Responsive image

Monday, 12 Oct 2026

หน้าแรก > ECONOMY- FINANCE / เศรษฐกิจ - การเงิน


"กรุงศรี" ประกาศแผนธุรกิจระยะกลางฉบับใหม่ มุ่งเป้ายืนหนึ่งธนาคารชั้นนำแห่งภูมิภาคเพื่อความยั่งยืนภายในปี 2569

Fri 02/02/2567


กรุงเทพฯ (1 กุมภาพันธ์ 2567) - กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือ) ในเครือของมิตซูบิชิ ยูเอฟเจ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป (MUFG) หนึ่งในกลุ่มสถาบันการเงินที่ใหญ่ที่สุดระดับโลก ประกาศแผนธุรกิจระยะกลางฉบับใหม่ (Medium-Term Business Plan: MTBP) ครอบคลุมปี 2567-2569 พร้อมมุ่งเป้ายืนหนึ่งการเป็นธนาคารชั้นนำแห่งภูมิภาคเพื่อความยั่งยืน โดยตั้งอยู่บนหลักสำคัญสามประการ คือ ขับเคลื่อนสู่การเป็นธนาคารเพื่อความยั่งยืน เชื่อมโยงอาเซียนผ่านศักยภาพอันแข็งแกร่งของกรุงศรี และ MUFG เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดทั้งในระดับประเทศและระดับสากล และสร้างการเติบโตให้ธุรกิจหลักของธนาคาร

นายเคนอิจิ ยามาโตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ปีที่ผ่านมาถือเป็นวาระสำคัญครบรอบ 10 ปีของความร่วมมือระหว่างกรุงศรี และ MUFG และเป็นปีสุดท้ายของแผนธุรกิจระยะกลางฉบับที่สาม กรุงศรีให้ความสำคัญกับการยึดหลักลูกค้าเป็นศูนย์กลาง (Customer-centric Approach) มาอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการผ่านการพัฒนาขีดความสามารถด้านดิจิทัลและนวัตกรรม ซึ่งได้บรรลุความสำเร็จมากมายตลอดการเดินทางของเรา ไม่ว่าจะเป็นการสร้างธุรกิจและเครือข่ายที่แข็งแกร่งในอาเซียน การขยายศักยภาพการในด้าน ESG มากขึ้น ตลอดจนเป็นผู้บุกเบิกผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่เชื่อมโยงกับความยั่งยืนของประเทศไทย รวมทั้งการก่อตั้งบริษัทร่วมทุนที่แข็งแกร่งอย่างกรุงศรี ฟินโนเวต ที่ให้การสนับสนุนการดำเนินธุรกิจของกลุ่มสตาร์ทอัพและบริษัทด้านเทคโนโลยีอีกด้วย ความสำเร็จต่าง ๆ ของกรุงศรีที่เกิดขึ้นตลอดระยะเวลาหนึ่งทศวรรษที่ผ่านมานั้นสะท้อนผ่านตัวเลขผลการดำเนินงานได้เป็นอย่างดี โดยกรุงศรีสามารถทำรายได้สุทธิกว่า 30,000 ล้านบาท จากเดิมอยู่ที่ 11,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นสามเท่าในเวลาหนึ่งทศวรรษ อัตราส่วนผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) ครองตำแหน่งผู้นำในอุตสาหกรรม ทั้งยังคงความเป็นผู้นำด้านคุณภาพสินทรัพย์มาโดยตลอดอีกด้วย”

 

นายเคนอิจิ ยามาโตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)


 

“กรุงศรีก้าวเข้าสู่แผนธุรกิจระยะกลางฉบับที่สี่ โดยมุ่งเป้ายืนหนึ่งการเป็นธนาคารชั้นนำแห่งภูมิภาคเพื่อความยั่งยืน แผนธุรกิจระยะกลางฉบับนี้สะท้อนถึงความตั้งใจอย่างแน่วแน่ของกรุงศรีเพื่อขับเคลื่อนความยั่งยืนเชิงเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และธรรมาภิบาลสู่อนาคตที่มั่นคง ทำให้กรุงศรีเป็นธนาคารแห่งภูมิภาคเพื่อความยั่งยืนระดับแถวหน้า แนวทางการดำเนินงานนี้ยังสอดคล้องกับเป้าหมายของ MUFG ที่ต้องการมุ่งสร้างอนาคตที่สดใสยิ่งขึ้น โดยมีเป้าหมายร่วมกันทั้งในด้านความยั่งยืน การเป็นธนาคารที่มีความรับผิดชอบ และการพัฒนาชุมชน” นายเคนอิจิ กล่าวเสริม

ปีแห่งความท้าทาย

ข้อมูลจากวิจัยกรุงศรีระบุว่า ประเทศไทยกำลังเดินอยู่บนเส้นทางของการฟื้นตัวทางด้านเศรษฐกิจอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการใช้จ่ายสาธารณะ นโยบายสนับสนุนต่าง ๆ ของภาครัฐ ตลอดจนกิจกรรมด้านการท่องเที่ยวที่กำลังฟื้นตัว และการจ้างงานที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน อย่างไรก็ดีขณะที่แรงส่งภายนอกสร้างความท้าทายต่อโอกาสในการเติบโตอย่างยั่งยืน ภาวะทางการเงินที่ตึงตัวขึ้น และภัยแล้งที่เพิ่มความซับซ้อนขึ้นทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจโดยรวมชะลอตัวลง

เป้าหมายและทิศทางทางธุรกิจ

แผนธุรกิจระยะกลางฉบับใหม่ประจำปี 2567-2569 เป็นมากกว่าแผนงาน โดยแก่นหลักของแผนฉบับนี้คือความมุ่งมั่นที่จะก้าวสู่การเป็น “ธนาคารชั้นนำแห่งภูมิภาคเพื่อความยั่งยืน” ที่สะท้อนถึงคำมั่นสัญญาขององค์กรสู่อนาคตที่ความยั่งยืนและการสร้างแข็งแกร่งในระดับภูมิภาคเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อบรรลุเป้าหมายดังกล่าวแผนธุรกิจฉบับนี้จะมุ่งเป้าไปยังสามประการหลัก ได้แก่ การเป็นธนาคารชั้นนำเพื่อความยั่งยืน  การขับเคลื่อนความเป็นผู้นำระดับภูมิภาค  และการรักษาตำแหน่งผู้นำในธุรกิจหลักของธนาคาร

จากเป้าหมายด้าน ESG สู่ความสำเร็จทางการเงิน

กรุงศรีในฐานะผู้นำด้านความยั่งยืน เราได้วางเป้าหมายในการเพิ่มการสนับสนุนทางการเงินให้แก่โครงการธุรกิจเพื่อสังคมและความยั่งยืนที่ 100,000 ล้านบาทภายในปี 2573 และให้การสนับสนุนลูกค้าในการออกผลิตภัณฑ์การเงินเพื่อความยั่งยืน โดยในปี 2566 ที่ผ่านมา กรุงศรีมียอดสินเชื่อเพื่อความยั่งยืนเพิ่มขึ้น  71,000 ล้านบาทจากฐานปี 2564 โดยแผนธุรกิจระยะกลางฉบับใหม่นี้ กรุงศรีจะมุ่งขยายบริการทางการเงินเพื่อความยั่งยืนเพื่อเข้าถึงฐานลูกค้า SME และลูกค้ารายย่อยที่หลากหลายยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ธนาคารยังให้ความสำคัญกับการจัดหาเงินทุนเพื่อช่วยเหลือกลุ่มลูกค้าธุรกิจ และ SME ในช่วงการเปลี่ยนผ่านสู่การเป็นธุรกิจคาร์บอนต่ำ ควบคู่ไปกับการสนับสนุนในเรื่องกติกาด้านการเงินและภาษี (Taxonomy) ที่จำแนกประเภทกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่สอดคล้องกับความเข้มของค่าคาร์บอนโดยใช้ระบบสัญญาณไฟจราจรเป็นเกณฑ์

 

นายเคนอิจิ ยามาโตะ (ขวา) กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)

นางสาวดวงดาว วงค์พนิตกฤต (กลาง) ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านการเงิน ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)

นายไพโรจน์ ชื่นครุฑ (ซ้าย) ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านกลยุทธ์และวางแผนธุรกิจองค์กร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)


 

การสร้างคุณค่าให้กลุ่มลูกค้า

เครือข่ายของกรุงศรี และ MUFG ในปัจจุบันครอบคลุม 9 ใน 10 ประเทศในอาเซียน โดยกรุงศรีมีบริษัทในเครือ กระจายอยู่ใน 5 ประเทศ ได้แก่ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม กัมพูชา และ สปป.ลาว ที่ให้บริการลูกค้าแล้วกว่า 17 ล้านราย การดำเนินงานในอาเซียนของกรุงศรีส่งเสริมขีดความสามารถของธนาคารในหลายแง่มุม ตั้งแต่โมเดลธุรกิจและผลิตภัณฑ์ที่นำเสนอ ไปจนถึงการระดมทุน การบริหารความเสี่ยง โซลูชันดิจิทัล และนวัตกรรมที่หลากหลาย

ที่กล่าวมาข้างต้นเป็นการสร้างรากฐานอันแข็งแกร่งให้กับกรุงศรีในการเป็นธนาคารชั้นนำแห่งภูมิภาค และกรุงศรีมุ่งมั่นเดินหน้าใช้ประโยชน์จากเครือข่าย MUFG เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตและเชื่อมโยงความต้องการของลูกค้าทั้งในประเทศไทยและภูมิภาค ผ่านการนำเสนอโซลูชันการจับคู่ธุรกิจแบบครบวงจรด้วยแพลตฟอร์ม Krungsri Business Link และบริการ Krungsri ASEAN Link ที่จะช่วยเชื่อมโยงลูกค้าธุรกิจชาวไทยกับพันธมิตรทางธุรกิจที่เชื่อถือได้เข้าด้วยกันผ่านเครือข่ายของธนาคารที่มีอยู่ในอาเซียนและญี่ปุ่น

 

ตอกย้ำจุดแข็งของกรุงศรี

กรุงศรีมุ่งมั่นที่จะสร้างความแข็งแกร่งและรักษาตำแหน่งผู้นำในธุรกิจหลักของธนาคาร เพื่อให้เติบโตได้อย่างยั่งยืน โดยจะเน้นเรื่องดิจิทัล ดาต้า ระบบนิเวศและการสร้างพันธมิตรเป็นแกนสำคัญในการดำเนินงาน สำหรับกลุ่มธุรกิจลูกค้ารายย่อยและลูกค้าบุคคล กรุงศรียังคงเดินหน้ากลยุทธ์ One Retail โดยการใช้ดาต้าเพื่อตอบโจทย์ลูกค้าเป็นหลัก สำหรับกลุ่มลูกค้าธุรกิจ กรุงศรีจะขยายขีดความสามารถด้านธุรกรรมการเงินทั้งในและต่างประเทศในรูปแบบ Banking as a Service โดยพัฒนาร่วมกับพันธมิตรจากทั้งในไทยและต่างประเทศ และสำหรับในด้าน IT และดิจิทัล กรุงศรีจะเดินหน้าลงทุนในดิจิทัลแพลตฟอร์มและเทคโนโลยีที่ยึดความต้องการลูกค้าเป็นหลัก รวมถึงการใช้ AI และ Machine Learning เพื่อยกระดับผลิตภัณฑ์และการให้บริการกับลูกค้าในทุกกลุ่ม ผ่านทุก Touchpoint ทั้งสาขา ออนไลน์ โมบายแอป และ Call Center

กรุงศรีคาดว่าในปี 2567 เงินให้สินเชื่อจะเติบโตที่ 3-5% และตั้งเป้าหมายของส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ  (NIM) อยู่ที่ 3.8-4.1% ธนาคารคาดว่าอัตราส่วนสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL Ratio) อยู่ที่ราว 2.50-2.75% ขณะที่อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ (cost-to-income ratio) จะอยู่ในระดับ mid-40%

 


Tags : ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กรุงศรี กรุงศรีอยุธยา ธนาคารกรุงศรีอยุธยาประกาศแผนธุรกิจ


Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

...

เอไอเอ ประเทศไทย ขอส่งกำลังใจและความห่วงใยไปยังลูกค้าและครอบครัวคนไทยทั่วประเทศที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยในหลายพื้นที่ทั้งในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด พร้อมยืนยันความมุ่งมั่นในการดูแลลูกค้าอย่างต่อเนื่องและอยู่เคียงข้างคนไทยในทุกสถานการณ์ ด้วยการออก 3 มาตรการช่วยเหลือพิเศษสำหรับลูกค้าผู้ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนและลดภาระทางการเงิน ได้แก่ 1) ยกเว้นการตรวจสุขภาพ/หนังสือรับรองสุขภาพ ดอกเบี้ย และค่าธรรมเนียมการขอต่ออายุกรมธรรม์ สำหรับกรมธรรม์ประกันภัยที่มีวันครบกำหนดชำระเบี้ยประกันภัยระหว่างวันที่ 25 กันยายน 2569 ถึง 31 ธันวาคม 2569 และสิ้นผลบังคับ โดย เอไอเอ จะยกเว้นการตรวจสุขภาพหรือหนังสือรับรองสุขภาพ รวมถึงดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้อง หากผู้เอาประกันภัยดำเนินการขอต่ออายุกรมธรรม์หรือขอกลับคืนสู่สถานะเดิมของกรมธรรม์ภายใน 6 เดือนนับจากวันครบกำหนดชำระเบี้ยประกันภัย 2)ยกเว้นดอกเบี้ยสำหรับกรมธรรม์ที่มีการกู้ชำระเบี้ยประกันภัยอัตโนมัติ สำหรับกรมธรรม์ประกันภัยที่มีวันครบกำหนดชำระเบี้ยประกันภัยระหว่างวันที่ 25 กันยายน 2569 ถึง 31 ธันวาคม 2569 และมีการนำมูลค่าเวนคืนกรมธรรม์มาใช้ชำระเบี้ยประกันภัยในรูปแบบการกู้อัตโนมัติ เอไอเอ จะยกเว้นดอกเบี้ยเงินกู้ดังกล่าว หากผู้เอาประกันภัยชำระคืนเงินกู้เต็มจำนวนภายใน 6 เดือนนับจากงวดที่มีการกู้อัตโนมัติ 3) ยกเว้นค่าธรรมเนียมการออกกรมธรรม์ฉบับใหม่ สำหรับผู้เอาประกันภัยที่กรมธรรม์สูญหายหรือได้รับความเสียหายจากเหตุอุทกภัย และมีความประสงค์ขอออกกรมธรรม์ฉบับใหม่ทดแทนฉบับเดิม เอไอเอ จะยกเว้นค่าธรรมเนียมในการออกกรมธรรม์ใหม่ โดยต้องดำเนินการภายในวันที่ 31 มกราคม 2570   สำหรับมาตรการดังกล่าวครอบคลุมลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดที่ประกาศเป็นเขตประสบสาธารณภัย ได้แก่ ตาก พิษณุโลก เพชรบูรณ์ กำแพงเพชร นครสวรรค์ อุทัยธานี ลพบุรี สิงห์บุรี ชัยนาท สุพรรณบุรี กาญจนบุรี อ่างทอง สระบุรี พระนครศรีอยุธยา สมุทรปราการ ปทุมธานี นนทบุรี นครปฐม ราชบุรี นครนายก ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด บุรีรัมย์ ชัยภูมิ นครราชสีมา สุรินทร์ และกรุงเทพมหานคร ทั้งนี้ ลูกค้าสามารถตรวจสอบรายชื่อจังหวัดเพิ่มเติมได้จากรายงานสถานการณ์สาธารณภัยของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย นอกจากนี้ เบี้ยประกันภัยที่ชำระภายใต้มาตรการดังกล่าวยังสามารถนำไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในปีภาษีที่มีการชำระเบี้ยจริง ทั้งนี้ เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กรมสรรพากรกำหนด ลูกค้าสามารถตรวจสอบรายละเอียดความคุ้มครองตามกรมธรรม์ หรือติดต่อขอรับความช่วยเหลือเพิ่มเติมได้ผ่านตัวแทนประกันชีวิตของท่าน ศูนย์บริการลูกค้าเอไอเอ โทร. 1581 หรือผ่านแอปพลิเคชัน AIA+

09 Oct 2026

...

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารออกชุดมาตรการช่วยผู้ประสบอุทกภัยตามนโยบายกระทรวงการคลัง ครอบคลุมทั้งการ พักชำระเงินต้นและไม่คิดดอกเบี้ย นาน 3 เดือน เพื่อแบ่งเบาภาระหนี้และให้ลูกหนี้มีเวลาตั้งหลัก พร้อมปรับเงื่อนไขสินเชื่อสำหรับผู้ประสบภัยพิบัติให้ผ่อนปรนมากขึ้น ช่วยประชาชนที่ประสบภัยตามประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัยของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ที่จำเป็นต้องใช้เงินฉุกเฉิน ซ่อมบ้าน และฟื้นฟูอาชีพหรือกิจการ เพื่อกลับมาสร้างรายได้อีกครั้ง มาตรการพักชำระเงินต้นและไม่คิดดอกเบี้ย นาน 3 เดือน เพื่อลดภาระการผ่อนชำระ ให้ลูกหนี้สามารถนำเงินไปดูแลครอบครัวและจัดการค่าใช้จ่ายจำเป็น ครอบคลุมลูกหนี้ที่มีภูมิลำเนา ที่อยู่อาศัย หรือสถานที่ประกอบอาชีพในพื้นที่ตามประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัยของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) โดยดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นตลอดช่วงพักหนี้ ธนาคารยกให้ทั้งหมด ลูกหนี้ไม่ต้องนำกลับมาชำระภายหลัง ส่วนเงินต้น 3 งวดที่พักไว้จะนำไปรวมชำระในงวดสุดท้ายของสัญญา และเมื่อครบกำหนดพักหนี้ให้กลับมาชำระค่างวดตามเงื่อนไขสัญญาเดิม ทั้งนี้ ธนาคารจะทยอยแจ้งสิทธิ์แก่ลูกค้าที่เข้าเกณฑ์ผ่านข้อความ SMS หรือจดหมาย กรณีมีข้อสงสัยเกี่ยวกับสิทธิ์ หรือหากไม่ประสงค์เข้าร่วมมาตรการฯ สามารถแจ้งได้ที่ธนาคารออมสินทุกสาขา หรือ GSB Contact Center โทร. 1115 เพื่อชำระหนี้ได้ตามปกติ โดยการพักหนี้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และประเภทสินเชื่อที่ธนาคารกำหนด* สินเชื่อฉุกเฉินสำหรับผู้ประสบภัยพิบัติ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนฉุกเฉินและซ่อมแซมทรัพย์สินในช่วงฟื้นฟูหลังน้ำลด วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 20,000 บาทต่อราย ไม่ต้องใช้หลักประกัน ปลอดชำระเงินต้นและดอกเบี้ย 0% ใน 3 เดือนแรก เดือนที่ 4 เป็นต้นไป อัตราดอกเบี้ยแบบคงที่ (Flat Rate) 0.60% ต่อเดือน ผ่อนชำระสูงสุดไม่เกิน 24 เดือน สินเชื่อฟื้นฟูรายย่อยสำหรับผู้ประสบภัยพิบัติ เพื่อเป็นเงินทุน หรือปรับปรุงซ่อมแซม เช่น สถานประกอบการ วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 300,000 บาทต่อราย ใช้บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ค้ำประกัน ปลอดชำระเงินต้นและดอกเบี้ย 0% ใน 3 เดือนแรก เดือนที่ 4 เป็นต้นไป อัตราดอกเบี้ยแบบคงที่ (Flat Rate) 0.70% ต่อเดือน เทียบเท่าอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง (Effective Rate) 15% ต่อปี ผ่อนชำระสูงสุดไม่เกิน 7 ปี สินเชื่อฟื้นฟูบ้านสำหรับผู้ประสบภัยพิบัติ เพื่อซ่อมแซม หรือปลูกสร้างอาคารทดแทน รวมถึง ซื้อเฟอร์นิเจอร์หรือสิ่งจำเป็นอื่นที่ได้รับความเสียหาย วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 1,000,000 บาทต่อราย แบบมีหลักประกัน ปลอดชำระเงินต้นใน 6 เดือนแรกและดอกเบี้ย 0% ใน 1 ปีแรก อัตราดอกเบี้ยปีที่ 2 – 3 = MRR – 2.865% ต่อปี และปีที่ 4 เป็นต้นไป = MRR – 0.750% ต่อปี ผ่อนชำระสูงสุดไม่เกิน 15 ปี พร้อมสนับสนุนค่าประเมินราคาหลักทรัพย์สูงสุดไม่เกิน 3,000 บาท 5.สินเชื่อเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน SMEs ที่ประสบภัยพิบัติ เพื่อฟื้นฟูกิจการและเสริมสภาพคล่อง เพื่อให้ธุรกิจกลับมาดำเนินการได้ วงเงินสูงสุดไม่เกิน 5,000,000 บาทต่อราย อัตราดอกเบี้ย 0% ใน 6 เดือนแรก เดือนที่ 7 – 12 = MLR – 2.65% ต่อปี และปีที่ 2 เป็นต้นไป = MLR ต่อปี ปลอดชำระหนี้เงินต้นสูงสุด 1 ปี ผ่อนชำระสูงสุดไม่เกิน 7 ปี ทั้งนี้ การพิจารณาสินเชื่อและเงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด   ควบคู่กับมาตรการทางการเงิน ธนาคารออมสินยังเดินหน้าลงพื้นที่ส่งมอบ “ถุงออมสินห่วงใย” บรรจุอาหาร น้ำดื่ม ยาสามัญประจำบ้าน และของใช้จำเป็น โดยร่วมกับภาคีเครือข่าย เช่น มูลนิธิประชาร่วมใจ เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่ยังเผชิญระดับน้ำสูงและเดินทางลำบาก โดยเฉพาะบริเวณรอบนอกกรุงเทพมหานครและพื้นที่ใกล้เคียง อาทิ ชุมชนร่มเกล้า 24 ชุมชนลำลูกกา คลอง 2 และชุมชนร่มเย็น รวมถึงขยายความช่วยเหลือไปยังพื้นที่ประสบภัยในจังหวัดต่าง ๆ อาทิ สิงห์บุรี กาญจนบุรี อ่างทอง สระบุรี พระนครศรีอยุธยา สมุทรปราการ ปทุมธานี นนทบุรี นครปฐม ราชบุรี นครนายก ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา สระแก้ว ชลบุรี ระยอง และจันทบุรี พร้อมสนับสนุนเรือสำหรับใช้ช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่น้ำท่วม ปัจจุบันธนาคารส่งมอบถุงออมสินห่วงใยแล้วกว่า 10,000 ชุด คิดเป็นงบประมาณช่วยเหลือรวมกว่า 4.5 ล้านบาท และเตรียมแผนเข้าช่วยฟื้นฟูชุมชนที่ได้รับผลกระทบ เพื่อช่วยให้คนไทยทุกคนกลับมาตั้งหลักและดำเนินชีวิตได้ตามปกติอีกครั้ง ผู้สนใจสามารถศึกษารายละเอียดมาตรการทางการเงินเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ธนาคารออมสิน www.gsb.or.th หรือสอบถาม GSB Contact Center โทร. 1115 *หมายเหตุ : - มาตรการพักหนี้ไม่รวมสินเชื่อบางประเภท เช่น สินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่, สินเชื่อชีวิตสุขสันต์, สินเชื่อสำหรับผู้มีรายได้ประจำ โดยสินเชื่อ Soft Loan สินเชื่อองค์กรชุมชน และสินเชื่อตามนโยบายรัฐ (PSA) และเงื่อนไขอื่น ๆ เป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด - อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ ณ วันที่ 2 มีนาคม 2569 MLR = 6.025% ต่อปี และ MRR = 6.045% ต่อปี ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามประกาศของธนาคาร  

09 Oct 2026

...

บริษัท ไทยสมุทรประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ประกาศมาตรการช่วยเหลือลูกค้าผู้เอาประกันภัยที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ 32 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ ปทุมธานี นนทบุรี ตาก พิษณุโลก เพชรบูรณ์ กำแพงเพชร นครสวรรค์ อุทัยธานี ลพบุรี สิงห์บุรี ชัยนาท สุพรรณบุรี อ่างทอง สระบุรี พระนครศรีอยุธยา นครปฐม ราชบุรี กาญจนบุรี นครนายก ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด บุรีรัมย์ ชัยภูมิ สุรินทร์ และนครราชสีมา โดยมาตรการช่วยเหลือมี 3 ข้อ ดังนี้ 1. ขยายระยะเวลาผ่อนผันการชำระเบี้ยประกันภัย  ครบกำหนดระยะเวลาผ่อนผันชำระเบี้ย ระหว่างวันที่ 20 กันยายน 2569 - 31 ธันวาคม 2569 (ขยายเพิ่มอีก 60 วัน) 2. ยกเว้นดอกเบี้ย เบี้ยประกันภัย 6 เดือน  กรณีนำมูลค่าเวนคืนมาชำระเบี้ยโดยอัตโนมัติหรือต่ออายุกรมธรรม์ ระหว่างวันที่ 20 กันยายน 2569 - 31 ธันวาคม 2569 3. ยกเว้นค่าธรรมเนียมการออกกรมธรรม์  ที่ชำรุดหรือสูญหาย ภายในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 หมายเหตุ ยกเว้นประกันชีวิตควบการลงทุน คุณนุสรา (อัสสกุล) บัญญัติปิยพจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ OCEAN LIFE ไทยสมุทรประกันชีวิต กล่าวว่า บริษัทฯ ห่วงใยและขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่าน ทุกครอบครัวที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในครั้งนี้ ความเดือดร้อนของลูกค้าคือเรื่องที่เราให้ความสำคัญ จึงออกมาตรการดังกล่าว เพื่อช่วยให้ลูกค้าคลายกังวล บรรเทาผลกระทบ และช่วยเหลือให้ก้าวผ่านสถานการณ์นี้ไปได้ สำหรับลูกค้าผู้เอาประกันภัย สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ OCEAN LIFE Contact Center โทร. 1503 อีเมล info@ocean.co.th หรือสาขา OCEAN LIFE ไทยสมุทรประกันชีวิต นอกจากนี้ยังตรวจสอบข้อมูลกรมธรรม์ออนไลน์ผ่านบริการ Ocean Connect ได้ที่ LINE: @oceanlife หรือ Ocean Club Application ./

06 Oct 2026

...

ธ.ก.ส. ขอแสดงความห่วงใย พร้อมอยู่เคียงข้างลูกค้าจากสถานการณ์อุทกภัยฉับพลันที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ เดินหน้าเร่งช่วยเหลือผ่านมาตรการเพื่อสนับสนุนเงินทุนอัตราดอกเบี้ยต่ำผ่านโครงการสินเชื่อเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายฉุกเฉินให้แก่ลูกค้าผู้ประสบภัยธรรมชาติหรือภัยพิบัติ ปี 2569/70 วงเงินกู้สูงสุดรายละไม่เกิน 50,000 บาท อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ 6 เดือนแรก 0% ต่อปี เดือนที่ 7 เป็นต้นไป อัตราดอกเบี้ย MRR ต่อปี และสินเชื่อฟื้นฟูและพัฒนาคุณภาพชีวิตสำหรับเกษตรกรลูกค้า ผู้ประสบภัยธรรมชาติหรือภัยพิบัติ วงเงินรายละไม่เกิน 500,000 บาท อัตราดอกเบี้ย MRR-2 ต่อปี แจ้งความประสงค์ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปที่ ธ.ก.ส. สาขาที่ลูกค้าสังกัด และเตรียมมอบหมายเจ้าหน้าที่เตรียมลงพื้นที่สำรวจความเสียหายให้กับลูกค้าหลังน้ำลด เพื่อรวบรวมข้อมูลและวางแนวทางในการให้ความช่วยเหลืออื่น ๆ ต่อไป   นายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์อุทกภัยฉับพลันที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ ซึ่งส่งผลกระทบให้เกิดความเสียหายต่อความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่ ทั้งด้านการใช้ชีวิตและการประกอบอาชีพ รวมถึงที่อยู่อาศัย และทรัพย์สิน ธ.ก.ส. พร้อมเดินหน้าอยู่เคียงข้างเกษตรกรในการช่วยเหลือผ่านการสนับสนุนด้านเงินทุน เพื่อดูแลและบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ลูกค้าผู้ได้รับผลกระทบให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนอัตราดอกเบี้ยต่ำในการนำไปใช้จ่ายฉุกเฉิน สร้างหรือซ่อมแซมที่อยู่อาศัย โรงเรือนการเกษตร เครื่องมือ เครื่องจักรกลการเกษตร รวมถึงการฟื้นฟูการผลิตที่ได้รับความเสียหายจากภัยธรรมชาติหรือภัยพิบัติ ประกอบด้วย 1) โครงการสินเชื่อเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายฉุกเฉินให้แก่ลูกค้าผู้ประสบภัยธรรมชาติหรือภัยพิบัติ ปี 2569/70 เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการดำรงชีพหรือค่าใช้จ่ายฉุกเฉินจำเป็นในครัวเรือนของเกษตรกรลูกค้า เช่น ค่าซ่อมแซมบ้านเรือน/อาคารโรงเรือน ซ่อมแซมเครื่องมืออุปกรณ์ในการประกอบอาชีพ หรือเงินทุนทำการผลิตรอบใหม่ เป็นต้น วงเงินกู้รายละไม่เกิน 50,000 บาท อัตราดอกเบี้ย 0% นาน 6 เดือนแรก เดือนที่ 7 เป็นต้นไป คิดอัตราดอกเบี้ย MRR ต่อปี (ปัจจุบัน MRR เท่ากับ 6.575%) 2) โครงการสินเชื่อฟื้นฟูและพัฒนาคุณภาพชีวิตสำหรับเกษตรกรลูกค้า ผู้ประสบภัยธรรมชาติหรือภัยพิบัติ เพื่อเป็นเงินทุนสำหรับสร้างหรือซ่อมแซมที่อยู่อาศัย/โรงเรือนการเกษตร หรือเครื่องมือ/เครื่องจักรกลทางการเกษตร หรือฟื้นฟูการผลิตที่ได้รับความเสียหายจากภัยธรรมชาติหรือภัยพิบัติ วงเงินรายละไม่เกิน 500,000 บาท อัตราดอกเบี้ย MRR-2 ต่อปี (ปัจจุบัน MRR เท่ากับ 6.575%) ระยะเวลาชำระคืนภายใน 15 ปี นอกจากนี้ ธ.ก.ส. ขอส่งความห่วงใยไปยังประชาชนทุกท่านที่ได้รับผลกระทบและอย่ากังวลใจในช่วงสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ธ.ก.ส. พร้อมเข้าไปดูแลและช่วยเหลืออย่างเต็มที่ โดยหลังจากสถานการณ์คลี่คลาย ธ.ก.ส. จะดำเนินการลงพื้นที่สำรวจความเสียหายที่อยู่อาศัย ทรัพย์สินและพื้นที่การเกษตรของลูกค้า ทำการรวบรวมข้อมูลเพื่อพิจารณาให้ความช่วยเหลือและลดภาระหนี้สินต่อไป สำหรับลูกค้า ธ.ก.ส. ผู้ประสบภัย สามารถแจ้งความประสงค์ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปที่ ธ.ก.ส. สาขาที่ลูกค้าสังกัด หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ธ.ก.ส. Contact Center 02 555 0555 ตลอด 24 ชั่วโมง

01 Oct 2026

Banner Banner Banner Banner Banner Banner Banner Banner

Banner
  เปิดแผนงานสื่อ CEO THAILAND ปี 2569-2570 รุกคืบงานวิทยุ - ทีวี - อีเวนต์สื่อ                  สวัสดีครับท่านสมาชิกและผู้ติดตามสื่อออนไลน์ และสื่อในเครือ CEO THAILAND ตลอดมา 21 ปี ช่วงนี้ว่างเว้นจากสนามการเมืองระยะหนึ่ง ผมพอมีเวลากลับมาสานต่องานสื่อสักระยะหนึ่งคือในช่วงปี 2569-2570 จะกลับมาช่วยงานสื่อในฐานะที่ปรึกษา โดยจะยังเน้นในเรื่องสื่อออนไลน์ สื่อทีวี และสื่อวิทยุ และงานอีเวนต์ต่อเนื่องจากสื่อ ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2569 เป็นต้นไป ผมมีแผนงานของบริษัท เอก-วรา พับลิค รีเรชันส์ จำกัด ในสื่อดังต่อไปนี้คือ                          1. สื่อออนไลน์ CEO THAILAND              2. จัดทำรายการวิทยุ “คลื่นประกันภัย-การเงิน” ทางสถานีวิทยุ 96.25 MHZ (สถานีวิทยุการท่องเที่ยววัฒนธรรม) โครงการจัดทำรายการวิทยุเชิงข่าวสารในแวดวงประกันภัยและการเงิน นำเสนอข่าวสารเกี่ยวกับการประกันภัย-ประกันชีวิต  การเงิน และธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ทั้งสินเชื่อ ไฟแนนซ์ อสังหาริมทรัพย์ SMEs ออกอากาศทุกวันศุกร์ของทุกสัปดาห์ เวลา 17.00-18.00 น. ในเดือนสิงหาคม 2569               3. เดือนสิงหาคม 2569 สื่อได้จัดทำรายการทีวี “เรื่องเด่น...ประเด็นดัง” ออนแอร์ออกอากาศทางNBT2 ซึ่งเป็นรายการสดทีวี ที่นำเสนอนโยบายรัฐบาล และวิสัยทัศน์ ของผู้บริหารองค์กรภาครัฐ และภาคเอกชนในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสังคม บริการสาธารณะและบริการพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับสังคม และพี่น้องประชาชน ออกอากาศ ทุกวันจันทร์ที่ 1 และ 3 ของเดือน เวลา 10.00-10.30 น.               4. จัดงานมอบรางวัล “สุดยอดผู้บริหาร-องค์กรแห่งปี 2569” เดือนธันวาคม 2569 ที่จังหวัดกาญจนบุรี โครงการรับรางวัล  “สุดยอดผู้บริหาร-องค์กรแห่งปี 2569” เพื่อประกาศเกียรติคุณให้ผู้บริหารและองค์กรที่สร้างผลงานโดดเด่น ทั้งยังเป็นการกระตุ้นภาคธุรกิจเครือข่าย และSMEs ความตื่นตัวของชุมชนในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี รวมทั้งยังเป็นการสานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสื่อมวลชน-ภาคธุรกิจ -ผู้ประกอบการในพื้นที่ และพี่น้องประชาชน สื่อ CEO THAILAND จึงได้ร่วมกันจัดงานมอบรางวัลดังกล่าวขึ้น               5. โครงการจัดงานสัมมนา  “ทิศทางธุรกิจประกันภัย-การเงินแห่งปี 2569” ในเดือนธันวาคม 2569เพื่อเป็นการกระตุ้นภาคธุรกิจประกันภัยและการเงินในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรีและจังหวัดใกล้เคียง เพื่อความตื่นตัวของชุมชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร รวมทั้งจังหวัดกาญจนบุรี อีกทั้งยังเป็นการสานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสื่อมวลชน-ภาคธุรกิจ-ผู้ประกอบการในพื้นที่ และพี่น้องประชาชน สื่อ CEO THAILAND จึงได้ร่วมกันจัดงานสัมมนาดังกล่าวขึ้น               6. จัดงาน CSR ณ โรงเรียนบ้านท่าทุ่ม จ.กาญจนบุรี ในวันที่ 31 มกราคม 2570 โครงการจัดงานกิจกรรมเพื่อสังคม “CEO THAILAND CSR  OF THE YEAR 2027” เพื่อคืนกำไรสู่สังคมและสร้างความรู้ความเข้าใจให้คนในสังคม เป็นการกระตุ้นภาคธุรกิจประกันภัยและการเงิน และความตื่นตัวของชุมชนในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี อีกทั้งยังเป็นการสานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสื่อมวลชน-ภาคธุรกิจ -ผู้ประกอบการในพื้นที่ และพี่น้องประชาชนในพื้นที่ สื่อ CEO THAILAND จึงได้ร่วมกันจัดงานกิจกรรมดังกล่าวขึ้น T                                                                                                        (นายเอกวรพงศ์ อำนวยทรัพย์)
อ่านต่อ...
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner