Responsive image

Tuesday, 27 Oct 2026

หน้าแรก > SOCIETY / ภาพข่าว - สังคม - CSR


วิริยะประกันภัย ร่วมรณรงค์ลดอุบัติเหตุบนท้องถนน มอบเครื่องตรวจวัดแอลกอฮอล์ให้ตำรวจภูธรภาค 1

Thu 21/12/2566


พล.ต.ท.เผ่าไทย ทองธิว กรรมการและที่ปรึกษา บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) มอบเครื่องตรวจวัดแอลกอฮอล์ จำนวน 30 เครื่อง ให้แก่ ตำรวจภูธรจังหวัดสระบุรี โดยมี พล.ต.ต.ธรรมนูญ เชาวะวนิชย์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสระบุรี เป็นผู้รับมอบ เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรจังหวัดสระบุรี ในการป้องกันและลดอุบัติเหตุบนท้องถนน อันเนื่องมาจากการขับขี่ยานพาหนะขณะมึนเมา ณ ตำรวจภูธรจังหวัดสระบุรี ตำบลทับกวาง อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี พร้อมกันนี้ บริษัทฯ ยังได้มอบเครื่องตรวจวัดแอลกอฮอล์ จำนวน 40 เครื่อง ให้แก่ ตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา อีกด้วย

ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้ดำเนินภารกิจเพื่อสังคมมอบเครื่องตรวจวัดแอลกอฮอล์สนับสนุนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจมาแล้วในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 5 (ภาคเหนือ) และตำรวจภูธรภาค 8 (ภาคใต้) รวมถึงตำรวจภูธรภาค 1 (ภาคกลาง) ในครั้งนี้ ด้วยมุ่งหวังเป็นอย่างยิ่งในการเป็นส่วนหนึ่งช่วยเหลือสังคมและส่งเสริมการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ลดอัตราการบาดเจ็บและเสียชีวิตให้น้อยลง

 


Tags : วิริยะประกันภัย รณรงค์ลดอุบัติเหตุบนท้องถนน มอบเครื่องตรวจวัดแอลกอฮอล์ พล.ต.ท.เผ่าไทย ทองธิว พล.ต.ต.ธรรมนูญ เชาวะวนิชย์


Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

...

นายวิทัย รัตนากร ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยตัวเลขความก้าวหน้าบทบาทธนาคารเพื่อสังคม ในการสร้างโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินในระบบสถาบันการเงินแก่คนไทยกลุ่ม Unserved – Underserved ที่ยังมีการพึ่งพาแหล่งเงินนอกระบบด้วยมีข้อจำกัดด้านประวัติการเงินส่วนบุคคล และการให้สินเชื่อช่วยเหลือด้านสภาพคล่องแก่กลุ่มเปราะบาง โดยคาดว่าภายในปี 2568 ธนาคารจะสามารถปล่อยสินเชื่อช่วยเหลือคนกลุ่มนี้ได้กว่า 1 ล้านรายตามเป้าหมาย รวมถึงความสำเร็จด้านการแก้หนี้ที่คาดว่าจะมีลูกหนี้ได้รับความช่วยเหลือผ่านมาตรการต่าง ๆ ที่ธนาคารริเริ่มดำเนินการ และที่เป็นมาตรการตามนโยบายรัฐบาล รวมแล้วเป็นจำนวนกว่า 920,000 บัญชีลูกหนี้  สำหรับนวัตกรรมการเงินเพื่อสังคมของธนาคาร ที่ช่วยสร้างโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินในระบบสถาบันการเงิน ประกอบด้วย 1) สินเชื่อสร้างเครดิตสร้างโอกาส สำหรับผู้ไม่มีประวัติเครดิตการเงิน อนุมัติแล้ว 150,000 ราย 2) สินเชื่อสร้างงานสร้างอาชีพ อนุมัติแล้ว 240,000 ราย 3) สินเชื่อต้อนรับเปิดเทอม อนุมัติแล้ว 110,000 ราย รวมถึงการให้สินเชื่อแก่ลูกค้ารายย่อย/ฐานราก ได้แก่ สินเชื่อธนาคารประชาชน สินเชื่อฉุกเฉินเพื่อผู้ประสบภัยพิบัติ อนุมัติแล้ว 120,000 ราย รวมจำนวนผู้ได้รับสินเชื่อแล้วทั้งสิ้น 620,000 ราย (ข้อมูล ณ เดือนพฤษภาคม 2568) ทั้งนี้ ธนาคารคาดว่าจะสามารถปล่อยสินเชื่อช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางได้ตามเป้าหมาย 1 ล้านราย ภายในปี 2568 นี้ ด้านภารกิจการแก้หนี้ช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากปัจจัยต่าง ๆ ผ่านหลากหลายโครงการ อาทิ โครงการคุณสู้ เราช่วย ซึ่งธนาคารเป็นผู้มีบทบาทหลักในการขับเคลื่อนตามนโยบายกระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทย ตั้งเป้าช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อย/SMEs ลูกหนี้กลุ่มเปราะบางของสถาบันการเงินของรัฐ และลูกหนี้กลุ่ม Non-Bank โดยสามารถช่วยเหลือลูกหนี้แล้วกว่า 190,000 ราย จำนวน 300,000 บัญชีลูกหนี้ คิดเป็น 33% ของผู้ลงทะเบียนที่เป็นลูกหนี้ธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินเฉพาะกิจรวมกันทั้งระบบ (ข้อมูล ณ วันที่ 30 เมษายน 2568) นอกจากนี้ยังมีมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ที่ธนาคารดำเนินการต่อเนื่อง อาทิ การลดเงินงวด-ขยายระยะเวลาผ่อนชำระของลูกหนี้สถานะปกติ / การลดเงินงวด-ลดดอกเบี้ย-ขยายระยะเวลาผ่อนชำระของลูกหนี้สถานะ NPLs / การบรรเทาภาระหนี้แก่ผู้ประสบภัยพิบัติแผ่นดินไหว รวมช่วยเหลือบรรเทาภาระลูกหนี้แล้ว จำนวนกว่า 119,000 บัญชี ทั้งนี้ ธนาคารอยู่ระหว่างเตรียมการช่วยเหลือเพิ่มเติม โดยทำโครงการแก้หนี้ NPLs วงเงินต่ำกว่า 1 แสนบาท ประกอบด้วยการยกหนี้ให้ลูกหนี้สินเชื่อสู้ภัยโควิด และการปิดบัญชีตัดหนี้สูญ (Write Off) รวมจำนวนกว่า 500,000 บัญชี ภายในเดือนกรกฎาคม 2568 นี้ ซึ่งคาดว่าจะสามารถแก้ไขปัญหาและลดภาระหนี้แก่ลูกหนี้รวมทุกมาตรการได้กว่า 920,000 บัญชี ทั้งนี้ ธนาคารออมสินพร้อมสนับสนุนนโยบายรัฐบาล ตามข้อสั่งการของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และนายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เพื่อสร้างผลลัพธ์ขยายผลการสร้าง Social Impact ในวงกว้างและหลากหลายมิติทั้งทางเศรษฐกิจและสังคม

14 Jun 2025

...

ธนาคารออมสิน เข้าร่วมงาน Thailand Smart Money ระยอง ครั้งที่ 6 โดยจัดโปรโมชันเงินฝาก สินเชื่อ และบริการทางการเงินครบครัน ได้แก่ เงินฝากเผื่อเรียกพิเศษ 111 วัน ระยะเวลาฝาก 111 วัน ดอกเบี้ย Step up สูงสุด 6.50% ต่อปี คิดเป็นอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 2.56% ต่อปี ได้รับยกเว้นภาษี รับฝากบุคคลธรรมดา สูงสุดไม่เกิน 500,000 บาท มีจำนวน 200 สิทธิ์ เปิดจองสิทธิ์ภายในงานเท่านั้น ตามด้วยแคมเปญสลากออมสินพิเศษ 2 ปี เพิ่มรางวัลพิเศษ 30 ล้านบาท นอกเหนือจากรางวัลที่ 1 ที่มีเงินรางวัล 30 ล้านบาท รวมมูลค่าเงินรางวัลสูงสุดถึง 60 ล้านบาท รับฝากทั้งแบบใบสลาก และสลากดิจิทัล หน่วยละ 100 บาท ด้านผลิตภัณฑ์สินเชื่อ จัดโปรโมชัน สินเชื่อเคหะ อัตราดอกเบี้ย 1.11% นาน 3 เดือน เฉลี่ย 3 ปี เท่ากับ 3.819% ต่อปี ฟรีค่าจัดทำนิติกรรมสัญญา และค่าบริการสินเชื่อ สำหรับผู้ที่ซื้อบ้านหลังแรก/เริ่มต้นสร้างครอบครัว แนะนำสินเชื่อเคหะบ้านหลังแรก ดอกเบี้ยคงที่ 3.99% ต่อปี นาน 3 ปีแรก ผ่อนต่ำล้านละ 4,000 บาท/เดือน ฟรีค่าจัดทำนิติกรรมสัญญา ค่าบริการสินเชื่อ และจ่ายค่าจดจำนองให้ตามที่จ่ายจริง นอกจากนี้ ได้จัดโปรโมชันสินเชื่อเพื่อรักษ์โลกและสิ่งแวดล้อม กลุ่มผลิตภัณฑ์ตอบโจทย์กระแสอนุรักษ์พลังงานและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก นำโดย “GSB Green Biz” สำหรับผู้ประกอบการธุรกิจเศรษฐกิจสีเขียว ดอกเบี้ยเริ่มต้น MOR/MLR-2.5% ต่อปี ผ่อนนาน 10 ปี ส่วนผู้บริโภครายย่อยที่ต้องการซื้อบ้านประหยัดพลังงาน สามารถใช้สินเชื่อ GSB Green Home Loan หรือผู้ที่ต้องการใช้พลังงานทดแทนหรือเพื่อลดภาระค่าไฟ แนะนำสินเชื่อบุคคล GSB Go Green สำหรับติดตั้งแผงโซล่าร์ EV Charger เป็นต้น ดอกเบี้ยคงที่ต่ำสุด 1.99% ต่อปี ใน 3 เดือนแรก อีกทั้งยังสนับสนุนธุรกิจตามโมเดลเศรษฐกิจ BCG (Bio/Circular/Green) เช่น โรงไฟฟ้า อุตสาหกรรมยานยนต์และการขนส่ง อุตสาหกรรมท่องเที่ยวและบริการ ด้วยสินเชื่อ GSB for BCG Economy สำหรับงาน Thailand Smart Money ระยอง ครั้งนี้ ธนาคารออมสินเข้าร่วมภายใต้แนวคิด “GSB Journey to The Green Frontier : บนเส้นทางสู่โลกการเงินสีเขียว” ให้ความสำคัญตั้งแต่กระบวนการจัดทำบูธที่นำวัสดุเหลือใช้ เช่น รับบริจาคชุดยูนิฟอร์มเก่าที่ไม่ใช้จากพนักงานมาทำเป็นเก้าอี้สตูเต๋าแปดเหลี่ยม นำวัสดุเหลือใช้จากงานครั้งก่อนมาตกแต่งบูธให้เกิดประติมากรรมชิ้นใหม่สวยงาม เป็นต้น พบกับโปรโมชันดังกล่าวและผลิตภัณฑ์ทางการเงินน่าสนใจอีกมากมายได้ในวันที่ 23-25 มิ.ย. 2566 ณ ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลระยอง.    

23 Jun 2023

...

เมืองไทยประกันชีวิต สร้างประวัติศาสตร์แห่งเกียรติยศและความภาคภูมิใจครั้งสำคัญ คว้า “รางวัลบริษัทประกันภัยเกียรติยศสูงสุด (Hall of Fame)” รางวัลสูงสุดของอุตหกรรมประกันภัย  ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 จากสำนักงาน คปภ. สะท้อนการบริหารงานดีเด่น สร้างสรรค์นวัตกรรม และใส่ใจความยั่งยืนในทุกมิติ พร้อมคว้าอีก 2 รางวัลใหญ่ “รางวัลบริษัทประกันชีวิตที่มีการส่งเสริมกรมธรรม์ประกันภัยเพื่อประชาชนดีเด่น”  ต่อเนื่องเป็นปีที่ 10  และ “รางวัลบริษัทประกันชีวิตที่สร้างสรรค์นวัตกรรมเทคโนโลยีประกันภัยดีเด่น” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 จากพิธีมอบรางวัลประกันภัยดีเด่นครบวงจร ประจำปี 2566   นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ MTL สร้างประวัติศาสตร์วงการประกันภัยครั้งสำคัญ  เข้ารับ 3 รางวัลเกียรติยศแห่งความภาคภูมิใจและความเชื่อมั่น ประจำปี 2565 ประกอบด้วย “รางวัลบริษัทประกันภัยเกียรติยศสูงสุด (Hall of Fame)” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ซึ่งเป็นรางวัลสูงสุดในภาคอุตสาหกรรมประกันภัยและเป็นเพียงบริษัทเดียวที่ได้รับ “รางวัลบริษัทประกันชีวิตที่มีการส่งเสริมกรมธรรม์ประกันภัยเพื่อประชาชนดีเด่น”  ต่อเนื่องเป็นปีที่ 10  และ “รางวัลบริษัทประกันชีวิตที่สร้างสรรค์นวัตกรรมเทคโนโลยีประกันภัยดีเด่น” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 จากพิธีมอบรางวัลประกันภัยดีเด่นครบวงจร ประจำปี 2566  (Prime  Minister’s  Insurance  Awards 2023)  ซึ่งจัดโดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย  (คปภ.)  โดยมีนายกฤษฎา จีนะวิจารณะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ประธานในพิธีเป็นผู้มอบ และ ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย  ร่วมแสดงความยินดี งานจัดขึ้น ณ ห้องประชุม ฟีนิกซ์ 1-6 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี โดย “รางวัลบริษัทประกันภัยเกียรติยศสูงสุด (Hall of Fame)” ประจำปี 2565 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 นี้ ถือเป็นที่สุดแห่งความภาคภูมิใจ เพราะเป็นรางวัลสูงที่สุดในอุตสาหกรรมประกันภัย ที่สำนักงาน คปภ. มอบให้แก่บริษัทที่มีผลงานการบริหารดีเด่นและมีความแข็งแกร่งรอบด้าน  ซึ่งเมืองไทยประกันชีวิตเป็นบริษัทเพียงแห่งเดียวที่สามารถคว้ารางวัลนี้มาได้ จากความโดดเด่นด้านการบริหารงานในทุกมิติ ที่มุ่งมั่นตอบสนองความต้องการที่แท้จริงของลูกค้า พร้อมมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้านประกันชีวิต ความคุ้มครองสุขภาพ และบริการด้านต่าง ๆ ตลอดจนช่องทางจำหน่ายที่หลากหลาย รวมถึงนวัตกรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่ พร้อมการพัฒนาบุคลากรอย่างต่อเนื่อง  อีกทั้งยังเป็นองค์กรที่โดดเด่นด้วยการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน เดินหน้าควบคู่ไปกับความรับผิดชอบในด้านการจัดการด้านสิ่งแวดล้อม (Environment)  การจัดการด้านสังคม (Social) และการจัดการด้านธรรมาภิบาล (Governance) หรือ ESG จนทำให้ได้รับรางวัลเกียรติคุณบริษัทประกันภัยดีเด่น รางวัลเกียรติยศบริษัทประกันชีวิตที่มีการบริหารงานดีเด่น ติดต่อกัน 4 ครั้ง และรางวัลบริษัทประกันชีวิตที่มีการบริหารงานดีเด่น อันดับที่ 1 ต่อเนื่อง 17 ปีซ้อน ซึ่งถือเป็นบริษัทที่มีผลงานด้านการบริหารงานที่โดดเด่นสูงสุดในอุตสาหกรรมประกันภัย   สำหรับ “รางวัลบริษัทประกันชีวิตที่มีการส่งเสริมกรมธรรม์ประกันภัยเพื่อประชาชนดีเด่น ประจำปี 2565” ได้รับต่อเนื่องเป็นปีที่ 10  จากคุณสมบัติในด้านการมีส่วนร่วมในการส่งเสริมกรมธรรม์ประกันภัยเพื่อประชาชน  การพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัยเพื่อประชาชน การส่งเสริมสนับสนุนให้ประชาชนมีการทำกรมธรรม์ประกันภัยเพื่อประชาชน  การส่งเสริมสนับสนุนให้มีการขยายช่องทางการจำหน่ายกรมธรรม์ประกันภัยเพื่อประชาชน  การส่งเสริมการจัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์ กรมธรรม์ประกันภัยเพื่อประชาชน  และส่งเสริมการเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการลูกค้า ด้านการจำหน่ายกรมธรรม์ประกันภัยเพื่อประชาชน  ซึ่งทั้งหมดนี้ถือเป็นความมุ่งมั่นตั้งใจของเมืองไทยประกันชีวิตที่ต้องการให้ประชาชนสามารถเข้าถึงประกันภัยได้มากขึ้น เพื่อสร้างความอุ่นใจให้กับทุกคน   นอกจากนี้ เมืองไทยประกันชีวิต ยังสามารถคว้า “รางวัลบริษัทประกันชีวิตที่สร้างสรรค์นวัตกรรมเทคโนโลยีประกันภัยดีเด่น ประจำปี 2565” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3  แสดงให้เห็นถึงความโดดเด่นด้านนวัตกรรมที่สร้างสรรค์ของบริษัทฯ ในการมุ่งมั่นคิดค้น พัฒนา นวัตกรรมด้านผลิตภัณฑ์และบริการ รวมถึงส่งเสริมให้การนำระบบเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ในกระบวนการทำงาน เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างครบถ้วน ทุกไลฟ์สไตล์ และสอดรับโลกที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว   นอกจากนี้ ตัวแทนของบริษัทฯ  นางสาวสุมาณี กิจบุญชัย และนางสาวกรวรรณ คงด้วง ยังได้รับ “รางวัลตัวแทนประกันชีวิตคุณภาพดีเด่น ประจำปี 2565” สุดยอดตัวแทนที่มีผลงานโดดเด่น ทั้งในด้านผลงานการขาย การเข้าอบรม และทำกิจกรรมได้ตามเงื่อนไขที่ คปภ.กำหนดไว้ได้อย่างครบถ้วน รวมถึงการปฏิบัติอยู่ในกรอบมาตรฐานจรรยาบรรณของวิชาชีพ และกฎหมาย ระเบียบ หรือข้อบังคับของ คปภ.อย่างเคร่งครัด  นับเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของบริษัทฯ และสะท้อนถึงความโดดเด่นในด้านการพัฒนาคุณภาพตัวแทนอย่างต่อเนื่อง 

12 Sep 2023

...

ตามที่รัฐบาลโดยนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และนายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้มอบนโยบายให้สถาบันการเงินของรัฐ ช่วยเหลือภาคธุรกิจไทยที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายกำแพงภาษีนำเข้าของสหรัฐอเมริกา ผ่านการลดเป้าหมายกำไรทางธุรกิจเพื่อนำเม็ดเงินงบประมาณมาจัดทำโครงการ/มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ และช่วยลดผลกระทบที่เกิดขึ้นแก่ผู้ประกอบการนั้น   นายวิทัย รัตนากร ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารจึงได้เร่งรัดดำเนินการ ประกาศลดดอกเบี้ยให้แก่ผู้ประกอบการกลุ่มสินเชื่อธุรกิจที่เป็นลูกค้าปัจจุบันของธนาคาร ในอัตรา 2 - 3% ต่อปี สำหรับผู้ประกอบการธุรกิจส่งออกธุรกิจ Supply Chain และผู้ผลิตสินค้าที่ต้องมีการแข่งขันสูงกับสินค้านำเข้าราคาถูกจากต่างประเทศ เนื่องจากนโยบายกำแพงภาษีฯ ส่งผลกระทบทำให้ต้นทุนสินค้าไทยเพิ่มขึ้น การส่งออกชะลอตัว และอาจทำให้ขีดความสามารถในการแข่งขันลดลงจนนำไปสู่ปัญหาการขาดสภาพคล่อง และกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวม การลดดอกเบี้ยจะช่วยลดภาระต้นทุนทางการเงิน เสริมสภาพคล่องให้ธุรกิจสามารถประคองตัวและดำเนินกิจการต่อไปได้ในช่วงเวลาที่ท้าทาย มาตรการลดดอกเบี้ยสำหรับผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายกำแพงภาษีนำเข้าของสหรัฐอเมริกา ครอบคลุมลูกค้าปัจจุบันกลุ่มสินเชื่อธุรกิจธนาคารออมสินทุกประเภทที่มีสถานะบัญชีปกติ โดยเฉพาะธุรกิจส่งออกที่ได้รับผลกระทบ ธุรกิจ Supply Chain และผู้ผลิตที่ต้องแข่งขันกับสินค้านำเข้าราคาถูกจากต่างประเทศ ลดดอกเบี้ยสูงสุดไม่เกิน 3% ต่อปี จากอัตราดอกเบี้ยตามสัญญาเดิม ระยะเวลาการลดดอกเบี้ย ไม่เกิน 1 ปี นับจากวันที่จัดทำนิติกรรมสัญญา ทั้งนี้ เป็นไปตามหลักเกณฑ์เงื่อนไขที่ธนาคารกำหนด ลูกค้าที่เข้าหลักเกณฑ์สามารถแจ้งความประสงค์ได้ที่ สาขาธนาคารออมสินที่มีบัญชีเงินกู้ ตั้งแต่วันนี้ – 30 กันยายน 2568 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ GSB Contact Center โทร. 1115  

25 May 2025

Banner Banner Banner Banner Banner Banner Banner Banner

Banner
  เปิดแผนงานสื่อ CEO THAILAND ปี 2569-2570 รุกคืบงานวิทยุ - ทีวี - อีเวนต์สื่อ                  สวัสดีครับท่านสมาชิกและผู้ติดตามสื่อออนไลน์ และสื่อในเครือ CEO THAILAND ตลอดมา 21 ปี ช่วงนี้ว่างเว้นจากสนามการเมืองระยะหนึ่ง ผมพอมีเวลากลับมาสานต่องานสื่อสักระยะหนึ่งคือในช่วงปี 2569-2570 จะกลับมาช่วยงานสื่อในฐานะที่ปรึกษา โดยจะยังเน้นในเรื่องสื่อออนไลน์ สื่อทีวี และสื่อวิทยุ และงานอีเวนต์ต่อเนื่องจากสื่อ ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2569 เป็นต้นไป ผมมีแผนงานของบริษัท เอก-วรา พับลิค รีเรชันส์ จำกัด ในสื่อดังต่อไปนี้คือ                          1. สื่อออนไลน์ CEO THAILAND              2. จัดทำรายการวิทยุ “คลื่นประกันภัย-การเงิน” ทางสถานีวิทยุ 96.25 MHZ (สถานีวิทยุการท่องเที่ยววัฒนธรรม) โครงการจัดทำรายการวิทยุเชิงข่าวสารในแวดวงประกันภัยและการเงิน นำเสนอข่าวสารเกี่ยวกับการประกันภัย-ประกันชีวิต  การเงิน และธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ทั้งสินเชื่อ ไฟแนนซ์ อสังหาริมทรัพย์ SMEs ออกอากาศทุกวันศุกร์ของทุกสัปดาห์ เวลา 17.00-18.00 น. ในเดือนสิงหาคม 2569               3. เดือนสิงหาคม 2569 สื่อได้จัดทำรายการทีวี “เรื่องเด่น...ประเด็นดัง” ออนแอร์ออกอากาศทางNBT2 ซึ่งเป็นรายการสดทีวี ที่นำเสนอนโยบายรัฐบาล และวิสัยทัศน์ ของผู้บริหารองค์กรภาครัฐ และภาคเอกชนในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสังคม บริการสาธารณะและบริการพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับสังคม และพี่น้องประชาชน ออกอากาศ ทุกวันจันทร์ที่ 1 และ 3 ของเดือน เวลา 10.00-10.30 น.               4. จัดงานมอบรางวัล “สุดยอดผู้บริหาร-องค์กรแห่งปี 2569” เดือนธันวาคม 2569 ที่จังหวัดกาญจนบุรี โครงการรับรางวัล  “สุดยอดผู้บริหาร-องค์กรแห่งปี 2569” เพื่อประกาศเกียรติคุณให้ผู้บริหารและองค์กรที่สร้างผลงานโดดเด่น ทั้งยังเป็นการกระตุ้นภาคธุรกิจเครือข่าย และSMEs ความตื่นตัวของชุมชนในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี รวมทั้งยังเป็นการสานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสื่อมวลชน-ภาคธุรกิจ -ผู้ประกอบการในพื้นที่ และพี่น้องประชาชน สื่อ CEO THAILAND จึงได้ร่วมกันจัดงานมอบรางวัลดังกล่าวขึ้น               5. โครงการจัดงานสัมมนา  “ทิศทางธุรกิจประกันภัย-การเงินแห่งปี 2569” ในเดือนธันวาคม 2569เพื่อเป็นการกระตุ้นภาคธุรกิจประกันภัยและการเงินในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรีและจังหวัดใกล้เคียง เพื่อความตื่นตัวของชุมชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร รวมทั้งจังหวัดกาญจนบุรี อีกทั้งยังเป็นการสานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสื่อมวลชน-ภาคธุรกิจ-ผู้ประกอบการในพื้นที่ และพี่น้องประชาชน สื่อ CEO THAILAND จึงได้ร่วมกันจัดงานสัมมนาดังกล่าวขึ้น               6. จัดงาน CSR ณ โรงเรียนบ้านท่าทุ่ม จ.กาญจนบุรี ในวันที่ 31 มกราคม 2570 โครงการจัดงานกิจกรรมเพื่อสังคม “CEO THAILAND CSR  OF THE YEAR 2027” เพื่อคืนกำไรสู่สังคมและสร้างความรู้ความเข้าใจให้คนในสังคม เป็นการกระตุ้นภาคธุรกิจประกันภัยและการเงิน และความตื่นตัวของชุมชนในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี อีกทั้งยังเป็นการสานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสื่อมวลชน-ภาคธุรกิจ -ผู้ประกอบการในพื้นที่ และพี่น้องประชาชนในพื้นที่ สื่อ CEO THAILAND จึงได้ร่วมกันจัดงานกิจกรรมดังกล่าวขึ้น T                                                                                                        (นายเอกวรพงศ์ อำนวยทรัพย์)
อ่านต่อ...
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner