Responsive image

Friday, 14 Aug 2026

Banner

หน้าแรก > ECONOMY- FINANCE / เศรษฐกิจ - การเงิน


ออมสิน ชู ESG in action เดินหน้าธนาคารเพื่อสังคม เปิดผลงานเด่นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม ธรรมาภิบาล สร้างอิมแพคเป็นเม็ดเงินกว่า 55,400 ล้านบาท

Mon 31/07/2566


นายวิทัย รัตนากร ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารออมสินเป็นธนาคารเพื่อสังคมที่ดำเนินการโดยใช้แนวคิด ESG เป็นกรอบการดำเนินธุรกิจ มุ่งสร้าง Social Impact ที่เป็นรูปธรรมผ่านกระบวนการดำเนินงาน ESG in action บนเส้นทางการพัฒนาที่ยั่งยืน ไปสู่เป้าหมายช่วยแก้ปัญหาความยากจน ลดความเหลื่อมล้ำในสังคม โดยที่ผ่านมาธนาคารสามารถสร้าง Social Impact ประเมินมูลค่าแล้วเป็นเม็ดเงินกว่า 55,400 ล้านบาท

 

ESG in action หรือการดำเนินธุรกิจด้วยกรอบแนวคิด ESG ของธนาคารได้สร้างผลลัพธ์เชิงบวก เกิดการเปลี่ยนแปลงมากมายต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และด้านธรรมาภิบาล โดยในด้าน E : สิ่งแวดล้อม ธนาคารได้สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ ผ่านการออกผลิตภัณฑ์การเงินที่ช่วยขับเคลื่อนการดูแลสิ่งแวดล้อม อาทิ สินเชื่อ GSB for BCG Economy สินเชื่อ Green Biz, Green Home Loan และสินเชื่อบุคคล GSB Go Green รวมถึงการจัดจำหน่าย ESG Bond ที่มีส่วนแบ่งตลาดเป็นอันดับ 1 ของตราสารหนี้ภาครัฐ และติด 1 ใน 10 ของตราสารหนี้ภาคเอกชน วงเงินจัดจำหน่ายรวม 20,000 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังมีโครงการด้านสิ่งแวดล้อมที่ธนาคารดำเนินการอย่างจริงจัง ไม่ว่าจะเป็นโครงการติดตั้งระบบ Solar Rooftop ที่สาขาและอาคารสำนักงานใหญ่ โครงการปลูกป่าเพื่อชดเชย/ลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โครงการ Community Waste Bank ร่วมกับ UNDP โครงการธนาคารปูม้าส่งเสริมประมงยั่งยืน และล่าสุดธนาคารได้กำหนดให้มีการใช้ ESG Score เป็นเกณฑ์การพิจารณาปล่อยสินเชื่อแก่กลุ่มลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่ที่มีวงเงินกู้ 500 ล้านบาทขึ้นไป โดยลูกค้ารายที่มีผลคะแนน ESG Score ในระดับดีมาก ธนาคารจะให้การสนับสนุนโดยลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ หรือเพิ่มวงเงินให้กู้ ส่วนรายที่คะแนน ESG Score ต่ำกว่า 2 ธนาคารสงวนสิทธิ์ไม่พิจารณาให้กู้ไว้ก่อน แต่จะเข้าช่วยเหลือมีส่วนร่วมเพื่อยกระดับการดำเนินงานของลูกค้าด้าน ESG ให้ดีขึ้น ซึ่งนับเป็นครั้งแรกของธุรกิจธนาคารที่มีการนำเอา ESG Score มาเป็นเกณฑ์ประกอบการพิจารณาปล่อยสินเชื่ออย่างจริงจัง นอกจากนี้ ธนาคารเตรียมยกระดับการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมที่สำคัญหลังจากนี้ โดยอยู่ระหว่างการเตรียมประกาศเป้าหมาย GSB Net Zero Target อย่างเป็นทางการ ตั้งเป้าลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากกว่า 50% ภายในปี 2030 และเป็นศูนย์ภายในปี 2050

 

S หรือ Social เป็นภารกิจหลักที่ธนาคารให้ความสำคัญและดำเนินการผ่านโครงการต่าง ๆ ซึ่งท้ายที่สุดจะนำไปสู่การแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือน และการช่วยลดภาระดอกเบี้ยให้กับลูกค้ากลุ่มฐานราก โดยเน้นดำเนินการใน 3 มิติ ได้แก่ 1) การสร้างโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินในระบบ หรือ Financial Inclusion โดยการปล่อยสินเชื่อผ่อนปรนเงื่อนไขและอัตราดอกเบี้ยต่ำ สามารถช่วยเหลือประชาชนรายย่อยและกลุ่มฐานรากได้แล้วกว่า 3.7 ล้านคน ในจำนวนนี้ 3.2 ล้านคนเป็นผู้ไม่มีโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินในระบบเพราะมีเครดิตต่ำหรือไม่มีเครดิตทางการเงินมาก่อน ส่วนกลุ่มผู้ประกอบการ SMEs ที่ธุรกิจได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 จำนวนกว่า 48,000 ราย ก็ได้รับการเติมทุนเสริมสภาพคล่องเป็นเม็ดเงินรวมกว่า 2.5 แสนล้านบาท ให้สามารถนำไปประคองธุรกิจและฟื้นฟูกิจการให้เดินหน้าต่อได้ ส่วนมิติที่ 2) การปรับโครงสร้างดอกเบี้ยตลาดให้เป็นธรรม ผ่านการเข้าทำธุรกิจสร้างการแข่งขันในตลาดสินเชื่อจำนำทะเบียน ซึ่งสามารถลดโครงสร้างอัตราดอกเบี้ยของธุรกิจนี้ลงมาอยู่ที่ 16-18% ในปัจจุบัน รวมถึงการปล่อยสินเชื่อ SMEs มีที่ มีเงิน ที่ให้ลูกค้าสามารถใช้ที่ดินเป็นหลักประกันการขอสินเชื่อได้ ซึ่งประสบความสำเร็จนำไปสู่การร่วมทุนจัดตั้งบริษัท มีที่ มีเงิน จำกัด ปล่อยสินเชื่อช่วยผู้ประกอบการ SMEs เข้าถึงแหล่งเงินทุนเป็นเม็ดเงินกว่า 25,000 ล้านบาท มิติที่ 3) การสร้างงานสร้างอาชีพ สามารถพัฒนาทักษะอาชีพแก่ประชาชนได้มากกว่า 300,000 ราย ให้เงินทุนประกอบอาชีพมากกว่า 140,000 ราย และสร้างช่องทางการขายแล้ว 25,000 ร้านค้า ผ่านกิจกรรมของโครงการยุวพัฒน์รักษ์ถิ่น โครงการออมสินxอาชีวะสร้างอาชีพสู่ชุมชน เป็นต้น

 นอกจากนี้ ยังมีโครงการเพื่อสังคมอีกมากมายที่ธนาคารตั้งเป้าพัฒนาคนและชุมชนอย่างยั่งยืน ได้แก่ การริเริ่มโครงการต้นแบบเพื่อการพัฒนาองค์รวมในพื้นที่ 5 หมู่บ้าน อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.น่าน โครงการของขวัญปีใหม่ส่งเสริมการจ้างงานชาวบ้านและผู้ด้อยโอกาส โครงการสร้างแหล่งอาหารยั่งยืนเพื่อเยาวชนยากไร้ และอื่น ๆ อีกมากมายที่เป็นโครงการช่วยเหลือและให้โอกาสแก่ประชาชนฐานรากกลุ่มต่าง ๆ

G : Governance ธนาคารดำเนินกิจการอย่างโปร่งใสและตรวจสอบได้ ยึดมั่นในการบริหารจัดการภายใต้หลักธรรมาภิบาล ผ่านกระบวนการปรับลดงบประมาณองค์กรลงเกือบ 25% ต่อปี โดยในปี 2566 ได้ลดการตั้งงบประมาณลงถึง 9,800 ล้านบาทต่อปี นอกจากการใช้งบประมาณอย่างประหยัดและคุ้มค่าแล้ว ยังมีการปรับกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างใหม่ทั้งหมดเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและโปร่งใสในการทำธุรกิจ อีกทั้งยังสามารถเพิ่มศักยภาพความแข็งแกร่งของธนาคารโดยได้เพิ่มปริมาณเงินสำรองทั่วไปได้มากกว่า 46,000 ล้านบาทในระยะเวลาเพียง 3 ปี รวมถึงการสร้างวัฒนธรรมคุณธรรมในองค์กร รณรงค์ส่งเสริมต่อต้านการทุจริตและความโปร่งใสในการดำเนินงาน โดยธนาคารได้รับผลประเมิน ITA ปี 2565 ระดับสูงสุด 4 ปีติดต่อกัน

 

ด้านผลการดำเนินงานปี 2566 ในรอบ 6 เดือน สิ้นสุด ณ วันที่ 30 มิ.ย.2566 ธนาคารมีกำไรสุทธิ จำนวน 17,344 ล้านบาท มีสินเชื่อรวม 2.35 ล้านล้านบาท เงินฝากรวม 2.68 ล้านล้านบาท และมีสินทรัพย์รวม 3.16 ล้านล้านบาท พร้อมกับสามารถรักษาระดับ NPLs ได้ที่ 2.63% ค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพ (Coverage Ratios) 172.10% และมีเงินสำรองรวม (Total Provision) แตะระดับ 106,595 ล้านบาท นับว่าสูงสุดเป็นประวัติการณ์ของธนาคาร

ทั้งนี้ ในครึ่งปีหลังของปี 2566 ธนาคารเตรียมออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนตามนโยบายกระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทย รวมถึงการเปิดตัวบริษัทนอนแบงก์ (Non Bank) ภายในไตรมาส 4 เพื่อเข้าแข่งขันลดดอกเบี้ยในตลาดสินเชื่อไม่มีหลักประกัน ที่จะสามารถให้บริการสินเชื่อรายย่อยได้ครอบคลุมความเสี่ยงที่สูงขึ้น เป็นแหล่งเงินทุนที่มีต้นทุนถูกลงและเป็นธรรม โดยใช้ Alternative Data อนุมัติสินเชื่อผ่านแอปพลิเคชันที่จะทำให้กระบวนการปล่อยสินเชื่อทำได้ง่ายขึ้น และการเร่งขยายเป้าหมายการปล่อยสินเชื่อของบริษัท มีที่ มีเงิน จำกัด ให้สามารถอนุมัติสินเชื่อได้ภายในปีนี้ 7,000 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังมีแผนการดำเนินงานเพื่อสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาลอีกหลากหลายโครงการ ที่ธนาคารจะเคลื่อนที่เร็วเพื่อยกระดับการดำเนินงาน ESG in Action สานต่อธนาคารเพื่อสังคมสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน.

 


Tags : ธนาคารออมสิน วิทัย รัตนากร ออมสิน ธนาคารเพื่อสังคม ผลการดำเนินงานธนาคารออมสิน แผนงานออมสินในปี 2566


Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

...

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า จากภาวะเศรษฐกิจและสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ส่งผลต่อราคาพลังงานและต้นทุนธุรกิจ ทำให้ SMEs หลายรายประสบปัญหาสภาพคล่องและเข้าถึงแหล่งทุนได้จำกัด ธนาคารออมสินจึงขานรับนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในการเร่งช่วยเหลือลูกหนี้ด้วยการเติมเงินใหม่ เปิดตัวสินเชื่อ “ออมสิน เติมตังค์ เสริมสภาพคล่อง” วงเงินรวม 2,000 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนลูกค้าสินเชื่อธุรกิจ SMEs ของธนาคารให้มีเงินทุนหมุนเวียนสำหรับเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินกิจการได้นานสูงสุด 12 เดือน ผ่อนนานสูงสุด 10 ปี และให้วงเงินกู้สูงสุดถึง 100% ของราคาประเมินหลักทรัพย์ค้ำประกัน เพื่อเติมทุนก้อนใหม่ให้ธุรกิจมีสภาพคล่องเพียงพอในการประคับประคองกิจการ รองรับค่าใช้จ่ายที่จำเป็น และรักษาการจ้างงานในช่วงเศรษฐกิจผันผวน เพื่อสนับสนุน SMEs ให้ก้าวข้ามทุกความท้าทายได้อย่างมั่นคง สินเชื่อ “ออมสิน เติมตังค์ เสริมสภาพคล่อง” เปิดให้ผู้ประกอบการ SMEs ที่เป็นลูกค้าสินเชื่อธุรกิจของธนาคารออมสินมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี และมีสถานะบัญชีปกติ ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 โดยไม่มีประวัติค้างชำระเกิน 90 วัน หรือไม่มีประวัติปรับปรุงโครงสร้างหนี้ในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา ณ วันที่ยื่นขอสินเชื่อ เพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน เสริมสภาพคล่อง เป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินกิจการ ลงทุนในทรัพย์สิน หรือไถ่ถอนจำนองจากสถาบันการเงินอื่น รวมถึงเป็นค่าใช้จ่ายในการไถ่ถอนจำนอง โดยวงเงินกู้จะพิจารณาตามความจำเป็นของวัตถุประสงค์การขอกู้และความสามารถในการชำระคืน มีให้เลือกทั้งแบบระยะสั้น (ทบทวนวงเงินรายปี) และระยะยาว ที่ผ่อนชำระได้นานสูงสุดถึง 10 ปี (รวมระยะเวลาปลอดชำระเงินต้นสูงสุด 1 ปี) อัตราดอกเบี้ยเป็นไปตามหลักเกณฑ์สินเชื่อธุรกิจและ SMEs ของธนาคาร และใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน ลูกค้าที่เข้าหลักเกณฑ์และต้องการเงินทุนเพื่อเสริมความคล่องตัวให้ธุรกิจ สามารถยื่นขอสินเชื่อได้ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2569 ณ ธนาคารออมสินทุกสาขาทั่วประเทศ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สาขาธนาคารออมสินเจ้าของบัญชี, GSB Contact Center โทร. 1115 หรือเว็บไซต์ www.gsb.or.th

08 Aug 2026

...

บมจ.กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต จัดแคมเปญใหญ่ “คุ้มครองอุ่นใจ ลุ้นรับโชคใหญ่ 6 เดือน 6 คัน” ในโอกาสฉลองครบรอบ 29 ปี ของบริษัทฯ  และเพื่อเป็นการตอบแทนลูกค้าคนสำคัญทุกท่าน  โดยแคมเปญนี้เป็นการเชิญชวนลูกค้าร่วมสนุกและลุ้นรางวัลใหญ่ รถยนต์ไฟฟ้า Tesla Model 3, รถยนต์ไฟฟ้า BYD Dolphin Standard Range,รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า Sleek Type S และรางวัลอื่นๆ มูลค่ารวมกว่า 7 ล้านบาท โดยแคมเปญเริ่มตั้งแต่วันนี้ - 31 ธันวาคม 2569 วิธีการรับสิทธิ์เพื่อร่วมลุ้นรับของรางวัล ลูกค้าที่ได้รับสิทธิ์ร่วมลุ้นรับรางวัล จะต้องดำเนินการตามเงื่อนไขด้านล่างภายในระยะเวลาโครงการตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม – 31 ธันวาคม 2569 สำหรับการซื้อกรมธรรม์ใหม่ การชำระเบี้ยประกันชีวิตประเภทสามัญ (เบี้ยฯปีต่ออายุ) ผ่านวิธีการและ/ หรือช่องทางการชำระเบี้ยที่กำหนด ดังนี้ สำหรับลูกค้าปัจจุบัน* เมื่อซื้อกรมธรรรม์ฉบับใหม่เพิ่ม รับ 3 สิทธิ์ /1 กรมธรรม์ โดยลูกค้าปัจจุบันจะต้องเป็นผู้ถือกรมธรรม์รายบุคคล (insured) ที่มีผลบังคับอย่างน้อย 1 กรมธรรม์ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 สำหรับลูกค้าใหม่ที่ซื้อกรมธรรม์เป็นฉบับแรก รับ 2 สิทธิ์ /1 กรมธรรม์ เมื่อแนบสัญญาเพิ่มเติมกลุ่มสุขภาพ หรือโรคร้ายแรง ในกรมธรรม์ฉบับเดิมหรือฉบับใหม่ รับ 1 สิทธิ์ /1 กรมธรรม์ การชำระเบี้ยประกันภัยปีต่อ รับ 1 สิทธิ์ / 1 กรมธรรม์ สมัครบริการชำระเบี้ยประกันแบบหักบัญชีอัตโนมัติผ่านบัญชีเงินฝาก (DA) หรือ ผ่านบัตรเครดิต (CCPA) รับ 1 สิทธิ์ / 1 กรมธรรม์ การชำระเบี้ยประกันชีวิตผ่านบัตรเครดิต VISA รับ 1 สิทธิ์ /1 กรมธรรม์ สมัครบริการรับผลประโยชน์ตามกรมธรรม์ผ่านบัญชีธนาคาร (DCA) รับ 1 สิทธิ์ / 1 กรมธรรม์ สำหรับการแนะนำเพื่อน (ผู้มุ่งหวัง) (กรณีกรอกข้อมูลผู้มุ่งหวังถูกต้องและสมบูรณ์) รับ 1 สิทธิ์ /  1 รายชื่อผู้มุ่งหวัง ขอสงวนสิทธิ์แบบประกันชีวิตควบการลงทุนไม่เข้าร่วมรายการ จำนวนสิทธิ์ในการลุ้นรับของรางวัล ลูกค้าผู้ที่จะใช้สิทธิ์จะต้องดาวน์โหลด ลงทะเบียน และเข้าใช้งานแอปพลิเคชัน Emma by AXA จึงจะมีสิทธิ์เข้าร่วมรายการ การแนะนำผู้มุ่งหวัง ผู้แนะนำต้องเป็นลูกค้าปัจจุบันของบริษัท กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) “บริษัท ฯ” ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 (ขอสงวนสิทธิ์ยกเว้นตัวแทนประกันชีวิตของบริษัท ฯ) และผู้ถูกแนะนำต้องไม่เคยมีกรมธรรม์ประกันชีวิตกับบริษัท ฯ มาก่อนเท่านั้น โดยผู้แนะนำต้องกรอกชื่อ-นามสกุล และหมายเลขโทรศัพท์ พร้อมระบุความสัมพันธ์ในลิงค์ที่ทางตัวแทนนำส่งให้ถูกต้องครบถ้วน กรมธรรม์จะต้องมีผลบังคับอยู่ ณ วันที่จับรางวัลและจัดส่งของรางวัล สงวนสิทธิ์รางวัล 1 รางวัลต่อลูกค้า 1 ท่าน ตลอดระยะเวลาโครงการ สำหรับลูกค้าที่เป็นผู้โชคดีได้รับรางวัลไปแล้วจะไม่มีสิทธิ์เข้าร่วมในการจับรางวัลในรอบอื่นของโครงการนี้ได้อีก พนักงานของบริษัท กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน), ตัวแทนประกันชีวิต และ คณะกรรมการดำเนินการจับรางวัล และ บริษัทที่เกี่ยวข้องกับการจัดกิจกรรม ไม่สามารถเข้าร่วมรายการจับรางวัลนี้ได้ สำหรับแคมเปญ “คุ้มครองอุ่นใจ ลุ้นรับโชคใหญ่ 6 เดือน 6 คัน” เปิดโอกาสให้ลูกค้าสะสมสิทธิ์และลุ้นรับรางวัลใหญ่จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2569 โดยมีกำหนดการจับรางวัล ทั้งหมด 4 รอบ เริ่มจับรางวัลตั้งแต่เดือนกันยายน 2569 ไปจนถึง เดือนมกราคม 2570 ดังนี้: ครั้งที่ 1: จับรางวัลในวันที่ 24 กันยายน 2569                ประกาศรายชื่อผู้โชคดีวันที่ 1 ตุลาคม 2569 ครั้งที่ 2: จับรางวัลในวันที่ 29 ตุลาคม 2569                  ประกาศรายชื่อผู้โชคดีวันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 ครั้งที่ 3: จับรางวัลในวันที่ 26 พฤศจิกายน 2569           ประกาศรายชื่อผู้โชคดีวันที่ 1 ธันวาคม 2569 ครั้งที่ 4: จับรางวัลในวันที่ 28 มกราคม 2570                ประกาศรายชื่อผู้โชคดีวันที่ 1 กุมภาพันธ์  2570 หมายเหตุ: ชิ้นส่วนที่เหลือจากการจับรางวัลในแต่ละครั้ง จะถูกนำมารวบรวมเพื่อจับรางวัลในรอบถัดไป สำหรับช่องทางการประกาศรายชื่อผู้โชคดี ประกาศผลรายชื่อผู้โชคดี ผ่านช่องทาง Facebook Official Fanpage “Krungthai-AXA Life” และ Website https://www.krungthai-axa.co.th โดยจะประกาศเลขที่กรมธรรม์ และชื่อ-นามสกุลผู้เอาประกันภัยของกรมธรรม์ที่ได้รับรางวัล ผู้โชคดีที่ได้รับรางวัล จะได้รับการติดต่อจากเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ ผ่านทางหมายเลขโทรศัพท์ 1159 ในเวลา 9.00 – 19.00 น. วันจันทร์ถึงวันศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์) โดยการติดต่อจะเป็นไปตามหมายเลขโทรศัพท์ที่ผู้โชคดีได้ระบุไว้ในขั้นตอนการสมัครทำประกันชีวิต เพื่อนัดหมายเข้ารับของรางวัล ณ บริษัท เฟเวอร์ลี่ จำกัด สำนักงานใหญ่  ที่อยู่ เลขที่ 43 อาคารไทยซีซีทาวเวอร์ ห้องเลขที่ 270 ชั้นที่ 27 ถนนสาทรใต้ แขวงยานนาวา เขตสาทร กรุงเทพมหานคร เบอร์ติดต่อ 02 673 9335 ท่านสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกิจกรรม การบริการ และผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ ได้ที่ www.krungthai-axa.co.th หรือ โทร.1159 ทั้งนี้อ่านรายละเอียดข่าวนี้เพิ่มเติมได้ที่ https://ktaxa.live/Promote-Lucky-Draw-29-Anniversary

08 Aug 2026

...

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า การออมเป็นรากฐานสำคัญของความมั่นคงทางการเงิน สอดรับกับนโยบายรัฐบาลที่มุ่งส่งเสริมให้ประชาชนมีวินัยการออม สามารถออมได้ต่อเนื่อง และต่อยอดเงินออมให้เกิดผลตอบแทนที่เหมาะสม เพื่อสร้างความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว ธนาคารออมสินจึงเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์การออมที่ตอบโจทย์ประชาชน โดยเฉพาะผู้ที่มีเงินก้อนและกำลังมองหาทางเลือกในการบริหารเงินออมให้ได้รับผลตอบแทนที่คุ้มค่า ควบคู่กับการรักษาเงินต้นอย่างมั่นคงและปลอดภัย ล่าสุด เปิดตัว 2 ผลิตภัณฑ์ ได้แก่ “สลากออมสินพิเศษ 5 ปี” ที่ให้ออมเงินพร้อมสิทธิ์ลุ้นรางวัลสูงสุด 20 ล้านบาททุกเดือนตลอดอายุสลาก และ เงินฝากเผื่อเรียกพิเศษ “ออมสิน ออมสุข” ซึ่งเป็นครั้งแรกของธนาคารออมสิน ที่ให้ผู้ฝากรับดอกเบี้ยทุกเดือนในอัตราเทียบเท่าเงินฝากประจำ 1.52% ต่อปี โดยไม่ต้องเสียภาษี ที่สำคัญ เงินฝากและดอกเบี้ยของลูกค้าธนาคารออมสินยังได้รับการประกันเต็มจำนวนจากรัฐบาลตามกฎหมาย จึงเป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการต่อยอดเงินออมอย่างมั่นใจ สะท้อนบทบาทของออมสินในฐานะ “ธนาคารเพื่อทุกชีวิต” ที่พร้อมส่งเสริมให้ประชาชนมีความมั่นคงทางการเงินอย่างยั่งยืน โดยทั้ง 2 ผลิตภัณฑ์มีรายละเอียดดังนี้ - ออมพร้อมลุ้นโชคสูงสุด 20 ล้านบาททุกเดือน กับ “สลากออมสินพิเศษ 5 ปี” เปิดรับฝากทั้งแบบใบสลากและสลากดิจิทัล ราคาหน่วยละ 500 บาท ระยะเวลารับฝาก 5 ปี ซื้อขั้นต่ำแบบใบสลาก 500 บาท และแบบดิจิทัล 1,000 บาท เมื่อฝากครบกำหนดได้รับดอกเบี้ย 5 บาท/หน่วย คิดเป็นอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 0.20% ต่อปี พร้อมสิทธิ์ลุ้นรางวัล เดือนละ 2 รอบ รวม 120 รอบตลอดอายุสลาก กรณีถอนก่อนครบกำหนดได้รับดอกเบี้ยตามเงื่อนไขของผลิตภัณฑ์ โดยดอกเบี้ยและเงินรางวัลสำหรับบุคคลธรรมดาได้รับการยกเว้นภาษี ซื้อสลากได้ตั้งแต่วันที่ 2 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป ที่ธนาคารออมสินทุกสาขา หรือกดซื้ออย่างสะดวกด้วยตนเองผ่านแอป MyMo   - ออมแบบรับดอกเบี้ยทุกเดือน กับเงินฝากเผื่อเรียกพิเศษ “ออมสิน ออมสุข” สำหรับบุคคลธรรมดาอายุ 7 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป เปิดบัญชีขั้นต่ำ 100,000 บาท ฝากเพิ่มครั้งละไม่น้อยกว่า 10,000 บาท ไม่จำกัดวงเงินรับฝากสูงสุด ระยะเวลาฝาก 3 ปี รับอัตราดอกเบี้ย 1.30% ต่อปี หรือเทียบเท่าเงินฝากประจำ 1.52% ต่อปี รับดอกเบี้ยทุกเดือนแบบวันชนวัน โดยไม่ต้องเสียภาษี และกรณีถอนก่อนครบกำหนด ธนาคารจะไม่เรียกคืนดอกเบี้ยที่ได้รับไปแล้ว เปิดรับฝากตั้งแต่วันที่ 2 สิงหาคม – 31 ตุลาคม 2569 ณ ธนาคารออมสินทุกสาขาทั่วประเทศ ผลิตภัณฑ์ส่งเสริมการออมทั้ง 2 รูปแบบ ช่วยให้ผู้มีเงินก้อนสามารถเลือกวางแผนการออมให้สอดคล้องกับเป้าหมายของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นการออมพร้อมโอกาสลุ้นรับรางวัล หรือการรับผลตอบแทนสม่ำเสมอทุกเดือน เพื่อสร้างความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ธนาคารออมสินทุกสาขาทั่วประเทศ เว็บไซต์ธนาคารออมสิน www.gsb.or.th หรือ GSB Contact Center โทร. 1115

04 Aug 2026

...

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นำผู้บริหารหน่วยงานภายใต้สังกัดกระทรวงการคลัง ร่วมเป็นเจ้าภาพในพิธีบำเพ็ญกุศลปัญญาสมวาร ในวาระครบ 50 วันแห่งการสิ้นพระชนม์ อุทิศถวายเป็นพระกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เพื่อแสดงความอาลัยและน้อมรำลึกในพระกรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น โดยมีนายเสกสรรค์ จันทร์ขวาง รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เป็นผู้แทนธนาคารเข้าร่วมพิธี เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 ณ ห้องกำปั่นเงิน ชั้น 21 อาคาร 150 ปี กระทรวงการคลัง    

02 Aug 2026

Banner Banner Banner Banner Banner Banner

Banner
  เปิดแผนงานสื่อ CEO THAILAND ปี 2569-2570 รุกคืบงานวิทยุ - ทีวี - อีเวนต์สื่อ                  สวัสดีครับท่านสมาชิกและผู้ติดตามสื่อออนไลน์ และสื่อในเครือ CEO THAILAND ตลอดมา 21 ปี ช่วงนี้ว่างเว้นจากสนามการเมืองระยะหนึ่ง ผมพอมีเวลากลับมาสานต่องานสื่อสักระยะหนึ่งคือในช่วงปี 2569-2570 จะกลับมาช่วยงานสื่อในฐานะที่ปรึกษา โดยจะยังเน้นในเรื่องสื่อออนไลน์ สื่อทีวี และสื่อวิทยุ และงานอีเวนต์ต่อเนื่องจากสื่อ ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2569 เป็นต้นไป ผมมีแผนงานของบริษัท เอก-วรา พับลิค รีเรชันส์ จำกัด ในสื่อดังต่อไปนี้คือ                          1. สื่อออนไลน์ CEO THAILAND              2. จัดทำรายการวิทยุ “คลื่นประกันภัย-การเงิน” ทางสถานีวิทยุ 96.25 MHZ (สถานีวิทยุการท่องเที่ยววัฒนธรรม) โครงการจัดทำรายการวิทยุเชิงข่าวสารในแวดวงประกันภัยและการเงิน นำเสนอข่าวสารเกี่ยวกับการประกันภัย-ประกันชีวิต  การเงิน และธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ทั้งสินเชื่อ ไฟแนนซ์ อสังหาริมทรัพย์ SMEs ออกอากาศทุกวันศุกร์ของทุกสัปดาห์ เวลา 17.00-18.00 น. ในเดือนสิงหาคม 2569               3. เดือนสิงหาคม 2569 สื่อได้จัดทำรายการทีวี “เรื่องเด่น...ประเด็นดัง” ออนแอร์ออกอากาศทางNBT2 ซึ่งเป็นรายการสดทีวี ที่นำเสนอนโยบายรัฐบาล และวิสัยทัศน์ ของผู้บริหารองค์กรภาครัฐ และภาคเอกชนในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสังคม บริการสาธารณะและบริการพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับสังคม และพี่น้องประชาชน ออกอากาศ ทุกวันจันทร์ที่ 1 และ 3 ของเดือน เวลา 10.00-10.30 น.               4. จัดงานมอบรางวัล “สุดยอดผู้บริหาร-องค์กรแห่งปี 2569” เดือนธันวาคม 2569 ที่จังหวัดกาญจนบุรี โครงการรับรางวัล  “สุดยอดผู้บริหาร-องค์กรแห่งปี 2569” เพื่อประกาศเกียรติคุณให้ผู้บริหารและองค์กรที่สร้างผลงานโดดเด่น ทั้งยังเป็นการกระตุ้นภาคธุรกิจเครือข่าย และSMEs ความตื่นตัวของชุมชนในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี รวมทั้งยังเป็นการสานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสื่อมวลชน-ภาคธุรกิจ -ผู้ประกอบการในพื้นที่ และพี่น้องประชาชน สื่อ CEO THAILAND จึงได้ร่วมกันจัดงานมอบรางวัลดังกล่าวขึ้น               5. โครงการจัดงานสัมมนา  “ทิศทางธุรกิจประกันภัย-การเงินแห่งปี 2569” ในเดือนธันวาคม 2569เพื่อเป็นการกระตุ้นภาคธุรกิจประกันภัยและการเงินในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรีและจังหวัดใกล้เคียง เพื่อความตื่นตัวของชุมชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร รวมทั้งจังหวัดกาญจนบุรี อีกทั้งยังเป็นการสานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสื่อมวลชน-ภาคธุรกิจ-ผู้ประกอบการในพื้นที่ และพี่น้องประชาชน สื่อ CEO THAILAND จึงได้ร่วมกันจัดงานสัมมนาดังกล่าวขึ้น               6. จัดงาน CSR ณ โรงเรียนบ้านท่าทุ่ม จ.กาญจนบุรี ในวันที่ 31 มกราคม 2570 โครงการจัดงานกิจกรรมเพื่อสังคม “CEO THAILAND CSR  OF THE YEAR 2027” เพื่อคืนกำไรสู่สังคมและสร้างความรู้ความเข้าใจให้คนในสังคม เป็นการกระตุ้นภาคธุรกิจประกันภัยและการเงิน และความตื่นตัวของชุมชนในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี อีกทั้งยังเป็นการสานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสื่อมวลชน-ภาคธุรกิจ -ผู้ประกอบการในพื้นที่ และพี่น้องประชาชนในพื้นที่ สื่อ CEO THAILAND จึงได้ร่วมกันจัดงานกิจกรรมดังกล่าวขึ้น T                                                                                                        (นายเอกวรพงศ์ อำนวยทรัพย์)
อ่านต่อ...
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner