Responsive image

Sunday, 05 Apr 2026

หน้าแรก > TECHNOLOGY - AUTO - PROPERTY


ฮอนด้า ผนึกกำลังดีลเลอร์ทั่วประเทศ ยกระดับความเป็นเลิศสู่ความสำเร็จที่ยั่งยืน เดินหน้าเสริมความแข็งแกร่งไลน์อัป xEV พร้อมลุยปั้นแบรนด์ยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง

Mon 26/05/2568


 บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด จัดประชุมผู้จำหน่ายรถยนต์ฮอนด้าทั่วประเทศ ประจำปีงบประมาณ 2568 ภายใต้แนวคิด Redefining Excellence with Reliability and Trust - ยกระดับความเป็นเลิศ สู่ความสำเร็จที่ยั่งยืน” แถลงทิศทางการดำเนินธุรกิจและเป้าหมายสำคัญร่วมกับผู้จำหน่ายครอบคลุม 3 ทิศทางหลัก ทั้งด้านผลิตภัณฑ์และการจำหน่าย การบริการ และการสร้างแบรนด์ ภายใต้แนวคิดสำคัญในการเน้นลูกค้าเป็นศูนย์กลาง (Customer-centric approach) ด้วยการผนึกความร่วมมือกับผู้จำหน่าย เพื่อยกระดับประสบการณ์ที่น่าประทับใจแก่ลูกค้าในทุกทัชพอยต์ ตอกย้ำความมุ่งมั่นของฮอนด้าในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบโจทย์ลูกค้าและเติบโตเคียงคู่กับสังคมไทย พร้อมยกระดับสู่ความเป็นเลิศแห่งยนตรกรรมอย่างยั่งยืน

 

นายโคจิ อิวานามิ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด  กล่าวต้อนรับผู้จำหน่ายฯ รวมถึงถ่ายทอดความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนแบรนด์และผลิตภัณฑ์ฮอนด้าในประเทศไทย

นายโคจิ อิวานามิ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ผมขอขอบคุณผู้จำหน่ายทุกท่านสำหรับความร่วมมือและการสนับสนุนตลอดปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ฮอนด้า สามารถบรรลุเป้าหมายสำคัญได้ สำหรับทิศทางการดำเนินธุรกิจในปีนี้จะให้ความสำคัญกับการดูแลลูกค้า ผ่านการสร้างประสบการณ์ที่น่าประทับใจในทุกทัชพอยต์ โดยมีผู้จำหน่ายและบุคลากรของผู้จำหน่ายที่เปรียบเสมือนตัวแทนของแบรนด์ที่จะส่งมอบการบริการที่ยอดเยี่ยมไปสู่ลูกค้า เพื่อมอบคุณค่าที่เข้าถึงและผูกพันกับลูกค้าของเราอย่างยั่งยืนต่อไป”

ภายในงาน ฮอนด้า ได้ถ่ายทอดทิศทางการดำเนินธุรกิจและเป้าหมายสำคัญกับเครือข่ายผู้จำหน่าย เพื่อตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นในการร่วมมือเพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่ดีเยี่ยมให้แก่ลูกค้า โดยผสานการต่อยอดพื้นฐานจุดแข็งปัจจุบันของฮอนด้า ทั้งด้านความเชื่อมั่นในแบรนด์ การนำเสนอผลิตภัณฑ์ไลน์อัป e:HEV ที่โดดเด่น และด้านความพึงพอใจของลูกค้า สู่ทิศทางการดำเนินงาน 3 ด้านหลัก ครอบคลุมทั้งด้านผลิตภัณฑ์และการจำหน่าย การบริการ และการสร้างแบรนด์ ดังนี้

  1. ด้านผลิตภัณฑ์และการจำหน่าย
  • เน้นการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ลูกค้า ควบคู่ไปกับการส่งมอบประสบการณ์ที่น่าประทับใจในทุกเส้นทาง นำโดยไลน์อัปฟูลไฮบริด e:HEV ซึ่งได้รับการยอมรับและพิสูจน์อย่างกว้างขวางถึงความโดดเด่นทั้งด้านสมรรถนะทรงพลัง อัตราเร่งทันใจ การขับขี่ที่นุ่มนวล และอัตราประหยัดน้ำมันดีเยี่ยม
  • โดยฮอนด้ามีแผนขยายไลน์อัป e:HEV ให้หลากหลาย ครอบคลุมทุกความต้องการของลูกค้า ให้ได้สัมผัสกับรถยนต์ไฮบริดจากฮอนด้าอย่างเข้าถึงง่ายยิ่งขึ้น
  • ตอกย้ำความเชื่อมั่นให้ลูกค้าสัมผัสประสบการณ์การใช้รถยนต์ไฟฟ้า 100% ของฮอนด้า ได้อย่างอุ่นใจ ไร้กังวล โดยปัจจุบัน ฮอนด้า มีความพร้อมในการให้บริการและดูแลลูกค้ารถยนต์ Honda e:N1 ทั้งด้านศูนย์บริการที่ได้มาตรฐาน อะไหล่ และช่างผู้เชี่ยวชาญ ผ่านเครือข่ายผู้จำหน่ายทั่วประเทศ สะท้อนรากฐานความพร้อมที่มั่นคงในการก้าวเข้าสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้าอย่างเต็มรูปแบบในอนาคต

เครือข่ายผู้จำหน่ายฮอนด้าฯ ทั่วประเทศ ร่วมตอกย้ำความพร้อมในการให้บริการ และดูแลลูกค้ารถยนต์ Honda e:N1 ให้ลูกค้าสัมผัสประสบการณ์ใช้รถยนต์ไฟฟ้า 100% ได้อย่างมั่นใจไร้กังวล

2. ด้านการบริการ

  • ตั้งเป้าส่งมอบประสบการณ์ที่เป็นเลิศเน้นลูกค้าเป็นหัวใจสำคัญแห่งการบริการ โดยมุ่งดูแลลูกค้าปัจจุบันเพื่อความพึงพอใจสูงสุด พร้อมสร้างความรู้สึกภูมิใจในการเลือกใช้รถยนต์ฮอนด้า ด้วยการส่งมอบคุณค่าที่เหนือกว่าตลอดการเป็นเจ้าของในทุกทัชพอยต์ อาทิ การบริการหลังการขายที่สะดวกสบายยิ่งขึ้นผ่านประสบการณ์ในรูปแบบดิจิทัล การนำเสนอกิจกรรมสุดเอกซ์คลูซีฟให้เข้าร่วมตลอดปี รวมทั้งข้อเสนอพิเศษต่าง ๆ
  • มุ่งสร้างความเชื่อมั่นและไว้วางใจในระยะยาว ด้วยจุดแข็งด้านเครือข่ายผู้จำหน่ายครอบคลุมทั่วประเทศกว่า 222 แห่ง ที่พร้อมส่งมอบความประทับใจกับบริการหลังการขายภายใต้มาตรฐานเดียวกันโดยช่างผู้เชี่ยวชาญ ให้ลูกค้ามั่นใจได้ว่าได้รับการบริการอย่างทั่วถึงและดีเยี่ยม และรู้สึกอุ่นใจที่เป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวรถยนต์ฮอนด้า (Honda family)

3. ด้านการสร้างแบรนด์

  • ในปีนี้ ฮอนด้า ได้เริ่มสื่อสารแบรนด์ภายใต้แนวคิด “Where The Drive Means More ขับเคลื่อนชีวิตไปให้สุดในแบบที่เป็นคุณ” ที่ผสานการสะท้อนความมีรสนิยมและมีชีวิตชีวา เพื่อถ่ายทอดให้เห็นว่ารถยนต์ฮอนด้า เป็นมากกว่ายานพาหนะ เปรียบเสมือนเพื่อนคู่ใจที่วางใจได้ พร้อมเคียงข้างและขับเคลื่อนแรงบันดาลใจ เพื่อส่งมอบความสุขในทุกการเดินทางและทุกช่วงเวลาของชีวิต
  • โดยจะโฟกัสการเสริมสร้างคุณค่าของแบรนด์ที่เชื่อมโยงกับประสบการณ์ในชีวิตประจำวันของลูกค้าในทุกทัชพอยต์ ซึ่งการสื่อสารแบรนด์ดังกล่าว จะได้รับการถ่ายทอดผ่านกิจกรรมต่าง ๆ โดยผู้จำหน่ายจะร่วมเป็นหัวใจสำคัญในการเชื่อมโยงและส่งมอบประสบการณ์อันน่าประทับใจไปยังลูกค้า ผ่านกิจกรรมสุดเอกซ์คลูซีฟตลอดปี

  

นายชุน คุโรดะ กรรมการและเจ้าหน้าที่บริหารสายงานขายและบริการ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวถึงรายละเอียดทิศทางการดำเนินธุรกิจและเป้าหมายแก่ผู้จำหน่ายฯ

 

นอกจากการถ่ายทอดทิศทางการดำเนินธุรกิจและเป้าหมาย ภายในงานยังได้มีพิธีมอบรางวัลอันทรงเกียรติให้แก่ผู้จำหน่ายสำหรับผลการดำเนินงานในปีที่ผ่านมาที่ร่วมขับเคลื่อนธุรกิจของฮอนด้า และมอบประสบการณ์ที่ดีเยี่ยมให้แก่ลูกค้า ครอบคลุมทั้งรางวัลผู้จำหน่ายยอดเยี่ยมประจำปี รวมถึงรางวัลด้านต่าง ๆ อาทิ ด้านยอดขาย ด้านส่วนแบ่งการตลาด ด้านการบริการหลังการขาย และอื่น ๆ รวม 82 รางวัล

 

นายพรวุฒิ สารสิน (ที่ 6 จากซ้าย) ประธานคณะกรรมการ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมมอบรางวัลผู้จำหน่ายยอดเยี่ยมประจำปี 2567

 

พิธีมอบรางวัลอันทรงเกียรติให้แก่ผู้จำหน่ายสำหรับผลการดำเนินงานในปีงบประมาณที่ผ่านมา รวม 82 รางวัล

 

การจัดประชุมผู้จำหน่ายในครั้งนี้ นับเป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นของฮอนด้าในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการอย่างไม่หยุดนิ่ง ควบคู่ไปกับการขับเคลื่อนธุรกิจ เพื่อมุ่งมั่นที่จะส่งมอบประสบการณ์ที่เหนือความคาดหมายให้กับลูกค้าไปอีกขั้น และสร้างความประทับใจตลอดการเป็นเจ้าของรถยนต์ฮอนด้า พร้อมเติบโตเคียงข้างคนไทยและสานต่อพันธกิจในการเป็นองค์กรที่สังคมต้องการให้ดำรงอยู่ตลอดไปอย่างยั่งยืน


Tags : ฺฮอนด้า ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) โคจิ อิวานามิ ผู้จำหน่ายฮอนด้า ชุน คุโรดะ


Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

...

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนาธนาคารออมสิน ครบรอบ 113 ปี ธนาคารมีความตั้งใจส่งมอบความสุขและกำลังใจ ส่งเสริมให้ประชาชนมีการออมและสร้างความมั่นคงทางการเงินท่ามกลางบรรยากาศความผันผวนทางเศรษฐกิจ โดยธนาคารได้จัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาด “ฉลอง 113 ปี เพิ่มเงินรางวัล เพิ่มจำนวนรางวัล กับสลากออมสินพิเศษ 1 ปี และ 2 ปี (แบบใบสลากและสลากดิจิทัล) เงินรางวัลรวม 113 ล้านบาท” ทั้งลูกค้าที่ซื้อสลากเพิ่ม และลูกค้าเดิมที่ถือครองสลากอยู่ มีสิทธิ์ลุ้นรางวัลพิเศษมากถึง 3 ครั้ง โดยยิ่งซื้อสลากมาก ยิ่งเพิ่มโอกาสลุ้นรางวัลจำนวนมากถึง 63 รางวัล ตลอดระยะเวลากิจกรรม ได้แก่ ครั้งที่ 1 - วันที่ 16 พฤษภาคม 2569 จับรางวัลพิเศษมูลค่ารวม 13 ล้านบาท จำนวน 26 รางวัล รางวัลละ 500,000 บาท ครั้งที่ 2 - วันที่ 16 มิถุนายน 2569 จับรางวัลพิเศษมูลค่ารวม 30 ล้านบาท จำนวน 30 รางวัล รางวัลละ 1 ล้านบาท ครั้งที่ 3 - วันที่ 16 กรกฎาคม 2569 จับรางวัลพิเศษมูลค่ารวม 70 ล้านบาท จำนวน 7 รางวัล รางวัลละ 10 ล้านบาท รวมเงินรางวัลพิเศษทั้งสิ้น 113 ล้านบาท           ทั้งนี้ ผู้ซื้อสลากยังมีสิทธิ์ได้ลุ้นรางวัลที่ 1 และรางวัลอื่น ๆ ซึ่งเป็นรางวัลปกติประจำแต่ละงวด โดยสลากออมสินนับเป็นทางเลือกการออมที่นอกจากจะให้ผลตอบแทนตามอัตราที่ธนาคารกำหนดแล้ว ผู้ซื้อสลากยังมีโอกาสได้ลุ้นรับเงินรางวัลพิเศษ และสิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับบุคคลธรรมดาได้รับยกเว้นภาษีอีกด้วย          ผู้สนใจซื้อสลากออมสินเพิ่มเติมเพื่อร่วมกิจกรรม “ฉลอง 113 ปี เพิ่มเงินรางวัล เพิ่มจำนวนรางวัล กับสลากออมสินพิเศษ 1 ปี และ 2 ปี (แบบใบสลากและสลากดิจิทัล) เงินรางวัลรวม 113 ล้านบาท” สามารถติดต่อได้ที่ธนาคารออมสินทุกสาขา หรือกดซื้อด้วยตนเองทางแอปพลิเคชัน MyMo ศึกษารายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ธนาคารออมสิน www.gsb.or.th หรือสอบถามเพิ่มเติมที่ GSB Contact Center โทร. 1115  

01 Apr 2026

...

บมจ.กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต ในฐานะผู้นำบริษัทประกันที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม หรือ Green Insurer ด้วยความสำเร็จที่ภาคภูมิใจจากการคว้าอันดับ 1 ในเอเชียอาคเนย์ต่อเนื่อง 10 ปีซ้อน และอันดับ 2 ใน AXA International Market ด้านความรับผิดชอบต่อองค์กร จากการประเมินดัชนีชี้วัดความยั่งยืนด้านความรับผิดชอบต่อองค์กรของกลุ่มแอกซ่า (AXA Sustainability Index 2025) ด้วยคะแนนสูงสุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ 87.62 คะแนน ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจ และเป็นการตอกย้ำจุดยืนของบริษัทฯ ในการสนับสนุนให้ทุกคนร่วมกันเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการใส่ใจสิ่งแวดล้อม และเป็นส่วนหนึ่งของการช่วยฟื้นฟูระบบนิเวศน์ และความหลากหลายทางชีวภาพในทะเล ผ่านโครงการระยะยาวต่างๆ อาทิ โครงการ Commit To Climate ที่มุ่งมั่นในการรักษาและฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมทุกมิติอย่างต่อเนื่อง รวมถึงโครงการ Save Our Sea ที่สนับสนุนการอนุบาลเต่าทะเล ปลูกป่าชายเลน และการให้ความรู้ด้านการรักษาสิ่งแวดล้อมทางทะเลกับเยาวชนไทย บริษัทฯ มุ่งมั่นในการช่วยเหลือสังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนตลอดมา พร้อมอยู่เคียงข้างทุกความเชื่อมั่น ดูแลกันตลอดไป สำหรับท่านใดที่สนใจ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม พร้อมติดตามกิจกรรมเพื่อสังคมต่างๆ ของบริษัทฯ ได้ที่ https://www.facebook.com/Hearts.in.action.volunteers หรือ สอบถามได้ที่ ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ โทร 1159  และท่านสามารถอ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่ https://ktaxa.live/CR-No-1

31 Mar 2026

...

บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ 7-Eleven และเคาน์เตอร์เซอร์วิส เปิดตัวแคมเปญ “พ.ร.บ.สุดคุ้ม สุดคิวต์” ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ.) ในราคาพิเศษเริ่มต้นเพียง 555 บาทต่อปี พร้อมมอบความคุ้มครอง สร้างความอุ่นใจให้กับผู้ขับขี่ ผ่านช่องทางบริการร้าน 7-Eleven ที่สะดวกและครอบคลุม 15,500 สาขาทั่วประเทศ  แคมเปญนี้ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้รถในยุคปัจจุบัน ที่ต้องการความรวดเร็วและความสะดวกสบาย สามารถซื้อหรือต่ออายุ พ.ร.บ. คุ้มครองและรับกรมธรรม์ทันที พร้อมบริการต่อภาษีรถยนต์ผ่านเคาน์เตอร์เซอร์วิสในร้าน 7-Eleven ทุกสาขาทั่วประเทศ ซึ่งเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ช่วยลดขั้นตอนและระยะเวลาในการดำเนินการ ในราคาที่เข้าถึงได้ ควบคู่กับความสะดวกครบจบในจุดเดียว ตอกย้ำแนวคิด “ประกันภัยใกล้ตัว เข้าถึงง่าย” นอกจากนี้ สมาชิก ALL Member ที่ซื้อ พ.ร.บ. ของทิพยประกันภัย จะได้รับได้สิทธิ์แลกซื้อกระบอกน้ำลายลิขสิทธิ์ Butterbear & Hello Kitty ในราคาเพียง 1 บาท (จากราคาปกติ 199 บาท) จำกัดจำนวน 5,000 สิทธิ์ และยังได้รับคะแนนสะสมจากทุกยอดบิล เพื่อนำไปใช้เป็นส่วนลดหรือแลกรับสิทธิพิเศษต่างๆ อีกมากมาย สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถซื้อ พ.ร.บ. ของทิพยประกันภัยได้แล้ววันนี้ ผ่านเคาน์เตอร์เซอร์วิสในร้าน 7-Eleven ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือผ่านช่องทางออนไลน์ที่ www.counterservice.co.th หรือ 7-Eleven Application โดยจะได้รับกรมธรรม์และความคุ้มครองที่มีผลทันทีตามวันเริ่มกรมธรรม์ และสามารถซื้อได้ล่วงหน้าสูงสุด 90 วันก่อนกรมธรรม์ปัจจุบันหมดอายุ ให้ทุกการเดินทางของคุณมั่นใจได้มากยิ่งขึ้น สะดวก ครบ จบในที่เดียว พร้อมรับสิทธิพิเศษตั้งแต่วันที่ 24 มีนาคม – 23 เมษายน 2569

29 Mar 2026

...

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารออมสินได้เร่งออกมาตรการรณรงค์ประหยัดพลังงานในการดำเนินธุรกิจของธนาคาร ตามที่รัฐบาลได้มอบหมายสั่งการให้หน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจลดการใช้พลังงาน เพื่อรองรับสถานการณ์ราคาพลังงานโลกที่มีความผันผวนจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ และรับมือกับวิกฤตด้านพลังงานของประเทศ ทั้งนี้ มาตรการประหยัดพลังงานที่สำคัญของธนาคารออมสิน 4 ด้าน ประกอบด้วย 1) การควบคุมการใช้เชื้อเพลิง โดยใช้รถยนต์ตามความจำเป็น และส่งเสริมการประชุมผ่านระบบออนไลน์ 2) ประหยัดพลังงานไฟฟ้า โดยปิดไฟที่ไม่จำเป็น ปลดปลั๊กอุปกรณ์ไฟฟ้าเมื่อไม่ใช้งาน และปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศไม่ต่ำกว่า 26 องศาเซลเซียส 3) แนวทางการแต่งกาย สวมเสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี งดสวมสูท แจ็กเกต หรือผูกเนกไท เพื่อลดความจำเป็นในการปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศให้ต่ำเกินไป และ 4) ปฏิบัติงาน ณ ที่พักอาศัย ตามความเหมาะสมโดยไม่กระทบต่อการปฏิบัติงานและการให้บริการลูกค้า   ทั้งนี้ ในการประชุมคณะกรรมการบริหารธนาคาร ณ อาคารออมสินพิพัฒน์ ธนาคารออมสินสำนักงานใหญ่ ซึ่งมี นายพลจักร นิ่มวัฒนา ประธานกรรมการบริหารธนาคารออมสิน ร่วมด้วย รองศาสตราจารย์ ดร. ธนวรรธน์ พลวิชัย  นายวรวิทย์ ชัยลิมปมนตรี กรรมการธนาคารออมสิน และ นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน ตลอดจนคณะผู้บริหาร เข้าร่วมประชุม ได้เริ่มใช้แนวปฏิบัติ "งดสูท-ผูกเนกไท" ในที่ประชุมทันที เพื่อเป็นต้นแบบในการลดใช้พลังงานและเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ด้านพลังงาน ธนาคารออมสิน จึงขอเชิญชวนลูกค้าและประชาชนร่วมกันใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ลดการใช้พลังงานที่ไม่จำเป็น เพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์พลังงานในปัจจุบัน ความร่วมมือจากทุกภาคส่วนคือพลังสำคัญในการก้าวผ่านสถานการณ์ความไม่แน่นอนนี้ไปด้วยกัน    

18 Mar 2026

Banner Banner Banner Banner

Banner
  ปี 2569 ประเทศไทย กับคำว่า “เผาจริง”   วันนี้ก้าวเดือนที่ 3 ของปี 2569 แต่ดูเหมือนว่า ประเทศไทยผ่านเทศกาลปีใหม่ วาเลนไทม์ ตรุษจีน และวันเข้าพรรษามาแล้ว ประเทศไทยการเลือกตั้งใหญ่ ที่มีข้อผิดพลาดเกิดจากการกำกับการเลือกตั้งขององค์กรอิสระอย่าง กกต. เป็นการเลือกตั้งที่เลวร้ายครั้งหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์การเมืองไทย ด้านเศรษฐกิจ ยังคงโงหัวไม่ขึ้น นอกนั้นประเทศไทยยังคงมีปัญหาชายแดนกับประเทศเขมรยังคงคาราคาซัง รอรบรอบ 3 อยู่เหมือนเดิม ตอนนี้กำลังเกิดสงครามที่คาบสมุทรอาหรับระหว่าง อิหร่านกับอิสราเอล ที่ได้รับการสนับสนุนการทำสงครามจากสหรัฐอเมริกา จนอาจจะกลายเป็นสงครามระหว่างโลกอาหรับกับสหรัฐอเมริกา และอาจจะลามไปถึงสงครามโลกครั้งที่ 3 ก็ได้ แน่นอนว่า สงครามอ่าวอาหรับ ซึ่งเป็นประเทศผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ของโลก ชัดเจนว่าเมื่อมีสงคราม ราคาน้ำมันต้องแพงขึ้น และพลังงานปัจจัยที่ 5 จะกลายเป็นอาวุธของอิหร่านและกลุ่มอาหรับ ซึ่งย่อมส่งผลด้านต้นทุนการผลิต ภาคการขนส่ง สินค้าราคาแพงขึ้น เศรษฐกิจโลกจะปั่นป่วน ซึ่งแน่นอนว่าประเทศไทยที่มีภาวะอ่อนแอทางเศรษฐกิจอยู่แล้ว ย่อมได้รับผลจากภาวะสงครามอาหรับ สงครามกับเขมร รวมทั้งรัฐบาลใหม่ที่จะเข้ามาบริหารประเทศ ต้องแสดงผลงาน เพราะปี 2569 จะเป็นปีเผาจริงทางเศรษฐกิจของประเทศไทย    หากว่าการเมืองไทยนิ่ง รัฐบาลได้บริหารประเทศ จะเป็นการท้าทายความสามารถของดรีมทีมเศรษฐกิจของพรรคภูมิใจไทย เวลาที่ผ่านมาก่อนการเลือกตั้ง วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เวลาบริหารประเทศแค่ 2 เดือนยังวัดอะไรไม่ได้สำหรับนายอนุทิน ชาญวีรกุล และดรีมทีม เพราะเศรษฐกิจไทยปี 2569 ธุรกิจที่แข็งแรงอย่างธุรกิจการเงินและประกันภัยยังออกอาการให้เห็น แล้วธุรกิจที่อ่อนแออยู่แล้วจะเหลืออะไร นี่คือการบ้านข้อใหญ่ของรัฐบาลภูมิใจไทยและดรีมทีมประเทศไทย เพราะถึงเวลาที่จะได้พิสูจน์ผลงานบริหารประเทศ./   พูดแบบนายเอกวรพงศ์ (นายแทน)            
อ่านต่อ...
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner