Responsive image

Tuesday, 11 Aug 2026

Banner

หน้าแรก > ECONOMY- FINANCE / เศรษฐกิจ - การเงิน


EXIM BANK ชี้เศรษฐกิจไทยปี 67 ลุ้นส่งออกขยายตัวครั้งแรกในรอบ 2 ปี ชูนวัตกรรมการเงินดอกเบี้ยผ่อนปรนทุกขนาดธุรกิจตลอด Green Export Supply Chain

Sat 18/05/2567


EXIM BANK ชี้เศรษฐกิจไทยปี 2567 ส่งสัญญาณฟื้นตัว เครื่องยนต์สำคัญขยายตัวพร้อมกันในรอบ 6 ปี ทั้งการบริโภคและการลงทุนภาครัฐและภาคเอกชน การท่องเที่ยว ตลอดจนการส่งออกซึ่งมีโอกาสขยายตัวครั้งแรกในรอบ 2 ปี โดยเฉพาะสินค้าอาหาร เครื่องดื่ม เครื่องใช้ในบ้าน อุปกรณ์ Gadgets และสินค้ารักษ์โลก ที่มีมูลค่าเพิ่มและผู้บริโภคทั่วโลกยินดีจับจ่าย EXIM BANK ในฐานะ Green Development Bank เสนอผลิตภัณฑ์นวัตกรรมทางการเงิน (Greenovation) เป็นสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยพิเศษ สำหรับ Suppliers ผู้ผลิต และผู้ซื้อ ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ตลอด Supply Chain การส่งออกที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สร้างระบบนิเวศและสังคมคาร์บอนต่ำ  

ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยในปี 2567 มีแนวโน้มกลับมาขยายตัวอยู่ที่ระดับ 2-3% เนื่องจากเครื่องยนต์สำคัญกลับมาขยายตัวพร้อมกันในรอบ 6 ปี ได้แก่ การบริโภคและการลงทุนทั้งภาครัฐและภาคเอกชน การท่องเที่ยว ตลอดจนเครื่องยนต์สำคัญอย่างการส่งออกซึ่งหดตัวในปีที่ผ่านมา มีแนวโน้มขยายตัวครั้งแรกในรอบ 2 ปี ท่ามกลางความไม่แน่นอนด้านความขัดแย้งภูมิรัฐศาสตร์ การฟื้นตัวช้าของภาคการผลิต และหนี้ครัวเรือนในระดับสูง ทั้งนี้ เป็นผลจากเศรษฐกิจโลกและการค้าโลกในปี 2567 มีแนวโน้มขยายตัว 3.2% และ 2.8% ตามลำดับ ราคาน้ำมันโลกและราคาโภคภัณฑ์ต่าง ๆ มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ทำให้ราคาสินค้าส่งออกปรับตัวสูงขึ้นตาม

กรรมการผู้จัดการ เปิดเผยต่อไปว่า อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการไทยต้องปรับตัวและแสวงหาโอกาสใหม่ ๆ ในตลาดโลก โดยยกระดับคุณภาพและมูลค่าสินค้าเพื่อเจาะตลาดที่มีความต้องการสินค้าไทย โดยเฉพาะสินค้าอาหาร เครื่องดื่ม เครื่องใช้ในบ้าน อุปกรณ์ Gadgets และสินค้ารักษ์โลก ขณะเดียวกันต้องติดตามข่าวสารและปฏิบัติตามมาตรการทางการค้าด้านสิ่งแวดล้อมในการส่งออกไปตลาดสำคัญของโลก เช่น สหรัฐฯ สหภาพยุโรป (EU) จีน ญี่ปุ่น และอินเดีย ซึ่งคิดเป็น 51% ของมูลค่าส่งออกรวมของไทยในปี 2566 ทั้งนี้ ข้อมูลจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ระบุว่า ในปี 2564 สัดส่วนการส่งออกสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมของไทยอยู่ที่ 7.6% ของมูลค่าส่งออกรวม ต่ำกว่าหลายประเทศ อาทิ เยอรมนี (15.4%) ญี่ปุ่น (15%) จีน (10.4%) และเกาหลีใต้ (10.2%)

EXIM BANK จึงได้พัฒนา Greenovation ที่มุ่งยกระดับสินค้าส่งออกของไทยเป็นสินค้ารักษ์โลกหรือ Green Products ควบคู่กับการสร้าง Green Export Supply Chain ตั้งแต่การจัดหาวัตถุดิบที่ไม่ทำร้ายสิ่งแวดล้อม กระบวนการผลิตที่ลดการปล่อยมลภาวะ บรรจุภัณฑ์ที่ย่อยสลายเองได้ตามธรรมชาติ และการขนส่งที่ใช้พลังงานสะอาด เป็นต้น นับเป็นธนาคารแรก ๆ (Lead Bank) ที่มี Solution ทางการเงินช่วยลดก๊าซเรือนกระจกได้ครบทุก Scope ทั้ง 1-2-3 กล่าวคือ สนับสนุนการปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิตให้สะอาดขึ้น การใช้พลังงานหมุนเวียน และการช่วยให้ Suppliers ดำเนินธุรกิจอย่างเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดย EXIM BANK สนับสนุนสินเชื่อให้แก่ Green Export Supply Chain  อัตราดอกเบี้ยพิเศษ เริ่มต้นที่ 3.85% ต่อปี ให้แก่ Suppliers และผู้ซื้อปลายทางของผู้ประกอบการตลอด Supply Chain ที่เกี่ยวเนื่องกับการส่งออก ช่วยให้ผู้ประกอบการรายเล็ก รายกลาง และรายใหญ่ สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนด้วยต้นทุนที่ต่ำได้ โดยอ้างอิงอัตราดอกเบี้ยที่ผู้ประกอบการรายใหญ่ (Sponsors) ได้รับ



สำหรับผลการดำเนินงานของ EXIM BANK ในเดือนมกราคม-มีนาคม 2567 EXIM BANK สนับสนุนผู้ประกอบการไทยให้สามารถแข่งขันได้ในตลาดโลกและขยายการค้าและการลงทุนทั้งในและต่างประเทศ ควบคู่กับการยกระดับธุรกิจไทยให้คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลกิจการที่ดี (ESG) สู่การเติบโตอย่างยั่งยืน
• สนับสนุนธุรกิจไทยสู่เวทีโลก : มีวงเงินอนุมัติสินเชื่อใหม่ 5,853 ล้านบาท มีสินเชื่อคงค้างและภาระผูกพัน 174,196 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11,474 ล้านบาท หรือ 7.05% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน  
• ส่งต่อความยั่งยืนเพื่อสังคม : มีสินเชื่อคงค้างและภาระผูกพันที่เป็น ESG 67,310 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 38.64% ของยอดทั้งหมด และเพิ่มขึ้นถึง 55.19% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ในจำนวนนี้เป็น SMEs จำนวน 12,475 ล้านบาท
• สร้างโอกาสการลงทุน : มีสินเชื่อคงค้างและภาระผูกพันเพื่อการลงทุน 127,516 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.14% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน มีสินเชื่อคงค้างและภาระผูกพันในโครงการระหว่างประเทศทั้งสิ้น 50,210 ล้านบาท เมื่อจำแนกเป็นรายตลาดที่สำคัญ EXIM BANK สนับสนุนธุรกิจไทยให้ขยายไปกลุ่มประเทศ CLMV และ New Frontiers ที่มีศักยภาพอย่างต่อเนื่อง โดยมีสินเชื่อคงค้างและภาระผูกพันในกลุ่ม CLMV และ New Frontiers จำนวน 43,257 ล้านบาท
• เสริมเกราะป้องกันความเสี่ยง : EXIM BANK มีปริมาณธุรกิจบริการประกันการส่งออกและการลงทุนเท่ากับ 54,092 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.45% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2567 EXIM BANK มีจำนวนลูกค้า 5,607 ราย ในจำนวนนี้เป็นลูกค้า SMEs มากถึง 81.15% นอกจากนี้ EXIM BANK ยังสนับสนุนผู้ประกอบการอย่างครบวงจร ผ่านการบ่มเพาะ/ให้ความรู้ จับคู่ทางธุรกิจ และให้คำปรึกษาทางการเงิน ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2567 EXIM BANK ได้ส่งเสริมศักยภาพผู้ประกอบการสะสมประมาณ 19,840 ราย

ขณะเดียวกัน EXIM BANK ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการทางการเงินเพื่อความยั่งยืน โดยมีสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPLs) จำนวน 8,600 ล้านบาท คิดเป็นอัตราส่วนสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ต่อสินเชื่อรวม (NPL Ratio) ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2567 เท่ากับ 4.99% และมีค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (Expected Credit Loss) จำนวน 15,972 ล้านบาท ซึ่งอยู่ในระดับที่แข็งแกร่ง คิดเป็นอัตราส่วนค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นต่อสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (Coverage Ratio) 185.72% ส่งผลให้ ณ สิ้นไตรมาสที่ 1 ของปี 2567 EXIM BANK มีกำไรจากการดำเนินงาน 805 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.71% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 132 ล้านบาท

“ปี 2567 EXIM BANK เดินหน้า Go the Extra Mile ชูบทบาท Green Development Bank สร้าง Greenovationช่วยเหลือผู้ประกอบการไทยทุกขนาดธุรกิจใน Green Export Supply Chain ให้ได้รับอัตราดอกเบี้ยพิเศษโดยอ้างอิงกับผู้ประกอบการรายใหญ่ พัฒนาสินค้ารักษ์โลกของไทยสู่ตลาดโลก เร่งเครื่องภาคส่งออกของไทยขยายตัวครั้งแรกในรอบ 2 ปี สร้างสังคมคาร์บอนต่ำ แก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมโลก พร้อมขานรับนโยบายรัฐบาลปรับลดอัตราดอกเบี้ย Prime Rate เทียบเท่า MRR รวม 0.40% ต่อปีนับแต่ต้นปีนี้ เหลือ 6.35% ต่อปี เป็นอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายย่อยชั้นดีที่ต่ำที่สุดในระบบธนาคาร ช่วยลดภาระให้กับผู้ประกอบการ โดยเฉพาะกลุ่ม SMEs อีกทั้งยังพัฒนา Greenovation อย่างต่อเนื่อง เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างยั่งยืนตั้งแต่ระดับชุมชน ประเทศชาติ และโลกโดยรวม” ดร.รักษ์ กล่าว
            

 


Tags : EXIM BANK ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร EXIM BANK ผลการดำเนินงาน Green Development Bank EXIM BANK ชี้เศรษฐกิจไทยปี 2567


Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

...

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า จากภาวะเศรษฐกิจและสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ส่งผลต่อราคาพลังงานและต้นทุนธุรกิจ ทำให้ SMEs หลายรายประสบปัญหาสภาพคล่องและเข้าถึงแหล่งทุนได้จำกัด ธนาคารออมสินจึงขานรับนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในการเร่งช่วยเหลือลูกหนี้ด้วยการเติมเงินใหม่ เปิดตัวสินเชื่อ “ออมสิน เติมตังค์ เสริมสภาพคล่อง” วงเงินรวม 2,000 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนลูกค้าสินเชื่อธุรกิจ SMEs ของธนาคารให้มีเงินทุนหมุนเวียนสำหรับเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินกิจการได้นานสูงสุด 12 เดือน ผ่อนนานสูงสุด 10 ปี และให้วงเงินกู้สูงสุดถึง 100% ของราคาประเมินหลักทรัพย์ค้ำประกัน เพื่อเติมทุนก้อนใหม่ให้ธุรกิจมีสภาพคล่องเพียงพอในการประคับประคองกิจการ รองรับค่าใช้จ่ายที่จำเป็น และรักษาการจ้างงานในช่วงเศรษฐกิจผันผวน เพื่อสนับสนุน SMEs ให้ก้าวข้ามทุกความท้าทายได้อย่างมั่นคง สินเชื่อ “ออมสิน เติมตังค์ เสริมสภาพคล่อง” เปิดให้ผู้ประกอบการ SMEs ที่เป็นลูกค้าสินเชื่อธุรกิจของธนาคารออมสินมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี และมีสถานะบัญชีปกติ ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 โดยไม่มีประวัติค้างชำระเกิน 90 วัน หรือไม่มีประวัติปรับปรุงโครงสร้างหนี้ในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา ณ วันที่ยื่นขอสินเชื่อ เพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน เสริมสภาพคล่อง เป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินกิจการ ลงทุนในทรัพย์สิน หรือไถ่ถอนจำนองจากสถาบันการเงินอื่น รวมถึงเป็นค่าใช้จ่ายในการไถ่ถอนจำนอง โดยวงเงินกู้จะพิจารณาตามความจำเป็นของวัตถุประสงค์การขอกู้และความสามารถในการชำระคืน มีให้เลือกทั้งแบบระยะสั้น (ทบทวนวงเงินรายปี) และระยะยาว ที่ผ่อนชำระได้นานสูงสุดถึง 10 ปี (รวมระยะเวลาปลอดชำระเงินต้นสูงสุด 1 ปี) อัตราดอกเบี้ยเป็นไปตามหลักเกณฑ์สินเชื่อธุรกิจและ SMEs ของธนาคาร และใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน ลูกค้าที่เข้าหลักเกณฑ์และต้องการเงินทุนเพื่อเสริมความคล่องตัวให้ธุรกิจ สามารถยื่นขอสินเชื่อได้ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2569 ณ ธนาคารออมสินทุกสาขาทั่วประเทศ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สาขาธนาคารออมสินเจ้าของบัญชี, GSB Contact Center โทร. 1115 หรือเว็บไซต์ www.gsb.or.th

08 Aug 2026

...

บมจ.กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต จัดแคมเปญใหญ่ “คุ้มครองอุ่นใจ ลุ้นรับโชคใหญ่ 6 เดือน 6 คัน” ในโอกาสฉลองครบรอบ 29 ปี ของบริษัทฯ  และเพื่อเป็นการตอบแทนลูกค้าคนสำคัญทุกท่าน  โดยแคมเปญนี้เป็นการเชิญชวนลูกค้าร่วมสนุกและลุ้นรางวัลใหญ่ รถยนต์ไฟฟ้า Tesla Model 3, รถยนต์ไฟฟ้า BYD Dolphin Standard Range,รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า Sleek Type S และรางวัลอื่นๆ มูลค่ารวมกว่า 7 ล้านบาท โดยแคมเปญเริ่มตั้งแต่วันนี้ - 31 ธันวาคม 2569 วิธีการรับสิทธิ์เพื่อร่วมลุ้นรับของรางวัล ลูกค้าที่ได้รับสิทธิ์ร่วมลุ้นรับรางวัล จะต้องดำเนินการตามเงื่อนไขด้านล่างภายในระยะเวลาโครงการตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม – 31 ธันวาคม 2569 สำหรับการซื้อกรมธรรม์ใหม่ การชำระเบี้ยประกันชีวิตประเภทสามัญ (เบี้ยฯปีต่ออายุ) ผ่านวิธีการและ/ หรือช่องทางการชำระเบี้ยที่กำหนด ดังนี้ สำหรับลูกค้าปัจจุบัน* เมื่อซื้อกรมธรรรม์ฉบับใหม่เพิ่ม รับ 3 สิทธิ์ /1 กรมธรรม์ โดยลูกค้าปัจจุบันจะต้องเป็นผู้ถือกรมธรรม์รายบุคคล (insured) ที่มีผลบังคับอย่างน้อย 1 กรมธรรม์ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 สำหรับลูกค้าใหม่ที่ซื้อกรมธรรม์เป็นฉบับแรก รับ 2 สิทธิ์ /1 กรมธรรม์ เมื่อแนบสัญญาเพิ่มเติมกลุ่มสุขภาพ หรือโรคร้ายแรง ในกรมธรรม์ฉบับเดิมหรือฉบับใหม่ รับ 1 สิทธิ์ /1 กรมธรรม์ การชำระเบี้ยประกันภัยปีต่อ รับ 1 สิทธิ์ / 1 กรมธรรม์ สมัครบริการชำระเบี้ยประกันแบบหักบัญชีอัตโนมัติผ่านบัญชีเงินฝาก (DA) หรือ ผ่านบัตรเครดิต (CCPA) รับ 1 สิทธิ์ / 1 กรมธรรม์ การชำระเบี้ยประกันชีวิตผ่านบัตรเครดิต VISA รับ 1 สิทธิ์ /1 กรมธรรม์ สมัครบริการรับผลประโยชน์ตามกรมธรรม์ผ่านบัญชีธนาคาร (DCA) รับ 1 สิทธิ์ / 1 กรมธรรม์ สำหรับการแนะนำเพื่อน (ผู้มุ่งหวัง) (กรณีกรอกข้อมูลผู้มุ่งหวังถูกต้องและสมบูรณ์) รับ 1 สิทธิ์ /  1 รายชื่อผู้มุ่งหวัง ขอสงวนสิทธิ์แบบประกันชีวิตควบการลงทุนไม่เข้าร่วมรายการ จำนวนสิทธิ์ในการลุ้นรับของรางวัล ลูกค้าผู้ที่จะใช้สิทธิ์จะต้องดาวน์โหลด ลงทะเบียน และเข้าใช้งานแอปพลิเคชัน Emma by AXA จึงจะมีสิทธิ์เข้าร่วมรายการ การแนะนำผู้มุ่งหวัง ผู้แนะนำต้องเป็นลูกค้าปัจจุบันของบริษัท กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) “บริษัท ฯ” ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 (ขอสงวนสิทธิ์ยกเว้นตัวแทนประกันชีวิตของบริษัท ฯ) และผู้ถูกแนะนำต้องไม่เคยมีกรมธรรม์ประกันชีวิตกับบริษัท ฯ มาก่อนเท่านั้น โดยผู้แนะนำต้องกรอกชื่อ-นามสกุล และหมายเลขโทรศัพท์ พร้อมระบุความสัมพันธ์ในลิงค์ที่ทางตัวแทนนำส่งให้ถูกต้องครบถ้วน กรมธรรม์จะต้องมีผลบังคับอยู่ ณ วันที่จับรางวัลและจัดส่งของรางวัล สงวนสิทธิ์รางวัล 1 รางวัลต่อลูกค้า 1 ท่าน ตลอดระยะเวลาโครงการ สำหรับลูกค้าที่เป็นผู้โชคดีได้รับรางวัลไปแล้วจะไม่มีสิทธิ์เข้าร่วมในการจับรางวัลในรอบอื่นของโครงการนี้ได้อีก พนักงานของบริษัท กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน), ตัวแทนประกันชีวิต และ คณะกรรมการดำเนินการจับรางวัล และ บริษัทที่เกี่ยวข้องกับการจัดกิจกรรม ไม่สามารถเข้าร่วมรายการจับรางวัลนี้ได้ สำหรับแคมเปญ “คุ้มครองอุ่นใจ ลุ้นรับโชคใหญ่ 6 เดือน 6 คัน” เปิดโอกาสให้ลูกค้าสะสมสิทธิ์และลุ้นรับรางวัลใหญ่จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2569 โดยมีกำหนดการจับรางวัล ทั้งหมด 4 รอบ เริ่มจับรางวัลตั้งแต่เดือนกันยายน 2569 ไปจนถึง เดือนมกราคม 2570 ดังนี้: ครั้งที่ 1: จับรางวัลในวันที่ 24 กันยายน 2569                ประกาศรายชื่อผู้โชคดีวันที่ 1 ตุลาคม 2569 ครั้งที่ 2: จับรางวัลในวันที่ 29 ตุลาคม 2569                  ประกาศรายชื่อผู้โชคดีวันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 ครั้งที่ 3: จับรางวัลในวันที่ 26 พฤศจิกายน 2569           ประกาศรายชื่อผู้โชคดีวันที่ 1 ธันวาคม 2569 ครั้งที่ 4: จับรางวัลในวันที่ 28 มกราคม 2570                ประกาศรายชื่อผู้โชคดีวันที่ 1 กุมภาพันธ์  2570 หมายเหตุ: ชิ้นส่วนที่เหลือจากการจับรางวัลในแต่ละครั้ง จะถูกนำมารวบรวมเพื่อจับรางวัลในรอบถัดไป สำหรับช่องทางการประกาศรายชื่อผู้โชคดี ประกาศผลรายชื่อผู้โชคดี ผ่านช่องทาง Facebook Official Fanpage “Krungthai-AXA Life” และ Website https://www.krungthai-axa.co.th โดยจะประกาศเลขที่กรมธรรม์ และชื่อ-นามสกุลผู้เอาประกันภัยของกรมธรรม์ที่ได้รับรางวัล ผู้โชคดีที่ได้รับรางวัล จะได้รับการติดต่อจากเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ ผ่านทางหมายเลขโทรศัพท์ 1159 ในเวลา 9.00 – 19.00 น. วันจันทร์ถึงวันศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์) โดยการติดต่อจะเป็นไปตามหมายเลขโทรศัพท์ที่ผู้โชคดีได้ระบุไว้ในขั้นตอนการสมัครทำประกันชีวิต เพื่อนัดหมายเข้ารับของรางวัล ณ บริษัท เฟเวอร์ลี่ จำกัด สำนักงานใหญ่  ที่อยู่ เลขที่ 43 อาคารไทยซีซีทาวเวอร์ ห้องเลขที่ 270 ชั้นที่ 27 ถนนสาทรใต้ แขวงยานนาวา เขตสาทร กรุงเทพมหานคร เบอร์ติดต่อ 02 673 9335 ท่านสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกิจกรรม การบริการ และผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ ได้ที่ www.krungthai-axa.co.th หรือ โทร.1159 ทั้งนี้อ่านรายละเอียดข่าวนี้เพิ่มเติมได้ที่ https://ktaxa.live/Promote-Lucky-Draw-29-Anniversary

08 Aug 2026

...

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า การออมเป็นรากฐานสำคัญของความมั่นคงทางการเงิน สอดรับกับนโยบายรัฐบาลที่มุ่งส่งเสริมให้ประชาชนมีวินัยการออม สามารถออมได้ต่อเนื่อง และต่อยอดเงินออมให้เกิดผลตอบแทนที่เหมาะสม เพื่อสร้างความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว ธนาคารออมสินจึงเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์การออมที่ตอบโจทย์ประชาชน โดยเฉพาะผู้ที่มีเงินก้อนและกำลังมองหาทางเลือกในการบริหารเงินออมให้ได้รับผลตอบแทนที่คุ้มค่า ควบคู่กับการรักษาเงินต้นอย่างมั่นคงและปลอดภัย ล่าสุด เปิดตัว 2 ผลิตภัณฑ์ ได้แก่ “สลากออมสินพิเศษ 5 ปี” ที่ให้ออมเงินพร้อมสิทธิ์ลุ้นรางวัลสูงสุด 20 ล้านบาททุกเดือนตลอดอายุสลาก และ เงินฝากเผื่อเรียกพิเศษ “ออมสิน ออมสุข” ซึ่งเป็นครั้งแรกของธนาคารออมสิน ที่ให้ผู้ฝากรับดอกเบี้ยทุกเดือนในอัตราเทียบเท่าเงินฝากประจำ 1.52% ต่อปี โดยไม่ต้องเสียภาษี ที่สำคัญ เงินฝากและดอกเบี้ยของลูกค้าธนาคารออมสินยังได้รับการประกันเต็มจำนวนจากรัฐบาลตามกฎหมาย จึงเป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการต่อยอดเงินออมอย่างมั่นใจ สะท้อนบทบาทของออมสินในฐานะ “ธนาคารเพื่อทุกชีวิต” ที่พร้อมส่งเสริมให้ประชาชนมีความมั่นคงทางการเงินอย่างยั่งยืน โดยทั้ง 2 ผลิตภัณฑ์มีรายละเอียดดังนี้ - ออมพร้อมลุ้นโชคสูงสุด 20 ล้านบาททุกเดือน กับ “สลากออมสินพิเศษ 5 ปี” เปิดรับฝากทั้งแบบใบสลากและสลากดิจิทัล ราคาหน่วยละ 500 บาท ระยะเวลารับฝาก 5 ปี ซื้อขั้นต่ำแบบใบสลาก 500 บาท และแบบดิจิทัล 1,000 บาท เมื่อฝากครบกำหนดได้รับดอกเบี้ย 5 บาท/หน่วย คิดเป็นอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 0.20% ต่อปี พร้อมสิทธิ์ลุ้นรางวัล เดือนละ 2 รอบ รวม 120 รอบตลอดอายุสลาก กรณีถอนก่อนครบกำหนดได้รับดอกเบี้ยตามเงื่อนไขของผลิตภัณฑ์ โดยดอกเบี้ยและเงินรางวัลสำหรับบุคคลธรรมดาได้รับการยกเว้นภาษี ซื้อสลากได้ตั้งแต่วันที่ 2 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป ที่ธนาคารออมสินทุกสาขา หรือกดซื้ออย่างสะดวกด้วยตนเองผ่านแอป MyMo   - ออมแบบรับดอกเบี้ยทุกเดือน กับเงินฝากเผื่อเรียกพิเศษ “ออมสิน ออมสุข” สำหรับบุคคลธรรมดาอายุ 7 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป เปิดบัญชีขั้นต่ำ 100,000 บาท ฝากเพิ่มครั้งละไม่น้อยกว่า 10,000 บาท ไม่จำกัดวงเงินรับฝากสูงสุด ระยะเวลาฝาก 3 ปี รับอัตราดอกเบี้ย 1.30% ต่อปี หรือเทียบเท่าเงินฝากประจำ 1.52% ต่อปี รับดอกเบี้ยทุกเดือนแบบวันชนวัน โดยไม่ต้องเสียภาษี และกรณีถอนก่อนครบกำหนด ธนาคารจะไม่เรียกคืนดอกเบี้ยที่ได้รับไปแล้ว เปิดรับฝากตั้งแต่วันที่ 2 สิงหาคม – 31 ตุลาคม 2569 ณ ธนาคารออมสินทุกสาขาทั่วประเทศ ผลิตภัณฑ์ส่งเสริมการออมทั้ง 2 รูปแบบ ช่วยให้ผู้มีเงินก้อนสามารถเลือกวางแผนการออมให้สอดคล้องกับเป้าหมายของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นการออมพร้อมโอกาสลุ้นรับรางวัล หรือการรับผลตอบแทนสม่ำเสมอทุกเดือน เพื่อสร้างความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ธนาคารออมสินทุกสาขาทั่วประเทศ เว็บไซต์ธนาคารออมสิน www.gsb.or.th หรือ GSB Contact Center โทร. 1115

04 Aug 2026

...

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นำผู้บริหารหน่วยงานภายใต้สังกัดกระทรวงการคลัง ร่วมเป็นเจ้าภาพในพิธีบำเพ็ญกุศลปัญญาสมวาร ในวาระครบ 50 วันแห่งการสิ้นพระชนม์ อุทิศถวายเป็นพระกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เพื่อแสดงความอาลัยและน้อมรำลึกในพระกรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น โดยมีนายเสกสรรค์ จันทร์ขวาง รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เป็นผู้แทนธนาคารเข้าร่วมพิธี เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 ณ ห้องกำปั่นเงิน ชั้น 21 อาคาร 150 ปี กระทรวงการคลัง    

02 Aug 2026

Banner Banner Banner Banner Banner Banner

Banner
  เปิดแผนงานสื่อ CEO THAILAND ปี 2569-2570 รุกคืบงานวิทยุ - ทีวี - อีเวนต์สื่อ                  สวัสดีครับท่านสมาชิกและผู้ติดตามสื่อออนไลน์ และสื่อในเครือ CEO THAILAND ตลอดมา 21 ปี ช่วงนี้ว่างเว้นจากสนามการเมืองระยะหนึ่ง ผมพอมีเวลากลับมาสานต่องานสื่อสักระยะหนึ่งคือในช่วงปี 2569-2570 จะกลับมาช่วยงานสื่อในฐานะที่ปรึกษา โดยจะยังเน้นในเรื่องสื่อออนไลน์ สื่อทีวี และสื่อวิทยุ และงานอีเวนต์ต่อเนื่องจากสื่อ ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2569 เป็นต้นไป ผมมีแผนงานของบริษัท เอก-วรา พับลิค รีเรชันส์ จำกัด ในสื่อดังต่อไปนี้คือ                          1. สื่อออนไลน์ CEO THAILAND              2. จัดทำรายการวิทยุ “คลื่นประกันภัย-การเงิน” ทางสถานีวิทยุ 96.25 MHZ (สถานีวิทยุการท่องเที่ยววัฒนธรรม) โครงการจัดทำรายการวิทยุเชิงข่าวสารในแวดวงประกันภัยและการเงิน นำเสนอข่าวสารเกี่ยวกับการประกันภัย-ประกันชีวิต  การเงิน และธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ทั้งสินเชื่อ ไฟแนนซ์ อสังหาริมทรัพย์ SMEs ออกอากาศทุกวันศุกร์ของทุกสัปดาห์ เวลา 17.00-18.00 น. ในเดือนสิงหาคม 2569               3. เดือนสิงหาคม 2569 สื่อได้จัดทำรายการทีวี “เรื่องเด่น...ประเด็นดัง” ออนแอร์ออกอากาศทางNBT2 ซึ่งเป็นรายการสดทีวี ที่นำเสนอนโยบายรัฐบาล และวิสัยทัศน์ ของผู้บริหารองค์กรภาครัฐ และภาคเอกชนในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสังคม บริการสาธารณะและบริการพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับสังคม และพี่น้องประชาชน ออกอากาศ ทุกวันจันทร์ที่ 1 และ 3 ของเดือน เวลา 10.00-10.30 น.               4. จัดงานมอบรางวัล “สุดยอดผู้บริหาร-องค์กรแห่งปี 2569” เดือนธันวาคม 2569 ที่จังหวัดกาญจนบุรี โครงการรับรางวัล  “สุดยอดผู้บริหาร-องค์กรแห่งปี 2569” เพื่อประกาศเกียรติคุณให้ผู้บริหารและองค์กรที่สร้างผลงานโดดเด่น ทั้งยังเป็นการกระตุ้นภาคธุรกิจเครือข่าย และSMEs ความตื่นตัวของชุมชนในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี รวมทั้งยังเป็นการสานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสื่อมวลชน-ภาคธุรกิจ -ผู้ประกอบการในพื้นที่ และพี่น้องประชาชน สื่อ CEO THAILAND จึงได้ร่วมกันจัดงานมอบรางวัลดังกล่าวขึ้น               5. โครงการจัดงานสัมมนา  “ทิศทางธุรกิจประกันภัย-การเงินแห่งปี 2569” ในเดือนธันวาคม 2569เพื่อเป็นการกระตุ้นภาคธุรกิจประกันภัยและการเงินในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรีและจังหวัดใกล้เคียง เพื่อความตื่นตัวของชุมชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร รวมทั้งจังหวัดกาญจนบุรี อีกทั้งยังเป็นการสานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสื่อมวลชน-ภาคธุรกิจ-ผู้ประกอบการในพื้นที่ และพี่น้องประชาชน สื่อ CEO THAILAND จึงได้ร่วมกันจัดงานสัมมนาดังกล่าวขึ้น               6. จัดงาน CSR ณ โรงเรียนบ้านท่าทุ่ม จ.กาญจนบุรี ในวันที่ 31 มกราคม 2570 โครงการจัดงานกิจกรรมเพื่อสังคม “CEO THAILAND CSR  OF THE YEAR 2027” เพื่อคืนกำไรสู่สังคมและสร้างความรู้ความเข้าใจให้คนในสังคม เป็นการกระตุ้นภาคธุรกิจประกันภัยและการเงิน และความตื่นตัวของชุมชนในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี อีกทั้งยังเป็นการสานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสื่อมวลชน-ภาคธุรกิจ -ผู้ประกอบการในพื้นที่ และพี่น้องประชาชนในพื้นที่ สื่อ CEO THAILAND จึงได้ร่วมกันจัดงานกิจกรรมดังกล่าวขึ้น T                                                                                                        (นายเอกวรพงศ์ อำนวยทรัพย์)
อ่านต่อ...
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner