Responsive image

Tuesday, 27 Oct 2026

หน้าแรก > SOCIETY / ภาพข่าว - สังคม - CSR


วิริยะประกันภัย ร่วม สตช. และภาคีเครือข่าย มอบรางวัลพลเมืองดี “อาสาตาจราจร” ประจำเดือน ธันวาคม 2566

Fri 01/03/2567


พล.ต.ท.ภาคภูมิภิภัทฒ์ สัจจพันธุ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. พร้อมด้วย นายพงศ์พันธ์ ประภาศิริลักษณ์ รักษาการผู้จัดการฝ่ายสื่อสารองค์กร ผู้แทนจาก บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) นายแพทย์แท้จริง ศิริพานิช เลขาธิการมูลนิธิเมาไม่ขับ รวมถึงภาคีเครือข่าย จส.100 และสวพ.91 ร่วมแถลงผลการมอบรางวัล และเกียรติบัตร โครงการอาสาตาจราจร ประจำเดือน ธันวาคม 2566 ให้แก่ เจ้าของคลิปที่ได้รับการคัดเลือก รวมทั้งสิ้น 20 รางวัล เงินรางวัลสูงสุด 20,000 บาท เป็นเงินจำนวนทั้งสิ้น 100,000 บาท ณ ห้องสารสิน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

 

สำหรับโครงการอาสาตาจราจร เป็นความร่วมมือระหว่างสำนักงานตำรวจแห่งชาติ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) มูลนิธิเมาไม่ขับ และภาคีเครือข่าย เพื่อให้ประชาชนได้ร่วมกันเป็นพลเมืองดี “อาสาตาจราจร” มุ่งหวังให้ผู้ใช้รถใช้ถนนตระหนักรู้ด้านการปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด รวมถึงปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสี่ยงที่อาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุขณะขับขี่ยานพาหนะ ตลอดจนไม่สร้างความเดือดร้อนและมีน้ำใจต่อเพื่อนร่วมทาง อันเป็นการเสริมสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยทางถนนให้แก่ประชาชน ทั้งนี้ ผู้สนใจเข้าร่วมโครงการ “อาสาตาจราจร” สามารถแจ้งข้อมูลเบาะแสการกระทำความผิดทางจราจร ผ่านหลากหลายช่องทาง ได้แก่ เพจอาสาตาจราจร, เพจตำรวจทางหลวง, เพจกองบังคับการตำรวจจราจร, เพจภาคีเครือข่ายที่ร่วมโครงการ ทั้งเพจมูลนิธิเมาไม่ขับ, จส.100 และสวพ.91 โดยในแต่ละเดือนจะมีการพิจารณาคัดเลือกคลิปการกระทำผิดกฎหมายจราจร หรือคดีอุบัติเหตุจราจร และคลิปนั้นสามารถใช้เป็นหลักฐานดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดได้ตามกฎหมาย เดือนละ 10 รางวัล รางวัลที่ 1 จำนวน 20,000 บาท รางวัลที่ 2 จำนวน 10,000 บาท รางวัลที่ 3 จำนวน 6,000 บาท และรางวัลชมเชย 7 รางวัลๆ ละ 2,000 บาท รวม 50,000 บาทต่อเดือน ซึ่งวิริยะประกันภัย เป็นผู้สนับสนุนเงินรางวัลดังกล่าว

 


Tags : วิริยะประกันภัย สตช. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มูลนิธิเมาไม่ขับ อาสาตาจราจร พล.ต.ท.ภาคภูมิภิภัทฒ์ สัจจพันธุ์ พงศ์พันธ์ ประภาศิริลักษณ์


Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

...

นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ตลอดระยะเวลา 70 ปี บริษัทฯ ได้ดำเนินพันธกิจในการส่งมอบความสุขและรอยยิ้มให้แก่สังคม ผ่านกิจกรรมเพื่อสังคม ไม่ว่าจะเป็นด้านสังคม การกีฬา การศึกษา ศิลปวัฒนธรรม ศาสนา รวมถึงสิ่งแวดล้อม ซึ่งบริษัทฯ มุ่งมั่นในการเป็นแบรนด์ที่ลูกค้าให้ความวางใจ พร้อมดูแลและเดินเคียงข้างในทุกช่วงของชีวิต คำนึงถึงความสุขและประสบการณ์ที่ดีของลูกค้าเป็นเรื่องสำคัญ ภายใต้กลยุทธ์ “MTL Trusted Lifetime Partner”  ทั้งนี้ในฐานะที่เมืองไทยประกันชีวิตเป็นผู้สนับสนุนสมาคมกีฬาเทควันโดแห่งประเทศไทยมาตลอดอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 13 ปี และเพื่อเป็นการขอบคุณในการมอบความสุขให้กับคนไทย ด้วยการคว้าเหรียญทองแรกในประวัติศาสตร์ของสมาคมกีฬาเทควันโดแห่งประเทศไทย ในมหกรรมกีฬาโอลิมปิก โตเกียว 2020 (Olympic Games Tokyo 2020) ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น   บริษัทฯ จึงขอมอบเงินสนับสนุนแก่ตัวแทนนักกีฬาเทควันโดทีมชาติไทย จำนวน 1.7 ล้านบาท เพื่อตอบแทนในความมุ่งมั่นทุ่มเทและเพื่อเป็นขวัญ กำลังใจในการฝึกซ้อมอย่างหนักจนสามารถคว้าชัยชนะมาได้ ดังนี้ มอบเงินสนับสนุนแก่ “เทนนิส” นางสาวพาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ นักกีฬาเทควันโดทีมชาติไทย จำนวน 1 ล้านบาท จากการชนะเลิศคว้าเหรียญทองในการแข่งขันกีฬาเทควันโด รุ่นน้ำหนัก 49 กิโลกรัมหญิง มอบเงินสนับสนุนพิเศษแก่ โค้ชเช ยอง ซอก หัวหน้าผู้ฝึกสอนนักกีฬาเทควันโดทีมชาติไทย จำนวน 5 แสนบาท ผู้ทุ่มเทฝึกสอน นักกีฬา เบื้องหลังที่ยิ่งใหญ่แห่งวงการเทควันโดของเมืองไทย มอบเงินสนับสนุนพิเศษแก่ “จูเนียร์” นายรามณรงค์ เสวกวิหารี นักกีฬาเทควันโดทีมชาติไทย จำนวน 2 แสนบาท ที่ทำหน้าที่ในการแข่งขันอย่างสุดความสามารถ บริษัทฯ มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งต่อนักกีฬาเทควันโดทีมชาติไทย ที่ได้รับชัยชนะและได้รับเหรียญรางวัลในครั้งนี้มาครองสำเร็จ นับเป็นเหรียญทองแรกของการแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ในครั้งนี้ และเป็นเหรียญทองเหรียญที่ 10 ในประวัติศาสตร์ของประเทศไทยนับตั้งแต่ที่ได้เข้าร่วมการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกเกมส์ พร้อมทั้งนำพาชื่อเสียงและความภาคภูมิใจกลับมาให้กับประเทศไทยอีกด้วย อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ขอเป็นกำลังให้กับสมาคมกีฬาเทควันโดแห่งประเทศไทย รวมถึงนักกีฬาเทควันโดทีมชาติไทยทุกท่าน ในการทำงานและฝึกซ้อมอย่างหนักต่อไป และบริษัทฯ ยังคงมุ่งมั่นที่จะเป็นองค์กรที่ให้การสนับสนุนในด้านสังคม การกีฬา การศึกษา ศิลปวัฒนธรรม ศาสนา รวมถึงสิ่งแวดล้อม เพื่อตอบแทนสิ่งดีๆ คืนสู่สังคมต่อไป

27 Jul 2021

...

บริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน) หรือ TIDLOR สร้างชื่อเสียงระดับเอเชียอีกครั้ง คว้ารางวัลชนะเลิศ “องค์กรด้านการดูแลสวัสดิการและคุณภาพชีวิตพนักงานดีเด่น” หรือ Best Benefits, Wellness and Well-Being Program 2025 จากเวที Retail Banker International Asia Trailblazer Awards 2025 จัดโดยนิตยสาร Retail Banker International (RBI) ประเทศสิงคโปร์ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ บมจ.เงินติดล้อ ในการสร้าง “วัฒนธรรมองค์กร” ที่แข็งแกร่ง ควบคู่ไปกับการสร้างความสุขและการส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้กับพนักงานมากกว่า 8,000 คน ทั่วประเทศ โดยมีตัวแทนชาวเงินติดล้อขึ้นรับรางวัล ได้แก่ คุณนุชนารถ อาภามงคล ผู้บริหารฝ่ายทรัพยากรบุคคล (ขวา) คุณกาญจน์ณัฐ เฉลิมจุฬามณี ผู้บริหารศูนย์การเรียนรู้เงินติดล้อ (Tidlor Academy) (กลาง) และ คุณกรรณิการ์ นาคิน ผู้ช่วยผู้อำนวยการ บริหารค่าตอบแทนและสวัสดิการ (ซ้าย) ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา บมจ.เงินติดล้อ มุ่งมั่นดูแลพนักงานด้วยความตั้งใจจริง ด้วยความเชื่อว่า เมื่อพนักงานมีคุณภาพชีวิตที่ดี ก็จะสามารถเติบโตและส่งต่อสิ่งดีๆ ให้กับผู้อื่นได้ จึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพของพนักงานในทุกมิติ ทั้งด้านการทำงาน การเงิน เทคโนโลยี และสุขภาพ เพื่อให้พนักงานได้รับโอกาสที่ดีขึ้นในชีวิต จากความตั้งใจนี้ บมจ.เงินติดล้อ จึงออกแบบสวัสดิการที่ช่วยเสริมสร้างความมั่นคงให้กับพนักงานอย่างรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นค่าตอบแทนที่สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ โครงการร่วมลงทุนระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง (EJIP) รวมถึงบริการให้คำปรึกษา iSTRONG ที่เปิดโอกาสให้พนักงานได้พูดคุยกับนักจิตวิทยามืออาชีพโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย และไลฟ์โค้ชเพื่อช่วยวางแผนชีวิตและสร้างเส้นทางสู่อนาคตที่มั่นคง นอกจากนี้ ยังให้ความรู้ด้านการเงินตั้งแต่วันแรกของการทำงาน ไปจนถึงการวางแผนเกษียณ เพื่อให้พนักงานมีรากฐานที่มั่นคงและสามารถก้าวไปข้างหน้าได้อย่างมั่นใจ รางวัลนี้ จึงไม่ใช่เพียงเครื่องหมายแห่งความสำเร็จ แต่เป็นการยืนยันถึงเจตนารมณ์ของ บมจ.เงินติดล้อ ในการดูแลพนักงานด้วยความจริงใจ พร้อมเดินหน้าสร้างโอกาสทางการเงินที่เป็นธรรมและโปร่งใสให้กับผู้คนในสังคม อีกทั้งยังสะท้อนถึงความสำเร็จของการสร้างวัฒนธรรมองค์กร ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน ภายใต้เจตนาในการดำเนินธุรกิจเพื่อสร้างโอกาสทางการเงินที่เป็นธรรมและโปร่งใสให้กับประชาชน พร้อมทั้งส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึงประกันภัยได้อย่างทั่วถึง สำหรับผู้สนใจเรื่องราววัฒนธรรมองค์กรในแบบฉบับชาวเงินติดล้อ สามารถติดตามได้ที่ www.tidlor.com/th/news/culture และ Facebook Fan page เงินติดล้อ หรือติดต่อสอบถามได้ที่ Call Center หมายเลขโทรศัพท์ 088-088-0880 ตลอด 24 ชม.

08 Apr 2025

...

SME D Bank ขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาล ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ และลดผลกระทบให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีจากสถานการณ์เศรษฐกิจ คิกออฟโครงการ “SME D ให้ใจ ไปถึงถิ่น” ยกทัพทีมงานสาขา พร้อมหน่วยสนับสนุนจากทั่วประเทศ ลงพื้นที่พร้อมกันไปมอบบริการถึงสถานประกอบการ แหล่งการค้า และย่านเศรษฐกิจ ตลอดเดือนมิถุนายน 2568  อำนวยความสะดวกพาเข้าถึงแหล่งทุนดอกเบี้ยต่ำ เพียง 3%ต่อปี และการพัฒนา ช่วยยกระดับเพิ่มศักยภาพธุรกิจ  นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย" (ธพว.) หรือ SME D Bank   กล่าวว่า  SME D Bank ขานรับนโยบายรัฐบาลและกระทรวงการคลัง ที่ต้องการให้สถาบันการเงินของรัฐ เป็นกลไกสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจ รวมถึง ช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ได้รับผลกระทบจากปัจจัยต่าง ๆ ทางเศรษฐกิจ  ทั้งความไม่แน่นอนของนโยบายภาษีนำเข้าสหรัฐอเมริกา การล้นทะลักของสินค้าจากต่างประเทศ เป็นต้น  ดังนั้น SME D Bank จึงทำงานเชิงรุกด้วยการดำเนินโครงการ “SME D ให้ใจ ไปถึงถิ่น” ยกทัพทีมงานสาขา พร้อมทีมสนับสนุนจากทั่วประเทศ กระจายลงพื้นที่ต่าง ๆ เพื่อไปมอบบริการสนับสนุนแก่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีถึงสถานประกอบการ รวมถึง แหล่งการค้า และย่านเศรษฐกิจสำคัญต่างๆ ทั่วประเทศ จังหวัดละ 4-5 จุด  ตลอดเดือนมิถุนายน 2568 โดยกำหนดคิกออฟพร้อมกันในวันที่ 7 มิถุนายน 2568      ทั้งนี้ พร้อมให้บริการ ทั้งลูกค้าเก่าและลูกค้าใหม่ของธนาคารในแต่ละพื้นที่อย่างใกล้ชิดและทั่วถึงมากที่สุด  ประกอบด้วยบริการพาถึงเงินทุน ผ่านโครงการสินเชื่อตามนโยบายรัฐ (Public Service Account : PSA) วงเงินรวมกว่า 30,000 ล้านบาท ที่ครอบคลุมทุกกลุ่มธุรกิจและทุกความต้องการเอสเอ็มอีไทย จุดเด่นอัตราดอกเบี้ยต่ำเพียง 3% ต่อปี คงที่ตลอด 3% ปีแรก  ผ่อนนานสูงสุดถึง 10 ปี  และปลอดชำระเงินต้นสูงสุด 12 เดือน สามารถแจ้งความประสงค์ยื่นกู้ได้ทันที หากเอกสารพร้อม รู้ผลการพิจารณาภายใน 10 วันทำการ ประกอบด้วย 1.สินเชื่อ “SME Green Productivity” วงเงินกู้สูงสุด 10 ล้านบาท  สนับสนุนผู้ประกอบการลงทุนติดตั้งระบบอุปกรณ์ โดยเฉพาะแผงโซลาร์เซลล์ เพื่อช่วยลดต้นทุนค่าพลังงาน และมุ่งสู่ธุรกิจสีเขียว   2.สินเชื่อ "ปลุกพลัง SME"  วงเงินกู้สูงสุด 1.5 ล้านบาท  สำหรับผู้ประกอบการรายเล็กที่มีรายได้ต่อปีไม่เกิน 2 ล้านบาท ช่วยต่อยอดเพิ่มสภาพคล่องในธุรกิจ และ 3.สินเชื่อ "Beyond ติดปีก SME"  วงเงินกู้สูงสุด 15 ล้านบาท สำหรับผู้ประกอบการที่มีรายได้ต่อปีมากกว่า 2 ล้านบาทขึ้นไป  เพื่อเพิ่มศักยภาพยกระดับการดำเนินธุรกิจ  และเสริมสภาพคล่องในธุรกิจ สำหรับวงเงิน 30,000 ล้านบาท ที่จะอัดฉีดเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ จะมีส่วนสำคัญผลักดันให้เอสเอ็มอียกระดับเพิ่มศักยภาพ  เกิดการสร้างงาน สร้างอาชีพ ในทุกพื้นที่    ตั้งเป้าสนับสนุนเข้าถึงแหล่งทุนได้กว่า 14,000 กิจการ  รักษาการจ้างงานได้ประมาณ 198,000 คน และกระตุ้นเงินทุนหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจกว่า 160,000 ล้านบาท      อีกทั้ง ยังสนับสนุนด้านการพัฒนา ผ่านแพลตฟอร์ม "DX by SME D Bank" ช่วยเสริมแกร่งครบวงจร สามารถสมัครใช้บริการได้ทันทีเช่นกัน  มีฟังก์ชันสำคัญ เช่น ระบบ  “Business Health Check”  ตรวจสุขภาพทางธุรกิจ  ระบบ E-Learning รวบรวมหลักสูตรความรู้สำคัญ ช่วยเพิ่มศักยภาพการประกอบธุรกิจ เรียนรู้ได้ด้วยตัวเองตลอด 24 ชั่วโมง ระบบ SME D Activity  สามารถจองเข้าร่วมกิจกรรมเติมความรู้ได้ต่อเนื่องตลอดทั้งปี ระบบ SME D Coach มีโค้ชมืออาชีพคอยเป็นที่ปรึกษาและให้คำแนะนำธุรกิจ  ระบบ SME D Market ช่วยขยายตลาดด้วย E-marketplace หนุนจับคู่ธุรกิจ  และระบบ SME D Privilege  ที่มอบสิทธิประโยชน์พิเศษมากมาย การลงพื้นที่ดังกล่าว เจ้าหน้าที่ธนาคารจะรับแจ้งความต้องการจากผู้ประกอบการเอสเอ็มอี  ผ่านการลงทะเบียนออนไลน์เพียงสแกน QR Code ด้วยสมาร์ตโฟน และกรอกข้อมูลเข้าระบบ ซึ่งข้อมูลจะถูกส่งไปยังสาขาธนาคารในพื้นที่ที่ผู้ประกอบการระบุทันที จากนั้น เจ้าหน้าที่สาขาจะติดต่อกลับ เพื่อดำเนินการตอบความต้องการต่างๆ ของผู้ประกอบการอย่างฉับไวที่สุด      นอกจากนั้น ผู้ประกอบการเอสเอ็มอียังสามารถแจ้งความประสงค์รับบริการด้านการเงินและการพัฒนาจาก SME D Bank  ได้ผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น สาขาของ SME D Bank ทุกแห่งทั่วประเทศ  ,  LINE Official Account : SME Development Bank  และเว็บไซต์  www.smebank.co.th เป็นต้น สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม Call Center 1357

10 Jun 2025

...

เต็มวงเงินแล้ว! ยอดฝากสลากออมทรัพย์ทวีสิน ชุดมรกต ธ.ก.ส. ขอขอบคุณลูกค้าทุกท่านที่ให้ความสนใจอย่างล้นหลามจนยอดฝากเต็ม 150,000 ล้านบาทแล้ว เตรียมพบกับการลุ้นโชคครั้งใหม่ยิ่งใหญ่กว่าเดิมกับสลากออมทรัพย์ ธ.ก.ส. ชุดหยกจักรพรรดิ วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2568 ที่มาพร้อมโอกาสลุ้นรางวัลใหญ่และผลตอบแทนสูง รอติดตามข่าวสารผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมได้ที่ www.baac.or.th Facebook : ธกส BAAC Thailand และ LINE OA : BAAC Family เร็ว ๆ นี้   นายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) กล่าวว่า ตามที่ ธ.ก.ส. ได้เปิดรับฝาก “สลากออมทรัพย์ทวีสิน ชุดมรกต” ตั้งแต่วันที่ 17 สิงหาคม 2567 ซึ่งได้รับความสนใจและกระแสตอบรับอย่างดีจากเกษตรกรลูกค้าและประชาชนทั่วไป ทำให้ล่าสุด ณ วันที่ 2 มกราคม 2568 มียอดรับฝากเต็มวงเงิน150,000 ล้านบาท จำนวน 300 ล้านหน่วย เรียบร้อยแล้ว ในโอกาสนี้ ธ.ก.ส. ขอขอบพระคุณลูกค้าผู้มีอุปการคุณทุกท่าน ที่ให้การสนับสนุนผลิตภัณฑ์สลากออมทรัพย์ของธนาคาร เพื่อนำไปใช้เป็นทุนในการสนับสนุนการพัฒนาและยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรไทยและภาคีเครือข่ายผู้เป็นกำลังหลักสำคัญในการพัฒนาชุมชน เพื่อไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ สำหรับผู้ถือสลากออมทรัพย์ทวีสิน ชุดมรกต สามารถลุ้นรับรางวัลสูงสุด 20 ล้านบาท และติดตามการถ่ายทอดสดการออกสลากออมทรัพย์ ธ.ก.ส. งวดต่อไปได้ในวันที่ 17 มกราคม 2568 และงวดต่อ ๆ ไป ในวันที่ 16 ของทุกเดือน ผ่านทางเว็บไซต์ www.baac.or.th Facebook Page : ธกส BAAC Thailand และ ธกส บริการด้วยใจและ Youtube “BAAC Thailand” โดยธนาคารจะโอนเงินรางวัลเข้าบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ที่เป็นบัญชีคู่โอนของลูกค้าทันทีในวันถัดไปหลังจากวันออกรางวัลในแต่ละงวด   นายฉัตรชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากนี้ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าและสานต่อการออมเงินอย่างต่อเนื่อง เตรียมพบกับความตื่นเต้นครั้งใหม่กับสลากออมทรัพย์ ธ.ก.ส. ชุดหยกจักรพรรดิ ที่มาพร้อมโอกาสในการลุ้นโชคใหญ่และผลตอบแทนที่สูงไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าเดิม วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2568 สำหรับผู้ที่สนใจสามารถเปิดบัญชีเงินฝากและขึ้นทะเบียนสลากได้ที่เคาน์เตอร์ ธ.ก.ส กว่า 1,000 สาขาทั่วประเทศ พร้อมลงทะเบียนใช้งานแอปพลิเคชัน BAAC Mobile ไว้ก่อน เพื่อความสะดวกในการทำธุรกรรมการเงินออนไลน์ที่สะดวกทุกที่ ทุกเวลา แล้วพบกับโอกาสแห่งความมั่งคั่งที่มาพร้อมผลตอบแทนที่น่าสนใจเร็วนี้ ๆ รอติดตามรายละเอียดผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมได้ที่ www.baac.or.th Facebook : ธกส BAAC Thailand และ LINE Official : BAAC Family

09 Jan 2025

Banner Banner Banner Banner Banner Banner Banner Banner

Banner
  เปิดแผนงานสื่อ CEO THAILAND ปี 2569-2570 รุกคืบงานวิทยุ - ทีวี - อีเวนต์สื่อ                  สวัสดีครับท่านสมาชิกและผู้ติดตามสื่อออนไลน์ และสื่อในเครือ CEO THAILAND ตลอดมา 21 ปี ช่วงนี้ว่างเว้นจากสนามการเมืองระยะหนึ่ง ผมพอมีเวลากลับมาสานต่องานสื่อสักระยะหนึ่งคือในช่วงปี 2569-2570 จะกลับมาช่วยงานสื่อในฐานะที่ปรึกษา โดยจะยังเน้นในเรื่องสื่อออนไลน์ สื่อทีวี และสื่อวิทยุ และงานอีเวนต์ต่อเนื่องจากสื่อ ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2569 เป็นต้นไป ผมมีแผนงานของบริษัท เอก-วรา พับลิค รีเรชันส์ จำกัด ในสื่อดังต่อไปนี้คือ                          1. สื่อออนไลน์ CEO THAILAND              2. จัดทำรายการวิทยุ “คลื่นประกันภัย-การเงิน” ทางสถานีวิทยุ 96.25 MHZ (สถานีวิทยุการท่องเที่ยววัฒนธรรม) โครงการจัดทำรายการวิทยุเชิงข่าวสารในแวดวงประกันภัยและการเงิน นำเสนอข่าวสารเกี่ยวกับการประกันภัย-ประกันชีวิต  การเงิน และธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ทั้งสินเชื่อ ไฟแนนซ์ อสังหาริมทรัพย์ SMEs ออกอากาศทุกวันศุกร์ของทุกสัปดาห์ เวลา 17.00-18.00 น. ในเดือนสิงหาคม 2569               3. เดือนสิงหาคม 2569 สื่อได้จัดทำรายการทีวี “เรื่องเด่น...ประเด็นดัง” ออนแอร์ออกอากาศทางNBT2 ซึ่งเป็นรายการสดทีวี ที่นำเสนอนโยบายรัฐบาล และวิสัยทัศน์ ของผู้บริหารองค์กรภาครัฐ และภาคเอกชนในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสังคม บริการสาธารณะและบริการพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับสังคม และพี่น้องประชาชน ออกอากาศ ทุกวันจันทร์ที่ 1 และ 3 ของเดือน เวลา 10.00-10.30 น.               4. จัดงานมอบรางวัล “สุดยอดผู้บริหาร-องค์กรแห่งปี 2569” เดือนธันวาคม 2569 ที่จังหวัดกาญจนบุรี โครงการรับรางวัล  “สุดยอดผู้บริหาร-องค์กรแห่งปี 2569” เพื่อประกาศเกียรติคุณให้ผู้บริหารและองค์กรที่สร้างผลงานโดดเด่น ทั้งยังเป็นการกระตุ้นภาคธุรกิจเครือข่าย และSMEs ความตื่นตัวของชุมชนในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี รวมทั้งยังเป็นการสานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสื่อมวลชน-ภาคธุรกิจ -ผู้ประกอบการในพื้นที่ และพี่น้องประชาชน สื่อ CEO THAILAND จึงได้ร่วมกันจัดงานมอบรางวัลดังกล่าวขึ้น               5. โครงการจัดงานสัมมนา  “ทิศทางธุรกิจประกันภัย-การเงินแห่งปี 2569” ในเดือนธันวาคม 2569เพื่อเป็นการกระตุ้นภาคธุรกิจประกันภัยและการเงินในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรีและจังหวัดใกล้เคียง เพื่อความตื่นตัวของชุมชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร รวมทั้งจังหวัดกาญจนบุรี อีกทั้งยังเป็นการสานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสื่อมวลชน-ภาคธุรกิจ-ผู้ประกอบการในพื้นที่ และพี่น้องประชาชน สื่อ CEO THAILAND จึงได้ร่วมกันจัดงานสัมมนาดังกล่าวขึ้น               6. จัดงาน CSR ณ โรงเรียนบ้านท่าทุ่ม จ.กาญจนบุรี ในวันที่ 31 มกราคม 2570 โครงการจัดงานกิจกรรมเพื่อสังคม “CEO THAILAND CSR  OF THE YEAR 2027” เพื่อคืนกำไรสู่สังคมและสร้างความรู้ความเข้าใจให้คนในสังคม เป็นการกระตุ้นภาคธุรกิจประกันภัยและการเงิน และความตื่นตัวของชุมชนในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี อีกทั้งยังเป็นการสานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสื่อมวลชน-ภาคธุรกิจ -ผู้ประกอบการในพื้นที่ และพี่น้องประชาชนในพื้นที่ สื่อ CEO THAILAND จึงได้ร่วมกันจัดงานกิจกรรมดังกล่าวขึ้น T                                                                                                        (นายเอกวรพงศ์ อำนวยทรัพย์)
อ่านต่อ...
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner