Responsive image

Tuesday, 16 Jun 2026

Banner

หน้าแรก > TECHNOLOGY - AUTO - PROPERTY


เอชพี ประกาศกลยุทธ์ใหม่เพื่อมุ่งสู่การเติบโต สำหรับเอเชียในงาน Future Ready Better Together 2023

Mon 07/08/2566


เอชพี ประกาศกลยุทธ์และกรอบการทำงานในงาน HP Future ReadyBetter Together 2023 ซึ่งจัดขึ้น ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ต้อนรับลูกค้าและพาร์ทเนอร์ทั่วเอเชียเพื่อพบปะกันครั้งแรกในรอบสามปี ภายในงาน เอชพี ได้แบ่งปันข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับกลยุทธ์ Future Ready เป็นครั้งแรก มุ่งขับเคลื่อนการเติบโตทางธุรกิจอย่างยั่งยืนในระยะยาวร่วมกับพาร์ทเนอร์และมุ่งส่งมอบมูลค่าสินค้าให้กับลูกค้าตลอดอายุการใช้งาน

กลยุทธ์ Future Ready ของ เอชพี พัฒนาขึ้นโดยคำนึงถึงลูกค้าเป็นสำคัญ ประกอบด้วยโครงการริเริ่มมากมายบนฐานรากของสามเสาหลัก ได้แก่ พอร์ตโฟลิโอธุรกิจ (Portfolio) การปฏิบัติการ (Operations) ลูกค้าและพาร์ทเนอร์ (Customers and Partners) เป้าหมายหลักคือการสร้างความสัมพันธ์ตลอดชีวิตกับลูกค้าผ่านการเสริมความแข็งแกร่งของสินค้าและบริการภายใต้การบริหารงานของเอชพี เพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายยิ่งขึ้น และช่วยให้พาร์ทเนอร์เปิดประตูสู่โอกาสใหม่ ๆ ในกลุ่มสินค้าที่มีอัตราเติบโตสูง ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์เกมมิ่ง การทำงานแบบไฮบริด การให้บริการบุคลากร ความปลอดภัย และความยั่งยืน

 

“ลูกค้าเป็นหัวใจหลักในการทำงานของเอชพีเราเสมอ กลยุทธ์ Future Ready คือความทุ่มเทในการสร้างสิ่งที่เหนือความคาดหมายให้กับผู้ใช้ปลายทาง โดยเฉพาะประสบการณ์ที่นำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงให้กับชีวิตประจำวันของพวกเราโดยตรง” Vinay Awasthi กรรมการผู้จัดการประจำ Greater Asia กล่าว “เรารังสรรค์สิ่งใหม่อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ทุกคนได้ใช้ชีวิตอย่างง่ายดายมากขึ้น สะดวกสบายยิ่งขึ้น และเข้าถึงตัวช่วยที่หลากหลาย เอชพี ให้บริการโซลูชันต่าง ๆ ที่ช่วยให้คุณรับมือกับสภาพแวดล้อมแบบไฮบริดที่มีความซับซ้อนมากขึ้นเรื่อย ๆ การทำงานในภูมิภาคเอเชียของเรานี้นับเป็นข้อพิสูจน์ที่ชัดเจนถึงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องในการเพิ่มมูลค่าสินค้าที่มีความสม่ำเสมอและเชื่อถือได้ให้กับลูกค้าของเรา”

“เรารู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่งที่ได้มาพูดคุยกับพาร์ทเนอร์และลูกค้าของเราที่งาน 'Future Ready Better Together' ในประเทศญี่ปุ่นครั้งนี้ ยิ่งไปกว่านั้น ปีนี้ยังเป็นการครบรอบ 60 ปี ในการดำเนินงานของ เอชพี นับตั้งแต่ที่ได้เปิดตัวในตลาดเอเชียเป็นครั้งแรกเมื่อปี 2560 เรียกได้ว่าเป็นเวลาที่ดียิ่งที่เราจะมาร่วมแชร์กลยุทธ์เพื่อมุ่งสู่การเติบโตใหม่สำหรับภูมิภาคนี้จากจุดเริ่มต้นของเรา”  Vinay กล่าวเสริม

ภายในงานมีผู้เข้าร่วมหลากหลายจากทั่วเอเชีย ได้แก่

  • Vinay Awasthi กรรมการผู้จัดการประจำ Greater Asia
  • Dave McQuarrie ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการพาณิชย์
  • Alex Cho ประธาน Personal Systems Business
  • Dave Shull ประธานฝ่าย Workforce Solutions
  • Kobi Elbaz รองประธานอาวุโสและผู้จัดการทั่วไป Global Channel
  • George Brasher รองประธานอาวุโสและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ HP Print
  • Stacy Wolff รองประธานอาวุโส Personal Systems Design and Sustainability
  • Lynn Loh หัวหน้าฝ่ายการรายงานด้านสิ่งแวดล้อม ความรับผิดชอบต่อสังคม และการกำกับดูแลกิจการที่ดีทั่วโลก
  • Josephine Tan ผู้จัดการทั่วไป หน่วยธุรกิจผู้บริโภค Personal Systems
  • Sue Richards รองประธานอาวุโสและผู้จัดการทั่วไป Home Print Business
  • Andrew Bolwell Chief Disruptor หัวหน้า Tech Ventures ทั่วโลก

การช่วยเหลือลูกค้าใน Ace Hybrid Realities ด้วยสินค้าและบริการที่พร้อมสำหรับอนาคต

โลกแห่งการทำงานของเราจะเป็นแบบยืดหยุ่นตลอดไป เนื่องจากรายงานฉบับล่าสุดของ PwC[1] ชี้ว่า 90% ของพนักงานในเอเชียแปซิฟิก (APAC) เลือกที่จะทำงานแบบไม่ต้องเข้าออฟฟิศหรือการทำงานแบบไฮบริด (Hybrid) ผู้นำในภูมิภาคจึงเดินหน้าสอดรับการเปลี่ยนแปลงในแง่ของการจัดสรรงานและให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีอุบัติใหม่ ความปลอดภัยในโลกไซเบอร์ และโครงการนวัตกรรมดิจิทัลเมื่อต้องลงทุนในเทคโนโลยี เพื่อผลักดันให้เกิดการทำงานร่วมกันที่ราบรื่นและผลิตภัณฑ์ที่ใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง[2]

เอชพีกำลังกำหนดนิยามใหม่ให้กับนวัตกรรมผ่านผลิตภัณฑ์ภายใต้กลยุทธ์ Future Ready ด้วยการนำเสนอประสบการณ์ระดับพรีเมียมแบบครบวงจรที่จะมาช่วยให้ลูกค้าสามารถใช้ชีวิตในสภาพแวดล้อมการทำงานแบบไฮบริดที่มีความซับซ้อนได้อย่างตรงใจ ให้พวกเขาได้ทำงาน เล่น และเชื่อมต่อกันอย่างไร้รอยต่อ เอชพี จะยังคงลงทุนเชิงกลยุทธ์ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีการเติบโตสูงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งรวมไปถึงอุปกรณ์เกมมิ่ง อุปกรณ์ต่อพ่วง ระบบสมาชิกของผู้บริโภค การให้บริการบุคลากร ความปลอดภัย และโซลูชันการพิมพ์ เพื่อขยายความหลากหลายของกลุ่มสินค้าและบริการให้ตรงตามความต้องการของลูกค้า B2B และ B2C ที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอทั่วภูมิภาค

การร่วมมือเพื่อการเติบโตในระยะยาว

เอชพี จะเดินหน้าพัฒนาโดยใช้ประโยชน์จากข้อเสนอแนะที่รวบรวมมาจากพาร์ทเนอร์และลูกค้าในภูมิภาค เพื่อช่วยให้ปรับตัวเข้ากับความต้องการทางธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว เอชพีจะลงทุนไปกับการเพิ่มประสิทธิภาพ HP Amplify อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นโปรแกรมคู่ค้าช่องทางจำหน่ายระดับสากลโปรแกรมแรกของโลก โดยมีเครื่องมือที่จะมาช่วยให้พาร์ทเนอร์มีความคล่องตัว ลดความซับซ้อน เติบโต และทำงานร่วมกัน โปรแกรมโฉมใหม่นี้ออกแบบมาเพื่อส่งมอบบริการดิจิทัลที่ลูกค้าต้องการเพื่อเพิ่มศักยภาพให้กับพนักงาน กระตุ้นโอกาสเติบโตและการประสบความสำเร็จในภูมิทัศน์ที่มีความหลากหลายและไม่เคยหยุดนิ่งในเอเชีย

มุ่งสู่อนาคตที่ยั่งยืนยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ เอชพี ยังตอกย้ำความมุ่งมั่นในการเป็นบริษัทเทคโนโลยีที่ยั่งยืนและสร้างความเท่าเทียมมากที่สุดภายในปี 2573 พร้อมทั้งกำหนดเป้าหมายด้านผลกระทบที่ยั่งยืนเชิงรุกเพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งในเรื่องของการรับมือสภาพภูมิอากาศ (Climate Action) สิทธิมนุษยชน (Human Rights) และความเสมอภาคในยุคดิจิทัล (Digital Equity)

โครงการริเริ่มและไฮไลต์สำคัญ ได้แก่

  • ปกป้องระบบนิเวศทางธรรมชาติของเรา: เอชพี ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ออกมามากกว่า 300 รายการซึ่งใช้พลาสติกที่ถูกทิ้งลงสู่ทะเล ทั้งยังพัฒนาการพิมพ์ที่เป็นมิตรกับป่าไม้ และมุ่งสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2583
  • เพิ่มศักยภาพพาร์ทเนอร์เพื่อร่วมก้าวสู่อนาคตที่ยั่งยืนยิ่งขึ้น: HP Amplify Impact เป็นการประเมินพาร์ทเนอร์ ทรัพยากร และโปรแกรมฝึกอบรมที่เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก โดยพาร์ทเนอร์ 100% ร่วมให้คำมั่นและจัดทำแผนเพื่อการสร้างผลกระทบด้านความยั่งยืน
  • ลดความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัลและเพิ่มช่องทางการเข้าถึงเทคโนโลยี: เอชพี เร่งให้เกิดความเท่าเทียมทางดิจิทัลให้กับผู้คนมากกว่า 21 ล้านคน โดยมีเป้าหมายที่ 150 ล้านคนภายในปี 2573

 

 

 

 


Tags : เอชพี HP แผนงานผลิตภัณฑ์เอชพี Vinay Awasthi


Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

...

วันนี้ (15 มิถุนายน 2569) ณ ธนาคารออมสินสำนักงานใหญ่ นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน แถลงข่าวความร่วมมือครั้งสำคัญระหว่าง ธนาคารออมสิน กับ 10 บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ชั้นนำของประเทศ เปิดตัว "ออมสิน The Selected" มิติใหม่แห่งการลงทุนภายใต้ Thematic Investment ที่คัดสรรกองทุนคุณภาพตามธีมการลงทุนตามกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลกอนาคต เพื่อยกระดับบริการทางการเงินให้คนไทยและเพิ่มโอกาสเข้าถึงการลงทุนที่หลากหลาย สอดรับกับบริบทเศรษฐกิจโลกที่มีความผันผวนสูง โดยมี นายณัทธร โพธิแพทย์ รองผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กลุ่มลงทุนและบริหารการเงิน พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงจาก 10 บลจ. ร่วมงาน   นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ท่ามกลางความท้าทายของเศรษฐกิจโลก ภาวะเงินเฟ้อ และการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว การพึ่งพาการออมเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอต่อการสร้างความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว ขณะที่คนไทยจำนวนมากยังลังเลที่จะเริ่มต้นลงทุนเนื่องจากกังวลเรื่องความเสี่ยงและขาดความรู้ความเข้าใจ ธนาคารออมสินในฐานะธนาคารเพื่อสังคม เพื่อทุกชีวิต จึงมุ่งส่งเสริมการออมตามภารกิจหลัก ควบคู่กับการเปิดโอกาสให้คนไทยลงทุนต่อยอดเงินออม โดยเพิ่มทางเลือกที่นอกเหนือจากผลิตภัณฑ์เงินฝากและสลากออมสินของธนาคาร ผ่าน “ออมสิน The Selected” ด้วยการร่วมมือกับ 10 บลจ. ชั้นนำ คัดสรรกองทุนคุณภาพตาม “Thematic Investment” จัดแบ่งเป็น 3 กลุ่มหลัก ครอบคลุมทุกเป้าหมายและระดับความเสี่ยง ให้บริการผ่านสาขาธนาคารออมสินทั่วประเทศโดยผู้แนะนำการลงทุน และผ่านแอป MyMo (เฉพาะ บลจ. เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน)) ช่วยให้ลูกค้าเริ่มต้นลงทุนได้ง่ายขึ้น เลือกกองทุนที่เหมาะกับตนเอง สะดวกต่อการกระจายความเสี่ยง บริหารพอร์ตอย่างสมดุล และสร้างโอกาสรับผลตอบแทนที่เหมาะสมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนี้   กลุ่มที่ 1 สร้างพอร์ตมั่นคง ความเสี่ยงต่ำ เน้นลงทุนในตราสารหนี้ กับกองทุนที่สร้างรายได้สม่ำเสมอและบริหารความเสี่ยงอย่างสมดุล เป็นก้าวแรกสำหรับผู้ที่ต้องการเปลี่ยนเงินออมมาหาโอกาสรับผลตอบแทนที่มั่นคงและสูงขึ้น โดยมีกองทุนแนะนำจาก บลจ. เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน), บลจ. ยูโอบี (ประเทศไทย) จำกัด, บลจ. กรุงศรี จำกัด และ บลจ. กสิกรไทย จำกัด   กลุ่มที่ 2 สร้างการเติบโต โอกาสสู่ความมั่งคั่ง เน้นลงทุนในตราสารทุน เปิดรับโอกาสจากเศรษฐกิจ นวัตกรรม และตลาดหุ้นชั้นนำทั่วโลก เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการผลตอบแทนที่เติบโตในระยะยาว โดยมีกองทุนแนะนำจาก บลจ. กรุงไทย จำกัด (มหาชน), บลจ. ไทยพาณิชย์ จำกัด และ บลจ. แอสเซท พลัส จำกัด   กลุ่มที่ 3 สร้างสมดุลที่ใช่ เน้นลงทุนในสินทรัพย์ผสมและอสังหาริมทรัพย์ เพื่อเปิดรับโอกาสสร้างผลตอบแทนในระยะยาว เหมาะสำหรับผู้ที่มองหาความมั่งคั่งอย่างต่อเนื่อง โดยมีกองทุนแนะนำจาก บลจ. อีสท์สปริง (ประเทศไทย) จำกัด, บลจ. พรินซิเพิล จำกัด และ บลจ. วรรณ จำกัด  

15 Jun 2026

...

ไทยประกันชีวิต ตอกย้ำการเป็น Life Solutions Provider สร้างสรรค์นวัตกรรมผลิตภัณฑ์ “ไทยประกันชีวิต ไลฟ์เวิร์ส” (LifeVerse) ภายใต้แนวคิด “One Account for a Lifetime” ครั้งแรกของผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตที่สามารถปรับเปลี่ยนความคุ้มครอง การวางแผนการเงิน และสัญญาเพิ่มเติมให้เหมาะกับทุกช่วงชีวิตได้ตลอดเวลา ครบ จบในกรมธรรม์เดียว เสริมความยืดหยุ่นด้านการวางแผนเกษียณสามารถแปลงมูลค่าบัญชีกรมธรรม์เป็นประกันบำนาญหลังอายุ 50 ปี พร้อมบริการสุดพิเศษที่ดูแลชีวิตและสุขภาพลูกค้าครบรอบด้าน ตั้งแต่การป้องกัน การตรวจวินิจฉัย การดูแลรักษา การวางแผนและการฟื้นฟู   นายเคียน ฮิน ลิม ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ไทยประกันชีวิตมุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์ที่เป็นโซลูชันในการดูแลลูกค้าในทุกมิติของชีวิต จึงได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ “ไทยประกันชีวิต ไลฟ์เวิร์ส” ครั้งแรกของธุรกิจประกันชีวิตที่พลิกโฉมผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตแบบเดิม สู่ “ผลิตภัณฑ์เดียวที่สามารถวางแผนชีวิตของตนเองและครอบครัวได้ตลอดชีวิต” หรือ One Account for a Lifetime ที่ช่วยให้ลูกค้าสามารถวางแผนชีวิตไปตลอดเส้นทางชีวิตได้อย่างยืดหยุ่น ครอบคลุมทั้งการวางแผนความคุ้มครอง การวางแผนสุขภาพ การบริหารความมั่งคั่ง การลงทุน การวางแผนเกษียณอายุ ตลอดจนการส่งต่อคุณค่าและมรดกให้แก่ครอบครัวและคนที่คุณรัก ภายใต้กลุ่มผลิตภัณฑ์ “ไทยประกันชีวิต ไลฟ์เวิร์ส” แบบประกันแรกที่เปิดตัวคือ “ไทยประกันชีวิต ไลฟ์เวิร์ส เวลท์ ฟิต 99/99” สมัครได้ตั้งแต่อายุ 15 วัน – 80 ปี และมอบความคุ้มครองยาวนานถึงอายุ 99 ปี  มาพร้อมจุดเด่นของผลิตภัณฑ์ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความยืดหยุ่นในการปรับเปลี่ยนความคุ้มครองให้สอดรับกับทุกช่วงชีวิต หรือปรับเพิ่ม/ลดเบี้ยประกันภัยหรือหยุดพักชำระเบี้ยฯ หรือปรับเปลี่ยนวงเงินการออม รวมถึงสามารถปรับเพิ่มหรือลดสัญญาเพิ่มเติมได้ตลอดเวลาโดยไม่จำเป็นต้องซื้อสัญญาหลักใหม่  อีกทั้ง เบี้ยประกันชีวิตสามารถลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 100,000 บาท นอกจากนี้ ลูกค้ายังสามารถวางแผนการเกษียณ โดยสามารถแปลงมูลค่าบัญชีกรมธรรม์ประกันภัยหลักเพื่อซื้อประกันบำนาญแบบชำระเบี้ยประกันภัยครั้งเดียวได้โดยไม่จำกัดจำนวนครั้ง​​ ทั้งนี้ลูกค้าสามารถใช้สิทธิดังกล่าวได้ภายหลังจากถือกรมธรรม์ไทยประกันชีวิต ไลฟ์เวิร์ส เวลท์ ฟิต 99/99 ครบ 5 ปี นับตั้งแต่วันเริ่มมีผลคุ้มครองเป็นครั้งแรก และมีอายุอยู่ในช่วง 50 – 70 ปี   “ไทยประกันชีวิต ไลฟ์เวิร์ส” เป็นผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบให้สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน ที่ให้ความสำคัญกับการวางแผนชีวิตแบบองค์รวม ทั้งเรื่องสุขภาพ ความมั่นคงทางการเงิน และคุณภาพชีวิตในระยะยาว ซึ่งสอดคล้องตามเจตนารมณ์การดำเนินธุรกิจ (Business Purpose) ของไทยประกันชีวิตที่มุ่งเป็นทุกคำตอบของการประกันชีวิต การประกันสุขภาพ และการวางแผนทางการเงินส่วนบุคคล หรือ Life Solutions Provider ภายใต้แนวคิด “การดูแลด้วยหัวใจ” (Care with Heart) ที่มุ่งส่งมอบคุณค่าให้กับลูกค้าอย่างครบรอบด้าน ทั้งในด้าน Health - Wealth - Life คือ สุขภาพที่ดี  ชีวิตที่ดี และความมั่นคงมั่งคั่งให้กับลูกค้า ประกอบกับพฤติกรรมของผู้บริโภคในปัจจุบันต้องการผลิตภัณฑ์ที่มีความยืดหยุ่น และปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการในทุกช่วงของชีวิต โดยไม่จำเป็นต้องซื้อสินค้าหลายๆ ประเภทรวมกันเพื่อตอบสนองความต้องการให้ครบรอบด้าน หรือต้องซื้อสินค้าใหม่ทุกครั้งเมื่อความต้องการปรับเปลี่ยน ดังนั้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการของผลิตภัณฑ์ไทยประกันชีวิต ไลฟ์เวิร์ส จึงมุ่งรองรับการเปลี่ยนแปลงทุกช่วงชีวิต (Life Stage) ทุกจังหวะชีวิต (Life Event) และทุกรูปแบบการใช้ชีวิต (Lifestyle) นายเคียน ฮิน ลิม กล่าวว่า “ผลิตภัณฑ์ไทยประกันชีวิต ไลฟ์เวิร์ส ยังอำนวยความสะดวกด้วยการบริหารความคุ้มครองแบบบัญชีครอบครัวไลฟ์เวิร์ส (Family Account) ที่ช่วยให้ลูกค้าสามารถวางแผนชีวิตของตนเองและสมาชิกทุกคนในครอบครัวที่ถือกรมธรรม์ไทยประกันชีวิต ไลฟ์เวิร์สได้ อาทิ ชำระเบี้ยประกันภัยหรือติดตามมูลค่ากรมธรรม์ของคนในครอบครัว  ผ่านแอปพลิเคชัน ไทยประกันชีวิต สะท้อนบทบาทของประกันชีวิตยุคใหม่ที่ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือสร้างหลักประกันทางการเงิน แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลคุณภาพชีวิตในระยะยาว” “ไทยประกันชีวิต ไลฟ์เวิร์ส จึงไม่ได้เป็นเพียงผลิตภัณฑ์ประกันชีวิต แต่คือการยกระดับประสบการณ์การวางแผนชีวิตในรูปแบบใหม่ ที่ผสานความมั่นคง ความยืดหยุ่น และการดูแลด้วยหัวใจเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว เพื่อให้ลูกค้าและครอบครัววางแผนชีวิตกับไทยประกันชีวิตอย่างต่อเนื่อง สะท้อนเจตนารมณ์ของไทยประกันชีวิตในการเป็น “ทุกคำตอบของชีวิต” พร้อมเคียงข้างลูกค้าและครอบครัวในทุกก้าวของชีวิตอย่างแท้จริง” ขณะเดียวกันลูกค้าที่ซื้อผลิตภัณฑ์ “ไทยประกันชีวิต ไลฟ์เวิร์ส” จะได้รับสิทธิพิเศษด้านสุขภาพและการวางแผนชีวิตที่ดูแลลูกค้าแบบครบวงจร ครอบคลุมตั้งแต่การป้องกัน การตรวจวินิจฉัย การรักษา การวางแผนและการฟื้นฟู โดยด้านการป้องกันและการตรวจวินิจฉัย บริษัทฯ ได้ร่วมกับพันธมิตรด้านสุขภาพมอบสิทธิพิเศษในการป้องกันและตรวจวินิจฉัยโรคด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัย อาทิ โปรแกรมตรวจคัดกรองมะเร็งเบื้องต้น, โปรแกรมตรวจยีน (DNA) เพื่อค้นหาความเสี่ยงโรคมะเร็ง, โปรแกรมตรวจหาความเสี่ยงโรคอัลไซเมอร์, แบบทดสอบระดับสุขภาพสมองเชิงลึก เป็นต้น   ด้านการรักษาและการฟื้นฟู อาทิ สิทธิพิเศษด้านการตรวจ รักษา และฟื้นฟูโรคมะเร็งแบบองค์รวมด้วยนวัตกรรมขั้นสูง, บริการผู้ช่วยส่วนตัวด้านการแพทย์เพื่อให้คำปรึกษาด้านการแพทย์เบื้องต้นและการประสานงานนัดหมายแพทย์, บริการให้คำปรึกษาเบื้องต้นด้านสุขภาพจิต, บริการรับ–ส่งโรงพยาบาล, บริการจัดหาที่พักใกล้โรงพยาบาล และสิทธิพิเศษเนอร์สซิ่งโฮม พร้อมกันนี้ยังมีบริการด้านการวางแผนชีวิต อาทิ บริการปรึกษาทนายด้านพินัยกรรมและมรดก เพื่อการส่งต่อมรดกให้คนที่คุณรักได้อย่างมั่นใจ ผู้สนใจแบบประกัน “ไทยประกันชีวิต ไลฟ์เวิร์ส เวลท์ ฟิต 99/99” สามารถติดต่อ Life Advisor ไทยประกันชีวิต หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 1124 หรือ https://tliplc.com/lifeverse?r=qr “ไทยประกันชีวิต ไลฟ์เวิร์ส” เป็นชื่อทางการตลาด ส่วนในกรมธรรม์จะระบุชื่อแบบประกัน “ไลฟ์เวิร์ส เวลท์ ฟิต 99/99” เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด ผู้ขอเอาประกันภัยต้องแถลงข้อมูลตามความเป็นจริงในเอกสารใบคำขอเอาประกันภัย เพื่อผลประโยชน์สูงสุดของท่าน ผู้ซื้อควรทำความเข้าใจรายละเอียดของกรมธรรม์ประกันภัยก่อนตัดสินใจทำประกันภัย  

15 Jun 2026

...

บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ กรมการขนส่งทางบก จัดโครงการ “อบรมเสริมความรู้ผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถยนต์” รอบภูมิภาค รุ่นที่ 165 ระหว่างวันที่ 11-12 กรกฎาคม 2569 ณ สำนักงานขนส่งจังหวัดนครนายก เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ที่ต้องการขอรับใบอนุญาตขับรถยนต์ ตลอดจนสร้างจิตสำนึกการขับขี่อย่างปลอดภัย พร้อมรับใบอนุญาตขับรถยนต์ทันที หลังผ่านการอบรมและทดสอบ โดยโครงการอบรมฯ เปิดรับสมัคร ตั้งแต่วันที่ 10 มิถุนายน – 10 กรกฎาคม 2569 สำหรับ หลักสูตรการอบรม ผู้เข้าร่วมจะได้เรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎีและการปฏิบัติ ครอบคลุมเนื้อหาสำคัญของการขับขี่ ทั้งกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ กฎหมายจราจรทางบก มารยาทในการขับขี่ การรับมือสถานการณ์ฉุกเฉิน รวมถึงการช่วยเหลือและปฐมพยาบาลเบื้องต้น โดยวิทยากรผู้เชี่ยวชาญจากกรมการขนส่งทางบก พร้อมเสริมความรู้เกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ของการประกันภัยรถยนต์ จากวิริยะประกันภัย ในวันที่ 11 ก.ค. 2569 ณ โรงแรมจันทรา รีสอร์ท จ.นครนายก โดยภายหลังเสร็จสิ้นการอบรมภาคทฤษฎี ผู้เข้าร่วมจะต้องผ่านการทดสอบข้อเขียนในรูปแบบ E-exam และการทดสอบภาคปฏิบัติ ตามมาตรฐานเดียวกับการสอบในวันและเวลาราชการ ในวันที่ 12 ก.ค. 2569 ณ สำนักงานขนส่งจังหวัดนครนายก ทั้งนี้ ผู้สนใจเข้าร่วมโครงการฯ จะต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ และไม่เคยมีใบอนุญาตขับรถมาก่อน โดยยื่นเอกสารประกอบการสมัคร ได้แก่ บัตรประจำตัวประชาชน และใบรับรองแพทย์ตามแบบแพทยสภารับรอง (อายุไม่เกิน 1 เดือน นับจากวันที่ออกเอกสาร) ได้ที่กรมการขนส่งทางบก และสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ คุณธวัช วงษ์ศรีหัส ผู้จัดการศูนย์ปฏิบัติการทดแทนนครนายก โทรศัพท์หมายเลข 085-105-4675 และคุณกนกพร วิทยาภรณ์ เจ้าหน้าที่การตลาดสาขาสระบุรี โทรศัพท์หมายเลข 086-616-1442

10 Jun 2026

...

กรุงเทพประกันชีวิต ร่วมกับ “มนุษย์ต่างวัย” จัดงาน “มนุษย์ต่างวัย Fest 2026 ลอง GEVITY อยู่กันไปยาว ๆ ให้จอยกว่าเดิม” ชวนทุกคนมาออกแบบชีวิตที่ยืนยาวให้ทั้งสนุก มีคุณภาพ และมีความหมาย พบกับ 4 โซนกิจกรรมของบูธกรุงเทพประกันชีวิต ที่มาในคอนเซปต์ “Happy Longevity” ชีวิตดี 4 ด้าน กายฟิต เงินพร้อม ใจสมดุล ความสัมพันธ์ดี มาร่วมสำรวจ “4 บัญชีชีวิต” ของตัวเองเพื่อออกแบบชีวิตที่มั่นคง สมดุล และมีความสุขอย่างยั่งยืน ร่วมพูดคุย ปรึกษา และออกแบบแผนการเงิน ที่เหมาะกับตัวเอง ตามเป้าหมายที่ต้องการ กับผู้เชี่ยวชาญ และนักวางแผนการเงินมืออาชีพ (CFP) ภายในบูธกรุงเทพประกันชีวิต ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย ตลอดงานทั้ง 3 วัน ลงทะเบียนจองเวลารับคำปรึกษาล่วงหน้าได้ที่ https://bla.bangkoklife.com/ReserveYourCFP     นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมเวิร์กช็อปแบบจัดเต็มที่ออกแบบเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นคนโสด ชาวเดอะแบกที่ดูแลคนทั้งบ้าน หรือคนที่กำลังเตรียมตัวเกษียณ วันศุกร์ที่ 12 มิถุนายน 2569  เวลา 12.30 - 14.30 น. ชวนเช็กบัญชีชีวิต วางแผนเกษียณให้ ‘จอย’ นานเท่าอายุขัย โดย อาจารย์รัก ดร.อัจฉรา โยมสินธุ์ อาจารย์จากสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ และผู้เชี่ยวชาญด้านการเงิน วางแผนใช้เงินให้พอจนถึงปลายชีวิต ส่งต่อทรัพย์สินอย่างมีความหมาย วันเสาร์ที่ 13 มิถุนายน 2569 เวลา 12.30 - 14.30 น. ชวนเช็กบัญชีชีวิต เดอะแบก Guide จัดสมดุลชีวิตและการเงินยังไงให้ใจไม่พัง โดยคุณดุษณี เกลียวปฏินนท์, CFP® ผู้เชี่ยวชาญด้านการวางแผนเกษียณและการบริหารการเงินส่วนบุคคล เริ่มวางแผนอนาคต โดยไม่ต้องรอให้พร้อม 100% จัดการใจทำยังไงให้แบกต่อไหว แบบไม่ใจพัง วันอาทิตย์ที่ 14 มิถุนายน 2569  เวลา 12.30 - 14.30 น. วิชาตัวเบา ออกแบบชีวิตโสด (และไม่มีลูก) ให้มีความสุข โดย คุณนฤมล บุญสนอง, CFP® กรรมการสมาคมนักวางแผนการเงินไทย รู้วิธีใช้เงิน บริหารเงินให้บาลานซ์ระหว่าง “ใช้ชีวิตตอนนี้” กับ “ดูแลตัวเองในอนาคต” เข้าใจการลงทุนและประกันที่จำเป็นสำหรับชีวิตที่ต้องพึ่งตัวเอง ออกแบบชีวิตเกษียณที่ไม่ต้องพึ่งใคร แต่ยังมีความสุขได้ในแบบของตัวเอง อีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญบนเวทีหลัก ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนความรู้ มุมมอง และแนวคิดในการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีในหัวข้อ “สำรวจ 4 บัญชีชีวิต ใส่ใจให้ชีวิตดีมีสมดุล” ในวันเสาร์ที่ 13 มิถุนายน 2569 เวลา 14.40 - 15.20 น. กับ พญ.วรรณวิพุธ สรรพสิทธิ์วงศ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ป้องกันและ Wellness ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพ VitalLife และคุณสกาว สำราญคง นักวางแผนการเงิน CFP® และ FLMI ผู้อำนวยการฝ่ายฝึกอบรมช่องทางการขาย บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) พิเศษ สำหรับผู้ที่สนใจสมัครทำประกันชีวิตทุกแบบประกัน (ยกเว้นแบบประกัน ยูนิต ลิงค์) และชำระเบี้ยประกันภัยปีแรกแบบรายปี 10,000 บาทเป็นต้นไปต่อกรมธรรม์ รับบัตรกำนัลเซ็นทรัลทันทีภายในงาน หรือเบี้ยประกันภัยปีแรกแบบรายปี 30,000 บาทเป็นต้นไปต่อกรมธรรม์ รับของที่ระลึกเพิ่มเติม อาทิ กระเป๋าใส่ใจ Fluffy Bag กระเป๋าเดินทาง Caggioni ขนาด 24 นิ้ว พบกับแนวคิดดีๆ และกิจกรรมต่างๆ พร้อมรับฟรี! ถุงผ้าใส่ใจ และคู่มือทดสอบสมดุลชีวิต ได้ที่ บูธกรุงเทพประกันชีวิต ระหว่างวันที่ 12-14 มิถุนายน 2569 ณ อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น ฮอลล์ 6 (Impact Exhibition Center Hall 6)   

10 Jun 2026

Banner Banner Banner Banner Banner Banner Banner

Banner
  ปี 2569 ประเทศไทย กับคำว่า “เผาจริง”   วันนี้ก้าวเดือนที่ 3 ของปี 2569 แต่ดูเหมือนว่า ประเทศไทยผ่านเทศกาลปีใหม่ วาเลนไทม์ ตรุษจีน และวันเข้าพรรษามาแล้ว ประเทศไทยการเลือกตั้งใหญ่ ที่มีข้อผิดพลาดเกิดจากการกำกับการเลือกตั้งขององค์กรอิสระอย่าง กกต. เป็นการเลือกตั้งที่เลวร้ายครั้งหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์การเมืองไทย ด้านเศรษฐกิจ ยังคงโงหัวไม่ขึ้น นอกนั้นประเทศไทยยังคงมีปัญหาชายแดนกับประเทศเขมรยังคงคาราคาซัง รอรบรอบ 3 อยู่เหมือนเดิม ตอนนี้กำลังเกิดสงครามที่คาบสมุทรอาหรับระหว่าง อิหร่านกับอิสราเอล ที่ได้รับการสนับสนุนการทำสงครามจากสหรัฐอเมริกา จนอาจจะกลายเป็นสงครามระหว่างโลกอาหรับกับสหรัฐอเมริกา และอาจจะลามไปถึงสงครามโลกครั้งที่ 3 ก็ได้ แน่นอนว่า สงครามอ่าวอาหรับ ซึ่งเป็นประเทศผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ของโลก ชัดเจนว่าเมื่อมีสงคราม ราคาน้ำมันต้องแพงขึ้น และพลังงานปัจจัยที่ 5 จะกลายเป็นอาวุธของอิหร่านและกลุ่มอาหรับ ซึ่งย่อมส่งผลด้านต้นทุนการผลิต ภาคการขนส่ง สินค้าราคาแพงขึ้น เศรษฐกิจโลกจะปั่นป่วน ซึ่งแน่นอนว่าประเทศไทยที่มีภาวะอ่อนแอทางเศรษฐกิจอยู่แล้ว ย่อมได้รับผลจากภาวะสงครามอาหรับ สงครามกับเขมร รวมทั้งรัฐบาลใหม่ที่จะเข้ามาบริหารประเทศ ต้องแสดงผลงาน เพราะปี 2569 จะเป็นปีเผาจริงทางเศรษฐกิจของประเทศไทย    หากว่าการเมืองไทยนิ่ง รัฐบาลได้บริหารประเทศ จะเป็นการท้าทายความสามารถของดรีมทีมเศรษฐกิจของพรรคภูมิใจไทย เวลาที่ผ่านมาก่อนการเลือกตั้ง วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เวลาบริหารประเทศแค่ 2 เดือนยังวัดอะไรไม่ได้สำหรับนายอนุทิน ชาญวีรกุล และดรีมทีม เพราะเศรษฐกิจไทยปี 2569 ธุรกิจที่แข็งแรงอย่างธุรกิจการเงินและประกันภัยยังออกอาการให้เห็น แล้วธุรกิจที่อ่อนแออยู่แล้วจะเหลืออะไร นี่คือการบ้านข้อใหญ่ของรัฐบาลภูมิใจไทยและดรีมทีมประเทศไทย เพราะถึงเวลาที่จะได้พิสูจน์ผลงานบริหารประเทศ./   พูดแบบนายเอกวรพงศ์ (นายแทน)            
อ่านต่อ...
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner