Responsive image

Tuesday, 27 Oct 2026

หน้าแรก > SOCIETY / ภาพข่าว - สังคม - CSR


ทิพยสืบสาน รักษา ต่อยอด นวัตกรรมศาสตร์พระราชา ครั้งแรก ย้อนประวัติศาสตร์สุโขทัย ปลุกความภาคภูมิใจคนไทยรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และวัฒนธรรม

Thu 24/08/2566


ทิพยสืบสาน รักษา ต่อยอด นวัตกรรมศาสตร์พระราชา ครั้งที่ 32 พาครูอาจารย์และผู้บริหารที่สนใจลงพื้นที่ชุมชนเมืองเก่าสุโขทัย ย้อนประวัติศาสตร์สมัยพ่อขุนรามคำแหงที่มีความเจริญรุ่งเรือง ทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคม นอกจากนี้อาณาจักรสุโขทัยยังเฟื่องฟูด้านศาสนา วัฒนธรรม และการปกครอง รวมทั้งการเกษตรที่มีการบริหารจัดการแหล่งน้ำอย่างชาญฉลาดด้วยภูมิปัญญาในการควบคุมสภาวะธรรมชาติให้เหมาะสมต่อการตั้งถิ่นฐานการดำรงชีวิตมาตั้งแต่ครั้งโบราณ ซึ่งเป็นการเก็บกักน้ำเช่นเดียวกันกับการบริหารจัดการน้ำตามแนวพระราชดำริของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร    นับว่าเป็นแหล่งศึกษาข้อมูลที่สามารถนำมาพัฒนาบ้านเมืองมาได้อย่างต่อเนื่อง 

กิจกรรมครั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก นายณัฏฐพงศ์ สุขวิสิฏฐ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัยเป็นประธานในพิธีเปิด ณ วัดตระพังทอง ถวายเทียนพรรษาจากโครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา แด่วัดพิพัฒน์มงคล วัดสำคัญวัดหนึ่งของจังหวัดสุโขทัย  พร้อมปล่อยปลาบึกจำนวน 299 ตัว ไถ่ชีวิตเป็นมหาทานครั้งที่ 309 ณ เกาะกลางรูปหัวใจ บริเวณทุ่งทะเลหลวง มอบเสื้อกีฬา และหนังสือชุดประวัติศาสตร์จากโครงการแสงสว่างแห่งปัญญา และจากโครงการอมรินทร์อาสาอ่านพลิกชีวิต อมรินทร์กรุ๊ป ให้กับโรงเรียนอนุบาลการกุศลวัดตระพังทอง และโรงเรียนในจังหวัดใกล้เคียง รวมทั้งได้มอบเป็ดไข่จำนวน 700 ตัว ให้กับโรงเรียนในสังกัดกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่31 (ค่ายเจ้าพระยาจักรี) จังหวัดพิษณุโลก และเข้าชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติรามคำแหง สถานที่รวบรวมและจัดแสดงโบราณวัตถุที่ได้จากการขุดค้นทางโบราณคดีภายในจังหวัดสุโขทัยและจังหวัดใกล้เคียง  การลงมือทำขนมโบราณของสุโขทัย ขนมกระแดกงา และการลงสีนกคุ้ม เป็นประสบการณ์การเรียนรู้ประเพณีวัฒนธรรมพื้นบ้านของจังหวัดสุโขทัย

นางวิชชุดา ไตรธรรม ที่ปรึกษากรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน)  กล่าวว่า “ทิพยประกันภัย มีแนวคิดการพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืนโดยมุ่งเน้นในเรื่อง ESG ที่คำนึงถึงความรับผิดชอบ 3 ด้านหลักคือสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล ดังนั้น การลงพื้นที่เพื่อศึกษาประวัติศาสตร์ย้อนรอยความเจริญรุ่งเรืองของประเทศไทย สามารถที่จะนำความรู้และประสบการณ์จากการศึกษาประวัติศาสตร์มาปรับใช้ อีกทั้งการทำกิจกรรมปล่อยปลาเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อม และเป็นความเชื่อของชาวพุทธในเรื่องของการทำบุญไถ่ชีวิตเพื่อถวายเป็นพุทธบูชา การทำบุญถวายเทียนพรรษา ก็เป็นการดำรงรักษาประเพณีที่ดีงามของศาสนาพุทธ นับว่าโครงการนี้ สามารถบูรณาการสร้างจิตสำนึกของความเป็นไทยให้ดำรงไว้ซึ่งความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตรย์ ให้เกิดขึ้นได้อย่างครบถ้วน ซึ่งนับว่าสอดคล้องกับแนวนโยบายการพัฒนาองค์กรของบริษัท”

ดร.ดนัย จันทร์เจ้าฉาย ประธานมูลนิธิธรรมดี กล่าวว่า “การศึกษาประวัติศาสตร์ ช่วยให้เราเข้าใจความคิดความรู้สึกของคนในสังคมต่าง ๆ และในเวลาต่าง ๆ กัน ทำให้เราเข้าใจเรื่องราวในปัจจุบันชัดเจนขึ้น การเรียนรู้ว่าชาติของเรานั้นมีที่มาและมีพัฒนาการมาอย่างไร มีวัฒนธรรมดั้งเดิมเป็นอย่างไร และเกิดการเปลี่ยนแปลงไปเพราะอะไร บทเรียนจากประวัติศาสตร์จะทำให้เรารู้จักตัวเองและเข้าใจสังคมปัจจุบันได้ดียิ่งขึ้น และสามารถพัฒนาเพื่อความเจริญก้าวหน้าต่อไปได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนาโดยนำหลักคุณธรรม 5 ประการ คือ ความพอเพียง การมีวินัย ความสุจริต มีจิตอาสา และกตัญญู มาปรับใช้จะยิ่งช่วยให้สังคมและชาติไทยของเราได้รับการพัฒนาไปได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน”

นอกจากนี้ คณะครูอาจารย์ยังได้ทำกิจกรรม Workshop การถอดบทเรียนนวัตกรรมศาสตร์พระราชา โดยวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ อาจารย์อดุลย์ ดาราธรรม นายกสมาคมนักเรียนเก่า AFS ประเทศไทย และการบรรยายถอดรหัสพระอัจฉริยะภาพของในหลวงรัชกาลที่ ๙ โดย ดร.ดนัย จันทร์เจ้าฉาย ประธานมูลนิธิธรรมดี การบรรยายเรื่องคุณธรรมในยุคดิจิทัล โดย รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม นับว่าเป็นการได้เรียนรู้ พัฒนา และบูรณาการความรู้ครบทุกมิติ ทั้งด้านตนเอง สังคม สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรม เป็นการเตรียมพร้อมเพื่อก้าวสู่เป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนตามนโยบาย UNSDG ภายในปี 2030 ทั้งนี้ ครูอาจารย์ผู้เข้าร่วมกิจกรรมทุกท่านจะได้รับประกาศนียบัตรว่าได้ผ่านการอบรมจากโครงการฯ ซึ่งสามารถนำไปใช้เป็นหนึ่งในกิจกรรมการพัฒนาตนเองในการต่ออายุใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทางการศึกษาจากคุรุสภาได้

 

 


Tags : ทิพยประกันภัย ทิพยสืบสาน รักษา ต่อยอด นวัตกรรมศาสตร์พระราชา ณัฏฐพงศ์ สุขวิสิฏฐ์ วิชชุดา ไตรธรรม ดร.ดนัย จันทร์เจ้าฉาย


Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

...

บมจ.กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต นำโดย คุณบุปผาวดี โอวรารินท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายการตลาด จับรายชื่อลูกค้าผู้โชคดีครั้งที่ 1 ภายใต้แคมเปญพิเศษ ฉลองครบรอบ 28 ปี กรุงไทย-แอกซ่า “แจกใหญ่ แจกเต็ม” เพื่อแทนคำขอบคุณลูกค้าคนสำคัญที่ไว้วางใจให้บริษัทฯ ได้ดูแลให้ความคุ้มครองตลอดมา โดยลูกค้าที่เข้าร่วมแคมเปญเป็นไปตามเงื่อนไขใน ช่วงวันที่ 25 กรกฎาคม – 17 กันยายน 2568  ทั้งนี้บริษัทฯ ได้ประกาศรายชื่อผู้โชคดีผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทฯ https://www.krungthai-axa.co.th/th/luckydraw-2025-r1-announcement  ซึ่งผู้โชคดีจากแคมเปญดังกล่าวจะได้รับการติดต่อทางโทรศัพท์จากผู้แทนบริษัทฯ เพื่อแจ้งรายละเอียดและยืนยันการรับสิทธิ์ สำหรับแคมเปญ “แจกใหญ่ แจกเต็ม” เปิดโอกาสให้ลูกค้าสะสมสิทธิ์และลุ้นรับรางวัลใหญ่จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2568 โดยกำหนดการจับรางวัลอีก 3 รอบ  ตามรายละเอียดด้านล่างนี้ ครั้งที่ 2: จับรางวัลในวันที่ 24 ตุลาคม 2568          ประกาศรายชื่อผู้โชคดีวันที่ 1 พฤศจิกายน 2568 ครั้งที่ 3: จับรางวัลในวันที่ 28 พฤศจิกายน 2568   ประกาศรายชื่อผู้โชคดีวันที่ 1 ธันวาคม 2568 ครั้งที่ 4: จับรางวัลในวันที่ 23 มกราคม 2569        ประกาศรายชื่อผู้โชคดีวันที่ 1 กุมภาพันธ์  2569 หมายเหตุ: ชิ้นส่วนที่เหลือจากการจับรางวัลในแต่ละครั้ง จะถูกนำมารวบรวมเพื่อจับรางวัลในรอบถัดไป ทั้งนี้ท่านสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกิจกรรม การบริการ และผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ ได้ที่ www.krungthai-axa.co.th และศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ โทร.1159

17 Oct 2025

...

กบข. เตรียมเงิน 24,950 ล้านบาท เตรียมจ่ายเงินกองทุนแก่สมาชิกเกษียณปีนี้ กว่า 1.6 หมื่นราย รับเฉลี่ยรายละ 1.53 ล้านบาท เผยพบสมาชิกเชื่อมั่นการบริหารเงินลงทุน กบข. เพิ่มขึ้น เลือกใช้บริการออมต่อ เกือบ 9% ช่วยลดความเสี่ยงจากมิจฉาชีพ และสร้างความมั่นคงทางการเงินหลังเกษียณ   ดร.ศรพล ตุลยะเสถียร เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เปิดเผยว่า ในวันที่ 30 กันยายน 2569 สมาชิก กบข. จะเกษียณอายุราชการจำนวน 16,233 ราย จากสมาชิกทั้งหมด 1.29 ล้านราย ซึ่ง กบข. ได้เตรียมความพร้อมในการจ่ายเงินกองทุนให้แก่สมาชิก รวมเป็นเงินประมาณ 24,950 ล้านบาท ซึ่งเป็นเงินออมสะสมอย่างต่อเนื่องของสมาชิก รวมกับเงินสมทบจากภาครัฐ และผลตอบแทนจากการลงทุน โดยในปีนี้สมาชิกที่เกษียณอายุราชการจะได้รับเงินกองทุนเฉลี่ยรายละ 1.53 ล้านบาท โดยมีสมาชิกที่ได้รับเงินสูงสุดมากถึง 7.86 ล้านบาท ทั้งนี้ ยอดเงินของสมาชิกแต่ละรายจะแตกต่างกันตามระยะเวลาการเป็นสมาชิก เงินเดือน อัตราการออม แผนการลงทุน และผลตอบแทนที่ได้รับ ซึ่งการที่สมาชิกเลือกอัตราการออมเพิ่ม และการเลือกแผนการลงทุนอย่างเหมาะสม เป็นส่วนสำคัญในการช่วยให้ยอดเงินที่จะได้รับเมื่อเกษียณอายุราชการเพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ สมาชิกที่แจ้งความประสงค์ล่วงหน้า ขอฝากให้กองทุนบริหารต่อ หรือ ออมต่อ มีสัดส่วนประมาณ 9% ของผู้ที่แจ้งความประสงค์แล้ว สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในการบริหารเงินลงทุนของ กบข. และมีอัตราเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในทุกปี “กบข. มุ่งมั่นดูแลเงินออมของสมาชิกให้เติบโตอย่างยั่งยืน เพื่อให้สมาชิกมีความมั่นคงทางการเงินเมื่อเข้าสู่วัยเกษียณ โดยบริการออมต่อจะช่วยให้สมาชิกสามารถบริหารเงินเกษียณได้อย่างเป็นระบบ ลดความเสี่ยงจากการมีเงินจำนวนมากไว้ในบัญชี ที่อาจตกเป็นเป้าหมายของมิจฉาชีพหรือการหลอกลวงทางการเงิน และ กบข. ยังได้เปิดโอกาสให้ผู้ที่ออมต่อสามารถเลือกเปลี่ยนแผนการลงทุนได้ 12 ครั้งต่อปี เทียบเท่ากับสมาชิกปัจจุบัน เพื่อสร้างโอกาสให้เงินออมเติบโตต่อเนื่องหลังเกษียณ” ดร.ศรพล กล่าว   ทั้งนี้ บริการออมต่อ สมาชิกสามารถเลือก 4 รูปแบบ ได้แก่ 1. ออมต่อทั้งจำนวน 2. ทยอยรับเงินเป็นงวดๆ อาทิ รายเดือน ราย 3 เดือน ราย 6 เดือน หรือรายปี 3. ขอรับเงินบางส่วน ที่เหลือให้ กบข. บริหารต่อ และ 4. ขอรับเงินบางส่วน ที่เหลือทยอยรับเงินเป็นงวดๆ โดยสมาชิกที่สนใจบริการออมต่อ สามารถแจ้งความประสงค์ได้ 2 ช่องทาง คือ 1. แจ้งความประสงค์ทางระบบบำเหน็จบำนาญและสวัสดิการรักษาพยาบาล (Digital Pension) ของกรมบัญชีกลาง และ 2. แจ้งความประสงค์ผ่านหน่วยงานต้นสังกัด พร้อมกรอกแบบ กบข. รง 008/1/2555 และเลือกบริการออมต่อ ซึ่งผู้ออมต่อสามารถเปลี่ยนแปลงรูปแบบการออมได้ 2 ครั้ง/ปี สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Facebook กบข. LINE กบข. @gpfcommunity และศูนย์บริการข้อมูลสมาชิก โทร. 1179

08 Sep 2026

...

อลิอันซ์ อยุธยา ร่วมกับ เรซอัพ เวิร์ค ประกาศความพร้อมเตรียมจัดงานวิ่งแห่งปีที่ทุกคนรอคอย Allianz Ayudhya World Run Thailand Series 2024 ภายใต้แนวคิด “World Run World Heritage” งานวิ่งของคนรักษ์โลก “อนุรักษ์มรดกไทย ใส่ใจสิ่งแวดล้อม” เชิญชวนนักวิ่ง วิ่งย้อนรอยประวัติศาสตร์ ในบรรยากาศสุดคลาสสิก ชิมอาหารเลิศรส และช้อปสินค้าท้องถิ่น วันที่ 16-17 พฤศจิกายน 2567 ณ ศูนย์ท่องเที่ยวอยุธยา(ศาลากลางเก่า) จังหวัดพระนครศรีอยุธยา   นางสาวพัชรา ทวีชัยวัฒนะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่สายงานบริหารงานลูกค้า บมจ.อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต กล่าวว่า “งาน “Allianz Ayudhya World Run Thailand Series 2024” ถือเป็นงานวิ่งที่แฟนรายการ Allianz World Run ทุกคนต่างรอคอย เพราะเป็นงานวิ่งที่มีเอกลักษณ์เฉพาะในการคัดเลือกเส้นทางวิ่งท่ามกลางธรรมชาติ บรรยากาศดี วิ่งสนุก เดินทางสะดวก และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ที่สำคัญยังได้สนับสนุนสร้างรายได้ให้กับท้องถิ่นต่างๆของไทยอีกด้วย ในปีนี้ก็เช่นกัน อลิอันซ์ อยุธยา ได้คัดสรรพื้นที่สุดพิเศษในการจัดงาน โดยได้เปลี่ยนบรรยากาศการวิ่งเข้ามาในพื้นที่ประวัติศาสตร์สำคัญของไทย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ให้ผู้ร่วมงานได้มีโอกาสชมเส้นทางประวัติศาสตร์ ผ่านจุดสำคัญของเมืองเก่าอยุธยา และพิเศษสุดปีนี้ เราได้เพิ่มระยะทาง 5 กิโลเมตร เพื่อให้นักวิ่งหน้าใหม่ที่อาจจะเพิ่งเริ่มวิ่ง ได้ร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ด้วย ถือเป็นการเริ่มต้นออกกำลังกายไปด้วยกัน ที่จะได้ทั้งความสุขและสุขภาพที่ดีกลับไป สำหรับงาน “Allianz Ayudhya World Run Thailand Series 2024” จะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 16 และวันอาทิตย์ที่ 17 พฤศจิกายน 2567 โดยแบ่งระยะการแข่งขันเป็น 4 ประเภท ได้แก่ แฟมิลี่ฟันรัน 3 กิโลเมตร ในวันเสาร์ที่ 16 พฤศจิกายน 2567 ฮาล์ฟมาราธอน 21.1 กิโลเมตร มินิมาราธอน 10 กิโลเมตร และระยะทาง 5 กิโลเมตร ในวันอาทิตย์ที่ 17 พฤศจิกายน 2567 นอกจากนี้ภายในงานยังมีโซน Expo อิ่มอร่อยกับอาหาร Local สุดอร่อย และสินค้าจากชุมชน ให้ได้เลือกช้อป พร้อมชมมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินยอดนิยม  บริเวณลานกิจกรรมหน้าศาลากลางเก่า สำหรับงานวิ่งนี้ยังคงเป็นงานวิ่งรักษ์โลก โดยเหรียญและโล่รางวัลทำมาจาพลาสติกรีไซเคิล เหมือนเช่นเคย นอกจากนี้เรายังได้เตรียมของที่ระลึกสุดพิเศษ สำหรับ Finisher อีกด้วย” คุณพัชรา กล่าวทิ้งท้าย Allianz Ayudhya World Run Thailand Series 2024 เปิดจำหน่ายบัตรราคา Ealry bird ตั้งแต่วันนี้ – 10 กรกฎาคม 2567 ในราคา 850 บาท สำหรับ การวิ่งฮาล์ฟมาราธอน 21.1 กิโลเมตร ราคา 650 บาท สำหรับ การวิ่งมินิมาราธอน 10 กิโลเมตร 600 บาท สำหรับ 5 กิโลเมตร พิเศษ! สำหรับนักวิ่งแฟนพันธุ์แท้ ที่เคยร่วมวิ่งกับ Allianz World Run ในระยะ 10 กิโลเมตร และ 21.1 กิโลเมตร รับส่วนลดon top เพิ่มอีก 50 บาท หากคุณเป็นผู้รักสุขภาพ รักการวิ่ง อย่ารอช้า ข้อมูลเพิ่มเติมและสมัครวิ่งได้ที่ https://race.thai.run/worldrun2024 และสนใจติดตามรายละเอียดงานทั้งหมดได้ที่ Facebook: Worldrun Thailand

05 Jul 2024

...

งานมหกรรมเทคโนโลยีประกันภัยสุดยิ่งใหญ่ “Thailand InsurTech Fair 2022” ภายใต้แนวคิด “Reshaping Insurance to the Multiverse of InsurTech for the Future ก้าวสู่จักรวาลแห่งเทคโนโลยีประกันภัย เพื่อโลกใหม่  ไร้ขีดจํากัด” เริ่มแล้วตั้งแต่วันที่ 7-9 ตุลาคม 2565 ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี ฮอลล์ 6 และทางออนไลน์ www.TIF2022.com โดย highlight อันหนึ่งของงาน คือการเติมเต็มความรู้ด้านเทคโนโลยีประกันภัยจากเหล่าวิทยากรมากประสบการณ์ที่มาแปรเทคนิค บทเรียน สารพัดประสบการณ์กับเส้นทางประกันภัยยุคดิจิทัล ซึ่งดร.สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการ คปภ. เป็นคนแรกที่เปิดประเดิมมุมมองของ Regulator ในประเด็น “Striving for Hypergrowth in the Era of Insurance Multiverse” หรือ “การมุ่งสู่การเติบโตอย่างก้าวกระโดด ภายใต้จักรวาลใหม่ของการประกันภัย” โดยได้ย้ำว่า ปัจจุบันเทคโนโลยีได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของทุกคน Smart Phone และอุปกรณ์ Device ต่าง ๆ เป็นเรื่องปกติไปแล้ว โควิด-19 ได้ทำให้ทุกคนคุ้นชินกับการนำเทคโนโลยีและทำให้การดำรงชีวิต ง่ายขึ้น สะดวกขึ้น รวดเร็วขึ้น ภาคธุรกิจประกันภัยก็ปรับเปลี่ยนตัวเองใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีมากขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเห็นได้ชัดจากเทรนด์ของรถยนต์ไฟฟ้า หรือ Electric Vehicle ถือได้ว่ามาแรงมากในขณะนี้เพราะประชาชนเริ่มหันมาสนใจเปลี่ยนเป็นรถยนต์ไฟฟ้ากันมากขึ้น ส่งผลต่อธุรกิจประกันรถยนต์อย่างมีนัยสำคัญโดยเฉพาะในเรื่องการพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัย อัตราเบี้ยประกันภัย รวมไปถึงการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งแตกต่างจากรถยนต์ปัจจุบันโดยสิ้นเชิง อีกเทคโนโลยีที่ต้องกล่าวถึงคือ Metaverse การผสานสภาพแวดล้อมของโลกแห่งความจริงและเทคโนโลยีเข้าด้วยกัน จนกลายเป็น "ชุมชนโลกเสมือนจริง" ที่ผสานวัตถุรอบตัวและสภาพแวดล้อมให้เชื่อมต่อกันเป็นหนึ่งเดียวโดยอาศัยเทคโนโลยี AR และ VR เข้ามาช่วยเชื่อมโยงอย่างไร้รอยต่อให้กลายเป็นพื้นที่โลกเดียวกัน โดยคาดว่าแต่ละคนจะใช้เวลาอย่างน้อย 1 ชั่วโมงต่อวันในโลกเสมือนจริงนี้ ซึ่ง Metaverse จะก่อให้เกิดโอกาสทางธุรกิจใหม่สำหรับบริษัทประกันภัยทั้งการมีพื้นที่ในการติดต่อสื่อสารพบปะกับลูกค้าเพื่อเสนอขายและให้บริการประกันภัยสร้างการรับรู้ BrandRepresentation ในโลกเสมือน หรือจะใช้พื้นที่นี้สำหรับอบรมและสื่อสารกับพนักงานของบริษัทได้เช่นเดียวกัน ดังนั้น มุมมองและรูปแบบในการดำเนินธุรกิจประกันภัยต้องเปลี่ยนไปจากรูปแบบการดำเนินธุรกิจแบบเดิม ประเด็นแรก กลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจควรมุ่งสู่ Ecosystem Strategy การดำเนินธุรกิจประกันภัยต้องเชื่อมโยงกับแพลตฟอร์มและธุรกิจอื่นมากขึ้น (Insurance Liquid Ecosystem) ทั้งภายในอุตสาหกรรมประกันภัยและระหว่างอุตสาหกรรมอื่น (Cross-industry) ความเชื่อมโยงนี้มีความหมายเกินกว่าเรื่อง Cross Selling เพราะการดำเนินธุรกิจประกันภัยไม่ใช่เพียงแค่การใช้ประโยชน์จากการเชื่อมโยงเพื่อเสนอขายในช่องทางที่หลากหลาย แต่โจทย์ใหม่ คือทำอย่างไรจึงจะเชื่อมโยงและเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งใน Ecosystem อื่น ๆ เพื่อสามารถให้ความคุ้มครองและบริการที่ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างตรงจุด ประเด็นถัดมา คือ การขยายมุมมองของการประกันภัย จากการรับโอนความเสี่ยง (Risk Transfer) จ่ายเงินชดเชยเมื่อเกิดความเสียหาย ไปสู่การให้คำแนะนำหรือช่วยเหลือลูกค้าในการป้องกันความเสี่ยง (Risk Prevention) เพื่อมิให้เกิดความเสียหาย ตัวอย่างที่เห็นได้ชัด คือ กรณีประกันภัยไซเบอร์ ซึ่งบริษัทประกันภัยในต่างประเทศจะให้บริการประเมินจุดเสี่ยง และให้คำแนะนำแก่ลูกค้าเกี่ยวกับการปิดช่องโหว่ทางไซเบอร์ หรือปรับปรุงมาตรการต่าง ๆ เพื่อลดโอกาสการถูกโจมตี ข้อมูลรั่วไหล หรือให้สามารถกู้คืนข้อมูลได้เร็วขึ้น ควบคู่ไปกับการรับประกันภัย ซึ่งเป็นผลดีกับทั้งลูกค้าและบริษัทประกันภัย ในแง่ของการลดความสูญเสียและการชดใช้ค่าสินไหมทดแทน ซึ่งแนวคิดนี้ควรนำมาปรับใช้กับประกันภัยประเภทอื่น ๆ ด้วย เช่น ประกันภัยรถยนต์ที่บริษัทควรมีบทบาทส่งเสริมให้ผู้ขับขี่มีพฤติกรรมการขับรถที่ดี ไม่ประมาท ลดโอกาสเกิดอุบัติเหตุและความสูญเสียบนท้องถนน ผ่านการรณรงค์ให้ความรู้ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ telematics การติด Sensor เพื่อติดตามพฤติกรรมการขับขี่ หรือ สำหรับประกันสุขภาพ ควรพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สนับสนุนให้คนมีพฤติกรรมการดำรงชีวิตที่ดีขึ้น เช่นการใช้ Wearable Devices และ IoT เข้ามาช่วย เป็นต้น ดังนั้น สิ่งที่ต้องการเน้นให้เห็น คือ เทคโนโลยีถือเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้บริษัทสามารถช่วยเหลือหรือปรับเปลี่ยนพฤติกรรมลูกค้าในการลดความเสี่ยงได้ง่ายขึ้น มีประสิทธิภาพมากขึ้น สำหรับความท้าทายของสำนักงาน คปภ. ในการสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมในการสนับสนุนและส่งเสริมให้ภาคธุรกิจโดยรวมสามารถปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทันท่วงที สอดคล้องกับบริบทความเสี่ยงและสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงผันผวนตลอดเวลา ซึ่งบทบาทของการเป็น Facilitator สนับสนุนการดำเนินงานของบริษัทให้สามารถพัฒนาประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและเติบโตอย่างก้าวกระโดดจะเด่นชัดขึ้น ในขณะที่บทบาทของ Regulator ยังคงต้องมีอยู่เพื่อคอยดูแลและติดตามเสถียรภาพความมั่นคงของธุรกิจประกันภัยยกระดับมาตรการการดำเนินงานของธุรกิจให้เทียบเท่าสากลควบคู่ไปกับการคุ้มครองดูแลสิทธิประโยชน์ด้านการประกันภัยและเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้กับระบบประกันภัย ซึ่งสำนักงาน คปภ. ได้มีการดำเนินการเพื่อเร่งให้อุตสาหกรรมประกันภัยเกิดการปรับเปลี่ยนและประยุกต์ใช้เทคโนโลยีใน 7 มิติหลัก ๆ คือ มิติแรก การยกระดับโครงสร้างพื้นฐานข้อมูลและขยายขอบเขตการเชื่อมโยงข้อมูลการประกันภัย มิติที่ 2 การพัฒนาแพลตฟอร์มกลางเพื่อการใช้ประโยชน์ร่วมกัน มิติที่ 3 การส่งเสริมการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ที่สอดรับกับความก้าวหน้าของเทคโนโลยีและความต้องการของประชาชน มิติที่ 4 การปรับปรุงหลักเกณฑ์และนโยบายในการกำกับดูแลเพื่อเอื้อต่อการใช้ประโยชน์จากนวัตกรรม มิติที่ 5 การยกระดับการป้องกันการฉ้อฉลประกันภัยด้วย AI และฐานข้อมูลขนาดใหญ่ มิติที่ 6 การเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการและคุ้มครองสิทธิประโยชน์ด้านการประกันภัยด้วยเทคโนโลยี และมิติที่ 7 การพัฒนาสำนักงาน คปภ. เพื่อมุ่งสู่การเป็น SMART OIC ในตอนท้ายของการบรรยายหัวข้อดังกล่าว เลขาธิการ คปภ. ได้ให้ข้อแนะนำที่สำคัญสำหรับภาคธุรกิจประกันภัยในอนาคตเพื่อสร้างการเติบโตอย่างก้าวกระโดดภายใต้จักรวาลใหม่ของการประกันภัย โดยใช้หลัก “3R” คือ R ตัวแรก Reconsider Your Customer Experience ทำความเข้าใจความคาดหวังของลูกค้าพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการให้ตอบโจทย์และตรงใจ R ตัวที่สอง Revamp Your Business Strategy with Technology and Data ปรับโฉมกลยุทธ์ทางธุรกิจ ให้ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี และใช้ประโยชน์จากข้อมูลให้มากที่สุด และR ตัวที่สาม Reshape Your Organization with Agility and Innovation ตั้งเป้าหมายองค์กรใหม่ มุ่งสร้างนวัตกรรมด้วยเทคโนโลยี “โอกาสของธุรกิจประกันภัยยังมีอีกมากมาย เทคโนโลยีและนวัตกรรม จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการพาธุรกิจเข้าสู่จักรวาลใหม่นี้ หากองค์กรใด สามารถใช้เทคโนโลยีได้อย่างเหมาะสม ถูกจังหวะและเวลา จะเข้าถึงโอกาสนั้นได้ สามารถให้บริการกับกลุ่มลูกค้าและความต้องการใหม่ ๆ ที่ไม่เคยให้บริการได้มาก่อน ได้อีกมากมายมหาศาล สำนักงาน คปภ. พร้อมที่จะช่วยเสริมสร้าง เพิ่มความเข้มแข็ง สร้างสรรค์โอกาส เปิดมิติใหม่ สร้างการเติบโตอย่างก้าวกระโดด ด้วยการยกระดับกรอบการกำกับดูแล ปรับหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง และพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น เพื่อให้ธุรกิจประกันภัยไทยเข้าสู่จักรวาลใหม่ New Era of Insurance Multiverse มาร่วมกันใช้ InsurTech เพื่อสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และบริการในรูปแบบใหม่ ๆ ให้ตรงใจ และตอบความต้องการของประชาชนให้ดีที่สุด” เลขาธิการ คปภ. กล่าวในตอนท้าย

09 Oct 2022

Banner Banner Banner Banner Banner Banner Banner Banner

Banner
  เปิดแผนงานสื่อ CEO THAILAND ปี 2569-2570 รุกคืบงานวิทยุ - ทีวี - อีเวนต์สื่อ                  สวัสดีครับท่านสมาชิกและผู้ติดตามสื่อออนไลน์ และสื่อในเครือ CEO THAILAND ตลอดมา 21 ปี ช่วงนี้ว่างเว้นจากสนามการเมืองระยะหนึ่ง ผมพอมีเวลากลับมาสานต่องานสื่อสักระยะหนึ่งคือในช่วงปี 2569-2570 จะกลับมาช่วยงานสื่อในฐานะที่ปรึกษา โดยจะยังเน้นในเรื่องสื่อออนไลน์ สื่อทีวี และสื่อวิทยุ และงานอีเวนต์ต่อเนื่องจากสื่อ ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2569 เป็นต้นไป ผมมีแผนงานของบริษัท เอก-วรา พับลิค รีเรชันส์ จำกัด ในสื่อดังต่อไปนี้คือ                          1. สื่อออนไลน์ CEO THAILAND              2. จัดทำรายการวิทยุ “คลื่นประกันภัย-การเงิน” ทางสถานีวิทยุ 96.25 MHZ (สถานีวิทยุการท่องเที่ยววัฒนธรรม) โครงการจัดทำรายการวิทยุเชิงข่าวสารในแวดวงประกันภัยและการเงิน นำเสนอข่าวสารเกี่ยวกับการประกันภัย-ประกันชีวิต  การเงิน และธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ทั้งสินเชื่อ ไฟแนนซ์ อสังหาริมทรัพย์ SMEs ออกอากาศทุกวันศุกร์ของทุกสัปดาห์ เวลา 17.00-18.00 น. ในเดือนสิงหาคม 2569               3. เดือนสิงหาคม 2569 สื่อได้จัดทำรายการทีวี “เรื่องเด่น...ประเด็นดัง” ออนแอร์ออกอากาศทางNBT2 ซึ่งเป็นรายการสดทีวี ที่นำเสนอนโยบายรัฐบาล และวิสัยทัศน์ ของผู้บริหารองค์กรภาครัฐ และภาคเอกชนในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสังคม บริการสาธารณะและบริการพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับสังคม และพี่น้องประชาชน ออกอากาศ ทุกวันจันทร์ที่ 1 และ 3 ของเดือน เวลา 10.00-10.30 น.               4. จัดงานมอบรางวัล “สุดยอดผู้บริหาร-องค์กรแห่งปี 2569” เดือนธันวาคม 2569 ที่จังหวัดกาญจนบุรี โครงการรับรางวัล  “สุดยอดผู้บริหาร-องค์กรแห่งปี 2569” เพื่อประกาศเกียรติคุณให้ผู้บริหารและองค์กรที่สร้างผลงานโดดเด่น ทั้งยังเป็นการกระตุ้นภาคธุรกิจเครือข่าย และSMEs ความตื่นตัวของชุมชนในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี รวมทั้งยังเป็นการสานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสื่อมวลชน-ภาคธุรกิจ -ผู้ประกอบการในพื้นที่ และพี่น้องประชาชน สื่อ CEO THAILAND จึงได้ร่วมกันจัดงานมอบรางวัลดังกล่าวขึ้น               5. โครงการจัดงานสัมมนา  “ทิศทางธุรกิจประกันภัย-การเงินแห่งปี 2569” ในเดือนธันวาคม 2569เพื่อเป็นการกระตุ้นภาคธุรกิจประกันภัยและการเงินในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรีและจังหวัดใกล้เคียง เพื่อความตื่นตัวของชุมชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร รวมทั้งจังหวัดกาญจนบุรี อีกทั้งยังเป็นการสานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสื่อมวลชน-ภาคธุรกิจ-ผู้ประกอบการในพื้นที่ และพี่น้องประชาชน สื่อ CEO THAILAND จึงได้ร่วมกันจัดงานสัมมนาดังกล่าวขึ้น               6. จัดงาน CSR ณ โรงเรียนบ้านท่าทุ่ม จ.กาญจนบุรี ในวันที่ 31 มกราคม 2570 โครงการจัดงานกิจกรรมเพื่อสังคม “CEO THAILAND CSR  OF THE YEAR 2027” เพื่อคืนกำไรสู่สังคมและสร้างความรู้ความเข้าใจให้คนในสังคม เป็นการกระตุ้นภาคธุรกิจประกันภัยและการเงิน และความตื่นตัวของชุมชนในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี อีกทั้งยังเป็นการสานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสื่อมวลชน-ภาคธุรกิจ -ผู้ประกอบการในพื้นที่ และพี่น้องประชาชนในพื้นที่ สื่อ CEO THAILAND จึงได้ร่วมกันจัดงานกิจกรรมดังกล่าวขึ้น T                                                                                                        (นายเอกวรพงศ์ อำนวยทรัพย์)
อ่านต่อ...
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner