Responsive image

Tuesday, 27 Oct 2026

หน้าแรก > BUSINESS-MARKETING-SME / ธุรกิจ - การตลาด - เอสเอ็มอี


“Krungsri SME Boost Up” สินเชื่อเร่งเครื่องธุรกิจ เพิ่มขีดความสามารถ SME ดอกเบี้ยพิเศษ 3.5% 2 ปีแรก วงเงินสูงสุด 40 ล้านบาท

Tue 30/07/2567


กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)) เดินหน้าสนับสนุนผู้ประกอบการ SME ด้วยผลิตภัณฑ์สินเชื่อ “Krungsri SME Boost Up” ภายใต้โครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) GSB Boost Up สำหรับผู้ประกอบการ SME ทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล ในรูปแบบของวงเงินสินเชื่อ ดอกเบี้ยพิเศษ 3.5% ในช่วง 2 ปีแรก ให้วงเงินสูงสุด 40 ล้าน ระยะผ่อนสูงสุด 7  ปี เพื่อให้ SME นำไปใช้เป็นเงินทุนสำหรับลงทุนขยายกิจการหรือปรับปรุงกิจการ หรือเป็นเงินทุนหมุนเวียนในธุรกิจ ซึ่งเป็นการช่วยเสริมสภาพคล่อง ลดต้นทุนทางการเงิน และใช้ลงทุนเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจ

นางสาวดวงกมล ลิมป์พวงทิพย์ ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านลูกค้าธุรกิจ SME ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “จากภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน ที่ต้นทุนการผลิตปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยอยู่ในช่วงขาขึ้นและยังคงทรงตัวอยู่ในระดับสูง ส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการ SME ทำให้กำไรลดลงและอาจประสบปัญหาด้านสภาพคล่อง สถานการณ์นี้ทำให้ SME มีความต้องการเงินทุนดอกเบี้ยต่ำอย่างเร่งด่วนเพื่อเสริมสภาพคล่องและปรับปรุงธุรกิจ กรุงศรีจึงได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์สินเชื่อ ‘Krungsri SME Boost Up’ ซึ่งเป็นสินเชื่อภายใต้โครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) GSB Boost Up โดยมุ่งเน้นกลุ่มเป้าหมายผู้ประกอบการ SME ทุกขนาด ครอบคลุมทั้งธุรกิจรายย่อย ธุรกิจขนาดเล็กและกลาง ทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล โดยผลิตภัณฑ์นี้มีจุดเด่นที่อัตราดอกเบี้ยพิเศษเพียง 3.5% สองปีแรก พร้อมวงเงินสูงสุดถึง 40 ล้านบาท และระยะเวลาการผ่อนชำระสูงสุดถึง 7 ปี โดยกรุงศรีได้ออกแบบผลิตภัณฑ์นี้เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ประกอบการ SME ในหลากหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นการใช้เป็นเงินทุนสำหรับการขยายกิจการ การปรับปรุงธุรกิจ หรือเป็นเงินทุนหมุนเวียน โดยมีเป้าหมายเพื่อช่วยเสริมสภาพคล่อง ลดต้นทุนทางการเงิน และสนับสนุนการลงทุนเพื่อยกระดับศักยภาพการผลิตและเพิ่มขีดความสามารถให้แก่ธุรกิจ”

“ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเป็นอีกหนึ่งความมุ่งมั่นตั้งใจของกรุงศรีในการสนับสนุนภาคธุรกิจ SME ทุกขนาด ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ผู้ประกอบการต้องเผชิญกับความท้าทายทางเศรษฐกิจและการแข่งขันที่สูงขึ้น ทั้งนี้ กรุงศรีได้วางเป้าหมายสนับสนุนสินเชื่อนี้ไว้ที่ 15,000 ล้านบาท ซึ่งนอกเหนือการสนับสนุนทางการเงินแล้ว ยังเสริมโอกาสทางธุรกิจให้กับลูกค้า SME ด้วยเครือข่ายแข็งแกร่งของกรุงศรีและ MUFG ผ่านแพลตฟอร์มจับคู่ธุรกิจออนไลน์ Krungsri Business Link ที่ปัจจุบันมีสมาชิกกว่า 6,000 บริษัท และเสริมด้วยกิจกรรมจับคู่เจรจาธุรกิจ Krungsri Business Matching และบริการที่ปรึกษา Krungsri ASEAN LINK สำหรับการขยายธุรกิจในอาเซียนอีกด้วย” นางสาวดวงกมล กล่าวปิดท้าย

สำหรับผู้ประกอบการที่สนใจ สามารถสอบถามข้อมูลได้ที่สาขาของธนาคาร หรือติดต่อผู้ดูแลความสัมพันธ์ลูกค้าของธนาคาร หรือศูนย์บริการลูกค้าธุรกิจกรุงศรี โทร. 02-296-6262 หรือ 02-626-6262 โดยเงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด

 


Tags : กรุงศรี กรุงศรีอยุธยา ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ธนาคารกรุงศรี ดวงกมลลิมป์พวงทิพย์ ผู้ประกอบการSME ผลิตภัณฑ์สินเชื่อKrungsriSMEBoostUp สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ


Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

...

ศูนย์วิจัยและข้อมูล SME D Bank เผยสถานการณ์สหรัฐฯ-อิหร่าน  ส่งผลกระทบต่อเอสเอ็มอีไทยทั้งทางตรงและทางอ้อม  ดันต้นทุนธุรกิจเพิ่ม โดยเฉพาะค่าพลังงาน ชี้ภาคผลิตแนวโน้มได้รับผลกระทบมากที่สุด แถมฉุดความเชื่อมั่นและจำนวนนักท่องเที่ยวลดลง  แนะเร่งปรับตัว บริหารต้นทุนอย่างเป็นระบบ  ประกาศพร้อมช่วยเหลือเสมอ ผ่านบริการพาถึงสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ 3% ต่อปี ช่วยลดภาระการเงินและส่งเสริมใช้เทคโนโลยี ยกระดับสร้างทางใหม่ด้วยพลังงานสีเขียว  ควบคู่หนุนพัฒนาครบวงจร เพิ่มมูลค่าสินค้า บริการ และขยายหาตลาดใหม่   นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank  เผยว่า “ศูนย์วิจัยและข้อมูล SME D Bank”  ประเมินผลกระทบของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทย  จากสถานการณ์สงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน  โดยผลกระทบทางตรง  คือ ต้นทุนพลังงาน ทั้งต้นทุนตรงและต้นทุนแฝง รวมถึง ต้นทุนปุ๋ย และสินค้าปิโตรเคมี จะปรับเพิ่มขึ้น  เงินเฟ้อทั่วไปปรับเพิ่ม  การปรับลดหรือเพิ่มอัตราดอกเบี้ยนโยบายจะทำได้ยาก อีกทั้ง เงินบาทเสี่ยงอ่อนค่า จากการขาดดุลบัญชี เดินสะพัด และภาครัฐจำเป็นใช้งบประมาณมากขึ้น ในการประคับประคองเศรษฐกิจ  ขณะเดียวกัน ยังส่งผลกระทบทางอ้อม  ทั้งด้านความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและผู้ประกอบการถดถอย  จำนวนนักท่องเที่ยวในและต่างชาติลดลง และค่าระวางและประกันภัยสูงขึ้น    ทั้งนี้ ภาคผลิต มีแนวโน้มจะได้รับผลกระทบจากเรื่องต้นทุนพลังงานปรับเพิ่มขึ้นมากที่สุด โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมหนัก เช่น เหล็ก และวัสดุก่อสร้าง เนื่องจากมีสัดส่วนต้นทุนค่าพลังงานแฝงในวัตถุดิบต้นน้ำสูงกว่า 60-70% ขณะที่ภาคบริการ ยกเว้นธุรกิจโลจิสติกส์ จะได้รับผลกระทบทางอ้อม อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ดังกล่าว อาจสร้างโอกาสทางธุรกิจ ด้านการส่งออกสินค้าทดแทนสินค้าที่ต้องหยุดผลิตในพื้นที่ตะวันออกกลาง เช่น สินค้ากลุ่มอาหาร และเกษตรแปรรูป เกิดการตื่นตัวลงทุนในกลุ่ม Green Energy และ Energy Efficiency รวมถึง EV  นอกจากนั้น อาจเกิดการย้ายฐานผลิต หรือชาวต่างชาติที่มีฐานะย้ายถิ่นมายังประเทศที่มีความปลอดภัยกว่า เป็นต้น สำหรับธุรกิจในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีแนวโน้มจะได้รับผลกระทบซ้ำเติมจากสถานการณ์สงครามสหรัฐ-อิหร่านมากที่สุด  เนื่องจากมีปัญหาเดิมอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นปัญหาสินค้าราคาเกษตรหลายตัวลดลง ภัยธรรมชาติ และสถานการณ์ไทย-กัมพูชา  เป็นต้น นายพิชิต กล่าวว่า  จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ทางรอดของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทย สิ่งสำคัญที่สุด คือ ต้องบริหารจัดการต้นทุนอย่างเป็นระบบ ไม่ว่าจะเป็นต้นทุนผันแปร และต้นทุนคงที่  มุ่งลดต้นทุนพลังงาน ด้วยการลงทุนใน Energy Efficiency  สร้างความแตกต่าง เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าและบริการ กระจายหาตลาดใหม่ และใช้เทคโนโลยี-นวัตกรรมมาช่วยลดต้นทุน   ทั้งนี้ SME D Bank ได้จัดเตรียมแนวทางในการช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ผ่านบริการ ด้านการเงิน ผ่านผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่จะช่วยลดต้นทุนทางการเงิน และสนับสนุนการลงทุนปรับเปลี่ยนเทคโนโลยี เครื่องจักร หรือปรับปรุงกระบวนการผลิต  รวมถึง เสริมสภาพคล่อง ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนการใช้พลังงาน ผ่าน 3 ผลิตภัณฑ์สินเชื่อ อัตราดอกเบี้ยพิเศษเพียง 3% ต่อปี คงที่ 3 ปีแรก ผ่อนชำระนานสูงสุดถึง 10 ปี  ได้แก่ “สินเชื่อ SME Green Productivity” วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 30 ล้านบาท เน้นลงทุนติดตั้งเครื่องจักรอุปกรณ์ใช้พลังงานสะอาด  , “สินเชื่อ Beyondติดปีก SME” วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 30 ล้านบาท เน้นยกระดับเพิ่มประสิทธิภาพธุรกิจ และ  “สินเชื่อ ปลุกพลัง SME” วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 1 ล้านบาท มุ่งสนับสนุนเอสเอ็มอีรายเล็กเข้าถึงแหล่งทุน โดยไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน  ควบคู่สนับสนุนด้านการพัฒนา ผ่านแพลตฟอร์ม DX by SME D Bank (dx.smebank.co.th) เติมความรู้ครบวงจร ทั้งด้านเพิ่มมูลค่าสินค้า บริการ การตลาด และมาตรฐาน เป็นต้น สามารถใช้บริการได้ทุกที่ ทุกเวลา ตลอด 24 ชั่วโมง และกิจกรรม Onsite ตลอดปี มุ่งเพิ่มทักษะ ยกระดับเพิ่มผลิตภาพ มุ่งสู่อุตสาหกรรมสีเขียว   ช่วยลดต้นทุนด้านพลังงาน  รวมถึง ขยายตลาด สร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ที่สนใจเข้าถึงบริการ “พัฒนาคู่เติมทุน” สามารถแจ้งความประสงค์รับบริการต่างๆ จาก SME D Bank ได้ ณ สาขา SME D Bank ทั่วประเทศ หรือช่องทางออนไลน์ต่าง ๆ เช่น LINE Official Account : SME Development Bank  และเว็บไซต์ www.smebank.co.th เป็นต้น สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม Call Center 1357

12 Mar 2026

...

นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) เป็นประธานเปิดกิจกรรม “Road Show ให้ความรู้ด้านการประกันภัยและการฉ้อฉลประกันภัย ให้แก่ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) และประชาชนเชิงรุก” ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2567 ในโอกาสนี้ เลขาธิการ คปภ. ได้กล่าวมีใจความสำคัญตอนหนึ่งว่า สำนักงาน คปภ. มีภารกิจสำคัญในการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย และคุ้มครองสิทธิประโยชน์ด้านการประกันภัยให้แก่พี่น้องประชาชน โดยมีสำนักงาน คปภ. ภาค/จังหวัด เป็นศูนย์กลางเผยแพร่ความรู้และประชาสัมพันธ์สิทธิประโยชน์ด้านการประกันภัยให้แก่ประชาชนในภูมิภาคต่าง ๆ เพื่อให้สามารถใช้การประกันภัยเป็นเครื่องมือในการบริหารความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน   ดังนั้น ประชาชนจึงควรมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเงื่อนไขความคุ้มครองและข้อยกเว้นของกรมธรรม์ประกันภัย เพื่อให้สามารถเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ประกันภัยให้เหมาะสมกับความต้องการในการบริหารความเสี่ยงได้อย่างเหมาะสม และสำนักงาน คปภ. ยังมีอีกหนึ่งภารกิจสำคัญในการป้องปรามการกระทำความผิดและลงโทษคนกลางประกันภัยที่กระทำความผิดเกี่ยวกับการฉ้อฉลประกันภัย ซึ่งกฎหมายประกันชีวิตและกฎหมายประกันวินาศภัยได้กำหนดพฤติกรรม และลักษณะของการกระทำที่อาจเข้าข่ายเป็นการฉ้อฉลประกันภัย ซึ่งในปัจจุบันพัฒนาการของเทคโนโลยีและสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป กลอุบายการฉ้อฉลประกันภัยที่มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น ส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อประชาชนและระบบประกันภัยในวงกว้างได้ ดังนั้น จึงมีความจำเป็นที่สำนักงาน คปภ. ต้องเสริมสร้างองค์ความรู้และเกราะป้องกันความเสี่ยงแก่ประชาชน และสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องให้แก่พี่น้องประชาชนเพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของการกระทำความผิดฉ้อฉลประกันภัย     สำหรับโครงการส่งเสริมให้ความรู้ด้านการประกันภัย และการฉ้อฉลประกันภัย ให้แก่ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) และประชาชนเชิงรุก ณ จังหวัดนครสวรรค์ ได้มีการจัดกิจกรรมตามโครงการดังกล่าวทั้งสิ้น 3 วัน ดังนี้ วันที่ 11 พฤศจิกายน 2567 เป็นกิจกรรม Road Show ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ โดยมีการบรรยายให้ความรู้แก่นิสิตนักศึกษาเกี่ยวกับหลักการเบื้องต้นของการประกันภัย บทบาทและหน้าที่ของสำนักงาน คปภ. การประกันภัยที่เกี่ยวข้องกับผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม รวมถึงหลักการเบื้องต้นเกี่ยวกับการฉ้อฉลประกันภัย พร้อมกันนี้ได้มีกิจกรรมให้นิสิตนักศึกษาร่วมสนุกลุ้นตอบคำถามด้วยกิจกรรม Kahoot ที่มุ่งเน้นส่งเสริมความรู้ความเข้าใจในเนื้อหาสาระที่วิทยากรได้บรรยายไปข้างต้น และวันที่ 13 พฤศจิกายน 2567 เป็นกิจกรรม Road Show ณ โรงเรียนนวมินทราชูทิศ มัชฉิม จังหวัดนครสวรรค์ โดยมีกิจกรรมให้น้อง ๆ ร่วมสนุกตอบคำถามเกี่ยวกับความรู้ความเข้าใจเบื้องต้นเกี่ยวกับประกันภัย ผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่เกี่ยวข้องกับการประกอบธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม     นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมให้น้อง ๆ นักเรียนในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นและตอนปลาย ร่วมสนุกในกิจกรรม "Bingo OIC" โดยให้น้อง ๆ รับชมคลิปที่เกี่ยวข้องกับการแนะนำองค์กร บทบาท หน้าที่และช่องทางการติดต่อสำนักงาน คปภ. การประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ การประกันภัยอุบัติเหตุ รวมถึงหลักการเบื้องต้นของการฉ้อฉลประกันภัย เพื่อนำคำศัพท์ประกันภัยจากเรื่องดังกล่าวที่น่าสนใจมาร่วมสนุกเพื่อเล่นเกมบิงโกคำศัพท์ประกันภัยลุ้นรับของรางวัล โดยน้อง ๆ ได้ให้การตอบรับและร่วมกิจกรรมกันอย่างสนุกสนาน   สำหรับกิจกรรมการสัมมนา “โครงการส่งเสริมให้ความรู้ด้านการประกันภัย และการฉ้อฉลประกันภัย ให้แก่ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) และประชาชนเชิงรุก” โดยนายอดิศร พิพัฒน์วรพงศ์ รองเลขาธิการด้านกฎหมายและตรวจสอบ ได้รับมอบหมายให้เป็นประธานเปิดงานดังกล่าว เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2567 ณ โรงแรมโฟทูซี เดอะชิคโฮเต็ล จังหวัดนครสวรรค์ โดยมีนางสาวชุติพร  เสชัง รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ ได้ให้เกียรติกล่าวต้อนรับ ซึ่งการสัมมนาแบ่งออกเป็น 2 ช่วง คือช่วงเช้าจะเป็นการเสวนาในหัวข้อ “การประกันภัยสำหรับธุรกิจ SME” และ “การฉ้อฉลประกันภัย” ส่วนในช่วงบ่ายเป็นการบรรยายในหัวข้อ “กฎหมายและหลักการประกันภัย”และ“การฉ้อฉลประกันภัย” โดยมีผู้เข้าร่วมสัมมนาประกอบด้วย ผู้ประกอบการ หัวหน้าส่วนราชการ และผู้แทนจากหน่วยงานต่าง ๆ เช่น สำนักงานคลังจังหวัดนครสวรรค์ สำนักงานธนารักษ์จังหวัดนครสวรรค์ สำนักยุติธรรมจังหวัดนครสวรรค์ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดนครสวรรค์ สภาหอการค้าจังหวัดนครสวรรค์ สภาอุตสาหกรรมจังหวัดนครสวรรค์ สมาคมประกันชีวิตไทย สมาคมประกันวินาศภัยไทย สมาคมนายหน้าประกันภัยไทย สมาคมตัวแทนประกันชีวิตและที่ปรึกษาการเงิน ธนาคารพาณิชย์ ตลอดจน ตัวแทน นายหน้าประกันภัย และอาสาสมัครประกันภัย เข้าร่วมงานสัมมนาเป็นจำนวนมาก   โดยโครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการส่งเสริมความรู้ด้านการประกันภัยให้แก่ผู้ประกอบการ SMEs เกี่ยวกับการฉ้อฉลประกันภัย ซึ่งในปัจจุบันพบว่ามีแนวโน้มที่การฉ้อฉลประกันภัยจำนวนเพิ่มมากขึ้น สืบเนื่องจากมีการนำวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์มาใช้ในธุรกิจประกันภัยมากขึ้น ทำให้เกิดการฉ้อฉลประกันภัยได้หลายช่องทาง ซึ่งอาจส่งผลกระทบในระยะยาวต่อเบี้ยประกันภัยที่อาจปรับสูงขึ้นได้ในอนาคต ให้แก่กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ ประชาชน ผู้ประกอบการ คณาจารย์ นักเรียน นักศึกษา บุคคลากรของโรงเรียนและมหาวิทยาลัย หัวหน้าส่วนราชการ และผู้แทนภาครัฐ รวมทั้งเอกชน ให้มีความเข้าใจภารกิจของสำนักงาน คปภ. และเป็นการเสริมสร้างความรู้ด้านการประกันภัยและการฉ้อฉลประกันภัย เสริมความรู้เข้าใจในเงื่อนไขความคุ้มครอง ข้อยกเว้นของกรมธรรม์ประกันภัยประเภทต่าง ๆ ตลอดจนตระหนักถึงผลกระทบของการฉ้อฉลประกันภัยและร่วมกันป้องกันการฉ้อฉลประกันภัย เพื่อเป็นเกราะป้องกันและคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของประชาชนผู้เอาประกันภัยต่อไป   ทั้งนี้ หากประชาชนไม่ได้รับความเป็นธรรมด้านประกันภัยหรือมีปัญหาเกี่ยวกับการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนจากบริษัทประกันภัย สามารถแจ้งเรื่องร้องเรียนดังกล่าวมายังสำนักงาน คปภ. ซึ่งมีกระบวนการพิจารณาข้อร้องเรียนด้านการประกันภัยหลายรูปแบบตามความต้องการและความซับซ้อนของเรื่อง ไม่ว่าจะการพิจารณาข้อร้องเรียนโดยพนักงานเจ้าหน้าที่ การไกล่เกลี่ยข้อพิพาทโดยผู้ไกล่เกลี่ยที่เป็นบุคคลภายนอกที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านการประกันภัย หรือการระงับข้อพิพาทโดยอนุญาโตตุลาการที่ขึ้นทะเบียนกับสำนักงาน คปภ. ซึ่งเป็นทางเลือกให้แก่ประชาชนผู้เอาประกันภัยในการใช้กระบวนการระงับข้อพิพาทที่มีความเป็นธรรมและรวดเร็วกว่าการดำเนินคดีทางศาล    

22 Nov 2024

...

นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เมืองไทยประกันชีวิต ร่วมกับ มูลนิธิเมืองไทยยิ้ม และกรมกิจการผู้สูงอายุ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จัดโครงการ “ร่วมคืนสุขภาพดีให้แก่ผู้สูงอายุ”  โดยมีจุดมุ่งหมายในการสร้างความสุขและรอยยิ้มแก่ผู้สูงอายุ ให้สามารถกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างมีสุขภาพดีอีกครั้ง ซึ่งประกอบไปด้วยกิจกรรมการคืนสุขภาพดี 2 โครงการ ได้แก่  การคืนสุขภาพข้อเข่าดี โครงการ “กลับมาเดินอย่างมีความสุขอีกครั้งในผู้สูงอายุ” ซึ่งได้ร่วมกับโรงพยาบาลตำรวจ ในการรักษาข้อเข่าเสื่อม ด้วยนวัตกรรมการฉีดข้อเข่าด้วยเกล็ดเลือดเข้มข้นชนิดปกติผ่านเทคนิคการปั่นสองครั้ง และการคืนสุขภาพดวงตาดี โครงการ “แสงแก้วผ่าตัดต้อกระจกแก่ผู้สูงวัยที่ขาดแคลน” ซึ่งได้ร่วมกับ โรงพยาบาลบ้านแพ้ว (องค์การมหาชน)  ในการรักษาโรคต้อกระจกด้วยการผ่าตัด เพื่อให้ผู้สูงวัยได้กลับมามองเห็นได้ชัดเจนขึ้น ทั้งนี้ ผู้เข้าร่วมโครงการ เพียงมีคุณสมบัติ เป็นผู้สูงอายุ มีอายุ 60 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป  เป็นผู้มีสัญชาติไทย และเป็นผู้มีรายได้น้อย  (โดยมีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือหน่วยของรัฐรับรองความเป็นผู้มีรายได้น้อย)  สำหรับผู้สูงวัยที่สนใจเข้าร่วมโครงการ สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดและเงื่อนไขเพิ่มเติมได้ที่ ฝ่ายพัฒนาชุมชนและสวัสดิการสังคม ของสำนักงานเขตได้ทั้ง 50 เขตทั่วกรุงเทพฯ หรือ ติดต่อที่กรมกิจการผู้สูงอายุ โทร. 02–642–4305 ภายในวันศุกร์ที่ 17 มิถุนายน 2565 นี้ อย่างไรก็ตาม โครงการดังกล่าวเกิดขึ้นจากความมุ่งมั่นของเมืองไทยประกันชีวิต ในการดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับการทำกิจกรรมเพื่อสังคมในทุก ๆ ด้าน พร้อมให้ความสำคัญต่อการก้าวเข้าสู่การเป็นสังคมผู้สูงอายุ สอดคล้องกับมูลนิธิเมืองไทยยิ้มที่มีวัตถุประสงค์และแผนปฏิบัติงานโครงการต่างๆ เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งรอยยิ้ม โดยเฉพาะงาน “ด้านการพัฒนาศักยภาพสังคมผู้สูงอายุ” เพิ่มโอกาสในการเข้าถึงการรักษาพยาบาลที่มีคุณภาพ และโครงการส่งเสริมสนับสนุนการสร้างสวัสดิการขั้นพื้นฐานเพื่อสุขภาพให้ผู้สูงอายุ จึงเป็นที่มาของการร่วมมือกับกรมกิจการผู้สูงอายุ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จัดโครงการ “ร่วมคืนสุขภาพดีให้แก่ผู้สูงอายุ”  ในครั้งนี้  

05 Jun 2022

...

บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) ขอเชิญร่วมงาน Thailand Dive Expo และ Thailand Golf Expo มหกรรมแสดงสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยวเชิงกีฬาและไลฟ์สไตล์ ระหว่างวันที่ 21 - 24 พฤษภาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ภายในงานมีบริการด้านการท่องเที่ยว การดำน้ำ กีฬากอล์ฟ และกิจกรรมอื่นๆ ที่หลากหลายและครบครันที่สุดในภูมิภาคอาเซียน โดยกรุงเทพประกันภัยเป็นบริษัทประกันภัยรายแรกและรายเดียวในประเทศไทยที่มีผลิตภัณฑ์ประกันภัยนักดำน้ำ สำหรับท่องเที่ยวภายในประเทศ ไปร่วมออกบูทพร้อมนำเสนอแผนประกันภัยและโปรโมชันสุดพิเศษ สำหรับคนรักการดำน้ำและคนรักกอล์ฟ เมื่อทำประกันภัยกรมธรรม์ใหม่ รับของสมนาคุณสุดคุ้ม             ● ประกันภัยนักดำน้ำ สำหรับท่องเที่ยวภายในประเทศ เมื่อซื้อครบทุก 500 บาท รับฟรี Starbucks Card มูลค่า 100 บาท (สูงสุด 300 บาท) และรับเพิ่ม Shopping Bag             ● ประกันภัยผู้เล่นกอล์ฟ รับฟรี Starbucks Card มูลค่า 100 บาทต่อกรมธรรม์ และรับเพิ่มแก้วน้ำ LocknLock             ● ประกันภัยอื่นๆ รับส่วนลดพิเศษพร้อมของสมนาคุณมากมาย             นอกจากนี้ เมื่อทำประกันภัยตั้งแต่ 5,000 บาทขึ้นไป สามารถเลือกผ่อนชำระเบี้ยประกันภัย ดอกเบี้ย 0% นาน 6 เดือน หรือ 10 เดือนผ่านบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ             พบกับกรุงเทพประกันภัยได้ที่บูท C5 - C6 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ฮอลล์ 5 - 6 ชั้น LG ในวันที่ 21 - 24 พฤษภาคม 2569  

22 May 2026

Banner Banner Banner Banner Banner Banner Banner Banner

Banner
  เปิดแผนงานสื่อ CEO THAILAND ปี 2569-2570 รุกคืบงานวิทยุ - ทีวี - อีเวนต์สื่อ                  สวัสดีครับท่านสมาชิกและผู้ติดตามสื่อออนไลน์ และสื่อในเครือ CEO THAILAND ตลอดมา 21 ปี ช่วงนี้ว่างเว้นจากสนามการเมืองระยะหนึ่ง ผมพอมีเวลากลับมาสานต่องานสื่อสักระยะหนึ่งคือในช่วงปี 2569-2570 จะกลับมาช่วยงานสื่อในฐานะที่ปรึกษา โดยจะยังเน้นในเรื่องสื่อออนไลน์ สื่อทีวี และสื่อวิทยุ และงานอีเวนต์ต่อเนื่องจากสื่อ ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2569 เป็นต้นไป ผมมีแผนงานของบริษัท เอก-วรา พับลิค รีเรชันส์ จำกัด ในสื่อดังต่อไปนี้คือ                          1. สื่อออนไลน์ CEO THAILAND              2. จัดทำรายการวิทยุ “คลื่นประกันภัย-การเงิน” ทางสถานีวิทยุ 96.25 MHZ (สถานีวิทยุการท่องเที่ยววัฒนธรรม) โครงการจัดทำรายการวิทยุเชิงข่าวสารในแวดวงประกันภัยและการเงิน นำเสนอข่าวสารเกี่ยวกับการประกันภัย-ประกันชีวิต  การเงิน และธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ทั้งสินเชื่อ ไฟแนนซ์ อสังหาริมทรัพย์ SMEs ออกอากาศทุกวันศุกร์ของทุกสัปดาห์ เวลา 17.00-18.00 น. ในเดือนสิงหาคม 2569               3. เดือนสิงหาคม 2569 สื่อได้จัดทำรายการทีวี “เรื่องเด่น...ประเด็นดัง” ออนแอร์ออกอากาศทางNBT2 ซึ่งเป็นรายการสดทีวี ที่นำเสนอนโยบายรัฐบาล และวิสัยทัศน์ ของผู้บริหารองค์กรภาครัฐ และภาคเอกชนในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสังคม บริการสาธารณะและบริการพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับสังคม และพี่น้องประชาชน ออกอากาศ ทุกวันจันทร์ที่ 1 และ 3 ของเดือน เวลา 10.00-10.30 น.               4. จัดงานมอบรางวัล “สุดยอดผู้บริหาร-องค์กรแห่งปี 2569” เดือนธันวาคม 2569 ที่จังหวัดกาญจนบุรี โครงการรับรางวัล  “สุดยอดผู้บริหาร-องค์กรแห่งปี 2569” เพื่อประกาศเกียรติคุณให้ผู้บริหารและองค์กรที่สร้างผลงานโดดเด่น ทั้งยังเป็นการกระตุ้นภาคธุรกิจเครือข่าย และSMEs ความตื่นตัวของชุมชนในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี รวมทั้งยังเป็นการสานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสื่อมวลชน-ภาคธุรกิจ -ผู้ประกอบการในพื้นที่ และพี่น้องประชาชน สื่อ CEO THAILAND จึงได้ร่วมกันจัดงานมอบรางวัลดังกล่าวขึ้น               5. โครงการจัดงานสัมมนา  “ทิศทางธุรกิจประกันภัย-การเงินแห่งปี 2569” ในเดือนธันวาคม 2569เพื่อเป็นการกระตุ้นภาคธุรกิจประกันภัยและการเงินในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรีและจังหวัดใกล้เคียง เพื่อความตื่นตัวของชุมชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร รวมทั้งจังหวัดกาญจนบุรี อีกทั้งยังเป็นการสานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสื่อมวลชน-ภาคธุรกิจ-ผู้ประกอบการในพื้นที่ และพี่น้องประชาชน สื่อ CEO THAILAND จึงได้ร่วมกันจัดงานสัมมนาดังกล่าวขึ้น               6. จัดงาน CSR ณ โรงเรียนบ้านท่าทุ่ม จ.กาญจนบุรี ในวันที่ 31 มกราคม 2570 โครงการจัดงานกิจกรรมเพื่อสังคม “CEO THAILAND CSR  OF THE YEAR 2027” เพื่อคืนกำไรสู่สังคมและสร้างความรู้ความเข้าใจให้คนในสังคม เป็นการกระตุ้นภาคธุรกิจประกันภัยและการเงิน และความตื่นตัวของชุมชนในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี อีกทั้งยังเป็นการสานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสื่อมวลชน-ภาคธุรกิจ -ผู้ประกอบการในพื้นที่ และพี่น้องประชาชนในพื้นที่ สื่อ CEO THAILAND จึงได้ร่วมกันจัดงานกิจกรรมดังกล่าวขึ้น T                                                                                                        (นายเอกวรพงศ์ อำนวยทรัพย์)
อ่านต่อ...
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner