Responsive image

Sunday, 05 Apr 2026

หน้าแรก > SOCIETY / ภาพข่าว - สังคม - CSR


พรรคพลังเพื่อไทย “หมายเลข 57” ...พรรคของประชาชน เพื่ออุดมการณ์ประชาธิปไตย - ลดภาระค่าครองชีพ

Sat 15/04/2566


เปิดนโยบายพรรคพลังเพื่อไทย พรรคของผู้รักประชาธิปไตย อาสาแก้ไขทุกปัญหาของพี่น้องประชาชน ลดค่าครองชีพ ลดราคาน้ำมัน เป้าหมายลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม ตั้งเป้ารัฐสวัสดิการ เพื่อคนด้อยโอกาส เด็กเล็ก ผู้หญิง คนชรา จนถึงคนพ้นคุก นักศึกษาฝึกงานรับเงินเดือน พร้อมยืนหยัดอยู่ข้างประชาชนผู้รักประชาธิปไตย

 

นายเอกวรพงศ์ อำนวยทรัพย์ หัวหน้าพรรคพลังเพื่อไทย ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่ออันดับ 1 เปิดเผยว่า “พรรคพลังเพื่อไทย หมายเลข 57” คือพรรคการเมืองที่ขันอาสาแก้ไขทุกปัญหาของพี่น้องประชาชน และพร้อมลงเลือกตั้งด้วยระบบ ส.ส.เขต และส.ส.บัญชีรายชื่อ  โดยเน้นไปที่ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ที่พรรคส่งลงเลือกตั้ง 12 คน ด้วยนโยบายการเป็นพรรคการเมืองของพี่น้องประชาชน และทำเพื่อประชาชน พรรคพลังเพื่อไทยเป็นพรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตย พรรคขั้วการเมืองที่ 3 ที่นำเสนอนโยบายตอบสนองความต้องการและแก้ไขปัญหาของพี่น้องประชาชนคนไทย

 

ดร.พงษ์ศักดิ์ พัวพรพงษ์  รองหัวหน้าพรรค/ประธานยุทธศาสตร์ พรรคพลังเพื่อไทย กล่าวถึงนโยบายด้านเศรษฐกิจว่า ปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน เพราะค่าครองชีพสูงขึ้น ขณะที่รายได้ของพี่น้องประชาชนลดลง สังคมไทยมี “คนรวยเป็นกระจุก แต่จนกระจาย” พรรคพลังเพื่อไทยจะเข้ามาลดค่าครองชีพ รวมทั้งเพิ่มรายได้ให้กับคนส่วนใหญ่ของประเทศ ซึ่งค่าครองชีพที่สูงขึ้นนั้น พรรคมองว่าสิ่งที่ต้องแก้ไข คือการลดราคาน้ำมันเหลือ 10 บาท ++ ตรงนั้นจะทำให้ค่าครองชีพของพี่น้องประชาชนลดลง

 

ดร.ปภาดา ถาวรเศรษฐ  เลขาธิการพรรคพลังเพื่อไทย  กล่าวถึงนโยบายด้านสังคมและการศึกษาว่า ปัญหาเรื่องของการศึกษา และปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสังคมเป็นสิ่งที่ต้องเร่งแก้ไข ด้วยระบบรัฐสวัสดิการ คือการที่รัฐลงมาดูแลพี่น้องประชาชนที่ด้อยโอกาสทางสังคม ไม่ว่าจะเป็น เด็ก ผู้หญิง ผู้สูงวัย รวมไปถึงคนพ้นคุก หรือแม้กระทั่งผู้หญิงที่เคยมีอาชีพค้าบริการ ที่ถูกด้อยโอกาสทางสังคม  ตรงนี้พรรคจะเปิดที่ยืน สร้างอาชีพ สร้างสวัดิการให้ เพื่อไม่ให้คนเหล่านี้กลับไปทำผิดซ้ำรอยเดิมอีก

 

 

นโยบายพรรคพลังเพื่อไทย

          (1) ด้านการเมือง

     1.1 ยืนหยัดอยู่กับฝ่ายประชาธิปไตย

     1.2 ให้ผู้หญิง / คนด้อยโอกาส เข้ามามีบทบาทในเวทีการเมือง

        (2) ด้านการเกษตร

2.1 ลดต้นทุนการผลิตภาคการเกษตร

2.2 จัดหาตลาด-ส่งเสริมจัดหาตลาด

2.3 จัดตั้งร้านค้าสวัสดิการในชุมชน

   (3) ด้านประกันภัย

3.1 ส่งเสริมระบบประกันชีวิตและประกันให้เข้าถึงคนไทยในทุกพื้นที่ทุกระดับแบบรัฐสวัสดิการ

3.2 ส่งเสริมประกันสุขภาพสำหรับผู้สูงวัย เมื่อประเทศไทยกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุเต็มรูปแบบ

3.3 เพิ่มค่าลดหย่อนภาษีสำหรับคนที่ทำประกันภัย เพื่อแรงจูงใจให้คนไทยหันมาให้ความสำคัญกับการคุ้มครองชีวิตและทรัพย์สิน

         (4) ด้านธุรกิจเครือข่าย-ขายตรง

4.1 ส่งเสริมให้ภาคธุรกิจขายตรงหรือเครือข่ายเป็นที่ยอมรับในสายตาประชาชน

4.2 ยกระดับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคเป็นหน่วยงานระดับกรม เพื่อความคล่องตัวในการกำกับและส่งเสริมภาคธุรกิจเครือข่าย

4.3 กำจัดเหลือบ-แชร์ลูกโซ่ ด้วยข้อกฎหมายที่รุนแรง รวดเร็วในการลงโทษ

4.4 เสริมศักยภาพผู้นำ/ฝ่ายขายในธุรกิจขายตรงให้มีความเป็นมืออาชีพและมีจรรยาบรรณในการทำงาน


  

(5) ด้านสังคม

5.1 สร้างอาชีพกับคนด้อยโอกาส

5.2 คนด้อยโอกาสทางสังคม

5.3 สร้างอาชีพให้คนพ้นคุก / คนไร้อาชีพ

    (6) สร้างอาชีพและความเข้มแข็งให้ชุมชน

6.1 โครงการร้านค้าชุมชน

6.2 โครงการตำบลสีขาว / สร้างนักการเมืองชุมชน

    (7) สวัสดิการผู้สูงวัย เพิ่มรายได้เด็กและเยาวชน

7.1 เพิ่มเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเป็นเดือนละ 1,000 บาท

7.2 นักศึกษาฝึกงานได้รับเงินเดือน ๆ ละ 9,000 บาท

  (8) ด้านพลังงาน-เพื่อคนไทย

 8.1 พรรคมีนโยบายสนับสนุนให้ประชาชนหันมาใช้พลังงานทางเลือก โดยนโยบายเร่งด่วน คือการลดราคาน้ำมัน 10 บาท++ และใช้ผลิตภัณฑ์วัตถุดิบจากในประเทศ ฟื้นฟูสร้างรายได้ผลิตภัณฑ์ด้านการเกษตรเพื่อเกษตรกรไทย

          (9) ส่งเสริมกีฬาท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพ ให้ห่างไกลยาเสพติด

9.1 ใช้การประสานวางแผนตามความเหมาะสม สอดคล้องกับเหตุผลตามโครงการ

9.2 งบประมาณปกติ บริหารโครงการแบบกำหนดแผนตามนโยบายให้เกิดประโยชน์สูงสุด กับประชาชน และประเทศชาติ

 9.3 ประชาชนทุกคนสามารถเข้าถึงโครงการได้อย่างทั่วถึง อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

 9.4 เปิดกว้างให้ประชาชนคนไทยทุกคนเข้าถึงทั่วประเทศ

 

             (10) ปรับมาตราฐานงานโยธา-ก่อสร้าง เพื่อชุมชนยั่งยืน

10.1 ใช้การประสานวางแผน ปรับมาตราฐานตรวจรับงาน ตามความเหมาะสมสอดคล้องกับเหตุผลตามโครงการ

10.2 งบประมาณปกติ บริหารโครงการแบบกำหนดแผนตามนโยบาย ให้เกิดประโยชน์สูงสุด กับประชาชน และประเทศชาติ

 10.3 ประชาชนทุกคนสามารถเข้าถึงโครงการได้อย่างทั่วถึง อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

10.4 รับมาตราฐานตรวจรับงานอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อประชาชนและประเทศชาติ ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

             (11) ประเทศไทยปลอดโควิด

11.1 ใช้การวางแผนประสานงาน ป้องกัน-ระงับเหตุ ตามความเหมาะสมสอดคล้องของการขยายแพร่กระจาย(งบประมาณปกติ)

 11.2 บริหารโครงการ ตามแผนนโยบายให้เกิดประโยชน์สูงสุด กับประชาชนและประเทศชาติ (งบประมาณปกติ)

11.3 ประชาชนทุกคน ได้รับการป้องกันรวมทั้งรักษาในเบื้องต้น ก่อนที่จะแสดงผลว่าติดเชื้อ ทำให้ยอดการติดเชื้อลดลง จนไม่มีผู้ติดเชื้อ ประเทศไทยปลอดโควิด

 11.4 เปิดกว้างให้ประชาชนคนไทยทุกคนเข้าถึงโครงการ คนไทยปลอดโควิดทั่วประเทศ

 

             

(12) ส่งเสริมการศึกษา - ฝึกอาชีพชุมชน พัฒนาฝีมือแรงงาน เทียบเท่านานาชาติ (เพิ่ม-ปรับรายได้ครัวเรือน)

12.1 ใช้งบจากงบประมาณปกติ โดยประสานวางแผนตามความเหมาะสม สอดคล้องกับวัตถุประสงค์โครงการ

12.2 ใช้งบจากงบประมาณปกติ ตามระบบส่งเสริม โดยสถานศึกษาตลอดจนประชาชน เพื่อสร้างสังคม ครอบครัว วัด โรงเรียน ให้สังคมเข้มแข็ง เกิดประโยชน์สูงสุด กับประชาชน และประเทศชาติ

12.3 เพิ่มความสามารถ ตลอดจนมีอาชีพมากกว่า 1 อาชีพ เพิ่มช่องทางในการหารายได้ เพิ่มรายได้ให้ครอบครัว และชุมชนเมือง สู่ระดับประเทศ ทำให้ความเป็นอยู่ และระบบเศรษฐกิจดีขึ้น

12.4 เปิดกว้างให้ประชาชนคนไทยเข้าถึงการศึกษา รวมทั้งได้สิทธิ์ที่ควรได้ เพื่อเป็นคนไทยโดยสมบูรณ์

             

(13) เร่งออกเอกสารสิทธิ์ ที่ดินทำกิน (เป็นไปตามกฎหมาย)

 13.1 ไม่ใช้งบประมาณภาครัฐ เพิ่มจากงบประมาณปกติ ใช้การประสาน เร่งรัด แก้ปัญหาความล่าช้า เพื่อให้เหมาะสมสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย

13.2 ใช้งบจากงบประมาณปกติ แก้ปัญหาระเบียบที่ซ้ำซ้อน ให้สามารถออกเอกสารสิทธิ์เป็นไปตามกฎหมาย เกิดประโยชน์สูงสุด กับประชาชน และประเทศชาติ

13.3 ประชาชนทุกคนสามารถเข้าถึงโครงการได้อย่างถูกต้องเหมาะสม มีระบบรองรับ รวมทั้งกฎหมายคุ้มครอง อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด เปิดกว้างให้ประชาชนคนไทยเข้าถึง ได้สิทธิ์ ที่ควรได้ เพื่อเป็นคนไทยโดยสมบูรณ์

 

             

(14) ส่งเสริมเทคโนโลยียานยนต์ (ลดการใช้พลังงาน ใช้พลังงานสะอาด ลด PM2.5)

14.1 ไม่ใช้งบประมาณภาครัฐ เพิ่มจากงบประมาณปกติ ใช้การประสานภาคเอกชนในการลงทุนแบบ PPP เพื่อให้เหมาะสมสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ ตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย ในทุกมิติ ตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 13

14.2 ใช้งบจากงบประมาณปกติ ประสานหน่วยงานเอกชน ลงทุนในโครงการ เป็นไปตามกฎหมาย เกิดประโยชน์สูงสุด กับประชาชน และประเทศชาติ

14.3 ประชาชนทุกคนสามารถเข้าถึงโครงการได้อย่างถูกต้องเหมาะสม มีกฎหมายรองรับ คุ้มครอง

14.4 เปิดกว้างให้ประชาชนคนไทยเข้าถึง ได้สิทธิ์ที่ควรได้ เพื่อเป็นคนไทยโดยสมบูรณ์

            (15) ลดความเหลื่อมล้ำทางเพ (LGBTQ)

 15.1 ไม่ใช้งบประมาณภาครัฐ เพิ่มจากงบประมาณปกติ ใช้การประสาน เร่งรัด แก้ปัญหาความล่าช้า เพื่อให้ออกกฎหมาย เพื่อความเหมาะสมสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย และความเปลี่ยนแปลงของสังคม

15.2 ใช้งบจากงบประมาณปกติ แก้ปัญหาระเบียบที่ซ้ำซ้อน เร่งรัด ออกกฎหมาย เพื่อความเหมาะสมสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย และความเปลี่ยนแปลงของสังคม ให้เกิดประโยชน์สูงสุด กับประชาชน และประเทศชาติ

15.3 ประชาชนทุกคนสามารถเข้าถึง สิทธิที่ความเท่าเทียม กฎหมายคุ้มครอง

15.4 เปิดกว้างให้ประชาชนคนไทยเข้าถึง ได้สิทธิ์ ที่ควรได้ เพื่อเป็นคนไทยโดยสมบูรณ์

 

             


Tags : พรรคพลังเพื่อไทย พลังเพื่อไทย เอกวรพงศ์อำนวยทรัพย์ เลือกตั้งส.ส. ส.ส.บัญชีรายชื่อ ดร.พงษ์ศักดิ์พัวพรพงษ์ ดร.ปภาดาถาวรเศรษฐ นโยบายพรรคพลังเพื่อไทย


Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

...

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนาธนาคารออมสิน ครบรอบ 113 ปี ธนาคารมีความตั้งใจส่งมอบความสุขและกำลังใจ ส่งเสริมให้ประชาชนมีการออมและสร้างความมั่นคงทางการเงินท่ามกลางบรรยากาศความผันผวนทางเศรษฐกิจ โดยธนาคารได้จัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาด “ฉลอง 113 ปี เพิ่มเงินรางวัล เพิ่มจำนวนรางวัล กับสลากออมสินพิเศษ 1 ปี และ 2 ปี (แบบใบสลากและสลากดิจิทัล) เงินรางวัลรวม 113 ล้านบาท” ทั้งลูกค้าที่ซื้อสลากเพิ่ม และลูกค้าเดิมที่ถือครองสลากอยู่ มีสิทธิ์ลุ้นรางวัลพิเศษมากถึง 3 ครั้ง โดยยิ่งซื้อสลากมาก ยิ่งเพิ่มโอกาสลุ้นรางวัลจำนวนมากถึง 63 รางวัล ตลอดระยะเวลากิจกรรม ได้แก่ ครั้งที่ 1 - วันที่ 16 พฤษภาคม 2569 จับรางวัลพิเศษมูลค่ารวม 13 ล้านบาท จำนวน 26 รางวัล รางวัลละ 500,000 บาท ครั้งที่ 2 - วันที่ 16 มิถุนายน 2569 จับรางวัลพิเศษมูลค่ารวม 30 ล้านบาท จำนวน 30 รางวัล รางวัลละ 1 ล้านบาท ครั้งที่ 3 - วันที่ 16 กรกฎาคม 2569 จับรางวัลพิเศษมูลค่ารวม 70 ล้านบาท จำนวน 7 รางวัล รางวัลละ 10 ล้านบาท รวมเงินรางวัลพิเศษทั้งสิ้น 113 ล้านบาท           ทั้งนี้ ผู้ซื้อสลากยังมีสิทธิ์ได้ลุ้นรางวัลที่ 1 และรางวัลอื่น ๆ ซึ่งเป็นรางวัลปกติประจำแต่ละงวด โดยสลากออมสินนับเป็นทางเลือกการออมที่นอกจากจะให้ผลตอบแทนตามอัตราที่ธนาคารกำหนดแล้ว ผู้ซื้อสลากยังมีโอกาสได้ลุ้นรับเงินรางวัลพิเศษ และสิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับบุคคลธรรมดาได้รับยกเว้นภาษีอีกด้วย          ผู้สนใจซื้อสลากออมสินเพิ่มเติมเพื่อร่วมกิจกรรม “ฉลอง 113 ปี เพิ่มเงินรางวัล เพิ่มจำนวนรางวัล กับสลากออมสินพิเศษ 1 ปี และ 2 ปี (แบบใบสลากและสลากดิจิทัล) เงินรางวัลรวม 113 ล้านบาท” สามารถติดต่อได้ที่ธนาคารออมสินทุกสาขา หรือกดซื้อด้วยตนเองทางแอปพลิเคชัน MyMo ศึกษารายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ธนาคารออมสิน www.gsb.or.th หรือสอบถามเพิ่มเติมที่ GSB Contact Center โทร. 1115  

01 Apr 2026

...

บมจ.กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต ในฐานะผู้นำบริษัทประกันที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม หรือ Green Insurer ด้วยความสำเร็จที่ภาคภูมิใจจากการคว้าอันดับ 1 ในเอเชียอาคเนย์ต่อเนื่อง 10 ปีซ้อน และอันดับ 2 ใน AXA International Market ด้านความรับผิดชอบต่อองค์กร จากการประเมินดัชนีชี้วัดความยั่งยืนด้านความรับผิดชอบต่อองค์กรของกลุ่มแอกซ่า (AXA Sustainability Index 2025) ด้วยคะแนนสูงสุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ 87.62 คะแนน ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจ และเป็นการตอกย้ำจุดยืนของบริษัทฯ ในการสนับสนุนให้ทุกคนร่วมกันเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการใส่ใจสิ่งแวดล้อม และเป็นส่วนหนึ่งของการช่วยฟื้นฟูระบบนิเวศน์ และความหลากหลายทางชีวภาพในทะเล ผ่านโครงการระยะยาวต่างๆ อาทิ โครงการ Commit To Climate ที่มุ่งมั่นในการรักษาและฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมทุกมิติอย่างต่อเนื่อง รวมถึงโครงการ Save Our Sea ที่สนับสนุนการอนุบาลเต่าทะเล ปลูกป่าชายเลน และการให้ความรู้ด้านการรักษาสิ่งแวดล้อมทางทะเลกับเยาวชนไทย บริษัทฯ มุ่งมั่นในการช่วยเหลือสังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนตลอดมา พร้อมอยู่เคียงข้างทุกความเชื่อมั่น ดูแลกันตลอดไป สำหรับท่านใดที่สนใจ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม พร้อมติดตามกิจกรรมเพื่อสังคมต่างๆ ของบริษัทฯ ได้ที่ https://www.facebook.com/Hearts.in.action.volunteers หรือ สอบถามได้ที่ ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ โทร 1159  และท่านสามารถอ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่ https://ktaxa.live/CR-No-1

31 Mar 2026

...

บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ 7-Eleven และเคาน์เตอร์เซอร์วิส เปิดตัวแคมเปญ “พ.ร.บ.สุดคุ้ม สุดคิวต์” ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ.) ในราคาพิเศษเริ่มต้นเพียง 555 บาทต่อปี พร้อมมอบความคุ้มครอง สร้างความอุ่นใจให้กับผู้ขับขี่ ผ่านช่องทางบริการร้าน 7-Eleven ที่สะดวกและครอบคลุม 15,500 สาขาทั่วประเทศ  แคมเปญนี้ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้รถในยุคปัจจุบัน ที่ต้องการความรวดเร็วและความสะดวกสบาย สามารถซื้อหรือต่ออายุ พ.ร.บ. คุ้มครองและรับกรมธรรม์ทันที พร้อมบริการต่อภาษีรถยนต์ผ่านเคาน์เตอร์เซอร์วิสในร้าน 7-Eleven ทุกสาขาทั่วประเทศ ซึ่งเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ช่วยลดขั้นตอนและระยะเวลาในการดำเนินการ ในราคาที่เข้าถึงได้ ควบคู่กับความสะดวกครบจบในจุดเดียว ตอกย้ำแนวคิด “ประกันภัยใกล้ตัว เข้าถึงง่าย” นอกจากนี้ สมาชิก ALL Member ที่ซื้อ พ.ร.บ. ของทิพยประกันภัย จะได้รับได้สิทธิ์แลกซื้อกระบอกน้ำลายลิขสิทธิ์ Butterbear & Hello Kitty ในราคาเพียง 1 บาท (จากราคาปกติ 199 บาท) จำกัดจำนวน 5,000 สิทธิ์ และยังได้รับคะแนนสะสมจากทุกยอดบิล เพื่อนำไปใช้เป็นส่วนลดหรือแลกรับสิทธิพิเศษต่างๆ อีกมากมาย สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถซื้อ พ.ร.บ. ของทิพยประกันภัยได้แล้ววันนี้ ผ่านเคาน์เตอร์เซอร์วิสในร้าน 7-Eleven ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือผ่านช่องทางออนไลน์ที่ www.counterservice.co.th หรือ 7-Eleven Application โดยจะได้รับกรมธรรม์และความคุ้มครองที่มีผลทันทีตามวันเริ่มกรมธรรม์ และสามารถซื้อได้ล่วงหน้าสูงสุด 90 วันก่อนกรมธรรม์ปัจจุบันหมดอายุ ให้ทุกการเดินทางของคุณมั่นใจได้มากยิ่งขึ้น สะดวก ครบ จบในที่เดียว พร้อมรับสิทธิพิเศษตั้งแต่วันที่ 24 มีนาคม – 23 เมษายน 2569

29 Mar 2026

...

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารออมสินได้เร่งออกมาตรการรณรงค์ประหยัดพลังงานในการดำเนินธุรกิจของธนาคาร ตามที่รัฐบาลได้มอบหมายสั่งการให้หน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจลดการใช้พลังงาน เพื่อรองรับสถานการณ์ราคาพลังงานโลกที่มีความผันผวนจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ และรับมือกับวิกฤตด้านพลังงานของประเทศ ทั้งนี้ มาตรการประหยัดพลังงานที่สำคัญของธนาคารออมสิน 4 ด้าน ประกอบด้วย 1) การควบคุมการใช้เชื้อเพลิง โดยใช้รถยนต์ตามความจำเป็น และส่งเสริมการประชุมผ่านระบบออนไลน์ 2) ประหยัดพลังงานไฟฟ้า โดยปิดไฟที่ไม่จำเป็น ปลดปลั๊กอุปกรณ์ไฟฟ้าเมื่อไม่ใช้งาน และปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศไม่ต่ำกว่า 26 องศาเซลเซียส 3) แนวทางการแต่งกาย สวมเสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี งดสวมสูท แจ็กเกต หรือผูกเนกไท เพื่อลดความจำเป็นในการปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศให้ต่ำเกินไป และ 4) ปฏิบัติงาน ณ ที่พักอาศัย ตามความเหมาะสมโดยไม่กระทบต่อการปฏิบัติงานและการให้บริการลูกค้า   ทั้งนี้ ในการประชุมคณะกรรมการบริหารธนาคาร ณ อาคารออมสินพิพัฒน์ ธนาคารออมสินสำนักงานใหญ่ ซึ่งมี นายพลจักร นิ่มวัฒนา ประธานกรรมการบริหารธนาคารออมสิน ร่วมด้วย รองศาสตราจารย์ ดร. ธนวรรธน์ พลวิชัย  นายวรวิทย์ ชัยลิมปมนตรี กรรมการธนาคารออมสิน และ นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน ตลอดจนคณะผู้บริหาร เข้าร่วมประชุม ได้เริ่มใช้แนวปฏิบัติ "งดสูท-ผูกเนกไท" ในที่ประชุมทันที เพื่อเป็นต้นแบบในการลดใช้พลังงานและเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ด้านพลังงาน ธนาคารออมสิน จึงขอเชิญชวนลูกค้าและประชาชนร่วมกันใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ลดการใช้พลังงานที่ไม่จำเป็น เพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์พลังงานในปัจจุบัน ความร่วมมือจากทุกภาคส่วนคือพลังสำคัญในการก้าวผ่านสถานการณ์ความไม่แน่นอนนี้ไปด้วยกัน    

18 Mar 2026

Banner Banner Banner Banner

Banner
  ปี 2569 ประเทศไทย กับคำว่า “เผาจริง”   วันนี้ก้าวเดือนที่ 3 ของปี 2569 แต่ดูเหมือนว่า ประเทศไทยผ่านเทศกาลปีใหม่ วาเลนไทม์ ตรุษจีน และวันเข้าพรรษามาแล้ว ประเทศไทยการเลือกตั้งใหญ่ ที่มีข้อผิดพลาดเกิดจากการกำกับการเลือกตั้งขององค์กรอิสระอย่าง กกต. เป็นการเลือกตั้งที่เลวร้ายครั้งหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์การเมืองไทย ด้านเศรษฐกิจ ยังคงโงหัวไม่ขึ้น นอกนั้นประเทศไทยยังคงมีปัญหาชายแดนกับประเทศเขมรยังคงคาราคาซัง รอรบรอบ 3 อยู่เหมือนเดิม ตอนนี้กำลังเกิดสงครามที่คาบสมุทรอาหรับระหว่าง อิหร่านกับอิสราเอล ที่ได้รับการสนับสนุนการทำสงครามจากสหรัฐอเมริกา จนอาจจะกลายเป็นสงครามระหว่างโลกอาหรับกับสหรัฐอเมริกา และอาจจะลามไปถึงสงครามโลกครั้งที่ 3 ก็ได้ แน่นอนว่า สงครามอ่าวอาหรับ ซึ่งเป็นประเทศผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ของโลก ชัดเจนว่าเมื่อมีสงคราม ราคาน้ำมันต้องแพงขึ้น และพลังงานปัจจัยที่ 5 จะกลายเป็นอาวุธของอิหร่านและกลุ่มอาหรับ ซึ่งย่อมส่งผลด้านต้นทุนการผลิต ภาคการขนส่ง สินค้าราคาแพงขึ้น เศรษฐกิจโลกจะปั่นป่วน ซึ่งแน่นอนว่าประเทศไทยที่มีภาวะอ่อนแอทางเศรษฐกิจอยู่แล้ว ย่อมได้รับผลจากภาวะสงครามอาหรับ สงครามกับเขมร รวมทั้งรัฐบาลใหม่ที่จะเข้ามาบริหารประเทศ ต้องแสดงผลงาน เพราะปี 2569 จะเป็นปีเผาจริงทางเศรษฐกิจของประเทศไทย    หากว่าการเมืองไทยนิ่ง รัฐบาลได้บริหารประเทศ จะเป็นการท้าทายความสามารถของดรีมทีมเศรษฐกิจของพรรคภูมิใจไทย เวลาที่ผ่านมาก่อนการเลือกตั้ง วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เวลาบริหารประเทศแค่ 2 เดือนยังวัดอะไรไม่ได้สำหรับนายอนุทิน ชาญวีรกุล และดรีมทีม เพราะเศรษฐกิจไทยปี 2569 ธุรกิจที่แข็งแรงอย่างธุรกิจการเงินและประกันภัยยังออกอาการให้เห็น แล้วธุรกิจที่อ่อนแออยู่แล้วจะเหลืออะไร นี่คือการบ้านข้อใหญ่ของรัฐบาลภูมิใจไทยและดรีมทีมประเทศไทย เพราะถึงเวลาที่จะได้พิสูจน์ผลงานบริหารประเทศ./   พูดแบบนายเอกวรพงศ์ (นายแทน)            
อ่านต่อ...
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner