Responsive image

Monday, 12 Jan 2026

หน้าแรก > INSURANCE / ประกันภัย - ประกันชีวิต


กรุงเทพประกันชีวิต ปักธงสร้างการเติบโต 2 เท่าใน 5 ปี เผย 3 กลยุทธ์ SML เน้นการมอบประสบการณ์ที่ดี วางเป้าเบี้ยปีแรกแตะ 10,000 ล้านใน 3 ปี

Sun 04/02/2567


กรุงเทพประกันชีวิต ประกาศขอเติบโตเบี้ยรับปีแรกและรายได้ตัวแทนเพิ่ม 2 เท่า ใน 5 ปี ตอกย้ำนโยบาย “ใส่ใจ” ในทุกมิติ ทั้งลูกค้า ตัวแทน ผลิตภัณฑ์และบริการ เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ดีให้ลูกค้าทุกกลุ่ม เผย 3 กลยุทธ์ SML เพิ่มศักยภาพตัวแทน และพัฒนาช่องทางการขายที่หลากหลายทั้งธนาคาร พันธมิตรและออนไลน์ พร้อมวางเป้าหมายท้าทายใน 3 ปี 2567 2569 เบี้ยประกันรับปีแรกรวมแตะ 10,000 ล้านบาท

นายโชน โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าที่บริหาร บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงกลยุทธ์การดำเนินงานในปี 2567 ว่า  บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน เน้นปรัชญาการทำงานบนความ “ใส่ใจ” ในทุกมิติ ด้วยความเข้าใจ จริงใจ และ การดูแลด้วยใจ พร้อมปลูกฝังทัศนคติให้กับบุคลากรและตัวแทนอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป้าหมายในการเป็นแบรนด์ที่เข้าใจ จริงใจ ใส่ใจ (The Most Caring Brand) ที่ดูแลลูกค้ามากกว่าแค่การประกันชีวิต

นายโชนกล่าวว่า ในปีนี้ กรุงเทพประกันชีวิตจะขับเคลื่อน 2 ด้าน คือ ด้านที่ 1 บริษัทฯ จะยกระดับการให้ความคุ้มครองและการบริการแก่ผู้ถือกรมธรรม์ให้ได้รับประสบการณ์ที่ดีตลอดอายุสัญญา ตั้งแต่การรับฟังรายละเอียดแบบประกันที่ตรงความต้องการ การตัดสินใจทำประกัน การดูแลในช่วงความคุ้มครอง ไปจนถึงการเรียกร้องสินไหม ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญสำหรับลูกค้าของกรุงเทพประกันชีวิต รวมไปถึงการพัฒนาบริการและบริการเสริมด้านสุขภาพ BLA Every Care ที่กรุงเทพประกันชีวิตให้มากกว่าความคาดหวังของผู้ถือกรมธรรม์ โดยในปี 2567 นี้ บริษัทฯ ได้จัดเตรียมบริการเสริมด้านสุขภาพอื่นๆ ให้แก่ลูกค้า  โดยมีการทำงานร่วมกับโรงพยาบาลพันธมิตรต่าง ๆ รวมทั้งยังเพิ่มสิทธิประโยชน์ใหม่ 5 ด้านตามไลฟ์สไตล์ของลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นด้าน สุขภาพ, การท่องเที่ยว, ของขวัญในโอกาสพิเศษ, คอร์สอบรมสัมมนา และ การสร้างประสบการณ์พิเศษตามไลฟ์สไตล์ 

ด้านที่ 2 บริษัทฯ จะให้การสนับสนุนและเพิ่มศักยภาพของตัวแทนขายและที่ปรึกษาการเงิน รวมถึงการเพิ่มช่องทางจำหน่าย โดยบริษัทฯ ได้ประกาศเป้าหมายกับผู้บริหารตัวแทนทั่วประเทศในการสร้างเป้าหมายการเติบโตของเบี้ยรับประกันภัยปีแรกและรายได้ตัวแทนเป็น 2 เท่า โดยวางแผนการเติบโตปีละ 15% ต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 5 ปี โดยมีกลยุทธ์ขับเคลื่อน 3 ด้าน หรือ SML คือ Special Campaign เพื่อสร้างและสนับสนุนให้เกิดการทำงานที่มีศักยภาพ  Modernization พัฒนาการทำงานให้ทันสมัยเพื่อประสิทธิภาพในการทำงานอย่างไร้ความกังวล อาทิ เครื่องมือ AAM (Agent Activity Management) ที่ทันสมัย เพื่อให้คนรุ่นใหม่ได้เข้าถึงแบบประกันของกรุงเทพประกันชีวิตสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น และ Localization สนับสนุนกิจกรรมในพื้นที่ต่างๆของตัวแทน

“ในปีนี้ บริษัทฯ ยังได้พัฒนาการขายผ่านช่องทางจำหน่ายอื่นๆ ทั้งช่องทางของพันธมิตร และ ช่องทางออนไลน์ โดยในปี 2567 เรามีเป้าหมายสร้างการเติบโตในช่องทางธนาคาร ด้วยการเพิ่มจำนวนผู้ถือกรมธรรม์ของกรุงเทพประกันชีวิตให้มากขึ้น นอกจากนี้ จะมีการเพิ่มการทำงานร่วมกับกลุ่มคู่ค้าที่มีศักยภาพสูง เพื่อให้เข้าใจความต้องการและการทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงการเสริมความแข็งแกร่งเพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขัน ซึ่งทั้งหมด คือสิ่งที่กรุงเทพประกันชีวิตมุ่งมั่น และพร้อมจะก้าวไป โดยวางเป้าหมายที่ท้าทายใน 3 ปีนี้ คือ ปี 2567 – 2569 ที่คาดว่าเราจะมีเบี้ยประกันรับปีแรกรวมแตะ 10,000 ล้านบาท” นายโชนกล่าว พร้อมเพิ่มเติมว่า

ในปี 2566 กรุงเทพประกันชีวิตประสบความสำเร็จจากการยกระดับคุณภาพการให้บริการด้านต่างๆ ด้วยความใส่ใจจนสร้างความประทับใจจากลูกค้าในหลายด้าน อาทิ การได้รับคะแนน Net Promotor Scores หรือ NPS Score ซึ่งเป็นตัวชี้วัดความพึงพอใจลูกค้าสำหรับ Fax Claim มากถึง 71% การได้รับการตอบรับจากลูกค้าในการดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน BLA Happy Life เพื่อใช้งานมากกว่า 200,000 คน และยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง  ซึ่งแอปพลิเคชันดังกล่าวได้รับการพัฒนาให้มีความรวดเร็ว ง่ายต่อการใช้งาน เพื่อให้ผู้ถือกรมธรรม์ได้รับความสะดวกในการติดต่อและทำธุรกรรมได้ด้วยตนเอง ทำให้สามารถสื่อสารและให้บริการลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

“นอกจากนี้ ยังมีการเติบโตด้านของช่องทางจำหน่ายทั้งธนาคารและพันธมิตร โดยเฉพาะช่องทางธนาคารกรุงเทพสามารถสร้างยอดขายได้ถึง 68 ล้านบาท ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีเนื่องจากเราเพิ่งเปิดให้ลูกค้าสามารถซื้อประกันสะสมทรัพย์ Gain1st ผ่านโมบายแบงก์กิ้งของธนาคารกรุงเทพเมื่อปีที่ผ่านมา และในปีนี้ยังจะเพิ่มแบบประกันใหม่ๆเพื่อให้ลูกค้ามีทางเลือกที่ตรงใจมากขึ้น และยังได้ร่วมมือกับพันธมิตรกว่า 15 ราย เพื่อมอบความคุ้มครองให้กับลูกค้าทุกคนได้อย่างทั่วถึง” นายโชนกล่าว

 

ในปีที่ผ่านมา กรุงเทพประกันชีวิตประสบความสำเร็จในการสร้างตัวแทนประกันชีวิตใหม่เพิ่มขึ้นถึง 28%  ซึ่งช่วยสร้างความแข็งแกร่งช่องทางตัวแทนและทำให้สามารถบริการลูกค้าได้ทั่วถึงและครอบคลุมมากยิ่งขึ้น โดยบริษัทฯยังได้ให้การสนับสนุนการทำงานของตัวแทน ภายใต้แคมเปญ “ใส่ใจสตอรี่” โดยเป็นการนำเสนอคลิปวีดิโอเรื่องราวดีๆระหว่างตัวแทนประกันชีวิตกับลูกค้าในแง่มุมต่างๆที่เป็นเรื่องจริง ซึ่งได้เผยแพร่ไปแล้ว 4 ตอน และมีผู้เข้าชมไปกว่า 5.7 ล้านครั้ง ซึ่งในปีนี้ ยังได้ขยายผลกับโครงการมอบรางวัล “Best Caring Award เพื่อเชิดชูเกียรติแก่บุคลากรของกรุงเทพประกันชีวิต และส่งต่อเรื่องราวในการทำงานอันเป็นแบบอย่างที่ดีของความทุ่มเทและใส่ใจ สร้างความประทับใจให้แก่ลูกค้าอย่างเป็นเลิศ

ทั้งนี้ ในปี 2566  กรุงเทพประกันชีวิตประสบความสำเร็จด้วยรางวัลต่างๆ มากมายซึ่งเป็นสิ่งที่ยืนยันถึงพัฒนาการและความตั้งใจของบริษัท สร้างความน่าเชื่อถือและช่วยยกระดับการให้ความคุ้มครองและบริการแก่ผู้ถือกรมธรรม์ อาทิ

  • รางวัลด้านบริการ ได้แก่รางวัล Best Customer Services Life Insurance Company Thailand 2023 จาก International Finance Magazine และ Most Trusted Insurance Service Provider Thailand 2023 จาก World Business Outlook Magazine ตอกย้ำความสำเร็จตามเป้าหมายในการเป็นบริษัทประกันชีวิตชั้นนำที่ให้ความใส่ใจกับลูกค้าและสังคม พร้อมพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อมอบการบริการที่ดีที่สุด 
  • รางวัลด้านองค์กร ได้แก่รางวัล สุดยอดองค์กรธุรกิจไทย “Most Admired Company Awards จากThailand Top Company Awards/Business+ Magazine รางวัลด้านความปลอดภัยของระบบสารสนเทศและดิจิทัล ได้แก่รางวัลความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ยอดเยี่ยมระดับประเทศ Thailand Cybersecurity Excellence Awards 2023
  • รางวัลด้านผลิตภัณฑ์ ในปี 2566 กรุงเทพประกันชีวิตได้รับรางวัลจากประกันสุขภาพสำหรับเด็ก จากผลิตภัณฑ์ แวลู เฮลธ์ (คิดส์) “Value Health Kids” ถึง 2 รางวัล คือ รางวัลประกันสุขภาพเด็กที่น่าจับตามองที่สุดในอาเซียน “Best Health Insurance For Family” จัดโดย The Asian Parent คอมมูนิตี้ออนไลน์ของครอบครัวอันดับ 1 ในอาเซียน และ รางวัล “Best Health Insurance for Kids” จากงาน Amarin Baby & Kids Awards 2023 

Tags : กรุงเทพประกันชีวิต โชน โสภณพนิช กรุงเทพประกันชีวิตเปิดแผนงานปี 2567


Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

...

  ธนาคารออมสิน ร่วมส่งมอบความสุขในช่วงเทศกาลต้อนรับปีใหม่ 2569 จัดเตรียมของขวัญ เพื่อส่งความสุขให้ประชาชน ภายใต้โครงการ “วินัยดี มีเงิน” ให้แก่ลูกค้าธนาคารด้วยการมอบเงินของขวัญพิเศษรายละ 1,000 บาท ให้แก่ลูกหนี้ที่ใช้บริการสินเชื่อวงเงินกู้ไม่เกิน 200,000 บาท มีประวัติชำระหนี้ดีติดต่อกันไม่น้อยกว่า 3 ปี ไม่เคยปรับโครงสร้างหนี้/ไม่มีประวัติการตัดหนี้สูญ และมีสถานะหนี้ปกติ (ค้างชำระไม่เกิน 30 วัน) ทั้งนี้ ธนาคารจะโอนเงินเข้าบัญชีภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 เฉพาะผู้ที่มีบัญชีเงินฝากเผื่อเรียกที่เป็นชื่อตนเอง (ยกเว้นบัญชีเพื่อประโยชน์ของผู้เยาว์ และบัญชีร่วม) ที่กดรับสิทธิ์ผ่านแอปพลิเคชัน MyMo ภายในวันที่ 31 มกราคม 2569 และเงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด เพื่อมอบเป็นขวัญและกำลังใจแก่ลูกค้าที่มีวินัยในการผ่อนชำระหนี้ที่ดี นำไปใช้เป็นเงินทุนเสริมสภาพคล่องในการประกอบอาชีพ หรือใช้จ่ายในช่วงเทศกาลปีใหม่  

11 Jan 2026

...

นายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ส่งมอบของขวัญวันเด็ก ธ.ก.ส. เนื่องในโอกาสวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2569 ประกอบด้วย แก้วน้ำสกรีนลาย “ม้านิลมังกร” Limited Edition และกระปุกออมทรัพย์ตราสัญลักษณ์ธนาคาร โดยมอบให้แก่ผู้แทนโรงเรียน ชุมชน องค์กรภาครัฐ องค์กรเอกชน และมูลนิธิต่าง ๆ รวมกว่า 70 แห่งทั่วประเทศ เพื่อนำไปส่งมอบต่อให้กับเด็กและเยาวชนในพื้นที่ ทั้งนี้ ธ.ก.ส. มุ่งหวังร่วมสร้างความสุข รอยยิ้ม และส่งต่อกำลังใจให้แก่เด็กและเยาวชน อันเป็นทรัพยากรที่สำคัญของชาติ ให้เติบโตอย่างมีคุณภาพ พร้อมเป็นพลังขับเคลื่อนสังคมไทยในอนาคต   นอกจากนี้ ธ.ก.ส. ยังได้ดำเนินการเติมเยาวชนและคนรุ่นใหม่เข้าสู่ภาคการเกษตร เพื่อแก้ไขปัญหา Aging Society โดยให้กลุ่มคนเหล่านี้มองเห็นโอกาสในการสร้างรายได้เทียบเท่ากับการทำงานในเมือง ผ่านโครงการเกษตรธนากร โดยเติมความรู้ทักษะด้านการเกษตรสมัยใหม่ และความรู้ทางการเงินให้กับเยาวชนในโรงเรียน เพื่อปูทางไปสู่การเป็นผู้ประกอบการทางการเกษตรในอนาคต นำร่อง 27 โรงเรียนทั่วประเทศ จาก 9 ฝ่ายกิจการสาขาภาค และเตรียมขยายผลไปยังโรงเรียนอื่น ๆ ทั่วประเทศต่อไป เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2569 ณ โถง ชั้น 2 อาคารทาวเวอร์ ธ.ก.ส. สำนักงานใหญ่ กรุงเทพมหานคร    

11 Jan 2026

...

SME D Bank จัดชุดของขวัญปีใหม่ 2569 เพื่อเอสเอ็มอีไทย สร้างความสุข สนับสนุนธุรกิจเติบโตเข้มแข็งยั่งยืน ได้แก่  1. เติมทุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำพิเศษเพียง 3% ต่อปี คงที่ตลอด 3 ปีแรก วงเงินรวม 20,000 ล้านบาท แถมยื่นกู้ภายใน 31 มี.ค. 69 ลดค่าธรรมเนียมวิเคราะห์โครงการ 0.50%  2. เสริมทักษะ เพิ่มรายได้ด้วยตลาดออนไลน์ และ 3.ช่วยแก้หนี้ยั่งยืน คืนความสุข สร้างโอกาสพลิกฟื้นธุรกิจเดินหน้าได้ดีอีกครั้ง   นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank เปิดเผยว่า SME D Bank จัดชุด “มาตรการของขวัญปีใหม่” ประจำปี 2569 มอบให้แก่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี สร้างความเข้มแข็งทางธุรกิจครบวงจร พร้อมเดินหน้าสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน ได้แก่ 1.มีทุน สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ เพียง 3% ต่อปี คงที่ตลอด 3 ปีแรก ช่วยลดต้นทุนทางการเงิน เสริมสภาพคล่อง มีเงินทุนเพียงพอในการลงทุน ยกระดับ ปรับเปลี่ยน ขับเคลื่อนกิจการได้ต่อเนื่อง เปิดกว้างทั้งบุคคลธรรมดา นิติบุคคล ครอบคลุมทุกกลุ่มธุรกิจเอสเอ็มอี ไม่ว่าจะเป็นภาคการผลิต ภาคบริการ รวมถึงธุรกิจค้าส่งและค้าปลีก   ผ่าน 2 ผลิตภัณฑ์สินเชื่อ วงเงินรวม 20,000 ล้านบาท ดอกเบี้ยพิเศษเพียง 3%ต่อปี คงที่ตลอด 3 ปีแรก ผ่อนนานสูงสุดถึง 10 ปี ได้แก่ โครงการสินเชื่อ “ปลุกพลัง SME” วงเงิน 5,000 ล้านบาท  สำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีรายเล็ก วงเงินกู้ต่อรายสูงสุด 1 ล้านบาท  ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน และโครงการสินเชื่อ “Beyond ติดปีก SME” วงเงิน 15,000 ล้านบาท   เพื่อเพิ่มศักยภาพการดำเนินธุรกิจ  วงเงินกู้สูงสุด 30 ล้านบาท   ใช้ บสย.ค้ำประกันร่วมได้  โดยทั้ง 2 โครงการสินเชื่อดังกล่าว เปิดรับคำขอถึง 30 ธันวาคม 2569 นอกจากนั้น เพิ่มเติมความพิเศษ  หากยื่นคำขอสินเชื่อภายในวันที่ 31 มีนาคม 2569 รับสิทธิพิเศษลดค่าธรรมเนียมวิเคราะห์โครงการ (Front end Fee) 0.50% ของวงเงินที่ได้รับอนุมัติ 2.มีความรู้ มอบสิทธิ์เข้ารับการพัฒนายกระดับธุรกิจ ในแคมเปญ “Live ปัง ดังทันที!” เปิดโอกาสผู้ประกอบการเอสเอ็มอีทุกกลุ่ม สามารถแจ้งความประสงค์ผ่านแพลตฟอร์ม DX by SME D Bank (https://dx.smebank.co.th/) ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงมีนาคม 2569  รับฟรี 500 Point นำไปแลกสิทธิประโยชน์การสนับสนุนเติมความรู้เพิ่มศักยภาพการทำธุรกิจ  ไม่ว่าจะช่วยเพิ่มยอดขาย  ขยายช่องทางตลาดผ่านแพลตฟอร์มชอปปิ้งออนไลน์ชื่อดัง เช่น Shopee Lazada และ TikTok Shop เป็นต้น รวมถึง รับสิทธิ์ร่วมโครงการให้ผู้มีชื่อเสียงบนโลกออนไลน์ (Influencer)   และผู้เชี่ยวชาญ (KOL) รีวิวสินค้าหรือบริการ สร้างการรับรู้สู่กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย นอกจากนั้น รับสิทธิ์ร่วมกิจกรรมอบรมพัฒนาความรู้  โดยเฉพาะเน้นด้านทำตลาดออนไลน์ เช่น การผลิต Content และ Live Commerce เป็นต้น 3. มีความสุข แก้หนี้ได้ยั่งยืน ช่วยเหลือลูกค้าธนาคาร กลุ่มเปราะบาง ประคับประคองลดภาระทางการเงิน สร้างโอกาสเดินหน้าธุรกิจ เริ่มต้นใหม่ได้อีกครั้ง ด้วยมาตรการ “3 ลดปลดหนี้” ได้แก่ 1. ลดผ่อน ปรับวงเงินการผ่อนชำระ ตามความสามารถของกิจการ 2. ลดเงินต้น ปรับโครงสร้าง เพิ่มความยืดหยุ่น นําเงินค่างวดแบ่งตัดลดเงินต้น และ 3. ลดดอกเบี้ยค้างชำระผิดนัด เมื่อชำระตามเงื่อนไขของธนาคาร  ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ต้องการรับบริการต่าง ๆ  สามารถแจ้งความประสงค์ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ผ่านช่องทางต่าง ๆ ของธนาคาร เช่น  เว็บไซต์  www.smebank.co.th และ  LINE Official Account : @smedevelopmentbank  เป็นต้น หรือ  สาขา SME D Bank ทุกแห่งทั่วประเทศ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม Call Center 1357

04 Jan 2026

...

นางลภาวรรณ จันทร์กระจ่าง รองผู้อำนวยการธนาคารออมสิน รักษาการแทนผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งส่งผลให้เกิดความสูญเสียต่อกำลังพลผู้ปฏิบัติหน้าที่ปกป้องอธิปไตยของประเทศ ล่าสุด ธนาคารออมสิน ออกชุดมาตรการเฉพาะกิจ ประกาศยกหนี้ปิดบัญชีสินเชื่อเป็นกรณีพิเศษ แก่ทหาร ตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) และกำลังพลหน่วยอื่น ๆ ที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ในเหตุการณ์ดังกล่าว ตั้งแต่วันที่ 7 ธันวาคม 2568 เป็นต้นมา โดยการยกหนี้ยังครอบคลุมถึงบัญชีสินเชื่อของทายาท 3 ลำดับ ได้แก่ บิดามารดา คู่สมรส และบุตรโดยชอบด้วยกฎหมาย รวมถึงการมอบเงินช่วยเหลือแก่ครอบครัวกำลังพลที่เสียชีวิต ตลอดจนกำลังพลและพลเรือนที่บาดเจ็บจากการสู้รบ เพื่อเชิดชูเกียรติที่ได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละ และเป็นขวัญกำลังใจแก่ครอบครัวในช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้   ด้านความช่วยเหลือสำหรับผู้อพยพที่ต้องได้รับผลกระทบเพราะเข้าพื้นที่ทำมาหากินไม่ได้ เป็นเหตุให้ต้องขาดรายได้ในช่วงเวลานี้ ธนาคารได้ออก มาตรการพักหนี้โดยให้พักชำระเงินต้นและไม่คิดดอกเบี้ย สำหรับลูกหนี้สินเชื่อธนาคารออมสินทุกประเภท* ครอบคลุมสินเชื่อองค์กรชุมชน ที่มีภูมิลำเนา ที่อยู่อาศัย หรือสถานที่ประกอบอาชีพในพื้นที่ภัยพิบัติตามประกาศของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ให้เริ่มพักชำระหนี้งวดแรกหลังจากได้รับอนุมัติ เป็นระยะเวลา 3 งวด/เดือน และไม่ถือเป็นการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ ให้คงชั้นหนี้เดิมก่อนเข้าร่วมมาตรการ โดยธนาคารจะยกดอกเบี้ยให้ทั้งหมด ส่วนเงินต้นที่พักไว้ 3 งวด จะถูกรวมไปชำระในงวดสุดท้าย ทั้งนี้ เมื่อครบกำหนดระยะเวลาให้ลูกหนี้กลับมาชำระเงินงวดตามเงื่อนไขสัญญาเดิม ในกรณีสัญญาครบกำหนดแต่ไม่อาจชำระหนี้เงินต้นส่วนที่พักไว้ได้ ลูกหนี้สามารถติดต่อธนาคารเพื่อขอปรับโครงสร้างหนี้ได้ในภายหลัง โดยผู้ที่ได้รับผลกระทบตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด สามารถแจ้งความประสงค์เข้าร่วมมาตรการได้ที่ธนาคารออมสินทุกสาขา หรือที่ศูนย์พักพิงของจังหวัดซึ่งธนาคารได้จัดทีมงานเข้าไปอำนวยความสะดวกให้ด้วย และทางแอปพลิเคชัน MyMo ภายในวันที่ 31 มกราคม 2569     นอกจากนี้ ธนาคารยังคงสนับสนุนงบประมาณให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ปะทะ ตลอดแนวชายแดนไทย-กัมพูชา โดยการสนับสนุนภารกิจของศูนย์พักพิง ได้แก่ การมอบถุงยังชีพ “ออมสินห่วงใย” รวมถึงเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็น และน้ำดื่ม แก่ผู้อพยพ และกำลังพลในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ ศรีสะเกษ บุรีรัมย์ อุบลราชธานี สระแก้ว และจังหวัดตราด รวมมูลค่ากว่า 7.3 ล้านบาท ธนาคารออมสินขอแสดงความห่วงใยและส่งกำลังใจไปยังทหารและตำรวจตระเวนชายแดนที่ยังคงปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็งอยู่ในพื้นที่ ตลอดจนครอบครัวของทหารกล้าผู้เสียสละชีวิตปกป้องอธิปไตยของประเทศ และพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบ โดยมุ่งหวังว่าสถานการณ์จะคลี่คลายและกลับสู่สภาวะปกติในเร็ววัน *หมายเหตุ : มาตรการพักหนี้ไม่รวมสินเชื่อบางประเภท เช่น สินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่, สินเชื่อชีวิตสุขสันต์, สินเชื่อสำหรับผู้มีรายได้ประจำ โดยสินเชื่อ Soft loan สินเชื่อองค์กรชุมชน และสินเชื่อตามนโยบายรัฐ (PSA) และเงื่อนไขอื่น ๆ เป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด  

30 Dec 2025

Banner Banner Banner Banner

Banner
  เทียบจุดแข็งแกร่ง “วิริยะ-ทิพย-กรุงเทพ” ประกันภัย   เมื่อพูดถึงวงการประกันภัย-วินาศภัยเมืองไทย มี 3 บริษัทใหญ่ของวงการและของประเทศไทย ที่ถือว่าเป็น”ขาใหญ่”หรือขาประจำที่แต่ละปี บริษัททั้ง 3 บริษัท มีกลยุทธ์การตลาด และจุดแข็งที่แตกต่างกันของแต่ละบริษัท และบริษัททั้ง 3 บริษัทนี้กำลังจะแย่งชิงเบี้ยประกันภัยเพื่อเป็นอันดับ 1 ของประเทศไทย เมื่อเทียบสัดส่วนในเรื่องยอดขาย และในแง่ของผลกำไร            ในแง่ยอดขายต่อปี          เบอร์ 1 บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) ด้วยจุดแข็งการทำประกันภัยรถยนต์ ที่มีเบี้ยประกันภัยสูงขายง่าย แต่ละปีสร้างยอดขายได้มีเบี้ยประกันภัยรับตรงรวม 40,879 ล้านบาท          เบอร์ 2 บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) ด้วยจุดแข็งงานประกันภัย Non Motor ประเภทขนส่งสินค้า Marin รวมทั้งลูกค้าของผู้ถือหุ้นใหญ่อย่าง ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ทำให้มียอดขายรับประกันภัยตรงอยู่ที่ 31,736.1 ล้านบาทแซงหน้าบริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ไปเรียบร้อย          เบอร์ 3 บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ด้วยจุดแข็งการเป็นบริษัท ที่มีกระทรวงการคลังถือหุ้นใหญ่ สามารถขยายตลาดผ่านพันธมิตรหรือผู้ถือหุ้นได้ง่าย และทำตลาดประกันภัยโครงสร้างพื้นฐาน โครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ของรัฐจึงทำให้มีเบี้ยประกันภัยต่อปี มีเบี้ยประกันภัยรวม 22,439 ล้านบาท จะกลับไล่บี้เบอร์ 1และ 2 ได้ต่อไป         ในแง่ผลกำไรต่อปี         เบอร์ 1 คงต้องให้บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) เนื่องจากได้งานจากหน่วยงานภาครัฐ และมีพันธมิตรที่หลากหลาย ด้วยยอดขายที่สูง และมีการบริหารการลงทุนที่พร้อม เพราะมีธนาคารออมสิน, กบข. , ธนาคารกรุงไทย, ปตท., บางจาก  ทำให้มีผลกำไรมาเป็นอันดับ 1  ทำให้บริษัทสามารถทำกำไรจากการรับประกันได้ 2,631 ล้านบาท        เบอร์ 2  ต้องยกให้เป็นของบริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) ด้วยการรับประกันภัยที่มีความเสี่ยงภัยต่ำ รวมทั้งความเชี่ยวชาญในการบริหารเงินลงทุนโดยธนาคารกรุงเทพ ทำให้มีผลกำไรมาเป็นที่ 2 และมีเบี้ยประกันภัยเป็นอันดับที่ 2        เบอร์ 3 บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) มียอดขายเป็นอันดับ 1 มาอย่างต่อเนื่อง แต่ด้วยเน้นประกันภัยรถยนต์ยอดขายสูงก็มีความเสี่ยงสูง ผลกำไรน้อย จึงวางไว้เป็นเบอร์ 3 ในด้านผลกำไร                                                 นายเอกวรพงศ์ อำนวยทรัพย์ (เอก-วรา)                                               บรรณาธิการบริหาร สื่อ CEO THAILAND  
อ่านต่อ...
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner