Responsive image

Monday, 02 Feb 2026

หน้าแรก > ECONOMY- FINANCE / เศรษฐกิจ - การเงิน


ออมสิน ชูเงินฝากดอกเบี้ยสูง 21% ต่อปี / สลากออมสิน 1 ปี แจกเพิ่มทองคำแท่ง 10 กิโลกรัม ฉลอง 111 ปี พร้อมอัดแคมเปญสินเชื่อรีไฟแนนซ์ ในงาน Money Expo 2024 กรุงเทพ

Fri 17/05/2567


นายวิทัย รัตนากร ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารออมสินได้เข้าร่วมงานมหกรรมการเงินกรุงเทพ ครั้งที่ 24 Money Expo 2024 ด้วยโปรโมชันพิเศษสำหรับลูกค้าและผู้เข้าร่วมชมงานภายในงานนี้เท่านั้น โดยได้นำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินที่หลากหลายครอบคลุมทุกความต้องการของลูกค้า ภายใต้แนวคิด “Providing value TOWARDS a sustainable FUTURE : มอบคุณค่า สู่การส่งต่ออนาคตที่ยั่งยืน” โดยเอาใจผู้ที่รักการออมกับเงินฝากเผื่อเรียกพิเศษ 111 วัน ดอกเบี้ยแบบ Step up สูงสุด 21% ต่อปี หรือเทียบเท่าเงินฝากประจำ 4.70% ต่อปี เปิดบัญชีขั้นต่ำ 10,000 บาท ฝากได้สูงสุด 500,000 บาทต่อราย โดยสามารถจองสิทธิ์ภายในงานนี้เท่านั้น จำนวนจำกัดวันละ 200 สิทธิ์ และ 1 คนต่อ 1 สิทธิ์ นอกจากนี้ ยังแจกรางวัลเพิ่มต่อเนื่อง ฉลอง 111 ปี ลุ้นรับทองคำแท่ง 10 กิโลกรัม รวมมูลค่ากว่า 26.5 ล้านบาท เพียงรางวัลเดียว สำหรับผู้ฝากสลากออมสินพิเศษ 1 ปี ทั้งแบบใบสลากและสลากดิจิทัล งวดวันที่ 16 กรกฎาคม 2567 เริ่มรับฝากตั้งแต่วันที่ 18 พฤษภาคม - 15 กรกฎาคม 2567

 

สำหรับผลิตภัณฑ์สินเชื่อ ธนาคารมีมาตรการรีไฟแนนซ์ ภายใต้โครงการ “สินเชื่อออมสินรีไฟแนนซ์เพื่อสังคม” รับรีไฟแนนซ์หนี้เดิม อัตราดอกเบี้ยต่ำ เพื่อช่วยลดภาระแก่ลูกหนี้ทุกกลุ่ม ได้แก่ สินเชื่อออมสิน Re P-Loan สำหรับลูกหนี้สินเชื่อส่วนบุคคล อัตราดอกเบี้ย 15% ต่อปี วงเงินกู้สูงสุดไม่เกินรายละ 100,000 บาท ไม่ต้องมีหลักประกัน ระยะเวลาผ่อนชำระสูงสุดไม่เกิน 5 ปี สินเชื่อออมสิน Re-Nano สำหรับผู้ประกอบอาชีพอิสระรายย่อย สินเชื่อ Nano Finance อัตราดอกเบี้ย 18% ต่อปี วงเงินกู้สูงสุดไม่เกินรายละ 200,000 บาท ผ่อนชำระสูงสุดไม่เกิน 8 ปี ใช้บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ในการค้ำประกันการกู้ได้ ส่วนผู้ที่ต้องการกู้เงินเพื่อไถ่ถอนจำนองที่อยู่อาศัยจากสถาบันการเงินอื่น สามารถเลือก สินเชื่อออมสิน Re-Home วงเงินกู้ 1-5 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยปีแรกอยู่ที่ 1.95% ต่อปี (เฉลี่ย 3 ปีแรก 2.95% ต่อปี กรณีผู้กู้ประสงค์ทำประกันฯ) พร้อมเงื่อนไขผ่อนต่ำ ปีที่ 1 ผ่อนชำระเงินงวดล้านละ 3,000 บาท/เดือน และสินเชื่อธุรกิจ GSB Re-Biz+ สำหรับผู้ประกอบการทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล ที่ต้องการ รีไฟแนนซ์/รวมหนี้มาผ่อนชำระกับธนาคาร คิดอัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น 2 ปีแรก 3.49% ต่อปี วงเงินกู้เท่ากับวงเงินสินเชื่อจากสถาบันการเงินเดิม สูงสุดไม่เกิน 100 ล้านบาท

 

นอกจากนี้ ได้จัดโปรโมชันสินเชื่อเพื่อกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ชุดใหญ่ เพื่อให้ประชาชนมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง และผู้ประกอบการเกิดสภาพคล่องมีเงินทุนหมุนเวียนในกิจการ ได้แก่ สินเชื่อบ้านออมสินเพื่อคนไทย สำหรับซื้อหรือปลูกสร้างบ้าน วงเงินกู้ไม่เกิน 7 ล้านบาท ผ่อนชำระปีแรกเพียงล้านละ 2,500 บาท/เดือน อัตราดอกเบี้ยคงที่ปีแรก 1.95% ต่อปี (เฉลี่ย 3 ปีแรก 2.95% ต่อปี) และสามารถกู้เพิ่มเติมเพื่อซื้อเฟอร์นิเจอร์ ตกแต่งบ้าน หรือสิ่งจำเป็นอื่นในการเข้าอยู่อาศัย โดยใช้ สินเชื่อ Top Up อัตราดอกเบี้ย 3 ปีแรกคงที่ 3.49% ต่อปี หลังจากนั้น MRR-0.25% และสามารถเลือกชำระเงินงวดแบบผ่อนต่ำปีที่ 1-3 ล้านละ 4,000 บาท/เดือนได้ เฉพาะผู้ที่ลงทะเบียนจองสิทธิ์ภายในงาน และจัดทำนิติกรรมสัญญาแล้วเสร็จภายในวันที่ 31 กรกฎาคม 2567 จำนวน 111 รายแรก จะได้รับ Central Gift Card มูลค่า 1,000 บาท ต่อวงเงินกู้สินเชื่อเคหะ 1 ล้านบาท ส่วนผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารได้จัด สินเชื่อ GSB D-HOME สร้างบ้านเพื่อคนไทย และสินเชื่อ GSB D-HOME กระตุ้นเศรษฐกิจ โดยกู้ไม่จำกัดวงเงิน และระยะเวลาสูงสุดไม่เกิน 4 ปี พร้อมฟรีค่าธรรมเนียมต่างๆ พร้อมนี้ยังมีกิจกรรมให้ร่วมสนุกกับ “ออมสินเมตาเวิร์ส : GSB Metaverse” บูทธนาคารออมสินเสมือนจริง โดยลูกค้าสามารถเล่นกิจกรรมเก็บเหรียญภายในห้องต่างๆ ในโลกออมสินเมตาเวิร์ส ให้ครบ 20 เหรียญ และลงทะเบียนลุ้นรับของรางวัลส่วนลด Code Shopee มูลค่า 100 บาท วันละ 111 รางวัล รวมถึงยังมีกิจกรรมและของรางวัลพิเศษจำนวนมากตลอดทั้งงาน สำหรับงานมหกรรมการเงินกรุงเทพ ครั้งที่ 24 Money Expo 2024 ภายใต้แนวคิด “Digital Finance for All การเงินดิจิทัล เพื่อทุกคน” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 16 – 19 พฤษภาคม 2567 ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี

 


Tags : ออมสิน ธนาคารออมสิน วิทัย รัตนากร ออมสินออกบูธงาน Money Expo 2024 สินเชื่อออมสินรีไฟแนนซ์เพื่อสังคม ผลิตภัณฑ์สินเชื่อธนาคารออมสิน


Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

...

นายพรชัย ฐีระเวช อธิบดีกรมสรรพสามิต ในฐานะประธานกรรมการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า คณะกรรมการธนาคารออมสิน มีมติแต่งตั้ง นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการธนาคารออมสิน คนที่ 18 ซึ่งได้ผ่านความเห็นชอบของธนาคารแห่งประเทศไทย และนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ลงนามหนังสือแต่งตั้งผู้อำนวยการธนาคารออมสินแล้วเมื่อวันที่ 26 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา โดยธนาคารได้จัดให้มีการลงนามสัญญาจ้างผู้บริหาร ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการธนาคารออมสินอย่างเป็นทางการ ระหว่าง นายพรชัย ฐีระเวช อธิบดีกรมสรรพสามิต ในฐานะประธานกรรมการธนาคารออมสิน และ นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ในวันที่ 28 มกราคม 2569 ณ อาคารออมสินพิพัฒน์ ธนาคารออมสิน สำนักงานใหญ่ มีกำหนดเริ่มปฏิบัติงานนับตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคม 2569 วาระการดำรงตำแหน่งคราวละ 4 ปี   ทั้งนี้ คณะกรรมการธนาคารพิจารณาเห็นว่า นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ เป็นผู้มีคุณสมบัติเหมาะสมในการนำองค์กรธนาคารออมสิน จากผลงานความสำเร็จที่ผ่านมากับประสบการณ์ในการดำรงตำแหน่งสำคัญ ๆ ของหลากหลายองค์กร ทั้งที่เป็นหน่วยงานภาครัฐและเอกชน อาทิ เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) รองกรรมการผู้จัดการธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) รวมถึงประสบการณ์ในการเป็นผู้นำองค์กรกำกับดูแล เช่น สถาบันคุ้มครองเงินฝาก ด้านประวัติการศึกษา จบการศึกษาสูงสุดระดับปริญญาโท สาขาวิชาการเงิน จาก Case Western Reserve University ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยนายทรงพลมีคุณสมบัติครบถ้วนและมีความพร้อมในการขับเคลื่อนธนาคารออมสินเป็น Smart Social Bank ร่วมกับคณะกรรมการ ผู้บริหาร และเพื่อนพนักงาน เพื่อเป้าหมายการเป็นธนาคารเพื่อสังคม เพื่อประชาชนทุกคนอย่างยั่งยืนต่อไป  

01 Feb 2026

...

  ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank โดย นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ และสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.)  โดย พ.ต.อ.สุรพงศ์ เปล่งขำ เลขาธิการ สคส. ร่วมพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) “การส่งเสริมความตระหนักรู้เกี่ยวกับกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล” (PDPA) โดยความร่วมมือครั้งนี้ ทั้งสองหน่วยงานจะร่วมกันส่งเสริมความรู้ เพื่อให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี  สามารถปฏิบัติตามกฎหมาย PDPA ได้อย่างถูกต้องเหมาะสม ตลอดจน ช่วยลดความเสี่ยงในการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล  ป้องกันการเกิดต้นทุนธุรกิจจากเหตุข้อมูลรั่วไหล ที่สำคัญ ช่วยสร้างความเชื่อมั่น ปลอดภัย และโอกาสการเติบโตของธุรกิจเอสเอ็มอีในระยะยาว   ความร่วมมือครั้งนี้ ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีจะได้รับการสนับสนุนเข้าถึงแพลตฟอร์ม GPPC (Government Platform for PDPA Compliance) ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มภาครัฐรองรับการปฏิบัติตามกฎหมาย PDPA  ช่วยให้การคุ้มครองข้อมูล PDPA เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ขณะเดียวกัน SME D Bank พร้อมให้บริการด้านการ "พัฒนาคู่เติมทุน" ด้วยกิจกรรมออฟไลน์ครบวงจร และยกระดับธุรกิจด้วยแพลตฟอร์ม “DX by SME D Bank” (dx.smebank.co.th)  สามารถ Upskill Reskill ได้ทุกที่ ทุกเวลา ตลอด 24 ชม. พร้อมเติมทุนสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยพิเศษ  เพียง 3%ต่อปี คงที่ 3 ปีแรก วงเงินกู้สูงสุด 30 ล้านบาท ช่วยเสริมสภาพคล่อง ลดภาระทางการเงิน  ยกระดับธุรกิจสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน     สำหรับพิธีลงนามดังกล่าว จัดขึ้นในงาน “วันคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล” (Data Privacy Day 2026)  ณ     ห้องแกรนด์ ไดมอนด์ บอลรูม อิมแพค เมืองทองธานี วันที่ 28 มกราคม 2569

29 Jan 2026

...

บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) ได้รับรางวัลองค์กรที่สนับสนุนงานด้านเด็กและเยาวชน เนื่องในงานวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2569 จากกรมกิจการเด็กและเยาวชน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยรางวัลดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงการให้ความสำคัญและการมีส่วนร่วมของบริษัทฯ ในการสนับสนุน ส่งเสริม และพัฒนาศักยภาพของเด็กและเยาวชน เพื่อนำไปสู่การเติบโตที่เข้มแข็งและยั่งยืน ตลอดจนร่วมเสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้เด็กและเยาวชนด้วยการสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมและสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข นับเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจที่ตอกย้ำถึงความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กรอย่างต่อเนื่อง

27 Jan 2026

...

บมจ.กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต นำโดยคุณณัฐพิสิษฐ์ ครุฑครองชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (คนซ้าย) และคุณสรัสวดี คุปตพงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายทรัพยากรบุคคล (คนขวา) รับรางวัลแห่งความสำเร็จ Top Employer Awards Thailand 2026 จาก Top Employer Institute ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 และเป็นบริษัทแรกในกลุ่มแอกซ่าในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ที่ได้รับรางวัลดังกล่าว ทั้งนี้รางวัลอันทรงเกียรตินี้สะท้อนถึงความโดดเด่นขององค์กรที่ไม่เพียงมีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน แต่ยังสามารถถ่ายทอดวิสัยทัศน์ให้เป็นแผนงานที่จับต้องได้จริง พร้อมสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่เท่าเทียม และยังเปิดโอกาสให้ทุกคนได้แสดงความคิดเห็น เรียนรู้และเติบโตร่วมกันกับองค์กร โดยคณะกรรมการได้พิจารณาจากแนวทางด้านทรัพยากรบุคคลที่มุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพของพนักงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างผู้นำคุณภาพในอนาคต ควบคู่ไปกับระบบการบริหารผลการปฏิบัติงานที่มีประสิทธิภาพ และการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่ รวมไปถึง AI มาใช้เพื่อเพิ่มศักยภาพในการทำงาน พร้อมทั้งการดูแลสุขภาวะและคุณภาพชีวิตของพนักงานอย่างรอบด้าน สิ่งที่สร้างความแตกต่างให้ กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต คือการหล่อหลอมวัฒนธรรม “Care & Dare” ที่ผสมผสานการดูแลพนักงานและการผลักดันให้ทุกคนกล้าสร้างความแตกต่าง กล้าเปลี่ยนแปลงอย่างสร้างสรรค์ รวมถึงเปิดพื้นที่ให้พนักงานมีส่วนร่วมในทุกระดับ พร้อมทั้งมอบโอกาสในการเติบโตไปด้วยกันกับองค์กรอย่างมั่นคงและยั่งยืน สำหรับท่านที่สนใจร่วมงานกับ บมจ. กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต สามารถติดต่อได้ที่ 02-056-3513 -15 หรือ www.krungthai-axa.co.th/career

19 Jan 2026

Banner Banner Banner Banner

Banner
  เทียบจุดแข็งแกร่ง “วิริยะ-ทิพย-กรุงเทพ” ประกันภัย   เมื่อพูดถึงวงการประกันภัย-วินาศภัยเมืองไทย มี 3 บริษัทใหญ่ของวงการและของประเทศไทย ที่ถือว่าเป็น”ขาใหญ่”หรือขาประจำที่แต่ละปี บริษัททั้ง 3 บริษัท มีกลยุทธ์การตลาด และจุดแข็งที่แตกต่างกันของแต่ละบริษัท และบริษัททั้ง 3 บริษัทนี้กำลังจะแย่งชิงเบี้ยประกันภัยเพื่อเป็นอันดับ 1 ของประเทศไทย เมื่อเทียบสัดส่วนในเรื่องยอดขาย และในแง่ของผลกำไร            ในแง่ยอดขายต่อปี          เบอร์ 1 บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) ด้วยจุดแข็งการทำประกันภัยรถยนต์ ที่มีเบี้ยประกันภัยสูงขายง่าย แต่ละปีสร้างยอดขายได้มีเบี้ยประกันภัยรับตรงรวม 40,879 ล้านบาท          เบอร์ 2 บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) ด้วยจุดแข็งงานประกันภัย Non Motor ประเภทขนส่งสินค้า Marin รวมทั้งลูกค้าของผู้ถือหุ้นใหญ่อย่าง ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ทำให้มียอดขายรับประกันภัยตรงอยู่ที่ 31,736.1 ล้านบาทแซงหน้าบริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ไปเรียบร้อย          เบอร์ 3 บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ด้วยจุดแข็งการเป็นบริษัท ที่มีกระทรวงการคลังถือหุ้นใหญ่ สามารถขยายตลาดผ่านพันธมิตรหรือผู้ถือหุ้นได้ง่าย และทำตลาดประกันภัยโครงสร้างพื้นฐาน โครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ของรัฐจึงทำให้มีเบี้ยประกันภัยต่อปี มีเบี้ยประกันภัยรวม 22,439 ล้านบาท จะกลับไล่บี้เบอร์ 1และ 2 ได้ต่อไป         ในแง่ผลกำไรต่อปี         เบอร์ 1 คงต้องให้บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) เนื่องจากได้งานจากหน่วยงานภาครัฐ และมีพันธมิตรที่หลากหลาย ด้วยยอดขายที่สูง และมีการบริหารการลงทุนที่พร้อม เพราะมีธนาคารออมสิน, กบข. , ธนาคารกรุงไทย, ปตท., บางจาก  ทำให้มีผลกำไรมาเป็นอันดับ 1  ทำให้บริษัทสามารถทำกำไรจากการรับประกันได้ 2,631 ล้านบาท        เบอร์ 2  ต้องยกให้เป็นของบริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) ด้วยการรับประกันภัยที่มีความเสี่ยงภัยต่ำ รวมทั้งความเชี่ยวชาญในการบริหารเงินลงทุนโดยธนาคารกรุงเทพ ทำให้มีผลกำไรมาเป็นที่ 2 และมีเบี้ยประกันภัยเป็นอันดับที่ 2        เบอร์ 3 บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) มียอดขายเป็นอันดับ 1 มาอย่างต่อเนื่อง แต่ด้วยเน้นประกันภัยรถยนต์ยอดขายสูงก็มีความเสี่ยงสูง ผลกำไรน้อย จึงวางไว้เป็นเบอร์ 3 ในด้านผลกำไร                                                 นายเอกวรพงศ์ อำนวยทรัพย์ (เอก-วรา)                                               บรรณาธิการบริหาร สื่อ CEO THAILAND  
อ่านต่อ...
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner