Responsive image

Saturday, 17 Jan 2026

หน้าแรก > ECONOMY- FINANCE / เศรษฐกิจ - การเงิน


กรุงศรี รุกหนักพัฒนานวัตกรรม AI เสริมแกร่งดิจิทัลโซลูชัน ชู ‘Krungsri AI’ ยกระดับประสบการณ์ทางการเงินให้ง่ายยิ่งขึ้นในทุกมิติ

Sun 22/09/2567


นายเคนอิจิ ยามาโตะ (5 จากขวา) กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)  พร้อมด้วยคณะผู้บริหารนำโดย นายสยาม ประสิทธิศิริกุล (5 จากซ้าย) กรรมการเจ้าหน้าที่บริหาร; นางสาวสายสุนีย์ หาญประเทืองศิลป์ (4 จากขวา) ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านนวัตกรรมดิจิทัลและข้อมูล; นายพชร วันรัตน์เศรษฐ (4 จากซ้าย) ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ; คุณตุลย์ โรจน์เสรี (3 จากขวา) ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงานข้อมูลและการวิเคราะห์ และพันธมิตรสายเทคชั้นนำ โชว์ศักยภาพความเป็นผู้นำด้านดิจิทัลแบงก์กิ้ง ในงาน Krungsri Tech Day 2024: Technology for People มหกรรมเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อธุรกิจและการใช้ชีวิตของผู้คน จัดขึ้นที่ ทรู ดิจิทัล พาร์ค เวสต์


กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือ) โชว์ศักยภาพความเป็นผู้นำด้านดิจิทัลแบงก์กิ้ง กางแผนขับเคลื่อนด้านไอทีและดิจิทัลที่มุ่งผลักดันเทคโนโลยี AI ชูความแข็งแกร่งทีม ‘Krungsri AI’ ในการเสริมประสิทธิภาพดิจิทัลโซลูชัน เพื่อยกระดับการส่งมอบประสบการณ์ทางการเงินที่ทำให้ชีวิตและการทำธุรกิจของลูกค้าง่ายยิ่งขึ้นในทุกมิติ ในงาน Krungsri Tech Day 2024: Technology for People มหกรรมเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อธุรกิจและการใช้ชีวิตของผู้คน จัดขึ้นที่ ทรู ดิจิทัล พาร์ค เวสต์

นายเคนอิจิ ยามาโตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ได้ให้เกียรติเป็นประธานกล่าวเปิดงานว่า “ภายใต้แผนธุรกิจระยะกลางฉบับปัจจุบัน กรุงศรีตั้งเป้าหมายในการเป็นธนาคารชั้นนำแห่งภูมิภาคเพื่อความยั่งยืน โดยมุ่งรักษาความเป็นผู้นำในธุรกิจหลักและสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนด้วยการพัฒนาทางเทคโนโลยีสารสนเทศและดิจิทัลที่ครอบคลุม 4 ปัจจัยสำคัญ ได้แก่ เทคโนโลยีดิจิทัล ฐานข้อมูล ระบบนิเวศ และความร่วมมือจากพันธมิตร งาน Krungsri Tech Day 2024 จึงเปรียบเสมือนเวทีแสดงศักยภาพของกรุงศรีในฐานะผู้นำด้านเทคโนโลยีทางการเงิน ทั้งยังสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนานวัตกรรมทางการเงินของกรุงศรี เพื่อส่งมอบประสบการณ์ทางการเงินที่พร้อมตอบโจทย์ความต้องการและช่วยให้การใช้ชีวิตและการทำธุรกิจของลูกค้าง่ายยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันก็หวังว่างานดังกล่าวจะช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้เกิดการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อเป็นเครื่องมือในการส่งเสริมการเติบโตและความยั่งยืน”

 

ด้าน นายสยาม ประสิทธิศิริกุล ประธานกลุ่มสนับสนุนธุรกิจด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและดิจิทัล ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ในฐานะหนึ่งในผู้นำด้านดิจิทัลแบงก์กิ้ง กรุงศรีมุ่งขับเคลื่อนธุรกิจด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัลมาอย่างต่อเนื่อง โดยมีทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านและพันธมิตรที่ทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด เพื่อต่อยอดการพัฒนาและเพิ่มขีดความสามารถขององค์กร โดยการพัฒนาในด้านไอทีและดิจิทัลของกรุงศรีกรุ๊ปจะเป็นการพัฒนาอย่างเป็นองค์รวม ภายใต้แนวคิด Technology for People ที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาเทคโนโลยีหรือโซลูชันทางการเงินที่เข้าไปอยู่ในทุกๆ ไลฟ์สไตล์ของผู้คน ไม่ว่าคนเหล่านั้นจะมีพฤติกรรมความต้องการทางการเงินในรูปแบบใด โดยโซลูชันที่นำเสนอนั้นอาจไม่จำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีที่ล้ำสมัยมากที่สุด แต่ต้องสามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้คนได้มากที่สุด ด้วยประสบการณ์ทางการเงินที่สะดวก รวดเร็ว และง่ายยิ่งขึ้น โดยในปีนี้ เราได้ลงทุนกว่า 15,000 ล้านบาท เพื่อพัฒนาด้านไอทีและดิจิทัลโซลูชัน และยังได้เสริมศักยภาพการพัฒนาอย่างเข้มข้นด้วยทีม Krungsri AI ที่จะช่วยผลักดันการพัฒนาในด้าน AI, Machine Learning และ Data Analytics รวมทั้งการพัฒนาด้านบุคลากร ซึ่งเป็นการสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจกรุงศรีในภาพรวม พร้อมส่งเสริมความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีแบบองค์รวมครอบคลุมทั้งระบบนิเวศ”

 

“ด้วยความสำคัญของเทคโนโลยี AI ที่กำลังเข้ามามีบทบาทต่อการดำเนินงานในหลายๆ ธุรกิจ รวมทั้งภาคการเงิน ซึ่งกรุงศรีได้ทำการศึกษา ค้นคว้า และทดลองมาโดยตลอด และในปีนี้เราได้รุกหนักการพัฒนาด้าน AI โดยเสริมทัพทีม Krungsri AI สร้างความแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น เพื่อช่วยให้เกิดการศึกษาวิจัย และประยุกต์ใช้เทคโนโลยี AI ได้อย่างเข้มข้นยิ่งขึ้น ซึ่งจะมีส่วนสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน รวมถึงยกระดับประสบการณ์ของลูกค้าให้ดียิ่งขึ้น อาทิ การใช้ AI ประเมินมูลค่าคอนโด เพิ่มประสิทธิภาพการเติมเงินสดสำหรับตู้ ATM หรือแชตบอตที่พนักงานสามารถใช้ค้นหาและสรุปความรู้ต่างๆ ภายในองค์กร รวมถึงข้อมูลในเชิงลึก ด้วยการนำข้อมูลของธนาคารมาเชื่อมโยงและวิเคราะห์ออกมาเป็นคำตอบที่ชัดเจนและแม่นยำ นอกจากนี้ ด้วยผลลัพธ์จากการยกระดับ Core Banking ในปีที่ผ่านมา ทำให้กรุงศรีสามารถขยายศักยภาพเพื่อรองรับกับดีมานด์ของ Embedded Finance Solutions หรือการนำโซลูชันทางการเงินของกรุงศรีเข้าไปช่วยระบบหลังบ้านของธุรกิจต่างๆ โดยที่ลูกค้าหรือผู้ใช้งานอาจจะไม่ทราบว่ากำลังใช้โซลูชันของกรุงศรี ซึ่งที่ผ่านมากรุงศรีนำเสนอ Embedded Finance Solutions ให้กับหลายองค์กรในหลายกลุ่มธุรกิจ อาทิ แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ ธุรกิจระบบความปลอดภัย อุตสาหกรรมแปรรูปอาหาร เป็นต้น” นายสยาม กล่าวเสริม

 

จากซ้ายไปขวา- นายสยาม ประสิทธิศิริกุล ประธานกลุ่มสนับสนุนธุรกิจด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและดิจิทัล ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน); นางสาวสายสุนีย์ หาญประเทืองศิลป์ ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านนวัตกรรมดิจิทัลและข้อมูล ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน); นายพชร วันรัตน์เศรษฐ ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน); คุณตุลย์ โรจน์เสรี ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงานข้อมูลและการวิเคราะห์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)


 

ทั้งนี้ ทิศทางและกลยุทธ์ในการพัฒนาด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัลของกรุงศรี มุ่งให้ความสำคัญกับการพัฒนาแบบองค์รวมผ่าน 4 แกนหลัก ดังนี้

  • Krungsri AI: พัฒนา AI โดยเน้นการศึกษา ค้นคว้า ทดลอง และประยุกต์ใช้เทคโนโลยี AI  เพื่อเร่งเครื่องการพัฒนาดิจิทัลโซลูชันเพื่อการใช้ชีวิตและการทำธุรกิจ โดยมีเป้าหมายหลักคือ ยกระดับประสบการณ์ของลูกค้าให้ดีขึ้น เร็วขึ้น และง่ายยิ่งขึ้น
  • Embedded Finance Solutions: ใช้จุดแข็งและความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีและโซลูชันทางการเงินของกรุงศรีต่อยอดบริการทางการเงินรูปแบบใหม่ที่อยู่เบื้องหลังทุกรูปแบบการใช้ชีวิตของผู้คน ซึ่งช่วยยกระดับประสบการณ์ทางการเงินของลูกค้าในยุคดิจิทัลให้ดียิ่งขึ้น อาทิ เทคโนโลยี API ที่ช่วยให้การทำธุรกรรมมีความถูกต้องและรวดเร็วยิ่งขึ้น ระบบการชำระเงินออนไลน์ ธุรกรรมการขอสินเชื่อ และประกันภัย เป็นต้น     
  • Transformation: การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านไอที โดยมีแผนงานหลักภายใต้โครงการ “Jupiter by Krungsri” ซึ่งช่วยลดความซับซ้อนของสถาปัตยกรรมระบบไอทีให้สามารถใช้งานได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะการพัฒนาปรับปรุงผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ จะเป็นไปได้อย่างรวดเร็ว ขณะที่ลูกค้าจะได้รับประสบการณ์การบริการที่ดียิ่งขึ้น ทั้งในแง่ของความสะดวก รวดเร็ว และความปลอดภัย ทั้งนี้ ยังเอื้อต่อการพัฒนาต่อยอดในอนาคตซึ่งรวมถึงการขยายการให้บริการในระดับภูมิภาค และการปรับปรุงการปฏิบัติการด้วยโปรเจค Green IT เพื่อตอบโจทย์เป้าหมายด้านความยั่งยืน
  • Social Impact: ด้วยปริมาณความต้องการบุคลากรสายเทคที่เพิ่มขึ้นอย่างมากในปัจจุบัน กรุงศรีพร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างศักยภาพให้กับบุคลากรสายเทค รวมถึงพัฒนาทักษะด้านเทคโนโลยีให้กับผู้ที่สนใจแม้ไม่ได้เรียนจบหรือมีประสบการณ์การทำงานในสายเทค โครงการเหล่านี้ไม่เพียงตอบโจทย์การเติมเต็มบุคลากรให้กับกรุงศรี แต่ยังช่วยสร้างทักษะให้กับทรัพยากรในตลาดแรงงานเพื่อเพิ่มโอกาสและความเท่าเทียมในการเข้าถึงตำแหน่งงานสายเทคโนโลยีให้กับผู้คนอีกเป็นจำนวนมาก อาทิ โครงการ Krungsri Universe Collaboration โดย Stellar by krungsri ร่วมมือกับสถาบันการศึกษาชั้นนำของประเทศ ช่วยพัฒนาความรู้ ทักษะด้านเทคโนโลยี และความพร้อมในการทำงานสายเทคให้กับนักศึกษา โครงการ QA Academy ของกรุงศรี นิมเบิล ที่ขยายโอกาสการพัฒนาทักษะทางเทคโนโลยีให้กับบุคลากรในภูมิภาค เพื่อเข้าถึงตำแหน่งงานในกลุ่มเทคโนโลยีที่มีความต้องการสูง รวมทั้งเปิดตัว โครงการ Krungsri Upskill & TITAN Program ที่เปิดโอกาสให้บุคลากรในสายงานต่างๆ ได้มาอัปสกิลและรีสกิลตัวเองเข้าสู่สายงานเทค ด้วยการอบรมทักษะอย่างเข้มข้นร่วมกับพันธมิตรสายเทคชั้นนำ เพื่อพัฒนาศักยภาพและเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงตำแหน่งงานที่เหมาะสม

 

สำหรับงาน Krungsri Tech Day 2024 จัดต่อเนื่องเป็นปีที่สาม โดยในปีนี้ กรุงศรีร่วมมือกับพันธมิตรสายเทค ได้แก่ Accenture, AWS, Dynatrace, G-Able, HPE, IBM, Kyndryl, MFEC, Microsoft, NUTANIX, PagerDuty, Stream I.T. และ True Digital Park นำเสนอความก้าวหน้าและการใช้งานเทคโนโลยีที่ช่วยให้ทั้งชีวิตและการทำธุรกิจง่ายขึ้นในทุกมิติ พร้อมเปิดพื้นที่ให้คนสายเทค สายธุรกิจ และบุคคลทั่วไปที่สนใจเทคโนโลยีได้มาอัปเดตเทรนด์การพัฒนาเทคโนโลยี อัปเลเวลการทำธุรกิจด้วยโซลูชันพร้อมใช้ และอัปสกิลความสามารถด้านเทคโนโลยีแบบเข้มข้นผ่านเวทีสัมมนา และกิจกรรมเวิร์กชอปที่น่าสนใจมากมายกว่า 40 หัวข้อ โดยผู้เชี่ยวชาญจากทั้งธนาคารกรุงศรี และพันธมิตร กว่า 70 ท่าน

“สุดท้ายนี้ กรุงศรี ขอขอบคุณพันธมิตรทุกท่านที่ช่วยสนับสนุนการจัดงานครั้งนี้ ซึ่งทำให้เราได้มีโอกาสนำเสนอ   นวัตกรรมทางการเงินและเทคโนโลยีที่สามารถนำไปต่อยอดธุรกิจได้อย่างครอบคลุม และยังได้ร่วมเป็นกำลังสำคัญในการเสริมสร้างศักยภาพของบุคลากรสายเทคให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น โดยหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะช่วยสร้างการเติบโตทางธุรกิจ และที่สำคัญที่สุด คือเพื่อสนับสนุนการใช้ชีวิตและการทำธุรกิจของลูกค้าให้ง่ายยิ่งขึ้น สอดคล้องกับคำมั่นสัญญา ‘ชีวิตง่าย ได้ทุกวัน’ ” นายสยาม กล่าวทิ้งท้าย


Tags : กรุงศรี กรุงศรีอยุธยา ธนาคารกรุงศรีอยุธยา เคนอิจิยามาโตะ สยามประสิทธิศิริกุล KrungsriAI กรุงศรีรุกพัฒนานวัตกรรมAI


Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

...

  ธนาคารออมสิน ร่วมส่งมอบความสุขในช่วงเทศกาลต้อนรับปีใหม่ 2569 จัดเตรียมของขวัญ เพื่อส่งความสุขให้ประชาชน ภายใต้โครงการ “วินัยดี มีเงิน” ให้แก่ลูกค้าธนาคารด้วยการมอบเงินของขวัญพิเศษรายละ 1,000 บาท ให้แก่ลูกหนี้ที่ใช้บริการสินเชื่อวงเงินกู้ไม่เกิน 200,000 บาท มีประวัติชำระหนี้ดีติดต่อกันไม่น้อยกว่า 3 ปี ไม่เคยปรับโครงสร้างหนี้/ไม่มีประวัติการตัดหนี้สูญ และมีสถานะหนี้ปกติ (ค้างชำระไม่เกิน 30 วัน) ทั้งนี้ ธนาคารจะโอนเงินเข้าบัญชีภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 เฉพาะผู้ที่มีบัญชีเงินฝากเผื่อเรียกที่เป็นชื่อตนเอง (ยกเว้นบัญชีเพื่อประโยชน์ของผู้เยาว์ และบัญชีร่วม) ที่กดรับสิทธิ์ผ่านแอปพลิเคชัน MyMo ภายในวันที่ 31 มกราคม 2569 และเงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด เพื่อมอบเป็นขวัญและกำลังใจแก่ลูกค้าที่มีวินัยในการผ่อนชำระหนี้ที่ดี นำไปใช้เป็นเงินทุนเสริมสภาพคล่องในการประกอบอาชีพ หรือใช้จ่ายในช่วงเทศกาลปีใหม่  

11 Jan 2026

...

นายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ส่งมอบของขวัญวันเด็ก ธ.ก.ส. เนื่องในโอกาสวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2569 ประกอบด้วย แก้วน้ำสกรีนลาย “ม้านิลมังกร” Limited Edition และกระปุกออมทรัพย์ตราสัญลักษณ์ธนาคาร โดยมอบให้แก่ผู้แทนโรงเรียน ชุมชน องค์กรภาครัฐ องค์กรเอกชน และมูลนิธิต่าง ๆ รวมกว่า 70 แห่งทั่วประเทศ เพื่อนำไปส่งมอบต่อให้กับเด็กและเยาวชนในพื้นที่ ทั้งนี้ ธ.ก.ส. มุ่งหวังร่วมสร้างความสุข รอยยิ้ม และส่งต่อกำลังใจให้แก่เด็กและเยาวชน อันเป็นทรัพยากรที่สำคัญของชาติ ให้เติบโตอย่างมีคุณภาพ พร้อมเป็นพลังขับเคลื่อนสังคมไทยในอนาคต   นอกจากนี้ ธ.ก.ส. ยังได้ดำเนินการเติมเยาวชนและคนรุ่นใหม่เข้าสู่ภาคการเกษตร เพื่อแก้ไขปัญหา Aging Society โดยให้กลุ่มคนเหล่านี้มองเห็นโอกาสในการสร้างรายได้เทียบเท่ากับการทำงานในเมือง ผ่านโครงการเกษตรธนากร โดยเติมความรู้ทักษะด้านการเกษตรสมัยใหม่ และความรู้ทางการเงินให้กับเยาวชนในโรงเรียน เพื่อปูทางไปสู่การเป็นผู้ประกอบการทางการเกษตรในอนาคต นำร่อง 27 โรงเรียนทั่วประเทศ จาก 9 ฝ่ายกิจการสาขาภาค และเตรียมขยายผลไปยังโรงเรียนอื่น ๆ ทั่วประเทศต่อไป เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2569 ณ โถง ชั้น 2 อาคารทาวเวอร์ ธ.ก.ส. สำนักงานใหญ่ กรุงเทพมหานคร    

11 Jan 2026

...

SME D Bank จัดชุดของขวัญปีใหม่ 2569 เพื่อเอสเอ็มอีไทย สร้างความสุข สนับสนุนธุรกิจเติบโตเข้มแข็งยั่งยืน ได้แก่  1. เติมทุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำพิเศษเพียง 3% ต่อปี คงที่ตลอด 3 ปีแรก วงเงินรวม 20,000 ล้านบาท แถมยื่นกู้ภายใน 31 มี.ค. 69 ลดค่าธรรมเนียมวิเคราะห์โครงการ 0.50%  2. เสริมทักษะ เพิ่มรายได้ด้วยตลาดออนไลน์ และ 3.ช่วยแก้หนี้ยั่งยืน คืนความสุข สร้างโอกาสพลิกฟื้นธุรกิจเดินหน้าได้ดีอีกครั้ง   นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank เปิดเผยว่า SME D Bank จัดชุด “มาตรการของขวัญปีใหม่” ประจำปี 2569 มอบให้แก่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี สร้างความเข้มแข็งทางธุรกิจครบวงจร พร้อมเดินหน้าสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน ได้แก่ 1.มีทุน สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ เพียง 3% ต่อปี คงที่ตลอด 3 ปีแรก ช่วยลดต้นทุนทางการเงิน เสริมสภาพคล่อง มีเงินทุนเพียงพอในการลงทุน ยกระดับ ปรับเปลี่ยน ขับเคลื่อนกิจการได้ต่อเนื่อง เปิดกว้างทั้งบุคคลธรรมดา นิติบุคคล ครอบคลุมทุกกลุ่มธุรกิจเอสเอ็มอี ไม่ว่าจะเป็นภาคการผลิต ภาคบริการ รวมถึงธุรกิจค้าส่งและค้าปลีก   ผ่าน 2 ผลิตภัณฑ์สินเชื่อ วงเงินรวม 20,000 ล้านบาท ดอกเบี้ยพิเศษเพียง 3%ต่อปี คงที่ตลอด 3 ปีแรก ผ่อนนานสูงสุดถึง 10 ปี ได้แก่ โครงการสินเชื่อ “ปลุกพลัง SME” วงเงิน 5,000 ล้านบาท  สำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีรายเล็ก วงเงินกู้ต่อรายสูงสุด 1 ล้านบาท  ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน และโครงการสินเชื่อ “Beyond ติดปีก SME” วงเงิน 15,000 ล้านบาท   เพื่อเพิ่มศักยภาพการดำเนินธุรกิจ  วงเงินกู้สูงสุด 30 ล้านบาท   ใช้ บสย.ค้ำประกันร่วมได้  โดยทั้ง 2 โครงการสินเชื่อดังกล่าว เปิดรับคำขอถึง 30 ธันวาคม 2569 นอกจากนั้น เพิ่มเติมความพิเศษ  หากยื่นคำขอสินเชื่อภายในวันที่ 31 มีนาคม 2569 รับสิทธิพิเศษลดค่าธรรมเนียมวิเคราะห์โครงการ (Front end Fee) 0.50% ของวงเงินที่ได้รับอนุมัติ 2.มีความรู้ มอบสิทธิ์เข้ารับการพัฒนายกระดับธุรกิจ ในแคมเปญ “Live ปัง ดังทันที!” เปิดโอกาสผู้ประกอบการเอสเอ็มอีทุกกลุ่ม สามารถแจ้งความประสงค์ผ่านแพลตฟอร์ม DX by SME D Bank (https://dx.smebank.co.th/) ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงมีนาคม 2569  รับฟรี 500 Point นำไปแลกสิทธิประโยชน์การสนับสนุนเติมความรู้เพิ่มศักยภาพการทำธุรกิจ  ไม่ว่าจะช่วยเพิ่มยอดขาย  ขยายช่องทางตลาดผ่านแพลตฟอร์มชอปปิ้งออนไลน์ชื่อดัง เช่น Shopee Lazada และ TikTok Shop เป็นต้น รวมถึง รับสิทธิ์ร่วมโครงการให้ผู้มีชื่อเสียงบนโลกออนไลน์ (Influencer)   และผู้เชี่ยวชาญ (KOL) รีวิวสินค้าหรือบริการ สร้างการรับรู้สู่กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย นอกจากนั้น รับสิทธิ์ร่วมกิจกรรมอบรมพัฒนาความรู้  โดยเฉพาะเน้นด้านทำตลาดออนไลน์ เช่น การผลิต Content และ Live Commerce เป็นต้น 3. มีความสุข แก้หนี้ได้ยั่งยืน ช่วยเหลือลูกค้าธนาคาร กลุ่มเปราะบาง ประคับประคองลดภาระทางการเงิน สร้างโอกาสเดินหน้าธุรกิจ เริ่มต้นใหม่ได้อีกครั้ง ด้วยมาตรการ “3 ลดปลดหนี้” ได้แก่ 1. ลดผ่อน ปรับวงเงินการผ่อนชำระ ตามความสามารถของกิจการ 2. ลดเงินต้น ปรับโครงสร้าง เพิ่มความยืดหยุ่น นําเงินค่างวดแบ่งตัดลดเงินต้น และ 3. ลดดอกเบี้ยค้างชำระผิดนัด เมื่อชำระตามเงื่อนไขของธนาคาร  ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ต้องการรับบริการต่าง ๆ  สามารถแจ้งความประสงค์ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ผ่านช่องทางต่าง ๆ ของธนาคาร เช่น  เว็บไซต์  www.smebank.co.th และ  LINE Official Account : @smedevelopmentbank  เป็นต้น หรือ  สาขา SME D Bank ทุกแห่งทั่วประเทศ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม Call Center 1357

04 Jan 2026

...

นางลภาวรรณ จันทร์กระจ่าง รองผู้อำนวยการธนาคารออมสิน รักษาการแทนผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งส่งผลให้เกิดความสูญเสียต่อกำลังพลผู้ปฏิบัติหน้าที่ปกป้องอธิปไตยของประเทศ ล่าสุด ธนาคารออมสิน ออกชุดมาตรการเฉพาะกิจ ประกาศยกหนี้ปิดบัญชีสินเชื่อเป็นกรณีพิเศษ แก่ทหาร ตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) และกำลังพลหน่วยอื่น ๆ ที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ในเหตุการณ์ดังกล่าว ตั้งแต่วันที่ 7 ธันวาคม 2568 เป็นต้นมา โดยการยกหนี้ยังครอบคลุมถึงบัญชีสินเชื่อของทายาท 3 ลำดับ ได้แก่ บิดามารดา คู่สมรส และบุตรโดยชอบด้วยกฎหมาย รวมถึงการมอบเงินช่วยเหลือแก่ครอบครัวกำลังพลที่เสียชีวิต ตลอดจนกำลังพลและพลเรือนที่บาดเจ็บจากการสู้รบ เพื่อเชิดชูเกียรติที่ได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละ และเป็นขวัญกำลังใจแก่ครอบครัวในช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้   ด้านความช่วยเหลือสำหรับผู้อพยพที่ต้องได้รับผลกระทบเพราะเข้าพื้นที่ทำมาหากินไม่ได้ เป็นเหตุให้ต้องขาดรายได้ในช่วงเวลานี้ ธนาคารได้ออก มาตรการพักหนี้โดยให้พักชำระเงินต้นและไม่คิดดอกเบี้ย สำหรับลูกหนี้สินเชื่อธนาคารออมสินทุกประเภท* ครอบคลุมสินเชื่อองค์กรชุมชน ที่มีภูมิลำเนา ที่อยู่อาศัย หรือสถานที่ประกอบอาชีพในพื้นที่ภัยพิบัติตามประกาศของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ให้เริ่มพักชำระหนี้งวดแรกหลังจากได้รับอนุมัติ เป็นระยะเวลา 3 งวด/เดือน และไม่ถือเป็นการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ ให้คงชั้นหนี้เดิมก่อนเข้าร่วมมาตรการ โดยธนาคารจะยกดอกเบี้ยให้ทั้งหมด ส่วนเงินต้นที่พักไว้ 3 งวด จะถูกรวมไปชำระในงวดสุดท้าย ทั้งนี้ เมื่อครบกำหนดระยะเวลาให้ลูกหนี้กลับมาชำระเงินงวดตามเงื่อนไขสัญญาเดิม ในกรณีสัญญาครบกำหนดแต่ไม่อาจชำระหนี้เงินต้นส่วนที่พักไว้ได้ ลูกหนี้สามารถติดต่อธนาคารเพื่อขอปรับโครงสร้างหนี้ได้ในภายหลัง โดยผู้ที่ได้รับผลกระทบตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด สามารถแจ้งความประสงค์เข้าร่วมมาตรการได้ที่ธนาคารออมสินทุกสาขา หรือที่ศูนย์พักพิงของจังหวัดซึ่งธนาคารได้จัดทีมงานเข้าไปอำนวยความสะดวกให้ด้วย และทางแอปพลิเคชัน MyMo ภายในวันที่ 31 มกราคม 2569     นอกจากนี้ ธนาคารยังคงสนับสนุนงบประมาณให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ปะทะ ตลอดแนวชายแดนไทย-กัมพูชา โดยการสนับสนุนภารกิจของศูนย์พักพิง ได้แก่ การมอบถุงยังชีพ “ออมสินห่วงใย” รวมถึงเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็น และน้ำดื่ม แก่ผู้อพยพ และกำลังพลในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ ศรีสะเกษ บุรีรัมย์ อุบลราชธานี สระแก้ว และจังหวัดตราด รวมมูลค่ากว่า 7.3 ล้านบาท ธนาคารออมสินขอแสดงความห่วงใยและส่งกำลังใจไปยังทหารและตำรวจตระเวนชายแดนที่ยังคงปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็งอยู่ในพื้นที่ ตลอดจนครอบครัวของทหารกล้าผู้เสียสละชีวิตปกป้องอธิปไตยของประเทศ และพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบ โดยมุ่งหวังว่าสถานการณ์จะคลี่คลายและกลับสู่สภาวะปกติในเร็ววัน *หมายเหตุ : มาตรการพักหนี้ไม่รวมสินเชื่อบางประเภท เช่น สินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่, สินเชื่อชีวิตสุขสันต์, สินเชื่อสำหรับผู้มีรายได้ประจำ โดยสินเชื่อ Soft loan สินเชื่อองค์กรชุมชน และสินเชื่อตามนโยบายรัฐ (PSA) และเงื่อนไขอื่น ๆ เป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด  

30 Dec 2025

Banner Banner Banner Banner

Banner
  เทียบจุดแข็งแกร่ง “วิริยะ-ทิพย-กรุงเทพ” ประกันภัย   เมื่อพูดถึงวงการประกันภัย-วินาศภัยเมืองไทย มี 3 บริษัทใหญ่ของวงการและของประเทศไทย ที่ถือว่าเป็น”ขาใหญ่”หรือขาประจำที่แต่ละปี บริษัททั้ง 3 บริษัท มีกลยุทธ์การตลาด และจุดแข็งที่แตกต่างกันของแต่ละบริษัท และบริษัททั้ง 3 บริษัทนี้กำลังจะแย่งชิงเบี้ยประกันภัยเพื่อเป็นอันดับ 1 ของประเทศไทย เมื่อเทียบสัดส่วนในเรื่องยอดขาย และในแง่ของผลกำไร            ในแง่ยอดขายต่อปี          เบอร์ 1 บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) ด้วยจุดแข็งการทำประกันภัยรถยนต์ ที่มีเบี้ยประกันภัยสูงขายง่าย แต่ละปีสร้างยอดขายได้มีเบี้ยประกันภัยรับตรงรวม 40,879 ล้านบาท          เบอร์ 2 บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) ด้วยจุดแข็งงานประกันภัย Non Motor ประเภทขนส่งสินค้า Marin รวมทั้งลูกค้าของผู้ถือหุ้นใหญ่อย่าง ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ทำให้มียอดขายรับประกันภัยตรงอยู่ที่ 31,736.1 ล้านบาทแซงหน้าบริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ไปเรียบร้อย          เบอร์ 3 บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ด้วยจุดแข็งการเป็นบริษัท ที่มีกระทรวงการคลังถือหุ้นใหญ่ สามารถขยายตลาดผ่านพันธมิตรหรือผู้ถือหุ้นได้ง่าย และทำตลาดประกันภัยโครงสร้างพื้นฐาน โครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ของรัฐจึงทำให้มีเบี้ยประกันภัยต่อปี มีเบี้ยประกันภัยรวม 22,439 ล้านบาท จะกลับไล่บี้เบอร์ 1และ 2 ได้ต่อไป         ในแง่ผลกำไรต่อปี         เบอร์ 1 คงต้องให้บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) เนื่องจากได้งานจากหน่วยงานภาครัฐ และมีพันธมิตรที่หลากหลาย ด้วยยอดขายที่สูง และมีการบริหารการลงทุนที่พร้อม เพราะมีธนาคารออมสิน, กบข. , ธนาคารกรุงไทย, ปตท., บางจาก  ทำให้มีผลกำไรมาเป็นอันดับ 1  ทำให้บริษัทสามารถทำกำไรจากการรับประกันได้ 2,631 ล้านบาท        เบอร์ 2  ต้องยกให้เป็นของบริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) ด้วยการรับประกันภัยที่มีความเสี่ยงภัยต่ำ รวมทั้งความเชี่ยวชาญในการบริหารเงินลงทุนโดยธนาคารกรุงเทพ ทำให้มีผลกำไรมาเป็นที่ 2 และมีเบี้ยประกันภัยเป็นอันดับที่ 2        เบอร์ 3 บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) มียอดขายเป็นอันดับ 1 มาอย่างต่อเนื่อง แต่ด้วยเน้นประกันภัยรถยนต์ยอดขายสูงก็มีความเสี่ยงสูง ผลกำไรน้อย จึงวางไว้เป็นเบอร์ 3 ในด้านผลกำไร                                                 นายเอกวรพงศ์ อำนวยทรัพย์ (เอก-วรา)                                               บรรณาธิการบริหาร สื่อ CEO THAILAND  
อ่านต่อ...
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner