Responsive image

Tuesday, 04 Aug 2026

Banner

หน้าแรก > ECONOMY- FINANCE / เศรษฐกิจ - การเงิน


ออมสิน จัดงาน GSB Forum 2023 ประสบความสำเร็จ ชู CSV สร้างคุณค่าร่วม รวมพลังการให้พร้อมพัฒนา มุ่งลดความเหลื่อมล้ำอย่างยั่งยืน

Sat 25/11/2566


เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2566 ณ ห้องฉัตราบอลรูม โรมแรมสยาม เคมปินสกี้ กรุงเทพฯ ธนาคารออมสินจัดสัมมนา GSB Forum 2023 หัวข้อ ESG : Social Pillar Driven “สังคมยั่งยืน เพื่อโลกที่ยั่งยืน” เปิดเวทีถ่ายทอดและแลกเปลี่ยนมุมมอง ประสบการณ์การดำเนินกิจการสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนด้วยกรอบแนวคิด ESG : Environment-Social-Governance ที่ธนาคารมุ่งเน้นแกนหลักด้านสังคม (Social) โดย นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังกล่าวเปิดการสัมมนาผ่านวีทีอาร์ ใจความว่า เรื่องความยั่งยืนเป็นความท้าทายสำคัญที่รัฐบาลพยายามผลักดันให้เกิดขึ้นทุกมิติ โดยได้สร้างกลไกสนับสนุนทั้งด้านกฎระเบียบ มาตรการทางการเงินการคลัง เพื่อส่งเสริมให้เกิดการลงทุน เกิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืน แม้บทสรุปของความยั่งยืนยังไม่อาจวัดผลได้ในปัจจุบัน แต่ด้วยEcosystem ที่ทุกภาคส่วนได้ร่วมมือกัน ย่อมส่งผลเชิงบวกต่อระบบเศรษฐกิจได้ในอนาคต

นายวิทัย รัตนากร ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “How DoesSocial Bank Work on the Journey toward Sustainability?” ว่า ปัญหาความยากจน ความเหลื่อมล้ำ เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างของประเทศ ธนาคารออมสินกำหนดกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจDual Mission โดยทำธุรกิจธนาคารสร้างผลกำไรมาสนับสนุนการทำภารกิจเพื่อสังคม มุ่งเป้าหมายช่วยแก้ปัญหาความยากจน และลดความเหลื่อมล้ำทางการเงิน สอดคล้องตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ ข้อ 1 และ 10 ทั้งนี้ ภายในระยะเวลาเพียง 3 ปี ธนาคารเพื่อสังคมได้จัดทำโครงการที่ประสบความสำเร็จเป็นรูปธรรมแล้วกว่า 63 โครงการ ช่วยเหลือประชาชนได้กว่า 17 ล้านคน โดยสนับสนุนการให้สินเชื่อช่วยเสริมสภาพคล่องด้วยอัตราดอกเบี้ยที่เป็นธรรมแก่ลูกค้ารายย่อยกว่า 8.5 ล้านคน ในจำนวนนี้เป็นผู้ที่ได้รับโอกาสเข้าถึงแหล่งทุนในระบบเป็นครั้งแรก จำนวนกว่า 3.2 ล้านคน

ผลสำเร็จดังกล่าว เกิดขึ้นได้ด้วยการกำหนดเป็นนโยบาย Social Mission Integration โดยบูรณาการแนวคิดเพื่อสังคมในกระบวนการดำเนินงานที่สำคัญ 3 ด้าน ได้แก่ การพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อช่วยเหลือสังคม (Product) การจัดทำโครงการโดยคำนึงถึงประโยชน์ของสังคม (Project) และการปรับกระบวนการดำเนินงานที่ตอบโจทย์ของสังคม (Process) ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดการสร้างคุณค่าร่วมของธุรกิจและสังคม คือ CSV : Creating Shared Value โดย Michael Porter และ Mark Kramer โดยธนาคารเตรียมเดินหน้าสร้างการเติบโตทางธุรกิจที่สามารถสร้างคุณค่าต่อสังคมอย่างต่อเนื่องในอนาคต โดยการจัดสรรงบประมาณและการลงทุนในกิจกรรมทางธุรกิจของธนาคาร อาทิ การแก้ปัญหาหนี้ลูกค้ารายย่อยอย่างยั่งยืน การขยายผลโครงการพัฒนาชุมชนแบบองค์รวม โดยธนาคารออมสินคาดหวังที่จะสามารถเป็นแรงบันดาลใจให้หน่วยงานทุกภาคส่วน ดำเนินกิจกรรมทางธุรกิจไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน โดยคำนึงถึงความสมดุลของการพัฒนาที่ครบทั้ง 3 แกน ทั้งด้านการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ด้านมิติการพัฒนาสังคมให้เข้มแข็งโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง และด้านการส่งเสริมธรรมาภิบาลที่ดีซึ่งเป็นรากฐานของการเติบโตอย่างยั่งยืนที่แท้จริง 

 

ภายในงานสัมมนา ยังได้รับเกียรติจากบุคคลสำคัญและผู้ทรงคุณวุฒิหลายหน่วยงาน มาร่วมแสดงปาฐกถาและความคิดเห็นต่อการพัฒนาที่ยั่งยืนในแกนด้านสังคม อาทิ

Prof. Dr. AKM Saiful Majid ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Grameen Bank ประเทศบังกลาเทศ กล่าวปาฐกถากรณีตัวอย่าง “ธนาคารหมู่บ้าน” ต้นแบบธนาคารเพื่อสังคมและผู้ยากไร้ที่ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพจนโด่งดังไปทั่วโลก จากการตั้ง Grameen Bank ดำเนินธุรกิจโดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างผลกำไรสูงสุด เพื่อประโยชน์ของคนยากจนโดยช่วยให้คนจนมีสิทธิเข้าถึงสินเชื่อ และดำรงชีวิตได้อย่างมีศักดิ์ศรี มีตัวชี้วัดความสำเร็จเช่น การถือครองที่ดิน รายได้ และการจ้างงาน โดยที่ผ่านมาสามารถช่วยเหลือผู้ยากไร้จำนวนกว่า 10 ล้านคนให้หลุดพ้นจากวงจรความยากจน สมาชิกมากกว่า 2 ใน 3 (ประมาณ 10.2 ล้านคน) หลุดพ้นจากวงจรความยากจน

Mr. Renaud Meyer Resident Representative UNDP Thailand กล่าวว่า มิติที่สำคัญของ ESG คือความเท่าเทียม เป็นการทำให้ทุกคนไม่ว่าจะในฐานะอะไรได้เข้าถึงโอกาสการมีส่วนร่วม ซึ่งในมิติของธุรกิจจะเป็นการช่วยเพิ่มศักยภาพขององค์กร ดังนั้นเวลามองมิติการทำธุรกิจ ผนวกมิติความยั่งยืนจะทำให้องค์กรเดินหน้าไปได้อย่างมั่นคงและแข่งขันได้มากขึ้น และสังคมจะอยู่ได้อย่างกลมกลืม ภายใต้เป้าหมายสำคัญ การพัฒนาที่ยั่งยืน จากความร่วมมือกันและส่งพลังให้ก้าวเดินหน้าได้ อีกทั้งต้องทำงานร่วมกันจึงจะบรรลุเป้าหมายได้ ต้องมาพร้อมกับ “การทำงาน พฤติกรรมในองค์กร ปรับฐานคิด” นี่คือสมการใหม่ของการพัฒนาที่ยั่งยืนทางสังคม

หม่อมหลวงดิศปนัดดา ดิศกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า ความเข้มแข็งของสังคมเป็นรากฐานสำคัญสำหรับการเติบโตของธุรกิจทั้งหมด แต่ปัจจุบันในประเทศไทยฐานะความร่ำรวยกระจุกตัวเพียงบางกลุ่มคน ขณะที่ความยากจนนั้นกระจายไปทั่วประเทศ ดังนั้นจึงเป็นไปได้ที่ธุรกิจเป็นเครื่องมือในการสร้างความเหลื่อมล้ำทางสังคม ซึ่งต้องแก้ไขที่จุดนี้ โดยมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ มีปรัชญา“ไม่มีใครอยากเป็นคนไม่ดี เพียงแค่เขาไม่มีโอกาสและทางเลือกในการทำในสิ่งที่ถูกต้องเท่านั้น” ดังนั้นมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ จึงให้ความสำคัญเรื่องการให้โอกาส และเป็นการให้ที่ช่วยสร้างความเข้มแข็งให้กับสังคมและชุมชนในระยะยาว

ด้าน ดร.เอกพล ณ สงขลา รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ.ไทยเบฟเวอเรจ ให้ความเห็นในฐานะองค์กรธุรกิจ มุ่งเน้นการสร้างความร่วมมือทุกภาคส่วน (Collaboration) เป็นปัจจัยความสำเร็จการสร้างการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยเริ่มจากดำเนินการจากจุดเล็กๆ ที่เป็นหน่วยย่อย จะสามารถสร้างแรงกระเพื่อมเกิดความร่วมมือในวงกว้าง ดังแนวคิดของทฤษฎีผีเสื้อกระพือปีกซึ่งเป็นธีมหลักของการจัดสัมมนาครั้งนี้ โดยบริษัทฯ เน้นส่งเสริมให้ชุมชนสามารถยืนได้ด้วยตนเองผ่านโครงการสำคัญ เช่น โครงการประชารัฐรักสามัคคีเป็นต้น 

 

​นอกจากนี้ ช่วงบ่ายของการสัมมนาเป็นการเน้นเนื้อหาเข้มข้นในเรื่องการสร้างคุณค่าร่วมของธุรกิจและสังคม หรือ CSV : Creating Shared Value ได้รับเกียรติจากผู้ทรงคุณวุฒิมากหมายหลายท่าน ที่ได้มาบรรยายให้ความรู้และแชร์ไอเดียแนวคิดที่เป็นประโยชน์แก่ผู้เข้าร่วมสัมมนาได้นำไปต่อยอดการทำแผนธุรกิจเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนผ่านแกนด้านสังคม อาทิ นายปิยะชาติ อิศรภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร BRANDi and Companies ในหัวข้อ The New Competitive and Collaborative Advantages : Creating Shared Value (CSV) Ms. Fiona Stewart และคุณขวัญพัฒน์ สุทธิธรรมกิจ จากธนาคารโลก หรือ World Bank ในหัวข้อ Creating Shared Value : Role of Sustainability-Linked Financing ปิดท้ายด้วยการเสวนาในหัวข้อ CSV Success Stories Well Told โดยผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของธนาคารออมสินองค์กรต่างๆ ที่ได้รับประโยชน์เชิงสังคมจากการดำเนินงานของธนาคาร ได้แก่ ผู้แทนจากสถาบันการเงินประชาชน ผู้แทนจากมูลนิธิออทิสติกไทย ผู้แทนนักเรียนจากโครงการธนาคารโรงเรียน และผู้แทนชุมชนในพื้นที่โครงการพัฒนาแบบองค์รวม “ออมสินฮ่วมใจ๋ฮักขุนน่าน” จังหวัดน่าน โดยได้รับเกียรติจาก นางบุญรักษ์ อุดมสิทธิพงศ์ รองผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เป็นผู้กล่าวปิดท้ายงานสัมมนาด้วยกรณีตัวอย่างความสำเร็จของการดำเนินธุรกิจธนาคารออมสินที่ยึดหลักการเพื่อช่วยแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างของสังคมไทย

ผู้สนใจสามารถรับชมย้อนหลังบันทึกภาพการสัมมนา GSB Forum 2023 หัวข้อ ESG : Social Pillar Driven “สังคมยั่งยืน เพื่อโลกที่ยั่งยืน” ได้ที่ facebook : GSB Society

 


Tags : ออมสิน ธนาคารออมสิน วิทัย รัตนากร GSB Forum 2023 กฤษฎา จีนะวิจารณะ หม่อมหลวงดิศปนัดดา ดิศกุล ดร.เอกพล ณ สงขลา


Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

...

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า การออมเป็นรากฐานสำคัญของความมั่นคงทางการเงิน สอดรับกับนโยบายรัฐบาลที่มุ่งส่งเสริมให้ประชาชนมีวินัยการออม สามารถออมได้ต่อเนื่อง และต่อยอดเงินออมให้เกิดผลตอบแทนที่เหมาะสม เพื่อสร้างความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว ธนาคารออมสินจึงเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์การออมที่ตอบโจทย์ประชาชน โดยเฉพาะผู้ที่มีเงินก้อนและกำลังมองหาทางเลือกในการบริหารเงินออมให้ได้รับผลตอบแทนที่คุ้มค่า ควบคู่กับการรักษาเงินต้นอย่างมั่นคงและปลอดภัย ล่าสุด เปิดตัว 2 ผลิตภัณฑ์ ได้แก่ “สลากออมสินพิเศษ 5 ปี” ที่ให้ออมเงินพร้อมสิทธิ์ลุ้นรางวัลสูงสุด 20 ล้านบาททุกเดือนตลอดอายุสลาก และ เงินฝากเผื่อเรียกพิเศษ “ออมสิน ออมสุข” ซึ่งเป็นครั้งแรกของธนาคารออมสิน ที่ให้ผู้ฝากรับดอกเบี้ยทุกเดือนในอัตราเทียบเท่าเงินฝากประจำ 1.52% ต่อปี โดยไม่ต้องเสียภาษี ที่สำคัญ เงินฝากและดอกเบี้ยของลูกค้าธนาคารออมสินยังได้รับการประกันเต็มจำนวนจากรัฐบาลตามกฎหมาย จึงเป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการต่อยอดเงินออมอย่างมั่นใจ สะท้อนบทบาทของออมสินในฐานะ “ธนาคารเพื่อทุกชีวิต” ที่พร้อมส่งเสริมให้ประชาชนมีความมั่นคงทางการเงินอย่างยั่งยืน โดยทั้ง 2 ผลิตภัณฑ์มีรายละเอียดดังนี้ - ออมพร้อมลุ้นโชคสูงสุด 20 ล้านบาททุกเดือน กับ “สลากออมสินพิเศษ 5 ปี” เปิดรับฝากทั้งแบบใบสลากและสลากดิจิทัล ราคาหน่วยละ 500 บาท ระยะเวลารับฝาก 5 ปี ซื้อขั้นต่ำแบบใบสลาก 500 บาท และแบบดิจิทัล 1,000 บาท เมื่อฝากครบกำหนดได้รับดอกเบี้ย 5 บาท/หน่วย คิดเป็นอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 0.20% ต่อปี พร้อมสิทธิ์ลุ้นรางวัล เดือนละ 2 รอบ รวม 120 รอบตลอดอายุสลาก กรณีถอนก่อนครบกำหนดได้รับดอกเบี้ยตามเงื่อนไขของผลิตภัณฑ์ โดยดอกเบี้ยและเงินรางวัลสำหรับบุคคลธรรมดาได้รับการยกเว้นภาษี ซื้อสลากได้ตั้งแต่วันที่ 2 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป ที่ธนาคารออมสินทุกสาขา หรือกดซื้ออย่างสะดวกด้วยตนเองผ่านแอป MyMo   - ออมแบบรับดอกเบี้ยทุกเดือน กับเงินฝากเผื่อเรียกพิเศษ “ออมสิน ออมสุข” สำหรับบุคคลธรรมดาอายุ 7 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป เปิดบัญชีขั้นต่ำ 100,000 บาท ฝากเพิ่มครั้งละไม่น้อยกว่า 10,000 บาท ไม่จำกัดวงเงินรับฝากสูงสุด ระยะเวลาฝาก 3 ปี รับอัตราดอกเบี้ย 1.30% ต่อปี หรือเทียบเท่าเงินฝากประจำ 1.52% ต่อปี รับดอกเบี้ยทุกเดือนแบบวันชนวัน โดยไม่ต้องเสียภาษี และกรณีถอนก่อนครบกำหนด ธนาคารจะไม่เรียกคืนดอกเบี้ยที่ได้รับไปแล้ว เปิดรับฝากตั้งแต่วันที่ 2 สิงหาคม – 31 ตุลาคม 2569 ณ ธนาคารออมสินทุกสาขาทั่วประเทศ ผลิตภัณฑ์ส่งเสริมการออมทั้ง 2 รูปแบบ ช่วยให้ผู้มีเงินก้อนสามารถเลือกวางแผนการออมให้สอดคล้องกับเป้าหมายของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นการออมพร้อมโอกาสลุ้นรับรางวัล หรือการรับผลตอบแทนสม่ำเสมอทุกเดือน เพื่อสร้างความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ธนาคารออมสินทุกสาขาทั่วประเทศ เว็บไซต์ธนาคารออมสิน www.gsb.or.th หรือ GSB Contact Center โทร. 1115

04 Aug 2026

...

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นำผู้บริหารหน่วยงานภายใต้สังกัดกระทรวงการคลัง ร่วมเป็นเจ้าภาพในพิธีบำเพ็ญกุศลปัญญาสมวาร ในวาระครบ 50 วันแห่งการสิ้นพระชนม์ อุทิศถวายเป็นพระกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เพื่อแสดงความอาลัยและน้อมรำลึกในพระกรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น โดยมีนายเสกสรรค์ จันทร์ขวาง รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เป็นผู้แทนธนาคารเข้าร่วมพิธี เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 ณ ห้องกำปั่นเงิน ชั้น 21 อาคาร 150 ปี กระทรวงการคลัง    

02 Aug 2026

...

ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เชิญสัมผัสประสบการณ์การท่องเที่ยววิถีเกษตรกับรายการ “หอมแผ่นดิน กลิ่นไอเกษตร” ตอนที่ 11 เดินทางไปเช็กอินกว๊านพะเยา ไปกับ “เต้ย - พงศกร   เมตตาริกานนท์” แท็กทีมกับแขกรับเชิญเพื่อนซี้อย่าง “เต๋า – เศรษฐพงศ์ เพียงพอ” ที่จะนำทุกท่านไปท่องเที่ยวสัมผัส  มนต์เสน่ห์เมืองอู่น้ำ ณ จังหวัดพะเยา ที่เต็มไปด้วยความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติ โดยเริ่มต้นด้วยการไหว้ "อนุสาวรีย์พ่อขุนงำเมือง" จุดศูนย์รวมจิตใจของชาวพะเยาริมกว๊านพะเยา เพื่อเสริมความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต ต่อด้วยการไปสัมผัสบรรยากาศธรรมชาติด้วยการนั่ง "เรือแจวพื้นบ้าน" บนผืนน้ำที่กว้างใหญ่ที่สุดในภาคเหนือ เพื่อไปกราบขอพรหลวงพ่อศิลา ณ "วัดติโลกอาราม" โบราณสถานกลางน้ำยุคอาณาจักรล้านนาที่มีอายุกว่า 500 ปี และพลาดไม่ได้กับการเติมพลังที่ร้านอาหารในตำนานริมกว๊านพะเยาอย่าง "ร้านปลาส้มไร้ก้าง แม่ทองปอน" ลิ้มรสปลาส้มทอดสูตรโบราณเนื้อแน่นรสชาติเปรี้ยวกลมกล่อม ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น "มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม"     ส่วนไฮไลต์สำคัญที่ห้ามพลาดคือ การเดินทางไปเยี่ยมชมอาณาจักร "บัวศิริ ชาบัวกว๊านพะเยา" เพื่อพิสูจน์ความมหัศจรรย์ของ "บัวหลวงชนิดดอกสีชมพู" พืชท้องถิ่นที่เป็นเอกลักษณะแห่งกว๊านพะเยา และพบกับการนำกลีบและเกสรบัวมายกระดับให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มชาสุดพรีเมียม ที่ผลิตด้วยนวัตกรรม Smart Drying ทำให้สามารถรักษากลิ่นหอม และคุณค่าทางสารอาหาร อย่างสารต้านอนุมูลอิสระ ที่มีประโยชน์ในการบำรุงหัวใจไว้ได้อย่างครบถ้วน โดยมี ธ.ก.ส. เป็นผู้สนับสนุนสำคัญในด้านเงินทุน การเติมองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยี นวัตกรรม การพัฒนาบรรจุภัณฑ์และการแปรรูป พร้อมเชื่อมโยงเครือข่ายการตลาดตลอดห่วงโซ่ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างรายได้และยกระดับเกษตรกรลูกค้าไปสู่การแข่งขันได้อย่างยั่งยืน สำหรับผู้ที่สนใจผลิตภัณฑ์ชุมชน ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ บัวศิริ ชาบัวกว๊านพะเยา เบอร์โทรศัพท์ 089 997 3634     เตรียมพบกับความสนุกของทริปท่องเที่ยวที่มาพร้อมกับการสร้างแรงบันดาลใจในการนำดอกบัวมายกระดับสู่ผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มสุดพรีเมียม ติดตามการเดินทางครั้งนี้ได้ในรายการ "หอมแผ่นดิน กลิ่นไอเกษตร" ในสไตล์ ธ.ก.ส. The Way We Are ถ้าคุณได้สัมผัส คุณจะรัก ธ.ก.ส. ในวันเสาร์ที่ 1 สิงหาคมนี้ เวลา 20.20 น. ทางช่อง 9 MCOT HD และรับชมผ่านไลฟ์บน Facebook Page: 9 MCOT หรือรับชมย้อนหลังผ่านทาง Youtube: BAAC Thailand ทั้งนี้ สำหรับผู้ที่สนใจผลิตภัณฑ์สินค้าคุณภาพระดับพรีเมียม ธ.ก.ส. ได้คัดเลือกและรวบรวมผลิตภัณฑ์จากลูกค้า ธ.ก.ส. ทั่วประเทศมาไว้ในแพลตฟอร์ม BAAC Matching เพื่อสนับสนุนช่องทางการตลาดออนไลน์ให้กับเกษตรกรลูกค้า และอำนวยความสะดวกให้กับผู้บริโภคในการเลือกซื้อ เลือกชมและสั่งซื้อผลิตภัณฑ์คุณภาพได้โดยตรงจากร้านค้าผู้ประกอบการลูกค้า ธ.ก.ส. ได้ทุกที่ ทุกเวลา คลิกเลย https://baacmatching.baac.or.th

31 Jul 2026

...

  นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารเดินหน้าส่งเสริมวินัยทางการเงินให้แก่ผู้ประกอบการรายย่อย โดยเฉพาะกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าที่มักประสบปัญหาการจัดสรรเงิน เนื่องจากใช้บัญชีรับชำระเงินบัญชีเดียวผ่านแอปร้านค้าออมสินมหาเฮง ทำให้บริหารจัดการเงินออมและค่าใช้จ่ายได้ยาก ล่าสุด ธนาคารจึงเปิดตัวบัญชีเงินฝาก “ออมสินมหาเฮง” นวัตกรรมเงินฝากที่ช่วยโอนเงินจากยอดขายเข้าบัญชีเงินฝากอัตโนมัติ ช่วยสร้างวินัยการออมรายวัน จัดสรรเงินสำรองไว้เป็นค่าใช้จ่ายกิจการ เช่น ค่าเช่าพื้นที่ ค่าน้ำ ค่าไฟ ได้อย่างสะดวก พร้อมรับอัตราดอกเบี้ยสูง 0.50% ต่อปี โดยไม่ต้องเสียภาษี อีกทั้งเงินฝากของลูกค้าธนาคารออมสินทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยยังมีความมั่นคงโดยได้รับการประกันเต็มจำนวนจากรัฐบาลตามกฎหมาย นับเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้คนค้าขาย สะสมเงินทีละเล็กละน้อยจนเป็นเงินก้อน เพื่อสร้างความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว บัญชีเงินฝาก “ออมสินมหาเฮง” เป็นบัญชีประเภทเผื่อเรียกสำหรับบุคคลธรรมดาที่ใช้แอปร้านค้าออมสินมหาเฮงรับชำระค่าสินค้าและบริการ โดยระบบจะโอนเงินจากยอดขายประจำวันเข้าบัญชีอัตโนมัติตามจำนวนที่กำหนด ให้สิทธิ์เปิดบัญชี 1 คนต่อ 1 บัญชี เริ่มต้นฝากได้ตั้งแต่ 1 บาทขึ้นไปต่อการปิดยอดขายแต่ละครั้ง และไม่จำกัดวงเงินรับฝากสูงสุด ทั้งนี้ การนำเงินเข้าบัญชีจะทำได้ผ่านบริการออมเงินอัตโนมัติในแอปร้านค้าออมสินมหาเฮงเท่านั้น (ยกเว้นการเปิดบัญชีครั้งแรกที่ทำได้ ณ สาขา) ส่วนการทำธุรกรรมอื่น ๆ เช่น การโอนเงิน ถอนเงิน หรือสแกนชำระค่าสินค้าและบริการ สามารถทำได้ตามปกติเหมือนบัญชีเงินฝากทั่วไป รับอัตราดอกเบี้ย 0.50% ต่อปี จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2569 อัตราดอกเบี้ยหลังจากนั้นให้เป็นตามประกาศของธนาคาร และได้รับการยกเว้นภาษี ผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สาขาธนาคารออมสินทุกแห่งทั่วประเทศ เว็บไซต์ธนาคารออมสิน www.gsb.or.th​ และ GSB Contact Center โทร. 1115

28 Jul 2026

Banner Banner Banner Banner Banner

Banner
  เปิดแผนงานสื่อ CEO THAILAND ปี 2569-2570 รุกคืบงานวิทยุ - ทีวี - อีเวนต์สื่อ                  สวัสดีครับท่านสมาชิกและผู้ติดตามสื่อออนไลน์ และสื่อในเครือ CEO THAILAND ตลอดมา 21 ปี ช่วงนี้ว่างเว้นจากสนามการเมืองระยะหนึ่ง ผมพอมีเวลากลับมาสานต่องานสื่อสักระยะหนึ่งคือในช่วงปี 2569-2570 จะกลับมาช่วยงานสื่อในฐานะที่ปรึกษา โดยจะยังเน้นในเรื่องสื่อออนไลน์ สื่อทีวี และสื่อวิทยุ และงานอีเวนต์ต่อเนื่องจากสื่อ ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2569 เป็นต้นไป ผมมีแผนงานของบริษัท เอก-วรา พับลิค รีเรชันส์ จำกัด ในสื่อดังต่อไปนี้คือ                          1. สื่อออนไลน์ CEO THAILAND              2. จัดทำรายการวิทยุ “คลื่นประกันภัย-การเงิน” ทางสถานีวิทยุ 96.25 MHZ (สถานีวิทยุการท่องเที่ยววัฒนธรรม) โครงการจัดทำรายการวิทยุเชิงข่าวสารในแวดวงประกันภัยและการเงิน นำเสนอข่าวสารเกี่ยวกับการประกันภัย-ประกันชีวิต  การเงิน และธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ทั้งสินเชื่อ ไฟแนนซ์ อสังหาริมทรัพย์ SMEs ออกอากาศทุกวันศุกร์ของทุกสัปดาห์ เวลา 17.00-18.00 น. ในเดือนสิงหาคม 2569               3. เดือนสิงหาคม 2569 สื่อได้จัดทำรายการทีวี “เรื่องเด่น...ประเด็นดัง” ออนแอร์ออกอากาศทางNBT2 ซึ่งเป็นรายการสดทีวี ที่นำเสนอนโยบายรัฐบาล และวิสัยทัศน์ ของผู้บริหารองค์กรภาครัฐ และภาคเอกชนในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสังคม บริการสาธารณะและบริการพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับสังคม และพี่น้องประชาชน ออกอากาศ ทุกวันจันทร์ที่ 1 และ 3 ของเดือน เวลา 10.00-10.30 น.               4. จัดงานมอบรางวัล “สุดยอดผู้บริหาร-องค์กรแห่งปี 2569” เดือนธันวาคม 2569 ที่จังหวัดกาญจนบุรี โครงการรับรางวัล  “สุดยอดผู้บริหาร-องค์กรแห่งปี 2569” เพื่อประกาศเกียรติคุณให้ผู้บริหารและองค์กรที่สร้างผลงานโดดเด่น ทั้งยังเป็นการกระตุ้นภาคธุรกิจเครือข่าย และSMEs ความตื่นตัวของชุมชนในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี รวมทั้งยังเป็นการสานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสื่อมวลชน-ภาคธุรกิจ -ผู้ประกอบการในพื้นที่ และพี่น้องประชาชน สื่อ CEO THAILAND จึงได้ร่วมกันจัดงานมอบรางวัลดังกล่าวขึ้น               5. โครงการจัดงานสัมมนา  “ทิศทางธุรกิจประกันภัย-การเงินแห่งปี 2569” ในเดือนธันวาคม 2569เพื่อเป็นการกระตุ้นภาคธุรกิจประกันภัยและการเงินในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรีและจังหวัดใกล้เคียง เพื่อความตื่นตัวของชุมชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร รวมทั้งจังหวัดกาญจนบุรี อีกทั้งยังเป็นการสานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสื่อมวลชน-ภาคธุรกิจ-ผู้ประกอบการในพื้นที่ และพี่น้องประชาชน สื่อ CEO THAILAND จึงได้ร่วมกันจัดงานสัมมนาดังกล่าวขึ้น               6. จัดงาน CSR ณ โรงเรียนบ้านท่าทุ่ม จ.กาญจนบุรี ในวันที่ 31 มกราคม 2570 โครงการจัดงานกิจกรรมเพื่อสังคม “CEO THAILAND CSR  OF THE YEAR 2027” เพื่อคืนกำไรสู่สังคมและสร้างความรู้ความเข้าใจให้คนในสังคม เป็นการกระตุ้นภาคธุรกิจประกันภัยและการเงิน และความตื่นตัวของชุมชนในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี อีกทั้งยังเป็นการสานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสื่อมวลชน-ภาคธุรกิจ -ผู้ประกอบการในพื้นที่ และพี่น้องประชาชนในพื้นที่ สื่อ CEO THAILAND จึงได้ร่วมกันจัดงานกิจกรรมดังกล่าวขึ้น T                                                                                                        (นายเอกวรพงศ์ อำนวยทรัพย์)
อ่านต่อ...
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner