Responsive image

Monday, 19 Jan 2026

หน้าแรก > ECONOMY- FINANCE / เศรษฐกิจ - การเงิน


เอไอเอ ประเทศไทย เปิดเวที “AIA Wealth Forum 2023” เชิญกูรูด้านการลงทุนชั้นนำระดับโลก แนะแนวทางบริหารพอร์ตในยุคผันผวน ผ่านการวางแผนการเงินระยะยาว

Tue 26/09/2566


เอไอเอ ประเทศไทย ผู้นำด้านประกันชีวิต สุขภาพ และยูนิต ลิงค์ เปิดเวทีต้อนรับพันธมิตรด้านการลงทุนระดับโลก ในงาน AIA Wealth Forum 2023 – Stability in Chaos” ซึ่งเอไอเอจัดต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี โดยมุ่งให้ความรู้และสร้างความเข้าใจด้านการวางแผนการเงินในระยะยาว เพื่อเพิ่มโอกาสรับผลตอบแทนที่ดีอย่างยั่งยืน ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจทั่วโลก ให้คนไทยได้ดำเนินชีวิตได้อย่างมั่นคงและมีความมั่งคั่ง ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งโซลูชันด้านการเงินที่เป็นมากกว่าผลิตภัณฑ์ ตามกลยุทธ์ AIA Total Wealth Solution เพื่อตอบโจทย์ความต้องการด้านการวางแผนการเงินและการลงทุนแบบครบวงจรให้กับคนไทย ตามคำมั่นสัญญา ‘Healthier, Longer, Better Lives – เพื่อสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้น’

 

โดยในงานได้รับเกียรติจากผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนทั้งในระดับประเทศและระดับโลกมาร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์และอัพเดตทิศทางการลงทุนที่เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน ประกอบด้วย นายแอนดี้ บัดเด้น Investment Director จาก Capital Group และ นายเจเรมี บัตเตอร์เวิธ Vice President and Investment Strategist จาก Wellington Management ร่วมด้วย ดร.สมจินต์ ศรไพศาล ประธานสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย และนายสุขวัฒน์ ประเสริฐยิ่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ. เอไอเอ (ประเทศไทย) โดยได้ นายนิคฮิล แอดวานี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอไอเอ ประเทศไทย เป็นประธานกล่าวเปิดงาน ร่วมด้วย นายชรีคานท์ ชรีนิวาส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายการลงทุนธุรกิจยูนิต ลิงค์ กลุ่มบริษัทเอไอเอ ซึ่ง AIA Wealth Forum 2023 จัดขึ้น ณ โรงแรมสยาม เคมปินสกี้ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 17กันยายน 2566 ที่ผ่านมา

นายแอนดี้ บัดเด้น Investment Director จาก Capital Group กล่าวว่า “เรากำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญของโลกที่มีลักษณะพิเศษได้แก่ ภาวะเงินเฟ้อสูง การปรับตัวของมิติภูมิรัฐศาสตร์ และจุดสิ้นสุดของยุคดอกเบี้ยต่ำ สิ่งที่เราเคยรับรู้ว่าเป็นตัวแปรสำคัญในการขับเคลื่อนโลกในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา จะไม่ได้เป็นแบบนั้นอีกแล้วในทศวรรษหน้า ตลอดจนวิกฤตโควิดเองนั้นไม่อาจนับว่าเป็นเพียงสิ่งที่เกิดขึ้นตามวัฏจักรอีกต่อไป เนื่องจากที่ผ่านมาโควิดเป็นต้นเหตุที่ทำให้ตลาดโลกหยุดชะงักและพังทลายไม่เป็นชิ้นดี ส่งผลให้เกิดการเติบโตที่ไม่สอดคล้องกันของเศรษฐกิจ บางภาคอุตสาหกรรมเข้าสู่ภาวะถดถอย ขณะที่บางภาคอุตสาหกรรมกลับยังคงความแข็งแกร่ง ตัวอย่างเช่น อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ที่ฟื้นตัวได้จากภาวะถดถอย ด้วยความรวดเร็วที่แตกต่างกันไปในแต่ละภูมิภาค

“สำหรับแนวทางการลงทุนในยุคนี้จำเป็นต้องเน้นการลงทุนแบบยืดหยุ่น ไม่สามารถยึดติดอยู่กับการลงทุนใน “หุ้นเติบโต” (Growth stock) หรือ “หุ้นคุณค่า” (Value stock) อย่างใดอย่างหนึ่งได้ นักลงทุนควรมองถึงการเติบโตของธุรกิจ และการประเมินมูลค่าหุ้นเป็นสำคัญ มีการวิจัยเชิงลึกถึงธุรกิจที่จะเข้าไปลงทุนให้ดี รวมทั้งต้องศึกษาถึงโครงสร้างพื้นฐานของธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นด้านทีมผู้บริหาร ผลิตภัณฑ์ รายได้ การบริหารจัดการต้นทุน ตลอดจนวิเคราะห์หุ้นเป็นรายตัว และมองหาบริษัทที่มีแนวโน้มจะได้รับประโยชน์ในระยะยาวจากการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจ”

นายเจเรมี บัตเตอร์เวิธ Vice President and Investment Strategist จาก Wellington Management ได้แสดงความเห็นว่า “สภาวะทางเศรษฐกิจได้มีการเปลี่ยนแปลงทางด้านโครงสร้าง  ในยุคสมัยนี้ถ้าเราเลือกพิจารณาแค่เพียงระหว่าง "หุ้นมูลค่า” หรือ “หุ้นเติบโต" อาจทำให้ไม่สามารถสร้างผลตอบแทนที่สูงได้เท่าที่ควร เพราะทำให้เรามองข้ามปัจจัยอื่น ๆ ที่สำคัญ เช่น คุณภาพ หรือโมเมนตัมของหุ้น นอกจากนี้ ข้อมูลในอดีตยังชี้ให้เห็นว่า ความเสี่ยงเฉพาะตัวของธุรกิจเป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบมากที่สุดต่อผลประกอบการและผลตอบแทนจากการลงทุน ดังนั้นการวิจัยอย่างถี่ถ้วนเกี่ยวกับธุรกิจที่จะเข้าไปลงทุน จึงช่วยสร้างความแตกต่างได้สูงสุดด้านผลตอบแทนจากการลงทุน”

“ทั้งนี้ หลักการที่แนะนำสำหรับนักลงทุนนอกเหนือไปจากการพิจารณาในเรื่องผลประกอบการแล้ว ยังควรพิจารณาถึงด้านธรรมาภิบาลของธุรกิจด้วย ซึ่งนักลงทุนส่วนใหญ่มักมองข้ามจุดนี้ไป บริษัทที่ทำกำไรได้สูงเกินกว่าต้นทุนของเงินลงทุน มักจะมีอิสระที่จะเปิดรับแนวทางปฏิบัติในระดับโลกด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (ESG) บริษัทเหล่านี้มักนำกำไรมาลงทุนต่อเพื่อให้ความสามารถในการแข่งขันห่างจากคู่แข่งมากขึ้น พร้อมไปกับส่งเสริมด้านธรรมาภิบาล ส่งผลให้องค์กรมีความแข็งแกร่งมากขึ้นด้วยต้นทุนของเงินลงทุนที่ต่ำลงไปอีก  นำมาซึ่งผลตอบแทนในตลาดหุ้นที่ดีเหนือคู่แข่งในที่สุด”

ดร.สมจินต์ ศรไพศาล ประธานสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย กล่าวว่า “จะเห็นว่าตลาดหุ้นของไทยนั้นได้ผ่านช่วงเวลาที่ผันผวนและยากลำบากมานาน โดยเฉพาะหลังจากช่วงโควิด 19 ซึ่งความไม่แน่นอนก็คงยังมีอยู่ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการบริหารประเทศ และนโยบายต่าง ๆ ของรัฐบาล โดยปัจจัยที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญนั้นก็คือการท่องเที่ยวและการส่งออก ซึ่งสองปัจจัยนี้ยังเป็นไปในทิศทางตรงกันข้าม นั่นคือจำนวนนักท่องเที่ยวฟื้นตัว แต่การส่งออกยังคงชะลอตัว เนื่องมาจากเศรษฐกิจโลกที่ยังไม่แข็งแกร่งอย่างที่คาดหวัง แต่โดยภาพรวมของตลาดหุ้นไทยนั้น ยังมีปัจจัยบวกหลายอย่าง เช่น การเมืองที่มีความชัดเจนขึ้น การฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวจีน และการอุปโภคบริโภคที่ฟื้นตัวต่อเนื่อง

“อย่างไรก็ตาม การลงทุนที่ดีนั้นต้องมีการจัดทัพลงทุนที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ และมีการกระจายความเสี่ยง รวมถึงการสร้างความมั่งคั่ง สร้างกระแสเงิน และที่สำคัญคือจะต้องคุ้มครองเงินต้น และเพิ่มสภาพคล่องด้วย”

ด้าน นายสุขวัฒน์ ประเสริฐยิ่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ. เอไอเอ (ประเทศไทย) เผยว่า “ณ ตอนนี้นับว่าเป็นรุ่งอรุณใหม่ของตลาดหุ้นไทย เนื่องจากได้ผ่านพ้นวิกฤตของโควิด 19 มาแล้ว อีกทั้งมีการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ แม้ว่าจะยังมีปัจจัยเสี่ยงหลายปัจจัยที่ยังกดดันสภาวการณ์ลงทุน ซึ่งล้วนส่งผลต่อการตัดสินใจด้านการลงทุนของเราทุกคนอย่างเลี่ยงไม่ได้ โดยสำหรับ บลจ. เอไอเอ (ประเทศไทย) นั้น เราเป็น บลจ. ที่มีนโยบายการบริหารเงินลงทุนแบบนักลงทุนสถาบัน เพื่อมุ่งให้ผู้ลงทุนได้รับผลตอบแทนที่มั่นคงในระยะยาว ซึ่งเราเป็น บลจ. อันดับต้น ๆ ของประเทศ โดยมีหน้าที่บริหารเงินให้กับเอไอเอ ประเทศไทย และลูกค้าที่ถือกรมธรรม์เอไอเอ ยูนิต ลิงค์

 

“สำหรับงาน AIA Wealth Forum นี้เป็นงานที่เราจัดมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของเอไอเอ ในการนำเสนอการบริการที่เหนือระดับทั้งในด้านการประกันชีวิตและการลงทุนให้กับลูกค้าทุกท่าน โดยมุ่งดูแลไม่เพียงเฉพาะด้านสุขภาพร่างกายเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการดูแลสุขภาพทางการเงิน เพื่อสนับสนุนให้ลูกค้าที่ถือกรมธรรม์เอไอเอ ยูนิต ลิงค์ มีสุขภาพที่แข็งแรงรอบด้าน พร้อมเพิ่มโอกาสได้รับผลตอบแทนด้วยการเข้าถึงการลงทุนระดับสากล ด้วยการเลือกลงทุนในกองทุน AIA Global Allocation Funds และกองทุน AIA Asset Allocation Funds ที่ได้จับมือกับพันธมิตรด้านการลงทุนระดับโลก ทั้ง BlackRock, Capital Group, Baillie Gifford และ Wellington Management เพื่อช่วยขยายศักยภาพด้านการลงทุนให้ก้าวสู่ระดับสากล ตลอดจนสามารถตอบโจทย์เป้าหมายทางการเงิน ไม่ว่าจะเป็นการส่งต่อความมั่นคง หรือแผนเก็บเงินยามเกษียณ ช่วยให้ลูกค้ายูนิต ลิงค์ ของเอไอเอ ประเทศไทย ได้มีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้น ตามคำมั่นสัญญา Healthier, Longer, Better Lives”

ทั้งนี้ สำหรับลูกค้าที่สนใจประกันชีวิตควบการลงทุน (เอไอเอ ยูนิต ลิงค์) สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.aia.co.th/th/our-products/unit-link.html หรือ AIA Call Center 1581 หรือติดต่อตัวแทนประกันชีวิตเอไอเอ ประเทศไทย

 


Tags : เอไอเอ ประเทศไทย เอไอเอ AIA แอนดี้ บัดเด้น เจเรมี บัตเตอร์เวิธ ดร.สมจินต์ ศรไพศาล นิคฮิล แอดวานี ชรีคานท์ ชรีนิวาส


Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

...

บมจ.กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต นำโดยคุณณัฐพิสิษฐ์ ครุฑครองชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (คนซ้าย) และคุณสรัสวดี คุปตพงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายทรัพยากรบุคคล (คนขวา) รับรางวัลแห่งความสำเร็จ Top Employer Awards Thailand 2026 จาก Top Employer Institute ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 และเป็นบริษัทแรกในกลุ่มแอกซ่าในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ที่ได้รับรางวัลดังกล่าว ทั้งนี้รางวัลอันทรงเกียรตินี้สะท้อนถึงความโดดเด่นขององค์กรที่ไม่เพียงมีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน แต่ยังสามารถถ่ายทอดวิสัยทัศน์ให้เป็นแผนงานที่จับต้องได้จริง พร้อมสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่เท่าเทียม และยังเปิดโอกาสให้ทุกคนได้แสดงความคิดเห็น เรียนรู้และเติบโตร่วมกันกับองค์กร โดยคณะกรรมการได้พิจารณาจากแนวทางด้านทรัพยากรบุคคลที่มุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพของพนักงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างผู้นำคุณภาพในอนาคต ควบคู่ไปกับระบบการบริหารผลการปฏิบัติงานที่มีประสิทธิภาพ และการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่ รวมไปถึง AI มาใช้เพื่อเพิ่มศักยภาพในการทำงาน พร้อมทั้งการดูแลสุขภาวะและคุณภาพชีวิตของพนักงานอย่างรอบด้าน สิ่งที่สร้างความแตกต่างให้ กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต คือการหล่อหลอมวัฒนธรรม “Care & Dare” ที่ผสมผสานการดูแลพนักงานและการผลักดันให้ทุกคนกล้าสร้างความแตกต่าง กล้าเปลี่ยนแปลงอย่างสร้างสรรค์ รวมถึงเปิดพื้นที่ให้พนักงานมีส่วนร่วมในทุกระดับ พร้อมทั้งมอบโอกาสในการเติบโตไปด้วยกันกับองค์กรอย่างมั่นคงและยั่งยืน สำหรับท่านที่สนใจร่วมงานกับ บมจ. กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต สามารถติดต่อได้ที่ 02-056-3513 -15 หรือ www.krungthai-axa.co.th/career

19 Jan 2026

...

  นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ  ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank พร้อมคณะผู้บริหารธนาคาร   ร่วมกับคณะผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรม และหน่วยงานภายใต้กำกับ เข้าผลัดเวรเฝ้าฯ ในพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง  เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2569  

18 Jan 2026

...

  ธนาคารออมสิน ร่วมส่งมอบความสุขในช่วงเทศกาลต้อนรับปีใหม่ 2569 จัดเตรียมของขวัญ เพื่อส่งความสุขให้ประชาชน ภายใต้โครงการ “วินัยดี มีเงิน” ให้แก่ลูกค้าธนาคารด้วยการมอบเงินของขวัญพิเศษรายละ 1,000 บาท ให้แก่ลูกหนี้ที่ใช้บริการสินเชื่อวงเงินกู้ไม่เกิน 200,000 บาท มีประวัติชำระหนี้ดีติดต่อกันไม่น้อยกว่า 3 ปี ไม่เคยปรับโครงสร้างหนี้/ไม่มีประวัติการตัดหนี้สูญ และมีสถานะหนี้ปกติ (ค้างชำระไม่เกิน 30 วัน) ทั้งนี้ ธนาคารจะโอนเงินเข้าบัญชีภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 เฉพาะผู้ที่มีบัญชีเงินฝากเผื่อเรียกที่เป็นชื่อตนเอง (ยกเว้นบัญชีเพื่อประโยชน์ของผู้เยาว์ และบัญชีร่วม) ที่กดรับสิทธิ์ผ่านแอปพลิเคชัน MyMo ภายในวันที่ 31 มกราคม 2569 และเงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด เพื่อมอบเป็นขวัญและกำลังใจแก่ลูกค้าที่มีวินัยในการผ่อนชำระหนี้ที่ดี นำไปใช้เป็นเงินทุนเสริมสภาพคล่องในการประกอบอาชีพ หรือใช้จ่ายในช่วงเทศกาลปีใหม่  

11 Jan 2026

...

นายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ส่งมอบของขวัญวันเด็ก ธ.ก.ส. เนื่องในโอกาสวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2569 ประกอบด้วย แก้วน้ำสกรีนลาย “ม้านิลมังกร” Limited Edition และกระปุกออมทรัพย์ตราสัญลักษณ์ธนาคาร โดยมอบให้แก่ผู้แทนโรงเรียน ชุมชน องค์กรภาครัฐ องค์กรเอกชน และมูลนิธิต่าง ๆ รวมกว่า 70 แห่งทั่วประเทศ เพื่อนำไปส่งมอบต่อให้กับเด็กและเยาวชนในพื้นที่ ทั้งนี้ ธ.ก.ส. มุ่งหวังร่วมสร้างความสุข รอยยิ้ม และส่งต่อกำลังใจให้แก่เด็กและเยาวชน อันเป็นทรัพยากรที่สำคัญของชาติ ให้เติบโตอย่างมีคุณภาพ พร้อมเป็นพลังขับเคลื่อนสังคมไทยในอนาคต   นอกจากนี้ ธ.ก.ส. ยังได้ดำเนินการเติมเยาวชนและคนรุ่นใหม่เข้าสู่ภาคการเกษตร เพื่อแก้ไขปัญหา Aging Society โดยให้กลุ่มคนเหล่านี้มองเห็นโอกาสในการสร้างรายได้เทียบเท่ากับการทำงานในเมือง ผ่านโครงการเกษตรธนากร โดยเติมความรู้ทักษะด้านการเกษตรสมัยใหม่ และความรู้ทางการเงินให้กับเยาวชนในโรงเรียน เพื่อปูทางไปสู่การเป็นผู้ประกอบการทางการเกษตรในอนาคต นำร่อง 27 โรงเรียนทั่วประเทศ จาก 9 ฝ่ายกิจการสาขาภาค และเตรียมขยายผลไปยังโรงเรียนอื่น ๆ ทั่วประเทศต่อไป เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2569 ณ โถง ชั้น 2 อาคารทาวเวอร์ ธ.ก.ส. สำนักงานใหญ่ กรุงเทพมหานคร    

11 Jan 2026

Banner Banner Banner Banner

Banner
  เทียบจุดแข็งแกร่ง “วิริยะ-ทิพย-กรุงเทพ” ประกันภัย   เมื่อพูดถึงวงการประกันภัย-วินาศภัยเมืองไทย มี 3 บริษัทใหญ่ของวงการและของประเทศไทย ที่ถือว่าเป็น”ขาใหญ่”หรือขาประจำที่แต่ละปี บริษัททั้ง 3 บริษัท มีกลยุทธ์การตลาด และจุดแข็งที่แตกต่างกันของแต่ละบริษัท และบริษัททั้ง 3 บริษัทนี้กำลังจะแย่งชิงเบี้ยประกันภัยเพื่อเป็นอันดับ 1 ของประเทศไทย เมื่อเทียบสัดส่วนในเรื่องยอดขาย และในแง่ของผลกำไร            ในแง่ยอดขายต่อปี          เบอร์ 1 บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) ด้วยจุดแข็งการทำประกันภัยรถยนต์ ที่มีเบี้ยประกันภัยสูงขายง่าย แต่ละปีสร้างยอดขายได้มีเบี้ยประกันภัยรับตรงรวม 40,879 ล้านบาท          เบอร์ 2 บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) ด้วยจุดแข็งงานประกันภัย Non Motor ประเภทขนส่งสินค้า Marin รวมทั้งลูกค้าของผู้ถือหุ้นใหญ่อย่าง ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ทำให้มียอดขายรับประกันภัยตรงอยู่ที่ 31,736.1 ล้านบาทแซงหน้าบริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ไปเรียบร้อย          เบอร์ 3 บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ด้วยจุดแข็งการเป็นบริษัท ที่มีกระทรวงการคลังถือหุ้นใหญ่ สามารถขยายตลาดผ่านพันธมิตรหรือผู้ถือหุ้นได้ง่าย และทำตลาดประกันภัยโครงสร้างพื้นฐาน โครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ของรัฐจึงทำให้มีเบี้ยประกันภัยต่อปี มีเบี้ยประกันภัยรวม 22,439 ล้านบาท จะกลับไล่บี้เบอร์ 1และ 2 ได้ต่อไป         ในแง่ผลกำไรต่อปี         เบอร์ 1 คงต้องให้บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) เนื่องจากได้งานจากหน่วยงานภาครัฐ และมีพันธมิตรที่หลากหลาย ด้วยยอดขายที่สูง และมีการบริหารการลงทุนที่พร้อม เพราะมีธนาคารออมสิน, กบข. , ธนาคารกรุงไทย, ปตท., บางจาก  ทำให้มีผลกำไรมาเป็นอันดับ 1  ทำให้บริษัทสามารถทำกำไรจากการรับประกันได้ 2,631 ล้านบาท        เบอร์ 2  ต้องยกให้เป็นของบริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) ด้วยการรับประกันภัยที่มีความเสี่ยงภัยต่ำ รวมทั้งความเชี่ยวชาญในการบริหารเงินลงทุนโดยธนาคารกรุงเทพ ทำให้มีผลกำไรมาเป็นที่ 2 และมีเบี้ยประกันภัยเป็นอันดับที่ 2        เบอร์ 3 บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) มียอดขายเป็นอันดับ 1 มาอย่างต่อเนื่อง แต่ด้วยเน้นประกันภัยรถยนต์ยอดขายสูงก็มีความเสี่ยงสูง ผลกำไรน้อย จึงวางไว้เป็นเบอร์ 3 ในด้านผลกำไร                                                 นายเอกวรพงศ์ อำนวยทรัพย์ (เอก-วรา)                                               บรรณาธิการบริหาร สื่อ CEO THAILAND  
อ่านต่อ...
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner