุล) บัญญัติปิยพจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ (CEO) บริษัท ไทยสมุทรประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า หัวใจสำคัญของการสร้างความมั่นคงทางการเงินระยะยาวให้แก่ชีวิต คือ การรู้จักกระจายความเสี่ยงและเลือกวางแผนการเงินที่มีความยืดหยุ่น สร้างกระแสเงินสดกลับคืนมาอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้คนในวัยทำงานสามารถบริหารสภาพคล่องได้อย่างมีประสิทธิภาพ และรับมือกับความไม่แน่นอนในอนาคตได้อย่างมั่นใจ OCEAN LIFE ไทยสมุทรประกันชีวิต จึงชวนคุณมาเปลี่ยนเรื่องภาษีให้กลายเป็นโอกาสในการสร้างความมั่นคง กับ “โอเชี่ยนไลฟ์ ออมสบาย 10/4” แบบประกันสะสมทรัพย์ออนไลน์ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์คนยุคดิจิทัลโดยเฉพาะ ชูจุดเด่นด้วยการจ่ายเบี้ยสั้นๆ เพียง 4 ปี แต่คุ้มครองยาวนานถึง 10 ปี ให้คุณวางแผนอนาคตได้อย่างสบายใจ สมัครง่ายด้วยตัวเองทุกขั้นตอน พร้อมรับผลประโยชน์สุดคุ้มที่ตอบโจทย์ชีวิตได้อย่างลงตัว ดังนี้ จ่ายเบี้ยสั้นเพียง 4 ปี รับความคุ้มครองชีวิตต่อเนื่อง 10 ปี ไม่ต้องจ่ายเบี้ยยาวนาน รับเงินคืนสูง 20% ทุกปี ของจำนวนเงินเอาประกันภัย ตั้งแต่สิ้นปีกรมธรรม์ที่ 1–9 มีเงินคืนไว้ใช้ดูแลครอบครัว เติมเต็มความสุขในแต่ละปี หรือเก็บไว้ช่วยจ่ายเบี้ยปีต่อ รับเงินก้อนเมื่อครบสัญญา 269% รวมผลประโยชน์ตลอดสัญญา 449% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย  ลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 100,000 บาท ตามหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากร ช่วยให้วางแผนภาษีควบคู่กับการออมเงินในรูปแบบประกันชีวิตได้อย่างเหมาะสม ซื้อประกันออมทรัพย์ออนไลน์ง่าย วางแผนได้ด้วยตัวเอง OCEAN LIFE ไทยสมุทรประกันชีวิต เพิ่มความสะดวกให้ลูกค้าสามารถศึกษารายละเอียด คำนวณเบี้ยประกัน และสมัคร โอเชี่ยนไลฟ์ ออมสบาย 10/4 ผ่านช่องทางออนไลน์ ได้ด้วยตัวเอง พร้อมจุดเด่นไม่ต้องตรวจสุขภาพและไม่ต้องแถลงสุขภาพในใบคำขอเอาประกันภัย ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์เงินเดือนที่กำลังมองหาประกันลดหย่อนภาษีปี 2569 หรือคนวัยทำงานที่อยากสร้างวินัยการออมพร้อมมีเงินคืนไว้ใช้ทุกปี โอเชี่ยนไลฟ์ ออมสบาย 10/4 เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับการวางแผนการเงิน เพื่อดูแลตัวเองและคนที่รัก ปีนี้ ไม่ต้องรอให้ถึงโค้งสุดท้าย! เริ่มวางแผนลดหย่อนภาษี พร้อมรับเงินคืนสูงทุกปี กับ โอเชี่ยนไลฟ์ ออมสบาย 10/4 สนใจดูรายละเอียด คำนวณเบี้ย และซื้อประกันออนไลน์ได้ที่เว็บไซต์ไทยสมุทรประกันชีวิต หรือโทร. 1503 หรือคลิก >> https://life.ocean.co.th/ejq  หมายเหตุ: • % หมายถึง เปอร์เซ็นต์ของจำนวนเงินเอาประกันภัย • การรับประกันภัยเป็นไปตามเงื่อนไขและหลักเกณฑ์ที่บริษัทกำหนด • ความคุ้มครองและการจ่ายผลประโยชน์ต่าง ๆ เป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในกรมธรรม์ • เบี้ยประกันชีวิตสามารถนำไปอ้างอิงลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามหลักเกณฑ์ที่กรมสรรพากรกำหนด • โปรดทำความเข้าใจเงื่อนไข ความคุ้มครองก่อนตัดสินใจทำประกันทุกครั้ง ./

27 Oct 2026

Banner Banner Banner Banner

Banner
  เปิดแผนงานสื่อ CEO THAILAND ปี 2569-2570 รุกคืบงานวิทยุ - ทีวี - อีเวนต์สื่อ                  สวัสดีครับท่านสมาชิกและผู้ติดตามสื่อออนไลน์ และสื่อในเครือ CEO THAILAND ตลอดมา 21 ปี ช่วงนี้ว่างเว้นจากสนามการเมืองระยะหนึ่ง ผมพอมีเวลากลับมาสานต่องานสื่อสักระยะหนึ่งคือในช่วงปี 2569-2570 จะกลับมาช่วยงานสื่อในฐานะที่ปรึกษา โดยจะยังเน้นในเรื่องสื่อออนไลน์ สื่อทีวี และสื่อวิทยุ และงานอีเวนต์ต่อเนื่องจากสื่อ ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2569 เป็นต้นไป ผมมีแผนงานของบริษัท เอก-วรา พับลิค รีเรชันส์ จำกัด ในสื่อดังต่อไปนี้คือ                          1. สื่อออนไลน์ CEO THAILAND              2. จัดทำรายการวิทยุ “คลื่นประกันภัย-การเงิน” ทางสถานีวิทยุ 96.25 MHZ (สถานีวิทยุการท่องเที่ยววัฒนธรรม) โครงการจัดทำรายการวิทยุเชิงข่าวสารในแวดวงประกันภัยและการเงิน นำเสนอข่าวสารเกี่ยวกับการประกันภัย-ประกันชีวิต  การเงิน และธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ทั้งสินเชื่อ ไฟแนนซ์ อสังหาริมทรัพย์ SMEs ออกอากาศทุกวันศุกร์ของทุกสัปดาห์ เวลา 17.00-18.00 น. ในเดือนสิงหาคม 2569               3. เดือนสิงหาคม 2569 สื่อได้จัดทำรายการทีวี “เรื่องเด่น...ประเด็นดัง” ออนแอร์ออกอากาศทางNBT2 ซึ่งเป็นรายการสดทีวี ที่นำเสนอนโยบายรัฐบาล และวิสัยทัศน์ ของผู้บริหารองค์กรภาครัฐ และภาคเอกชนในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสังคม บริการสาธารณะและบริการพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับสังคม และพี่น้องประชาชน ออกอากาศ ทุกวันจันทร์ที่ 1 และ 3 ของเดือน เวลา 10.00-10.30 น.               4. จัดงานมอบรางวัล “สุดยอดผู้บริหาร-องค์กรแห่งปี 2569” เดือนธันวาคม 2569 ที่จังหวัดกาญจนบุรี โครงการรับรางวัล  “สุดยอดผู้บริหาร-องค์กรแห่งปี 2569” เพื่อประกาศเกียรติคุณให้ผู้บริหารและองค์กรที่สร้างผลงานโดดเด่น ทั้งยังเป็นการกระตุ้นภาคธุรกิจเครือข่าย และSMEs ความตื่นตัวของชุมชนในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี รวมทั้งยังเป็นการสานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสื่อมวลชน-ภาคธุรกิจ -ผู้ประกอบการในพื้นที่ และพี่น้องประชาชน สื่อ CEO THAILAND จึงได้ร่วมกันจัดงานมอบรางวัลดังกล่าวขึ้น               5. โครงการจัดงานสัมมนา  “ทิศทางธุรกิจประกันภัย-การเงินแห่งปี 2569” ในเดือนธันวาคม 2569เพื่อเป็นการกระตุ้นภาคธุรกิจประกันภัยและการเงินในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรีและจังหวัดใกล้เคียง เพื่อความตื่นตัวของชุมชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร รวมทั้งจังหวัดกาญจนบุรี อีกทั้งยังเป็นการสานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสื่อมวลชน-ภาคธุรกิจ-ผู้ประกอบการในพื้นที่ และพี่น้องประชาชน สื่อ CEO THAILAND จึงได้ร่วมกันจัดงานสัมมนาดังกล่าวขึ้น               6. จัดงาน CSR ณ โรงเรียนบ้านท่าทุ่ม จ.กาญจนบุรี ในวันที่ 31 มกราคม 2570 โครงการจัดงานกิจกรรมเพื่อสังคม “CEO THAILAND CSR  OF THE YEAR 2027” เพื่อคืนกำไรสู่สังคมและสร้างความรู้ความเข้าใจให้คนในสังคม เป็นการกระตุ้นภาคธุรกิจประกันภัยและการเงิน และความตื่นตัวของชุมชนในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี อีกทั้งยังเป็นการสานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสื่อมวลชน-ภาคธุรกิจ -ผู้ประกอบการในพื้นที่ และพี่น้องประชาชนในพื้นที่ สื่อ CEO THAILAND จึงได้ร่วมกันจัดงานกิจกรรมดังกล่าวขึ้น T                                                                                                        (นายเอกวรพงศ์ อำนวยทรัพย์)
อ่านต่อ...
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner