Responsive image

Tuesday, 27 Oct 2026

หน้าแรก > SOCIETY / ภาพข่าว - สังคม - CSR


พลังบุญทิพยร่วมสร้างครั้งที่ 226 กราบสักการะพระแก้วมรกต บวงสรวงศาลหลักเมือง ในวันฤกษ์ดี สร้างบุญกุศล เพื่อแผ่นดินไทยร่มเย็นเป็นสุข

Mon 15/04/2567


 

ดร.สมพร สืบถวิลกุล  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทิพย กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) คุณวิชชุดา ไตรธรรม  ที่ปรึกษากรรมการผู้จัดการใหญ่  บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน)  คณะผู้บริหาร  และกัลยาณมิตรธรรม จัดโครงการพลังบุญทิพยร่วมสร้าง ครั้งที่ 226 กราบสักการะพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร (พระแก้วมรกต) ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม พร้อมทั้งบวงสรวงศาลหลักเมืองกรุงเทพฯ เนื่องในวันฤกษ์ดีสิริมงคล สร้างบุญกุศล เพื่อแผ่นดินไทยและปวงชนชาวไทยร่มเย็นเป็นสุข

 


Tags : ทิพยประกันภัย พลังบุญทิพย ดร.สมพร สิบถวิลกุล วิชชุดา ไตรธรรม ทิพย กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ โครงการพลังบุญทิพยร่วมสร้าง ครั้งที่ 226


Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

...

วันที่ 23 สิงหาคม 2565 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นตัวแทนกรุงเทพมหานคร รับมอบหมวกนิรภัยสำหรับนักเรียนในโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร จำนวน 126,117 ใบ จากนายอานนท์ วังวสุ นายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย และประธานกรรมการ บริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด พร้อมด้วยนายประสิทธิ์ คำเกิด รองกรรมการผู้จัดการ ในพิธีแถลงข่าวและรับหมวกนิรภัยโครงการส่งเสริมการสวมหมวกนิรภัย 100 เปอร์เซ็นต์ สำหรับนักเรียนในโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร ณ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ตามที่ทางกรุงเทพมหานคร โดยผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้กำหนดนโยบายด้านปลอดภัยดีและเดินทางดี เรื่องการปลูกฝังจิตสำนึก ส่งเสริมการสร้างระเบียบ กวดขันวินัยจราจรอย่างเข้มงวด เพื่อให้คนกรุงเทพฯ มีวินัยจราจรเป็นระเบียบมากขึ้น โดยใช้การรณรงค์สร้างจิตสำนึกวินัยจราจร กฎหมายจราจร ระเบียบการใช้ยานพาหนะและประสานความร่วมมือเพื่อให้เกิดคุณลักษณะการขับขี่ที่มีวินัยและปลอดภัยเป็นวงกว้าง จากผลการสำรวจของมูลนิธิไทยโรดส์และเครือข่ายเฝ้าระวังสถานการณ์ความปลอดภัยทางถนน พบว่าอัตราเฉลี่ยในการสวมหมวกนิรภัยของเด็กที่นั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ในกรุงเทพมหานครมีอัตราเฉลี่ยในการสวมหมวกนิรภัยของเด็กที่ 25 เปอร์เซ็นต์ โดยทางกรุงเทพมหานครได้มีการสำรวจพบว่ามีนักเรียนในโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร เดินทางด้วยรถจักรยานยนต์และไม่ได้สวมหมวกนิรภัยมากถึง 126,117 คน จากนักเรียนทั้งสิ้นประมาณ 260,000 คน โดยนักเรียนที่ไม่ได้สวมหมวกนิรภัยมีมากถึงร้อยละ 48 ของนักเรียนทั้งหมด ดังนั้นเพื่อให้นักเรียนในโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร มีหมวกนิรภัยสวมใส่ในการเดินทางมาโรงเรียนโดยรถจักรยานยนต์ทุกคน และเพื่อป้องกันและลดความสูญเสียที่เกิดขึ้นจากอุบัติเหตุทางถนนในเด็กนักเรียนของโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร ทางสมาคมประกันวินาศภัยไทย บริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด พร้อมด้วยบริษัทประกันภัย 7 แห่งได้แก่  บริษัท กรุงไทยพานิชประกันภัย จำกัด (มหาชน) บริษัท จรัญประกันภัย จำกัด (มหาชน) บริษัท นำสินประกันภัย จำกัด (มหาชน) บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) บริษัท อลิอันซ์ อยุธยา ประกันภัย จำกัด (มหาชน) บริษัท เอไอจี ประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) บริษัท แปซิฟิค ครอส ประกันสุขภาพ จำกัด (มหาชน) และบริษัท ที.ไอ.ไอ. จำกัด (สถาบันประกันภัยไทย) จึงได้ร่วมกันสนับสนุนหมวกนิรภัยสำหรับเด็ก ให้กับโรงเรียนจำนวน 437 โรงเรียน รวมทั้งสิ้นจำนวน 126,117 ใบ ให้แก่นักเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานคร ที่เดินทางโดยสารรถจักรยานยนต์ไปเรียน ได้มีหมวกนิรภัยสวมใส่ เพื่อความปลอดภัยในการเดินทาง โดยหมวกนิรภัยที่สนับสนุนนี้จะมอบให้ทางโรงเรียนในสังกัดของกรุงเทพมหานครที่จะนำไปให้เด็กยืมใช้เป็นเทอมๆ ไป และให้เด็กใช้หนึ่งคนต่อหนึ่งใบ โดยทางกรุงเทพมหานคร มีการดำเนินการประสานโรงเรียนในสังกัด เพื่อรับมอบหมวกนิรภัยและวางมาตรการในการส่งเสริมให้มีการสวมหมวกนิรภัย 100 เปอร์เซ็นต์ โดยโรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานครจะมีการบริหารจัดการระบบยืมหมวกนิรภัยแก่นักเรียนที่เดินทางโดยรถจักรยานยนต์ทั้งเดินทาง พร้อมผู้ปกครอง และเดินทางโดยรถจักรยานยนต์รับจ้าง และมีการประเมินผลโครงการหลังจากที่โรงเรียนได้ส่งมอบหมวกนิรภัยให้กับนักเรียนเป็นระยะเวลา 90 วัน สำหรับโรงเรียนที่ได้รับจัดสรรหมวกนิรภัยนั้นจะมีแนวทางบริหารจัดการและดูแลรักษาหมวกนิรภัยได้แก่ มีการแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารจัดการและดูแลรักษาหมวก , จัดทำทะเบียนหมวกนิรภัยและบัญชีรายชื่อนักเรียนที่ได้รับหมวก , จัดทำสถานที่เก็บ/วางหมวกนิรภัยที่เหมาะสม , มีการประชาสัมพันธ์ให้นักเรียน/ผู้ปกครอง ตระหนักถึงความปลอดภัยในการเดินทางโดยรถจักรยานยนต์และสวมหมวกนิรภัยทุกครั้งที่ขับขี่หรือโดยสาร , มีการดูแลรักษาและทำความสะอาดหมวกนิรภัยเป็นประจำทุกอาทิตย์ และเมื่อเปิดภาคเรียนใหม่ จะมีการสำรวจการเดินทางและตรวจสอบจำนวนหมวกที่เสียหายชำรุดเพื่อรวบรวมข้อมูลต่อไป ความร่วมมือในครั้งนี้จะสามารถสร้างความมั่นใจได้ว่าเด็กนักเรียนที่ได้รับหมวกไปแล้วจะได้ใส่จริง เพราะจะให้ครูที่อยู่หน้าโรงเรียนคอยรับเด็กในช่วงเช้าสังเกตว่าเด็กมีสวมหมวกนิรภัยทั้งไปและกลับหรือไม่ นอกจากนี้จะมีการรณรงค์เรื่องการขับขี่จักรยานยนต์ให้ปลอดภัย โดยให้ใส่หมวกนิรภัยทั้งไปและกลับ ให้ขับขี่เลนซ้ายเพื่อความปลอดภัย ให้หยุดรถตรงทางข้าม หยุดรถที่ไฟเขียวไฟแดง และไม่ขับขี่ย้อนศร ซึ่งจะเริ่มรณรงค์พร้อมกับเด็กและผู้ปกครองควบคู่ไปด้วย  

29 Aug 2022

...

กบข. เตรียมเงินจ่ายคืนสมาชิกเกษียณอายุราชการปีนี้ 2.7 หมื่นล้านบาท พร้อมจ่ายเงินคืนได้ภายใน 7 วันทำการหลังเอกสารถูกต้องครบถ้วน พร้อมเสนอทางเลือก “ออมต่อ” ให้ กบข. บริหารเงินลงทุนให้ต่อเนื่องหลังจากเกษียณอายุราชการ โดยมีสมาชิกให้ความสนใจเพิ่มขึ้นทุกปี ดร.ศรีกัญญา ยาทิพย์ เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.)  เปิดเผยว่า ในวันที่ 30 กันยายน 2566 มีสมาชิก กบข. ที่จะเกษียณอายุราชการ จำนวน 21,223 ราย และ กบข. ได้เตรียมเงินสำหรับจ่ายคืนให้กับสมาชิกที่สิ้นสุดสมาชิกภาพและทำเรื่องขอรับเงินคืน ประมาณ 27,000 ล้านบาท โดย กบข. ได้คาดการณ์ยอดเงินที่สมาชิกจะได้รับเฉลี่ยประมาณ 1.3 ล้านบาทต่อราย ซึ่งจะสามารถดำเนินการจ่ายเงินคืนสมาชิกภายใน 7 วันทำการ หลังจากที่ กบข. ได้รับเอกสารที่ครบถ้วนถูกต้อง และประกาศเกษียณอายุราชการมีผลบังคับใช้ ดร.ศรีกัญญา กล่าวเพิ่มเติมว่า  สมาชิก กบข. ที่จะเกษียณอายุราชการ หากยังไม่มีแผนใช้เงินก้อน สามารถพิจารณาใช้บริการออมต่อกับ กบข. ได้ เพื่อให้ กบข. บริหารเงินลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทนให้อย่างต่อเนื่อง โดยจากสถิติมีจำนวนอดีตสมาชิกสนใจใช้บริการออมต่อเพิ่มขึ้นทุกปี ข้อมูล ณ 31 ส.ค. 66 มีอดีตสมาชิกที่ยังใช้บริการออมต่อจำนวน 6,230 ราย และมีการออมต่อนานสุดอยู่ที่ 15 ปี สมาชิกที่สนใจบริการออมต่อ สามารถแจ้งความประสงค์ได้ 2 ช่องทาง คือ 1) แจ้งความประสงค์ทางระบบบำเหน็จบำนาญและสวัสดิการรักษาพยาบาล (Digital Pension) ของกรมบัญชีกลาง และ 2) แจ้งความประสงค์ผ่านหน่วยงานต้นสังกัด พร้อมกรอกแบบ กบข. รง 008/1/2555 อนึ่ง บริการออมต่อมี 4 รูปแบบ คือ 1. ออมต่อทั้งจำนวน 2. ทยอยรับเงินเป็นงวด ๆ อาทิ รายเดือน รายสามเดือน รายหกเดือน หรือรายปี 3. ขอรับเงินบางส่วน ที่เหลือให้ กบข. บริหารต่อ และ 4. ขอรับเงินบางส่วน ที่เหลือทยอยรับเงินเป็นงวด ๆ โดยสมาชิกสามารถเลือกใช้บริการได้ตามความจำเป็นและรูปแบบที่เหมาะสมตามความต้องการของสมาชิก พร้อมทั้งสามารถแจ้งเปลี่ยนรูปแบบการออมต่อได้ปีละ 2 ครั้ง ผ่าน My GPF Application เมนู “ออมต่อ” สมาชิกสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Facebook กบข. หรือ LINE กบข. @gpfcommunity หรือศูนย์บริการข้อมูลสมาชิก โทร. 1179  

26 Sep 2023

...

นายวิทัย รัตนากร ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ตามที่ก่อนหน้านี้ธนาคารออมสินได้ออกมาตรการช่วยเหลือประชาชนช่วงวิกฤติการแพร่ระบาดของโควิด-19 ภายใต้โครงการ “สินเชื่อเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับผู้มีอาชีพอิสระที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19” วงเงินรายละไม่เกิน 10,000 บาท วงเงินสินเชื่อรวม 20,000 ล้านบาท และสินเชื่อสู้ภัยโควิด-19 วงเงินไม่เกินรายละ 10,000 บาท วงเงินสินเชื่อรวม 10,000 ล้านบาท เพื่อเพิ่มสภาพคล่องชั่วคราวให้กับประชาชนที่ขาดรายได้ช่วงวิกฤติที่ผ่านมา ซึ่งในเดือนสิงหาคม 2566 ที่ผ่านมา ธนาคารได้ขยายระยะเวลาเข้าร่วมโครงการสินเชื่อเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับผู้มีอาชีพอิสระที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ถึงเดือนตุลาคม 2567 อย่างไรก็ดี เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจยังอยู่ในระยะเพิ่งเริ่มฟื้นตัว ประกอบกับค่าครองชีพมีแนวโน้มสูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อรายได้และความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้ ดังนั้น เพื่อเป็นการช่วยเหลือแก้ไขเครดิตแก่ลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติการแพร่ระบาดของโควิด-19 (ลูกหนี้บัญชี 21) ที่มีสถานะเป็น NPL ให้กลับมามีสถานะหนี้ปกติ ธนาคารออมสินจึงออกมาตรการ “ไม่คิดดอกเบี้ย ลดดอกเบี้ยค้างชำระทั้งหมด และนำเงินที่ชำระไปตัดเงินต้นทั้งจำนวน” สำหรับโครงการสินเชื่อสู้ภัยโควิด-19 โดยให้ลูกหนี้เริ่มผ่อนชำระเพียง 100 บาทต่อเดือนสำหรับงวดที่ 1-6 หลังจากนั้นงวดที่ 7-12 ผ่อนชำระ 300 บาทต่อเดือน และขยายระยะเวลาการชำระจนถึงเดือนตุลาคม 2567 จึงขอเชิญชวนลูกหนี้สินเชื่อสู้ภัยโควิด-19 ลงทะเบียนสมัครเข้ามาตรการช่วยเหลือดังกล่าวได้ที่ช่องทาง MyMo หรือ www.gsb.or.th สำหรับลูกหนี้ที่ไม่มี MyMo สามารถลงทะเบียนผ่านช่องทางเว็บไซต์ธนาคาร www.gsb.or.th ตั้งแต่บัดนี้ จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2566 สามารถสอบถามเพิ่มเติมที่ GSB Contact Center โทร. 1115.  

19 Sep 2023

...

นายพิชิต มิทราวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank เข้าร่วมลงนามถวายพระพร สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 3 มิถุนายน 2567 โดยมี ดร.ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม  พร้อมด้วยคณะผู้บริหารระดับสูงกระทรวงอุตสาหกรรม และผู้บริหารหน่วยงานภายใต้สังกัดกระทรวงอุตสาหกรรม เข้าร่วม เพื่อแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2567  

05 Jun 2024

Banner Banner Banner Banner Banner Banner Banner Banner

Banner
  เปิดแผนงานสื่อ CEO THAILAND ปี 2569-2570 รุกคืบงานวิทยุ - ทีวี - อีเวนต์สื่อ                  สวัสดีครับท่านสมาชิกและผู้ติดตามสื่อออนไลน์ และสื่อในเครือ CEO THAILAND ตลอดมา 21 ปี ช่วงนี้ว่างเว้นจากสนามการเมืองระยะหนึ่ง ผมพอมีเวลากลับมาสานต่องานสื่อสักระยะหนึ่งคือในช่วงปี 2569-2570 จะกลับมาช่วยงานสื่อในฐานะที่ปรึกษา โดยจะยังเน้นในเรื่องสื่อออนไลน์ สื่อทีวี และสื่อวิทยุ และงานอีเวนต์ต่อเนื่องจากสื่อ ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2569 เป็นต้นไป ผมมีแผนงานของบริษัท เอก-วรา พับลิค รีเรชันส์ จำกัด ในสื่อดังต่อไปนี้คือ                          1. สื่อออนไลน์ CEO THAILAND              2. จัดทำรายการวิทยุ “คลื่นประกันภัย-การเงิน” ทางสถานีวิทยุ 96.25 MHZ (สถานีวิทยุการท่องเที่ยววัฒนธรรม) โครงการจัดทำรายการวิทยุเชิงข่าวสารในแวดวงประกันภัยและการเงิน นำเสนอข่าวสารเกี่ยวกับการประกันภัย-ประกันชีวิต  การเงิน และธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ทั้งสินเชื่อ ไฟแนนซ์ อสังหาริมทรัพย์ SMEs ออกอากาศทุกวันศุกร์ของทุกสัปดาห์ เวลา 17.00-18.00 น. ในเดือนสิงหาคม 2569               3. เดือนสิงหาคม 2569 สื่อได้จัดทำรายการทีวี “เรื่องเด่น...ประเด็นดัง” ออนแอร์ออกอากาศทางNBT2 ซึ่งเป็นรายการสดทีวี ที่นำเสนอนโยบายรัฐบาล และวิสัยทัศน์ ของผู้บริหารองค์กรภาครัฐ และภาคเอกชนในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสังคม บริการสาธารณะและบริการพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับสังคม และพี่น้องประชาชน ออกอากาศ ทุกวันจันทร์ที่ 1 และ 3 ของเดือน เวลา 10.00-10.30 น.               4. จัดงานมอบรางวัล “สุดยอดผู้บริหาร-องค์กรแห่งปี 2569” เดือนธันวาคม 2569 ที่จังหวัดกาญจนบุรี โครงการรับรางวัล  “สุดยอดผู้บริหาร-องค์กรแห่งปี 2569” เพื่อประกาศเกียรติคุณให้ผู้บริหารและองค์กรที่สร้างผลงานโดดเด่น ทั้งยังเป็นการกระตุ้นภาคธุรกิจเครือข่าย และSMEs ความตื่นตัวของชุมชนในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี รวมทั้งยังเป็นการสานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสื่อมวลชน-ภาคธุรกิจ -ผู้ประกอบการในพื้นที่ และพี่น้องประชาชน สื่อ CEO THAILAND จึงได้ร่วมกันจัดงานมอบรางวัลดังกล่าวขึ้น               5. โครงการจัดงานสัมมนา  “ทิศทางธุรกิจประกันภัย-การเงินแห่งปี 2569” ในเดือนธันวาคม 2569เพื่อเป็นการกระตุ้นภาคธุรกิจประกันภัยและการเงินในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรีและจังหวัดใกล้เคียง เพื่อความตื่นตัวของชุมชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร รวมทั้งจังหวัดกาญจนบุรี อีกทั้งยังเป็นการสานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสื่อมวลชน-ภาคธุรกิจ-ผู้ประกอบการในพื้นที่ และพี่น้องประชาชน สื่อ CEO THAILAND จึงได้ร่วมกันจัดงานสัมมนาดังกล่าวขึ้น               6. จัดงาน CSR ณ โรงเรียนบ้านท่าทุ่ม จ.กาญจนบุรี ในวันที่ 31 มกราคม 2570 โครงการจัดงานกิจกรรมเพื่อสังคม “CEO THAILAND CSR  OF THE YEAR 2027” เพื่อคืนกำไรสู่สังคมและสร้างความรู้ความเข้าใจให้คนในสังคม เป็นการกระตุ้นภาคธุรกิจประกันภัยและการเงิน และความตื่นตัวของชุมชนในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี อีกทั้งยังเป็นการสานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสื่อมวลชน-ภาคธุรกิจ -ผู้ประกอบการในพื้นที่ และพี่น้องประชาชนในพื้นที่ สื่อ CEO THAILAND จึงได้ร่วมกันจัดงานกิจกรรมดังกล่าวขึ้น T                                                                                                        (นายเอกวรพงศ์ อำนวยทรัพย์)
อ่านต่อ...
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner