Responsive image

Monday, 12 Jan 2026

หน้าแรก > INSURANCE / ประกันภัย - ประกันชีวิต


ประกันชีวิตที่มั่นคง “มีน – บอม เพจ คนจะไปก็ต้องไป” บอกเล่าความประทับใจที่เกิดขึ้นจริง

Thu 02/11/2566


เมืองไทยประกันชีวิต ปล่อยแคมเปญ A True Story “Whole Life” เมืองไทยประกันชีวิตเข้าใจทุกชีวิต ถ่ายทอดเรื่องจริงจากหลากหลายกลุ่มคนในสังคม ต่อเนื่องเรื่องที่ 2 บอกเล่าความประทับใจ ความสุข ความสมหวัง และความรัก  เหตุผลที่อยากส่งต่อความมั่นคงด้วยประกันชีวิต  พร้อมวางแผนด้วยประกันชีวิตเพื่ออนาคตมั่นใจ เติมเต็ม ดูแลทุกความสุขของคุณ  มุมมองใหม่ของคู่ชีวิต “มีน-บอม เจ้าของเพจ คนจะไปก็ต้องไป” 

การนำเสนอรูปแบบประกันชีวิตที่มีความเท่าเทียมทางเพศเป็นเรื่องที่สำคัญของสังคมรูปแบบประกันชีวิตที่เป็นธรรมต่อทุกกลุ่มคนไม่ว่าจะเป็นเพศ อายุ สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้เอาประกัน  ทั้งนี้ บริษัทฯ มองเห็นว่าเมื่อนำเสนอรูปแบบประกันชีวิตที่เท่าเทียมทางเพศ ควรให้ความสำคัญเท่าเทียมกันทุกคน

อย่างไรก็ตาม การนำเสนอรูปแบบประกันชีวิตที่มีความเท่าเทียมทางเพศไม่ได้หมายความว่าจะต้องมีการเพิ่มสิทธิพิเศษหรือความคุ้มครองพิเศษที่แตกต่างหรือสร้างความเฉพาะกลุ่ม แต่ควรให้โอกาสอย่างเท่าเทียมในการเข้าถึงประโยชน์ที่มีความสอดคล้องกับความต้องการ และความต้องการของลูกค้าในทุกกลุ่มเสมอภาคเท่าเทียมกัน นอกจากนี้ยังควรสร้างความเข้าใจในความต้องการของผู้คนที่แตกต่างกันเพื่อให้การเลือกประกันชีวิตเป็นไปอย่างเหมาะสมกับทุกกลุ่มลูกค้า ในโอกาสนี้ เราได้รับเกียรติจาก  คุณมีน - จิรัฏฐ์ เกตุภู่ และ คุณบอม KPN หรือ บอม - อนุรักษ์ บุญเพิ่มพูล เจ้าของเพจ คนจะไปก็ต้องไป  และ YouTube : Takeyou2somewhere  เล่าเรื่องราวชีวิตดีของการประกันชีวิต   

จากไลฟ์สไตล์ที่ต่างกัน ความชอบแทบไม่เหมือนกันเลย แต่ปรับตัวและหาตรงกลางกันอยู่เสมอ เลยได้ใช้ชีวิตด้วยกัน โดยสร้างเพจขึ้นมาเป็นเหมือนพื้นที่ที่รวมความชอบของแต่ละคนไว้ด้วยกัน คุณมีนชอบเขียนคอนเทนต์ คุณบอม ชอบถ่ายรูป จึงเป็นที่มาของเพจ คนจะไปก็ต้องไป

ทั้งคุณมีน-บอม  คู่ชีวิตที่บอกกล่าวประสบการณ์จริงกับประกันชีวิตที่ประทับใจกับเมืองไทยประกันชีวิตเปิดเผยถึงความคิดครั้งแรกที่อยากจะทำประกันของมีนว่า  “จริง ๆ บอมจะชอบพูดประโยคหนึ่งที่บอกว่า ถ้าจะไปนี่ขอไปก่อน มันเลยทำให้มีนพยายามที่จะดูแลเขา” ในขณะที่บอมเองก็มองว่า “บอมไม่เคยคิดเลยว่าชีวิตนี้เราจะเจอคนที่ใช่ จนมาได้คบกับมีน เรารู้สึกว่าทำไมคนหนึ่ง ที่สามารถรักอีกคนหนึ่งได้มากขนาดนี้ เรารู้สึกว่าอยากอยู่กับเขาไปตลอดชีวิตเลย”

ในขณะที่ไลฟ์สไตล์ของทั้ง 2 คน แตกต่างกัน  “มีนมองพี่บอมเค้าว่าพี่เขาจะติส ๆ อารมณ์ศิลปินประมาณนั้น เลยกลายเป็นว่า พอเวลาพี่บอมถ่ายรูปอะไรออกมา เราชอบเอารูปของเขามาสร้างเป็นเรื่องราวที่มันรีเลทกับชีวิตคู่ของเรา ก็เลยเกิดเป็นเพจคนจะไปก็ต้องไป จริง ๆ เพจคนจะไปก็ต้องไปเนี่ย คนนี้แหละจะไป (มีน) คนนี้เลยต้องไปด้วย (บอม)”

“บอมมองว่าการทำเพจมันมีข้อดีอย่างหนึ่ง คือเราได้เห็นมุมมองอื่นของกันและกัน มันทำให้ชีวิตคู่ของเรามีสีสันมากขึ้น ได้ใช้ชีวิตด้วยกันเยอะขึ้น มันก็เลยมีคำหนึ่งขึ้นมาก็คือคำว่าพาร์ทเนอร์ ความหมายของคำว่าพาร์ทเนอร์ของบอมคือการเดินไปข้างหน้าด้วยกันครับ” 

มีนยังกล่าวเพิ่มเติมว่า “มีนมองว่าในปัจจุบันไปจนถึงอนาคต เรากลับเริ่มวางแผนอะไรหลายอย่าง คือเราไม่รู้หรอกว่าอนาคตมันจะเกิดอะไรขึ้น มันมีสิ่งที่จะจากเป็นและจากตาย เราคงใช้ชีวิตแทนเขาในวันที่เขาไม่อยู่ หรือเราอาจจะบอกให้เขาใช้ชีวิตแทนเราให้ดีที่สุดในวันที่เราไม่อยู่ คงเป็นมุมนั้นมากกว่า แต่ก่อนหน้านี้ไม่เคยคุยกันเรื่องนี้เลยนะ จนวันนี้ ตรงนี้เลย”     

“บอมขอเสริมตรงนี้ว่าคือทุกครั้งเวลาที่ผมนอน คือจะมองเขานอน เราก็คิดตลอดว่า ถ้าวันหนึ่งเขาไม่อยู่ตรงนี้แล้วเราจะรู้สึกยังไง มันทำให้เรารู้สึกไม่อยากให้มันเกิดขึ้น”   

การเลือกประกันชีวิตมีส่วนสำคัญ  โดยมีนยิ้มและพูดถึงเรื่องนี้ว่า “เรามาเจอกับเมืองไทยประกันชีวิต ก็เลยทำให้เรารู้ว่า อย่างน้อยแผนของเราที่เราวางมา สำเร็จไปแล้วครึ่งหนึ่ง เพราะเรายังไม่ได้นับถึงวันที่เราจากกัน นึกออกมั้ยครับ  เรารู้สึกดีและรู้สึกสบายใจมากที่อย่างน้อย ความคิดเราสามารถตอบโจทย์พาร์ทเนอร์ คำว่าชีวิตคู่ของเราจริงๆ  เมืองไทยประกันชีวิตเขาสามารถระบุ คู่ชีวิต ของเราเป็นผู้รับประโยชน์ได้”   

 “และสำหรับบอมเอง บอมก็คิดเช่นเดียวกันว่าถ้าวันหนึ่งเราไม่อยู่แล้ว อย่างน้อยเราก็ได้ส่งต่ออะไรบางอย่างให้กับเขา เพื่อที่จะให้เขาหรือคนข้างหลังสามารถเดินหน้าต่อไปได้ครับ และเราเลือกฝากอนาคตของคนที่เรารักอย่างมั่นใจ ด้วยประกันชีวิตที่ให้ความคุ้มครองอย่างเท่าเทียมจากเมืองไทยประกันชีวิตครับ”  บอมกล่าวด้วยรอยยิ้มและความประทับใจในครั้งนี้

 

ติดตามชม A True Story “Whole Life” เมืองไทยประกันชีวิตเข้าใจทุกชีวิต

EP 2 : คุณมีน - คุณบอม   เจ้าของเพจ คนจะไปก็ต้องไป ได้ที่

YouTube:https://youtu.be/chyKemKYQr8
FB: https://www.facebook.com/watch/?v=849308766683329

 

ประกันชีวิตเพื่ออนาคตมั่นใจ ส่งต่อหลักประกันให้คนที่คุณรักอย่างมั่นคง

  • จ่ายเบี้ยเริ่มต้นหลักร้อยต่อเดือน ส่งต่อหลักประกันเงินล้าน
  • เลือกจ่ายเบี้ยสั้นหรือยาวก็ได้ คุ้มครองยาวถึงอายุ 99 ปี
  • แทนคำสัญญาจะดูแลกันตลอดไป

  สามารถระบุ  “คู่ชีวิต” เป็นผู้รับประโยชน์สำหรับประกันชีวิตได้

รายละเอียดเพิ่มเติม www.muangthai.co.th หรือคลิก  https://webmtl.co/49c2x26

  • โทร 1766 ตลอด 24 ชั่วโมง
  • ติดต่อตัวแทนประกันชีวิต หรือ สาขา ธนาคารกสิกรไทย และ ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์

- เงื่อนไขความคุ้มครองเป็นไปตามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์

- การพิจารณารับประกันภัยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของบริษัทฯ

- เบี้ยประกันภัยสามารถนำไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ ทั้งนี้ หลักเกณฑ์เป็นไปตามที่กรมสรรพากร กำหนด

- โปรดศึกษารายละเอียดความคุ้มครอง เงื่อนไข และข้อยกเว้นก่อนตัดสินใจทำประกันภัย

 


Tags : เมืองไทยประกันชีวิต แคมเปญ A True Story “Whole Life มีน-บอม เจ้าของเพจ คนจะไปก็ต้องไป


Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

...

  ธนาคารออมสิน ร่วมส่งมอบความสุขในช่วงเทศกาลต้อนรับปีใหม่ 2569 จัดเตรียมของขวัญ เพื่อส่งความสุขให้ประชาชน ภายใต้โครงการ “วินัยดี มีเงิน” ให้แก่ลูกค้าธนาคารด้วยการมอบเงินของขวัญพิเศษรายละ 1,000 บาท ให้แก่ลูกหนี้ที่ใช้บริการสินเชื่อวงเงินกู้ไม่เกิน 200,000 บาท มีประวัติชำระหนี้ดีติดต่อกันไม่น้อยกว่า 3 ปี ไม่เคยปรับโครงสร้างหนี้/ไม่มีประวัติการตัดหนี้สูญ และมีสถานะหนี้ปกติ (ค้างชำระไม่เกิน 30 วัน) ทั้งนี้ ธนาคารจะโอนเงินเข้าบัญชีภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 เฉพาะผู้ที่มีบัญชีเงินฝากเผื่อเรียกที่เป็นชื่อตนเอง (ยกเว้นบัญชีเพื่อประโยชน์ของผู้เยาว์ และบัญชีร่วม) ที่กดรับสิทธิ์ผ่านแอปพลิเคชัน MyMo ภายในวันที่ 31 มกราคม 2569 และเงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด เพื่อมอบเป็นขวัญและกำลังใจแก่ลูกค้าที่มีวินัยในการผ่อนชำระหนี้ที่ดี นำไปใช้เป็นเงินทุนเสริมสภาพคล่องในการประกอบอาชีพ หรือใช้จ่ายในช่วงเทศกาลปีใหม่  

11 Jan 2026

...

นายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ส่งมอบของขวัญวันเด็ก ธ.ก.ส. เนื่องในโอกาสวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2569 ประกอบด้วย แก้วน้ำสกรีนลาย “ม้านิลมังกร” Limited Edition และกระปุกออมทรัพย์ตราสัญลักษณ์ธนาคาร โดยมอบให้แก่ผู้แทนโรงเรียน ชุมชน องค์กรภาครัฐ องค์กรเอกชน และมูลนิธิต่าง ๆ รวมกว่า 70 แห่งทั่วประเทศ เพื่อนำไปส่งมอบต่อให้กับเด็กและเยาวชนในพื้นที่ ทั้งนี้ ธ.ก.ส. มุ่งหวังร่วมสร้างความสุข รอยยิ้ม และส่งต่อกำลังใจให้แก่เด็กและเยาวชน อันเป็นทรัพยากรที่สำคัญของชาติ ให้เติบโตอย่างมีคุณภาพ พร้อมเป็นพลังขับเคลื่อนสังคมไทยในอนาคต   นอกจากนี้ ธ.ก.ส. ยังได้ดำเนินการเติมเยาวชนและคนรุ่นใหม่เข้าสู่ภาคการเกษตร เพื่อแก้ไขปัญหา Aging Society โดยให้กลุ่มคนเหล่านี้มองเห็นโอกาสในการสร้างรายได้เทียบเท่ากับการทำงานในเมือง ผ่านโครงการเกษตรธนากร โดยเติมความรู้ทักษะด้านการเกษตรสมัยใหม่ และความรู้ทางการเงินให้กับเยาวชนในโรงเรียน เพื่อปูทางไปสู่การเป็นผู้ประกอบการทางการเกษตรในอนาคต นำร่อง 27 โรงเรียนทั่วประเทศ จาก 9 ฝ่ายกิจการสาขาภาค และเตรียมขยายผลไปยังโรงเรียนอื่น ๆ ทั่วประเทศต่อไป เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2569 ณ โถง ชั้น 2 อาคารทาวเวอร์ ธ.ก.ส. สำนักงานใหญ่ กรุงเทพมหานคร    

11 Jan 2026

...

SME D Bank จัดชุดของขวัญปีใหม่ 2569 เพื่อเอสเอ็มอีไทย สร้างความสุข สนับสนุนธุรกิจเติบโตเข้มแข็งยั่งยืน ได้แก่  1. เติมทุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำพิเศษเพียง 3% ต่อปี คงที่ตลอด 3 ปีแรก วงเงินรวม 20,000 ล้านบาท แถมยื่นกู้ภายใน 31 มี.ค. 69 ลดค่าธรรมเนียมวิเคราะห์โครงการ 0.50%  2. เสริมทักษะ เพิ่มรายได้ด้วยตลาดออนไลน์ และ 3.ช่วยแก้หนี้ยั่งยืน คืนความสุข สร้างโอกาสพลิกฟื้นธุรกิจเดินหน้าได้ดีอีกครั้ง   นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank เปิดเผยว่า SME D Bank จัดชุด “มาตรการของขวัญปีใหม่” ประจำปี 2569 มอบให้แก่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี สร้างความเข้มแข็งทางธุรกิจครบวงจร พร้อมเดินหน้าสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน ได้แก่ 1.มีทุน สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ เพียง 3% ต่อปี คงที่ตลอด 3 ปีแรก ช่วยลดต้นทุนทางการเงิน เสริมสภาพคล่อง มีเงินทุนเพียงพอในการลงทุน ยกระดับ ปรับเปลี่ยน ขับเคลื่อนกิจการได้ต่อเนื่อง เปิดกว้างทั้งบุคคลธรรมดา นิติบุคคล ครอบคลุมทุกกลุ่มธุรกิจเอสเอ็มอี ไม่ว่าจะเป็นภาคการผลิต ภาคบริการ รวมถึงธุรกิจค้าส่งและค้าปลีก   ผ่าน 2 ผลิตภัณฑ์สินเชื่อ วงเงินรวม 20,000 ล้านบาท ดอกเบี้ยพิเศษเพียง 3%ต่อปี คงที่ตลอด 3 ปีแรก ผ่อนนานสูงสุดถึง 10 ปี ได้แก่ โครงการสินเชื่อ “ปลุกพลัง SME” วงเงิน 5,000 ล้านบาท  สำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีรายเล็ก วงเงินกู้ต่อรายสูงสุด 1 ล้านบาท  ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน และโครงการสินเชื่อ “Beyond ติดปีก SME” วงเงิน 15,000 ล้านบาท   เพื่อเพิ่มศักยภาพการดำเนินธุรกิจ  วงเงินกู้สูงสุด 30 ล้านบาท   ใช้ บสย.ค้ำประกันร่วมได้  โดยทั้ง 2 โครงการสินเชื่อดังกล่าว เปิดรับคำขอถึง 30 ธันวาคม 2569 นอกจากนั้น เพิ่มเติมความพิเศษ  หากยื่นคำขอสินเชื่อภายในวันที่ 31 มีนาคม 2569 รับสิทธิพิเศษลดค่าธรรมเนียมวิเคราะห์โครงการ (Front end Fee) 0.50% ของวงเงินที่ได้รับอนุมัติ 2.มีความรู้ มอบสิทธิ์เข้ารับการพัฒนายกระดับธุรกิจ ในแคมเปญ “Live ปัง ดังทันที!” เปิดโอกาสผู้ประกอบการเอสเอ็มอีทุกกลุ่ม สามารถแจ้งความประสงค์ผ่านแพลตฟอร์ม DX by SME D Bank (https://dx.smebank.co.th/) ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงมีนาคม 2569  รับฟรี 500 Point นำไปแลกสิทธิประโยชน์การสนับสนุนเติมความรู้เพิ่มศักยภาพการทำธุรกิจ  ไม่ว่าจะช่วยเพิ่มยอดขาย  ขยายช่องทางตลาดผ่านแพลตฟอร์มชอปปิ้งออนไลน์ชื่อดัง เช่น Shopee Lazada และ TikTok Shop เป็นต้น รวมถึง รับสิทธิ์ร่วมโครงการให้ผู้มีชื่อเสียงบนโลกออนไลน์ (Influencer)   และผู้เชี่ยวชาญ (KOL) รีวิวสินค้าหรือบริการ สร้างการรับรู้สู่กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย นอกจากนั้น รับสิทธิ์ร่วมกิจกรรมอบรมพัฒนาความรู้  โดยเฉพาะเน้นด้านทำตลาดออนไลน์ เช่น การผลิต Content และ Live Commerce เป็นต้น 3. มีความสุข แก้หนี้ได้ยั่งยืน ช่วยเหลือลูกค้าธนาคาร กลุ่มเปราะบาง ประคับประคองลดภาระทางการเงิน สร้างโอกาสเดินหน้าธุรกิจ เริ่มต้นใหม่ได้อีกครั้ง ด้วยมาตรการ “3 ลดปลดหนี้” ได้แก่ 1. ลดผ่อน ปรับวงเงินการผ่อนชำระ ตามความสามารถของกิจการ 2. ลดเงินต้น ปรับโครงสร้าง เพิ่มความยืดหยุ่น นําเงินค่างวดแบ่งตัดลดเงินต้น และ 3. ลดดอกเบี้ยค้างชำระผิดนัด เมื่อชำระตามเงื่อนไขของธนาคาร  ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ต้องการรับบริการต่าง ๆ  สามารถแจ้งความประสงค์ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ผ่านช่องทางต่าง ๆ ของธนาคาร เช่น  เว็บไซต์  www.smebank.co.th และ  LINE Official Account : @smedevelopmentbank  เป็นต้น หรือ  สาขา SME D Bank ทุกแห่งทั่วประเทศ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม Call Center 1357

04 Jan 2026

...

นางลภาวรรณ จันทร์กระจ่าง รองผู้อำนวยการธนาคารออมสิน รักษาการแทนผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งส่งผลให้เกิดความสูญเสียต่อกำลังพลผู้ปฏิบัติหน้าที่ปกป้องอธิปไตยของประเทศ ล่าสุด ธนาคารออมสิน ออกชุดมาตรการเฉพาะกิจ ประกาศยกหนี้ปิดบัญชีสินเชื่อเป็นกรณีพิเศษ แก่ทหาร ตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) และกำลังพลหน่วยอื่น ๆ ที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ในเหตุการณ์ดังกล่าว ตั้งแต่วันที่ 7 ธันวาคม 2568 เป็นต้นมา โดยการยกหนี้ยังครอบคลุมถึงบัญชีสินเชื่อของทายาท 3 ลำดับ ได้แก่ บิดามารดา คู่สมรส และบุตรโดยชอบด้วยกฎหมาย รวมถึงการมอบเงินช่วยเหลือแก่ครอบครัวกำลังพลที่เสียชีวิต ตลอดจนกำลังพลและพลเรือนที่บาดเจ็บจากการสู้รบ เพื่อเชิดชูเกียรติที่ได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละ และเป็นขวัญกำลังใจแก่ครอบครัวในช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้   ด้านความช่วยเหลือสำหรับผู้อพยพที่ต้องได้รับผลกระทบเพราะเข้าพื้นที่ทำมาหากินไม่ได้ เป็นเหตุให้ต้องขาดรายได้ในช่วงเวลานี้ ธนาคารได้ออก มาตรการพักหนี้โดยให้พักชำระเงินต้นและไม่คิดดอกเบี้ย สำหรับลูกหนี้สินเชื่อธนาคารออมสินทุกประเภท* ครอบคลุมสินเชื่อองค์กรชุมชน ที่มีภูมิลำเนา ที่อยู่อาศัย หรือสถานที่ประกอบอาชีพในพื้นที่ภัยพิบัติตามประกาศของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ให้เริ่มพักชำระหนี้งวดแรกหลังจากได้รับอนุมัติ เป็นระยะเวลา 3 งวด/เดือน และไม่ถือเป็นการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ ให้คงชั้นหนี้เดิมก่อนเข้าร่วมมาตรการ โดยธนาคารจะยกดอกเบี้ยให้ทั้งหมด ส่วนเงินต้นที่พักไว้ 3 งวด จะถูกรวมไปชำระในงวดสุดท้าย ทั้งนี้ เมื่อครบกำหนดระยะเวลาให้ลูกหนี้กลับมาชำระเงินงวดตามเงื่อนไขสัญญาเดิม ในกรณีสัญญาครบกำหนดแต่ไม่อาจชำระหนี้เงินต้นส่วนที่พักไว้ได้ ลูกหนี้สามารถติดต่อธนาคารเพื่อขอปรับโครงสร้างหนี้ได้ในภายหลัง โดยผู้ที่ได้รับผลกระทบตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด สามารถแจ้งความประสงค์เข้าร่วมมาตรการได้ที่ธนาคารออมสินทุกสาขา หรือที่ศูนย์พักพิงของจังหวัดซึ่งธนาคารได้จัดทีมงานเข้าไปอำนวยความสะดวกให้ด้วย และทางแอปพลิเคชัน MyMo ภายในวันที่ 31 มกราคม 2569     นอกจากนี้ ธนาคารยังคงสนับสนุนงบประมาณให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ปะทะ ตลอดแนวชายแดนไทย-กัมพูชา โดยการสนับสนุนภารกิจของศูนย์พักพิง ได้แก่ การมอบถุงยังชีพ “ออมสินห่วงใย” รวมถึงเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็น และน้ำดื่ม แก่ผู้อพยพ และกำลังพลในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ ศรีสะเกษ บุรีรัมย์ อุบลราชธานี สระแก้ว และจังหวัดตราด รวมมูลค่ากว่า 7.3 ล้านบาท ธนาคารออมสินขอแสดงความห่วงใยและส่งกำลังใจไปยังทหารและตำรวจตระเวนชายแดนที่ยังคงปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็งอยู่ในพื้นที่ ตลอดจนครอบครัวของทหารกล้าผู้เสียสละชีวิตปกป้องอธิปไตยของประเทศ และพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบ โดยมุ่งหวังว่าสถานการณ์จะคลี่คลายและกลับสู่สภาวะปกติในเร็ววัน *หมายเหตุ : มาตรการพักหนี้ไม่รวมสินเชื่อบางประเภท เช่น สินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่, สินเชื่อชีวิตสุขสันต์, สินเชื่อสำหรับผู้มีรายได้ประจำ โดยสินเชื่อ Soft loan สินเชื่อองค์กรชุมชน และสินเชื่อตามนโยบายรัฐ (PSA) และเงื่อนไขอื่น ๆ เป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด  

30 Dec 2025

Banner Banner Banner Banner

Banner
  เทียบจุดแข็งแกร่ง “วิริยะ-ทิพย-กรุงเทพ” ประกันภัย   เมื่อพูดถึงวงการประกันภัย-วินาศภัยเมืองไทย มี 3 บริษัทใหญ่ของวงการและของประเทศไทย ที่ถือว่าเป็น”ขาใหญ่”หรือขาประจำที่แต่ละปี บริษัททั้ง 3 บริษัท มีกลยุทธ์การตลาด และจุดแข็งที่แตกต่างกันของแต่ละบริษัท และบริษัททั้ง 3 บริษัทนี้กำลังจะแย่งชิงเบี้ยประกันภัยเพื่อเป็นอันดับ 1 ของประเทศไทย เมื่อเทียบสัดส่วนในเรื่องยอดขาย และในแง่ของผลกำไร            ในแง่ยอดขายต่อปี          เบอร์ 1 บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) ด้วยจุดแข็งการทำประกันภัยรถยนต์ ที่มีเบี้ยประกันภัยสูงขายง่าย แต่ละปีสร้างยอดขายได้มีเบี้ยประกันภัยรับตรงรวม 40,879 ล้านบาท          เบอร์ 2 บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) ด้วยจุดแข็งงานประกันภัย Non Motor ประเภทขนส่งสินค้า Marin รวมทั้งลูกค้าของผู้ถือหุ้นใหญ่อย่าง ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ทำให้มียอดขายรับประกันภัยตรงอยู่ที่ 31,736.1 ล้านบาทแซงหน้าบริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ไปเรียบร้อย          เบอร์ 3 บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ด้วยจุดแข็งการเป็นบริษัท ที่มีกระทรวงการคลังถือหุ้นใหญ่ สามารถขยายตลาดผ่านพันธมิตรหรือผู้ถือหุ้นได้ง่าย และทำตลาดประกันภัยโครงสร้างพื้นฐาน โครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ของรัฐจึงทำให้มีเบี้ยประกันภัยต่อปี มีเบี้ยประกันภัยรวม 22,439 ล้านบาท จะกลับไล่บี้เบอร์ 1และ 2 ได้ต่อไป         ในแง่ผลกำไรต่อปี         เบอร์ 1 คงต้องให้บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) เนื่องจากได้งานจากหน่วยงานภาครัฐ และมีพันธมิตรที่หลากหลาย ด้วยยอดขายที่สูง และมีการบริหารการลงทุนที่พร้อม เพราะมีธนาคารออมสิน, กบข. , ธนาคารกรุงไทย, ปตท., บางจาก  ทำให้มีผลกำไรมาเป็นอันดับ 1  ทำให้บริษัทสามารถทำกำไรจากการรับประกันได้ 2,631 ล้านบาท        เบอร์ 2  ต้องยกให้เป็นของบริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) ด้วยการรับประกันภัยที่มีความเสี่ยงภัยต่ำ รวมทั้งความเชี่ยวชาญในการบริหารเงินลงทุนโดยธนาคารกรุงเทพ ทำให้มีผลกำไรมาเป็นที่ 2 และมีเบี้ยประกันภัยเป็นอันดับที่ 2        เบอร์ 3 บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) มียอดขายเป็นอันดับ 1 มาอย่างต่อเนื่อง แต่ด้วยเน้นประกันภัยรถยนต์ยอดขายสูงก็มีความเสี่ยงสูง ผลกำไรน้อย จึงวางไว้เป็นเบอร์ 3 ในด้านผลกำไร                                                 นายเอกวรพงศ์ อำนวยทรัพย์ (เอก-วรา)                                               บรรณาธิการบริหาร สื่อ CEO THAILAND  
อ่านต่อ...
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner