Responsive image

Monday, 25 May 2026

Banner

หน้าแรก > ECONOMY- FINANCE / เศรษฐกิจ - การเงิน


EXIM BANK ชี้เศรษฐกิจไทยปี 67 ลุ้นส่งออกขยายตัวครั้งแรกในรอบ 2 ปี ชูนวัตกรรมการเงินดอกเบี้ยผ่อนปรนทุกขนาดธุรกิจตลอด Green Export Supply Chain

Sat 18/05/2567


EXIM BANK ชี้เศรษฐกิจไทยปี 2567 ส่งสัญญาณฟื้นตัว เครื่องยนต์สำคัญขยายตัวพร้อมกันในรอบ 6 ปี ทั้งการบริโภคและการลงทุนภาครัฐและภาคเอกชน การท่องเที่ยว ตลอดจนการส่งออกซึ่งมีโอกาสขยายตัวครั้งแรกในรอบ 2 ปี โดยเฉพาะสินค้าอาหาร เครื่องดื่ม เครื่องใช้ในบ้าน อุปกรณ์ Gadgets และสินค้ารักษ์โลก ที่มีมูลค่าเพิ่มและผู้บริโภคทั่วโลกยินดีจับจ่าย EXIM BANK ในฐานะ Green Development Bank เสนอผลิตภัณฑ์นวัตกรรมทางการเงิน (Greenovation) เป็นสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยพิเศษ สำหรับ Suppliers ผู้ผลิต และผู้ซื้อ ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ตลอด Supply Chain การส่งออกที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สร้างระบบนิเวศและสังคมคาร์บอนต่ำ  

ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยในปี 2567 มีแนวโน้มกลับมาขยายตัวอยู่ที่ระดับ 2-3% เนื่องจากเครื่องยนต์สำคัญกลับมาขยายตัวพร้อมกันในรอบ 6 ปี ได้แก่ การบริโภคและการลงทุนทั้งภาครัฐและภาคเอกชน การท่องเที่ยว ตลอดจนเครื่องยนต์สำคัญอย่างการส่งออกซึ่งหดตัวในปีที่ผ่านมา มีแนวโน้มขยายตัวครั้งแรกในรอบ 2 ปี ท่ามกลางความไม่แน่นอนด้านความขัดแย้งภูมิรัฐศาสตร์ การฟื้นตัวช้าของภาคการผลิต และหนี้ครัวเรือนในระดับสูง ทั้งนี้ เป็นผลจากเศรษฐกิจโลกและการค้าโลกในปี 2567 มีแนวโน้มขยายตัว 3.2% และ 2.8% ตามลำดับ ราคาน้ำมันโลกและราคาโภคภัณฑ์ต่าง ๆ มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ทำให้ราคาสินค้าส่งออกปรับตัวสูงขึ้นตาม

กรรมการผู้จัดการ เปิดเผยต่อไปว่า อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการไทยต้องปรับตัวและแสวงหาโอกาสใหม่ ๆ ในตลาดโลก โดยยกระดับคุณภาพและมูลค่าสินค้าเพื่อเจาะตลาดที่มีความต้องการสินค้าไทย โดยเฉพาะสินค้าอาหาร เครื่องดื่ม เครื่องใช้ในบ้าน อุปกรณ์ Gadgets และสินค้ารักษ์โลก ขณะเดียวกันต้องติดตามข่าวสารและปฏิบัติตามมาตรการทางการค้าด้านสิ่งแวดล้อมในการส่งออกไปตลาดสำคัญของโลก เช่น สหรัฐฯ สหภาพยุโรป (EU) จีน ญี่ปุ่น และอินเดีย ซึ่งคิดเป็น 51% ของมูลค่าส่งออกรวมของไทยในปี 2566 ทั้งนี้ ข้อมูลจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ระบุว่า ในปี 2564 สัดส่วนการส่งออกสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมของไทยอยู่ที่ 7.6% ของมูลค่าส่งออกรวม ต่ำกว่าหลายประเทศ อาทิ เยอรมนี (15.4%) ญี่ปุ่น (15%) จีน (10.4%) และเกาหลีใต้ (10.2%)

EXIM BANK จึงได้พัฒนา Greenovation ที่มุ่งยกระดับสินค้าส่งออกของไทยเป็นสินค้ารักษ์โลกหรือ Green Products ควบคู่กับการสร้าง Green Export Supply Chain ตั้งแต่การจัดหาวัตถุดิบที่ไม่ทำร้ายสิ่งแวดล้อม กระบวนการผลิตที่ลดการปล่อยมลภาวะ บรรจุภัณฑ์ที่ย่อยสลายเองได้ตามธรรมชาติ และการขนส่งที่ใช้พลังงานสะอาด เป็นต้น นับเป็นธนาคารแรก ๆ (Lead Bank) ที่มี Solution ทางการเงินช่วยลดก๊าซเรือนกระจกได้ครบทุก Scope ทั้ง 1-2-3 กล่าวคือ สนับสนุนการปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิตให้สะอาดขึ้น การใช้พลังงานหมุนเวียน และการช่วยให้ Suppliers ดำเนินธุรกิจอย่างเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดย EXIM BANK สนับสนุนสินเชื่อให้แก่ Green Export Supply Chain  อัตราดอกเบี้ยพิเศษ เริ่มต้นที่ 3.85% ต่อปี ให้แก่ Suppliers และผู้ซื้อปลายทางของผู้ประกอบการตลอด Supply Chain ที่เกี่ยวเนื่องกับการส่งออก ช่วยให้ผู้ประกอบการรายเล็ก รายกลาง และรายใหญ่ สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนด้วยต้นทุนที่ต่ำได้ โดยอ้างอิงอัตราดอกเบี้ยที่ผู้ประกอบการรายใหญ่ (Sponsors) ได้รับ



สำหรับผลการดำเนินงานของ EXIM BANK ในเดือนมกราคม-มีนาคม 2567 EXIM BANK สนับสนุนผู้ประกอบการไทยให้สามารถแข่งขันได้ในตลาดโลกและขยายการค้าและการลงทุนทั้งในและต่างประเทศ ควบคู่กับการยกระดับธุรกิจไทยให้คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลกิจการที่ดี (ESG) สู่การเติบโตอย่างยั่งยืน
• สนับสนุนธุรกิจไทยสู่เวทีโลก : มีวงเงินอนุมัติสินเชื่อใหม่ 5,853 ล้านบาท มีสินเชื่อคงค้างและภาระผูกพัน 174,196 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11,474 ล้านบาท หรือ 7.05% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน  
• ส่งต่อความยั่งยืนเพื่อสังคม : มีสินเชื่อคงค้างและภาระผูกพันที่เป็น ESG 67,310 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 38.64% ของยอดทั้งหมด และเพิ่มขึ้นถึง 55.19% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ในจำนวนนี้เป็น SMEs จำนวน 12,475 ล้านบาท
• สร้างโอกาสการลงทุน : มีสินเชื่อคงค้างและภาระผูกพันเพื่อการลงทุน 127,516 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.14% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน มีสินเชื่อคงค้างและภาระผูกพันในโครงการระหว่างประเทศทั้งสิ้น 50,210 ล้านบาท เมื่อจำแนกเป็นรายตลาดที่สำคัญ EXIM BANK สนับสนุนธุรกิจไทยให้ขยายไปกลุ่มประเทศ CLMV และ New Frontiers ที่มีศักยภาพอย่างต่อเนื่อง โดยมีสินเชื่อคงค้างและภาระผูกพันในกลุ่ม CLMV และ New Frontiers จำนวน 43,257 ล้านบาท
• เสริมเกราะป้องกันความเสี่ยง : EXIM BANK มีปริมาณธุรกิจบริการประกันการส่งออกและการลงทุนเท่ากับ 54,092 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.45% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2567 EXIM BANK มีจำนวนลูกค้า 5,607 ราย ในจำนวนนี้เป็นลูกค้า SMEs มากถึง 81.15% นอกจากนี้ EXIM BANK ยังสนับสนุนผู้ประกอบการอย่างครบวงจร ผ่านการบ่มเพาะ/ให้ความรู้ จับคู่ทางธุรกิจ และให้คำปรึกษาทางการเงิน ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2567 EXIM BANK ได้ส่งเสริมศักยภาพผู้ประกอบการสะสมประมาณ 19,840 ราย

ขณะเดียวกัน EXIM BANK ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการทางการเงินเพื่อความยั่งยืน โดยมีสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPLs) จำนวน 8,600 ล้านบาท คิดเป็นอัตราส่วนสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ต่อสินเชื่อรวม (NPL Ratio) ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2567 เท่ากับ 4.99% และมีค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (Expected Credit Loss) จำนวน 15,972 ล้านบาท ซึ่งอยู่ในระดับที่แข็งแกร่ง คิดเป็นอัตราส่วนค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นต่อสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (Coverage Ratio) 185.72% ส่งผลให้ ณ สิ้นไตรมาสที่ 1 ของปี 2567 EXIM BANK มีกำไรจากการดำเนินงาน 805 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.71% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 132 ล้านบาท

“ปี 2567 EXIM BANK เดินหน้า Go the Extra Mile ชูบทบาท Green Development Bank สร้าง Greenovationช่วยเหลือผู้ประกอบการไทยทุกขนาดธุรกิจใน Green Export Supply Chain ให้ได้รับอัตราดอกเบี้ยพิเศษโดยอ้างอิงกับผู้ประกอบการรายใหญ่ พัฒนาสินค้ารักษ์โลกของไทยสู่ตลาดโลก เร่งเครื่องภาคส่งออกของไทยขยายตัวครั้งแรกในรอบ 2 ปี สร้างสังคมคาร์บอนต่ำ แก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมโลก พร้อมขานรับนโยบายรัฐบาลปรับลดอัตราดอกเบี้ย Prime Rate เทียบเท่า MRR รวม 0.40% ต่อปีนับแต่ต้นปีนี้ เหลือ 6.35% ต่อปี เป็นอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายย่อยชั้นดีที่ต่ำที่สุดในระบบธนาคาร ช่วยลดภาระให้กับผู้ประกอบการ โดยเฉพาะกลุ่ม SMEs อีกทั้งยังพัฒนา Greenovation อย่างต่อเนื่อง เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างยั่งยืนตั้งแต่ระดับชุมชน ประเทศชาติ และโลกโดยรวม” ดร.รักษ์ กล่าว
            

 


Tags : EXIM BANK ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร EXIM BANK ผลการดำเนินงาน Green Development Bank EXIM BANK ชี้เศรษฐกิจไทยปี 2567


Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

...

บมจ.กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต  มุ่งมั่นในการเป็นมากกว่าบริษัทประกันชีวิต โดยเน้นการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมให้แก่ลูกค้า เดินหน้าส่งเสริมสุขภาพเชิงป้องกัน มอบสิทธิพิเศษคูปองส่วนลดมูลค่า 500 บาท สำหรับลูกค้าผู้ถือกรมธรรม์ประกันสุขภาพรายบุคคลที่มีอายุ 6 เดือนขึ้นไป และกรมธรรม์มีผลบังคับ ณ วันที่ 19 เมษายน 2569 เพื่อใช้เป็นส่วนลดค่ารับบริการฉีดวัคซีนที่ร่วมรายการ ประกอบด้วย 4 วัคซีน ได้แก่ วัคซีนไข้หวัดใหญ่ วัคซีนไข้เลือดออก วัคซีนปอดอักเสบ และวัคซีนงูสวัด โดยลูกค้าสามารถรับสิทธิ์ผ่านแอปพลิเคชัน Emma by AXA ในเมนู “Rewards PLUS+” โดยสามารถใช้สิทธิ์ได้ที่โรงพยาบาลในเครือ BDMS อาทิ กลุ่มโรงพยาบาลกรุงเทพ กลุ่มโรงพยาบาลสมิติเวช กลุ่มโรงพยาบาลพญาไท กลุ่มโรงพยาบาลเปาโล และโรงพยาบาลบีเอ็นเอช โดยลูกค้าสามารถเข้ารับบริการได้อย่างสะดวก เพียงแสดงรหัสคูปองส่วนลดจากเมนู Rewards PLUS+ บนแอป Emma by AXA พร้อมบัตรประกันสุขภาพ หรือบัตรประชาชน ณ เคาน์เตอร์โรงพยาบาล โดยเข้ารับบริการได้ตั้งแต่วันนี้ - วันที่ 31 กรกฎาคม 2569 นอกจากนี้ลูกค้าที่เข้ารับบริการฉีดวัคซีนที่โรงพยาบาลนอกเครือ BDMS หรือสถานพยาบาลที่ไม่ได้เข้าร่วมโครงการ ลูกค้ายังสามารถรับสิทธิพิเศษได้ โดยนำหลักฐานการฉีดวัคซีน อาทิ  ใบเสร็จรับเงิน บัตรวัคซีน หรือสมุดวัคซีนที่ออกโดยโรงพยาบาล อัปโหลดได้ที่ Rewards Plus+ ตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน - 31 กรกฎาคม 2569 เพื่อรับบัตรของขวัญมูลค่า 200 บาท  ทั้งนี้บริษัทฯ เชื่อมั่นว่าการสนับสนุนการเข้าถึงวัคซีนในครั้งนี้ จะช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันและยกระดับคุณภาพชีวิตของลูกค้าให้ดียิ่งขึ้น พร้อมช่วยลดความเสี่ยงของโรคสำคัญซึ่งอาจก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง โดยการเข้าถึงวัคซีนอย่างเหมาะสมไม่เพียงช่วยลดอัตราการเจ็บป่วยและการนอนโรงพยาบาล แต่ยังช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตและลดภาระค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพในระยะยาว ทั้งในระดับบุคคลและสังคมโดยรวม สอดคล้องกับนโยบายของบริษัทฯ ในการมีลูกค้ามาเป็นที่หนึ่งและอยู่เคียงข้างทุกความเชื่อมั่น ดูแลกันตลอดไป โดยท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.krungthai-axa.co.th/th/health-services/preventive-vaccine-2026 ทั้งนี้สำหรับแอปพลิเคชัน Emma by AXA สามารถดาวน์โหลดได้ทาง App store และ Google play และสำหรับลูกค้าที่สนใจกิจกรรมของบริษัท หรือผลิตภัณฑ์ และบริการอื่นๆ  ของบริษัทฯ ท่านสามารถติดต่อได้ที่ www.krungthai-axa.co.th หรือ โทร 1159 ทั้งนี้ท่านสามารถอ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่ https://ktaxa.live/Preventive_Vaccine_Campaign_News *เงื่อนไขเป็นไปตามบริษัท ฯ และกรมธรรม์กำหนด

24 May 2026

...

บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) ขอเชิญร่วมงาน Thailand Dive Expo และ Thailand Golf Expo มหกรรมแสดงสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยวเชิงกีฬาและไลฟ์สไตล์ ระหว่างวันที่ 21 - 24 พฤษภาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ภายในงานมีบริการด้านการท่องเที่ยว การดำน้ำ กีฬากอล์ฟ และกิจกรรมอื่นๆ ที่หลากหลายและครบครันที่สุดในภูมิภาคอาเซียน โดยกรุงเทพประกันภัยเป็นบริษัทประกันภัยรายแรกและรายเดียวในประเทศไทยที่มีผลิตภัณฑ์ประกันภัยนักดำน้ำ สำหรับท่องเที่ยวภายในประเทศ ไปร่วมออกบูทพร้อมนำเสนอแผนประกันภัยและโปรโมชันสุดพิเศษ สำหรับคนรักการดำน้ำและคนรักกอล์ฟ เมื่อทำประกันภัยกรมธรรม์ใหม่ รับของสมนาคุณสุดคุ้ม             ● ประกันภัยนักดำน้ำ สำหรับท่องเที่ยวภายในประเทศ เมื่อซื้อครบทุก 500 บาท รับฟรี Starbucks Card มูลค่า 100 บาท (สูงสุด 300 บาท) และรับเพิ่ม Shopping Bag             ● ประกันภัยผู้เล่นกอล์ฟ รับฟรี Starbucks Card มูลค่า 100 บาทต่อกรมธรรม์ และรับเพิ่มแก้วน้ำ LocknLock             ● ประกันภัยอื่นๆ รับส่วนลดพิเศษพร้อมของสมนาคุณมากมาย             นอกจากนี้ เมื่อทำประกันภัยตั้งแต่ 5,000 บาทขึ้นไป สามารถเลือกผ่อนชำระเบี้ยประกันภัย ดอกเบี้ย 0% นาน 6 เดือน หรือ 10 เดือนผ่านบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ             พบกับกรุงเทพประกันภัยได้ที่บูท C5 - C6 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ฮอลล์ 5 - 6 ชั้น LG ในวันที่ 21 - 24 พฤษภาคม 2569  

22 May 2026

...

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารออมสินเดินหน้าภารกิจส่งเสริมการออมและสร้างวินัยทางการเงิน ดำเนินการภายใต้แนวคิดการสนับสนุนให้คนไทยมีเงินออมตั้งแต่ก้าวแรก เพื่อเป็นรากฐานอันมั่นคงสำหรับก้าวต่อ ๆ ไปที่จะมีธนาคารออมสินอยู่เคียงข้างในแต่ละช่วงชีวิต : From Birth, to Legacy ตามแผนการดำเนินงานของธนาคารเพื่อสังคม เพื่อทุกชีวิต หรือ Smart Social Bank for All Lives โดยล่าสุด ธนาคารเปิดตัวเงินฝาก “ออมสิน ออมรัก” บัญชีเงินฝากเพื่อประโยชน์ของผู้เยาว์ ที่ออกแบบมาเพื่อส่งเสริมให้พ่อแม่เริ่มต้นเก็บออมให้บุตรตั้งแต่แรกเกิด สำหรับเป็นทุนการศึกษา หรือทุนอื่น ๆ ในอนาคต พร้อมเพิ่มสิทธิประโยชน์จูงใจด้วยความคุ้มครองจากประกันภัยอุบัติเหตุที่มอบให้ทั้งพ่อแม่ที่เป็นผู้ฝากและผู้เยาว์ในบัญชีเดียว ผลิตภัณฑ์เงินฝาก “ออมสิน ออมรัก” ถูกออกแบบขึ้นเป็นพิเศษสำหรับให้พ่อแม่ซึ่งเป็นผู้ให้กำเนิด สามารถเปิดบัญชีเพื่อบุตรอายุตั้งแต่แรกเกิด ถึงไม่เกินอายุ 10 ปีบริบูรณ์ โดยธนาคารออมสินเพิ่มสิทธิประโยชน์ประกันอุบัติเหตุกลุ่มจากบริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) มอบให้กับลูกค้า เป็นระยะเวลา 12 เดือนนับจากวันที่เปิดบัญชี สำหรับพ่อแม่ที่เป็นผู้เปิดบัญชีเงินฝาก “ออมสิน ออมรัก” จะได้รับความคุ้มครองชีวิตจากอุบัติเหตุตามเงื่อนไขที่บริษัทประกันกำหนด กล่าวคือ กรณีเสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ หรือทุพพลภาพถาวร รับความคุ้มครองเป็นวงเงิน 2 เท่าของยอดเงินฝากคงเหลือในบัญชี ณ วันก่อนประสบอุบัติเหตุ 1 วัน สูงสุดไม่เกิน 200,000 บาท/บัญชี ส่วนบุตรจะได้รับความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลจากอุบัติเหตุ เมื่อบัญชีมียอดเงินฝากคงเหลือตั้งแต่ 10,000 - 100,000 บาท คำนวณเป็นความคุ้มครองที่บุตรจะได้รับสิทธิประโยชน์ค่ารักษาพยาบาลร้อยละ 1 ของยอดเงินฝากคงเหลือในบัญชี ณ วันก่อนประสบอุบัติเหตุ สูงสุดครั้งละไม่เกิน 1,000 บาท/บัญชี/อุบัติเหตุแต่ละครั้ง และไม่จำกัดจำนวนครั้ง ทั้งนี้ ไม่เกินจำนวนเงินที่จ่ายจริง รายละเอียดอื่น ๆ เป็นไปตามเงื่อนไขของบริษัทประกันฯ ลูกค้าเงินฝาก “ออมสิน ออมรัก” โปรดศึกษาหลักเกณฑ์เงื่อนไขความคุ้มครองเพื่อรักษาสิทธิประโยชน์ประกันภัย และสามารถเริ่มต้นฝากเงินได้ตั้งแต่ 1 บาท ไม่จำกัดวงเงินรับฝาก อัตราดอกเบี้ย 0.25% ต่อปี ไม่ต้องเสียภาษี   ปัจจุบัน ธนาคารออมสินมีผลิตภัณฑ์และบริการที่สามารถตอบโจทย์ทางการเงินของคนไทยทุกช่วงวัย ทั้งเงินฝาก สินเชื่อ และผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ที่เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ทางการเงินครอบคลุมเป้าหมายทุกกลุ่มไม่ว่าจะประกอบอาชีพใด สอดคล้องตามจุดมุ่งหมายทางธุรกิจของธนาคารเพื่อสังคม เพื่อทุกชีวิต หรือ Smart Social Bank for All Lives ผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ GSB Contact Center โทร. 1115 และที่เว็บไซต์ www.gsb.or.th

15 May 2026

...

วิริยะประกันภัย จับมือ กรมการขนส่งทางบก ร่วมเสริมสร้างรากฐานความปลอดภัยบนท้องถนน ผ่านโครงการ “อบรมเสริมความรู้ให้แก่ผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถยนต์” ประจำปี 2569 มุ่งยกระดับทักษะการขับขี่ พร้อมปลูกฝังพฤติกรรมการใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัย โดยในปีนี้กำหนดจัดขึ้น 4 รอบ ได้แก่ รอบกรุงเทพฯ “27 - 28 มิ.ย. และ 22 – 23 ส.ค.” รอบนครนายก “11 - 12 ก.ค.” และระยอง “5 - 6 ส.ค.” เปิดรับเฉพาะผู้ไม่เคยมีใบอนุญาตขับรถยนต์มาก่อน นายพงศ์พันธ์ ประภาศิริลักษณ์ ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า การยกระดับความปลอดภัยบนท้องถนน ยังคงเป็นหนึ่งในภารกิจสำคัญของบริษัทฯ ที่ดำเนินควบคู่ไปกับการบริหารความเสี่ยงภัยให้กับประชาชน โดยที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้ทำงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อผลักดันกิจกรรมด้านความปลอดภัยทางถนนในหลากหลายมิติ อันนำไปสู่การลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ใช้รถใช้ถนนในภาพรวม ด้วยความมุ่งมั่นในการสร้างรากฐานความปลอดภัยทางถนนอย่างยั่งยืน บริษัทฯ จึงได้ร่วมกับ กรมการขนส่งทางบก จัดโครงการ “อบรมเสริมความรู้ให้แก่ผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถยนต์” ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค มาอย่างต่อเนื่องกว่า 35 ปี นับตั้งแต่ปี พ.ศ.2533 โดยมุ่งหวังให้กลุ่มผู้ขับขี่รถยนต์มือใหม่ และผู้ขับขี่ที่ไม่มีใบอนุญาตขับรถยนต์ เกิดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกฎจราจรที่ถูกต้อง มีทักษะการขับขี่ที่ดี ควบคู่ไปกับการคำนึงถึงความรับผิดชอบต่อส่วนรวม อันจะช่วยยกระดับมาตรฐานการใช้รถใช้ถนนของสังคมไทยให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง สำหรับ ปี 2569 นี้ บริษัทฯ มีกำหนดจัดโครงการอบรมเสริมความรู้ให้แก่ผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถยนต์ ทั้งหมด 4 รุ่น แบ่งเป็น “รอบส่วนกลาง” ทั้งหมด 2 รุ่น ได้แก่ รุ่นที่ 381 วันที่ 27-28 มิถุนายน 2569 และ รุ่นที่ 382 วันที่ 22-23 สิงหาคม 2569 ณ อาคาร 4 กรมการขนส่งทางบก จตุจักร และ “รอบส่วนภูมิภาค” ทั้งหมด 2 รุ่น ได้แก่ รุ่นที่ 165 วันที่ 11-12 กรกฎาคม 2569 ณ สำนักงานขนส่งจังหวัดนครนายก และ รุ่นที่ 166 วันที่ 5-6 กันยายน 2569 ณ สำนักงานขนส่งจังหวัดระยอง โดยผู้เข้ารับอบรมฯ จะได้รับความรู้เกี่ยวกับกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการขับรถ จิตสำนึกและมารยาทในการขับรถ ตลอดจนข้อปฏิบัติเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน ซึ่งภายหลังอบรมเรียบร้อยแล้ว ผู้เข้าอบรมฯ จะมีสิทธิ์เข้ารับการทดสอบข้อเขียนระบบอิเล็กทรอนิกส์ (E-exam) และทดสอบปฏิบัติขับรถยนต์ ตามมาตรฐานความปลอดภัยและระเบียบเดียวกับการขอรับใบอนุญาตขับรถยนต์ในวันเวลาราชการ หากสอบผ่านจะได้รับใบอนุญาตขับรถยนต์ทันที ทั้งนี้ ผู้สนใจเข้าร่วมโครงการฯ จะต้องไม่เคยได้รับใบอนุญาตขับรถยนต์มาก่อน ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ ไม่เป็นบุคคลวิกลจริต จิตฟั่นเฟือน ไม่เป็นผู้ที่มีร่างกายพิการ หรือมีโรคประจำตัวที่อาจก่อให้เกิดอันตรายขณะขับขี่ยานพาหนะ และต้องไม่อยู่ระหว่างการถูกยึด หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับรถยนต์ พร้อมเตรียมเอกสารประกอบการสมัคร ได้แก่ บัตรประจำตัวประชาชน และใบรับรองแพทย์ตามแบบแพทยสภารับรอง (อายุไม่เกิน 1 เดือน นับจากวันที่ออกเอกสารจนถึงวันเข้าอบรม) โดยสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) แผนกกิจกรรมเพื่อสังคม โทรศัพท์หมายเลข 02-129-8888 ต่อ 7419, 7422, 7443  

13 May 2026

Banner Banner Banner Banner Banner Banner Banner

Banner
  ปี 2569 ประเทศไทย กับคำว่า “เผาจริง”   วันนี้ก้าวเดือนที่ 3 ของปี 2569 แต่ดูเหมือนว่า ประเทศไทยผ่านเทศกาลปีใหม่ วาเลนไทม์ ตรุษจีน และวันเข้าพรรษามาแล้ว ประเทศไทยการเลือกตั้งใหญ่ ที่มีข้อผิดพลาดเกิดจากการกำกับการเลือกตั้งขององค์กรอิสระอย่าง กกต. เป็นการเลือกตั้งที่เลวร้ายครั้งหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์การเมืองไทย ด้านเศรษฐกิจ ยังคงโงหัวไม่ขึ้น นอกนั้นประเทศไทยยังคงมีปัญหาชายแดนกับประเทศเขมรยังคงคาราคาซัง รอรบรอบ 3 อยู่เหมือนเดิม ตอนนี้กำลังเกิดสงครามที่คาบสมุทรอาหรับระหว่าง อิหร่านกับอิสราเอล ที่ได้รับการสนับสนุนการทำสงครามจากสหรัฐอเมริกา จนอาจจะกลายเป็นสงครามระหว่างโลกอาหรับกับสหรัฐอเมริกา และอาจจะลามไปถึงสงครามโลกครั้งที่ 3 ก็ได้ แน่นอนว่า สงครามอ่าวอาหรับ ซึ่งเป็นประเทศผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ของโลก ชัดเจนว่าเมื่อมีสงคราม ราคาน้ำมันต้องแพงขึ้น และพลังงานปัจจัยที่ 5 จะกลายเป็นอาวุธของอิหร่านและกลุ่มอาหรับ ซึ่งย่อมส่งผลด้านต้นทุนการผลิต ภาคการขนส่ง สินค้าราคาแพงขึ้น เศรษฐกิจโลกจะปั่นป่วน ซึ่งแน่นอนว่าประเทศไทยที่มีภาวะอ่อนแอทางเศรษฐกิจอยู่แล้ว ย่อมได้รับผลจากภาวะสงครามอาหรับ สงครามกับเขมร รวมทั้งรัฐบาลใหม่ที่จะเข้ามาบริหารประเทศ ต้องแสดงผลงาน เพราะปี 2569 จะเป็นปีเผาจริงทางเศรษฐกิจของประเทศไทย    หากว่าการเมืองไทยนิ่ง รัฐบาลได้บริหารประเทศ จะเป็นการท้าทายความสามารถของดรีมทีมเศรษฐกิจของพรรคภูมิใจไทย เวลาที่ผ่านมาก่อนการเลือกตั้ง วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เวลาบริหารประเทศแค่ 2 เดือนยังวัดอะไรไม่ได้สำหรับนายอนุทิน ชาญวีรกุล และดรีมทีม เพราะเศรษฐกิจไทยปี 2569 ธุรกิจที่แข็งแรงอย่างธุรกิจการเงินและประกันภัยยังออกอาการให้เห็น แล้วธุรกิจที่อ่อนแออยู่แล้วจะเหลืออะไร นี่คือการบ้านข้อใหญ่ของรัฐบาลภูมิใจไทยและดรีมทีมประเทศไทย เพราะถึงเวลาที่จะได้พิสูจน์ผลงานบริหารประเทศ./   พูดแบบนายเอกวรพงศ์ (นายแทน)            
อ่านต่อ...
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner