Responsive image

Monday, 08 Jun 2026

Banner

หน้าแรก > ECONOMY- FINANCE / เศรษฐกิจ - การเงิน


ออมสิน จัดงาน GSB Forum 2023 ประสบความสำเร็จ ชู CSV สร้างคุณค่าร่วม รวมพลังการให้พร้อมพัฒนา มุ่งลดความเหลื่อมล้ำอย่างยั่งยืน

Sat 25/11/2566


เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2566 ณ ห้องฉัตราบอลรูม โรมแรมสยาม เคมปินสกี้ กรุงเทพฯ ธนาคารออมสินจัดสัมมนา GSB Forum 2023 หัวข้อ ESG : Social Pillar Driven “สังคมยั่งยืน เพื่อโลกที่ยั่งยืน” เปิดเวทีถ่ายทอดและแลกเปลี่ยนมุมมอง ประสบการณ์การดำเนินกิจการสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนด้วยกรอบแนวคิด ESG : Environment-Social-Governance ที่ธนาคารมุ่งเน้นแกนหลักด้านสังคม (Social) โดย นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังกล่าวเปิดการสัมมนาผ่านวีทีอาร์ ใจความว่า เรื่องความยั่งยืนเป็นความท้าทายสำคัญที่รัฐบาลพยายามผลักดันให้เกิดขึ้นทุกมิติ โดยได้สร้างกลไกสนับสนุนทั้งด้านกฎระเบียบ มาตรการทางการเงินการคลัง เพื่อส่งเสริมให้เกิดการลงทุน เกิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืน แม้บทสรุปของความยั่งยืนยังไม่อาจวัดผลได้ในปัจจุบัน แต่ด้วยEcosystem ที่ทุกภาคส่วนได้ร่วมมือกัน ย่อมส่งผลเชิงบวกต่อระบบเศรษฐกิจได้ในอนาคต

นายวิทัย รัตนากร ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “How DoesSocial Bank Work on the Journey toward Sustainability?” ว่า ปัญหาความยากจน ความเหลื่อมล้ำ เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างของประเทศ ธนาคารออมสินกำหนดกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจDual Mission โดยทำธุรกิจธนาคารสร้างผลกำไรมาสนับสนุนการทำภารกิจเพื่อสังคม มุ่งเป้าหมายช่วยแก้ปัญหาความยากจน และลดความเหลื่อมล้ำทางการเงิน สอดคล้องตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ ข้อ 1 และ 10 ทั้งนี้ ภายในระยะเวลาเพียง 3 ปี ธนาคารเพื่อสังคมได้จัดทำโครงการที่ประสบความสำเร็จเป็นรูปธรรมแล้วกว่า 63 โครงการ ช่วยเหลือประชาชนได้กว่า 17 ล้านคน โดยสนับสนุนการให้สินเชื่อช่วยเสริมสภาพคล่องด้วยอัตราดอกเบี้ยที่เป็นธรรมแก่ลูกค้ารายย่อยกว่า 8.5 ล้านคน ในจำนวนนี้เป็นผู้ที่ได้รับโอกาสเข้าถึงแหล่งทุนในระบบเป็นครั้งแรก จำนวนกว่า 3.2 ล้านคน

ผลสำเร็จดังกล่าว เกิดขึ้นได้ด้วยการกำหนดเป็นนโยบาย Social Mission Integration โดยบูรณาการแนวคิดเพื่อสังคมในกระบวนการดำเนินงานที่สำคัญ 3 ด้าน ได้แก่ การพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อช่วยเหลือสังคม (Product) การจัดทำโครงการโดยคำนึงถึงประโยชน์ของสังคม (Project) และการปรับกระบวนการดำเนินงานที่ตอบโจทย์ของสังคม (Process) ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดการสร้างคุณค่าร่วมของธุรกิจและสังคม คือ CSV : Creating Shared Value โดย Michael Porter และ Mark Kramer โดยธนาคารเตรียมเดินหน้าสร้างการเติบโตทางธุรกิจที่สามารถสร้างคุณค่าต่อสังคมอย่างต่อเนื่องในอนาคต โดยการจัดสรรงบประมาณและการลงทุนในกิจกรรมทางธุรกิจของธนาคาร อาทิ การแก้ปัญหาหนี้ลูกค้ารายย่อยอย่างยั่งยืน การขยายผลโครงการพัฒนาชุมชนแบบองค์รวม โดยธนาคารออมสินคาดหวังที่จะสามารถเป็นแรงบันดาลใจให้หน่วยงานทุกภาคส่วน ดำเนินกิจกรรมทางธุรกิจไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน โดยคำนึงถึงความสมดุลของการพัฒนาที่ครบทั้ง 3 แกน ทั้งด้านการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ด้านมิติการพัฒนาสังคมให้เข้มแข็งโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง และด้านการส่งเสริมธรรมาภิบาลที่ดีซึ่งเป็นรากฐานของการเติบโตอย่างยั่งยืนที่แท้จริง 

 

ภายในงานสัมมนา ยังได้รับเกียรติจากบุคคลสำคัญและผู้ทรงคุณวุฒิหลายหน่วยงาน มาร่วมแสดงปาฐกถาและความคิดเห็นต่อการพัฒนาที่ยั่งยืนในแกนด้านสังคม อาทิ

Prof. Dr. AKM Saiful Majid ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Grameen Bank ประเทศบังกลาเทศ กล่าวปาฐกถากรณีตัวอย่าง “ธนาคารหมู่บ้าน” ต้นแบบธนาคารเพื่อสังคมและผู้ยากไร้ที่ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพจนโด่งดังไปทั่วโลก จากการตั้ง Grameen Bank ดำเนินธุรกิจโดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างผลกำไรสูงสุด เพื่อประโยชน์ของคนยากจนโดยช่วยให้คนจนมีสิทธิเข้าถึงสินเชื่อ และดำรงชีวิตได้อย่างมีศักดิ์ศรี มีตัวชี้วัดความสำเร็จเช่น การถือครองที่ดิน รายได้ และการจ้างงาน โดยที่ผ่านมาสามารถช่วยเหลือผู้ยากไร้จำนวนกว่า 10 ล้านคนให้หลุดพ้นจากวงจรความยากจน สมาชิกมากกว่า 2 ใน 3 (ประมาณ 10.2 ล้านคน) หลุดพ้นจากวงจรความยากจน

Mr. Renaud Meyer Resident Representative UNDP Thailand กล่าวว่า มิติที่สำคัญของ ESG คือความเท่าเทียม เป็นการทำให้ทุกคนไม่ว่าจะในฐานะอะไรได้เข้าถึงโอกาสการมีส่วนร่วม ซึ่งในมิติของธุรกิจจะเป็นการช่วยเพิ่มศักยภาพขององค์กร ดังนั้นเวลามองมิติการทำธุรกิจ ผนวกมิติความยั่งยืนจะทำให้องค์กรเดินหน้าไปได้อย่างมั่นคงและแข่งขันได้มากขึ้น และสังคมจะอยู่ได้อย่างกลมกลืม ภายใต้เป้าหมายสำคัญ การพัฒนาที่ยั่งยืน จากความร่วมมือกันและส่งพลังให้ก้าวเดินหน้าได้ อีกทั้งต้องทำงานร่วมกันจึงจะบรรลุเป้าหมายได้ ต้องมาพร้อมกับ “การทำงาน พฤติกรรมในองค์กร ปรับฐานคิด” นี่คือสมการใหม่ของการพัฒนาที่ยั่งยืนทางสังคม

หม่อมหลวงดิศปนัดดา ดิศกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า ความเข้มแข็งของสังคมเป็นรากฐานสำคัญสำหรับการเติบโตของธุรกิจทั้งหมด แต่ปัจจุบันในประเทศไทยฐานะความร่ำรวยกระจุกตัวเพียงบางกลุ่มคน ขณะที่ความยากจนนั้นกระจายไปทั่วประเทศ ดังนั้นจึงเป็นไปได้ที่ธุรกิจเป็นเครื่องมือในการสร้างความเหลื่อมล้ำทางสังคม ซึ่งต้องแก้ไขที่จุดนี้ โดยมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ มีปรัชญา“ไม่มีใครอยากเป็นคนไม่ดี เพียงแค่เขาไม่มีโอกาสและทางเลือกในการทำในสิ่งที่ถูกต้องเท่านั้น” ดังนั้นมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ จึงให้ความสำคัญเรื่องการให้โอกาส และเป็นการให้ที่ช่วยสร้างความเข้มแข็งให้กับสังคมและชุมชนในระยะยาว

ด้าน ดร.เอกพล ณ สงขลา รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ.ไทยเบฟเวอเรจ ให้ความเห็นในฐานะองค์กรธุรกิจ มุ่งเน้นการสร้างความร่วมมือทุกภาคส่วน (Collaboration) เป็นปัจจัยความสำเร็จการสร้างการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยเริ่มจากดำเนินการจากจุดเล็กๆ ที่เป็นหน่วยย่อย จะสามารถสร้างแรงกระเพื่อมเกิดความร่วมมือในวงกว้าง ดังแนวคิดของทฤษฎีผีเสื้อกระพือปีกซึ่งเป็นธีมหลักของการจัดสัมมนาครั้งนี้ โดยบริษัทฯ เน้นส่งเสริมให้ชุมชนสามารถยืนได้ด้วยตนเองผ่านโครงการสำคัญ เช่น โครงการประชารัฐรักสามัคคีเป็นต้น 

 

​นอกจากนี้ ช่วงบ่ายของการสัมมนาเป็นการเน้นเนื้อหาเข้มข้นในเรื่องการสร้างคุณค่าร่วมของธุรกิจและสังคม หรือ CSV : Creating Shared Value ได้รับเกียรติจากผู้ทรงคุณวุฒิมากหมายหลายท่าน ที่ได้มาบรรยายให้ความรู้และแชร์ไอเดียแนวคิดที่เป็นประโยชน์แก่ผู้เข้าร่วมสัมมนาได้นำไปต่อยอดการทำแผนธุรกิจเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนผ่านแกนด้านสังคม อาทิ นายปิยะชาติ อิศรภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร BRANDi and Companies ในหัวข้อ The New Competitive and Collaborative Advantages : Creating Shared Value (CSV) Ms. Fiona Stewart และคุณขวัญพัฒน์ สุทธิธรรมกิจ จากธนาคารโลก หรือ World Bank ในหัวข้อ Creating Shared Value : Role of Sustainability-Linked Financing ปิดท้ายด้วยการเสวนาในหัวข้อ CSV Success Stories Well Told โดยผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของธนาคารออมสินองค์กรต่างๆ ที่ได้รับประโยชน์เชิงสังคมจากการดำเนินงานของธนาคาร ได้แก่ ผู้แทนจากสถาบันการเงินประชาชน ผู้แทนจากมูลนิธิออทิสติกไทย ผู้แทนนักเรียนจากโครงการธนาคารโรงเรียน และผู้แทนชุมชนในพื้นที่โครงการพัฒนาแบบองค์รวม “ออมสินฮ่วมใจ๋ฮักขุนน่าน” จังหวัดน่าน โดยได้รับเกียรติจาก นางบุญรักษ์ อุดมสิทธิพงศ์ รองผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เป็นผู้กล่าวปิดท้ายงานสัมมนาด้วยกรณีตัวอย่างความสำเร็จของการดำเนินธุรกิจธนาคารออมสินที่ยึดหลักการเพื่อช่วยแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างของสังคมไทย

ผู้สนใจสามารถรับชมย้อนหลังบันทึกภาพการสัมมนา GSB Forum 2023 หัวข้อ ESG : Social Pillar Driven “สังคมยั่งยืน เพื่อโลกที่ยั่งยืน” ได้ที่ facebook : GSB Society

 


Tags : ออมสิน ธนาคารออมสิน วิทัย รัตนากร GSB Forum 2023 กฤษฎา จีนะวิจารณะ หม่อมหลวงดิศปนัดดา ดิศกุล ดร.เอกพล ณ สงขลา


Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

...

บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) ร่วมเฉลิมฉลองเทศกาล Pride Month เดือนแห่งความภาคภูมิใจเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนสิทธิเสรีภาพและสังคมของความหลากหลายทางเพศ (LGBTQIAN+) อย่างเท่าเทียมกัน โดยจัดโปรโมชันพิเศษ คุ้ม 3 ต่อ ให้แก่ลูกค้าเมื่อทำประกันภัยกรมธรรม์ใหม่ที่ร่วมรายการ และชำระเบี้ยประกันภัยตั้งแต่ 3,000 บาทขึ้นไป ที่ BKI Care Station ทุกสาขา ตั้งแต่วันนี้ถึง 30 มิถุนายน 2569 คุ้มที่ 1 รับส่วนลดพิเศษเมื่อทำประกันภัยกรมธรรม์ใหม่ - ประกันภัยรถยนต์ประเภท 1 รับส่วนลด 10% - ประกันภัยโรคมะเร็ง ประกันอัคคีภัยรักษ์บ้าน หรือประกันภัยสำหรับธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม SME Total รับส่วนลด 15%  คุ้มที่ 2 รับบัตรเติมน้ำมัน หรือ Gift Voucher - ประกันภัยรถยนต์ประเภท 1 เบี้ยประกันภัยตั้งแต่ 9,000 บาทขึ้นไป รับบัตรเติมน้ำมัน PTT Card มูลค่า 500–4,000 บาท - ประกันภัยโรคมะเร็ง เบี้ยประกันภัยตั้งแต่ 5,500 บาทขึ้นไป รับ Gift Voucher มูลค่า 200 บาท - ประกันอัคคีภัยรักษ์บ้านหรือประกันภัยสำหรับธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม SME Total เบี้ยประกันภัยตั้งแต่ 3,000 บาทขึ้นไป รับ Gift Voucher มูลค่า 500–2,000 บาท และพิเศษเมื่อชำระเบี้ยประกันภัยตั้งแต่ 5,001 บาทขึ้นไป รับเพิ่มอีก 200 บาท คุ้มที่ 3 รับของสมนาคุณรุ่น Limited Edition เบี้ยประกันภัยตั้งแต่ 3,000 บาทขึ้นไป รับกระเป๋าเก็บความร้อนเย็นที่จัดทำขึ้นสำหรับเทศกาล Pride Month ทั้งนี้ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LINE @bkicarestation และ BKI Care Station จุดบริการประกันภัยในห้างสรรพสินค้า

08 Jun 2026

...

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารออมสินประสบความสำเร็จในการออกและเสนอขาย “หุ้นกู้เพื่อความยั่งยืนของธนาคารออมสิน ครั้งที่ 1/2569” วงเงิน 20,000 ล้านบาท ปรากฏว่ามีคนสนใจเกินคาด มีการจองซื้อเข้ามามากเฉียด 70,000 ล้านบาท อย่างไรก็ตามธนาคารได้ปิดการเสนอขายและออกหุ้นกู้แล้วเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 ตามวงเงินโครงการ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่ออกหุ้นกู้เพื่อความยั่งยืน และสามารถสร้างสถิติมูลค่าเสนอขายสูงสุดในองค์กรรัฐวิสาหกิจและกลุ่มสถาบันการเงินเฉพาะกิจ โดยได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามจากนักลงทุนสถาบัน และผู้ลงทุนรายใหญ่ ที่มีนโยบายในความรับผิดชอบต่อสังคม สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อศักยภาพและบทบาทของธนาคารออมสินในการเป็นสถาบันการเงินที่สนับสนุนการพัฒนาอย่างยั่งยืน ผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงิน สำหรับเงินที่ได้จากการระดมทุนครั้งนี้ ธนาคารจะนำไปใช้จัดหาเงินทุนและรีไฟแนนซ์โครงการที่เข้าเกณฑ์ภายใต้กรอบหลักเกณฑ์ทางการเงินเพื่อความยั่งยืน (Sustainable Finance Framework) เพื่อรองรับการสนับสนุนสินเชื่อเพื่อสังคมและสินเชื่อด้านสิ่งแวดล้อม สอดคล้องตามจุดยืนการเป็นธนาคารเพื่อสังคม เพื่อทุกชีวิต หรือ Smart Social Bank for All Lives ที่ให้ความสำคัญกับการดูแลคนไทยทุกชีวิต มุ่งดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงหลัก ESG เพื่อสร้างคุณค่าร่วมให้เกิดขึ้นทั้งต่อสังคม สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจ พร้อมมุ่งสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2050 หุ้นกู้เพื่อความยั่งยืนของธนาคารออมสิน ครั้งที่ 1/2569 วงเงิน 20,000 ล้านบาท ประกอบด้วยหุ้นกู้อายุ 2 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ 1.40% ต่อปี และหุ้นกู้อายุ 3 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ 1.59% ต่อปี เสนอขายต่อผู้ลงทุนสถาบันและผู้ลงทุนรายใหญ่ โดยได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือจาก บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด ที่ระดับ “AAA” แนวโน้ม “คงที่” นอกจากนี้ ความสำเร็จดังกล่าวยังได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจากธนาคารพัฒนาเอเชีย (Asian Development Bank หรือ ADB) ในการให้คำปรึกษาพร้อมร่วมจัดทำ Sustainable Finance Framework และ DNV (Thailand) Co., Ltd. ซึ่งเป็นผู้ชำนาญการอิสระ (Second Party Opinion: SPO) ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล ทำหน้าที่ประเมินและให้ความเห็นอย่างเป็นกลางเกี่ยวกับกรอบการดำเนินงานด้านความยั่งยืน ซึ่งสะท้อนถึงความร่วมมือระหว่างองค์กรด้านการเงินเพื่อการพัฒนาและภาคสถาบันการเงิน ในการร่วมกันผลักดันแนวทางการเงินเพื่อความยั่งยืน และช่วยตอกย้ำถึงความเชื่อมั่นต่อมาตรฐานการดำเนินงานของธนาคารออมสินที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล

06 Jun 2026

...

  ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank โดย นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ร่วมพิธีถวายพระพรชัยมงคล พร้อมลงนามถวายพระพร สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี เพื่อแสดงความจงรักภักดี เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 3 มิถุนายน 2569 ณ อาคารสำนักงานใหญ่ SME D Bank เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2569     

04 Jun 2026

...

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารเร่งสนับสนุนผู้ประกอบการให้สามารถปรับตัวท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจตามนโยบายรัฐบาล ผ่านโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) “GSB พลิกฟื้นธุรกิจไทย” ด้วยสินเชื่อ “ออมสิน SMEs Recharge” และ “ออมสินเต็มแม็กซ์” อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้นเพียง 2.99% ต่อปี ในช่วง 2 ปีแรก ผ่อนชำระได้นานสูงสุด 10 ปี เพื่อช่วยลดภาระต้นทุน เสริมสภาพคล่อง และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคธุรกิจไทย โดยมีผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ประกอบการ ประกอบด้วย สินเชื่อออมสิน SMEs Recharge เพื่อเสริมสภาพคล่อง หรือรีไฟแนนซ์ลดภาระดอกเบี้ยเดิม สำหรับผู้ประกอบการ SMEs ที่เป็นลูกค้าสินเชื่อเดิมและลูกค้าใหม่ วงเงินกู้สูงสุดรายละไม่เกิน 30 ล้านบาท ครอบคลุมกิจการของผู้ส่งออกที่ได้รับผลกระทบด้านภาษี กิจการที่ต้องแข่งขันราคากับสินค้านำเข้า ธุรกิจท่องเที่ยว ธุรกิจในพื้นที่กรณีพิพาทชายแดน ลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากสาธารณภัย และลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ครอบคลุม Supply Chain ที่เกี่ยวข้อง สินเชื่อออมสินเต็มแม็กซ์ เพื่อการขยายธุรกิจ โดยให้วงเงินกู้สูงสุดรายละไม่เกิน 100 ล้านบาท สำหรับผู้ประกอบการ SMEs และสูงสุดรายละไม่เกิน 150 ล้านบาท สำหรับผู้ประกอบการธุรกิจขนาดใหญ่ ที่ประสงค์ขอสินเชื่อเพื่อขยายธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องใน 3 กรณี ประกอบด้วย กรณีสร้างพลวัตใหม่ (Reinvent Thailand) สนับสนุนอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ อาทิ เกษตร-เกษตรแปรรูป การท่องเที่ยว ยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ การแพทย์และสุขภาพ อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ ธุรกิจค้าส่งค้าปลีก ตลอดจนธุรกิจ Supply Chain ของอุตสาหกรรม และโลจิสติกส์ เพื่อก้าวสู่ตลาดระดับโลก กรณีปรับตัวเพื่อพัฒนาศักยภาพธุรกิจ (Transformation) สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านธุรกิจสู่ระบบดิจิทัล, เศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) และนวัตกรรมแห่งอนาคต กรณีพัฒนาศักยภาพธุรกิจท่องเที่ยว และธุรกิจอื่นที่ได้รับผลกระทบจากการสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (Tourism / Middle East) สนับสนุนการพัฒนาและยกระดับภาคการท่องเที่ยวและบริการ ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง รวมถึง Supply Chain ผู้ประกอบการที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม และยื่นขอสินเชื่อได้ที่ธนาคารออมสินทุกสาขา โดยธนาคารจะพิจารณาให้สินเชื่อตามความสามารถในการชำระคืนและความจำเป็นของลูกหนี้ โปรดศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ธนาคารออมสิน www.gsb.or.th หรือสอบถามที่ GSB Contact Center โทร.1115

29 May 2026

Banner Banner Banner Banner Banner Banner Banner

Banner
  ปี 2569 ประเทศไทย กับคำว่า “เผาจริง”   วันนี้ก้าวเดือนที่ 3 ของปี 2569 แต่ดูเหมือนว่า ประเทศไทยผ่านเทศกาลปีใหม่ วาเลนไทม์ ตรุษจีน และวันเข้าพรรษามาแล้ว ประเทศไทยการเลือกตั้งใหญ่ ที่มีข้อผิดพลาดเกิดจากการกำกับการเลือกตั้งขององค์กรอิสระอย่าง กกต. เป็นการเลือกตั้งที่เลวร้ายครั้งหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์การเมืองไทย ด้านเศรษฐกิจ ยังคงโงหัวไม่ขึ้น นอกนั้นประเทศไทยยังคงมีปัญหาชายแดนกับประเทศเขมรยังคงคาราคาซัง รอรบรอบ 3 อยู่เหมือนเดิม ตอนนี้กำลังเกิดสงครามที่คาบสมุทรอาหรับระหว่าง อิหร่านกับอิสราเอล ที่ได้รับการสนับสนุนการทำสงครามจากสหรัฐอเมริกา จนอาจจะกลายเป็นสงครามระหว่างโลกอาหรับกับสหรัฐอเมริกา และอาจจะลามไปถึงสงครามโลกครั้งที่ 3 ก็ได้ แน่นอนว่า สงครามอ่าวอาหรับ ซึ่งเป็นประเทศผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ของโลก ชัดเจนว่าเมื่อมีสงคราม ราคาน้ำมันต้องแพงขึ้น และพลังงานปัจจัยที่ 5 จะกลายเป็นอาวุธของอิหร่านและกลุ่มอาหรับ ซึ่งย่อมส่งผลด้านต้นทุนการผลิต ภาคการขนส่ง สินค้าราคาแพงขึ้น เศรษฐกิจโลกจะปั่นป่วน ซึ่งแน่นอนว่าประเทศไทยที่มีภาวะอ่อนแอทางเศรษฐกิจอยู่แล้ว ย่อมได้รับผลจากภาวะสงครามอาหรับ สงครามกับเขมร รวมทั้งรัฐบาลใหม่ที่จะเข้ามาบริหารประเทศ ต้องแสดงผลงาน เพราะปี 2569 จะเป็นปีเผาจริงทางเศรษฐกิจของประเทศไทย    หากว่าการเมืองไทยนิ่ง รัฐบาลได้บริหารประเทศ จะเป็นการท้าทายความสามารถของดรีมทีมเศรษฐกิจของพรรคภูมิใจไทย เวลาที่ผ่านมาก่อนการเลือกตั้ง วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เวลาบริหารประเทศแค่ 2 เดือนยังวัดอะไรไม่ได้สำหรับนายอนุทิน ชาญวีรกุล และดรีมทีม เพราะเศรษฐกิจไทยปี 2569 ธุรกิจที่แข็งแรงอย่างธุรกิจการเงินและประกันภัยยังออกอาการให้เห็น แล้วธุรกิจที่อ่อนแออยู่แล้วจะเหลืออะไร นี่คือการบ้านข้อใหญ่ของรัฐบาลภูมิใจไทยและดรีมทีมประเทศไทย เพราะถึงเวลาที่จะได้พิสูจน์ผลงานบริหารประเทศ./   พูดแบบนายเอกวรพงศ์ (นายแทน)            
อ่านต่อ...
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner