Responsive image

Monday, 09 Feb 2026

หน้าแรก > ECONOMY- FINANCE / เศรษฐกิจ - การเงิน


เอไอเอ ประเทศไทย เปิดเวที “AIA Wealth Forum 2023” เชิญกูรูด้านการลงทุนชั้นนำระดับโลก แนะแนวทางบริหารพอร์ตในยุคผันผวน ผ่านการวางแผนการเงินระยะยาว

Tue 26/09/2566


เอไอเอ ประเทศไทย ผู้นำด้านประกันชีวิต สุขภาพ และยูนิต ลิงค์ เปิดเวทีต้อนรับพันธมิตรด้านการลงทุนระดับโลก ในงาน AIA Wealth Forum 2023 – Stability in Chaos” ซึ่งเอไอเอจัดต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี โดยมุ่งให้ความรู้และสร้างความเข้าใจด้านการวางแผนการเงินในระยะยาว เพื่อเพิ่มโอกาสรับผลตอบแทนที่ดีอย่างยั่งยืน ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจทั่วโลก ให้คนไทยได้ดำเนินชีวิตได้อย่างมั่นคงและมีความมั่งคั่ง ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งโซลูชันด้านการเงินที่เป็นมากกว่าผลิตภัณฑ์ ตามกลยุทธ์ AIA Total Wealth Solution เพื่อตอบโจทย์ความต้องการด้านการวางแผนการเงินและการลงทุนแบบครบวงจรให้กับคนไทย ตามคำมั่นสัญญา ‘Healthier, Longer, Better Lives – เพื่อสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้น’

 

โดยในงานได้รับเกียรติจากผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนทั้งในระดับประเทศและระดับโลกมาร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์และอัพเดตทิศทางการลงทุนที่เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน ประกอบด้วย นายแอนดี้ บัดเด้น Investment Director จาก Capital Group และ นายเจเรมี บัตเตอร์เวิธ Vice President and Investment Strategist จาก Wellington Management ร่วมด้วย ดร.สมจินต์ ศรไพศาล ประธานสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย และนายสุขวัฒน์ ประเสริฐยิ่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ. เอไอเอ (ประเทศไทย) โดยได้ นายนิคฮิล แอดวานี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอไอเอ ประเทศไทย เป็นประธานกล่าวเปิดงาน ร่วมด้วย นายชรีคานท์ ชรีนิวาส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายการลงทุนธุรกิจยูนิต ลิงค์ กลุ่มบริษัทเอไอเอ ซึ่ง AIA Wealth Forum 2023 จัดขึ้น ณ โรงแรมสยาม เคมปินสกี้ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 17กันยายน 2566 ที่ผ่านมา

นายแอนดี้ บัดเด้น Investment Director จาก Capital Group กล่าวว่า “เรากำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญของโลกที่มีลักษณะพิเศษได้แก่ ภาวะเงินเฟ้อสูง การปรับตัวของมิติภูมิรัฐศาสตร์ และจุดสิ้นสุดของยุคดอกเบี้ยต่ำ สิ่งที่เราเคยรับรู้ว่าเป็นตัวแปรสำคัญในการขับเคลื่อนโลกในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา จะไม่ได้เป็นแบบนั้นอีกแล้วในทศวรรษหน้า ตลอดจนวิกฤตโควิดเองนั้นไม่อาจนับว่าเป็นเพียงสิ่งที่เกิดขึ้นตามวัฏจักรอีกต่อไป เนื่องจากที่ผ่านมาโควิดเป็นต้นเหตุที่ทำให้ตลาดโลกหยุดชะงักและพังทลายไม่เป็นชิ้นดี ส่งผลให้เกิดการเติบโตที่ไม่สอดคล้องกันของเศรษฐกิจ บางภาคอุตสาหกรรมเข้าสู่ภาวะถดถอย ขณะที่บางภาคอุตสาหกรรมกลับยังคงความแข็งแกร่ง ตัวอย่างเช่น อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ที่ฟื้นตัวได้จากภาวะถดถอย ด้วยความรวดเร็วที่แตกต่างกันไปในแต่ละภูมิภาค

“สำหรับแนวทางการลงทุนในยุคนี้จำเป็นต้องเน้นการลงทุนแบบยืดหยุ่น ไม่สามารถยึดติดอยู่กับการลงทุนใน “หุ้นเติบโต” (Growth stock) หรือ “หุ้นคุณค่า” (Value stock) อย่างใดอย่างหนึ่งได้ นักลงทุนควรมองถึงการเติบโตของธุรกิจ และการประเมินมูลค่าหุ้นเป็นสำคัญ มีการวิจัยเชิงลึกถึงธุรกิจที่จะเข้าไปลงทุนให้ดี รวมทั้งต้องศึกษาถึงโครงสร้างพื้นฐานของธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นด้านทีมผู้บริหาร ผลิตภัณฑ์ รายได้ การบริหารจัดการต้นทุน ตลอดจนวิเคราะห์หุ้นเป็นรายตัว และมองหาบริษัทที่มีแนวโน้มจะได้รับประโยชน์ในระยะยาวจากการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจ”

นายเจเรมี บัตเตอร์เวิธ Vice President and Investment Strategist จาก Wellington Management ได้แสดงความเห็นว่า “สภาวะทางเศรษฐกิจได้มีการเปลี่ยนแปลงทางด้านโครงสร้าง  ในยุคสมัยนี้ถ้าเราเลือกพิจารณาแค่เพียงระหว่าง "หุ้นมูลค่า” หรือ “หุ้นเติบโต" อาจทำให้ไม่สามารถสร้างผลตอบแทนที่สูงได้เท่าที่ควร เพราะทำให้เรามองข้ามปัจจัยอื่น ๆ ที่สำคัญ เช่น คุณภาพ หรือโมเมนตัมของหุ้น นอกจากนี้ ข้อมูลในอดีตยังชี้ให้เห็นว่า ความเสี่ยงเฉพาะตัวของธุรกิจเป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบมากที่สุดต่อผลประกอบการและผลตอบแทนจากการลงทุน ดังนั้นการวิจัยอย่างถี่ถ้วนเกี่ยวกับธุรกิจที่จะเข้าไปลงทุน จึงช่วยสร้างความแตกต่างได้สูงสุดด้านผลตอบแทนจากการลงทุน”

“ทั้งนี้ หลักการที่แนะนำสำหรับนักลงทุนนอกเหนือไปจากการพิจารณาในเรื่องผลประกอบการแล้ว ยังควรพิจารณาถึงด้านธรรมาภิบาลของธุรกิจด้วย ซึ่งนักลงทุนส่วนใหญ่มักมองข้ามจุดนี้ไป บริษัทที่ทำกำไรได้สูงเกินกว่าต้นทุนของเงินลงทุน มักจะมีอิสระที่จะเปิดรับแนวทางปฏิบัติในระดับโลกด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (ESG) บริษัทเหล่านี้มักนำกำไรมาลงทุนต่อเพื่อให้ความสามารถในการแข่งขันห่างจากคู่แข่งมากขึ้น พร้อมไปกับส่งเสริมด้านธรรมาภิบาล ส่งผลให้องค์กรมีความแข็งแกร่งมากขึ้นด้วยต้นทุนของเงินลงทุนที่ต่ำลงไปอีก  นำมาซึ่งผลตอบแทนในตลาดหุ้นที่ดีเหนือคู่แข่งในที่สุด”

ดร.สมจินต์ ศรไพศาล ประธานสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย กล่าวว่า “จะเห็นว่าตลาดหุ้นของไทยนั้นได้ผ่านช่วงเวลาที่ผันผวนและยากลำบากมานาน โดยเฉพาะหลังจากช่วงโควิด 19 ซึ่งความไม่แน่นอนก็คงยังมีอยู่ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการบริหารประเทศ และนโยบายต่าง ๆ ของรัฐบาล โดยปัจจัยที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญนั้นก็คือการท่องเที่ยวและการส่งออก ซึ่งสองปัจจัยนี้ยังเป็นไปในทิศทางตรงกันข้าม นั่นคือจำนวนนักท่องเที่ยวฟื้นตัว แต่การส่งออกยังคงชะลอตัว เนื่องมาจากเศรษฐกิจโลกที่ยังไม่แข็งแกร่งอย่างที่คาดหวัง แต่โดยภาพรวมของตลาดหุ้นไทยนั้น ยังมีปัจจัยบวกหลายอย่าง เช่น การเมืองที่มีความชัดเจนขึ้น การฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวจีน และการอุปโภคบริโภคที่ฟื้นตัวต่อเนื่อง

“อย่างไรก็ตาม การลงทุนที่ดีนั้นต้องมีการจัดทัพลงทุนที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ และมีการกระจายความเสี่ยง รวมถึงการสร้างความมั่งคั่ง สร้างกระแสเงิน และที่สำคัญคือจะต้องคุ้มครองเงินต้น และเพิ่มสภาพคล่องด้วย”

ด้าน นายสุขวัฒน์ ประเสริฐยิ่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ. เอไอเอ (ประเทศไทย) เผยว่า “ณ ตอนนี้นับว่าเป็นรุ่งอรุณใหม่ของตลาดหุ้นไทย เนื่องจากได้ผ่านพ้นวิกฤตของโควิด 19 มาแล้ว อีกทั้งมีการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ แม้ว่าจะยังมีปัจจัยเสี่ยงหลายปัจจัยที่ยังกดดันสภาวการณ์ลงทุน ซึ่งล้วนส่งผลต่อการตัดสินใจด้านการลงทุนของเราทุกคนอย่างเลี่ยงไม่ได้ โดยสำหรับ บลจ. เอไอเอ (ประเทศไทย) นั้น เราเป็น บลจ. ที่มีนโยบายการบริหารเงินลงทุนแบบนักลงทุนสถาบัน เพื่อมุ่งให้ผู้ลงทุนได้รับผลตอบแทนที่มั่นคงในระยะยาว ซึ่งเราเป็น บลจ. อันดับต้น ๆ ของประเทศ โดยมีหน้าที่บริหารเงินให้กับเอไอเอ ประเทศไทย และลูกค้าที่ถือกรมธรรม์เอไอเอ ยูนิต ลิงค์

 

“สำหรับงาน AIA Wealth Forum นี้เป็นงานที่เราจัดมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของเอไอเอ ในการนำเสนอการบริการที่เหนือระดับทั้งในด้านการประกันชีวิตและการลงทุนให้กับลูกค้าทุกท่าน โดยมุ่งดูแลไม่เพียงเฉพาะด้านสุขภาพร่างกายเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการดูแลสุขภาพทางการเงิน เพื่อสนับสนุนให้ลูกค้าที่ถือกรมธรรม์เอไอเอ ยูนิต ลิงค์ มีสุขภาพที่แข็งแรงรอบด้าน พร้อมเพิ่มโอกาสได้รับผลตอบแทนด้วยการเข้าถึงการลงทุนระดับสากล ด้วยการเลือกลงทุนในกองทุน AIA Global Allocation Funds และกองทุน AIA Asset Allocation Funds ที่ได้จับมือกับพันธมิตรด้านการลงทุนระดับโลก ทั้ง BlackRock, Capital Group, Baillie Gifford และ Wellington Management เพื่อช่วยขยายศักยภาพด้านการลงทุนให้ก้าวสู่ระดับสากล ตลอดจนสามารถตอบโจทย์เป้าหมายทางการเงิน ไม่ว่าจะเป็นการส่งต่อความมั่นคง หรือแผนเก็บเงินยามเกษียณ ช่วยให้ลูกค้ายูนิต ลิงค์ ของเอไอเอ ประเทศไทย ได้มีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้น ตามคำมั่นสัญญา Healthier, Longer, Better Lives”

ทั้งนี้ สำหรับลูกค้าที่สนใจประกันชีวิตควบการลงทุน (เอไอเอ ยูนิต ลิงค์) สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.aia.co.th/th/our-products/unit-link.html หรือ AIA Call Center 1581 หรือติดต่อตัวแทนประกันชีวิตเอไอเอ ประเทศไทย

 


Tags : เอไอเอ ประเทศไทย เอไอเอ AIA แอนดี้ บัดเด้น เจเรมี บัตเตอร์เวิธ ดร.สมจินต์ ศรไพศาล นิคฮิล แอดวานี ชรีคานท์ ชรีนิวาส


Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

...

บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) นำโดย นายโชน โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและพนักงาน ร่วมจัดพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ เนื่องในวาระครบรอบ 100 วัน แห่งการเสด็จสวรรคตของสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง   ภายในพิธี คณะผู้บริหารและพนักงานได้ร่วมกันถวายภัตตาหารเช้าและเครื่องไทยธรรมแด่พระสงฆ์ พร้อมประกอบพิธีสงฆ์และเจริญพระพุทธมนต์  เพื่อแสดงความอาลัยและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยมาอย่างยาวนาน ณ กรุงเทพประกันชีวิต สำนักงานใหญ่

09 Feb 2026

...

บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) บริษัทประกันวินาศภัยชั้นนำของประเทศไทย ประกาศความร่วมมือกับ บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท ดาต้าวัน เอเชีย (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท ซิโนซอฟต์ จำกัด เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล รองรับการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมประกันภัยในยุคดิจิทัล และยกระดับขีดความสามารถในการดำเนินงานขององค์กรอย่างยั่งยืน ความร่วมมือครั้งนี้เป็นการผสานจุดแข็งของพันธมิตรชั้นนำในแต่ละด้าน โดยทิพยประกันภัยนำประสบการณ์และความเชี่ยวชาญด้านธุรกิจประกันภัยมาเป็นแกนหลัก ขณะที่หัวเว่ยสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและเทคโนโลยีขั้นสูงระดับโลก ดาต้าวัน เอเชีย ทำหน้าที่เป็น System Integrator ในการออกแบบ วางระบบ และบริหารจัดการโครงการเทคโนโลยีแบบครบวงจร และซิโนซอฟต์สนับสนุนองค์ความรู้เชิงลึกด้านระบบประกันภัย (Insurance Solution) เพื่อร่วมกันพัฒนาโซลูชันที่มีประสิทธิภาพ รองรับการเติบโตของธุรกิจ และสร้างคุณค่าให้กับลูกค้าในระยะยาว   ดร.สมพร สืบถวิลกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทิพย กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ทิพยประกันภัยเล็งเห็นถึงศักยภาพของหัวเว่ย ในฐานะผู้นำด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและเทคโนโลยี AI ระดับโลก ที่มีความเสถียรสูงและสามารถรองรับปริมาณธุรกรรมขนาดใหญ่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผสานกับความความเชี่ยวชาญด้านไอทีของธุรกิจประกันภัยของซิโนซอฟต์ และประสบการณ์ด้านการออกแบบ วางระบบ และบริหารจัดการโครงการเทคโนโลยีของดาต้าวัน เอเชีย ความร่วมมือครั้งนี้จึงถือเป็นการรวมองค์ความรู้ เทคโนโลยี และประสบการณ์จากพันธมิตรชั้นนำ เพื่อวางรากฐานระบบบริหารงานประกันภัยที่ทันสมัย และยกระดับทิพยประกันภัยสู่มาตรฐานใหม่ของอุตสาหกรรมประกันภัยไทย” สำหรับความร่วมมือในระยะแรก ทั้ง 4 องค์กรจะร่วมกันพัฒนาและยกระดับ ระบบ Core Insurance System ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการดำเนินธุรกิจประกันภัย โดยนำโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล เทคโนโลยี Cloud และ AI ของหัวเว่ยมาใช้เป็นฐานระบบหลัก ดาต้าวัน เอเชียทำหน้าที่เชื่อมโยงและบูรณาการระบบต่าง ๆ ให้ทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ ขณะที่ซิโนซอฟต์สนับสนุนการออกแบบและพัฒนาฟังก์ชันระบบประกันภัยให้สอดคล้องกับกระบวนการดำเนินธุรกิจของทิพยประกันภัย การพัฒนา Core Insurance System ดังกล่าว มีเป้าหมายเพื่อยกระดับกระบวนการทำงานให้มีความรวดเร็ว แม่นยำ และเชื่อมต่อกันอย่างไร้รอยต่อ เพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารจัดการข้อมูล รองรับการขยายตัวของธุรกิจในอนาคต รวมถึงเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ ๆ ที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมต่อยอดสู่การสร้างนวัตกรรมดิจิทัลในระยะถัดไปอย่างยั่งยืน   คุณโสจิพรรณ วัชโรบล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดาต้าวัน เอเชีย (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า โครงการพัฒนา Core Insurance System นี้สร้างขึ้นจากวิสัยทัศน์ในการสร้างระบบนิเวศประกันภัยยุคใหม่ให้ทันสมัยมากขึ้น มีความคล่องตัว ชาญฉลาด และยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง ซึ่งดาต้าวัน จะทำหน้าที่เป็น System Integrator หรือ SI ในโครงการพัฒนา Core Insurance System  โดยมีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงทุกส่วนของระบบให้ทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ โดยวัตถุประสงค์หลักของโครงการฯ เพื่อขับเคลื่อนกระบวนการทำงานที่กระชับและอิงข้อมูล (Data-Driven and Lean Processes) สร้างระบบหลักยุคใหม่ (Next Gen Core) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และเพิ่มความคล่องตัว รับประกันบริการตลอด 24 ชั่วโมง (24/7 Service) โดยไม่มีการหยุดทำงานสำหรับกระบวนการที่สำคัญทั้งหมด เพิ่มผลิตภาพและลดระยะเวลาในการนำผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาด (Productivity and Time-to-Market) และบรรลุความสอดคล้องระหว่างผลิตภัณฑ์กับตลาด (Product-Market Alignment) เพื่อรองรับการเติบโตอย่างรวดเร็วและกลุ่มตลาดใหม่ๆ ผ่านสถาปัตยกรรมแบบไมโครเซอร์วิส โดยโครงการดังกล่าวมีกำหนดระยะเวลาดำเนินการ 22 เดือน การดำเนินงานจะถูกส่งมอบผ่าน 5 ช่วงการทำงานเพื่อให้แน่ใจว่า มีการส่งมอบงานเป็นระยะ และเกิดประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม ได้แก่ Main TIP Sprint 1, Main TIP Sprint 2, Main TIP Sprint 3, Digital Sprint 1 และDigital Sprint 2 ขอบเขตงานหลักประกอบด้วย การติดตั้งแพลตฟอร์ม Sinosoft Core GIS 7.0 บน Huawei Cloud Stack อย่างเต็มรูปแบบ คุณโสจิพรรณ กล่าวทิ้งท้ายว่า "ในฐานะ System Integrator  ผู้เชื่อมโยงเทคโนโลยี ธุรกิจ และพันธมิตร เพื่อให้ Core Insurance System ทำงานได้ครบถ้วน มีเสถียรภาพ และตอบโจทย์องค์กรในระยะยาว สำหรับโครงการที่สำคัญนี้ ดาต้าวันมุ่งมั่นที่จะขับเคลื่อนความสำเร็จผ่านแนวทางที่มีโครงสร้างและเน้นการทำงานร่วมกัน และทำให้โครงการสอดคล้องกับเป้าหมายทางธุรกิจเชิงกลยุทธ์ เราไม่ได้ไม่ได้เป็นเพียง “ผู้พัฒนาระบบ” แต่เป็น Strategic Partner ที่ช่วยองค์กรขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล (Digital Transformation) และรับประกันการเดินทางที่ราบรื่นสำหรับทิพยประกันภัยและพันธมิตรทุกราย"   ดร.ประยุทธ ตั้งสงบ หัวหน้าคณะผู้บริหารฝ่ายเทคโนโลยี ธุรกิจเอ็นเตอร์ไพรส์ บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวเสริมว่า บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับทิพยประกันภัย ซิโนซอฟต์ และดาต้าวัน เอเชีย เพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงระบบ Core Insurance ครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ 74 ปีของทิพยประกันภัย โดยหัวเว่ย จะให้บริการโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีหลัก ได้แก่ Huawei Cloud Stack, ฐานข้อมูล GaussDB และโซลูชันเครือข่ายและการจัดเก็บข้อมูลประสิทธิภาพสูง พร้อมยืนยันความมุ่งมั่นในการลงทุนระยะยาวในตลาดไทย เน้นความปลอดภัยของข้อมูลและการควบคุมระบบโดยลูกค้าเอง โครงการนี้สะท้อนบทบาทของหัวเว่ยในฐานะพันธมิตรเทคโนโลยีชั้นนำที่น่าเชื่อถือในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงภาคการเงินของไทยสู่ยุคดิจิทัล และเป็นตัวอย่างความร่วมมือด้านเทคโนโลยีระหว่างจีน-ไทยที่จะขยายผลไปยังภูมิภาคอาเซียน คุณหวัง ซิน รองประธานอาวุโส บริษัท ซิโนซอฟต์ จำกัด กล่าว ความร่วมมือระหว่างทิพยประกันภัย หัวเว่ย ดาต้าวัน เอเชีย และซิโนซอฟต์ ในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลของอุตสาหกรรมประกันภัยไทย โดยผสานจุดแข็งของแต่ละองค์กร ทั้งประสบการณ์ด้านเทคโนโลยีประกันภัยกว่า 30 ปีของซิโนซอฟต์ พร้อมด้วยโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลระดับสากลของหัวเว่ย และความเชี่ยวชาญด้านไอทีของธุรกิจประกันภัยของดาต้าวัน เอเชีย และความเข้าใจลูกค้าไทยอย่างลึกซึ้งของทิพยประกันภัย เพื่อร่วมกันพัฒนาระบบ Core Insurance แบบคลาวด์เนทีฟที่มีความมั่นคง ปลอดภัย และยืดหยุ่น พร้อมนำเทคโนโลยี AI มาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และยกระดับประสบการณ์ลูกค้า ความร่วมมือนี้สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพของประเทศไทยในระยะยาว และมุ่งผลักดันให้ทิพยประกันภัยก้าวสู่การเป็นต้นแบบด้านการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลของอุตสาหกรรมประกันภัยไทยอย่างยั่งยืน ความร่วมมือในครั้งนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของทิพยประกันภัยในการยกระดับระบบบริหารงานประกันภัยสู่มาตรฐานสากล เพิ่มความคล่องตัวในการดำเนินงาน พัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการดิจิทัลที่ตอบโจทย์ลูกค้าอย่างเฉพาะบุคคล พร้อมวางรากฐานสู่การเป็น Insurance Provider แห่งอนาคต อย่างมั่นคงและยั่งยืน

09 Feb 2026

...

บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ตอกย้ำความเป็นเลิศด้านการให้บริการและการดำเนินธุรกิจ คว้า 2 รางวัลใหญ่จากเวที Contact Center Associations of Asia Pacific Awards 2025 หรือ   CC-APAC Awards 2025 ซึ่งเป็นเวทีระดับนานาชาติที่ยกย่ององค์กรชั้นนำด้านศูนย์บริการลูกค้าและการสร้างคุณค่าทางธุรกิจในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก จัดขึ้น ณ ฮ่องกง     โดยกรุงเทพประกันชีวิต ได้รับ 2 รางวัลใหญ่ ประกอบด้วย รางวัล Gold สาขา Business Contribution เป็นรางวัลที่แสดงถึงบทบาทสำคัญขององค์กรในการสร้างคุณค่าทางธุรกิจ การบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ และการขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตอย่างยั่งยืน และ รางวัล Silver สาขา Customer Experience สะท้อนถึงความเป็นเลิศในการยกระดับประสบการณ์ลูกค้า ด้วยการพัฒนาการให้บริการที่มีคุณภาพ ใส่ใจ และตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในทุกมิติ นางสาวอรนาฎ นชะพงษ์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ สายงานกลยุทธ์การตลาดและบริหารจัดการลูกค้า บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า รางวัล CC-APAC Awards ทั้ง 2 สาขาที่กรุงเทพประกันชีวิตได้รับในครั้งนี้ นับเป็นความภาคภูมิใจและสะท้อนถึงความมุ่งมั่นขององค์กรในการใส่ใจการให้บริการที่ยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง ควบคู่กับการดำเนินธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน   ความสำเร็จดังกล่าวเกิดจากความทุ่มเทของพนักงานทุกคนในการร่วมกันยกระดับมาตรฐานการบริการ เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีและความเชื่อมั่นให้แก่ลูกค้าอย่างต่อเนื่องเพื่อมุ่งสู่การเป็นบริษัทประกันชีวิตอันดับ 1 ในด้านความใส่ใจ

07 Feb 2026

...

บมจ.ไทยสมุทรประกันชีวิต รักคือพลังของชีวิต โดย คุณนุสรา (อัสสกุล) บัญญัติปิยพจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ (CEO) พร้อมคณะกรรมการบริษัท ผู้ถือหุ้น ผู้บริหาร และพนักงาน ร่วมฉลองวาระโอกาสพิเศษครบรอบ 77 ปี ของการดำเนินธุรกิจ ในวันที่ 11 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา ภายใต้แนวคิด “Live the life you love, longer” ด้วยความเชื่อมั่นว่า การเริ่มต้นรักและดูแลตัวเองให้ดีคือ หัวใจสำคัญที่จะช่วยให้เรามีพลังดูแลคนที่รัก และพร้อมทำสิ่งที่รักได้ยาวนานที่สุด        ในวาระครบรอบ 77 ปี ของ OCEAN LIFE ไทยสมุทรประกันชีวิต ได้จัดพิธีสักการะพระพรหม และทำบุญถวายภัตตาหารเพลพระสงฆ์ เพื่อความเป็นสิริมงคล พร้อมร่วมตัดเค้กเฉลิมฉลอง เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจในการมุ่งมั่นดูแลคนไทยด้วยพลังความรัก พร้อมผลักดันให้คนไทยทุกเจนเนอเรชันมีสุขภาพที่แข็งแรง และมีความมั่นคงทางการเงินอย่างยั่งยืนเคียงข้างสังคมไทยตลอดไป ณ บริเวณหน้าอาคารโอเชี่ยนทาวเวอร์ 1 สำนักงานใหญ่ ถนนรัชดาภิเษก    77 ปี OCEAN LIFE ไทยสมุทรประกันชีวิต ใช้ความรักเป็นพลังขับเคลื่อนองค์กรโดยไม่หยุดพัฒนาในทุกมิติ เพื่อทำให้ประกันชีวิตเป็นเรื่องง่าย ทำให้คนไทยเข้าถึงประโยชน์ของการประกันชีวิตได้มากที่สุด พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลโลกและสังคม เพื่อส่งมอบอนาคตที่ยั่งยืนให้กับคนรุ่นต่อไป ให้ใช้ชีวิตอย่างมั่นคง มั่นใจ ปลอดภัย มีความสุข สนใจติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.ocean.co.th หรือ ติดต่อ OCEAN LIFE CONTACT CENTER  1503 ./

07 Feb 2026

Banner Banner Banner Banner Banner

Banner
ประกันภัย - ขายตรง - SMEs        สวัสดีครับท่านสมาชิกสื่อออนไลน์ CEO THAILAND และพี่น้องคนไทยผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งทั่วประเทศ วันนี้ผมขอทำหน้าที่คอลัมนิสต์เขียนบทความในคอลัมน์แทน นายเอกวรพงศ์  อำนวยทรัพย์ ที่ลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ที่จะถึงนี้ วันนี้ผมอยากพูดถึงนโยบายของพรรคพลังเพื่อไทยที่เกี่ยวกับธุรกิจพื้นฐานของธุรกิจไทย และตรงกับเนื้อหาสาระหลักของสื่อ CEO THAILAND นโยบายพรรคพลังเพื่อไทย ตรงกับสิ่งที่สื่อ CEO THAILAND นำเสนอในเนื้อหาหลักของสื่อมาตลอดเวลา 20 ปีที่ผ่านมา ดังนั้นผมขอเสนอนโยบายของพรรคพลังเพื่อไทยที่จะสนับสนุนหรือผลักดันให้เกิดขึ้น หากพรรคมี ส.ส.ในสภาฯ ทั้งนี้ เพื่อประกอบการตัดสินใจลงคะแนนเสียงเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569  ดังนี้        1.พรรคพลังเพื่อไทย มีนโยบาย เพิ่มค่าลดหย่อนภาษีสำหรับคนทำประกันชีวิตจากเดิม 100,000 บาท เป็น 300,000 บาท ข้อนี้มีเสียงเรียกร้องจากภาคธุรกิจและตัวแทนประกันชีวิตมานาน ถือเป็นการกระตุ้นธุรกิจเพื่อให้คนไทยมีความคุ้มครองที่มากขึ้น 2.พรรคพลังเพื่อไทย มีนโยบาย จัดหาเงินทุนเพื่อเสริมสภาพคล่องกองทุนประกันวินาศภัย ในกรณีที่ กองทุนประกันวินาศภัยต้องรับภาระหนี้จากการที่บริษัทประกันวินาศภัยปิดตัวลงหรือถูกสั่งเพิกถอนในอนุญาต ปัจจุบันกองทุนมีภาระหนี้สินอยู่กว่า 100,000 ล้านบาท      3. พรรคพลังเพื่อไทยมีนโยบายจัดหาแหล่งเงินทุนสนับสนุนบริษัทในกลุ่ม SMEs ธุรกิจเส้นเลือดฝอย ซึ่งยังขาดเงินทุนสนับสนุน ขาดความรู้ในการแปรรูปสินค้า เพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ ขาดการตลาด ตรงนี้รัฐสมควรเข้าไปแก้ไข      4.พรรคพลังเพื่อไทย มีนโยบาย ยกระดับธุรกิจขายตรง และยกระดับนักธุรกิจอิสระ(ขายตรง) ที่จริงธุรกิจขายตรง เป็นธุรกิจที่ยืนด้วยลำแข้งตัวเองมาตั้งแต่ปี 2540 รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ค่อยสนใจธุรกิจขายตรงจนกลายเป็นลูกเมียน้อย ขณะที่นักขายตรงเองขาดเครดิตทางการเงินกับสถาบันการเงิน นี่คือนโยบายพรรคพลังเพื่อไทยที่ผมขอโอกาสใช้คอลัมน์นำเสนอท่านมาในสื่อ CEO THAILAND  ส่วนทุกท่านที่มีสิทธิ์เลือกตั้งจะเลือกพรรคการเมืองใดก็แล้วแต่ทุกท่าน กระทั่งคนในธุรกิจประกันภัย ขายตรง และSMEs จะเลือกพรรคใดหรือเลือกผู้สมัครคนใดล้วนเป็นสิทธิ์ที่ทุกท่านตัดสินใจเอาเอง ผมแค่นำเสนอเรื่องนโยบายพรรคที่ตรงกับเนื้อหาสาระของสื่อ CEO THAILAND เท่านั้น!       พูดแบบนายเอกวรพงศ์ (นายแทน)  
อ่านต่อ...
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner