Responsive image

Monday, 01 Jun 2026

Banner

หน้าแรก > TECHNOLOGY - AUTO - PROPERTY


เอชพี ประกาศกลยุทธ์ใหม่เพื่อมุ่งสู่การเติบโต สำหรับเอเชียในงาน Future Ready Better Together 2023

Mon 07/08/2566


เอชพี ประกาศกลยุทธ์และกรอบการทำงานในงาน HP Future ReadyBetter Together 2023 ซึ่งจัดขึ้น ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ต้อนรับลูกค้าและพาร์ทเนอร์ทั่วเอเชียเพื่อพบปะกันครั้งแรกในรอบสามปี ภายในงาน เอชพี ได้แบ่งปันข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับกลยุทธ์ Future Ready เป็นครั้งแรก มุ่งขับเคลื่อนการเติบโตทางธุรกิจอย่างยั่งยืนในระยะยาวร่วมกับพาร์ทเนอร์และมุ่งส่งมอบมูลค่าสินค้าให้กับลูกค้าตลอดอายุการใช้งาน

กลยุทธ์ Future Ready ของ เอชพี พัฒนาขึ้นโดยคำนึงถึงลูกค้าเป็นสำคัญ ประกอบด้วยโครงการริเริ่มมากมายบนฐานรากของสามเสาหลัก ได้แก่ พอร์ตโฟลิโอธุรกิจ (Portfolio) การปฏิบัติการ (Operations) ลูกค้าและพาร์ทเนอร์ (Customers and Partners) เป้าหมายหลักคือการสร้างความสัมพันธ์ตลอดชีวิตกับลูกค้าผ่านการเสริมความแข็งแกร่งของสินค้าและบริการภายใต้การบริหารงานของเอชพี เพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายยิ่งขึ้น และช่วยให้พาร์ทเนอร์เปิดประตูสู่โอกาสใหม่ ๆ ในกลุ่มสินค้าที่มีอัตราเติบโตสูง ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์เกมมิ่ง การทำงานแบบไฮบริด การให้บริการบุคลากร ความปลอดภัย และความยั่งยืน

 

“ลูกค้าเป็นหัวใจหลักในการทำงานของเอชพีเราเสมอ กลยุทธ์ Future Ready คือความทุ่มเทในการสร้างสิ่งที่เหนือความคาดหมายให้กับผู้ใช้ปลายทาง โดยเฉพาะประสบการณ์ที่นำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงให้กับชีวิตประจำวันของพวกเราโดยตรง” Vinay Awasthi กรรมการผู้จัดการประจำ Greater Asia กล่าว “เรารังสรรค์สิ่งใหม่อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ทุกคนได้ใช้ชีวิตอย่างง่ายดายมากขึ้น สะดวกสบายยิ่งขึ้น และเข้าถึงตัวช่วยที่หลากหลาย เอชพี ให้บริการโซลูชันต่าง ๆ ที่ช่วยให้คุณรับมือกับสภาพแวดล้อมแบบไฮบริดที่มีความซับซ้อนมากขึ้นเรื่อย ๆ การทำงานในภูมิภาคเอเชียของเรานี้นับเป็นข้อพิสูจน์ที่ชัดเจนถึงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องในการเพิ่มมูลค่าสินค้าที่มีความสม่ำเสมอและเชื่อถือได้ให้กับลูกค้าของเรา”

“เรารู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่งที่ได้มาพูดคุยกับพาร์ทเนอร์และลูกค้าของเราที่งาน 'Future Ready Better Together' ในประเทศญี่ปุ่นครั้งนี้ ยิ่งไปกว่านั้น ปีนี้ยังเป็นการครบรอบ 60 ปี ในการดำเนินงานของ เอชพี นับตั้งแต่ที่ได้เปิดตัวในตลาดเอเชียเป็นครั้งแรกเมื่อปี 2560 เรียกได้ว่าเป็นเวลาที่ดียิ่งที่เราจะมาร่วมแชร์กลยุทธ์เพื่อมุ่งสู่การเติบโตใหม่สำหรับภูมิภาคนี้จากจุดเริ่มต้นของเรา”  Vinay กล่าวเสริม

ภายในงานมีผู้เข้าร่วมหลากหลายจากทั่วเอเชีย ได้แก่

  • Vinay Awasthi กรรมการผู้จัดการประจำ Greater Asia
  • Dave McQuarrie ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการพาณิชย์
  • Alex Cho ประธาน Personal Systems Business
  • Dave Shull ประธานฝ่าย Workforce Solutions
  • Kobi Elbaz รองประธานอาวุโสและผู้จัดการทั่วไป Global Channel
  • George Brasher รองประธานอาวุโสและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ HP Print
  • Stacy Wolff รองประธานอาวุโส Personal Systems Design and Sustainability
  • Lynn Loh หัวหน้าฝ่ายการรายงานด้านสิ่งแวดล้อม ความรับผิดชอบต่อสังคม และการกำกับดูแลกิจการที่ดีทั่วโลก
  • Josephine Tan ผู้จัดการทั่วไป หน่วยธุรกิจผู้บริโภค Personal Systems
  • Sue Richards รองประธานอาวุโสและผู้จัดการทั่วไป Home Print Business
  • Andrew Bolwell Chief Disruptor หัวหน้า Tech Ventures ทั่วโลก

การช่วยเหลือลูกค้าใน Ace Hybrid Realities ด้วยสินค้าและบริการที่พร้อมสำหรับอนาคต

โลกแห่งการทำงานของเราจะเป็นแบบยืดหยุ่นตลอดไป เนื่องจากรายงานฉบับล่าสุดของ PwC[1] ชี้ว่า 90% ของพนักงานในเอเชียแปซิฟิก (APAC) เลือกที่จะทำงานแบบไม่ต้องเข้าออฟฟิศหรือการทำงานแบบไฮบริด (Hybrid) ผู้นำในภูมิภาคจึงเดินหน้าสอดรับการเปลี่ยนแปลงในแง่ของการจัดสรรงานและให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีอุบัติใหม่ ความปลอดภัยในโลกไซเบอร์ และโครงการนวัตกรรมดิจิทัลเมื่อต้องลงทุนในเทคโนโลยี เพื่อผลักดันให้เกิดการทำงานร่วมกันที่ราบรื่นและผลิตภัณฑ์ที่ใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง[2]

เอชพีกำลังกำหนดนิยามใหม่ให้กับนวัตกรรมผ่านผลิตภัณฑ์ภายใต้กลยุทธ์ Future Ready ด้วยการนำเสนอประสบการณ์ระดับพรีเมียมแบบครบวงจรที่จะมาช่วยให้ลูกค้าสามารถใช้ชีวิตในสภาพแวดล้อมการทำงานแบบไฮบริดที่มีความซับซ้อนได้อย่างตรงใจ ให้พวกเขาได้ทำงาน เล่น และเชื่อมต่อกันอย่างไร้รอยต่อ เอชพี จะยังคงลงทุนเชิงกลยุทธ์ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีการเติบโตสูงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งรวมไปถึงอุปกรณ์เกมมิ่ง อุปกรณ์ต่อพ่วง ระบบสมาชิกของผู้บริโภค การให้บริการบุคลากร ความปลอดภัย และโซลูชันการพิมพ์ เพื่อขยายความหลากหลายของกลุ่มสินค้าและบริการให้ตรงตามความต้องการของลูกค้า B2B และ B2C ที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอทั่วภูมิภาค

การร่วมมือเพื่อการเติบโตในระยะยาว

เอชพี จะเดินหน้าพัฒนาโดยใช้ประโยชน์จากข้อเสนอแนะที่รวบรวมมาจากพาร์ทเนอร์และลูกค้าในภูมิภาค เพื่อช่วยให้ปรับตัวเข้ากับความต้องการทางธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว เอชพีจะลงทุนไปกับการเพิ่มประสิทธิภาพ HP Amplify อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นโปรแกรมคู่ค้าช่องทางจำหน่ายระดับสากลโปรแกรมแรกของโลก โดยมีเครื่องมือที่จะมาช่วยให้พาร์ทเนอร์มีความคล่องตัว ลดความซับซ้อน เติบโต และทำงานร่วมกัน โปรแกรมโฉมใหม่นี้ออกแบบมาเพื่อส่งมอบบริการดิจิทัลที่ลูกค้าต้องการเพื่อเพิ่มศักยภาพให้กับพนักงาน กระตุ้นโอกาสเติบโตและการประสบความสำเร็จในภูมิทัศน์ที่มีความหลากหลายและไม่เคยหยุดนิ่งในเอเชีย

มุ่งสู่อนาคตที่ยั่งยืนยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ เอชพี ยังตอกย้ำความมุ่งมั่นในการเป็นบริษัทเทคโนโลยีที่ยั่งยืนและสร้างความเท่าเทียมมากที่สุดภายในปี 2573 พร้อมทั้งกำหนดเป้าหมายด้านผลกระทบที่ยั่งยืนเชิงรุกเพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งในเรื่องของการรับมือสภาพภูมิอากาศ (Climate Action) สิทธิมนุษยชน (Human Rights) และความเสมอภาคในยุคดิจิทัล (Digital Equity)

โครงการริเริ่มและไฮไลต์สำคัญ ได้แก่

  • ปกป้องระบบนิเวศทางธรรมชาติของเรา: เอชพี ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ออกมามากกว่า 300 รายการซึ่งใช้พลาสติกที่ถูกทิ้งลงสู่ทะเล ทั้งยังพัฒนาการพิมพ์ที่เป็นมิตรกับป่าไม้ และมุ่งสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2583
  • เพิ่มศักยภาพพาร์ทเนอร์เพื่อร่วมก้าวสู่อนาคตที่ยั่งยืนยิ่งขึ้น: HP Amplify Impact เป็นการประเมินพาร์ทเนอร์ ทรัพยากร และโปรแกรมฝึกอบรมที่เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก โดยพาร์ทเนอร์ 100% ร่วมให้คำมั่นและจัดทำแผนเพื่อการสร้างผลกระทบด้านความยั่งยืน
  • ลดความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัลและเพิ่มช่องทางการเข้าถึงเทคโนโลยี: เอชพี เร่งให้เกิดความเท่าเทียมทางดิจิทัลให้กับผู้คนมากกว่า 21 ล้านคน โดยมีเป้าหมายที่ 150 ล้านคนภายในปี 2573

 

 

 

 


Tags : เอชพี HP แผนงานผลิตภัณฑ์เอชพี Vinay Awasthi


Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

...

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารเร่งสนับสนุนผู้ประกอบการให้สามารถปรับตัวท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจตามนโยบายรัฐบาล ผ่านโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) “GSB พลิกฟื้นธุรกิจไทย” ด้วยสินเชื่อ “ออมสิน SMEs Recharge” และ “ออมสินเต็มแม็กซ์” อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้นเพียง 2.99% ต่อปี ในช่วง 2 ปีแรก ผ่อนชำระได้นานสูงสุด 10 ปี เพื่อช่วยลดภาระต้นทุน เสริมสภาพคล่อง และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคธุรกิจไทย โดยมีผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ประกอบการ ประกอบด้วย สินเชื่อออมสิน SMEs Recharge เพื่อเสริมสภาพคล่อง หรือรีไฟแนนซ์ลดภาระดอกเบี้ยเดิม สำหรับผู้ประกอบการ SMEs ที่เป็นลูกค้าสินเชื่อเดิมและลูกค้าใหม่ วงเงินกู้สูงสุดรายละไม่เกิน 30 ล้านบาท ครอบคลุมกิจการของผู้ส่งออกที่ได้รับผลกระทบด้านภาษี กิจการที่ต้องแข่งขันราคากับสินค้านำเข้า ธุรกิจท่องเที่ยว ธุรกิจในพื้นที่กรณีพิพาทชายแดน ลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากสาธารณภัย และลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ครอบคลุม Supply Chain ที่เกี่ยวข้อง สินเชื่อออมสินเต็มแม็กซ์ เพื่อการขยายธุรกิจ โดยให้วงเงินกู้สูงสุดรายละไม่เกิน 100 ล้านบาท สำหรับผู้ประกอบการ SMEs และสูงสุดรายละไม่เกิน 150 ล้านบาท สำหรับผู้ประกอบการธุรกิจขนาดใหญ่ ที่ประสงค์ขอสินเชื่อเพื่อขยายธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องใน 3 กรณี ประกอบด้วย กรณีสร้างพลวัตใหม่ (Reinvent Thailand) สนับสนุนอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ อาทิ เกษตร-เกษตรแปรรูป การท่องเที่ยว ยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ การแพทย์และสุขภาพ อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ ธุรกิจค้าส่งค้าปลีก ตลอดจนธุรกิจ Supply Chain ของอุตสาหกรรม และโลจิสติกส์ เพื่อก้าวสู่ตลาดระดับโลก กรณีปรับตัวเพื่อพัฒนาศักยภาพธุรกิจ (Transformation) สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านธุรกิจสู่ระบบดิจิทัล, เศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) และนวัตกรรมแห่งอนาคต กรณีพัฒนาศักยภาพธุรกิจท่องเที่ยว และธุรกิจอื่นที่ได้รับผลกระทบจากการสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (Tourism / Middle East) สนับสนุนการพัฒนาและยกระดับภาคการท่องเที่ยวและบริการ ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง รวมถึง Supply Chain ผู้ประกอบการที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม และยื่นขอสินเชื่อได้ที่ธนาคารออมสินทุกสาขา โดยธนาคารจะพิจารณาให้สินเชื่อตามความสามารถในการชำระคืนและความจำเป็นของลูกหนี้ โปรดศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ธนาคารออมสิน www.gsb.or.th หรือสอบถามที่ GSB Contact Center โทร.1115

29 May 2026

...

เอไอเอ ประเทศไทย เดินหน้าส่งเสริมการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน พร้อมยกระดับการตรวจสุขภาพของคนไทย โดยมุ่งเน้นการเข้าถึงการตรวจคัดกรองมะเร็งปอดด้วยเทคโนโลยี Low-dose CT Scan (LDCT) ซึ่งเป็นวิธีการตรวจที่มีความไวสูง สามารถตรวจพบความผิดปกติหรือก้อนขนาดเล็กในปอดได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น แม้ยังไม่แสดงอาการ และใช้ปริมาณรังสีต่ำกว่าการทำ CT Scan แบบทั่วไป จึงมีความปลอดภัยและเหมาะสมสำหรับการตรวจในระยะยาว เพื่อสร้างความตระหนักรู้ด้านสุขภาพ เอไอเอ ได้ร่วมมือกับ ศูนย์ศรีพัฒน์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งเป็น โรงพยาบาลในโครงการ AIA Smart Network จัดกิจกรรมให้ความรู้เกี่ยวกับโรคมะเร็งปอด การตรวจคัดกรองด้วย Low-dose CT Scan (LDCT) และแนวทางการตรวจสุขภาพที่เหมาะสม โดยได้รับเกียรติจากทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญหลากหลายสาขาที่เกี่ยวข้องกับโรคมะเร็งปอด อาทิ แพทย์ระบบทางเดินหายใจ รังสีแพทย์ ศัลยแพทย์ และแพทย์เฉพาะทางด้านมะเร็งวิทยา ร่วมถ่ายทอดความรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์อย่างรอบด้าน คุณเอกรัตน์ ฐิติมั่น ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายธุรกิจประกันสุขภาพ เอไอเอ ประเทศไทย กล่าวว่า “ศูนย์ศรีพัฒน์เป็นโรงพยาบาลที่ได้รับความไว้วางใจจากชาวเชียงใหม่และประชาชนในภาคเหนือมาอย่างยาวนาน ด้วยทีมแพทย์ที่มีประสบการณ์และเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัย อีกทั้งยังเป็นโรงพยาบาลในโครงการ AIA Smart Network ที่มีผลงานด้านการดูแลลูกค้าเอไอเออยู่ในระดับแนวหน้าของประเทศ ซึ่งเป็นผลจากความร่วมมือที่แข็งแกร่งในการยกระดับคุณภาพการรักษาไปด้วยกัน กิจกรรมในวันนี้มีความสำคัญอย่างมาก โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือที่มีปัจจัยเสี่ยงด้านสุขภาพปอด ในนามของเอไอเอจึงอยากส่งเสริมให้คนไทยโดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือให้ความสำคัญกับการป้องกันและการตรวจสุขภาพเชิงรุก และเข้ารับการตรวจคัดกรองด้วย Low-dose CT เพื่อเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการดูแลสุขภาพอย่างจริงจัง”   กิจกรรมดังกล่าวนับเป็นการต่อยอดความร่วมมืออย่างต่อเนื่องหลังจากที่เอไอเอและศูนย์ศรีพัฒน์ ฯ ได้ร่วมจัดกิจกรรม Open House แก่พลังตัวแทนและลูกค้าเอไอเอ เพื่อเปิดโอกาสให้เยี่ยมชมศักยภาพด้านสถานพยาบาลที่มีมาตรฐาน ความพร้อมของบุคลากรทางการแพทย์ และการใช้เทคโนโลยีการรักษาที่ทันสมัยในหลากหลายสาขา โดยความร่วมมือในครั้งนี้สะท้อนถึงเป้าหมายร่วมกันของเอไอเอและศูนย์ศรีพัฒน์ ฯ ในการยกระดับการดูแลสุขภาพของคนไทย จากการตรวจสุขภาพขั้นพื้นฐานไปสู่การใช้เทคโนโลยีที่มีความแม่นยำและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น   เอไอเอ ประเทศไทย ยังคงมุ่งมั่นขยายการรณรงค์ด้านการตรวจคัดกรองและการให้ความรู้ด้านสุขภาพไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ เพื่อช่วยให้คนไทยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และสามารถลดความเสี่ยงจากโรคร้ายอย่างมะเร็งปอดได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้นอย่างยั่งยืน ตามพันธกิจของเอไอเอที่ว่า ‘Healthier Longer Better Live – เพื่อสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้น’    

26 May 2026

...

บมจ.กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต  มุ่งมั่นในการเป็นมากกว่าบริษัทประกันชีวิต โดยเน้นการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมให้แก่ลูกค้า เดินหน้าส่งเสริมสุขภาพเชิงป้องกัน มอบสิทธิพิเศษคูปองส่วนลดมูลค่า 500 บาท สำหรับลูกค้าผู้ถือกรมธรรม์ประกันสุขภาพรายบุคคลที่มีอายุ 6 เดือนขึ้นไป และกรมธรรม์มีผลบังคับ ณ วันที่ 19 เมษายน 2569 เพื่อใช้เป็นส่วนลดค่ารับบริการฉีดวัคซีนที่ร่วมรายการ ประกอบด้วย 4 วัคซีน ได้แก่ วัคซีนไข้หวัดใหญ่ วัคซีนไข้เลือดออก วัคซีนปอดอักเสบ และวัคซีนงูสวัด โดยลูกค้าสามารถรับสิทธิ์ผ่านแอปพลิเคชัน Emma by AXA ในเมนู “Rewards PLUS+” โดยสามารถใช้สิทธิ์ได้ที่โรงพยาบาลในเครือ BDMS อาทิ กลุ่มโรงพยาบาลกรุงเทพ กลุ่มโรงพยาบาลสมิติเวช กลุ่มโรงพยาบาลพญาไท กลุ่มโรงพยาบาลเปาโล และโรงพยาบาลบีเอ็นเอช โดยลูกค้าสามารถเข้ารับบริการได้อย่างสะดวก เพียงแสดงรหัสคูปองส่วนลดจากเมนู Rewards PLUS+ บนแอป Emma by AXA พร้อมบัตรประกันสุขภาพ หรือบัตรประชาชน ณ เคาน์เตอร์โรงพยาบาล โดยเข้ารับบริการได้ตั้งแต่วันนี้ - วันที่ 31 กรกฎาคม 2569 นอกจากนี้ลูกค้าที่เข้ารับบริการฉีดวัคซีนที่โรงพยาบาลนอกเครือ BDMS หรือสถานพยาบาลที่ไม่ได้เข้าร่วมโครงการ ลูกค้ายังสามารถรับสิทธิพิเศษได้ โดยนำหลักฐานการฉีดวัคซีน อาทิ  ใบเสร็จรับเงิน บัตรวัคซีน หรือสมุดวัคซีนที่ออกโดยโรงพยาบาล อัปโหลดได้ที่ Rewards Plus+ ตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน - 31 กรกฎาคม 2569 เพื่อรับบัตรของขวัญมูลค่า 200 บาท  ทั้งนี้บริษัทฯ เชื่อมั่นว่าการสนับสนุนการเข้าถึงวัคซีนในครั้งนี้ จะช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันและยกระดับคุณภาพชีวิตของลูกค้าให้ดียิ่งขึ้น พร้อมช่วยลดความเสี่ยงของโรคสำคัญซึ่งอาจก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง โดยการเข้าถึงวัคซีนอย่างเหมาะสมไม่เพียงช่วยลดอัตราการเจ็บป่วยและการนอนโรงพยาบาล แต่ยังช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตและลดภาระค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพในระยะยาว ทั้งในระดับบุคคลและสังคมโดยรวม สอดคล้องกับนโยบายของบริษัทฯ ในการมีลูกค้ามาเป็นที่หนึ่งและอยู่เคียงข้างทุกความเชื่อมั่น ดูแลกันตลอดไป โดยท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.krungthai-axa.co.th/th/health-services/preventive-vaccine-2026 ทั้งนี้สำหรับแอปพลิเคชัน Emma by AXA สามารถดาวน์โหลดได้ทาง App store และ Google play และสำหรับลูกค้าที่สนใจกิจกรรมของบริษัท หรือผลิตภัณฑ์ และบริการอื่นๆ  ของบริษัทฯ ท่านสามารถติดต่อได้ที่ www.krungthai-axa.co.th หรือ โทร 1159 ทั้งนี้ท่านสามารถอ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่ https://ktaxa.live/Preventive_Vaccine_Campaign_News *เงื่อนไขเป็นไปตามบริษัท ฯ และกรมธรรม์กำหนด

24 May 2026

...

บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) ขอเชิญร่วมงาน Thailand Dive Expo และ Thailand Golf Expo มหกรรมแสดงสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยวเชิงกีฬาและไลฟ์สไตล์ ระหว่างวันที่ 21 - 24 พฤษภาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ภายในงานมีบริการด้านการท่องเที่ยว การดำน้ำ กีฬากอล์ฟ และกิจกรรมอื่นๆ ที่หลากหลายและครบครันที่สุดในภูมิภาคอาเซียน โดยกรุงเทพประกันภัยเป็นบริษัทประกันภัยรายแรกและรายเดียวในประเทศไทยที่มีผลิตภัณฑ์ประกันภัยนักดำน้ำ สำหรับท่องเที่ยวภายในประเทศ ไปร่วมออกบูทพร้อมนำเสนอแผนประกันภัยและโปรโมชันสุดพิเศษ สำหรับคนรักการดำน้ำและคนรักกอล์ฟ เมื่อทำประกันภัยกรมธรรม์ใหม่ รับของสมนาคุณสุดคุ้ม             ● ประกันภัยนักดำน้ำ สำหรับท่องเที่ยวภายในประเทศ เมื่อซื้อครบทุก 500 บาท รับฟรี Starbucks Card มูลค่า 100 บาท (สูงสุด 300 บาท) และรับเพิ่ม Shopping Bag             ● ประกันภัยผู้เล่นกอล์ฟ รับฟรี Starbucks Card มูลค่า 100 บาทต่อกรมธรรม์ และรับเพิ่มแก้วน้ำ LocknLock             ● ประกันภัยอื่นๆ รับส่วนลดพิเศษพร้อมของสมนาคุณมากมาย             นอกจากนี้ เมื่อทำประกันภัยตั้งแต่ 5,000 บาทขึ้นไป สามารถเลือกผ่อนชำระเบี้ยประกันภัย ดอกเบี้ย 0% นาน 6 เดือน หรือ 10 เดือนผ่านบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ             พบกับกรุงเทพประกันภัยได้ที่บูท C5 - C6 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ฮอลล์ 5 - 6 ชั้น LG ในวันที่ 21 - 24 พฤษภาคม 2569  

22 May 2026

Banner Banner Banner Banner Banner Banner Banner

Banner
  ปี 2569 ประเทศไทย กับคำว่า “เผาจริง”   วันนี้ก้าวเดือนที่ 3 ของปี 2569 แต่ดูเหมือนว่า ประเทศไทยผ่านเทศกาลปีใหม่ วาเลนไทม์ ตรุษจีน และวันเข้าพรรษามาแล้ว ประเทศไทยการเลือกตั้งใหญ่ ที่มีข้อผิดพลาดเกิดจากการกำกับการเลือกตั้งขององค์กรอิสระอย่าง กกต. เป็นการเลือกตั้งที่เลวร้ายครั้งหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์การเมืองไทย ด้านเศรษฐกิจ ยังคงโงหัวไม่ขึ้น นอกนั้นประเทศไทยยังคงมีปัญหาชายแดนกับประเทศเขมรยังคงคาราคาซัง รอรบรอบ 3 อยู่เหมือนเดิม ตอนนี้กำลังเกิดสงครามที่คาบสมุทรอาหรับระหว่าง อิหร่านกับอิสราเอล ที่ได้รับการสนับสนุนการทำสงครามจากสหรัฐอเมริกา จนอาจจะกลายเป็นสงครามระหว่างโลกอาหรับกับสหรัฐอเมริกา และอาจจะลามไปถึงสงครามโลกครั้งที่ 3 ก็ได้ แน่นอนว่า สงครามอ่าวอาหรับ ซึ่งเป็นประเทศผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ของโลก ชัดเจนว่าเมื่อมีสงคราม ราคาน้ำมันต้องแพงขึ้น และพลังงานปัจจัยที่ 5 จะกลายเป็นอาวุธของอิหร่านและกลุ่มอาหรับ ซึ่งย่อมส่งผลด้านต้นทุนการผลิต ภาคการขนส่ง สินค้าราคาแพงขึ้น เศรษฐกิจโลกจะปั่นป่วน ซึ่งแน่นอนว่าประเทศไทยที่มีภาวะอ่อนแอทางเศรษฐกิจอยู่แล้ว ย่อมได้รับผลจากภาวะสงครามอาหรับ สงครามกับเขมร รวมทั้งรัฐบาลใหม่ที่จะเข้ามาบริหารประเทศ ต้องแสดงผลงาน เพราะปี 2569 จะเป็นปีเผาจริงทางเศรษฐกิจของประเทศไทย    หากว่าการเมืองไทยนิ่ง รัฐบาลได้บริหารประเทศ จะเป็นการท้าทายความสามารถของดรีมทีมเศรษฐกิจของพรรคภูมิใจไทย เวลาที่ผ่านมาก่อนการเลือกตั้ง วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เวลาบริหารประเทศแค่ 2 เดือนยังวัดอะไรไม่ได้สำหรับนายอนุทิน ชาญวีรกุล และดรีมทีม เพราะเศรษฐกิจไทยปี 2569 ธุรกิจที่แข็งแรงอย่างธุรกิจการเงินและประกันภัยยังออกอาการให้เห็น แล้วธุรกิจที่อ่อนแออยู่แล้วจะเหลืออะไร นี่คือการบ้านข้อใหญ่ของรัฐบาลภูมิใจไทยและดรีมทีมประเทศไทย เพราะถึงเวลาที่จะได้พิสูจน์ผลงานบริหารประเทศ./   พูดแบบนายเอกวรพงศ์ (นายแทน)            
อ่านต่อ...
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner