Responsive image

Tuesday, 27 Oct 2026

หน้าแรก > SOCIETY / ภาพข่าว - สังคม - CSR


ทิพยประกันภัย คว้ารางวัล “THAILAND TOP COMPANY AWARDS 2024” ในประเภท TOP MANAGEMENT AWARD ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านการบริหารงานยอดเยี่ยมในทุกมิติ

Sat 30/03/2567


ฯพณฯ ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์เกษม วัฒนชัย องคมนตรี ในฐานะประธานในงาน “THAILAND TOP COMPANY AWARDS 2024” มอบรางวัลอันทรงเกียรติ “THAILAND TOP COMPANY AWARDS 2024” ประเภท “TOP MANAGEMENT AWARD” แก่ ดร.สมพร สืบถวิลกุล  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทิพย กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) และกรรมการผู้จัดการใหญ่  บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) เป็นรางวัลที่มอบให้กับองค์กรที่มีการบริหารงานโดดเด่น เติบโตและพัฒนาต่อเนื่องอย่างมีประสิทธิภาพในทุกมิติ ทั้งด้านผลประกอบการ นวัตกรรม การบริหารจัดการ และการบริการ สร้างการเปลี่ยนแปลงภายในองค์กรในด้านต่างๆ ให้มีความโดดเด่นกว่าบริษัทอื่นในอุตสาหกรรม จนเป็นที่ยอมรับของลูกค้าอย่างกว้างขวาง พิธีดังกล่าวจัดขึ้น ณ ห้องบอลรูม โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทพฯ

 


Tags : ทิพยประกันภัย ดร.สมพร สืบถวิลกุล TIP ทิพย กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ TIPH ทิพยประกันภัยรับรางวัล รับรางวัล


Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

...

  นายไชย ไชยวรรณ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) มอบเงินจำนวน 600,000 บาท แก่ ศาสตราจารย์นายแพทย์ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ผู้อำนวยการศูนย์ความร่วมมือองค์การอนามัยโลก ด้านค้นคว้าและอบรมโรคติดเชื้อไวรัสสัตว์สู่คน คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานเว็บไซต์ www.trceid.org ซึ่งเป็นเว็บไซต์ที่เผยแพร่ความรู้และข้อมูลข่าวสารด้านสุขภาพ โดยสนับสนุนต่อเนื่องเป็นปีที่ 16 ณ อาคารไทยประกันชีวิต สำนักงานใหญ่

17 Mar 2024

...

ตามที่มีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งเผยแพร่ข้อความในสื่อออนไลน์ว่าเป็นผู้ได้รับบาดเจ็บจากกรณีรถยนต์ที่เอาประกันภัยไว้กับบริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) เกิดเหตุชนกับรถจักรยานยนต์รับจ้างที่ผู้ได้รับบาดเจ็บนั่งซ้อนท้ายมา เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2565 โดยผู้บาดเจ็บเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลกรุงเทพ มีค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลทั้งสิ้นจำนวน 1,018,794.50 บาท และยังไม่ได้รับการชดใช้จากบริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) แต่อย่างใด ซึ่งข้อความดังกล่าวได้มีผู้แสดงความคิดเห็น ส่งต่อ และเผยแพร่สู่สาธารณะไปอย่างแพร่หลาย บริษัทฯ ขอเรียนแจ้งว่าข้อความที่เผยแพร่ในเฟซบุ๊กดังกล่าว ยังมีข้อเท็จจริงไม่ครบถ้วนและยังขาดรายละเอียดในสาระสำคัญหลายประการ ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดความเข้าใจผิดต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในหมู่ประชาชนโดยทั่วไป และส่งผลเสียหายต่อภาพลักษณ์ของบริษัทฯ เป็นอย่างมาก บริษัทฯ จึงขอเรียนชี้แจงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นดังต่อไปนี้ วันที่ 13 กันยายน 2565 รถยนต์ที่เอาประกันภัยไว้กับบริษัทฯ ได้เกิดเหตุชนกับรถจักรยานยนต์รับจ้างที่ผู้ได้รับบาดเจ็บนั่งซ้อนท้ายมา เป็นเหตุให้ได้รับบาดเจ็บกระดูกขาซ้ายหัก มีบาดแผลบริเวณใบหน้า และบริเวณร่างกาย ถูกส่งตัวเข้ารักษาที่โรงพยาบาลกรุงเทพ วันที่ 21 กันยายน 2565 บริษัทฯ ได้ติดต่อไปยังผู้ได้รับบาดเจ็บและโรงพยาบาลกรุงเทพเพื่อออกหนังสือรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลของผู้ได้รับบาดเจ็บตามวงเงินที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ประกันภัย จำนวน 1,000,000 บาท เพื่อให้ผู้ได้รับบาดเจ็บได้รับการรักษาดีที่สุดและเป็นการรับรองว่าบริษัทฯ จะชำระค่าใช้จ่ายให้กับผู้ได้รับบาดเจ็บ แต่ผู้ได้รับบาดเจ็บแจ้งว่าต้องการใช้สิทธิ์เบิกค่ารักษาพยาบาลจากประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) ของผู้ได้รับบาดเจ็บเอง และได้ทำการเบิกค่ารักษาพยาบาล จำนวน 1,018,794.50 บาท จากบริษัทประกันภัยของตนเองเรียบร้อยแล้ว หลังจากนั้นผู้ได้รับบาดเจ็บได้นำสำเนาใบแจ้งค่าใช้จ่ายในการรักษาจำนวนดังกล่าว พร้อมใบเสร็จรับเงินค่ารักษาที่สำรองจ่ายไปแล้ว จำนวน 13,699.60 บาท มาแสดงกับทางบริษัทฯ ซึ่งบริษัทฯ ไม่สามารถชดใช้ค่ารักษาพยาบาลจำนวน 1,018,794.50 บาทได้ เนื่องจากตามหลักการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนนั้น หากใช้สิทธิ์ในการเบิกค่ารักษาพยาบาลกับบริษัทประกันภัยแห่งใดแห่งหนึ่งแล้วจะไม่สามารถเบิกค่ารักษาพยาบาลจำนวนนั้นจากบริษัทประกันภัยอื่นได้อีก วันที่ 2 พฤศจิกายน 2565 พนักงานสอบสวนนัดเจรจาที่สถานีตำรวจนครบาล เขตปทุมวัน และบริษัทฯ ได้แจ้งให้ผู้ได้รับบาดเจ็บส่งรายละเอียดค่าเสียหายที่ประสงค์จะเรียกร้องกับบริษัทฯ วันที่ 16 มกราคม 2566 ผู้ได้รับบาดเจ็บได้ยื่นข้อเรียกร้องเรียกค่าเสียหายจากบริษัทฯ เป็นจำนวนสูงถึง 4,599,694.05 บาท ในขณะที่วงเงินคุ้มครองตามกรมธรรม์ประกันภัยมีจำนวน 1,000,000 บาท ซึ่งในทางปฏิบัติ การพิจารณาจ่ายค่าชดเชยที่มีวงเงินเกินกว่าวงเงินคุ้มครองตามกรมธรรม์ประกันภัย บริษัทฯ จะต้องเจรจาภายใต้ความเห็นชอบของผู้เอาประกันภัย วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2566 บริษัทฯ ได้ติดต่อไปยังผู้ได้รับบาดเจ็บทางโทรศัพท์เพื่อเสนอจ่ายค่าสินไหมทดแทนอื่นๆ นอกเหนือไปจากค่ารักษาพยาบาลที่ผู้ได้รับบาดเจ็บได้เบิกจ่ายไปจากประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) ของบริษัทประกันภัยอื่นแล้ว แต่ผู้ได้รับบาดเจ็บปฏิเสธข้อเสนอดังกล่าว ดังนั้น บริษัทฯ จึงขอให้ผู้ได้รับบาดเจ็บนำเสนอเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมพร้อมรายละเอียดประกอบการเรียกร้องค่าชดเชยความเสียหายดังกล่าว วันที่ 31 มีนาคม 2566 ผู้ได้รับบาดเจ็บได้ให้ตัวแทนเข้าพบเจ้าหน้าที่บริษัทฯ แต่ไม่สามารถแสดงเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อประกอบการเรียกร้องค่าชดเชยความเสียหายได้ ประกอบกับค่าชดเชยความเสียหายที่เรียกร้องมาเป็นค่าเสียหายที่ซ้ำซ้อนและสูงกว่าวงเงินความคุ้มครอง 1,000,000 บาท เป็นอย่างมาก โดยผู้ได้รับบาดเจ็บยืนยันตามข้อเรียกร้องเดิม จึงทำให้บริษัทฯ ยังไม่สามารถดำเนินการจ่ายค่าชดเชยความเสียหายตามที่ผู้ได้รับบาดเจ็บเรียกร้องได้ วันที่ 7 เมษายน 2566 พนักงานสอบสวนได้นัดหมายให้เจ้าหน้าที่บริษัทฯ ผู้เอาประกันภัย และผู้ได้รับบาดเจ็บ ไปเจรจาค่าเสียหายที่สถานีตำรวจนครบาลปทุมวัน แต่ผู้ได้รับบาดเจ็บไม่มาตามนัดหมาย ซึ่งบริษัทฯ พร้อมที่จะเจรจาเพื่อหาข้อยุติที่เหมาะสมและเป็นธรรมสำหรับทุกฝ่ายต่อไป ทั้งนี้ บริษัทฯ ขอเรียนว่า บริษัทฯ ไม่ได้นิ่งนอนใจหรือเพิกเฉยตามที่ผู้ได้รับบาดเจ็บกล่าวอ้าง และได้มีการติดต่อเจรจาเป็นระยะ ๆ แต่เหตุที่ไม่สามารถตกลงกันได้เนื่องจากค่าเสียหายที่ผู้ได้รับบาดเจ็บเรียกร้องมาเกินกว่าวงเงินที่คุ้มครองตามกรมธรรม์ประกันภัย บริษัทฯ ขอยืนยันว่า ได้ดำเนินการตามหลักประกันภัยและหลักกฎหมายที่ถูกต้อง และพร้อมที่จะชดใช้ค่าสินไหมทดแทนที่ผู้ได้รับบาดเจ็บควรได้รับอย่างเป็นธรรม อย่างไรก็ดี การที่มีบุคคลภายนอกซึ่งไม่ทราบข้อเท็จริง และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้แสดงความคิดเห็น ส่งต่อ และเผยแพร่ ทำให้เกิดความเสียหายต่อบริษัทฯ ขอความกรุณายุติการกระทำดังกล่าว เนื่องจากเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย

09 Apr 2023

...

ตามที่ นางสาวเเพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี มอบหมายสั่งการให้หน่วยงานของรัฐ เร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ประสบอุทกภัย ตามประกาศของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ณ วันที่ 26 กันยายน 2567 โดยนายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้มอบหมายให้ธนาคารออมสินดำเนินการ ธนาคารจึงออก มาตรการช่วยเหลือโดยการพักหนี้อัตโนมัติ – พักจ่ายเงินต้นและไม่คิดดอกเบี้ย เป็นระยะเวลา 3 เดือน ช่วงเดือนตุลาคม – ธันวาคม 2567 ซึ่งจะสามารถช่วยบรรเทาความเดือดร้อนและแบ่งเบาภาระของลูกหนี้ธนาคารออมสินในพื้นที่ประสบภัยตามประกาศฯ จำนวนกว่า 110,000 บัญชี คิดเป็นเงินต้นรวมกว่า 43,000 ล้านบาท มาตรการพักหนี้อัตโนมัติ - พักจ่ายเงินต้นและไม่คิดดอกเบี้ย เป็นระยะเวลา 3 เดือน เพื่อพักชำระหนี้ให้กับสินเชื่อ SMEs ที่มีวงเงินสินเชื่อไม่เกิน 10 ล้านบาท และสินเชื่อรายย่อยทุกประเภทซึ่งรวมถึงสินเชื่อพัฒนากลุ่มอาชีพ และสินเชื่อสวัสดิการ (ยกเว้นสินเชื่อชีวิตสุขสันต์ และ สินเชื่อตามนโยบายรัฐ หรือ Public Service Account - PSA) โดยลูกหนี้ที่ได้รับสิทธิ์ให้เข้ามาตรการฯ ต้องมีภูมิลำเนา ที่อยู่ หรือที่ประกอบอาชีพ ในพื้นที่ประสบภัยตามประกาศของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ณ วันที่ 26 กันยายน 2567 ทั้งนี้ ธนาคารจะส่ง SMS หรือจดหมายแจ้งการพักชำระหนี้อัตโนมัติให้ลูกหนี้ทราบ ซึ่งจะมีผลในงวดเดือนตุลาคม - งวดเดือนธันวาคม 2567 หลังจากนั้นลูกหนี้จะต้องกลับมาชำระหนี้ตามปกติตั้งแต่งวดเดือนมกราคม 2568 เป็นต้นไป กรณีไม่ต้องการพักหนี้อัตโนมัติ สามารถชำระหนี้ได้เช่นเดิม โดยผู้เป็นลูกหนี้ปกติที่ชำระหนี้ในช่วงเวลา 3 เดือนของมาตรการฯ ธนาคารจะนำไปตัดต้นเงิน ส่วนผู้ที่ได้เข้าร่วมมาตรการพักหนี้ ลดดอกเบี้ยครึ่งหนึ่งมาแล้วก่อนหน้านี้ จะได้รับการพิจารณาเข้ามาตรการนี้โดยอัตโนมัติด้วยเช่นกัน สำหรับผู้ที่มีความจำเป็นต้องใช้เงินกู้เพื่อนำไปบรรเทาความเดือดร้อนจากภัยพิบัติ สามารถยื่นขอสินเชื่อฉุกเฉิน หย่อนเกณฑ์อนุมัติ ให้กู้สูงสุดรายละไม่เกิน 10,000 บาท ไม่ต้องมีหลักประกันและไม่มีผู้ค้ำประกัน อัตราดอกเบี้ยคงที่ 0% สำหรับ 3 เดือนแรก หลังจากนั้นเดือนที่ 4 เป็นต้นไป อัตราดอกเบี้ย 0.60% หรืออาจยื่นขอสินเชื่อวงเงินสูงขึ้นเป็นรายละไม่เกิน 50,000 บาท แบบมีหลักประกัน อัตราดอกเบี้ย 3 เดือนแรก 0% ต่อเดือนเช่นกัน รวมถึงมาตรการสินเชื่อเคหะสำหรับผู้ที่ต้องการซ่อมแซมฟื้นฟูที่อยู่อาศัยที่เสียหาย ธนาคารให้วงเงินกู้สูงถึง 100% ของราคาประเมิน อัตราดอกเบี้ยพิเศษเฉลี่ย 3 ปีแรกอยู่ที่ 3.233% ต่อปี ผู้สนใจสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.gsb.or.th หรือที่ GSB Contact Center โทร.1115 และติดต่อขอสินเชื่อได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปที่สาขาธนาคารออมสิน ภายใน 30 วัน นับจากวันที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัย    

30 Sep 2024

...

อุบัติเหตุทางถนนที่เกิดขึ้น ส่วนใหญ่จะเกิดจากพฤติกรรมของผู้ใช้รถใช้ถนน ที่ปราศจากความระมัดระวัง รวมถึง สภาพรถ สภาพถนนและสภาพสิ่งแวดล้อม ที่เป็นปัจจัยก่อให้เกิดอุบัติเหตุ จากข้อมูล www.Thairsc.com ในปี 2564 ที่มีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนจำนวนมากกว่า 13,600 ราย และจากข้อมูลผู้ประสบภัยที่มาใช้สิทธิ์ที่ บริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด พบว่าการเกิดอุบัติเหตุส่วนใหญ่ มีผู้เสียชีวิตในถนนทางตรง สูงถึง 64% รองลงมาคือทางโค้ง 17% และทางแยก 11% แต่ ส่วนบริเวณ วงเวียน ตัวเลขเป็น 0 และอุบัติเหตุทางถนนส่วนใหญ่ มักเกิดขึ้นที่ถนนสายรอง ถนนในชุมชน โดยเฉพาะตามสี่แยกต่างๆ ที่ไม่มีสัญญาณไฟจราจร จากข้อมูลพบว่า “วงเวียน” ช่วยลดการเกิดอุบัติเหตุได้ถึง 40-50 % แต่ “วงเวียน” ไม่ได้เหมาะสมกับทุกทางแยก ขึ้นอยู่กับจำนวนและปริมาณการจราจร หากเป็นทางแยกที่มีการจราจรไม่หนาแน่นมากจะเหมาะสำหรับใช้วงเวียนมากกว่าสัญญาณไฟจราจร  แต่ปัจจุบันก็มีหลายหน่วยงานที่ได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาการเกิดอุบัติเหตุด้วยวงเวียนหลายแห่ง โดย บริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด เป็นหนึ่งในหน่วยงานที่มีรณรงค์ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนด้วยวงเวียน โดยในปี 2564 ที่ผ่านมา ได้จัดทำโครงการ วงเวียนช่วยชีวิต เพื่อเชิญชวนชุมชนปกครองส่วนท้องถิ่น เข้ามาแก้ไขปัญหาจุดเสี่ยงจุดอันตรายบริเวณทางแยกอันตรายในชุมชนของตน ด้วยการจัดทำวงเวียน เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุและเพิ่มความปลอดภัยทางถนนของชุมชน โดยมีบริษัทกลางฯ ให้การสนับสนุนงบประมาณในการจัดทำ โดยในตอนนี้มีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่ได้มีการดำเนินการจัดทำวงเวียนไปแล้ว 4 แห่ง ได้แก่ องค์การบริหารส่วนตำบลเมืองพาน จังหวัดเชียงราย สำนักงานเทศบาลนครระยอง จังหวัดระยอง เทศบาลตำบลบวกค้าง จังหวัดเชียงใหม่ และเทศบาลเมืองแพรกษาใหม่ จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งภายหลังจากการจัดทำวงเวียนทั้ง 4 แห่ง พบว่าจำนวนผู้เสียชีวิตที่วงเวียน เป็น “0” การทำวงเวียนจะช่วยเพิ่มความปลอดภัยทางถนนของชุมชน วงเวียนจึงเป็นเครื่องมือในการจัดการ จุดเสี่ยง จุดอันตราย บริเวณทางแยกให้เป็นพื้นที่ปลอดภัยในชุมชน อุบัติเหตุทางถนนในชุมชนลดลงได้ ถ้าทุกคนในชุมชนร่วมกันลดพื้นที่ จุดเสี่ยง จุดอันตรายเปลี่ยนเป็นพื้นที่ปลอดภัยในชุมชน แต่ที่สำคัญผู้ใช้รถใช้ถนนทุกคนก็ต้องใช้รถใช้ถนนด้วยความระมัดระวัง ไม่ประมาท และปฎิบัติตามกฎจราจร เพื่อความปลอดภัยของตนเองและผู้อื่นด้วยเช่นกัน    

20 Mar 2022

Banner Banner Banner Banner Banner Banner Banner Banner

Banner
  เปิดแผนงานสื่อ CEO THAILAND ปี 2569-2570 รุกคืบงานวิทยุ - ทีวี - อีเวนต์สื่อ                  สวัสดีครับท่านสมาชิกและผู้ติดตามสื่อออนไลน์ และสื่อในเครือ CEO THAILAND ตลอดมา 21 ปี ช่วงนี้ว่างเว้นจากสนามการเมืองระยะหนึ่ง ผมพอมีเวลากลับมาสานต่องานสื่อสักระยะหนึ่งคือในช่วงปี 2569-2570 จะกลับมาช่วยงานสื่อในฐานะที่ปรึกษา โดยจะยังเน้นในเรื่องสื่อออนไลน์ สื่อทีวี และสื่อวิทยุ และงานอีเวนต์ต่อเนื่องจากสื่อ ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2569 เป็นต้นไป ผมมีแผนงานของบริษัท เอก-วรา พับลิค รีเรชันส์ จำกัด ในสื่อดังต่อไปนี้คือ                          1. สื่อออนไลน์ CEO THAILAND              2. จัดทำรายการวิทยุ “คลื่นประกันภัย-การเงิน” ทางสถานีวิทยุ 96.25 MHZ (สถานีวิทยุการท่องเที่ยววัฒนธรรม) โครงการจัดทำรายการวิทยุเชิงข่าวสารในแวดวงประกันภัยและการเงิน นำเสนอข่าวสารเกี่ยวกับการประกันภัย-ประกันชีวิต  การเงิน และธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ทั้งสินเชื่อ ไฟแนนซ์ อสังหาริมทรัพย์ SMEs ออกอากาศทุกวันศุกร์ของทุกสัปดาห์ เวลา 17.00-18.00 น. ในเดือนสิงหาคม 2569               3. เดือนสิงหาคม 2569 สื่อได้จัดทำรายการทีวี “เรื่องเด่น...ประเด็นดัง” ออนแอร์ออกอากาศทางNBT2 ซึ่งเป็นรายการสดทีวี ที่นำเสนอนโยบายรัฐบาล และวิสัยทัศน์ ของผู้บริหารองค์กรภาครัฐ และภาคเอกชนในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสังคม บริการสาธารณะและบริการพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับสังคม และพี่น้องประชาชน ออกอากาศ ทุกวันจันทร์ที่ 1 และ 3 ของเดือน เวลา 10.00-10.30 น.               4. จัดงานมอบรางวัล “สุดยอดผู้บริหาร-องค์กรแห่งปี 2569” เดือนธันวาคม 2569 ที่จังหวัดกาญจนบุรี โครงการรับรางวัล  “สุดยอดผู้บริหาร-องค์กรแห่งปี 2569” เพื่อประกาศเกียรติคุณให้ผู้บริหารและองค์กรที่สร้างผลงานโดดเด่น ทั้งยังเป็นการกระตุ้นภาคธุรกิจเครือข่าย และSMEs ความตื่นตัวของชุมชนในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี รวมทั้งยังเป็นการสานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสื่อมวลชน-ภาคธุรกิจ -ผู้ประกอบการในพื้นที่ และพี่น้องประชาชน สื่อ CEO THAILAND จึงได้ร่วมกันจัดงานมอบรางวัลดังกล่าวขึ้น               5. โครงการจัดงานสัมมนา  “ทิศทางธุรกิจประกันภัย-การเงินแห่งปี 2569” ในเดือนธันวาคม 2569เพื่อเป็นการกระตุ้นภาคธุรกิจประกันภัยและการเงินในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรีและจังหวัดใกล้เคียง เพื่อความตื่นตัวของชุมชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร รวมทั้งจังหวัดกาญจนบุรี อีกทั้งยังเป็นการสานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสื่อมวลชน-ภาคธุรกิจ-ผู้ประกอบการในพื้นที่ และพี่น้องประชาชน สื่อ CEO THAILAND จึงได้ร่วมกันจัดงานสัมมนาดังกล่าวขึ้น               6. จัดงาน CSR ณ โรงเรียนบ้านท่าทุ่ม จ.กาญจนบุรี ในวันที่ 31 มกราคม 2570 โครงการจัดงานกิจกรรมเพื่อสังคม “CEO THAILAND CSR  OF THE YEAR 2027” เพื่อคืนกำไรสู่สังคมและสร้างความรู้ความเข้าใจให้คนในสังคม เป็นการกระตุ้นภาคธุรกิจประกันภัยและการเงิน และความตื่นตัวของชุมชนในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี อีกทั้งยังเป็นการสานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสื่อมวลชน-ภาคธุรกิจ -ผู้ประกอบการในพื้นที่ และพี่น้องประชาชนในพื้นที่ สื่อ CEO THAILAND จึงได้ร่วมกันจัดงานกิจกรรมดังกล่าวขึ้น T                                                                                                        (นายเอกวรพงศ์ อำนวยทรัพย์)
อ่านต่อ...
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner