Responsive image

Thursday, 29 Jan 2026

หน้าแรก > ECONOMY- FINANCE / เศรษฐกิจ - การเงิน


ธอส. ฉลองครบรอบการดำเนินงาน 69 ปี ยอดสินเชื่อปล่อยใหม่ 9 เดือนแรกทะลุ 2 แสนล้านบาท

Mon 03/10/2565


ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ครอบรอบวันสถาปนา 69 ปี ในการเป็นสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐที่มีบทบาทสำคัญในการช่วยให้คนไทยได้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองมาแล้วมากกว่า 4 ล้านครอบครัว ล่าสุด ณ วันที่ 21 กันยายน 2565 ปล่อยสินเชื่อได้สูงถึง 198,080 ล้านบาท คิดเป็น 87.48% ของเป้าหมายสินเชื่อใหม่ปี 2565 คาดถึงสิ้นเดือนกันยายนปล่อยสินเชื่อเกิน 2 แสนล้านบาท และยืนยันพร้อมตรึงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้บ้านไว้ให้นานที่สุดอย่างน้อยถึงสิ้นปี 2565

นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า วันที่ 24 กันยายน 2565  เป็นวันครบรอบ 69 ปีในการดำเนินงานของ ธอส. สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐที่มีพันธกิจ “ทำให้คนไทยมีบ้าน” และมีบทบาทในการสนับสนุนนโยบายของรัฐบาล ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม ผ่านการปล่อยสินเชื่อให้คนไทยได้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองมาแล้วมากกว่า 4 ล้านครอบครัว เช่นเดียวกับในปี 2565 ที่เศรษฐกิจไทยเริ่มฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องภายหลังสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 คลี่คลายลง ธอส.ได้มีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจผ่านภาคอสังหาริมทรัพย์ โดย ณ วันที่ 21 กันยายน 2565 สามารถปล่อยสินเชื่อใหม่ได้แล้วกว่า 198,080 ล้านบาท จำนวน 154,783 บัญชี คิดเป็น 87.48% ของเป้าหมายสินเชื่อใหม่ ในปี 2565 ที่ตั้งไว้ที่ 226,423 ล้านบาท และคาดว่า ณ สิ้นเดือนกันยายน 2565 จะสามารถปล่อยสินเชื่อได้เกิน 200,000 ล้านบาทอย่างแน่นอน ซึ่งถือเป็นความสำเร็จจากการดำเนินงานตามแผนยุทธศาสตร์ด้านการขยายสินเชื่อที่อยู่อาศัยแก่กลุ่มผู้มีรายได้น้อย (Social Solution) และกลุ่มรายได้ปานกลางถึงสูง (Business Solution) ด้วยผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่หลากหลาย ขณะที่ยอดสินเชื่อรวม ณ วันที่ 31 สิงหาคม 2565 อยู่ที่ 1,548,451 ล้านบาท  มีหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) คิดเป็น 4.41% ของสินเชื่อรวม ปัจจุบัน ธอส. ยังมีสภาพคล่องเพียงพอเพื่อปล่อยสินเชื่อใหม่ได้อย่างต่อเนื่องโดยคาดว่า ณ สิ้นปี 2565 จะปล่อยได้ไม่น้อยกว่า 280,000 ล้านบาท ส่วนแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น หลังจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีมติให้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.75% สู่ระดับ 3.00%-3.25% ในการประชุมเมื่อวันพุธที่ผ่านมา (21 ก.ย. 65) นั้น ธอส. ยังยืนยันว่า พร้อมตรึงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้บ้านไว้ให้นานที่สุดอย่างน้อยถึงสิ้นปี 2565 เพื่อแบ่งเบาภาระและให้เวลาลูกค้าในการปรับตัว ซึ่งจะทำให้กระทบต่อต้นทุนของธนาคารเพิ่มขึ้นประมาณ 1,000 ล้านบาท

 

นอกจากนี้ ธอส. ยังมีการปรับปรุงรูปแบบธุรกิจรองรับพฤติกรรมลูกค้าหลังสถานการณ์ COVID-19 ด้วยการพัฒนาการให้บริการด้านดิจิทัล เพื่อไปสู่เป้าหมายการเป็น Digital Bank อย่างเต็มรูปแบบภายในปี 2565 ไม่ว่าจะเป็น

Application : GHB ALL GEN : Generation ไหนก็ใช้ได้ แอปเดียวครบ จบทุกเรื่อง!! Application ใหม่ของ ธอส. ที่พัฒนาต่อยอดจาก  Application : GHB ALL เพื่อให้มีความทันสมัย ใช้งานง่าย ตอบโจทย์ Lifestyle แบบ New Normal ของลูกค้าทุกเพศ ทุกวัย รวบรวมบริการสำคัญสำหรับลูกค้า ธอส. อาทิ การยื่นขอสินเชื่อ ชำระหนี้เงินกู้ ดูใบเสร็จ โอนเงิน เปิดบัญชี และซื้อสลากออมทรัพย์ ธอส. เป็นต้น โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างการทดสอบใช้งานจริงภายในเฟสที่ 1 กับพนักงานของธนาคารทั้งหมด เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนที่จะเริ่มเปิดให้ลูกค้าประชาชนสามารถดาวน์โหลดใช้งานได้ตั้งแต่วันที่ 26 ตุลาคม 2565 เป็นต้นไป

โครงการจัดเก็บ Electronic File แทนเอกสารสิทธิ์ต้นฉบับ (ธนาคารไม่เก็บโฉนด) : โดยลูกค้าสามารถรับโฉนดที่ดินหรือหนังสือแสดงกรรมสิทธิ์ห้องชุดฉบับจริงกลับบ้านได้ทันทีในวันที่ทำนิติกรรมการโอนและจดจำนองที่สำนักงานที่ดิน เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่ต้องการเก็บโฉนดที่ดินหรือหนังสือแสดงกรรมสิทธิ์ฉบับจริงไว้กับตัวเองด้วยความภูมิใจและความสุขที่ได้มีบ้าน โดย ธอส. ถือเป็นธนาคารแห่งแรกที่จัดเก็บโฉนดที่ดินหรือหนังสือแสดงกรรมสิทธิ์ห้องชุดในรูปแบบไฟล์อิเล็กทรอนิกส์แทนเอกสารสิทธิ์ต้นฉบับ ปัจจุบันมีลูกค้ากลุ่มสวัสดิการที่ทำนิติกรรมหลังวันที่ 24 มิถุนายน 2565 ได้รับโฉนดตัวจริงกลับบ้านแล้วจำนวน 26,766 ราย และจะขยายสู่กลุ่มลูกค้ารายย่อยทั่วไปที่ทำนิติกรรมกับธนาคารตั้งแต่วันที่ 26 กันยายน 2565 เป็นต้นไป   

บริการโอนเงินกู้เข้าบัญชีเงินฝากผู้ประกอบการแทนการจัดทำแคชเชียร์เช็ค : บริการที่เพิ่มความสะดวกให้กับลูกค้า โดยช่วยลดขั้นตอนและประหยัดเวลาให้กับผู้ขายสามารถรับเงินผ่านการโอนเงินเข้าบัญชีแทน โดยไม่ต้องเดินทางไปสาขาของธนาคารเพื่อนำแคชเชียร์เช็คที่ได้รับจากธนาคารไปขึ้นเงินเหมือนที่ผ่านมา โดยเริ่มดำเนินการเฟสแรกแล้วตั้งแต่วันที่ 31 สิงหาคม 2565 โดยมีผู้กระกอบการอสังหาริมทรัพย์เข้าร่วมเพื่อรับเงินด้วยการโอนเงินแล้วจำนวน 22 บริษัท 76 โครงการทั่วประเทศ

และในโอกาสครบรอบ 69 ปี ธอส. ยังได้เปิดตัว “พี่โฮม” ในฐานะ Virtual Influencer คนแรกของ ธอส. ชายหนุ่มอารมณ์ดี อบอุ่น ยิ้มง่าย ชอบศึกษาหาความรู้ โดยเฉพาะในเรื่องที่อยู่อาศัย การลงทุน และการใช้เทคโนโลยีในชีวิตประจำวัน พร้อมที่จะให้คำปรึกษา และมอบความช่วยเหลือให้กับทุกคนที่อยากมีบ้านด้วยความเต็มใจ เพราะเค้ารู้ดีว่าการมีบ้านคือความสุขของคนทุกคน โดยสามารถติดตาม “พี่โฮม” ได้ที่ช่องทางออนไลน์ของธนาคารสำหรับผู้ที่สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ธอส.ทุกสาขาทั่วประเทศ G H Bank Call Center โทร 0-2645-9000 หรือ Facebook Fanpage ธนาคารอาคารสงเคราะห์ และติดตามข่าวสารของธนาคารได้ที่ Mobile Application : GHB ALL และ www.ghbank.co.th


Tags : ธอส ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ฉัตรชัยศิริไล ธอส.ครบรอบ69ปี ธอส.ปล่อยสินเชื่อปี2565


Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

...

บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) ได้รับรางวัลองค์กรที่สนับสนุนงานด้านเด็กและเยาวชน เนื่องในงานวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2569 จากกรมกิจการเด็กและเยาวชน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยรางวัลดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงการให้ความสำคัญและการมีส่วนร่วมของบริษัทฯ ในการสนับสนุน ส่งเสริม และพัฒนาศักยภาพของเด็กและเยาวชน เพื่อนำไปสู่การเติบโตที่เข้มแข็งและยั่งยืน ตลอดจนร่วมเสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้เด็กและเยาวชนด้วยการสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมและสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข นับเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจที่ตอกย้ำถึงความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กรอย่างต่อเนื่อง

27 Jan 2026

...

บมจ.กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต นำโดยคุณณัฐพิสิษฐ์ ครุฑครองชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (คนซ้าย) และคุณสรัสวดี คุปตพงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายทรัพยากรบุคคล (คนขวา) รับรางวัลแห่งความสำเร็จ Top Employer Awards Thailand 2026 จาก Top Employer Institute ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 และเป็นบริษัทแรกในกลุ่มแอกซ่าในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ที่ได้รับรางวัลดังกล่าว ทั้งนี้รางวัลอันทรงเกียรตินี้สะท้อนถึงความโดดเด่นขององค์กรที่ไม่เพียงมีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน แต่ยังสามารถถ่ายทอดวิสัยทัศน์ให้เป็นแผนงานที่จับต้องได้จริง พร้อมสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่เท่าเทียม และยังเปิดโอกาสให้ทุกคนได้แสดงความคิดเห็น เรียนรู้และเติบโตร่วมกันกับองค์กร โดยคณะกรรมการได้พิจารณาจากแนวทางด้านทรัพยากรบุคคลที่มุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพของพนักงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างผู้นำคุณภาพในอนาคต ควบคู่ไปกับระบบการบริหารผลการปฏิบัติงานที่มีประสิทธิภาพ และการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่ รวมไปถึง AI มาใช้เพื่อเพิ่มศักยภาพในการทำงาน พร้อมทั้งการดูแลสุขภาวะและคุณภาพชีวิตของพนักงานอย่างรอบด้าน สิ่งที่สร้างความแตกต่างให้ กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต คือการหล่อหลอมวัฒนธรรม “Care & Dare” ที่ผสมผสานการดูแลพนักงานและการผลักดันให้ทุกคนกล้าสร้างความแตกต่าง กล้าเปลี่ยนแปลงอย่างสร้างสรรค์ รวมถึงเปิดพื้นที่ให้พนักงานมีส่วนร่วมในทุกระดับ พร้อมทั้งมอบโอกาสในการเติบโตไปด้วยกันกับองค์กรอย่างมั่นคงและยั่งยืน สำหรับท่านที่สนใจร่วมงานกับ บมจ. กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต สามารถติดต่อได้ที่ 02-056-3513 -15 หรือ www.krungthai-axa.co.th/career

19 Jan 2026

...

  นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ  ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank พร้อมคณะผู้บริหารธนาคาร   ร่วมกับคณะผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรม และหน่วยงานภายใต้กำกับ เข้าผลัดเวรเฝ้าฯ ในพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง  เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2569  

18 Jan 2026

...

  ธนาคารออมสิน ร่วมส่งมอบความสุขในช่วงเทศกาลต้อนรับปีใหม่ 2569 จัดเตรียมของขวัญ เพื่อส่งความสุขให้ประชาชน ภายใต้โครงการ “วินัยดี มีเงิน” ให้แก่ลูกค้าธนาคารด้วยการมอบเงินของขวัญพิเศษรายละ 1,000 บาท ให้แก่ลูกหนี้ที่ใช้บริการสินเชื่อวงเงินกู้ไม่เกิน 200,000 บาท มีประวัติชำระหนี้ดีติดต่อกันไม่น้อยกว่า 3 ปี ไม่เคยปรับโครงสร้างหนี้/ไม่มีประวัติการตัดหนี้สูญ และมีสถานะหนี้ปกติ (ค้างชำระไม่เกิน 30 วัน) ทั้งนี้ ธนาคารจะโอนเงินเข้าบัญชีภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 เฉพาะผู้ที่มีบัญชีเงินฝากเผื่อเรียกที่เป็นชื่อตนเอง (ยกเว้นบัญชีเพื่อประโยชน์ของผู้เยาว์ และบัญชีร่วม) ที่กดรับสิทธิ์ผ่านแอปพลิเคชัน MyMo ภายในวันที่ 31 มกราคม 2569 และเงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด เพื่อมอบเป็นขวัญและกำลังใจแก่ลูกค้าที่มีวินัยในการผ่อนชำระหนี้ที่ดี นำไปใช้เป็นเงินทุนเสริมสภาพคล่องในการประกอบอาชีพ หรือใช้จ่ายในช่วงเทศกาลปีใหม่  

11 Jan 2026

Banner Banner Banner Banner

Banner
  เทียบจุดแข็งแกร่ง “วิริยะ-ทิพย-กรุงเทพ” ประกันภัย   เมื่อพูดถึงวงการประกันภัย-วินาศภัยเมืองไทย มี 3 บริษัทใหญ่ของวงการและของประเทศไทย ที่ถือว่าเป็น”ขาใหญ่”หรือขาประจำที่แต่ละปี บริษัททั้ง 3 บริษัท มีกลยุทธ์การตลาด และจุดแข็งที่แตกต่างกันของแต่ละบริษัท และบริษัททั้ง 3 บริษัทนี้กำลังจะแย่งชิงเบี้ยประกันภัยเพื่อเป็นอันดับ 1 ของประเทศไทย เมื่อเทียบสัดส่วนในเรื่องยอดขาย และในแง่ของผลกำไร            ในแง่ยอดขายต่อปี          เบอร์ 1 บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) ด้วยจุดแข็งการทำประกันภัยรถยนต์ ที่มีเบี้ยประกันภัยสูงขายง่าย แต่ละปีสร้างยอดขายได้มีเบี้ยประกันภัยรับตรงรวม 40,879 ล้านบาท          เบอร์ 2 บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) ด้วยจุดแข็งงานประกันภัย Non Motor ประเภทขนส่งสินค้า Marin รวมทั้งลูกค้าของผู้ถือหุ้นใหญ่อย่าง ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ทำให้มียอดขายรับประกันภัยตรงอยู่ที่ 31,736.1 ล้านบาทแซงหน้าบริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ไปเรียบร้อย          เบอร์ 3 บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ด้วยจุดแข็งการเป็นบริษัท ที่มีกระทรวงการคลังถือหุ้นใหญ่ สามารถขยายตลาดผ่านพันธมิตรหรือผู้ถือหุ้นได้ง่าย และทำตลาดประกันภัยโครงสร้างพื้นฐาน โครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ของรัฐจึงทำให้มีเบี้ยประกันภัยต่อปี มีเบี้ยประกันภัยรวม 22,439 ล้านบาท จะกลับไล่บี้เบอร์ 1และ 2 ได้ต่อไป         ในแง่ผลกำไรต่อปี         เบอร์ 1 คงต้องให้บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) เนื่องจากได้งานจากหน่วยงานภาครัฐ และมีพันธมิตรที่หลากหลาย ด้วยยอดขายที่สูง และมีการบริหารการลงทุนที่พร้อม เพราะมีธนาคารออมสิน, กบข. , ธนาคารกรุงไทย, ปตท., บางจาก  ทำให้มีผลกำไรมาเป็นอันดับ 1  ทำให้บริษัทสามารถทำกำไรจากการรับประกันได้ 2,631 ล้านบาท        เบอร์ 2  ต้องยกให้เป็นของบริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) ด้วยการรับประกันภัยที่มีความเสี่ยงภัยต่ำ รวมทั้งความเชี่ยวชาญในการบริหารเงินลงทุนโดยธนาคารกรุงเทพ ทำให้มีผลกำไรมาเป็นที่ 2 และมีเบี้ยประกันภัยเป็นอันดับที่ 2        เบอร์ 3 บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) มียอดขายเป็นอันดับ 1 มาอย่างต่อเนื่อง แต่ด้วยเน้นประกันภัยรถยนต์ยอดขายสูงก็มีความเสี่ยงสูง ผลกำไรน้อย จึงวางไว้เป็นเบอร์ 3 ในด้านผลกำไร                                                 นายเอกวรพงศ์ อำนวยทรัพย์ (เอก-วรา)                                               บรรณาธิการบริหาร สื่อ CEO THAILAND  
อ่านต่อ...
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner