Responsive image

Thursday, 16 Jul 2026

Banner

หน้าแรก > TECHNOLOGY - AUTO - PROPERTY


เอชพี ประกาศกลยุทธ์ใหม่เพื่อมุ่งสู่การเติบโต สำหรับเอเชียในงาน Future Ready Better Together 2023

Mon 07/08/2566


เอชพี ประกาศกลยุทธ์และกรอบการทำงานในงาน HP Future ReadyBetter Together 2023 ซึ่งจัดขึ้น ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ต้อนรับลูกค้าและพาร์ทเนอร์ทั่วเอเชียเพื่อพบปะกันครั้งแรกในรอบสามปี ภายในงาน เอชพี ได้แบ่งปันข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับกลยุทธ์ Future Ready เป็นครั้งแรก มุ่งขับเคลื่อนการเติบโตทางธุรกิจอย่างยั่งยืนในระยะยาวร่วมกับพาร์ทเนอร์และมุ่งส่งมอบมูลค่าสินค้าให้กับลูกค้าตลอดอายุการใช้งาน

กลยุทธ์ Future Ready ของ เอชพี พัฒนาขึ้นโดยคำนึงถึงลูกค้าเป็นสำคัญ ประกอบด้วยโครงการริเริ่มมากมายบนฐานรากของสามเสาหลัก ได้แก่ พอร์ตโฟลิโอธุรกิจ (Portfolio) การปฏิบัติการ (Operations) ลูกค้าและพาร์ทเนอร์ (Customers and Partners) เป้าหมายหลักคือการสร้างความสัมพันธ์ตลอดชีวิตกับลูกค้าผ่านการเสริมความแข็งแกร่งของสินค้าและบริการภายใต้การบริหารงานของเอชพี เพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายยิ่งขึ้น และช่วยให้พาร์ทเนอร์เปิดประตูสู่โอกาสใหม่ ๆ ในกลุ่มสินค้าที่มีอัตราเติบโตสูง ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์เกมมิ่ง การทำงานแบบไฮบริด การให้บริการบุคลากร ความปลอดภัย และความยั่งยืน

 

“ลูกค้าเป็นหัวใจหลักในการทำงานของเอชพีเราเสมอ กลยุทธ์ Future Ready คือความทุ่มเทในการสร้างสิ่งที่เหนือความคาดหมายให้กับผู้ใช้ปลายทาง โดยเฉพาะประสบการณ์ที่นำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงให้กับชีวิตประจำวันของพวกเราโดยตรง” Vinay Awasthi กรรมการผู้จัดการประจำ Greater Asia กล่าว “เรารังสรรค์สิ่งใหม่อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ทุกคนได้ใช้ชีวิตอย่างง่ายดายมากขึ้น สะดวกสบายยิ่งขึ้น และเข้าถึงตัวช่วยที่หลากหลาย เอชพี ให้บริการโซลูชันต่าง ๆ ที่ช่วยให้คุณรับมือกับสภาพแวดล้อมแบบไฮบริดที่มีความซับซ้อนมากขึ้นเรื่อย ๆ การทำงานในภูมิภาคเอเชียของเรานี้นับเป็นข้อพิสูจน์ที่ชัดเจนถึงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องในการเพิ่มมูลค่าสินค้าที่มีความสม่ำเสมอและเชื่อถือได้ให้กับลูกค้าของเรา”

“เรารู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่งที่ได้มาพูดคุยกับพาร์ทเนอร์และลูกค้าของเราที่งาน 'Future Ready Better Together' ในประเทศญี่ปุ่นครั้งนี้ ยิ่งไปกว่านั้น ปีนี้ยังเป็นการครบรอบ 60 ปี ในการดำเนินงานของ เอชพี นับตั้งแต่ที่ได้เปิดตัวในตลาดเอเชียเป็นครั้งแรกเมื่อปี 2560 เรียกได้ว่าเป็นเวลาที่ดียิ่งที่เราจะมาร่วมแชร์กลยุทธ์เพื่อมุ่งสู่การเติบโตใหม่สำหรับภูมิภาคนี้จากจุดเริ่มต้นของเรา”  Vinay กล่าวเสริม

ภายในงานมีผู้เข้าร่วมหลากหลายจากทั่วเอเชีย ได้แก่

  • Vinay Awasthi กรรมการผู้จัดการประจำ Greater Asia
  • Dave McQuarrie ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการพาณิชย์
  • Alex Cho ประธาน Personal Systems Business
  • Dave Shull ประธานฝ่าย Workforce Solutions
  • Kobi Elbaz รองประธานอาวุโสและผู้จัดการทั่วไป Global Channel
  • George Brasher รองประธานอาวุโสและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ HP Print
  • Stacy Wolff รองประธานอาวุโส Personal Systems Design and Sustainability
  • Lynn Loh หัวหน้าฝ่ายการรายงานด้านสิ่งแวดล้อม ความรับผิดชอบต่อสังคม และการกำกับดูแลกิจการที่ดีทั่วโลก
  • Josephine Tan ผู้จัดการทั่วไป หน่วยธุรกิจผู้บริโภค Personal Systems
  • Sue Richards รองประธานอาวุโสและผู้จัดการทั่วไป Home Print Business
  • Andrew Bolwell Chief Disruptor หัวหน้า Tech Ventures ทั่วโลก

การช่วยเหลือลูกค้าใน Ace Hybrid Realities ด้วยสินค้าและบริการที่พร้อมสำหรับอนาคต

โลกแห่งการทำงานของเราจะเป็นแบบยืดหยุ่นตลอดไป เนื่องจากรายงานฉบับล่าสุดของ PwC[1] ชี้ว่า 90% ของพนักงานในเอเชียแปซิฟิก (APAC) เลือกที่จะทำงานแบบไม่ต้องเข้าออฟฟิศหรือการทำงานแบบไฮบริด (Hybrid) ผู้นำในภูมิภาคจึงเดินหน้าสอดรับการเปลี่ยนแปลงในแง่ของการจัดสรรงานและให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีอุบัติใหม่ ความปลอดภัยในโลกไซเบอร์ และโครงการนวัตกรรมดิจิทัลเมื่อต้องลงทุนในเทคโนโลยี เพื่อผลักดันให้เกิดการทำงานร่วมกันที่ราบรื่นและผลิตภัณฑ์ที่ใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง[2]

เอชพีกำลังกำหนดนิยามใหม่ให้กับนวัตกรรมผ่านผลิตภัณฑ์ภายใต้กลยุทธ์ Future Ready ด้วยการนำเสนอประสบการณ์ระดับพรีเมียมแบบครบวงจรที่จะมาช่วยให้ลูกค้าสามารถใช้ชีวิตในสภาพแวดล้อมการทำงานแบบไฮบริดที่มีความซับซ้อนได้อย่างตรงใจ ให้พวกเขาได้ทำงาน เล่น และเชื่อมต่อกันอย่างไร้รอยต่อ เอชพี จะยังคงลงทุนเชิงกลยุทธ์ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีการเติบโตสูงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งรวมไปถึงอุปกรณ์เกมมิ่ง อุปกรณ์ต่อพ่วง ระบบสมาชิกของผู้บริโภค การให้บริการบุคลากร ความปลอดภัย และโซลูชันการพิมพ์ เพื่อขยายความหลากหลายของกลุ่มสินค้าและบริการให้ตรงตามความต้องการของลูกค้า B2B และ B2C ที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอทั่วภูมิภาค

การร่วมมือเพื่อการเติบโตในระยะยาว

เอชพี จะเดินหน้าพัฒนาโดยใช้ประโยชน์จากข้อเสนอแนะที่รวบรวมมาจากพาร์ทเนอร์และลูกค้าในภูมิภาค เพื่อช่วยให้ปรับตัวเข้ากับความต้องการทางธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว เอชพีจะลงทุนไปกับการเพิ่มประสิทธิภาพ HP Amplify อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นโปรแกรมคู่ค้าช่องทางจำหน่ายระดับสากลโปรแกรมแรกของโลก โดยมีเครื่องมือที่จะมาช่วยให้พาร์ทเนอร์มีความคล่องตัว ลดความซับซ้อน เติบโต และทำงานร่วมกัน โปรแกรมโฉมใหม่นี้ออกแบบมาเพื่อส่งมอบบริการดิจิทัลที่ลูกค้าต้องการเพื่อเพิ่มศักยภาพให้กับพนักงาน กระตุ้นโอกาสเติบโตและการประสบความสำเร็จในภูมิทัศน์ที่มีความหลากหลายและไม่เคยหยุดนิ่งในเอเชีย

มุ่งสู่อนาคตที่ยั่งยืนยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ เอชพี ยังตอกย้ำความมุ่งมั่นในการเป็นบริษัทเทคโนโลยีที่ยั่งยืนและสร้างความเท่าเทียมมากที่สุดภายในปี 2573 พร้อมทั้งกำหนดเป้าหมายด้านผลกระทบที่ยั่งยืนเชิงรุกเพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งในเรื่องของการรับมือสภาพภูมิอากาศ (Climate Action) สิทธิมนุษยชน (Human Rights) และความเสมอภาคในยุคดิจิทัล (Digital Equity)

โครงการริเริ่มและไฮไลต์สำคัญ ได้แก่

  • ปกป้องระบบนิเวศทางธรรมชาติของเรา: เอชพี ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ออกมามากกว่า 300 รายการซึ่งใช้พลาสติกที่ถูกทิ้งลงสู่ทะเล ทั้งยังพัฒนาการพิมพ์ที่เป็นมิตรกับป่าไม้ และมุ่งสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2583
  • เพิ่มศักยภาพพาร์ทเนอร์เพื่อร่วมก้าวสู่อนาคตที่ยั่งยืนยิ่งขึ้น: HP Amplify Impact เป็นการประเมินพาร์ทเนอร์ ทรัพยากร และโปรแกรมฝึกอบรมที่เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก โดยพาร์ทเนอร์ 100% ร่วมให้คำมั่นและจัดทำแผนเพื่อการสร้างผลกระทบด้านความยั่งยืน
  • ลดความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัลและเพิ่มช่องทางการเข้าถึงเทคโนโลยี: เอชพี เร่งให้เกิดความเท่าเทียมทางดิจิทัลให้กับผู้คนมากกว่า 21 ล้านคน โดยมีเป้าหมายที่ 150 ล้านคนภายในปี 2573

 

 

 

 


Tags : เอชพี HP แผนงานผลิตภัณฑ์เอชพี Vinay Awasthi


Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

...

นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank นำคณะผู้บริหารธนาคาร บันทึกเทปถวายพระพรชัยมงคล พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2569 เพื่อแสดงความจงรักภักดีและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ณ สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (NBT) เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2569  

16 Jul 2026

...

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า แคมเปญ “ฉลอง 113 ปี เพิ่มเงินรางวัล เพิ่มจำนวนรางวัล กับสลากออมสินพิเศษ 1 ปี และ 2 ปี (แบบใบสลากและสลากดิจิทัล) เงินรางวัลรวม 113 ล้านบาท” ได้เข้าสู่การออกรางวัลพิเศษรอบสุดท้าย ซึ่งเป็นรางวัลใหญ่ที่สุดของแคมเปญ รวม 70 ล้านบาท แบ่งเป็นรางวัลละ 10 ล้านบาท จำนวน 7 รางวัล จับรางวัลวันที่ 16 กรกฎาคม 2569 จึงขอเชิญชวนลูกค้าและประชาชนที่ต้องการเพิ่มโอกาสลุ้นรางวัลใหญ่ รีบซื้อสลากออมสินพิเศษ 1 ปี และ 2 ปี ทั้งแบบใบสลากและสลากดิจิทัล ภายในวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 ผ่านแอป MyMo หรือที่ธนาคารออมสินทุกสาขาทั่วประเทศ แคมเปญสลากออมสิน ฉลอง 113 ปี จัดขึ้นเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนา ธนาคารออมสิน เพื่อส่งมอบความสุขและสร้างขวัญกำลังใจแก่ประชาชน ท่ามกลางบรรยากาศเศรษฐกิจที่ยังมีความผันผวน พร้อมส่งเสริมวินัยการออมเพื่อความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว โดยเปิดโอกาสให้ทั้งลูกค้าใหม่และผู้ถือสลากเดิมมีสิทธิ์ร่วมลุ้นรางวัลพิเศษ ยิ่งซื้อสะสมมาก ยิ่งเพิ่มโอกาสถูกรางวัล โดยที่ผ่านมาธนาคารได้มอบรางวัลพิเศษในแคมเปญไปแล้ว 2 ครั้ง รวม 56 รางวัล มูลค่า 43 ล้านบาท กระจายความสุขโอนเงินรางวัลเข้าบัญชีเงินฝากของผู้โชคดีในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ สำหรับการจับรางวัลครั้งที่ 3 ซึ่งเป็นครั้งสุดท้าย จะมอบรางวัลใหญ่ที่สุดรวม 70 ล้านบาท ส่งผลให้ตลอดแคมเปญมีเงินรางวัลพิเศษรวมทั้งสิ้น 113 ล้านบาท ทั้งนี้ ผู้ถือสลากยังมีสิทธิ์ลุ้นรางวัลประจำงวดปกติตามเงื่อนไขของสลากแต่ละประเภทอีกด้วย สลากออมสินนับเป็นทางเลือกการออมที่ช่วยเพิ่มความมั่นคงทางการเงิน ผู้ออมได้รับผลตอบแทนเป็นอัตราดอกเบี้ยเงินฝากตามที่ธนาคารกำหนด โดยเงินต้นและดอกเบี้ยได้รับการค้ำประกันจากรัฐบาลทั้งจำนวน และสิทธิประโยชน์สำหรับบุคคลธรรมดาได้รับยกเว้นภาษี พร้อมโอกาสลุ้นรางวัลประจำงวดและรางวัลพิเศษที่ธนาคารจัดขึ้นในโอกาสต่าง ๆ ผู้ที่สนใจศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.gsb.or.th หรือติดต่อสอบถามที่ GSB Contact Center โทร. 1115

15 Jul 2026

...

ธ.ก.ส. เดินหน้าสนับสนุนการบริหารศาสนสถานทุกศาสนา ควบคู่กับการส่งเสริมการออมเงิน เปิดตัว 3 ผลิตภัณฑ์เงินฝากพิเศษสำหรับวัดและบุคคลที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ เงินฝากบุญสัมพันธ์ (ผูกบุญ) เงินฝากบุญสัมพันธ์ และเงินฝากบุญสัมพันธ์ Plus (9 เดือน) มอบอัตราดอกเบี้ยพิเศษสูงสุดถึง 1% ต่อปี พร้อมเงื่อนไขที่ตอบโจทย์การใช้งานของผู้มีจิตศรัทธาในยุคดิจิทัล เปิดรับฝากแล้วตั้งแต่วันนี้จนถึง 31 กรกฎาคม 2569 หรือธนาคารแจ้งปิดการรับฝาก นายไพศาล หงษ์ทอง รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ธ.ก.ส. เปิดตัว 3 ผลิตภัณฑ์เงินฝากพิเศษ สำหรับวัด ศาสนสถานทุกศาสนา ศาสนิกชน และบุคคลที่เกี่ยวข้อง เพื่อส่งเสริมการบริหารจัดการศาสนสมบัติภายในวัดอย่างมีประสิทธิภาพ และส่งเสริมการออมเงินให้กับบุคลากรทางพระพุทธศาสนา ได้แก่ 1) เงินฝากบุญสัมพันธ์ (ผูกบุญ) สำหรับสถาบันที่ไม่มีวัตถุประสงค์เพื่อหากำไร ได้แก่ วัดและศาสนสถานทุกศาสนา โดยต้องสมัครใช้บริการ QR ธรรม D (e-Donation) เพื่อความสะดวกในการรับบริจาคเงินเข้าวัดโดยตรง เปิดบัญชีขั้นต่ำเพียง 50 บาท สามารถฝากและถอนเงินได้ไม่จำกัด ทั้งจำนวนเงินและจำนวนครั้ง เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้วัดสามารถบริหารจัดการกระแสเงินสดหมุนเวียนประจำวันได้อย่างคล่องตัวและมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยธนาคารจะจ่ายดอกเบี้ยในอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 0.50 ต่อปี ทบเป็นต้นเงินฝาก ปีละ 2 ครั้ง ในเดือนมีนาคมและกันยายนของทุกปี 2) เงินฝากบุญสัมพันธ์ สำหรับวัดและศาสนสถานทุกศาสนาที่มีบัญชีเงินฝากบุญสัมพันธ์ (ผูกบุญ) และสมัครใช้บริการ QR ธรรม D (e-Donation) เพื่อสร้างผลตอบแทนที่คุ้มค่าในระยะยาวสำหรับการออมเงินของวัด โดยเปิดบัญชีและฝากขั้นต่ำเริ่มต้นที่ 10,000 บาทขึ้นไป รับผลตอบแทนเป็นอัตราดอกเบี้ยพิเศษแบบขั้นบันไดตามยอดเงินฝากคงเหลือสิ้นวัน สูงสุด 1% ต่อปี (ยอดเงินฝากต่ำกว่า 1 แสนบาท รับดอกเบี้ย 0.25% ต่อปี, ตั้งแต่ 1 แสนถึง 1 ล้านบาท รับดอกเบี้ย 0.50% ต่อปี และยอดเงินฝากเกิน 1 ล้านบาทขึ้นไป รับดอกเบี้ย 1% ต่อปี) ระยะเวลาโครงการ 3 ปี ทั้งนี้ เงินฝากบุญสัมพันธ์ วัดจะได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้ และธนาคารจะจ่ายดอกเบี้ยเป็นรายเดือนเข้าบัญชีเงินฝากบุญสัมพันธ์ (ผูกบุญ) ทุกสิ้นเดือน   3) เงินฝากบุญสัมพันธ์ Plus (9 เดือน) เงินฝากระยะสั้นที่ให้ผลตอบแทนทันที สำหรับประเภทบุคคลธรรมดา สำหรับเจ้าอาวาส, ไวยาวัจกร และกรรมการวัด (ที่มีหนังสือรับรองจากเจ้าอาวาส) ของวัดที่เปิดบัญชีเงินฝากบุญสัมพันธ์กับ ธ.ก.ส. แล้ว เมื่อเปิดบัญชีและฝากเงินขั้นต่ำ เริ่มต้น 10,000 บาท รับดอกเบี้ยทันที ณ วันที่ฝากเงินในอัตราดอกเบี้ยสูงถึง 1% ต่อปี โดยธนาคารจะจ่ายดอกเบี้ยเงินฝากล่วงหน้าให้ทันที โอนเข้าบัญชีคู่โอน ระยะเวลาการฝากเงิน 9 เดือน (นับแบบวันชนวัน) ผลิตภัณฑ์เงินฝากทั้ง 3 โครงการ เปิดรับฝากแล้วตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 หรือจนกว่าธนาคารแจ้งปิดการรับฝาก โดยสามารถติดต่อเปิดบัญชีได้ที่ ธ.ก.ส. ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Call Center 02 555 0555 www.baac.or.th แอปพลิเคชัน BAAC Mobile และ Line Official Account BAAC Family    

09 Jul 2026

...

“ศรพล ตุลยะเสถียร” เลขาธิการ กบข. คนที่ 8 เข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ พร้อมนำ กบข. ยกระดับลงทุนมืออาชีพตามมาตรฐานสากล ดูแลสมาชิกอย่างเข้าใจ และขับเคลื่อนการลงทุนยั่งยืนตามแนวทาง ESG เพื่อสร้างความมั่นคงทางการเงินให้สมาชิก เสริมแกร่งเศรษฐกิจไทยสู่อนาคต   นายศรพล ตุลยะเสถียร เข้ารับตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ หรือ กบข. อย่างเป็นทางการ มีวาระการดำรงตำแหน่ง 4 ปี นับตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป โดยมีผู้บริหารและพนักงาน กบข. ให้การต้อนรับในวันแรกของการปฏิบัติหน้าที่ การเข้ารับตำแหน่งของนายศรพลนับเป็นอีกก้าวสำคัญของ กบข. ในการขับเคลื่อนภารกิจดูแลเงินออมเพื่อการเกษียณของสมาชิกกว่า 1.2 ล้านราย ให้มีความมั่นคงในระยะยาว ท่ามกลางบริบทเศรษฐกิจและการลงทุนที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยนายศรพลมีความเชี่ยวชาญครอบคลุมทั้งด้านตลาดเงิน ตลาดทุน นโยบายเศรษฐกิจ และการบริหารองค์กรการเงิน ซึ่งจะมีส่วนสำคัญในการยกระดับศักยภาพของ กบข. สู่การลงทุนอย่างมืออาชีพตามมาตรฐานสากล ควบคู่กับการผลักดันบทบาทของ กบข. ในฐานะนักลงทุนสถาบันที่ให้ความสำคัญกับ ESG เพื่อสร้างผลตอบแทนระยะยาวให้สมาชิก และมีส่วนร่วมต่อการเติบโตของเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน ขณะเดียวกันจะเดินหน้าต่อยอดบทบาทการดูแลสมาชิกสู่การเป็นพันธมิตรที่เข้าใจสมาชิกในแต่ละช่วงชีวิต โดยใช้ข้อมูลและนวัตกรรมเพื่อพัฒนาการสื่อสารและบริการให้ตรงความต้องการมากขึ้น เพื่อสนับสนุนให้สมาชิกวางแผนการเงินได้อย่างเหมาะสม และมีเงินเพียงพอสำหรับชีวิตหลังเกษียณ ทั้งนี้ นายศรพล มีประสบการณ์ครอบคลุมทั้งในแวดวงตลาดเงินตลาดทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ เคยดำรงตำแหน่งสำคัญ อาทิ รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานกลยุทธ์องค์กรและการเงิน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย, ผู้อำนวยการสำนักนโยบายเศรษฐกิจมหภาค สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง, รองโฆษกกระทรวงการคลัง รวมถึงเคยร่วมงานที่ฝ่ายบริหารการเงิน ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ด้านการศึกษา นายศรพล สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอก ด้านนโยบายสาธารณะและเศรษฐศาสตร์ จาก University of Michigan, Ann Arbor ระดับปริญญาโท สาขาเศรษฐศาสตร์ จาก University of Michigan, Ann Arbor และสาขาวิศวกรรมศาสตร์ จาก Stanford University ระดับปริญญาตรี สาขาเศรษฐศาสตร์ การเงินและคณิตศาสตร์ประกันภัย จาก The Wharton School และสาขาวิศวกรรมศาสตร์ จาก University of Pennsylvania รวมถึงนิติศาสตรบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช  

05 Jul 2026

Banner Banner Banner Banner Banner Banner Banner

Banner
  เปิดแผนงานสื่อ CEO THAILAND ปี 2569-2570 รุกคืบงานวิทยุ - ทีวี - อีเวนต์สื่อ                  สวัสดีครับท่านสมาชิกและผู้ติดตามสื่อออนไลน์ และสื่อในเครือ CEO THAILAND ตลอดมา 21 ปี ช่วงนี้ว่างเว้นจากสนามการเมืองระยะหนึ่ง ผมพอมีเวลากลับมาสานต่องานสื่อสักระยะหนึ่งคือในช่วงปี 2569-2570 จะกลับมาช่วยงานสื่อในฐานะที่ปรึกษา โดยจะยังเน้นในเรื่องสื่อออนไลน์ สื่อทีวี และสื่อวิทยุ และงานอีเวนต์ต่อเนื่องจากสื่อ ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2569 เป็นต้นไป ผมมีแผนงานของบริษัท เอก-วรา พับลิค รีเรชันส์ จำกัด ในสื่อดังต่อไปนี้คือ                          1. สื่อออนไลน์ CEO THAILAND              2. จัดทำรายการวิทยุ “คลื่นประกันภัย-การเงิน” ทางสถานีวิทยุ 96.25 MHZ (สถานีวิทยุการท่องเที่ยววัฒนธรรม) โครงการจัดทำรายการวิทยุเชิงข่าวสารในแวดวงประกันภัยและการเงิน นำเสนอข่าวสารเกี่ยวกับการประกันภัย-ประกันชีวิต  การเงิน และธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ทั้งสินเชื่อ ไฟแนนซ์ อสังหาริมทรัพย์ SMEs ออกอากาศทุกวันศุกร์ของทุกสัปดาห์ เวลา 17.00-18.00 น. ในเดือนสิงหาคม 2569               3. เดือนสิงหาคม 2569 สื่อได้จัดทำรายการทีวี “เรื่องเด่น...ประเด็นดัง” ออนแอร์ออกอากาศทางNBT2 ซึ่งเป็นรายการสดทีวี ที่นำเสนอนโยบายรัฐบาล และวิสัยทัศน์ ของผู้บริหารองค์กรภาครัฐ และภาคเอกชนในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสังคม บริการสาธารณะและบริการพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับสังคม และพี่น้องประชาชน ออกอากาศ ทุกวันจันทร์ที่ 1 และ 3 ของเดือน เวลา 10.00-10.30 น.               4. จัดงานมอบรางวัล “สุดยอดผู้บริหาร-องค์กรแห่งปี 2569” เดือนธันวาคม 2569 ที่จังหวัดกาญจนบุรี โครงการรับรางวัล  “สุดยอดผู้บริหาร-องค์กรแห่งปี 2569” เพื่อประกาศเกียรติคุณให้ผู้บริหารและองค์กรที่สร้างผลงานโดดเด่น ทั้งยังเป็นการกระตุ้นภาคธุรกิจเครือข่าย และSMEs ความตื่นตัวของชุมชนในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี รวมทั้งยังเป็นการสานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสื่อมวลชน-ภาคธุรกิจ -ผู้ประกอบการในพื้นที่ และพี่น้องประชาชน สื่อ CEO THAILAND จึงได้ร่วมกันจัดงานมอบรางวัลดังกล่าวขึ้น               5. โครงการจัดงานสัมมนา  “ทิศทางธุรกิจประกันภัย-การเงินแห่งปี 2569” ในเดือนธันวาคม 2569เพื่อเป็นการกระตุ้นภาคธุรกิจประกันภัยและการเงินในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรีและจังหวัดใกล้เคียง เพื่อความตื่นตัวของชุมชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร รวมทั้งจังหวัดกาญจนบุรี อีกทั้งยังเป็นการสานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสื่อมวลชน-ภาคธุรกิจ-ผู้ประกอบการในพื้นที่ และพี่น้องประชาชน สื่อ CEO THAILAND จึงได้ร่วมกันจัดงานสัมมนาดังกล่าวขึ้น               6. จัดงาน CSR ณ โรงเรียนบ้านท่าทุ่ม จ.กาญจนบุรี ในวันที่ 31 มกราคม 2570 โครงการจัดงานกิจกรรมเพื่อสังคม “CEO THAILAND CSR  OF THE YEAR 2027” เพื่อคืนกำไรสู่สังคมและสร้างความรู้ความเข้าใจให้คนในสังคม เป็นการกระตุ้นภาคธุรกิจประกันภัยและการเงิน และความตื่นตัวของชุมชนในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี อีกทั้งยังเป็นการสานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสื่อมวลชน-ภาคธุรกิจ -ผู้ประกอบการในพื้นที่ และพี่น้องประชาชนในพื้นที่ สื่อ CEO THAILAND จึงได้ร่วมกันจัดงานกิจกรรมดังกล่าวขึ้น T                                                                                                        (นายเอกวรพงศ์ อำนวยทรัพย์)
อ่านต่อ...
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner