Responsive image

Monday, 14 Sep 2026

Banner

หน้าแรก > ECONOMY- FINANCE / เศรษฐกิจ - การเงิน


ออมสิน ชู ESG in action เดินหน้าธนาคารเพื่อสังคม เปิดผลงานเด่นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม ธรรมาภิบาล สร้างอิมแพคเป็นเม็ดเงินกว่า 55,400 ล้านบาท

Mon 31/07/2566


นายวิทัย รัตนากร ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารออมสินเป็นธนาคารเพื่อสังคมที่ดำเนินการโดยใช้แนวคิด ESG เป็นกรอบการดำเนินธุรกิจ มุ่งสร้าง Social Impact ที่เป็นรูปธรรมผ่านกระบวนการดำเนินงาน ESG in action บนเส้นทางการพัฒนาที่ยั่งยืน ไปสู่เป้าหมายช่วยแก้ปัญหาความยากจน ลดความเหลื่อมล้ำในสังคม โดยที่ผ่านมาธนาคารสามารถสร้าง Social Impact ประเมินมูลค่าแล้วเป็นเม็ดเงินกว่า 55,400 ล้านบาท

 

ESG in action หรือการดำเนินธุรกิจด้วยกรอบแนวคิด ESG ของธนาคารได้สร้างผลลัพธ์เชิงบวก เกิดการเปลี่ยนแปลงมากมายต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และด้านธรรมาภิบาล โดยในด้าน E : สิ่งแวดล้อม ธนาคารได้สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ ผ่านการออกผลิตภัณฑ์การเงินที่ช่วยขับเคลื่อนการดูแลสิ่งแวดล้อม อาทิ สินเชื่อ GSB for BCG Economy สินเชื่อ Green Biz, Green Home Loan และสินเชื่อบุคคล GSB Go Green รวมถึงการจัดจำหน่าย ESG Bond ที่มีส่วนแบ่งตลาดเป็นอันดับ 1 ของตราสารหนี้ภาครัฐ และติด 1 ใน 10 ของตราสารหนี้ภาคเอกชน วงเงินจัดจำหน่ายรวม 20,000 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังมีโครงการด้านสิ่งแวดล้อมที่ธนาคารดำเนินการอย่างจริงจัง ไม่ว่าจะเป็นโครงการติดตั้งระบบ Solar Rooftop ที่สาขาและอาคารสำนักงานใหญ่ โครงการปลูกป่าเพื่อชดเชย/ลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โครงการ Community Waste Bank ร่วมกับ UNDP โครงการธนาคารปูม้าส่งเสริมประมงยั่งยืน และล่าสุดธนาคารได้กำหนดให้มีการใช้ ESG Score เป็นเกณฑ์การพิจารณาปล่อยสินเชื่อแก่กลุ่มลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่ที่มีวงเงินกู้ 500 ล้านบาทขึ้นไป โดยลูกค้ารายที่มีผลคะแนน ESG Score ในระดับดีมาก ธนาคารจะให้การสนับสนุนโดยลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ หรือเพิ่มวงเงินให้กู้ ส่วนรายที่คะแนน ESG Score ต่ำกว่า 2 ธนาคารสงวนสิทธิ์ไม่พิจารณาให้กู้ไว้ก่อน แต่จะเข้าช่วยเหลือมีส่วนร่วมเพื่อยกระดับการดำเนินงานของลูกค้าด้าน ESG ให้ดีขึ้น ซึ่งนับเป็นครั้งแรกของธุรกิจธนาคารที่มีการนำเอา ESG Score มาเป็นเกณฑ์ประกอบการพิจารณาปล่อยสินเชื่ออย่างจริงจัง นอกจากนี้ ธนาคารเตรียมยกระดับการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมที่สำคัญหลังจากนี้ โดยอยู่ระหว่างการเตรียมประกาศเป้าหมาย GSB Net Zero Target อย่างเป็นทางการ ตั้งเป้าลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากกว่า 50% ภายในปี 2030 และเป็นศูนย์ภายในปี 2050

 

S หรือ Social เป็นภารกิจหลักที่ธนาคารให้ความสำคัญและดำเนินการผ่านโครงการต่าง ๆ ซึ่งท้ายที่สุดจะนำไปสู่การแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือน และการช่วยลดภาระดอกเบี้ยให้กับลูกค้ากลุ่มฐานราก โดยเน้นดำเนินการใน 3 มิติ ได้แก่ 1) การสร้างโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินในระบบ หรือ Financial Inclusion โดยการปล่อยสินเชื่อผ่อนปรนเงื่อนไขและอัตราดอกเบี้ยต่ำ สามารถช่วยเหลือประชาชนรายย่อยและกลุ่มฐานรากได้แล้วกว่า 3.7 ล้านคน ในจำนวนนี้ 3.2 ล้านคนเป็นผู้ไม่มีโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินในระบบเพราะมีเครดิตต่ำหรือไม่มีเครดิตทางการเงินมาก่อน ส่วนกลุ่มผู้ประกอบการ SMEs ที่ธุรกิจได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 จำนวนกว่า 48,000 ราย ก็ได้รับการเติมทุนเสริมสภาพคล่องเป็นเม็ดเงินรวมกว่า 2.5 แสนล้านบาท ให้สามารถนำไปประคองธุรกิจและฟื้นฟูกิจการให้เดินหน้าต่อได้ ส่วนมิติที่ 2) การปรับโครงสร้างดอกเบี้ยตลาดให้เป็นธรรม ผ่านการเข้าทำธุรกิจสร้างการแข่งขันในตลาดสินเชื่อจำนำทะเบียน ซึ่งสามารถลดโครงสร้างอัตราดอกเบี้ยของธุรกิจนี้ลงมาอยู่ที่ 16-18% ในปัจจุบัน รวมถึงการปล่อยสินเชื่อ SMEs มีที่ มีเงิน ที่ให้ลูกค้าสามารถใช้ที่ดินเป็นหลักประกันการขอสินเชื่อได้ ซึ่งประสบความสำเร็จนำไปสู่การร่วมทุนจัดตั้งบริษัท มีที่ มีเงิน จำกัด ปล่อยสินเชื่อช่วยผู้ประกอบการ SMEs เข้าถึงแหล่งเงินทุนเป็นเม็ดเงินกว่า 25,000 ล้านบาท มิติที่ 3) การสร้างงานสร้างอาชีพ สามารถพัฒนาทักษะอาชีพแก่ประชาชนได้มากกว่า 300,000 ราย ให้เงินทุนประกอบอาชีพมากกว่า 140,000 ราย และสร้างช่องทางการขายแล้ว 25,000 ร้านค้า ผ่านกิจกรรมของโครงการยุวพัฒน์รักษ์ถิ่น โครงการออมสินxอาชีวะสร้างอาชีพสู่ชุมชน เป็นต้น

 นอกจากนี้ ยังมีโครงการเพื่อสังคมอีกมากมายที่ธนาคารตั้งเป้าพัฒนาคนและชุมชนอย่างยั่งยืน ได้แก่ การริเริ่มโครงการต้นแบบเพื่อการพัฒนาองค์รวมในพื้นที่ 5 หมู่บ้าน อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.น่าน โครงการของขวัญปีใหม่ส่งเสริมการจ้างงานชาวบ้านและผู้ด้อยโอกาส โครงการสร้างแหล่งอาหารยั่งยืนเพื่อเยาวชนยากไร้ และอื่น ๆ อีกมากมายที่เป็นโครงการช่วยเหลือและให้โอกาสแก่ประชาชนฐานรากกลุ่มต่าง ๆ

G : Governance ธนาคารดำเนินกิจการอย่างโปร่งใสและตรวจสอบได้ ยึดมั่นในการบริหารจัดการภายใต้หลักธรรมาภิบาล ผ่านกระบวนการปรับลดงบประมาณองค์กรลงเกือบ 25% ต่อปี โดยในปี 2566 ได้ลดการตั้งงบประมาณลงถึง 9,800 ล้านบาทต่อปี นอกจากการใช้งบประมาณอย่างประหยัดและคุ้มค่าแล้ว ยังมีการปรับกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างใหม่ทั้งหมดเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและโปร่งใสในการทำธุรกิจ อีกทั้งยังสามารถเพิ่มศักยภาพความแข็งแกร่งของธนาคารโดยได้เพิ่มปริมาณเงินสำรองทั่วไปได้มากกว่า 46,000 ล้านบาทในระยะเวลาเพียง 3 ปี รวมถึงการสร้างวัฒนธรรมคุณธรรมในองค์กร รณรงค์ส่งเสริมต่อต้านการทุจริตและความโปร่งใสในการดำเนินงาน โดยธนาคารได้รับผลประเมิน ITA ปี 2565 ระดับสูงสุด 4 ปีติดต่อกัน

 

ด้านผลการดำเนินงานปี 2566 ในรอบ 6 เดือน สิ้นสุด ณ วันที่ 30 มิ.ย.2566 ธนาคารมีกำไรสุทธิ จำนวน 17,344 ล้านบาท มีสินเชื่อรวม 2.35 ล้านล้านบาท เงินฝากรวม 2.68 ล้านล้านบาท และมีสินทรัพย์รวม 3.16 ล้านล้านบาท พร้อมกับสามารถรักษาระดับ NPLs ได้ที่ 2.63% ค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพ (Coverage Ratios) 172.10% และมีเงินสำรองรวม (Total Provision) แตะระดับ 106,595 ล้านบาท นับว่าสูงสุดเป็นประวัติการณ์ของธนาคาร

ทั้งนี้ ในครึ่งปีหลังของปี 2566 ธนาคารเตรียมออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนตามนโยบายกระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทย รวมถึงการเปิดตัวบริษัทนอนแบงก์ (Non Bank) ภายในไตรมาส 4 เพื่อเข้าแข่งขันลดดอกเบี้ยในตลาดสินเชื่อไม่มีหลักประกัน ที่จะสามารถให้บริการสินเชื่อรายย่อยได้ครอบคลุมความเสี่ยงที่สูงขึ้น เป็นแหล่งเงินทุนที่มีต้นทุนถูกลงและเป็นธรรม โดยใช้ Alternative Data อนุมัติสินเชื่อผ่านแอปพลิเคชันที่จะทำให้กระบวนการปล่อยสินเชื่อทำได้ง่ายขึ้น และการเร่งขยายเป้าหมายการปล่อยสินเชื่อของบริษัท มีที่ มีเงิน จำกัด ให้สามารถอนุมัติสินเชื่อได้ภายในปีนี้ 7,000 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังมีแผนการดำเนินงานเพื่อสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาลอีกหลากหลายโครงการ ที่ธนาคารจะเคลื่อนที่เร็วเพื่อยกระดับการดำเนินงาน ESG in Action สานต่อธนาคารเพื่อสังคมสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน.

 


Tags : ธนาคารออมสิน วิทัย รัตนากร ออมสิน ธนาคารเพื่อสังคม ผลการดำเนินงานธนาคารออมสิน แผนงานออมสินในปี 2566


Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

...

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารประสบความสำเร็จรับ 2 รางวัลเกียรติยศจากเวที International Banker Banking Awards 2026 ได้แก่ Sustainable Bank of the Year Thailand 2026 รางวัลธนาคารเพื่อความยั่งยืนยอดเยี่ยม และ Best Innovation in Retail Banking Thailand 2026 รางวัลนวัตกรรมยอดเยี่ยมด้านลูกค้ารายย่อย ซึ่งได้รับเป็นครั้งที่ 3 ต่อจากปี 2020 และ 2022 จาก International Banker องค์กรสื่อด้านการเงินและการธนาคารชั้นนำจากสหราชอาณาจักร ที่มอบรางวัลเพื่อยกย่องและเชิดชูเกียรติสถาบันการเงินทั่วโลกที่มีผลงานโดดเด่นในแต่ละสาขา ความสำเร็จครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของธนาคารในการบูรณาการแนวคิด ESG และการพัฒนาอย่างยั่งยืนเป็นหัวใจสำคัญของยุทธศาสตร์ธนาคาร เพื่อให้องค์กรพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต สามารถเติบโตอย่างแข็งแรง ควบคู่ไปกับการสร้างประโยชน์และคุณค่าต่อทุกชีวิตในสังคมในวงกว้าง ตลอดจนพัฒนานวัตกรรมและบริการทางการเงินที่ตอบโจทย์ความต้องการอันหลากหลายของประชาชนทุกกลุ่มและทุกช่วงวัย เพื่อสร้างโอกาสในการเข้าถึงบริการทางการเงินและยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างทั่วถึง รางวัล Sustainable Bank of the Year Thailand 2026 ธนาคารมีความโดดเด่นในการขับเคลื่อนด้านความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม ตั้งแต่การกำหนด GSB Net Zero Roadmap มุ่งสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2050 การนำ GSB ESG Score มาใช้ประกอบการพิจารณาสินเชื่อ การลงทุน และการประเมินคู่ค้าทางธุรกิจ ตลอดจนสนับสนุน Transition Finance เพื่อช่วยภาคธุรกิจเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ ผ่านการพัฒนาสินเชื่อและเครื่องมือทางการเงินเพื่อความยั่งยืน รวมถึงการสนับสนุนการลงทุนด้านพลังงานสะอาด เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ และการส่งเสริมให้ภาคธุรกิจดำเนินงานตามแนวทาง ESG ผ่านโครงการ Positive Engagement ขณะเดียวกัน ธนาคารยังดำเนินธุรกิจให้มีกำไรในระดับที่เหมาะสม เพื่อจัดสรรทรัพยากรกลับไปขับเคลื่อนงานพัฒนาสังคม สร้างความเข้มแข็งและการเติบโตอย่างยั่งยืนให้แก่ชุมชน ส่วน รางวัล Best Innovation in Retail Banking Thailand 2026 สะท้อนความสามารถในการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาพัฒนาบริการที่ตอบโจทย์ลูกค้าในแต่ละช่วงชีวิต อาทิ MyMo Secure Plus ฟีเจอร์เพิ่มความปลอดภัยในการทำธุรกรรมออนไลน์ ด้วยการจำกัดการโอนเงินไปยังบัญชีชื่อตนเอง ช่วยลดความเสี่ยงจากมิจฉาชีพ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุและกลุ่มเปราะบาง และ MyMo Junior ที่ส่งเสริมความรู้และวินัยทางการเงินแก่เด็กและเยาวชน ตอกย้ำการพัฒนานวัตกรรมที่ช่วยให้ประชาชนเข้าถึงบริการทางการเงินได้อย่างเหมาะสม สะดวก และปลอดภัย

12 Sep 2026

...

บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) เปิดให้บริการ BKI Care Station จุดบริการประกันภัยในห้างสรรพสินค้า สาขาเซ็นทรัล นอร์ทวิลล์ เพื่อขยายการให้บริการด้านประกันภัยแก่ลูกค้าและประชาชนทั่วไปในจังหวัดนนทบุรีและพื้นที่ใกล้เคียงด้วยบริการรับทำประกันภัย ต่ออายุกรมธรรม์ ชำระเบี้ยประกันภัย และให้คำปรึกษาด้านประกันภัย พร้อมด้วยโปรโมชันพิเศษสำหรับลูกค้าที่ทำประกันภัยกรมธรรม์ใหม่ ตั้งแต่วันที่ 1 – 30 กันยายน 2569 รับของสมนาคุณสุดคุ้ม ดังนี้ - ประกันภัยรถยนต์ ประเภท 1 เบี้ยประกันภัยตั้งแต่ 9,000 บาทขึ้นไป รับบัตรเติมน้ำมัน PTT Card มูลค่า 500 - 4,000 บาท - ประกันภัยรถยนต์ ประเภท 2+ เบี้ยประกันภัยตั้งแต่ 6,600 บาทขึ้นไป รับบัตรเติมน้ำมัน PTT Card มูลค่า 500 - 1,000 บาท - ประกันภัยการเดินทางต่างประเทศ รับส่วนลดทันที 18% และเมื่อชำระเบี้ยประกันภัยตั้งแต่ 2,000 บาทขึ้นไป รับเพิ่ม Gift Voucher มูลค่า 200 บาท - ประกันภัยรักษ์บ้าน เบี้ยประกันภัยตั้งแต่ 3,000 บาทขึ้นไป รับ Gift Voucher มูลค่า 500 – 2,000 บาท และเมื่อชำระเบี้ยตั้งแต่ 5,001 บาทขึ้นไป รับเพิ่ม Gift Voucher มูลค่า 200 บาท พิเศษ เมื่อทำประกันภัยกรมธรรม์ใหม่ประเภทใดก็ได้ เบี้ยประกันภัยตั้งแต่ 3,000 บาทขึ้นไปต่อกรมธรรม์ รับเพิ่มกระเป๋าเก็บความร้อน-เย็น จำนวน 1 ใบ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ BKI Care Station สาขาเซ็นทรัล นอร์ทวิลล์ ชั้น 2 โซนธนาคาร โทร. 08 1875 0203 หรือ LINE @bkicarestation

12 Sep 2026

...

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยความคืบหน้าโครงการ “ออมสินก้าวไปกับครู…ช่วยแม่พิมพ์สู่อิสรภาพการเงิน” ซึ่งธนาคารปรับลดอัตราดอกเบี้ยคงเหลือเพียง 3.50% ต่อปี แก่ลูกหนี้กลุ่มครูและบุคลากรทางการศึกษาที่เข้าโครงการสวัสดิการเงินกู้ ช.พ.ค. - ช.พ.ส. และโครงการเกื้อกูลผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2548 - 2558 ครอบคลุมทั้งลูกหนี้ที่ผ่อนชำระหนี้ได้ตามปกติ และลูกหนี้กลุ่มที่ประสบปัญหาในการผ่อนชำระ จำนวนรวมกันกว่า 280,000 บัญชี โดยหลังจากที่ธนาคารประกาศเปิดรับลงทะเบียนผู้ได้รับสิทธิ์ลดดอกเบี้ยดังกล่าว ด้วยระยะเวลาเพียง 11 วัน ปัจจุบันมีผู้ลงทะเบียนแล้วกว่า 80,000 บัญชี ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวจะปิดรับลงทะเบียนในวันที่ 31 ตุลาคม 2569 จึงขอประชาสัมพันธ์ให้ลูกหนี้ครูที่ได้รับข้อความแจ้งสิทธิ์จากธนาคารแล้ว สามารถลงทะเบียนได้ที่แอปพลิเคชัน MyMo เว็บไซต์ธนาคารออมสิน หรือธนาคารออมสินทุกสาขา ทั้งนี้ ลูกหนี้ครู ช.พ.ค. - ช.พ.ส. และโครงการเกื้อกูลฯ ที่ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ จะรับสิทธิ์ลดดอกเบี้ยเหลือ 3.50% ต่อปี ถึงเดือนธันวาคม 2570 โดยยังคงชำระค่างวดในจำนวนเท่าเดิม ส่งผลให้เงินงวดสามารถนำไปตัดชำระเงินต้นได้มากขึ้น ช่วยให้ยอดหนี้ลดลงและมีโอกาสปิดจบภาระหนี้ได้เร็วกว่าเดิม ซึ่งจากเสียงสะท้อนของครูที่เข้าร่วมโครงการฯ ในช่วงที่ผ่านมา พบว่า การลดภาระดอกเบี้ยช่วยให้มองเห็นเป้าหมายในการปลดหนี้ได้ชัดเจนขึ้น เนื่องจากระยะเวลาการเป็นหนี้สั้นลง ที่สำคัญโครงการนี้ไม่ได้มุ่งเน้นการยกหนี้ แต่เป็นการเปิดโอกาสให้ครูสามารถเร่งชำระเงินต้นและปลดภาระหนี้ด้วยกำลังของตนเอง ขณะที่ยังช่วยประคับประคองไม่ให้เสียวินัยทางการเงิน และเมื่อภาระหนี้หมดลง รายได้ที่เคยต้องนำไปชำระหนี้ก็สามารถกลับมาใช้ดูแลตนเองและครอบครัวได้อย่างเต็มที่มากขึ้น สำหรับลูกหนี้ที่ได้รับสิทธิ์ตามโครงการฯ  นอกจากกลุ่มที่มีสถานะการชำระหนี้ปกติแล้ว ลูกหนี้ที่พ้นสภาพสมาชิก ช.พ.ค. - ช.พ.ส. สามารถกลับเข้าเป็นสมาชิกตามหลักเกณฑ์ของสำนักงาน สกสค. และลงทะเบียนกับธนาคารได้ภายในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2569 ส่วนลูกหนี้ที่จำเป็นต้องปรับปรุงโครงสร้างหนี้ สามารถติดต่อธนาคารออมสินทุกสาขาเพื่อดำเนินการให้กลับมามีสถานะหนี้ปกติภายในเดือนธันวาคม 2569 และรับสิทธิ์ตามโครงการฯ ได้เช่นกัน โดยผู้เข้าร่วมโครงการฯ จะได้รับสิทธิ์ลดอัตราดอกเบี้ย 3.50% ต่อปี จนถึงเดือนธันวาคม 2570 และตั้งแต่เดือนมกราคม 2571 เป็นต้นไป จะใช้อัตราดอกเบี้ย MLR/MRR - 2% ต่อปี โดยอ้างอิงอัตราดอกเบี้ยตามสัญญาเดิม ธนาคารออมสิน พร้อมเดินเคียงข้างครูตลอดเส้นทางการแก้ไขปัญหาหนี้ เพื่อให้สามารถบริหารจัดการภาระหนี้ ลดระยะเวลาการเป็นหนี้ และมีโอกาสก้าวสู่อิสรภาพทางการเงินได้เร็วขึ้น ตามบทบาท “ธนาคารเพื่อทุกชีวิต” สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ธนาคารออมสินทุกสาขา เว็บไซต์ธนาคารออมสิน www.gsb.or.th หรือ GSB Contact Center โทร. 1115

09 Sep 2026

...

กบข. เตรียมเงิน 24,950 ล้านบาท เตรียมจ่ายเงินกองทุนแก่สมาชิกเกษียณปีนี้ กว่า 1.6 หมื่นราย รับเฉลี่ยรายละ 1.53 ล้านบาท เผยพบสมาชิกเชื่อมั่นการบริหารเงินลงทุน กบข. เพิ่มขึ้น เลือกใช้บริการออมต่อ เกือบ 9% ช่วยลดความเสี่ยงจากมิจฉาชีพ และสร้างความมั่นคงทางการเงินหลังเกษียณ   ดร.ศรพล ตุลยะเสถียร เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เปิดเผยว่า ในวันที่ 30 กันยายน 2569 สมาชิก กบข. จะเกษียณอายุราชการจำนวน 16,233 ราย จากสมาชิกทั้งหมด 1.29 ล้านราย ซึ่ง กบข. ได้เตรียมความพร้อมในการจ่ายเงินกองทุนให้แก่สมาชิก รวมเป็นเงินประมาณ 24,950 ล้านบาท ซึ่งเป็นเงินออมสะสมอย่างต่อเนื่องของสมาชิก รวมกับเงินสมทบจากภาครัฐ และผลตอบแทนจากการลงทุน โดยในปีนี้สมาชิกที่เกษียณอายุราชการจะได้รับเงินกองทุนเฉลี่ยรายละ 1.53 ล้านบาท โดยมีสมาชิกที่ได้รับเงินสูงสุดมากถึง 7.86 ล้านบาท ทั้งนี้ ยอดเงินของสมาชิกแต่ละรายจะแตกต่างกันตามระยะเวลาการเป็นสมาชิก เงินเดือน อัตราการออม แผนการลงทุน และผลตอบแทนที่ได้รับ ซึ่งการที่สมาชิกเลือกอัตราการออมเพิ่ม และการเลือกแผนการลงทุนอย่างเหมาะสม เป็นส่วนสำคัญในการช่วยให้ยอดเงินที่จะได้รับเมื่อเกษียณอายุราชการเพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ สมาชิกที่แจ้งความประสงค์ล่วงหน้า ขอฝากให้กองทุนบริหารต่อ หรือ ออมต่อ มีสัดส่วนประมาณ 9% ของผู้ที่แจ้งความประสงค์แล้ว สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในการบริหารเงินลงทุนของ กบข. และมีอัตราเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในทุกปี “กบข. มุ่งมั่นดูแลเงินออมของสมาชิกให้เติบโตอย่างยั่งยืน เพื่อให้สมาชิกมีความมั่นคงทางการเงินเมื่อเข้าสู่วัยเกษียณ โดยบริการออมต่อจะช่วยให้สมาชิกสามารถบริหารเงินเกษียณได้อย่างเป็นระบบ ลดความเสี่ยงจากการมีเงินจำนวนมากไว้ในบัญชี ที่อาจตกเป็นเป้าหมายของมิจฉาชีพหรือการหลอกลวงทางการเงิน และ กบข. ยังได้เปิดโอกาสให้ผู้ที่ออมต่อสามารถเลือกเปลี่ยนแผนการลงทุนได้ 12 ครั้งต่อปี เทียบเท่ากับสมาชิกปัจจุบัน เพื่อสร้างโอกาสให้เงินออมเติบโตต่อเนื่องหลังเกษียณ” ดร.ศรพล กล่าว   ทั้งนี้ บริการออมต่อ สมาชิกสามารถเลือก 4 รูปแบบ ได้แก่ 1. ออมต่อทั้งจำนวน 2. ทยอยรับเงินเป็นงวดๆ อาทิ รายเดือน ราย 3 เดือน ราย 6 เดือน หรือรายปี 3. ขอรับเงินบางส่วน ที่เหลือให้ กบข. บริหารต่อ และ 4. ขอรับเงินบางส่วน ที่เหลือทยอยรับเงินเป็นงวดๆ โดยสมาชิกที่สนใจบริการออมต่อ สามารถแจ้งความประสงค์ได้ 2 ช่องทาง คือ 1. แจ้งความประสงค์ทางระบบบำเหน็จบำนาญและสวัสดิการรักษาพยาบาล (Digital Pension) ของกรมบัญชีกลาง และ 2. แจ้งความประสงค์ผ่านหน่วยงานต้นสังกัด พร้อมกรอกแบบ กบข. รง 008/1/2555 และเลือกบริการออมต่อ ซึ่งผู้ออมต่อสามารถเปลี่ยนแปลงรูปแบบการออมได้ 2 ครั้ง/ปี สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Facebook กบข. LINE กบข. @gpfcommunity และศูนย์บริการข้อมูลสมาชิก โทร. 1179

08 Sep 2026

Banner Banner Banner Banner

Banner
  เปิดแผนงานสื่อ CEO THAILAND ปี 2569-2570 รุกคืบงานวิทยุ - ทีวี - อีเวนต์สื่อ                  สวัสดีครับท่านสมาชิกและผู้ติดตามสื่อออนไลน์ และสื่อในเครือ CEO THAILAND ตลอดมา 21 ปี ช่วงนี้ว่างเว้นจากสนามการเมืองระยะหนึ่ง ผมพอมีเวลากลับมาสานต่องานสื่อสักระยะหนึ่งคือในช่วงปี 2569-2570 จะกลับมาช่วยงานสื่อในฐานะที่ปรึกษา โดยจะยังเน้นในเรื่องสื่อออนไลน์ สื่อทีวี และสื่อวิทยุ และงานอีเวนต์ต่อเนื่องจากสื่อ ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2569 เป็นต้นไป ผมมีแผนงานของบริษัท เอก-วรา พับลิค รีเรชันส์ จำกัด ในสื่อดังต่อไปนี้คือ                          1. สื่อออนไลน์ CEO THAILAND              2. จัดทำรายการวิทยุ “คลื่นประกันภัย-การเงิน” ทางสถานีวิทยุ 96.25 MHZ (สถานีวิทยุการท่องเที่ยววัฒนธรรม) โครงการจัดทำรายการวิทยุเชิงข่าวสารในแวดวงประกันภัยและการเงิน นำเสนอข่าวสารเกี่ยวกับการประกันภัย-ประกันชีวิต  การเงิน และธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ทั้งสินเชื่อ ไฟแนนซ์ อสังหาริมทรัพย์ SMEs ออกอากาศทุกวันศุกร์ของทุกสัปดาห์ เวลา 17.00-18.00 น. ในเดือนสิงหาคม 2569               3. เดือนสิงหาคม 2569 สื่อได้จัดทำรายการทีวี “เรื่องเด่น...ประเด็นดัง” ออนแอร์ออกอากาศทางNBT2 ซึ่งเป็นรายการสดทีวี ที่นำเสนอนโยบายรัฐบาล และวิสัยทัศน์ ของผู้บริหารองค์กรภาครัฐ และภาคเอกชนในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสังคม บริการสาธารณะและบริการพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับสังคม และพี่น้องประชาชน ออกอากาศ ทุกวันจันทร์ที่ 1 และ 3 ของเดือน เวลา 10.00-10.30 น.               4. จัดงานมอบรางวัล “สุดยอดผู้บริหาร-องค์กรแห่งปี 2569” เดือนธันวาคม 2569 ที่จังหวัดกาญจนบุรี โครงการรับรางวัล  “สุดยอดผู้บริหาร-องค์กรแห่งปี 2569” เพื่อประกาศเกียรติคุณให้ผู้บริหารและองค์กรที่สร้างผลงานโดดเด่น ทั้งยังเป็นการกระตุ้นภาคธุรกิจเครือข่าย และSMEs ความตื่นตัวของชุมชนในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี รวมทั้งยังเป็นการสานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสื่อมวลชน-ภาคธุรกิจ -ผู้ประกอบการในพื้นที่ และพี่น้องประชาชน สื่อ CEO THAILAND จึงได้ร่วมกันจัดงานมอบรางวัลดังกล่าวขึ้น               5. โครงการจัดงานสัมมนา  “ทิศทางธุรกิจประกันภัย-การเงินแห่งปี 2569” ในเดือนธันวาคม 2569เพื่อเป็นการกระตุ้นภาคธุรกิจประกันภัยและการเงินในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรีและจังหวัดใกล้เคียง เพื่อความตื่นตัวของชุมชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร รวมทั้งจังหวัดกาญจนบุรี อีกทั้งยังเป็นการสานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสื่อมวลชน-ภาคธุรกิจ-ผู้ประกอบการในพื้นที่ และพี่น้องประชาชน สื่อ CEO THAILAND จึงได้ร่วมกันจัดงานสัมมนาดังกล่าวขึ้น               6. จัดงาน CSR ณ โรงเรียนบ้านท่าทุ่ม จ.กาญจนบุรี ในวันที่ 31 มกราคม 2570 โครงการจัดงานกิจกรรมเพื่อสังคม “CEO THAILAND CSR  OF THE YEAR 2027” เพื่อคืนกำไรสู่สังคมและสร้างความรู้ความเข้าใจให้คนในสังคม เป็นการกระตุ้นภาคธุรกิจประกันภัยและการเงิน และความตื่นตัวของชุมชนในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี อีกทั้งยังเป็นการสานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสื่อมวลชน-ภาคธุรกิจ -ผู้ประกอบการในพื้นที่ และพี่น้องประชาชนในพื้นที่ สื่อ CEO THAILAND จึงได้ร่วมกันจัดงานกิจกรรมดังกล่าวขึ้น T                                                                                                        (นายเอกวรพงศ์ อำนวยทรัพย์)
อ่านต่อ...
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner