Responsive image

Sunday, 15 Feb 2026

หน้าแรก > ECONOMY- FINANCE / เศรษฐกิจ - การเงิน


ออมสิน ชู ESG in action เดินหน้าธนาคารเพื่อสังคม เปิดผลงานเด่นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม ธรรมาภิบาล สร้างอิมแพคเป็นเม็ดเงินกว่า 55,400 ล้านบาท

Mon 31/07/2566


นายวิทัย รัตนากร ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารออมสินเป็นธนาคารเพื่อสังคมที่ดำเนินการโดยใช้แนวคิด ESG เป็นกรอบการดำเนินธุรกิจ มุ่งสร้าง Social Impact ที่เป็นรูปธรรมผ่านกระบวนการดำเนินงาน ESG in action บนเส้นทางการพัฒนาที่ยั่งยืน ไปสู่เป้าหมายช่วยแก้ปัญหาความยากจน ลดความเหลื่อมล้ำในสังคม โดยที่ผ่านมาธนาคารสามารถสร้าง Social Impact ประเมินมูลค่าแล้วเป็นเม็ดเงินกว่า 55,400 ล้านบาท

 

ESG in action หรือการดำเนินธุรกิจด้วยกรอบแนวคิด ESG ของธนาคารได้สร้างผลลัพธ์เชิงบวก เกิดการเปลี่ยนแปลงมากมายต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และด้านธรรมาภิบาล โดยในด้าน E : สิ่งแวดล้อม ธนาคารได้สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ ผ่านการออกผลิตภัณฑ์การเงินที่ช่วยขับเคลื่อนการดูแลสิ่งแวดล้อม อาทิ สินเชื่อ GSB for BCG Economy สินเชื่อ Green Biz, Green Home Loan และสินเชื่อบุคคล GSB Go Green รวมถึงการจัดจำหน่าย ESG Bond ที่มีส่วนแบ่งตลาดเป็นอันดับ 1 ของตราสารหนี้ภาครัฐ และติด 1 ใน 10 ของตราสารหนี้ภาคเอกชน วงเงินจัดจำหน่ายรวม 20,000 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังมีโครงการด้านสิ่งแวดล้อมที่ธนาคารดำเนินการอย่างจริงจัง ไม่ว่าจะเป็นโครงการติดตั้งระบบ Solar Rooftop ที่สาขาและอาคารสำนักงานใหญ่ โครงการปลูกป่าเพื่อชดเชย/ลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โครงการ Community Waste Bank ร่วมกับ UNDP โครงการธนาคารปูม้าส่งเสริมประมงยั่งยืน และล่าสุดธนาคารได้กำหนดให้มีการใช้ ESG Score เป็นเกณฑ์การพิจารณาปล่อยสินเชื่อแก่กลุ่มลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่ที่มีวงเงินกู้ 500 ล้านบาทขึ้นไป โดยลูกค้ารายที่มีผลคะแนน ESG Score ในระดับดีมาก ธนาคารจะให้การสนับสนุนโดยลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ หรือเพิ่มวงเงินให้กู้ ส่วนรายที่คะแนน ESG Score ต่ำกว่า 2 ธนาคารสงวนสิทธิ์ไม่พิจารณาให้กู้ไว้ก่อน แต่จะเข้าช่วยเหลือมีส่วนร่วมเพื่อยกระดับการดำเนินงานของลูกค้าด้าน ESG ให้ดีขึ้น ซึ่งนับเป็นครั้งแรกของธุรกิจธนาคารที่มีการนำเอา ESG Score มาเป็นเกณฑ์ประกอบการพิจารณาปล่อยสินเชื่ออย่างจริงจัง นอกจากนี้ ธนาคารเตรียมยกระดับการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมที่สำคัญหลังจากนี้ โดยอยู่ระหว่างการเตรียมประกาศเป้าหมาย GSB Net Zero Target อย่างเป็นทางการ ตั้งเป้าลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากกว่า 50% ภายในปี 2030 และเป็นศูนย์ภายในปี 2050

 

S หรือ Social เป็นภารกิจหลักที่ธนาคารให้ความสำคัญและดำเนินการผ่านโครงการต่าง ๆ ซึ่งท้ายที่สุดจะนำไปสู่การแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือน และการช่วยลดภาระดอกเบี้ยให้กับลูกค้ากลุ่มฐานราก โดยเน้นดำเนินการใน 3 มิติ ได้แก่ 1) การสร้างโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินในระบบ หรือ Financial Inclusion โดยการปล่อยสินเชื่อผ่อนปรนเงื่อนไขและอัตราดอกเบี้ยต่ำ สามารถช่วยเหลือประชาชนรายย่อยและกลุ่มฐานรากได้แล้วกว่า 3.7 ล้านคน ในจำนวนนี้ 3.2 ล้านคนเป็นผู้ไม่มีโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินในระบบเพราะมีเครดิตต่ำหรือไม่มีเครดิตทางการเงินมาก่อน ส่วนกลุ่มผู้ประกอบการ SMEs ที่ธุรกิจได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 จำนวนกว่า 48,000 ราย ก็ได้รับการเติมทุนเสริมสภาพคล่องเป็นเม็ดเงินรวมกว่า 2.5 แสนล้านบาท ให้สามารถนำไปประคองธุรกิจและฟื้นฟูกิจการให้เดินหน้าต่อได้ ส่วนมิติที่ 2) การปรับโครงสร้างดอกเบี้ยตลาดให้เป็นธรรม ผ่านการเข้าทำธุรกิจสร้างการแข่งขันในตลาดสินเชื่อจำนำทะเบียน ซึ่งสามารถลดโครงสร้างอัตราดอกเบี้ยของธุรกิจนี้ลงมาอยู่ที่ 16-18% ในปัจจุบัน รวมถึงการปล่อยสินเชื่อ SMEs มีที่ มีเงิน ที่ให้ลูกค้าสามารถใช้ที่ดินเป็นหลักประกันการขอสินเชื่อได้ ซึ่งประสบความสำเร็จนำไปสู่การร่วมทุนจัดตั้งบริษัท มีที่ มีเงิน จำกัด ปล่อยสินเชื่อช่วยผู้ประกอบการ SMEs เข้าถึงแหล่งเงินทุนเป็นเม็ดเงินกว่า 25,000 ล้านบาท มิติที่ 3) การสร้างงานสร้างอาชีพ สามารถพัฒนาทักษะอาชีพแก่ประชาชนได้มากกว่า 300,000 ราย ให้เงินทุนประกอบอาชีพมากกว่า 140,000 ราย และสร้างช่องทางการขายแล้ว 25,000 ร้านค้า ผ่านกิจกรรมของโครงการยุวพัฒน์รักษ์ถิ่น โครงการออมสินxอาชีวะสร้างอาชีพสู่ชุมชน เป็นต้น

 นอกจากนี้ ยังมีโครงการเพื่อสังคมอีกมากมายที่ธนาคารตั้งเป้าพัฒนาคนและชุมชนอย่างยั่งยืน ได้แก่ การริเริ่มโครงการต้นแบบเพื่อการพัฒนาองค์รวมในพื้นที่ 5 หมู่บ้าน อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.น่าน โครงการของขวัญปีใหม่ส่งเสริมการจ้างงานชาวบ้านและผู้ด้อยโอกาส โครงการสร้างแหล่งอาหารยั่งยืนเพื่อเยาวชนยากไร้ และอื่น ๆ อีกมากมายที่เป็นโครงการช่วยเหลือและให้โอกาสแก่ประชาชนฐานรากกลุ่มต่าง ๆ

G : Governance ธนาคารดำเนินกิจการอย่างโปร่งใสและตรวจสอบได้ ยึดมั่นในการบริหารจัดการภายใต้หลักธรรมาภิบาล ผ่านกระบวนการปรับลดงบประมาณองค์กรลงเกือบ 25% ต่อปี โดยในปี 2566 ได้ลดการตั้งงบประมาณลงถึง 9,800 ล้านบาทต่อปี นอกจากการใช้งบประมาณอย่างประหยัดและคุ้มค่าแล้ว ยังมีการปรับกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างใหม่ทั้งหมดเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและโปร่งใสในการทำธุรกิจ อีกทั้งยังสามารถเพิ่มศักยภาพความแข็งแกร่งของธนาคารโดยได้เพิ่มปริมาณเงินสำรองทั่วไปได้มากกว่า 46,000 ล้านบาทในระยะเวลาเพียง 3 ปี รวมถึงการสร้างวัฒนธรรมคุณธรรมในองค์กร รณรงค์ส่งเสริมต่อต้านการทุจริตและความโปร่งใสในการดำเนินงาน โดยธนาคารได้รับผลประเมิน ITA ปี 2565 ระดับสูงสุด 4 ปีติดต่อกัน

 

ด้านผลการดำเนินงานปี 2566 ในรอบ 6 เดือน สิ้นสุด ณ วันที่ 30 มิ.ย.2566 ธนาคารมีกำไรสุทธิ จำนวน 17,344 ล้านบาท มีสินเชื่อรวม 2.35 ล้านล้านบาท เงินฝากรวม 2.68 ล้านล้านบาท และมีสินทรัพย์รวม 3.16 ล้านล้านบาท พร้อมกับสามารถรักษาระดับ NPLs ได้ที่ 2.63% ค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพ (Coverage Ratios) 172.10% และมีเงินสำรองรวม (Total Provision) แตะระดับ 106,595 ล้านบาท นับว่าสูงสุดเป็นประวัติการณ์ของธนาคาร

ทั้งนี้ ในครึ่งปีหลังของปี 2566 ธนาคารเตรียมออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนตามนโยบายกระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทย รวมถึงการเปิดตัวบริษัทนอนแบงก์ (Non Bank) ภายในไตรมาส 4 เพื่อเข้าแข่งขันลดดอกเบี้ยในตลาดสินเชื่อไม่มีหลักประกัน ที่จะสามารถให้บริการสินเชื่อรายย่อยได้ครอบคลุมความเสี่ยงที่สูงขึ้น เป็นแหล่งเงินทุนที่มีต้นทุนถูกลงและเป็นธรรม โดยใช้ Alternative Data อนุมัติสินเชื่อผ่านแอปพลิเคชันที่จะทำให้กระบวนการปล่อยสินเชื่อทำได้ง่ายขึ้น และการเร่งขยายเป้าหมายการปล่อยสินเชื่อของบริษัท มีที่ มีเงิน จำกัด ให้สามารถอนุมัติสินเชื่อได้ภายในปีนี้ 7,000 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังมีแผนการดำเนินงานเพื่อสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาลอีกหลากหลายโครงการ ที่ธนาคารจะเคลื่อนที่เร็วเพื่อยกระดับการดำเนินงาน ESG in Action สานต่อธนาคารเพื่อสังคมสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน.

 


Tags : ธนาคารออมสิน วิทัย รัตนากร ออมสิน ธนาคารเพื่อสังคม ผลการดำเนินงานธนาคารออมสิน แผนงานออมสินในปี 2566


Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

...

บมจ.กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต จัดกิจกรรม CI 123 Roadshow พร้อมให้บริการตรวจสุขภาพพื้นฐานฟรีแก่ประชาชนทั่วไป รวมถึงลูกค้าของบริษัทฯ ด้วยทีมแพทย์จากโรงพยาบาลในเครือข่าย โดยไม่มีค่าใช้จ่าย อีกทั้งจัดกิจกรรมเพื่อสุขภาพต่างๆ ภายในงานอีกมากมาย อาทิ ภารกิจพิชิตโรคร้าย และคลาสออกกำลังกายจากผู้เชี่ยวชาญ ภายใต้ความเชื่อมั่นว่าสุขภาพที่ดี คือรากฐานของชีวิตที่มั่นคง บริษัทฯ จึงมุ่งมั่น ทุ่มเท มอบความห่วงใย และสุขภาพที่ดีให้คนไทย โดยรายละเอียดวัน และสถานที่ จัดกิจกรรม มีดังนี้ วันที่ 14-15 กุมภาพันธ์ 2569 ณ เซ็นทรัล เฟสติวัล โคราช วันที่ 21-22 กุมภาพันธ์ 2569 ณ เซ็นทรัล เฟสติวัล เชียงใหม่ สำหรับโครงการคาราวานตรวจสุขภาพทั่วไทย ได้ให้บริการคนไทยทั่วประเทศแล้ว มากกว่า 620,000 ราย และโครงการดังกล่าวสอดคล้องกับนโยบายหลักของบริษัทฯ ที่อยู่เคียงข้างทุกความเชื่อมั่น ดูแลกันตลอดไป ทั้งนี้ท่านสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกิจกรรม การบริการ และผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ ได้ที่ www.krungthai-axa.co.th และศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ โทร.1159

13 Feb 2026

...

นายอมร ทองธิว กรรมการผู้จัดการ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) นำคณะผู้บริหารระดับสูง ร่วมพิธีทำบุญ เนื่องในโอกาสครบรอบ 79 ปี แห่งการก่อตั้งบริษัทฯ ในวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2490 เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่องค์กร และส่งต่อกำลังใจให้กับผู้บริหารและพนักงานทุกภาคส่วน ที่ร่วมกันขับเคลื่อนภารกิจด้านการบริหารความเสี่ยงให้กับสังคมไทย ภายใต้หลัก “ความเป็นธรรม คือ นโยบาย” อันเปรียบเสมือนหัวใจหลักของการดำเนินงาน และเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นและความไว้วางใจให้กับผู้บริโภคตลอดระยะเวลาของการดำเนินธุรกิจ ทั้งนี้ พิธีดังกล่าวจัดขึ้น ณ สำนักงานใหญ่ ถนนรัชดาภิเษก กรุงเทพฯ พร้อมกับ สาขาและศูนย์ปฏิบัติการสินไหมทดแทนของวิริยะประกันภัยทั่วประเทศ ที่ได้ร่วมใจจัดพิธีทำบุญในช่วงเวลาเดียวกันอย่างพร้อมเพรียง     ในวาระก้าวสู่ปีที่ 79 ของวิริยะประกันภัย นับเป็นเครื่องยืนยันถึงความแข็งแกร่งขององค์กรที่สามารถยืนหยัดและเติบโตท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของสังคม ซึ่งเป็นผลมาจากการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการประกันวินาศภัยให้สอดรับกับความต้องการของผู้บริโภคและบริบทความเสี่ยงภัยในแต่ละช่วงเวลา ควบคู่กับการบริหารงานตามแนวทาง ESG (Environmental, Social and Governance) ซึ่งช่วยเสริมสร้างเสถียรภาพในการดำเนินธุรกิจ และยกระดับมาตรฐานการดูแลผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในทุกมิติ เพื่อส่งมอบประสบการณ์ “มากกว่าความคุ้มครอง คือ ความคุ้มค่า” #ใช้ทุกวิให้คุ้มค่า ที่มุ่งยกระดับการดูแลลูกค้าอย่างรอบด้าน พร้อมสร้างคุณค่าให้กับสังคมในระยะยาว  

12 Feb 2026

...

บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) นำโดย นายโชน โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและพนักงาน ร่วมจัดพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ เนื่องในวาระครบรอบ 100 วัน แห่งการเสด็จสวรรคตของสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง   ภายในพิธี คณะผู้บริหารและพนักงานได้ร่วมกันถวายภัตตาหารเช้าและเครื่องไทยธรรมแด่พระสงฆ์ พร้อมประกอบพิธีสงฆ์และเจริญพระพุทธมนต์  เพื่อแสดงความอาลัยและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยมาอย่างยาวนาน ณ กรุงเทพประกันชีวิต สำนักงานใหญ่

09 Feb 2026

...

บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) บริษัทประกันวินาศภัยชั้นนำของประเทศไทย ประกาศความร่วมมือกับ บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท ดาต้าวัน เอเชีย (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท ซิโนซอฟต์ จำกัด เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล รองรับการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมประกันภัยในยุคดิจิทัล และยกระดับขีดความสามารถในการดำเนินงานขององค์กรอย่างยั่งยืน ความร่วมมือครั้งนี้เป็นการผสานจุดแข็งของพันธมิตรชั้นนำในแต่ละด้าน โดยทิพยประกันภัยนำประสบการณ์และความเชี่ยวชาญด้านธุรกิจประกันภัยมาเป็นแกนหลัก ขณะที่หัวเว่ยสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและเทคโนโลยีขั้นสูงระดับโลก ดาต้าวัน เอเชีย ทำหน้าที่เป็น System Integrator ในการออกแบบ วางระบบ และบริหารจัดการโครงการเทคโนโลยีแบบครบวงจร และซิโนซอฟต์สนับสนุนองค์ความรู้เชิงลึกด้านระบบประกันภัย (Insurance Solution) เพื่อร่วมกันพัฒนาโซลูชันที่มีประสิทธิภาพ รองรับการเติบโตของธุรกิจ และสร้างคุณค่าให้กับลูกค้าในระยะยาว   ดร.สมพร สืบถวิลกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทิพย กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ทิพยประกันภัยเล็งเห็นถึงศักยภาพของหัวเว่ย ในฐานะผู้นำด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและเทคโนโลยี AI ระดับโลก ที่มีความเสถียรสูงและสามารถรองรับปริมาณธุรกรรมขนาดใหญ่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผสานกับความความเชี่ยวชาญด้านไอทีของธุรกิจประกันภัยของซิโนซอฟต์ และประสบการณ์ด้านการออกแบบ วางระบบ และบริหารจัดการโครงการเทคโนโลยีของดาต้าวัน เอเชีย ความร่วมมือครั้งนี้จึงถือเป็นการรวมองค์ความรู้ เทคโนโลยี และประสบการณ์จากพันธมิตรชั้นนำ เพื่อวางรากฐานระบบบริหารงานประกันภัยที่ทันสมัย และยกระดับทิพยประกันภัยสู่มาตรฐานใหม่ของอุตสาหกรรมประกันภัยไทย” สำหรับความร่วมมือในระยะแรก ทั้ง 4 องค์กรจะร่วมกันพัฒนาและยกระดับ ระบบ Core Insurance System ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการดำเนินธุรกิจประกันภัย โดยนำโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล เทคโนโลยี Cloud และ AI ของหัวเว่ยมาใช้เป็นฐานระบบหลัก ดาต้าวัน เอเชียทำหน้าที่เชื่อมโยงและบูรณาการระบบต่าง ๆ ให้ทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ ขณะที่ซิโนซอฟต์สนับสนุนการออกแบบและพัฒนาฟังก์ชันระบบประกันภัยให้สอดคล้องกับกระบวนการดำเนินธุรกิจของทิพยประกันภัย การพัฒนา Core Insurance System ดังกล่าว มีเป้าหมายเพื่อยกระดับกระบวนการทำงานให้มีความรวดเร็ว แม่นยำ และเชื่อมต่อกันอย่างไร้รอยต่อ เพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารจัดการข้อมูล รองรับการขยายตัวของธุรกิจในอนาคต รวมถึงเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ ๆ ที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมต่อยอดสู่การสร้างนวัตกรรมดิจิทัลในระยะถัดไปอย่างยั่งยืน   คุณโสจิพรรณ วัชโรบล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดาต้าวัน เอเชีย (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า โครงการพัฒนา Core Insurance System นี้สร้างขึ้นจากวิสัยทัศน์ในการสร้างระบบนิเวศประกันภัยยุคใหม่ให้ทันสมัยมากขึ้น มีความคล่องตัว ชาญฉลาด และยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง ซึ่งดาต้าวัน จะทำหน้าที่เป็น System Integrator หรือ SI ในโครงการพัฒนา Core Insurance System  โดยมีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงทุกส่วนของระบบให้ทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ โดยวัตถุประสงค์หลักของโครงการฯ เพื่อขับเคลื่อนกระบวนการทำงานที่กระชับและอิงข้อมูล (Data-Driven and Lean Processes) สร้างระบบหลักยุคใหม่ (Next Gen Core) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และเพิ่มความคล่องตัว รับประกันบริการตลอด 24 ชั่วโมง (24/7 Service) โดยไม่มีการหยุดทำงานสำหรับกระบวนการที่สำคัญทั้งหมด เพิ่มผลิตภาพและลดระยะเวลาในการนำผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาด (Productivity and Time-to-Market) และบรรลุความสอดคล้องระหว่างผลิตภัณฑ์กับตลาด (Product-Market Alignment) เพื่อรองรับการเติบโตอย่างรวดเร็วและกลุ่มตลาดใหม่ๆ ผ่านสถาปัตยกรรมแบบไมโครเซอร์วิส โดยโครงการดังกล่าวมีกำหนดระยะเวลาดำเนินการ 22 เดือน การดำเนินงานจะถูกส่งมอบผ่าน 5 ช่วงการทำงานเพื่อให้แน่ใจว่า มีการส่งมอบงานเป็นระยะ และเกิดประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม ได้แก่ Main TIP Sprint 1, Main TIP Sprint 2, Main TIP Sprint 3, Digital Sprint 1 และDigital Sprint 2 ขอบเขตงานหลักประกอบด้วย การติดตั้งแพลตฟอร์ม Sinosoft Core GIS 7.0 บน Huawei Cloud Stack อย่างเต็มรูปแบบ คุณโสจิพรรณ กล่าวทิ้งท้ายว่า "ในฐานะ System Integrator  ผู้เชื่อมโยงเทคโนโลยี ธุรกิจ และพันธมิตร เพื่อให้ Core Insurance System ทำงานได้ครบถ้วน มีเสถียรภาพ และตอบโจทย์องค์กรในระยะยาว สำหรับโครงการที่สำคัญนี้ ดาต้าวันมุ่งมั่นที่จะขับเคลื่อนความสำเร็จผ่านแนวทางที่มีโครงสร้างและเน้นการทำงานร่วมกัน และทำให้โครงการสอดคล้องกับเป้าหมายทางธุรกิจเชิงกลยุทธ์ เราไม่ได้ไม่ได้เป็นเพียง “ผู้พัฒนาระบบ” แต่เป็น Strategic Partner ที่ช่วยองค์กรขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล (Digital Transformation) และรับประกันการเดินทางที่ราบรื่นสำหรับทิพยประกันภัยและพันธมิตรทุกราย"   ดร.ประยุทธ ตั้งสงบ หัวหน้าคณะผู้บริหารฝ่ายเทคโนโลยี ธุรกิจเอ็นเตอร์ไพรส์ บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวเสริมว่า บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับทิพยประกันภัย ซิโนซอฟต์ และดาต้าวัน เอเชีย เพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงระบบ Core Insurance ครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ 74 ปีของทิพยประกันภัย โดยหัวเว่ย จะให้บริการโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีหลัก ได้แก่ Huawei Cloud Stack, ฐานข้อมูล GaussDB และโซลูชันเครือข่ายและการจัดเก็บข้อมูลประสิทธิภาพสูง พร้อมยืนยันความมุ่งมั่นในการลงทุนระยะยาวในตลาดไทย เน้นความปลอดภัยของข้อมูลและการควบคุมระบบโดยลูกค้าเอง โครงการนี้สะท้อนบทบาทของหัวเว่ยในฐานะพันธมิตรเทคโนโลยีชั้นนำที่น่าเชื่อถือในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงภาคการเงินของไทยสู่ยุคดิจิทัล และเป็นตัวอย่างความร่วมมือด้านเทคโนโลยีระหว่างจีน-ไทยที่จะขยายผลไปยังภูมิภาคอาเซียน คุณหวัง ซิน รองประธานอาวุโส บริษัท ซิโนซอฟต์ จำกัด กล่าว ความร่วมมือระหว่างทิพยประกันภัย หัวเว่ย ดาต้าวัน เอเชีย และซิโนซอฟต์ ในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลของอุตสาหกรรมประกันภัยไทย โดยผสานจุดแข็งของแต่ละองค์กร ทั้งประสบการณ์ด้านเทคโนโลยีประกันภัยกว่า 30 ปีของซิโนซอฟต์ พร้อมด้วยโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลระดับสากลของหัวเว่ย และความเชี่ยวชาญด้านไอทีของธุรกิจประกันภัยของดาต้าวัน เอเชีย และความเข้าใจลูกค้าไทยอย่างลึกซึ้งของทิพยประกันภัย เพื่อร่วมกันพัฒนาระบบ Core Insurance แบบคลาวด์เนทีฟที่มีความมั่นคง ปลอดภัย และยืดหยุ่น พร้อมนำเทคโนโลยี AI มาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และยกระดับประสบการณ์ลูกค้า ความร่วมมือนี้สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพของประเทศไทยในระยะยาว และมุ่งผลักดันให้ทิพยประกันภัยก้าวสู่การเป็นต้นแบบด้านการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลของอุตสาหกรรมประกันภัยไทยอย่างยั่งยืน ความร่วมมือในครั้งนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของทิพยประกันภัยในการยกระดับระบบบริหารงานประกันภัยสู่มาตรฐานสากล เพิ่มความคล่องตัวในการดำเนินงาน พัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการดิจิทัลที่ตอบโจทย์ลูกค้าอย่างเฉพาะบุคคล พร้อมวางรากฐานสู่การเป็น Insurance Provider แห่งอนาคต อย่างมั่นคงและยั่งยืน

09 Feb 2026

Banner Banner Banner Banner Banner

Banner
ประกันภัย - ขายตรง - SMEs        สวัสดีครับท่านสมาชิกสื่อออนไลน์ CEO THAILAND และพี่น้องคนไทยผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งทั่วประเทศ วันนี้ผมขอทำหน้าที่คอลัมนิสต์เขียนบทความในคอลัมน์แทน นายเอกวรพงศ์  อำนวยทรัพย์ ที่ลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ที่จะถึงนี้ วันนี้ผมอยากพูดถึงนโยบายของพรรคพลังเพื่อไทยที่เกี่ยวกับธุรกิจพื้นฐานของธุรกิจไทย และตรงกับเนื้อหาสาระหลักของสื่อ CEO THAILAND นโยบายพรรคพลังเพื่อไทย ตรงกับสิ่งที่สื่อ CEO THAILAND นำเสนอในเนื้อหาหลักของสื่อมาตลอดเวลา 20 ปีที่ผ่านมา ดังนั้นผมขอเสนอนโยบายของพรรคพลังเพื่อไทยที่จะสนับสนุนหรือผลักดันให้เกิดขึ้น หากพรรคมี ส.ส.ในสภาฯ ทั้งนี้ เพื่อประกอบการตัดสินใจลงคะแนนเสียงเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569  ดังนี้        1.พรรคพลังเพื่อไทย มีนโยบาย เพิ่มค่าลดหย่อนภาษีสำหรับคนทำประกันชีวิตจากเดิม 100,000 บาท เป็น 300,000 บาท ข้อนี้มีเสียงเรียกร้องจากภาคธุรกิจและตัวแทนประกันชีวิตมานาน ถือเป็นการกระตุ้นธุรกิจเพื่อให้คนไทยมีความคุ้มครองที่มากขึ้น 2.พรรคพลังเพื่อไทย มีนโยบาย จัดหาเงินทุนเพื่อเสริมสภาพคล่องกองทุนประกันวินาศภัย ในกรณีที่ กองทุนประกันวินาศภัยต้องรับภาระหนี้จากการที่บริษัทประกันวินาศภัยปิดตัวลงหรือถูกสั่งเพิกถอนในอนุญาต ปัจจุบันกองทุนมีภาระหนี้สินอยู่กว่า 100,000 ล้านบาท      3. พรรคพลังเพื่อไทยมีนโยบายจัดหาแหล่งเงินทุนสนับสนุนบริษัทในกลุ่ม SMEs ธุรกิจเส้นเลือดฝอย ซึ่งยังขาดเงินทุนสนับสนุน ขาดความรู้ในการแปรรูปสินค้า เพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ ขาดการตลาด ตรงนี้รัฐสมควรเข้าไปแก้ไข      4.พรรคพลังเพื่อไทย มีนโยบาย ยกระดับธุรกิจขายตรง และยกระดับนักธุรกิจอิสระ(ขายตรง) ที่จริงธุรกิจขายตรง เป็นธุรกิจที่ยืนด้วยลำแข้งตัวเองมาตั้งแต่ปี 2540 รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ค่อยสนใจธุรกิจขายตรงจนกลายเป็นลูกเมียน้อย ขณะที่นักขายตรงเองขาดเครดิตทางการเงินกับสถาบันการเงิน นี่คือนโยบายพรรคพลังเพื่อไทยที่ผมขอโอกาสใช้คอลัมน์นำเสนอท่านมาในสื่อ CEO THAILAND  ส่วนทุกท่านที่มีสิทธิ์เลือกตั้งจะเลือกพรรคการเมืองใดก็แล้วแต่ทุกท่าน กระทั่งคนในธุรกิจประกันภัย ขายตรง และSMEs จะเลือกพรรคใดหรือเลือกผู้สมัครคนใดล้วนเป็นสิทธิ์ที่ทุกท่านตัดสินใจเอาเอง ผมแค่นำเสนอเรื่องนโยบายพรรคที่ตรงกับเนื้อหาสาระของสื่อ CEO THAILAND เท่านั้น!       พูดแบบนายเอกวรพงศ์ (นายแทน)  
อ่านต่อ...
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner