Responsive image

Thursday, 02 Apr 2026

หน้าแรก > INSURANCE / ประกันภัย - ประกันชีวิต


เอไอเอ ประเทศไทย เปิดตัว “AIA Wealth Max (Unit Linked)” ประกันชีวิตควบการลงทุน ตัวช่วยวางแผนทางการเงิน ที่มอบโบนัสจัดเต็มแม็กซ์

Sun 06/10/2567


เอไอเอ ประเทศไทย เปิดตัวAIA Wealth Max” แบบประกันชีวิตควบการลงทุน (ยูนิต ลิงค์) ใหม่ล่าสุด ที่จะมาเป็นตัวช่วยในการวางแผนทางการเงิน และสร้างวินัยการออมเงิน พร้อมให้ลูกค้าได้รับความมั่งคั่งแบบเต็มแม็กซ์ ด้วยโบนัสสำหรับเบี้ยประกันภัยหลัก 2% ของเบี้ยประกันภัยหลักที่บริษัทได้รับในครั้งนั้น ตั้งแต่ปีกรมธรรม์ที่ 10 เป็นต้นไป* และโบนัสพาวเวอร์อัพ* ก้อนโตถึง 150%  ของเบี้ยประกันภัยหลักปีแรก เป็นจำนวน 1 ครั้ง ในปีกรมธรรม์ที่ 20 นอกจากนี้ “AIA Wealth Max (Unit Linked)” ยังการันตีความคุ้มครองชีวิตต่อเนื่องนาน 10 ปี* (Non-Lapse Guaranteed) พร้อมคุ้มครองชีวิตยาวจนถึงอายุ 99 ปี** เพื่อให้ลูกค้าอุ่นใจ และสามารถใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่โดยมีเอไอเอคอยดูแลทั้งด้านชีวิตและการเงิน ซึ่งเอไอเอ ยังได้เตรียมผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านการลงทุนที่มีประสบการณ์ กว่า 250 คน ใน 18 ประเทศทั่วโลก คอยช่วยบริหารเงินลงทุนของลูกค้าผ่านบริการ AIA InvestPro เพื่อให้การลงทุนเป็นเรื่องง่าย สะดวก และมั่นคงยิ่งขึ้น ตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของเอไอเอ ที่ต้องการสนับสนุนให้คนไทยมีสุขภาพชีวิตและสุขภาพการเงินที่แข็งแรงในระยะยาว เพื่อให้ทุกคนสามารถใช้ชีวิตที่ยืนยาวได้อย่างมีคุณภาพ ตามคำมั่นสัญญา ‘Healthier, Longer, Better Lives – เพื่อสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้น’

นายเอกรัตน์ ฐิติมั่น ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด เอไอเอ ประเทศไทย กล่าวว่า “เอไอเอ เข้าใจถึงความไม่แน่นอนของสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน ที่ได้รับผลกระทบทั้งจากสถานการณ์ภายในและภายนอกประเทศ ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการวางแผนการเงินเพื่อสร้างความมั่นคงที่ยั่งยืน  ดังนั้น ประกันในรูปแบบ ‘ยูนิต ลิงค์’ จึงมีบทบาทสำคัญที่จะสามารถเข้ามาช่วยบริหารจัดการ และเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการวางแผนชีวิต การเงิน และสร้างวินัยในการออมเงิน ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง เอไอเอ จึงได้ออกแบบผลิตภัณฑ์ AIA Wealth Max (Unit Linked) ขึ้น เพื่อให้เป็นตัวช่วยในการออมและต่อยอดเงินออมให้มีโอกาสสร้างมูลค่าได้เพิ่มสูงขึ้น จากโบนัสพาวเวอร์อัพ 150% ของเบี้ยประกันภัยหลักปีแรก เป็นจำนวน 1 ครั้ง ในปีกรมธรรม์ที่ 20 อีกทั้งยังได้รับโบนัสสำหรับเบี้ยประกันภัยหลัก 2% ของเบี้ยประกันภัยหลักที่บริษัทได้รับชำระในครั้งนั้น ตั้งแต่ปีกรมธรรม์ที่ 10 เป็นต้นไป เพื่อเก็บไว้ใช้ดูแลครอบครัวและคนที่คุณรัก

“นอกจากนี้ ลูกค้ายังสามารถเลือกความคุ้มครองชีวิตได้ 10-60 เท่า* ของเบี้ยประกันภัยหลัก โดยเอไอเอคำนึงถึงความยั่งยืนของกรมธรรม์ ทั้งในระยะสั้นแม้สถานการณ์การลงทุนจะผันผวน ทำให้มูลค่ารับซื้อคืนหน่วยลงทุนมีไม่เพียงพอหักค่าใช้จ่าย เอไอเอ ยังคงการันตีความคุ้มครองต่อเนื่องนานถึง 10 ปี และในระยะยาว เอไอเอจะช่วยปรับลดจำนวนเงินเอาประกันภัยเหลือ 5 เท่าของเบี้ยประกันภัยหลักต่อปีสำหรับปีกรมธรรม์ล่าสุด ตั้งแต่วันครบรอบปีกรมธรรม์เมื่อลูกค้าอายุครบ 65 ปี ซึ่งมีผลให้ค่าการประกันภัยลดลง และมีเงินไปลงทุนในกองทุนรวมมากขึ้น เพื่อเป็นการช่วยลูกค้าบริหารความมั่งคั่งในช่วงวัยเกษียณ จึงถือได้ว่า AIA Wealth Max (Unit Linked) เป็นแบบประกันที่เอไอเอจัดมาให้ครบทั้งความคุ้มครองชีวิตและการลงทุน ยิ่งไปกว่านั้น ลูกค้ายังได้รับการดูแลและช่วยบริหารเงินลงทุนอย่างมืออาชีพ จากบริการ AIA InvestPro ที่จะปรับพอร์ตให้อัตโนมัติ เพื่อความเหมาะสมตามระดับความเสี่ยงของลูกค้าแต่ละราย”

พีร พนิตพล ผู้อำนวยการฝ่าย Total Wealth Solution (ซ้าย)  และ สุขวัฒน์ ประเสริฐยิ่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ. เอไอเอ (ประเทศไทย)  (ขวา)


นายสุขวัฒน์ ประเสริฐยิ่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ. เอไอเอ (ประเทศไทย) กล่าวว่า “ในฐานะที่ บลจ. เอไอเอ (ประเทศไทย) มีหน้าที่ในการช่วยบริหารจัดการเงินลงทุนของลูกค้าที่ถือกรมธรรม์ยูนิต ลิงค์ ของเอไอเอ ผ่านกองทุนรวมทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยเรามีทีมผู้เชี่ยวชาญและมากประสบการณ์ด้านการลงทุนในตราสารหนี้และตราสารทุน ซึ่งเป็นทีมเดียวกับที่บริหารเงินลงทุนให้กับเอไอเอ ประเทศไทย คอยช่วยบริหารจัดการเงินลงทุนของลูกค้า เอไอเอ ยูนิต ลิงค์ อีกทั้งยังมีพันธมิตรผู้จัดการกองทุนระดับโลก อย่าง BlackRock, Wellington Management, Baillie Gifford, Capital Group และ Robeco ที่ทำงานกับเราอย่างใกล้ชิด ช่วยให้เราเข้าถึงข้อมูลการลงทุนในเชิงลึกได้อย่างรวดเร็ว ตลอดจนความแข็งแกร่งของ AIA Investments กลุ่มการลงทุนของกลุ่มบริษัทเอไอเอ ที่ได้เข้ามาผนึกความสามารถและความเชี่ยวชาญ เพื่อทำให้การบริหารจัดการเงินลงทุนของลูกค้ามีประสิทธิภาพมากขึ้น มีโอกาสได้รับผลตอบแทนที่ดีอย่างสม่ำเสมอในระยะยาว มีสุขภาพทางการเงินที่ดี สามารถบรรลุเป้าหมายทางการเงินได้สำเร็จ โดยบริการ AIA InvestPro นั้น ลูกค้าจะสามารถเลือกลงทุนให้เหมาะสมกับความเสี่ยงและเป้าหมายทางการเงินของลูกค้าแต่ละท่าน และลงทุนผ่านกองทุน AIA Asset Allocation Funds ทั้งหมด 6 กองทุนที่มีระดับความเสี่ยงที่แตกต่างกันรวมถึงมีนโยบายการลงทุนที่เน้นในประเทศเพียงอย่างเดียว และกองทุนที่มีนโยบายการลงทุนทั้งในและต่างประเทศ” 

นายพีร พนิตพล ผู้อำนวยการฝ่าย Total Wealth Solution เผยว่า “AIA Wealth Max (Unit Linked) เป็นแบบประกันชีวิตควบการลงทุน ที่เหมาะสำหรับกลุ่มลูกค้าที่มองหาตัวเลือกในการออมเงินระยะกลางถึงระยะยาวที่มีความคุ้มค่า จากโบนัสพาวเวอร์อัพ และโบนัสสำหรับเบี้ยประกันภัยหลัก ตลอดจนความมั่นคงจากความคุ้มครองชีวิต โดยเอไอเอมุ่งเน้นออกแบบผลิตภัณฑ์นี้ให้สามารถตอบโจทย์ความต้องการทางการเงินของกลุ่มลูกค้าได้หลากหลาย เช่น วัยเริ่มต้นทำงาน ที่อยากเริ่มต้นการออมด้วยเบี้ยประกันที่ไม่สูงมาก ในรูปแบบประกันชีวิตควบการลงทุน กลุ่มคนที่ต้องการวางแผนการศึกษาบุตร และมองหาความมั่นคงเพื่ออนาคตของบุตร ตลอดจนกลุ่มลูกค้าสินทรัพย์สูง ที่มุ่งต่อยอดความมั่งคั่งด้วยแบบประกันที่มีความยืดหยุ่น เพื่อตอบโจทย์ความเสี่ยงทางธุรกิจ

ทั้งนี้ เอไอเอ ประเทศไทย ยังได้เปิดตัวภาพยนตร์โฆษณา “AIA Wealth Max (Unit Linked)” ซึ่งสามารถรับชมได้แล้วทางสื่อออนไลน์ของ เอไอเอ ประเทศไทย ทั้ง AIA Official Facebook Page, AIA Thailand YouTube Channel และ Line Official Account สามารถคลิกลิงก์ https://youtu.be/b5IE54siyr8 เพื่อรับชม

สำหรับผู้ที่สนใจผลิตภัณฑ์ “AIA Wealth Max (Unit Linked)” สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์ https://www.aia.co.th/th/our-products/save-invest/aia-wealth-max-unit-linked และสามารถติดต่อที่ปรึกษาทางการเงิน ของเอไอเอ ประเทศไทย หรือติดต่อ AIA Call Center 1581


Tags : เอไอเอประเทศไทย เอไอเอ AIA เอกรัตน์ฐิติมั่น AIAWealthMax แบบประกันชีวิตควบการลงทุน ยูนิตลิงค์ สุขวัฒน์ประเสริฐยิ่ง พีรพนิตพล AIAWealthMax(UnitLinked)


Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

...

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนาธนาคารออมสิน ครบรอบ 113 ปี ธนาคารมีความตั้งใจส่งมอบความสุขและกำลังใจ ส่งเสริมให้ประชาชนมีการออมและสร้างความมั่นคงทางการเงินท่ามกลางบรรยากาศความผันผวนทางเศรษฐกิจ โดยธนาคารได้จัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาด “ฉลอง 113 ปี เพิ่มเงินรางวัล เพิ่มจำนวนรางวัล กับสลากออมสินพิเศษ 1 ปี และ 2 ปี (แบบใบสลากและสลากดิจิทัล) เงินรางวัลรวม 113 ล้านบาท” ทั้งลูกค้าที่ซื้อสลากเพิ่ม และลูกค้าเดิมที่ถือครองสลากอยู่ มีสิทธิ์ลุ้นรางวัลพิเศษมากถึง 3 ครั้ง โดยยิ่งซื้อสลากมาก ยิ่งเพิ่มโอกาสลุ้นรางวัลจำนวนมากถึง 63 รางวัล ตลอดระยะเวลากิจกรรม ได้แก่ ครั้งที่ 1 - วันที่ 16 พฤษภาคม 2569 จับรางวัลพิเศษมูลค่ารวม 13 ล้านบาท จำนวน 26 รางวัล รางวัลละ 500,000 บาท ครั้งที่ 2 - วันที่ 16 มิถุนายน 2569 จับรางวัลพิเศษมูลค่ารวม 30 ล้านบาท จำนวน 30 รางวัล รางวัลละ 1 ล้านบาท ครั้งที่ 3 - วันที่ 16 กรกฎาคม 2569 จับรางวัลพิเศษมูลค่ารวม 70 ล้านบาท จำนวน 7 รางวัล รางวัลละ 10 ล้านบาท รวมเงินรางวัลพิเศษทั้งสิ้น 113 ล้านบาท           ทั้งนี้ ผู้ซื้อสลากยังมีสิทธิ์ได้ลุ้นรางวัลที่ 1 และรางวัลอื่น ๆ ซึ่งเป็นรางวัลปกติประจำแต่ละงวด โดยสลากออมสินนับเป็นทางเลือกการออมที่นอกจากจะให้ผลตอบแทนตามอัตราที่ธนาคารกำหนดแล้ว ผู้ซื้อสลากยังมีโอกาสได้ลุ้นรับเงินรางวัลพิเศษ และสิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับบุคคลธรรมดาได้รับยกเว้นภาษีอีกด้วย          ผู้สนใจซื้อสลากออมสินเพิ่มเติมเพื่อร่วมกิจกรรม “ฉลอง 113 ปี เพิ่มเงินรางวัล เพิ่มจำนวนรางวัล กับสลากออมสินพิเศษ 1 ปี และ 2 ปี (แบบใบสลากและสลากดิจิทัล) เงินรางวัลรวม 113 ล้านบาท” สามารถติดต่อได้ที่ธนาคารออมสินทุกสาขา หรือกดซื้อด้วยตนเองทางแอปพลิเคชัน MyMo ศึกษารายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ธนาคารออมสิน www.gsb.or.th หรือสอบถามเพิ่มเติมที่ GSB Contact Center โทร. 1115  

01 Apr 2026

...

บมจ.กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต ในฐานะผู้นำบริษัทประกันที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม หรือ Green Insurer ด้วยความสำเร็จที่ภาคภูมิใจจากการคว้าอันดับ 1 ในเอเชียอาคเนย์ต่อเนื่อง 10 ปีซ้อน และอันดับ 2 ใน AXA International Market ด้านความรับผิดชอบต่อองค์กร จากการประเมินดัชนีชี้วัดความยั่งยืนด้านความรับผิดชอบต่อองค์กรของกลุ่มแอกซ่า (AXA Sustainability Index 2025) ด้วยคะแนนสูงสุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ 87.62 คะแนน ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจ และเป็นการตอกย้ำจุดยืนของบริษัทฯ ในการสนับสนุนให้ทุกคนร่วมกันเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการใส่ใจสิ่งแวดล้อม และเป็นส่วนหนึ่งของการช่วยฟื้นฟูระบบนิเวศน์ และความหลากหลายทางชีวภาพในทะเล ผ่านโครงการระยะยาวต่างๆ อาทิ โครงการ Commit To Climate ที่มุ่งมั่นในการรักษาและฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมทุกมิติอย่างต่อเนื่อง รวมถึงโครงการ Save Our Sea ที่สนับสนุนการอนุบาลเต่าทะเล ปลูกป่าชายเลน และการให้ความรู้ด้านการรักษาสิ่งแวดล้อมทางทะเลกับเยาวชนไทย บริษัทฯ มุ่งมั่นในการช่วยเหลือสังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนตลอดมา พร้อมอยู่เคียงข้างทุกความเชื่อมั่น ดูแลกันตลอดไป สำหรับท่านใดที่สนใจ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม พร้อมติดตามกิจกรรมเพื่อสังคมต่างๆ ของบริษัทฯ ได้ที่ https://www.facebook.com/Hearts.in.action.volunteers หรือ สอบถามได้ที่ ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ โทร 1159  และท่านสามารถอ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่ https://ktaxa.live/CR-No-1

31 Mar 2026

...

บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ 7-Eleven และเคาน์เตอร์เซอร์วิส เปิดตัวแคมเปญ “พ.ร.บ.สุดคุ้ม สุดคิวต์” ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ.) ในราคาพิเศษเริ่มต้นเพียง 555 บาทต่อปี พร้อมมอบความคุ้มครอง สร้างความอุ่นใจให้กับผู้ขับขี่ ผ่านช่องทางบริการร้าน 7-Eleven ที่สะดวกและครอบคลุม 15,500 สาขาทั่วประเทศ  แคมเปญนี้ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้รถในยุคปัจจุบัน ที่ต้องการความรวดเร็วและความสะดวกสบาย สามารถซื้อหรือต่ออายุ พ.ร.บ. คุ้มครองและรับกรมธรรม์ทันที พร้อมบริการต่อภาษีรถยนต์ผ่านเคาน์เตอร์เซอร์วิสในร้าน 7-Eleven ทุกสาขาทั่วประเทศ ซึ่งเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ช่วยลดขั้นตอนและระยะเวลาในการดำเนินการ ในราคาที่เข้าถึงได้ ควบคู่กับความสะดวกครบจบในจุดเดียว ตอกย้ำแนวคิด “ประกันภัยใกล้ตัว เข้าถึงง่าย” นอกจากนี้ สมาชิก ALL Member ที่ซื้อ พ.ร.บ. ของทิพยประกันภัย จะได้รับได้สิทธิ์แลกซื้อกระบอกน้ำลายลิขสิทธิ์ Butterbear & Hello Kitty ในราคาเพียง 1 บาท (จากราคาปกติ 199 บาท) จำกัดจำนวน 5,000 สิทธิ์ และยังได้รับคะแนนสะสมจากทุกยอดบิล เพื่อนำไปใช้เป็นส่วนลดหรือแลกรับสิทธิพิเศษต่างๆ อีกมากมาย สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถซื้อ พ.ร.บ. ของทิพยประกันภัยได้แล้ววันนี้ ผ่านเคาน์เตอร์เซอร์วิสในร้าน 7-Eleven ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือผ่านช่องทางออนไลน์ที่ www.counterservice.co.th หรือ 7-Eleven Application โดยจะได้รับกรมธรรม์และความคุ้มครองที่มีผลทันทีตามวันเริ่มกรมธรรม์ และสามารถซื้อได้ล่วงหน้าสูงสุด 90 วันก่อนกรมธรรม์ปัจจุบันหมดอายุ ให้ทุกการเดินทางของคุณมั่นใจได้มากยิ่งขึ้น สะดวก ครบ จบในที่เดียว พร้อมรับสิทธิพิเศษตั้งแต่วันที่ 24 มีนาคม – 23 เมษายน 2569

29 Mar 2026

...

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารออมสินได้เร่งออกมาตรการรณรงค์ประหยัดพลังงานในการดำเนินธุรกิจของธนาคาร ตามที่รัฐบาลได้มอบหมายสั่งการให้หน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจลดการใช้พลังงาน เพื่อรองรับสถานการณ์ราคาพลังงานโลกที่มีความผันผวนจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ และรับมือกับวิกฤตด้านพลังงานของประเทศ ทั้งนี้ มาตรการประหยัดพลังงานที่สำคัญของธนาคารออมสิน 4 ด้าน ประกอบด้วย 1) การควบคุมการใช้เชื้อเพลิง โดยใช้รถยนต์ตามความจำเป็น และส่งเสริมการประชุมผ่านระบบออนไลน์ 2) ประหยัดพลังงานไฟฟ้า โดยปิดไฟที่ไม่จำเป็น ปลดปลั๊กอุปกรณ์ไฟฟ้าเมื่อไม่ใช้งาน และปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศไม่ต่ำกว่า 26 องศาเซลเซียส 3) แนวทางการแต่งกาย สวมเสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี งดสวมสูท แจ็กเกต หรือผูกเนกไท เพื่อลดความจำเป็นในการปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศให้ต่ำเกินไป และ 4) ปฏิบัติงาน ณ ที่พักอาศัย ตามความเหมาะสมโดยไม่กระทบต่อการปฏิบัติงานและการให้บริการลูกค้า   ทั้งนี้ ในการประชุมคณะกรรมการบริหารธนาคาร ณ อาคารออมสินพิพัฒน์ ธนาคารออมสินสำนักงานใหญ่ ซึ่งมี นายพลจักร นิ่มวัฒนา ประธานกรรมการบริหารธนาคารออมสิน ร่วมด้วย รองศาสตราจารย์ ดร. ธนวรรธน์ พลวิชัย  นายวรวิทย์ ชัยลิมปมนตรี กรรมการธนาคารออมสิน และ นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน ตลอดจนคณะผู้บริหาร เข้าร่วมประชุม ได้เริ่มใช้แนวปฏิบัติ "งดสูท-ผูกเนกไท" ในที่ประชุมทันที เพื่อเป็นต้นแบบในการลดใช้พลังงานและเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ด้านพลังงาน ธนาคารออมสิน จึงขอเชิญชวนลูกค้าและประชาชนร่วมกันใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ลดการใช้พลังงานที่ไม่จำเป็น เพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์พลังงานในปัจจุบัน ความร่วมมือจากทุกภาคส่วนคือพลังสำคัญในการก้าวผ่านสถานการณ์ความไม่แน่นอนนี้ไปด้วยกัน    

18 Mar 2026

Banner Banner Banner Banner

Banner
  ปี 2569 ประเทศไทย กับคำว่า “เผาจริง”   วันนี้ก้าวเดือนที่ 3 ของปี 2569 แต่ดูเหมือนว่า ประเทศไทยผ่านเทศกาลปีใหม่ วาเลนไทม์ ตรุษจีน และวันเข้าพรรษามาแล้ว ประเทศไทยการเลือกตั้งใหญ่ ที่มีข้อผิดพลาดเกิดจากการกำกับการเลือกตั้งขององค์กรอิสระอย่าง กกต. เป็นการเลือกตั้งที่เลวร้ายครั้งหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์การเมืองไทย ด้านเศรษฐกิจ ยังคงโงหัวไม่ขึ้น นอกนั้นประเทศไทยยังคงมีปัญหาชายแดนกับประเทศเขมรยังคงคาราคาซัง รอรบรอบ 3 อยู่เหมือนเดิม ตอนนี้กำลังเกิดสงครามที่คาบสมุทรอาหรับระหว่าง อิหร่านกับอิสราเอล ที่ได้รับการสนับสนุนการทำสงครามจากสหรัฐอเมริกา จนอาจจะกลายเป็นสงครามระหว่างโลกอาหรับกับสหรัฐอเมริกา และอาจจะลามไปถึงสงครามโลกครั้งที่ 3 ก็ได้ แน่นอนว่า สงครามอ่าวอาหรับ ซึ่งเป็นประเทศผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ของโลก ชัดเจนว่าเมื่อมีสงคราม ราคาน้ำมันต้องแพงขึ้น และพลังงานปัจจัยที่ 5 จะกลายเป็นอาวุธของอิหร่านและกลุ่มอาหรับ ซึ่งย่อมส่งผลด้านต้นทุนการผลิต ภาคการขนส่ง สินค้าราคาแพงขึ้น เศรษฐกิจโลกจะปั่นป่วน ซึ่งแน่นอนว่าประเทศไทยที่มีภาวะอ่อนแอทางเศรษฐกิจอยู่แล้ว ย่อมได้รับผลจากภาวะสงครามอาหรับ สงครามกับเขมร รวมทั้งรัฐบาลใหม่ที่จะเข้ามาบริหารประเทศ ต้องแสดงผลงาน เพราะปี 2569 จะเป็นปีเผาจริงทางเศรษฐกิจของประเทศไทย    หากว่าการเมืองไทยนิ่ง รัฐบาลได้บริหารประเทศ จะเป็นการท้าทายความสามารถของดรีมทีมเศรษฐกิจของพรรคภูมิใจไทย เวลาที่ผ่านมาก่อนการเลือกตั้ง วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เวลาบริหารประเทศแค่ 2 เดือนยังวัดอะไรไม่ได้สำหรับนายอนุทิน ชาญวีรกุล และดรีมทีม เพราะเศรษฐกิจไทยปี 2569 ธุรกิจที่แข็งแรงอย่างธุรกิจการเงินและประกันภัยยังออกอาการให้เห็น แล้วธุรกิจที่อ่อนแออยู่แล้วจะเหลืออะไร นี่คือการบ้านข้อใหญ่ของรัฐบาลภูมิใจไทยและดรีมทีมประเทศไทย เพราะถึงเวลาที่จะได้พิสูจน์ผลงานบริหารประเทศ./   พูดแบบนายเอกวรพงศ์ (นายแทน)            
อ่านต่อ...
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner