Responsive image

Thursday, 02 Apr 2026

หน้าแรก > ราชการ - รัฐวิสาหกิจ / พลังงาน - การเกษตร


ธ.ก.ส. เฟ้นหาสุดยอดชุมชนอุดมสุข ระดับประเทศ ปีที่ 3

Wed 20/12/2566


.ก.ส. จัดประกวดชุมชนอุดมสุขที่ยั่งยืน ระดับประเทศ ประจำปี 2566 โดยเฟ้นหาชุมชนอุดมสุข ระดับภูมิภาค จำนวน 9 ชุมชนมาประกวดกันในรอบสุดท้าย ลุ้นรางวัลชนะเลิศ มูลค่า 100,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศและรางวัลอื่น ๆ ภายใต้สโลแกน “กินอิ่ม นอนอุ่น หุ่นดี ทุนมี หนี้ลด หมดทุกข์” เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ   ฐานรากผ่านการพัฒนาชุมชน ภายใต้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง รวมถึงการใช้ชุมชนเป็นศูนย์กลางในการพัฒนา ทั้งมิติด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม ประเพณีวัฒนธรรม ตามแนวทาง BCG Model และการมุ่งไปสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) เพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการยกระดับชุมชนอย่างยั่งยืน

เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2566  ณ ห้องโถง ชั้น 2 อาคารทาวเวอร์ ธ.ก.ส. สำนักงานใหญ่ กรุงเทพมหานคร  นายสุนทร ตาละลักษณ์ กรรมการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และคณะอนุกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานในพิธีเปิดการประกวดชุมชนอุดมสุขที่ยั่งยืนยอดเยี่ยม ระดับประเทศ ประจำปีบัญชี 2566 ซึ่งจัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ภายใต้สโลแกน “กินอิ่ม นอนอุ่น หุ่นดี ทุนมี หนี้ลด หมดทุกข์”  เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากผ่านการพัฒนาชุมชนภายใต้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ผ่านการใช้ชุมชนเป็นศูนย์กลางในการพัฒนาและยกระดับการเป็นชุมชนอุดมสุข ทั้งด้านการส่งเสริมและสนับสนุน การเรียนรู้ผ่านกิจกรรมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้กับภาคีเครือข่าย ทั้งภาครัฐ สถาบันการศึกษาและเอกชน โดยมี นายณรงค์ ขันติวิริยะกุล รองผู้จัดการ ธ.ก.ส. ผู้ทรงคุณวุฒิ คณะผู้บริหารและพนักงาน ให้การต้อนรับ

 

นายณรงค์ ขันติวิริยะกุล รองผู้จัดการ ธ.ก.ส. เปิดเผยว่า ธ.ก.ส. ได้จัด “โครงการประกวดชุมชนอุดมสุขที่ยั่งยืนยอดเยี่ยม ระดับประเทศ ปี 2566” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 โดยได้ทำการคัดเลือกชุมชนอุดมสุข ธ.ก.ส. จากทั่วประเทศ เพื่อค้นหาชุมชนอุดมสุขที่มีศักยภาพ เป็นต้นแบบด้านการพัฒนาชุมชน และเป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้กับชุมชนอื่น ๆ ที่ ธ.ก.ส. กำลังพัฒนาทั่วประเทศ จำนวน 7,927 ชุมชน ในการปรับเปลี่ยนการดำเนินงาน อันนำไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน ก่อเกิดประโยชน์ต่อส่วนรวมอย่างแท้จริง โดยในปีที่ผ่านมา ธนาคารได้ทำการยกระดับชุมชนอุดมสุข จำนวน 104 ชุมชนทั่วประเทศ ที่มีการจัดทำแผนธุรกิจและขับเคลื่อนการทำเกษตรสมัยใหม่ การพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนแบบองค์รวม (BCG Model) และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ได้มาตรฐาน ทำให้คนในชุมชน  มีรายได้เพิ่มขึ้นจากปีก่อนถึงร้อยละ 29.25 คิดเป็นเงินกว่า 976.26  ล้านบาท อัตราการเติบโตผลิตภัณฑ์มวลรวมชุมชน (GCP) เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.66 และความสุขมวลรวมของชุมชนอยู่ในระดับมากที่สุด เฉลี่ยอยู่ที่ 4.57 และสำหรับปี 2566 ธนาคารตั้งเป้าหมายในการยกระดับชุมชนอุดมสุข จำนวน 181 ชุมชนทั่วประเทศ โดยมุ่งเน้นการขับเคลื่อนการดำเนินงานพัฒนาตามแนวทาง BCG Model และการมุ่งไปสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ซึ่งในปีนี้ได้เริ่มต้นจากการจัดประกวดชุมชนอุดมสุขที่ยั่งยืนดีเด่น ระดับภูมิภาคทั้ง 9 ฝ่ายกิจการสาขาภาค เพื่อค้นหาชุมชนอุดมสุขดีเด่นระดับภูมิภาค ภาคละ 3 ชุมชน รวม 27 แห่งทั่วประเทศ และนำชุมชนอุดมสุขที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ ระดับภูมิภาค จำนวน 9 ชุมชน มาเข้าร่วมการประกวดชุมชนอุดมสุขที่ยั่งยืนยอดเยี่ยม ระดับประเทศ เพื่อเฟ้นหาชุมชนอุดมสุขยอดเยี่ยมระดับประเทศ จำนวน 3 ชุมชน

สำหรับคุณสมบัติของชุมชนที่เข้าประกวดชุมชนอุดมสุขที่ยั่งยืน ระดับประเทศ ต้องเป็นชุมชนอุดมสุขที่มีผลประเมินอยู่ในระดับ A มีแผนธุรกิจและการดำเนินกิจกรรมตามหลัก BCG Model มีการนำทรัพยากรท้องถิ่นมาสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลผลิต และมีการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้ในการดำเนินกิจกรรมและประกอบอาชีพ โดยในการตัดสินระดับประเทศจะใช้เกณฑ์ในมิติด้านเศรษฐกิจ ได้แก่ การสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ การบริหารช่องทางการตลาด และการพัฒนาต่อยอดผลิตภัณฑ์ มิติด้านสังคมวัฒนธรรมประเพณี และด้านการดำเนินงานโดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

ทั้งนี้ ในปี 2566 มีชุมชนที่ผ่านการคัดเลือกเข้าแข่งขันในระดับประเทศ จำนวน 9 ชุมชนจาก 9 ฝ่ายกิจการสาขาภาค ได้แก่ ชุมชนบ้านหนองหมด จังหวัดเชียงราย ชุมชนบ้านคลองยาง จังหวัดสุโขทัย ชุมชนบ้านคำข่า จังหวัดสกลนคร ชุมชนบ้านเจริญสุข จังหวัดบุรีรัมย์ ชุมชนบ้านคลองหม่อนแช่ม จังหวัดนนทบุรี ชุมชนบ้านอ่างเตย จังหวัดฉะเชิงเทรา ชุมชนบ้านคลองขุด จังหวัดสมุทรสงคราม ชุมชนบ้านน้ำราด จังหวัดสุราษฎร์ธานี และชุมชนบ้านวังลุง จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งชุมชนอุดมสุขที่ได้รับการคัดเลือก 3 อันดับแรกจะได้รับโล่เกียรติยศและเงินรางวัล ดังนี้  1) รางวัลชนะเลิศ จำนวน 100,000 บาท 2) รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 จำนวน 70,000 บาท และ 3) รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 จำนวน 50,000 บาท ซึ่งโครงการฯ ยังได้รับเกียรติจากผู้ทรงคุณวุฒิในหลากหลายสาขามาร่วมเป็นกรรมการตัดสิน ได้แก่  คุณลดาวัลย์ คำภา คณะอนุกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมเป็นประธานกรรมการตัดสินรางวัล ผู้แทนสำนักวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) ผู้แทนมูลนิธิป๋วย อึ๊งภากรณ์ และผู้แทนกรมการพัฒนาชุมชน (พช.) ทั้งนี้ สามารถติดตามผลการคัดเลือกชุมชนอุดมสุขที่ยั่งยืน ระดับประเทศ ประจำปี 2566 ในวันที่ 19 ธันวาคม 2566 ผ่านการไลฟ์สดได้ที่ Facebook ฝ่ายพัฒนาลูกค้าและชุมชน (ฝลช.) ตลอดการจัดงาน


Tags : ธ.ก.ส. ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ธ.ก.ส. จัดประกวดชุมชนอุดมสุขที่ยั่งยืน สุนทร ตาละลักษณ์ ณรงค์ ขันติวิริยะกุล


Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

...

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนาธนาคารออมสิน ครบรอบ 113 ปี ธนาคารมีความตั้งใจส่งมอบความสุขและกำลังใจ ส่งเสริมให้ประชาชนมีการออมและสร้างความมั่นคงทางการเงินท่ามกลางบรรยากาศความผันผวนทางเศรษฐกิจ โดยธนาคารได้จัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาด “ฉลอง 113 ปี เพิ่มเงินรางวัล เพิ่มจำนวนรางวัล กับสลากออมสินพิเศษ 1 ปี และ 2 ปี (แบบใบสลากและสลากดิจิทัล) เงินรางวัลรวม 113 ล้านบาท” ทั้งลูกค้าที่ซื้อสลากเพิ่ม และลูกค้าเดิมที่ถือครองสลากอยู่ มีสิทธิ์ลุ้นรางวัลพิเศษมากถึง 3 ครั้ง โดยยิ่งซื้อสลากมาก ยิ่งเพิ่มโอกาสลุ้นรางวัลจำนวนมากถึง 63 รางวัล ตลอดระยะเวลากิจกรรม ได้แก่ ครั้งที่ 1 - วันที่ 16 พฤษภาคม 2569 จับรางวัลพิเศษมูลค่ารวม 13 ล้านบาท จำนวน 26 รางวัล รางวัลละ 500,000 บาท ครั้งที่ 2 - วันที่ 16 มิถุนายน 2569 จับรางวัลพิเศษมูลค่ารวม 30 ล้านบาท จำนวน 30 รางวัล รางวัลละ 1 ล้านบาท ครั้งที่ 3 - วันที่ 16 กรกฎาคม 2569 จับรางวัลพิเศษมูลค่ารวม 70 ล้านบาท จำนวน 7 รางวัล รางวัลละ 10 ล้านบาท รวมเงินรางวัลพิเศษทั้งสิ้น 113 ล้านบาท           ทั้งนี้ ผู้ซื้อสลากยังมีสิทธิ์ได้ลุ้นรางวัลที่ 1 และรางวัลอื่น ๆ ซึ่งเป็นรางวัลปกติประจำแต่ละงวด โดยสลากออมสินนับเป็นทางเลือกการออมที่นอกจากจะให้ผลตอบแทนตามอัตราที่ธนาคารกำหนดแล้ว ผู้ซื้อสลากยังมีโอกาสได้ลุ้นรับเงินรางวัลพิเศษ และสิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับบุคคลธรรมดาได้รับยกเว้นภาษีอีกด้วย          ผู้สนใจซื้อสลากออมสินเพิ่มเติมเพื่อร่วมกิจกรรม “ฉลอง 113 ปี เพิ่มเงินรางวัล เพิ่มจำนวนรางวัล กับสลากออมสินพิเศษ 1 ปี และ 2 ปี (แบบใบสลากและสลากดิจิทัล) เงินรางวัลรวม 113 ล้านบาท” สามารถติดต่อได้ที่ธนาคารออมสินทุกสาขา หรือกดซื้อด้วยตนเองทางแอปพลิเคชัน MyMo ศึกษารายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ธนาคารออมสิน www.gsb.or.th หรือสอบถามเพิ่มเติมที่ GSB Contact Center โทร. 1115  

01 Apr 2026

...

บมจ.กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต ในฐานะผู้นำบริษัทประกันที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม หรือ Green Insurer ด้วยความสำเร็จที่ภาคภูมิใจจากการคว้าอันดับ 1 ในเอเชียอาคเนย์ต่อเนื่อง 10 ปีซ้อน และอันดับ 2 ใน AXA International Market ด้านความรับผิดชอบต่อองค์กร จากการประเมินดัชนีชี้วัดความยั่งยืนด้านความรับผิดชอบต่อองค์กรของกลุ่มแอกซ่า (AXA Sustainability Index 2025) ด้วยคะแนนสูงสุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ 87.62 คะแนน ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจ และเป็นการตอกย้ำจุดยืนของบริษัทฯ ในการสนับสนุนให้ทุกคนร่วมกันเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการใส่ใจสิ่งแวดล้อม และเป็นส่วนหนึ่งของการช่วยฟื้นฟูระบบนิเวศน์ และความหลากหลายทางชีวภาพในทะเล ผ่านโครงการระยะยาวต่างๆ อาทิ โครงการ Commit To Climate ที่มุ่งมั่นในการรักษาและฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมทุกมิติอย่างต่อเนื่อง รวมถึงโครงการ Save Our Sea ที่สนับสนุนการอนุบาลเต่าทะเล ปลูกป่าชายเลน และการให้ความรู้ด้านการรักษาสิ่งแวดล้อมทางทะเลกับเยาวชนไทย บริษัทฯ มุ่งมั่นในการช่วยเหลือสังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนตลอดมา พร้อมอยู่เคียงข้างทุกความเชื่อมั่น ดูแลกันตลอดไป สำหรับท่านใดที่สนใจ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม พร้อมติดตามกิจกรรมเพื่อสังคมต่างๆ ของบริษัทฯ ได้ที่ https://www.facebook.com/Hearts.in.action.volunteers หรือ สอบถามได้ที่ ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ โทร 1159  และท่านสามารถอ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่ https://ktaxa.live/CR-No-1

31 Mar 2026

...

บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ 7-Eleven และเคาน์เตอร์เซอร์วิส เปิดตัวแคมเปญ “พ.ร.บ.สุดคุ้ม สุดคิวต์” ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ.) ในราคาพิเศษเริ่มต้นเพียง 555 บาทต่อปี พร้อมมอบความคุ้มครอง สร้างความอุ่นใจให้กับผู้ขับขี่ ผ่านช่องทางบริการร้าน 7-Eleven ที่สะดวกและครอบคลุม 15,500 สาขาทั่วประเทศ  แคมเปญนี้ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้รถในยุคปัจจุบัน ที่ต้องการความรวดเร็วและความสะดวกสบาย สามารถซื้อหรือต่ออายุ พ.ร.บ. คุ้มครองและรับกรมธรรม์ทันที พร้อมบริการต่อภาษีรถยนต์ผ่านเคาน์เตอร์เซอร์วิสในร้าน 7-Eleven ทุกสาขาทั่วประเทศ ซึ่งเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ช่วยลดขั้นตอนและระยะเวลาในการดำเนินการ ในราคาที่เข้าถึงได้ ควบคู่กับความสะดวกครบจบในจุดเดียว ตอกย้ำแนวคิด “ประกันภัยใกล้ตัว เข้าถึงง่าย” นอกจากนี้ สมาชิก ALL Member ที่ซื้อ พ.ร.บ. ของทิพยประกันภัย จะได้รับได้สิทธิ์แลกซื้อกระบอกน้ำลายลิขสิทธิ์ Butterbear & Hello Kitty ในราคาเพียง 1 บาท (จากราคาปกติ 199 บาท) จำกัดจำนวน 5,000 สิทธิ์ และยังได้รับคะแนนสะสมจากทุกยอดบิล เพื่อนำไปใช้เป็นส่วนลดหรือแลกรับสิทธิพิเศษต่างๆ อีกมากมาย สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถซื้อ พ.ร.บ. ของทิพยประกันภัยได้แล้ววันนี้ ผ่านเคาน์เตอร์เซอร์วิสในร้าน 7-Eleven ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือผ่านช่องทางออนไลน์ที่ www.counterservice.co.th หรือ 7-Eleven Application โดยจะได้รับกรมธรรม์และความคุ้มครองที่มีผลทันทีตามวันเริ่มกรมธรรม์ และสามารถซื้อได้ล่วงหน้าสูงสุด 90 วันก่อนกรมธรรม์ปัจจุบันหมดอายุ ให้ทุกการเดินทางของคุณมั่นใจได้มากยิ่งขึ้น สะดวก ครบ จบในที่เดียว พร้อมรับสิทธิพิเศษตั้งแต่วันที่ 24 มีนาคม – 23 เมษายน 2569

29 Mar 2026

...

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารออมสินได้เร่งออกมาตรการรณรงค์ประหยัดพลังงานในการดำเนินธุรกิจของธนาคาร ตามที่รัฐบาลได้มอบหมายสั่งการให้หน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจลดการใช้พลังงาน เพื่อรองรับสถานการณ์ราคาพลังงานโลกที่มีความผันผวนจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ และรับมือกับวิกฤตด้านพลังงานของประเทศ ทั้งนี้ มาตรการประหยัดพลังงานที่สำคัญของธนาคารออมสิน 4 ด้าน ประกอบด้วย 1) การควบคุมการใช้เชื้อเพลิง โดยใช้รถยนต์ตามความจำเป็น และส่งเสริมการประชุมผ่านระบบออนไลน์ 2) ประหยัดพลังงานไฟฟ้า โดยปิดไฟที่ไม่จำเป็น ปลดปลั๊กอุปกรณ์ไฟฟ้าเมื่อไม่ใช้งาน และปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศไม่ต่ำกว่า 26 องศาเซลเซียส 3) แนวทางการแต่งกาย สวมเสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี งดสวมสูท แจ็กเกต หรือผูกเนกไท เพื่อลดความจำเป็นในการปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศให้ต่ำเกินไป และ 4) ปฏิบัติงาน ณ ที่พักอาศัย ตามความเหมาะสมโดยไม่กระทบต่อการปฏิบัติงานและการให้บริการลูกค้า   ทั้งนี้ ในการประชุมคณะกรรมการบริหารธนาคาร ณ อาคารออมสินพิพัฒน์ ธนาคารออมสินสำนักงานใหญ่ ซึ่งมี นายพลจักร นิ่มวัฒนา ประธานกรรมการบริหารธนาคารออมสิน ร่วมด้วย รองศาสตราจารย์ ดร. ธนวรรธน์ พลวิชัย  นายวรวิทย์ ชัยลิมปมนตรี กรรมการธนาคารออมสิน และ นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน ตลอดจนคณะผู้บริหาร เข้าร่วมประชุม ได้เริ่มใช้แนวปฏิบัติ "งดสูท-ผูกเนกไท" ในที่ประชุมทันที เพื่อเป็นต้นแบบในการลดใช้พลังงานและเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ด้านพลังงาน ธนาคารออมสิน จึงขอเชิญชวนลูกค้าและประชาชนร่วมกันใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ลดการใช้พลังงานที่ไม่จำเป็น เพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์พลังงานในปัจจุบัน ความร่วมมือจากทุกภาคส่วนคือพลังสำคัญในการก้าวผ่านสถานการณ์ความไม่แน่นอนนี้ไปด้วยกัน    

18 Mar 2026

Banner Banner Banner Banner

Banner
  ปี 2569 ประเทศไทย กับคำว่า “เผาจริง”   วันนี้ก้าวเดือนที่ 3 ของปี 2569 แต่ดูเหมือนว่า ประเทศไทยผ่านเทศกาลปีใหม่ วาเลนไทม์ ตรุษจีน และวันเข้าพรรษามาแล้ว ประเทศไทยการเลือกตั้งใหญ่ ที่มีข้อผิดพลาดเกิดจากการกำกับการเลือกตั้งขององค์กรอิสระอย่าง กกต. เป็นการเลือกตั้งที่เลวร้ายครั้งหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์การเมืองไทย ด้านเศรษฐกิจ ยังคงโงหัวไม่ขึ้น นอกนั้นประเทศไทยยังคงมีปัญหาชายแดนกับประเทศเขมรยังคงคาราคาซัง รอรบรอบ 3 อยู่เหมือนเดิม ตอนนี้กำลังเกิดสงครามที่คาบสมุทรอาหรับระหว่าง อิหร่านกับอิสราเอล ที่ได้รับการสนับสนุนการทำสงครามจากสหรัฐอเมริกา จนอาจจะกลายเป็นสงครามระหว่างโลกอาหรับกับสหรัฐอเมริกา และอาจจะลามไปถึงสงครามโลกครั้งที่ 3 ก็ได้ แน่นอนว่า สงครามอ่าวอาหรับ ซึ่งเป็นประเทศผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ของโลก ชัดเจนว่าเมื่อมีสงคราม ราคาน้ำมันต้องแพงขึ้น และพลังงานปัจจัยที่ 5 จะกลายเป็นอาวุธของอิหร่านและกลุ่มอาหรับ ซึ่งย่อมส่งผลด้านต้นทุนการผลิต ภาคการขนส่ง สินค้าราคาแพงขึ้น เศรษฐกิจโลกจะปั่นป่วน ซึ่งแน่นอนว่าประเทศไทยที่มีภาวะอ่อนแอทางเศรษฐกิจอยู่แล้ว ย่อมได้รับผลจากภาวะสงครามอาหรับ สงครามกับเขมร รวมทั้งรัฐบาลใหม่ที่จะเข้ามาบริหารประเทศ ต้องแสดงผลงาน เพราะปี 2569 จะเป็นปีเผาจริงทางเศรษฐกิจของประเทศไทย    หากว่าการเมืองไทยนิ่ง รัฐบาลได้บริหารประเทศ จะเป็นการท้าทายความสามารถของดรีมทีมเศรษฐกิจของพรรคภูมิใจไทย เวลาที่ผ่านมาก่อนการเลือกตั้ง วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เวลาบริหารประเทศแค่ 2 เดือนยังวัดอะไรไม่ได้สำหรับนายอนุทิน ชาญวีรกุล และดรีมทีม เพราะเศรษฐกิจไทยปี 2569 ธุรกิจที่แข็งแรงอย่างธุรกิจการเงินและประกันภัยยังออกอาการให้เห็น แล้วธุรกิจที่อ่อนแออยู่แล้วจะเหลืออะไร นี่คือการบ้านข้อใหญ่ของรัฐบาลภูมิใจไทยและดรีมทีมประเทศไทย เพราะถึงเวลาที่จะได้พิสูจน์ผลงานบริหารประเทศ./   พูดแบบนายเอกวรพงศ์ (นายแทน)            
อ่านต่อ...
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner