Responsive image

Tuesday, 27 Oct 2026

หน้าแรก > INSURANCE / ประกันภัย - ประกันชีวิต


กรุงเทพประกันภัย โดดเด่นด้าน ESG ได้รับผลการประเมินหุ้นยั่งยืน SET ESG Ratings ประจำปี 2566 ระดับสูงสุด AAA

Wed 08/11/2566


บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) ได้รับผลการประเมินอยู่ในรายชื่อหุ้นยั่งยืนของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET ESG Ratings) ประจำปี 2566 ในระดับ AAA ซึ่งเป็นระดับสูงสุด โดยกรุงเทพประกันภัยเป็นหนึ่งในจำนวน 34 บริษัทจาก 193 บริษัทจดทะเบียนได้รับการคัดเลือกรายชื่อหุ้นยั่งยืนประจำปี 2566 สะท้อนให้เห็นว่ากรุงเทพประกันภัยมีความโดดเด่นด้านการมุ่งมั่นพัฒนาดำเนินธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืนและต่อเนื่อง โดยคำนึงถึงการบริหารงานตามหลักบรรษัทภิบาลที่ดี รวมถึงการบริหารจัดการที่ให้ความสำคัญต่อผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม และมีความรับผิดชอบต่อชุมชนสังคม ตลอดจนผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มเป็นอย่างดี (Environmental, Social and Governance หรือ ESG) อีกทั้งมีแนวทางการดำเนินงานและการบริหารจัดการประเด็นต่างๆ ในอนาคตที่ชัดเจน พร้อมรองรับความเสี่ยงใหม่ๆ ที่อาจเกิดขึ้น นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังแสดงให้เห็นถึงขีดความสามารถทางการแข่งขันและการสร้างโอกาสทางธุรกิจ โดยให้ความสำคัญกับการดูแล ใส่ใจ และมีความรับผิดชอบต่อลูกค้า คู่ค้า พนักงาน และผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน
 
ทั้งนี้ การคัดเลือก SET ESG Ratings หรือชื่อเดิม Thailand Sustainability Investment (THSI) คือ การประเมินความยั่งยืนในมิติบรรษัทภิบาลและเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และสังคม รวมถึงมีคุณสมบัติตามที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ กำหนด เพื่อให้บริษัทจดทะเบียนสามารถใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาปรับปรุงกระบวนการดำเนินงานด้านความยั่งยืน และสามารถเปรียบเทียบ (Benchmarking) การดำเนินงานกับบริษัทอื่นในกลุ่มเดียวกัน


Tags : กรุงเทพประกันภัย การคัดเลือก SET ESG Ratings การคัดเลือกรายชื่อหุ้นยั่งยืนประจำปี 2566


Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

...

  ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank ธนาคารเพื่อเอสเอ็มอีไทย สนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเดินหน้าธุรกิจ ยกขบวนเติมความรู้  ตอบครบทุกความต้องการ ตลอดเดือนตุลาคม 2566 ช่วยเพิ่มขีดความสามารถ ขยายตลาด สร้างโอกาสธุรกิจ ก้าวสู่ความสำเร็จ ทุกโปรแกรมรับบริการ ฟรี สมัครร่วมกิจกรรมหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม Call CENTER 1357       1. กิจกรรมอบรม “เปลี่ยนสต็อกให้เป็นสตางค์” จัดการสต็อกมีประสิทธิภาพ ระบายสินค้าคล่องตัว ลดข้อผิดพลาดการทำงาน จัดวันที่ 4 ต.ค.66 โรงแรมกราฟ โฮเทล กรุงเทพฯ ห้อง Article ชั้น 2 , วันที่ 9 ต.ค.66 โรงแรมหัวหินแกรนด์ ห้องหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ และวันที่ 11 ต.ค.66 โรงแรมเซ็นทารา อุดรธานี จ.อุดรธานี 2. อบรม “เทคนิคบริหารความสิ้นเปลืองและจุดรั่วไหลในองค์กร” จัดวันที่ 4 ต.ค.66 โรงแรมกราฟ โฮเทล กรุงเทพฯ ห้อง Article ชั้น 2 , วันที่ 17 ต.ค.66 โรงแรมแสน โฮเทล ห้องภูลานนา จ.เชียงราย และวันที่ 20 ต.ค.66 โรงแรมไมด้า แกรนด์ ทวารวดี นครปฐม จ.นครปฐม 3. เสริมแกร่งเอสเอ็มอีท่องเที่ยว โครงการ “การเตรียมพร้อมสู่ธุรกิจท่องเที่ยวไทยยุคใหม่ในรูปแบบดิจิทัล” จัดวันที่ 6 ต.ค.66 ณ โรงแรมห้วยป่าปก อ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี 4. สนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอี เข้าถึงบริการเติมทุนคู่พัฒนา  ในงาน “มหกรรมการเงินอุดรธานี” ครั้งที่ 10 (Money Expo UDONTHANI 2023) ที่บูธ D3 ณ อุดรธานีฮอลล์ ชั้น 4 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา อุดรธานี จัดวันที่ 6-8 ต.ค.66 5. สัมมนา “Data Analysis for Marketing Decision” วิเคราะห์ตลาดในธุรกิจโรงแรม ร้านอาหารและธุรกิจท่องเที่ยว จัดวันที่ 9 ต.ค.66 โรงแรมหัวหินแกรนด์ ห้องหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์   6. สัมมนา “เจาะลึกโอมานเปิดตลาดสินค้าไทยสู่อาหรับ” จัดวันที่ 17 ต.ค.66 ห้องแก้ววิเชียร ชั้น 11 อาคาร SME Bank Tower (สำนักงานใหญ่)  7. เปิดโอกาสเจรจาการค้า ปลุกแรงบันดาลใจต่อยอดธุรกิจ และช้อปสินค้าดีจากเอสเอ็มอีไทย ในงาน “SME ONE FEST 2023 by สสว.” ครั้งที่ 7 จัดวันที่ 20-22 ต.ค.66 ณ ลานมังกร ถนนกลางเมืองภูเก็ต จ.ภูเก็ต 8. อบรมสร้างอาชีพ สร้าง SMEs ครั้งที่ 5 “Location Marketing & Google Business Profile” จัดวันที่ 26 ต.ค. 66 ณ ชั้น 1 Co-working Space อาคาร SME Bank Tower (สำนักงานใหญ่)  9. “SME D Market” ตลาดนัดรวมของดีเอสเอ็มอีไทย คัดสรรของดี โปรเด็ดราคาดีมาไว้ในที่เดียว จัดวันที่ 26-27 ต.ค.66 เวลา 08.00-15.00 น. ณ ชั้น 1 Co-working Space อาคาร SME Bank Tower (สำนักงานใหญ่)  10. โครงการ “SME D Coach” ติดต่อรับคำปรึกษายกระดับธุรกิจจากโค้ชมืออาชีพ เช่น เจาะลึกการสร้างและใช้งาน “LINE OA”, ออกแบบโลโก้สำหรับเอสเอ็มอี , แนะนำใช้เครื่องมือเทคโนโลยีดิจิทัล เพิ่มศักยภาพกิจการ และช่วยขยายตลาดด้วย “Location Marketing” เป็นต้น     

03 Oct 2023

...

พร้อมบูรณาการความร่วมมือด้านประกันภัยเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตบุคลากร-ประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ด้วยระบบประกันภัย ก่อนขยายกิจกรรมรณรงค์เชิงรุกในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) และ ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ร่วมแถลงข่าวเปิดตัว “โครงการรณรงค์เชิงรุกในพื้นที่นำร่องเพื่อส่งเสริมการทำประกันภัย พ.ร.บ. อย่างยั่งยืน” ภายใต้ชื่องาน “คปภ. ปลุกพลังนักบิด เปิดโลกใหม่ให้คุ้มครองด้วยประกันภัย พ.ร.บ.” (วันนี้) 13 กันยายน 2565 ณ ลานกิจกรรม ชั้น G สามย่านมิตรทาวน์ กรุงเทพฯ โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานภาคีเครือข่ายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง และสื่อมวลชนเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก เลขาธิการ คปภ. กล่าวว่า การประกันภัยตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 หรือ ประกันภัย พ.ร.บ. ถือเป็นประกันภัยภาคบังคับที่กฎหมายกำหนดให้เจ้าของรถหรือผู้ครอบครองรถทุกคันทุกประเภทต้องจัดทำประกันภัย พ.ร.บ. เพื่อเป็นหลักประกันให้กับผู้ประสบภัยจากรถทุกคน ไม่ว่าจะเป็นผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร รวมถึงคนเดินเท้า ถ้ารถทำประกันภัย พ.ร.บ. นอกจากจะได้รับค่าเสียหายเบื้องต้นโดยไม่ต้องพิสูจน์ความรับผิดแล้ว ยังมีสิทธิได้รับความคุ้มครองสูงสุดตามกรมธรรม์ประกันภัย กรณีเสียชีวิต หรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง 500,000 บาทต่อคน กรณีบาดเจ็บสูงสุดไม่เกิน 80,000 บาทต่อคน กรณีสูญเสียอวัยวะ 200,000-500,000 บาทต่อคน กรณีทุพพลภาพอย่างถาวร 300,000 บาทต่อคน และกรณีเข้ารักษาในสถานพยาบาลในฐานะคนไข้ในจะได้รับค่าชดเชยรายวัน 200 บาทต่อวัน รวมกันไม่เกิน 20 วัน นอกจากนี้ จากสถิติที่ผ่านมาพบว่ามีการจัดทำประกันภัย พ.ร.บ. รถจักรยานยนต์เพียงร้อยละ 65 ของรถจักรยานยนต์จดทะเบียนสะสม ทำให้เมื่อเกิดเหตุจากรถที่ไม่จัดทำประกันภัย พ.ร.บ. ผู้ประสบภัยจากรถจะได้รับเพียงค่าเสียหายเบื้องต้นจากกองทุนทดแทนผู้ประสบภัย และจากสถิติในปี 2564 มีผู้ประสบภัยจากรถที่มาขอรับค่าเสียหายเบื้องต้นจากกองทุนทดแทนผู้ประสบภัย จำนวน 9,112 ราย คิดเป็นเงินจำนวน 180 ล้านบาท ซึ่งจากสถิติพบว่า 70% เป็นผู้ประสบภัยจากรถจักรยานยนต์ จากตัวเลขเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่ายังมีรถที่อยู่นอกระบบการประกันภัย พ.ร.บ. อีกเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะรถจักรยานยนต์ ซึ่งแสดงให้เห็นว่ายังมีเจ้าของรถจำนวนมากที่ยังไม่เข้าใจและเล็งเห็นถึงความสำคัญของการมีประกันภัย พ.ร.บ. เพื่อนำไปเป็นเครื่องมือในการบริหารความเสี่ยงภัย หากเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นจากการใช้รถใช้ถนน ทั้งนี้ เจ้าของรถหรือผู้ครอบครองรถทุกคันมีหน้าที่ตามกฎหมายที่ต้องจัดให้มีการประกันภัย พ.ร.บ. หากฝ่าฝืนไม่จัดให้มีการประกันภัย พ.ร.บ. จะมีโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท หรือหากเป็นผู้ที่ใช้รถที่ไม่ทำประกันภัย พ.ร.บ. จะมีโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท ดังนั้น หากเป็นทั้งเจ้าของรถที่ไม่ทำประกันภัย พ.ร.บ. และได้นำรถคันนั้นออกไปใช้เองจะมีความผิดทั้ง 2 ข้อหา โดยมีโทษปรับไม่เกิน 20,000 บาท ด้วยเหตุนี้ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (สำนักงาน คปภ.) ในฐานะเป็นหน่วยงานของรัฐที่มีภารกิจในการกำกับดูแล พัฒนาธุรกิจประกันภัยให้มีความเข้มแข็งมั่นคง และคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของประชาชนด้านการประกันภัย จึงได้จัดทำ “โครงการรณรงค์เชิงรุกในพื้นที่นำร่อง เพื่อส่งเสริมการทำประกันภัย พ.ร.บ. อย่างยั่งยืน” เพื่อประชาสัมพันธ์สร้างความตระหนักรู้ให้กับพี่น้องประชาชนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับประกันภัย พ.ร.บ. สำนักงาน คปภ. จึงผนึกกำลังกับกทม. เพื่อปลุกพลังผู้ขับขี่ในพื้นที่กรุงเทพมหานครเป็นแห่งแรก ซึ่งมีความสอดคล้องไปในทิศทางเดียวกันกับนโยบายของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในการสร้างกรุงเทพมหานคร ให้เป็นเมืองที่มีความปลอดภัยในการใช้ชีวิตสำหรับประชาชน รวมทั้งเป็นไปตามนโยบาย “ลดอุบัติเหตุให้เป็นศูนย์” (Zero Accident) ของกรุงเทพมหานครและรัฐบาล โดยมุ่งเน้นและส่งเสริมพี่น้องประชาชนผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ในกรุงเทพมหานครให้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับประกันภัย พ.ร.บ. เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีผู้ใช้รถจักรยานยนต์สูงเป็นอันดับ 1 ของประเทศ และจากข้อมูลอุบัติเหตุทางถนน ณ 10 กันยายน 2565 พบว่า กรุงเทพมหานครมีประชาชนที่ได้รับอุบัติเหตุทางถนนสูง โดยมีผู้บาดเจ็บ 77,093 ราย เสียชีวิต 657 ราย คิดเป็นร้อยละ 89.50 ที่เกิดอุบัติเหตุจากรถจักรยานยนต์ โดยที่มีสัดส่วนการทำประกันภัย พ.ร.บ. รถจักรยานยนต์เพียง 70% ภายหลังจากการจัดกิจกรรมเปิดตัวโครงการที่กรุงเทพมหานครแล้ว สำนักงาน คปภ. จะเดินหน้ารุกไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ เพื่อจัดกิจกรรม Road Show และกิจกรรมรณรงค์สร้างความตระหนักให้กับประชาชนผู้ใช้รถ สร้างการเข้าถึงประกันภัย พ.ร.บ. และการมีส่วนร่วมในการจัดทำประกันภัย พ.ร.บ. โดยเจาะกลุ่มเป้าหมายที่นิคมอุตสาหกรรม 3 แห่ง ได้แก่ นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จังหวัดระยอง นิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และนิคมอุตสาหกรรมบางปู จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มประชาชนที่ใช้รถจักรยานยนต์ในการเดินทาง ด้าน ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า กทม. เห็นด้วยกับแนวคิดของสำนักงาน คปภ. เนื่องจากปัจจุบันมีผู้ใช้รถจักรยานยนต์ในพื้นที่กรุงเทพฯ เป็นจำนวนมาก และมีความจำเป็นต่อการเดินทางของคนกรุงเทพเป็นอย่างมาก แต่รถจักรยานยนต์ก็มีความเสี่ยง ถ้าเกิดอุบัติเหตุแล้วไม่ได้ทำประกันภัยก็จะกระทบกับชีวิตครอบครัว ซึ่งคนส่วนใหญ่ไม่ทราบว่าผลกระทบที่จะได้รับหลังจากเกิดอุบัติเหตุจะมีค่าใช้จ่ายตามมาหากไม่ได้ทำประกันภัย พ.ร.บ.  ดังนั้น การประชาสัมพันธ์ให้ความรู้แก่ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์สามารถเจาะผ่านผู้นำชุมชนให้ช่วยรณรงค์ภายในชุมชน หรือจะเป็นกลุ่มรถจักรยานยนต์รับจ้าง กลุ่มไรเดอร์ GRAB  ซึ่ง กทม. สามารถช่วยรณรงค์ได้ทันที โดยเน้นให้ความร่วมมือรณรงค์ประชาสัมพันธ์กับกลุ่มเป้าหมายได้อย่างเต็มที่ โดยรณรงค์เป็นแพ็กเกจ ทั้งเรื่องอุบัติเหตุในการขับขี่ การสวมหมวกนิรภัย และให้ทำประกันภัย พ.ร.บ. ควบคู่กันไปด้วย ในโอกาสนี้ กทม. ขอขอบคุณสำนักงาน คปภ. ที่มอบกรมธรรม์ พ.ร.บ. รถจักรยานยนต์ จำนวน 500 ฉบับ ให้แก่พนักงานและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานของ กทม. ให้ได้รับความคุ้มครองจากระบบประกันภัย และค่าใช้จ่ายในการทำประกันภัย พ.ร.บ. รถจักรยานยนต์ ตกปีละกว่า 300 บาท หรือเก็บเงินวันละบาทเท่านั้น จำเป็นจะต้องสื่อสารในเรื่องนี้ไปยังกลุ่มเป้าหมายให้มากขึ้น แต่จะต้องทำเป็นแพ็กเกจ ทั้งเรื่องการรณรงค์ทำประกันภัย พ.ร.บ. ควบคู่ไปกับการรณรงค์สวมหมวกนิรภัย การรณรงค์ไม่ขับรถเร็ว การรณรงค์รักษากฎจราจร เป็นต้น           เลขาธิการ คปภ. กล่าวเพิ่มเติมว่า หลังจากนี้ สำนักงาน คปภ. และกรุงเทพมหานคร จะต่อยอดการบูรณาการความร่วมมืออย่างใกล้ชิดทั้งในการรณรงค์ให้ชาวกทม.ทำประกันภัย พ.ร.บ. และร่วมมือในการนำระบบประกันภัยมาช่วยบริหารความเสี่ยง ตลอดจนช่วยให้ชาวกทม. และบุคลากรในสังกัดกทม. สามารถเข้าถึงและได้รับความเป็นธรรมในเรื่องประกันภัยอย่างเต็มที่  “ทั้งนี้ หากไม่ได้รับความเป็นธรรมเรื่องประกันภัย หรือต้องการข้อมูลด้านประกันภัยเพิ่มเติม สอบถามได้ที่สายด่วน คปภ. 1186 หรือ Add Line Official @oicconnect” เลขาธิการ คปภ. กล่าวในตอนท้าย  

15 Sep 2022

...

นายวิทัย รัตนากร ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า หลังจากที่ธนาคารออมสินได้เปิดให้ประชาชนฝากเงินรับดอกเบี้ยสูง ไม่ต้องเสียภาษี กับเงินฝากเผื่อเรียกพิเศษ 11 เดือน ได้รับดอกเบี้ยเฉลี่ยเทียบเท่าเงินฝากประจำ 1.60% ซึ่งเป็นโปรโมชันเงินฝากเฉลิมฉลองในโอกาสที่ธนาคารออมสินก้าวสู่ปีที่ 111 โดยเปิดรับฝากครั้งแรกเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2566 - วันที่ 11 เมษายน 2566 ที่ผ่านมานั้น ผลปรากฏว่าได้รับกระแสตอบรับดีเกินคาด เพียงระยะเวลา 11 วันที่เปิดรับฝาก มียอดเงินฝากสูงถึง 25,133 ล้านบาท นับเป็นสิ่งยืนยันความมั่นใจในการฝากเงินกับธนาคารออมสินที่มีรัฐบาลคุ้มครองเงินฝากเต็มจำนวน และสะท้อนความสามารถในการออมของประชาชนได้เป็นอย่างดี ทั้งนี้ เพื่อกระตุ้นให้เกิดการออมอย่างต่อเนื่อง และประชาชนได้รับประโยชน์ในช่วงดอกเบี้ยขาขึ้น ธนาคารจึงได้เปิดตัวเงินฝากเงื่อนไขพิเศษอีก 2 ประเภท ได้แก่ เงินฝากเผื่อเรียกพิเศษ 9 เดือน มีระยะเวลาฝาก 9 เดือน อัตราดอกเบี้ย 1.00% ต่อปี (เทียบเท่าเงินฝากประจำ 1.17% ต่อปี) และ เงินฝากเผื่อเรียกพิเศษ 13 เดือน ระยะเวลาฝาก 13 เดือน อัตราดอกเบี้ย 1.19% ต่อปี (เทียบเท่าเงินฝากประจำ 1.40% ต่อปี) เปิดรับฝากทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลทุกประเภท เริ่มต้นฝาก 10,000 บาท ฝากเพิ่มครั้งละไม่ต่ำกว่า 1,000 บาท ไม่จำกัดวงเงินรับฝากสูงสุดและบุคคลธรรมดาได้รับดอกเบี้ยไม่ถูกหักภาษี เปิดรับฝากตั้งแต่วันที่ 12-30 เม.ย.2566 ที่ธนาคารออมสินทุกสาขาทั่วประเทศ ติดตามรายละเอียดที่ www.gsb.or.th หรือสอบถามเพิ่มเติมที่ GSB Contact Center โทร. 1115    

16 Apr 2023

...

  ดร.สมพร สืบถวิลกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทิพย กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วยคณะกรรมการบริษัท ที่ปรึกษา ผู้บริหาร และพนักงาน จัดงานครบรอบ 73 ปี ทิพยประกันภัย โดยได้รับเกียรติจากผู้บริหารหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และพันธมิตร ร่วมแสดงความยินดีอย่างอบอุ่นและคับคั่ง     ในช่วงเช้าของงาน คณะผู้บริหารและพนักงานได้ร่วมกันทำบุญตักบาตรและบวงสรวงอนุสาวรีย์ ฯพณฯ จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ผู้ก่อตั้งทิพยประกันภัย จากนั้นได้นิมนต์พระภิกษุสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ ถวายภัตตาหารและจตุปัจจัยไทยธรรม เพื่อความเป็นสิริมงคล หลังจากพิธีสงฆ์ได้มีการมอบรางวัลอายุการทำงานให้กับพนักงานที่ทำงานกับบริษัทฯ มาอย่างยาวนาน ตั้งแต่ 10 ปี, 15 ปี, 20 ปี, 25 ปี และ 30 ปี รวมถึงมอบทุนการศึกษาให้กับบุตร-ธิดาของพนักงานเพื่อสนับสนุนอนาคตของเยาวชนไทย ณ อาคารทิพยประกันภัย สำนักงานใหญ่ พระราม 3     ทิพยประกันภัยขอขอบคุณลูกค้าและพันธมิตรที่ไว้วางใจเสมอมา เราจะยังคงมุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัยให้มีคุณภาพ และบริการที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าอย่างแท้จริง เพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดและเดินเคียงข้างสังคมไทยอย่างยั่งยืน     #จริงจังกับภัยจริงใจกับคุณ  #73ปีทิพยประกันภัย

15 Nov 2024

Banner Banner Banner Banner Banner Banner Banner Banner

Banner
  เปิดแผนงานสื่อ CEO THAILAND ปี 2569-2570 รุกคืบงานวิทยุ - ทีวี - อีเวนต์สื่อ                  สวัสดีครับท่านสมาชิกและผู้ติดตามสื่อออนไลน์ และสื่อในเครือ CEO THAILAND ตลอดมา 21 ปี ช่วงนี้ว่างเว้นจากสนามการเมืองระยะหนึ่ง ผมพอมีเวลากลับมาสานต่องานสื่อสักระยะหนึ่งคือในช่วงปี 2569-2570 จะกลับมาช่วยงานสื่อในฐานะที่ปรึกษา โดยจะยังเน้นในเรื่องสื่อออนไลน์ สื่อทีวี และสื่อวิทยุ และงานอีเวนต์ต่อเนื่องจากสื่อ ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2569 เป็นต้นไป ผมมีแผนงานของบริษัท เอก-วรา พับลิค รีเรชันส์ จำกัด ในสื่อดังต่อไปนี้คือ                          1. สื่อออนไลน์ CEO THAILAND              2. จัดทำรายการวิทยุ “คลื่นประกันภัย-การเงิน” ทางสถานีวิทยุ 96.25 MHZ (สถานีวิทยุการท่องเที่ยววัฒนธรรม) โครงการจัดทำรายการวิทยุเชิงข่าวสารในแวดวงประกันภัยและการเงิน นำเสนอข่าวสารเกี่ยวกับการประกันภัย-ประกันชีวิต  การเงิน และธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ทั้งสินเชื่อ ไฟแนนซ์ อสังหาริมทรัพย์ SMEs ออกอากาศทุกวันศุกร์ของทุกสัปดาห์ เวลา 17.00-18.00 น. ในเดือนสิงหาคม 2569               3. เดือนสิงหาคม 2569 สื่อได้จัดทำรายการทีวี “เรื่องเด่น...ประเด็นดัง” ออนแอร์ออกอากาศทางNBT2 ซึ่งเป็นรายการสดทีวี ที่นำเสนอนโยบายรัฐบาล และวิสัยทัศน์ ของผู้บริหารองค์กรภาครัฐ และภาคเอกชนในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสังคม บริการสาธารณะและบริการพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับสังคม และพี่น้องประชาชน ออกอากาศ ทุกวันจันทร์ที่ 1 และ 3 ของเดือน เวลา 10.00-10.30 น.               4. จัดงานมอบรางวัล “สุดยอดผู้บริหาร-องค์กรแห่งปี 2569” เดือนธันวาคม 2569 ที่จังหวัดกาญจนบุรี โครงการรับรางวัล  “สุดยอดผู้บริหาร-องค์กรแห่งปี 2569” เพื่อประกาศเกียรติคุณให้ผู้บริหารและองค์กรที่สร้างผลงานโดดเด่น ทั้งยังเป็นการกระตุ้นภาคธุรกิจเครือข่าย และSMEs ความตื่นตัวของชุมชนในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี รวมทั้งยังเป็นการสานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสื่อมวลชน-ภาคธุรกิจ -ผู้ประกอบการในพื้นที่ และพี่น้องประชาชน สื่อ CEO THAILAND จึงได้ร่วมกันจัดงานมอบรางวัลดังกล่าวขึ้น               5. โครงการจัดงานสัมมนา  “ทิศทางธุรกิจประกันภัย-การเงินแห่งปี 2569” ในเดือนธันวาคม 2569เพื่อเป็นการกระตุ้นภาคธุรกิจประกันภัยและการเงินในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรีและจังหวัดใกล้เคียง เพื่อความตื่นตัวของชุมชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร รวมทั้งจังหวัดกาญจนบุรี อีกทั้งยังเป็นการสานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสื่อมวลชน-ภาคธุรกิจ-ผู้ประกอบการในพื้นที่ และพี่น้องประชาชน สื่อ CEO THAILAND จึงได้ร่วมกันจัดงานสัมมนาดังกล่าวขึ้น               6. จัดงาน CSR ณ โรงเรียนบ้านท่าทุ่ม จ.กาญจนบุรี ในวันที่ 31 มกราคม 2570 โครงการจัดงานกิจกรรมเพื่อสังคม “CEO THAILAND CSR  OF THE YEAR 2027” เพื่อคืนกำไรสู่สังคมและสร้างความรู้ความเข้าใจให้คนในสังคม เป็นการกระตุ้นภาคธุรกิจประกันภัยและการเงิน และความตื่นตัวของชุมชนในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี อีกทั้งยังเป็นการสานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสื่อมวลชน-ภาคธุรกิจ -ผู้ประกอบการในพื้นที่ และพี่น้องประชาชนในพื้นที่ สื่อ CEO THAILAND จึงได้ร่วมกันจัดงานกิจกรรมดังกล่าวขึ้น T                                                                                                        (นายเอกวรพงศ์ อำนวยทรัพย์)
อ่านต่อ...
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner